ผมว่า...ผมรักคุณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 74 Views

  • 6 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    74

ตอนที่ 3 : ครอบครัวของ(พวก)เรา #1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

ผมจัดการเอง คุณส่งเรื่องเข้าเมลล์ผมได้เลย”

 

ฉันค่อยๆเปิดประตูห้องนอนที่ปิดไม่สนิทอยู่ก่อนหน้า มองเห็นขุนพลกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน เขาแต่ตัวเสร็จเรียบร้อย อยู่ในเสื้อเชิตสีฟ้า กางเกงแสล็คสีทำ มีอีกข้างล้วงกระเป๋า หันหน้าไปทางระเบียงที่มีลมพัดโชยอ่อนๆ ต้องยอมรับแหละ ว่าแค่มองจากข้างหลังยังรู้เลยว่าเขาดูดี ความสูงที่ 185 เซนติเมตร คือความสูงครั้งสุดท้ายที่ฉันจำได้ก่อนจบปี4 เค้าไม่ได้สูงขึ้นจากเดิมมั้ง ฉันเดา รูปร่างที่ดีทุกสัดส่วนของเขา ตอกย้ำฉันว่าแม้เขาจะทำงานอยู่กลางแท่นเจาะน้ำมันที่ไหนสักที่กลางอ่าวไทย เขาก็ไม่ละเลยเรื่องการออกกำลังกาย ต่างจากฉันที่แค่เดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาเปิดกิน ยังรู้สึกขี้เกียจเลยบางครั้ง

 

“อ้าวนิน แกรอแปป”

ขุนพลที่พึ่งสังเกตได้ว่ามีฉันเข้ามาอยู่ในห้องแล้ว หันมาทักฉันด้วยเสียงเบาๆ พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งบังโทรศัพท์ไว้เพื่อกันเสียงเข้าไปในนั้น

ฉันพยักหน้าหงึกๆ พลางโบกมือไล่ให้มันไปทำอะไรก็ตามใจเถอะ พลางเดินนั่งที่ เตียงนอน ก่อนจะสอดส่องสายตาไปสะดุดเข้ากับ นาฬิกาเรือนสวยสีน้ำเงินบนโต๊ะข้างเตียง ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันหยิบนาฬิกาเรือนสวยมาดูใกล้ๆ

 

งานเนียบ งานละเอียด

ฉันคิดในใจ ก่อนจะสะกดชื่อยี่ห้อเบาๆ

“เวอ-เชอ-รอง คอน-สตอน-แตง?”

ไม่ยักเคยได้ยินชื่อ

 

“กำลังจะลงไปพอดี ติดสายซะก่อน เรื่องงานน่ะ”

ขุนพลเรียกฉันจากความสนใจในมือ

 

“พ่อกับแม่ให้มาตามไปกินข้าว แล้วนี่อะไร”

ฉันชูนาฬิกาเรือนสวยในมือ

 

“ก็ที่บอกแกไง Piagetมันเจ๊ง ส่งซ่อมที่อังกฤษอยู่ ก็เลยหาเรือนใหม่มาใส่แก้ขัดไปก่อน”

ฉันยุดคิดครู่หนึ่ง เหมือนเคยได้ยินมันบ่นเรื่องนาฬิกาเรือนสวยเจ๊งเพราะมันดันเอาไปกระแทกกับอะไรสักอย่างตอนที่เกิดอุบัติเหตุกลางแท่นเจาะเมื่อเร็วๆนี้

 

“กี่บาท”

ฉันจ้องหน้าเขา ขุนพลหลบตามองเพดานแว๊บนึง ก่อนตอบ

 

“หก...”

 

“หมื่น?”

