พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 ตัวผมนี่แหละคืองานของคุณ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 60

    


          “คุณจะรอให้ดิฉันทำให้เสร็จก่อนไม่ได้หรือไงถึงค่อยถอดเสื้อผ้า !!!!! ” น้ำเสียงของคนตกใจแหวขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายยืนทำท่าสบายใจ บิดตัวไปมา ขยับเข็มขัดให้มีเสียงดังกิ๊ก ๆ แสดงถึงการยั่วประสาทอย่างดีเยี่ยม

          อาจคิดไม่ถึงว่าจะได้รับคำต่อว่าเช่นนี้ ปณิธานชะงักไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะอมยิ้มที่มุมปากตามประสาคนเจ้าเล่ห์ แต่ทว่าสีหน้ายังเย็นชาและเรียบเฉยอยู่เหมือนเดิม “ผมร้อนและก็เหนื่อยอยากอาบน้ำ เห็นคุณทำอยู่ตั้งนานแล้วไม่เสร็จสักที”

          “ก็กระเป๋าคุณมีตั้ง 3 ใบจะให้จัดให้เสร็จภายในไม่กี่นาทีได้อย่างไรคะ” แก้วกานดาพยายามสะกดอารมณ์โมโหเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ผิวหน้าก็เริ่มเห่อแดงแสดงผลงานขึ้นมา  

          “ผมควรจะกลัวคุณมากกว่า ดูเหมือนว่าคุณจะไม่เคยเห็นผู้ชาย... แก้ผ้า แล้วคุณก็คงจะไม่เคย..”

            "หยุดเลยค่ะ หยุดเลย ขอร้อง เคยหรือไม่เคยก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับว่าคุณกำลังจะทำอุจาดต่อหน้าฉันนะคะ คุณอาจจะชิน แต่ขอโทษ ฉันไม่ชินค่ะ"

            "ชิน?" ปณิธานเอียงคอถามแล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้แก้วกานดาอีกนิด จนอีกฝ่ายขยับตัวออกห่างจนชนเข้ากับผนังห้อง

             “หน้าไม่อาย ที่นี่ประเทศไทยนะคะ ไม่ใช่อเมริกา ที่นึกจะใส่หรือจะถอดตอนไหนก็ได้” แก้วกานดาพยายามจะไม่ตำหนิอีกฝ่าย เอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้ จนใจต้องวากออกมา

            เธอไม่ได้วอกแวกกับการเปิดเผยร่างกายของผู้ชาย แต่สายตาเธอตำหนิในการกระทำที่ไม่เหมาะสมไม่เลือกเวลาของปณิธานต่างหากนั่นแหละคือสิ่งที่เขาควรจะรู้ มากกว่าเดินก้าวเข้ามาหาเธอ เธอไม่ได้กลัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทนอยู่กับสภาพหมิ่นเหม่ของอีกฝ่ายได้ ถึงแม้เขาอาจจะชินจริง ๆ ก็ช่างเถอะ

          “ที่นี่ที่ไหน ห้องนอนผมหรือเปล่า หืม.. คุณช่วยบอกที”  ปณิธานยังไม่ยอมหยุดย่างเท้าก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่เธอจะมองมาที่เขาอย่างตำหนิ เขาสังเกตได้ว่าดวงตาของเธอนั้นช่างเปิดเผยเสียจนคาดไม่ถึง ไม่ปิดบังความรู้สึกนึกคิดของคนที่เป็นเจ้าของเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าจะมีแว่นสายตามาบดบังไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามภายในดวงตานั้นจางหายไปไหนเลย เป็นเรื่องแปลกที่เขามีความรู้สึกว่าอยากแกล้งเธอขึ้นมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ตัวเขาเองก็ไม่จำเป็นที่ต้องมาทำอะไรบ้าบอแบบนี้เลยก็ได้

            “ -_-/// ห้องนอนสิ จะให้บอกว่าห้องน้ำเหรอคะ ไหนฝักบัว!!!” แก้วกานดาพยายามคิดค้านแค่เพียงในใจ

            “นี่คุณ คุณกุลสตรีแม่ศรีเรือน ผมแค่ถอดเสื้อครับไม่ได้ถอดกางเกงใน มันอุดจาตาตรงไหนมิทราบครับ รบกวนช่วยอธิบายที ”

            "แต่คุณกำลังจะขยับเข็มขัดถอดกางเกงนะคะ ฉันเลยต้องห้ามคุณเอาไว้ก่อน" แก้วกานดาตอบอุบอิบ แสร้งหันหน้ามองไปทางอื่นเลือกที่จะไม่สบสายตาตรง ๆ เพราะทนกับสภาพใจเต้นผิดจังหวะของตัวเองไม่ได้ บ้าอะไรวะ แค่ผู้ชายถอดเสื้อ ทำไมถึงต้องตื่นเต้นแบบนี้ก็ไม่รู้ด้วย ทำไม!

          หญิงสาวโมโหจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่บ่นด่าในใจ ตัวก็ดูโตสมวัยแต่สมองทำไมไม่โตตามไม่รู้จักค่ำว่ามารยาทที่ดีบ้างหรืออย่างไร ความอายไม่ได้พกติดตัวกลับมาเหรอ ดวงหน้าบูดบึ้ง ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาคู่งามตวัดมองคนหน้าไม่อาย จากเดิมที่ถอดเสื้อตอนนี้หัวเข็มขัดก็เริ่มที่จะถอดออกมาอีกแล้ว ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเพราะสิ่งที่จะหลุดลุ่ยตามมาคือกางเกงแน่นอน พูดให้ตายอธิบายให้จบก็เสียเวลาเปล่า เพราะอีตาหน้าสาหร่ายนี่ไม่มีทางสำนึกได้แน่นอน

            ชายหนุ่มพยายามเดินเข้ามาหา ขยับเข็มขัดให้มีเสียงดังเพิ่มขึ้น จนอีกฝ่ายถึงกับทนไม่ไหว ร้องแหวห้ามเขาขึ้นมาอีกครั้ง

          “ชะ ชะ ช้า ก่อน ค่ะ ก่อนที่คุณจะทำอะไร เอ่อที่มันดูส่วนตัวเกินไปนะคะ รอให้ฉันออกจากห้องไปก่อนนะคะ แล้วคุณจะถอดชิ้นไหน หรือทิ้งที่ไหนเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ค่ะ แต่ได้โปรดขอร้องให้ฉันได้พาร่างกายออกไปจากห้องนี้ก่อนเถอะค่ะ” แก้วกานดาจำเป็นต้องยกมือขึ้นมาห้ามก่อนที่จะเห็นอะไร อะไร ที่ไม่ควรเห็นของอีกฝ่าย 

         "คุณแม่บอกว่าคุณคือเลขาส่วนตัวของผม"

         "ถูกต้องค่ะ ฉันคือเลขาส่วนตัวของคุณ"

         "ดังนั้นเรื่องส่วนตัวของผม ก็ต้องเป็นเรื่องของคุณ"

          "ไม่ถูกต้องทั้งหมดนะคะ ส่วนตั๊ว ส่วนตัวเกินไปดิฉันว่าไม่เหมาะ อย่างเช่นสิ่งที่คุณกำลังจะทำอยู่มันไม่เหมาะและไม่สมควรค่ะ ขอร้องสักครั้งเถอะนะคะ"

          "ถอดกางเกงเนี่ยนะ ทำไมจะทำไม่ได้ในเมื่อผมจะอาบน้ำ"

"จะถอดจจะใส่ตอนไหนก็ช่างเถอะค่ะ แต่ช่วยกรุณาอย่าทำต่อหน้าฉันได้ได้หรือเปล่าคะ"

"หืม... เหตุผล" ชายหนุ่มเอียงคอถามอีกเช่นเคย

แก้วกานดา แทบจะกรอกตาให้กับท่าทางปัญญาอ่อนของอีกฝ่ายเต็มทนแต่ก็ต้องข่มอารมณ์เอาไปบ้าง เพราะอีกฝ่ายจงใจจะยั่วโมโห ยุบหนอ พองหนอ ไม่โกรธหนอ ไม่มองหนอ เจ้านายหนอ !!!!!!

          แก้วกานดาอึกอักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ฉันเป็นผู้หญิงค่ะ มันไม่เหมาะนักนะคะ ที่คุณจะถอดกางเกงต่อหน้าฉัน”

          “ผมไม่เห็นว่าคุณจะเป็นผู้หญิงตรงไหน” ปณิธานลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "ผมเห็นหน้าคุณนี่เซ็กแทบเสื่อม อารมณ์ตายด้านอย่างรุนแรง"