 

“แสน”

ไอ้ขุนพล! ฉันสบถในใจ

ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเพื่อนคนนี้ของฉันรวยมาก รวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

บ้านขุนพลตัวบ้าน2 ชั้นครึ่ง พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมากเมื่อเทียบกับบ้านฉัน ยังไม่รวมสนามหญ้า โรงรถ สวนหย่อมเล็กๆ ซึ่งมีพื้นที่เกือบๆ 1 ไร่ ก็แค่ 1 ไร่กลางมหานครกรุงเทพ ป๊าขุนพลเป็นวิศวกรที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันระดับต้นๆของประเทศ เงินเดือน เงินโบนัส เงินปันผล ก็คงมาโขอยู่ ส่วนม๊าของขุนพลเป็นแม่บ้าน จะเรียกว่าแม่บ้านก็ไม่ถูก เรียกว่าเป็นคุณนายของบ้านถึงจะถูก ไม่ได้ทำงานแต่ต้นสายทางฝ่ายแม่ขุนพลก็เป็นคนรวยแถวนครสวรรค์ พอตากับยายของขุนพลจากไป มรดกทุกสิ่งอย่าง ก็ตกเป็นของม๊าขุนพล เนื่องจากเป็นทายาทแต่เพียงผู้เดียว

ป้านอม ฉันหมายถึงม๊าขุนพลน่ะ ท่านไม่ใช่คนถือตัว ออกจะเป็นคนง่ายๆกันเอง ท่านยังเลือกที่จะทำงานบ้านเอง โดยจ้างผู้ช่วยรายเดือนเพียง1 คน ทำอาหาร ทำขนม บางวันก็มาให้แม่ฉันสอนร่างแบบเสื้อผ้า เย็บผ้ากระจุกกระจิก ชอบออกงานสังคม งานบุญงานกุศลแถวบ้าน ป้านอมเขาเป็นเจ้าภาพทุกงาน นิสัยดีใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นเลยล่ะ ครอบครัวของขุนพลไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียวอะไร ที่สำคัญคนบ้านนี้เป็นคนส่งฉันกับพี่ไนล์ให้เรียนหนังสือจนจบมีการมีงานทำ ป๊ากับม๊าของขุนพลเคยเดินไปขอร้องพ่อกับแม่ของฉัน ให้พี่ไนล์กับฉันไปเรียนโรงเรียนเดียวกับมัน เพราะคุณชายขุนพลไม่ยอมกิน ไม่ยอมเล่นกับเพื่อนใหม่ที่โรงเรียน ซึ่งพ่อกับแม่ของฉันจะไปส่งฉันกับพี่ไนล์ไหวได้ยังไงโรงเรียนนั้น ค่าเทอมปีละเป็นแสน นี่ฉันพูดถึงแค่ชั้นอนุบาลนะ! แน่หล่ะครอบครัวของขุนพลยินยอมที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ แต่ละครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ว่าจะตกลงปลงใจอะไรแบบง่ายๆ พ่อฉันทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าในบริษัทเล็กๆ จากบ้านอาทิตย์ละ2-3วันเพื่อสลับเวรส่งของ เงินเดือนไม่มากไม่น้อยแต่พ่อก็มีความสุขดี แม่ฉันเป็นช่างรับตัดเสื้อผ้าซึ่งก็ใช้ตึกแถว3 ชั้น ที่พักอาศัยของครอบครัวเราในชั้นล่าง เปิดเป็นร้านรับตัดชุด รายได้เรียกว่าพอเป็นค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆในครอบครัว แล้วฉันกับพี่ไนล์ก็เรียนโรงเรียนรัฐที่มีมาตรฐานอยู่แล้ว สะดวกสบาย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปรบกวนทุนการศึกษาใคร จนวันหนึ่งฉันกับพี่ไนล์พึ่งกลับจากโรงเรียน ก็เจอเด็กน้อยขุนพลร้องไห้ขี้มูกโปง หน้าตาเกรอะกังน้ำมูกน้ำตาน้ำลาย นั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าบ้านฉัน ดูน่าสงสารสุดๆ แต่ใครพยายามโอ๋ยังไงก็ไม่ยอมหยุดอยู่ ป๊ากับม๊าขุนพลสีหน้ากลุ้มใจ พ่อกับแม่ฉันก็สีหน้าเห็นใจ สรุปวันรุ่งขึ้นฉันกับพี่ไนล์ก็เลยได้ทำเรื่องย้ายไปโรงเรียนใหม่

ตัวขุนพลตอนนี้เป็นวิศวกรปิโตรเลียม ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน ก็บริษัทที่ป๊านางมีหุ้นนั่นแหละ ทำงานเดือน หยุดงานเดือน ช่วงทำงานใหม่ๆขุนพลทำงานแบบ 15 วัน วันหยุด 15 วัน กลับมาบ้านทีไร สภาพร่อแร่ นอนยาวชนิดข้ามวันข้ามคืน ทำที่นี่มานาน 5-6 ปีแล้วมั้ง หน้าที่การงานก็คงสูงอยู่ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ปกติอายุงานและตำแหน่งระดับเขา ก็คงขอลงภาคพื้นดิน นั่งออฟฟิตเฉยๆได้ แต่คนอย่างขุนพลน่ะหรอ ถ้าไม่รู้สึกอยากหยุด ก็ไม่หยุดหรอก เคยได้ยินว่ามีบริษัทต่างชาติมาเสนอเงินขอซื้อตัวด้วยวงเงินที่สูงมาก แต่ไอ้หมอนี่ก็ปฏิเสธ ซึ่งพอฉันว่าทำไม มันบอกเหตุผลว่าไม่ชอบสาวโซนยุโรป

ส่วนฉันเป็นมัณฑนากร คนส่วนใหญ่เรียกว่าสถาปนิกแบบรวมๆ แต่ความจริงแล้วฉันเรียนเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมภายใน เป็นนักออกแบบภายใน ไม่เหมือนแฟชั่นดีไซน์ หรือ โปรดักดีไซน์ ความจริงงานก็วนๆใกล้กันบ้าง ฉันทำงานที่บริษัทของพี่ชาย ซึ่งก็คือพี่ไนล์ พี่ไนล์เป็นวิศวกรโยธา แต่เรียนนู่นนี่นั่นอีกเยอะพอสมควร ทำงานในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ไม่รู้พี่แกอินดี้หรืออะไร ไปหาทุนต่อโทต่างประเทศ ทุนที่ว่านี่คือทุนให้เปล่าด้วยนะ(ต้องใช้สมองระดับที่ฉันไม่มีวันได้) พอกลับมาพี่แกก็อินดี้ขึ้นอีก บอกจะเปิดบริษัทรับสร้างบ้าน แล้วก็รวมถึงออกแบบตกแต่งภายในแบบครบวงจร ฉันก็เลยได้ลาออกจากบริษัทเดิมมาทำงานด้วยกับพี่ชาย ซึ่งไอ้ขุนพลดีใจมาก บอกว่าอยู่ใกล้พี่ไนล์แหละปลอดภัยดี บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กๆ มีงานเรื่อยๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง เงินเดือนไม่แย่ โบนัสก็ดี พนักงานรวมฉันและพี่ไนล์มีกันไม่ถึง 10 คน หลายคนไม่ยุ่งมากก็ช่วยกันทำงานหลายฝ่าย ฉันยังต้องหอบงานบัญชีภายในมาทำเองเลย แต่ก็กันข้อผิดพลาดด้วยการจ้างนักตรวจสอบบัญชีมาตรวจงาน ดูแลเรื่องภาษีต่างๆเป็นรอบๆ เลยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ แต่พอพี่ชายฉันอินดี้ถึงขีดสุดด้วยการไปเรียนต่ออีก บอกให้ฉันดูแลทุกอย่างไปพลางๆก่อน พลางๆกับผีน่ะสิ ฉันเซ็นต์อนุมัติโครงสร้างได้ที่ไหน ไหนจะเรื่องเกี่ยวกับราชการที่ฉันโยนให้ส่วนวิศวะดูแลอีก แต่ห้ามได้ที่ไหน รู้ตัวอีกที ฉันก็ต้องส่งงานให้พี่ชายตรวจสอบเซ็นต์เอกสารเยอะแยะแบบข้ามซีกโลก

 

“นิน มันไม่ได้แพงเลยนะโว้ย ของแบบนี้ไม่ใส่เก็บไว้ราคาก็ขึ้น”

 

“หึ”