            แก้วกานดาหุบปากฉับ ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก ในเมื่อเธอผมยาว หน้าอกก็มี หุ่นก็ได้ ไม่ใช่ผู้หญิงตรงไหนฮะ หรือว่าตาบ้านี่คงจะชินกับ ดูม ๆ ตูม ๆ ล้น ๆ มาจากฝรั่งล่ะสิ โอเครไม่วิวาทกับคนที่ไม่ควร แต่ถ้าเป็นคนวรรณะขี้ข้าแบบเดียวกับเธอแล้วละก็ เธอจะข่วนหน้าให้แหกไปเลย

            อันที่จริงการย้ายมาจากต่างประเทศของปณิธานก็ไม่น่าเบื่ออีกแล้ว ในเมื่อในบ้านหลังนี้เหมือนจะมีลูกแมวให้เขาได้ต้อนได้เกาคางเล่น แม่เลขาปากกล้า หน้าเริ่มแดงไปจนถึงใบหูแต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ตัวเท่าไหร่ เห็นท่าทางนิ่งเฉย แต่เธอก็มีความรู้สึกอย่างที่ผู้หญิงควรจะมี

          จำได้ว่าแว๊บแรกที่เขาเห็นเธอ ความเชยของเธอ ก็โดดเด้งขึ้นมาเตะตาเสียจนเขาแทบอยากจะเปลี่ยนใจบินกลับอเมริกาไปเลย ไม่รู้ว่ามารดาจัดคนประเภทไหนมาให้ทำงานกับเขากันแน่ คนที่ต้องมาเป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัวและคนที่ต้องคอยติดสอยห้อยตามกันไปทุกหนทุกแห่ง เธอควรคู่ที่จะเดินตามหลังเขาแล้วหรือ ถึงแม้ว่ามารดาของเขาจะรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ายายหน้าจืดนี่ทำงานเก่งที่สุดในบริษัทแล้วก็ตาม เขาก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้  อีกเช่นเคย แล้วจะขัดใจมารดาสุดที่รักเขาเองก็ทำไม่ได้ เลยต้องจำใจยอมรับที่จะทำงานร่วมกับเธอไปก่อนแล้วอาจจะหาทางเปลี่ยนทีหลัง เพราะตัวเขาเองก็อยากได้เลขาสาวสวยผมบลอนซ์หุ่นดี เหมือนมิสเตอร์เกรย์ นั่นก็ไม่แปลกในเมื่อของสวยงาม เวลามองมันก็เจริญตา ไม่ใช่หันหน้ามาทีก็เจอแม่ชีนั่งทำสมาธิอยู่หน้าห้อง 

          ที่สำคัญแล้วเธอคงจำเป็นต้องผ่านด่านทดสอบของเขาที่อยากจะมอบให้กับเธอใจแทบขาด ยอมรับเลยว่าอยากจะหาเรื่องย้ายเธอไปอยู่แผนกอื่นมากกว่าการเป็นเลขาหน้าห้องให้ท่านประธานใหญ่อย่างเขา และตัวเขาเองก็มีวิธีการในการจัดการ เพียงไม่กี่ครั้งเธอคงจะต้องเปิดก้นไปหางานทำใหม่ไม่ทัน แล้วเวลานั้นเขาเองคงจะตัดสินใจหาเลขาคนใหม่ได้ด้วยตัวเองสักที ยิงปืนนัดเดียวได้ทังนกทั้งเลขาใหม่ มีหรือที่เขาจะไม่เลือกใช้วิธีเนียน ๆ แบบนี้

          "เอาเป็นว่าผมกับคุณคงต้องทำข้อตกลงร่วมกันก่อนเริ่มงานดีไหม อันที่จริงถ้าคุณทำไม่ได้ก็ควรถอนตัวออกไป ทั้งผมและคุณจะได้ไม่ต้องเรียนรู้การทำงานร่วมกันให้เสียเวลา และคุณควรรู้นะว่าคุณควรทำอะไรบ้าง" 

            "อะไรบ้างคะ ที่คุณอยากให้ฉันทำ"

            "ทุกอย่าง" ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเมื่อกล่าวจบ

            "ทุกอย่างที่เป็นเรื่องงาน ฉันเข้าใจไม่ผิดใช่หรือเปล่าคะ"

            "ทุกอย่างที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องงาน" ปณิธานปั้นหน้าขรึมตอบคำถามหญิงสาวกลับไปอย่างละอา

            "รบกวนคุณปณิธาน ช่วยขยายคำจำกัดความของคำว่าทุกอย่างที่คุณต้องการหน่อยเถอะค่ะ ดิฉันจะได้วางแผนงานได้ถูกต้อง"

            "ฟังให้ดีนะครับ คุณเลขา ถ้าผมชี้ไปที่นก คุณก็ควรคิดว่ามันเป็นนก ถ้าผมชี้ไปที่ไม้คุณก็ควรคิดว่ามันเป็นไม้ หรือถ้าผมชี้ไปที่ไม้แล้วมันเป็นนก คุณก็ควรมองว่ามันเป็นนก ตามที่ผมต้องการ นี่แหละคือนิยามของผม… ทำในสิ่งที่ผมต้องการ และเห็นด้วยในสิ่งที่ผมจะทำ การร่วมงานกับผมไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้จักการปรับตัว ผมพูดเท่านี้หวังว่าคุณคงเข้าใจ"

            "ค่ะ ฉันจะพยายามทำให้มันดี ไม่ใช้สิทำในทุกสิ่งที่คุณต้องการ ภายใต้เงื่อนไขว่าทุกอย่างต้องถูกต้องและเกี่ยวข้องกับเรื่องงานเท่านั้น"

            "ตัวผมก็คืองานของคุณ ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผมก็คืองานของคุณ"

            แก้วกานดาปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีกับนิยามการทำงานที่บ้าบอไร้ขีดจำกัดของคนที่กำลังยืนทำหน้าตาย ภายใต้มัดกร้าม ซิกแผกทั้งหกก้อนและที่สำคัญไรขนอ่อนที่ไล่จากสะดือลงไปหากกางเกง คนนี้ ไม่สิ เธอคิดบ้าบออะไรกันวอกแวกจากเรื่องงานมาเป็นการสำรวจรูปร่างของเจ้านายตัวเอง

            ปณิธานยืนนิ่งให้อีกฝ่ายสำรวจจนพอใจก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาสวม

            แก้วกานดาถอนหายใจดังเฮือก ก่อนที่จะอ้ำอึ้งกับคำนิยามประหลาด ๆ ของอีกฝ่ายมองนกให้เป็นไม้ มองไม้ให้เป็นนก และเห็นด้วยกับเขาทุกสิ่งน่ะเรอะ ไม่มีทาง แต่เดี๋ยวคุ้มไหมกับความคิดต่อต้าน บอกเลยว่าไม่ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแค่หุบปากหลุบตา ทำหน้าซีด แล้วก็กรีดร้องในใจ

            แล้วพยายามทำตัวเป็นก้อนหินที่ทนแดดทนฝน ทนต่อแรงโน้มถ่วงของโลก ทนแต่แรงเหวี่ยง มีความอึดชนิดที่โดนรถชนก็ไม่ตาย ที่สำคัญเธอต้องรู้จักวิธีการรับมือกับ สภาวะความกดดันไร้ขอบเขต ไร้เหตุผล ไร้สารระ ไม่มีคำว่าไม่สำหรับผู้ชายคนนี้มีแต่คำว่า ค่ะ แล้วก็ได้ค่ะ แล้วทุ่มเทแรงกายเป็นทาสผู้ภักดีให้กับผู้ชายคนนี้คนเดียว นั่นแหละความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ แล้วเธอก็เข้าใจดี แล้วยังเข้าใจอีกด้วย ว่านี่ต้องเป็นหนึ่งในวิธีการที่เขาต้องการใช้สำหรับเขี่ยเธอออกจากเก้าอี้เลขาที่เธอหวงแหนหนักหนา

            ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องพยายามต่อไปในการรักษางานที่รักยิ่ง และเงินเดือนในกระเป๋าก็คือ ต้องอารมณ์เย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลก และสะกดอารมณ์ของตัวเองอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะโมโหจนควันออกหูก็ตาม เธอต้อง พยายามไม่โกรธ ไม่โมโห เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเจตนาก่อกวนประสาทเธอมากกว่า ด้วยวิธีการอันแสนห่วยแตกของเขา

            "ฉันขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ คุณคงอยากได้เวลาส่วนตัว" แก้วกานดาไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธรีบหันหลังก้าวออกมาจากห้องอย่างว่องไว ส่วนปณิธานได้แต่อมยิ้มตามและเดินผิวปากเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจ ที่ได้เปิดศึกกับแม่ชีตัวซีดที่กำลังเดินปั้นปึ่งออกจากห้องไป เขารู้ว่าเธอไม่พอใจ และที่สำคัญเธอกำลังอึดอัดที่ทำอะไรเขาไม่ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #12 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 11:21
    เรื่องคงเข้ามาอีกเยอะละคะ ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้า ก็น่าจะดี
    #12
    0