ใช่มูลค่าของประเภทนี้มันขึ้นเรื่อยๆแหละ ยิ่งเป็นรุ่นหายาก รุ่นเลิกผลิต คงแพงหูฉี่เลย แต่เพื่อนรักฉันคนนี้ มันไม่ขายหรอก! สมัยหนุ่มๆวัยปริญญา คุณชายเริ่มมีคอลเลกชั่น โรเล๊กซ์เป็นของตัวเอง 5-6 เรือน สิริราคารวมก็ออกรถยุโรปได้สักคัน พอเริ่มทำงานงานก็เปลี่ยนนาฬิกาเป็นเพียเจต์ 2-3 เรือน ราคามันไม่บอกความจริงฉันหรอก แต่เคยเห็นเอกสารเสนอราคาอะไหล่ชิ้นเล็กๆ ก็เป็นแสนอัพ ย้ำว่าแค่ชิ้นเล็กๆ ซึ่งนาฬิกาทุกเรือน นอนอยู่ในตู้เก็บทั้งวันทั้งคืน แล้วตอนนี้ฉันก็พึ่งได้เห็นยี่ห้อใหม่ อะไรนะ เวอเชอรอง เวอเชอแร๊ง อะไรนี่อีก แม้ว่าราคาจะไม่สูงเท่าเปียเจต์ แต่ก็นั้นแหละ มันสิ้นเปลือง ราคามันถ้าเติมอีกนิดหน่อยก็เท่ารถญี่ปุ่นที่ฉันใช้ขับไปไหนมาไหนตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

 

“แล้วที่นอนกองที่ห้องแต่งตัวแก ไม่ใช่นาฬิกาหรือไง”

 

“มันก็ใช่ แต่ไม่เคยใช้ยี่ห้อนี้ ก็เลยลองดู เอาน่า แกไม่ต้องห่วงหรอก นี่ถูกที่สุดในรุ่นแล้ว”

ขุนพลยิ้มอ้อน ดึงนาฬิกาที่อยู่ในมือฉันไปใส่ตรงข้อมือตัวเอง

 

“แกชอบฟุ่มเฟือย”

 

“ก็พอซื้อได้”

 

“ไม่ใช่นะขุน พอซื้อได้แบบไม่ลำบาก มันก็ควรซื้อได้จากเงินเดือน เงินเดือนแบบเหลือใช้เหลือเก็บแล้วถึงซื้อ”

 

“นี่ก็ใช้เงินเหลือเก็บนะ ไม่ได้ใช้เงินของม๊า หรือขอป๊าแม้แต่บาทเดียว”

ขุนพลตอบหน้าซื่อ ก็จริงของมัน ฉันไม่เข้าใจวิถีคนรวยหรอก นาฬิกาเรือนนี้ อาจมีมูลค่าแค่เงินเหลือใช้ของขุนพลแค่ 2-3 เดือนแค่นั้น

 

“เอาน่า ถ้าฉันซื้อของแพงอีก ฉันจะบอกแกก่อน ทุกอย่างเลย”

ฉันยักไหล่ ความจริงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน นั่นเงินของเขา แต่ก็อดบ่นไม่ได้ เขาก็เหมือนครอบครัวฉัน เป็นเพื่อน เป็นน้อง เป็นพี่ บางทีมันก็ทำตัวเป็นพ่อฉัน และแน่นอนว่าบางทีฉันก็ทำตัวเหมือนมันเป็นลูกชายคนเล็ก

 

“กินข้าวกัน ป้านาตกับลุงศักดิ์ รอแย่แล้ว อาหารเย็นหมด แกขึ้นมาตามฉันไม่ใช่หรอ ป่ะๆๆ”

ขุนพลฉุดมือฉันเพื่อดึงให้ลุกจากเตียง ก่อนจะดันหลังฉันให้เดินนำหน้าไป



----------------------------------------------
อันยองนักอ่านทุกคนนะคะ

ไรด์ต้องขออนุญาตตัดจบก่อน 
ตอนครอบครัวมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดีเทลเยอะ อยากให้นักอ่านได้รู้จักทั้งนินแล้วก็ขุน อยากให้ลองเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกับพวกเขา
จะพยายามตัดจบแต่ละส่วนแบบไม่ค้างคาละกันค่ะ 


ด้วยรัก❤️
Lady-k



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #3 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:12
    น่ารักค่ะ เงินเดือนขุดเจาะน้ำมัน มันซื้อนาฬิกาได้อยู่แล้วล่ะเนาะ อิอิ
    #3
    1
    • #3-1 Lady-k (@Lady-k) (จากตอนที่ 3)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:00
      เหมือนนินจะเข้าใจ แต่แอบเสียดายเงิน แอบงกนิดนึง
      #3-1