พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 10 : บทที่ 5 เมื่อคุณแรงมา ฉันก็แรงกลับ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 60

 

            หลังจากจบเรื่องวุ่นวายจากช่วงบ่ายกว่าจะจัดการอะไรให้เข้าที่เรียบร้อย ทั้งตัวต้นเหตุที่ช่วยเพิ่มความวุ่นวายในชีวิตของเธอทั้งหมด เขายัดเยียดให้เธอเป็นผู้จัดการเรื่องส่วนตัวของเขาทุกอย่าง แล้วก็ตามที่เขาต้องการด้วย คล้ายกับว่าเธอกำลังดวงซวยแบบสุด ๆ ใครบอกว่าเธอกำลังรุ่งโรจน์กันเล่า เธอกำลังชดใช้หนี้กรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวรต่างหากเล่า นี่แหละคือความจริงสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในโลกกว้างของเธอ

            เงินหนอ… เงินหนอ… แล้วก็เงินหนอ คาถาประจำใจของเธอหยิบยกขึ้นมาท่องซ้ำไปซ้ำมาจนตัวเองควบคุมสติเอาไว้ได้ แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงปัญหาใหญ่ที่เธอกำลังต้องเผชิญว่าเธอควรจะแก้ไขอย่างไร และที่สำคัญที่สุดสิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือ ทำบุญ สถายสังฆทานให้กับเจ้ากรรมนายเวร พร้อมกับเอ่ยนามให้ผลบุญส่งถึงเจ้ากรรรมนายเวรสายตรงของเธอ "นายปณิธาน การันต์กันตะระ" 

          ถ้าไม่ติดว่าได้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยม เงินเดือนแสนแพงในกระเป๋า และข้อตกลงงบสนับสนุนทางการเงินกับบ้านไม้งามแล้วล่ะก็ เธอจะไม่ทน และไม่รับงานนี้อย่างแน่นนอน เธอจะไม่ยอมทำอะไรที่เสี่ยงต่อสุขภาพจิตของตัวเอง ต้องบังคับจิตใจตัวเองขนาดไหนให้อยู่ในความสงบ ทั้ง ๆ ที่โมโหจนอกแทบระเบิด และต้องใช้เวลาในการหักห้ามใจอย่างยากลำบากที่จะไม่เผลอไผลจ้องมองใบหน้าคม ๆ ของเจ้านายของตัวเอง แล้วมองเลยลงมาจนถึงซิกแผกกล้ามเนื้อหน้าท้อง ยามที่นายนั่นถอดเสื้อแล้ววางพาดทิ้งไว้ที่โซฟา

           และเกือบจะได้หามตัวเองออกมจากห้องเพราะเป็นลมหมดสติ ดีที่ร้องห้ามไม่ให้ท่านประธานถอดกางเกงลงมากองอีกตัว ถือว่าวันนี้เธอรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ไม่ต้องอับอายขายหน้าเพิ่ม หลังจากที่โชว์จับกบที่สนามบินต่อหน้าฝูงชนไปแล้ว ยอมรับว่าอายมาก แต่ก็หน้าหนาพอที่จะลุกขึ้นมายืนยิ้มร่าเริงได้อีกครั้ง พร้อมกับโชว์สายสะพายและถ้วยรางวัลชนะเลิศ สำหรับผู้หญิงที่ซุ่มซ่ามที่สุดในโลก

          แล้วความคิดบางอย่างพลันแล่นขึ้นมาในสมองอีกครั้ง เมื่อได้ปากกล้าไปทำข้อตกลงท้าทายความสามารถของตัวเองเอาไว้กับท่านประธานใหญ่ ก่อนหน้านี้ว่า ในระยะเวลา 3 เดือน หลังจากที่คุณปณิธานรับตำแหน่ง เธอต้องกรายเป็นเลขาที่ดี ต้องพยายามทำทุกทางให้เขาเป็นที่ยอมรับต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างไม่มีข้อแม้ให้ได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ เงินเดือนและค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงงบสนับสนุนของบ้านไม้งาม ซึ่งคุณธนิตจะพิจารณาเพิ่มให้ก็ต่อเมื่อเธอทำงานนี้สำเร็จ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จแล้วล่ะก็ ไม่ใช่เพียงแค่งบสนับสนุนที่หายไปเงินเดือนและสวัสดิการพิเศษต่าง ๆ ของเธอก็จะหายตามไปด้วยเช่นกัน

          เข็นครกขึ้นภูกระดึงสิบรอบยังง่ายกว่า การที่ต้องทำงานกับเจ้านายผู้ขาดประสบการณ์บริหารงานจริงจัง และที่สำคัญอีโก้สูงยิ่งกว่าหอไอเฟลอย่างเขา เพราะดูจากประวัติที่ผ่านมาแล้วนอกจากเรียนหนังสือจนจบปริญญาโทมาแล้ว นอกจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรจริงจัง เป็นผู้บริหารงานระดับล่างในบริษัทไอทีในต่างประเทศเพื่อหาประสบการณ์และก็ทำธุรกิจส่วนตัวบางอย่าง ซึ่งไม่ได้มีรายละเอียดเอาไว้ในประวัติส่วนตัวและอีกอย่างทั้งคุณธนิตและคุณหญิงจินดามณีก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง

            และคุณปณิธานก็ต้องตัดสินใจบินด่วนกลับมารับตำแหน่งต่อจากบิดาผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ทั้ง ๆ ที่มีเสียงคัดค้านจากเหล่าบรรดาคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น  โดยส่วนใหญ่เล็งเห็นว่าในเมื่อตำแหน่งประธานบริหารเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุด จะให้คนที่ขาดประสบกรรณ์ในการบริหารมาดูแล ทันที และนำพาบริษัทให้เจริญรุ่งเรื่องนั้นเป็นเรื่องยาก อีกทั้งยังพอมีตัวเลือกที่สามารถรักษาการดูแลในตำแหน่งสำคัญได้ ก็คือ "วรวุฒิ" ลูกชายของวิวัฒน์ ผู้ก่อนตั้งบริษัทร่วมกับคุณธนิต และร่วมต่อสู้บุกเบิกมาเป็นเวลานาน อีกทั้งวรวุฒิเองก็เริ่มบริหารงานที่เคทีพีกรุ๊ปตั้งแต่เรียนจบ ทุกคนเลยลงความเห็นว่าอยากให้ปณิธานเรียนรู้งานก่อนที่จะขึ้นรับตำแหน่งอย่างจริงจัง อย่างน้อยสามเดือนก็ยังดี แต่ทางคุณธนิตเองก็ยืนยันหนักแน่นว่าต้องการให้ลูกชายรับตำแหน่งอย่างเร็วที่สุด เพราะตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพอันเป็นสาเหตุที่จะต้องรีไทน์ตัวเองก่อนเวลา

            ถึงแม้ว่าเสียงคัดค้านจะอื้ออึงเซ็งแซ่ ใช่ว่าจะทำให้คุณธนิตเปลี่ยนใจได้ กลับยิ่งสร้างความกดดันมาที่เธอ เลขาส่วนตัวที่ต้องรับบทบาทเป็นผู้ช่วยด้วย ในเมื่อเจ้านายใหญ่และคุณหญิงฝากความหวังไว้ และเชื่อมั่นว่าเธอจะทำได้สำเร็จ ยิ่งทำให้เธอปวดหัวหนักไปกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

          ในเมื่อมีเรื่องเร่งด่วนและยิ่งใหญ่กว่าที่จะต้องจัดการ แต่สงสัยอยู่นิดหน่อยในเมื่อธุรกิจของครอบครัวคือ โลจิสติกส์และการโรงแรม แล้วทำไมเขาไม่ทำงานหาประสบการณ์เกี่ยวกับงานที่เกี่ยวข้องไปสนใจไอทีทำไม และที่สำคัญงานอดิเลกคือช่างภาพอิสระ ติสแตกยิ่งกว่าอะไร  ในเมื่อไม่เกี่ยวกับกิจการของครอบครัวเลยแม้นแต่นิด ถึงแม้ทางคุณธนิตเองจะยืนยันว่าลูกชายของเขาเป็นคนฉลาดและมีไอคิวสูงลิบลิ่วก็ตาม แก้วกานดาก็ยังไม่วางใจอยู่ดี

          สรุปง่าย ๆ นอกจากขาดประสบการณ์การทำงานจริงจังแล้ว บุคลิกภาพก็ย่อมต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนขืนปล่อยหลุดออกไปภาพลักษณ์เสียหายไม่พอขาเก้าอี้ย่อมสั่นคลอนได้ เพราะที่ได้ข่าวมาผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมรับและต้องการหาเรื่องปรับเปลี่ยนตัวท่านประธานแน่นอน ดูท่าแล้วคงจะเตรียมเลื่อยไฟฟ้าอย่างดีเอาไว้ทำลายขาเก้าอี้กันทุกคนแน่

          จะเปลี่ยนมาดเซอร์ ๆ ให้เป็นผู้บริหารหนุ่มมาดสุขุมได้ยังไงเธอยังคิดไม่ออก ความเย็นชา ปากร้าย ไร้เหตุผล เอาแต่ใจตัวเองนั่นก็อีก มีหลักสูตรปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพอย่างเร่งรัดที่ไหนไหมที่สามารถปรับได้ภายใน 3 วันเธอจะพาไปสมัคร แล้วเขาจะยอมไปกับเธอหรือ ตอบ ไม่มีทาง!

            เหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ที่เขาจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งอย่างเต็มตัวทุกอย่างต้องเพอเฟคไม่ให้มีแม้ข้อบกพร่องใด ๆ ทั้งสิ้นไม่อย่างนั้น เงินพิเศษ 50 % แรกตามข้อตกลงจะไม่ลอยเข้าสู่กระเป๋าสตางค์ของเธออย่างแน่นอน  คืนนี้เธอคงต้องเขียนแพลนเนอร์ทั้งคืนว่าจะต้องเริ่มต้นทำอะไรกับเจ้านายของตัวเองดี แซะสาหร่ายออกจากหน้าก่อนดีไหม พาไปตัดผม ทำสปา อาบน้ำแร่แช่น้ำนม ดีไหมหนอ… ไม่เคยกังวลใจอะไรมากมายเท่านี้มาก่อนเลยให้ตายสิ

             วันรุ่งขึ้นเป็นอีกวันของการทำงานที่เหนื่อยมากจนไม่มีเวลาหยุดหายใจ จอมยุ่งที่มาใหม่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พักหายใจเลยซักนาทีแก้วกานดาก็ต้องกระหืดกระหอบขึ้นมาบนคฤหาสน์หลังใหญ่ เพราะได้รับโทรศัพท์สายตรงจากปณิธานให้รีบขึ้นมารับใช้บนห้อง  ใช่ตอนนี้เธอกลายเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของเขาอย่างเต็มตัวแล้ว เพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาแก้วกานดาล้วนต้องเป็นคนจัดการทั้งหมดเพื่อสร้างความคุ้นเคย ตามนโยบายจากคุณหญิงจินดามณี ซึ่งนโยบายแบบนี้ไม่มีในสาระบบของการเป็นเลขาที่ดีเลยซักนิด

          เดิมทีแก้วกานดาอยากปฏิเสธไปซะให้รู้แล้วรู้รอดตัดปัญหาเหล่านี้ออกไป แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจกลางอากาศเมื่อข้อเสนอที่ได้รับมาหากเธอสามารถทำงานกับปณิธานได้เกิน 3 เดือน เงินเดือนของเธอจะได้รับการพิจารณาปรับขึ้นอีก 50% สำหรับเรื่องเงินเรื่องทองแล้วแก้วกานดาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไตร่ตรองนานแทบจะตอบตกลงไปในทันทีเพราะเมื่อคำนวณดูแล้ว เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 100 % สำหรับค่าตอบแทนที่เธอต้องดูแลผู้ชายอีกคนคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอแล้ว เช่นกัน

          แก้วกานดาส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง เพื่อเป็นการผูกมิตร เพราะทั้งเขาและเธอคงจะต้องร่วมงานกันอีกนาน อย่างน้อย ๆ ก็สามเดือน ก่อนที่ลอยยิ้มจะจางลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำเพียงแค่ขยับริมฝีปาก แล้วปั้นหน้าเฉยชา มองจ้องมาหาเธอภายใต้ดวงตาสีชาคู่เดิม

            "คุณมีงานด่วนอะไรหรือคะ" แก้วกานดาทิ้งระยะห่างไว้กับเตียงนอนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเอกเขนกอยู่บนเตียงในชุดนอนเสื้อยืดผ้าฝ้ายเนื้อดีและกางเกงนอนสีเทา

          “ขอกาแฟกับอาหารเช้าให้ผมด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยปากสั่ง ก่อนจะก้มมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือพร้อมกับเคาะนิ้วลงบนหน้าปัด “กรุณานำมาเสริฟภายในสิบนาที ตอนนี้เลยเวลาอาหารเช้าไป 2 ชั่วโมงแล้ว”

          คนฟังยืนอึ้งกับเวลาอันน้อยนิดที่ได้รับสำหรับอาหารเช้าอันแสนรวดเร็ว สิบนาที ในเมื่อรู้ตัวว่าหิวทำไมไม่ตื่นให้เร็วกว่านี้ห๊ะ! หากทำได้ก็อยากตะโกนใส่หน้าพร้อมกับคำถามนี้จริง ๆ ถ้าไม่ติดว่านายนี่มีป้ายคำว่า ท่านประธานใหญ่ เขียนติดเอาไว้บนหน้าผากราวกับยันต์กันผี หญิงสาวตระหนักดีว่าไม่ควรที่จะปฏิเสธ ก่อนที่จะกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอแล้ว อ้าปากรับคำ

            "ค่ะ"  หน้าตาไม่ได้เหมือนคนรับใช้ หรือว่าดวงคนรับใช้มันจะเปล่งประกายออล่า ออกมาให้หมอนี่เห็นกันแน่

           คนสั่งเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าอีกคนยังไม่ขยับไปไหน ได้แต่ตอบรับออกมาคำเดียว ค่ะ "ที่พูดเมื่อกี้คุณไม่เข้าใจเหรอ คุณฟังไม่ผิดหรอกผมหมายความตามนั้น คุณยืนอ้าปากค้างอยู่เวลามันเดินเร็วไปอีก จะหนึ่งนาทีแล้ว”ปณิธานบอกอย่างนิ่งสงบ โดยไม่สนใจสีหน้าเหวอ ๆ ของแก้วกานดาและสายตาที่มองมาด้วยความขัดเคือง เมื่อเห็นแก้วกานดาไม่ขยับร่างกายหรือทำตามในสิ่งที่เขาสั่ง

          นั่นไง สิ่งที่คุณชายใหญ่ต้องการ และคนรับใช้อย่างเธอก็ต้องรีบปฏิบัติตาม แก้วกานดารีบหันหลังออกจากห้องไปจัดการทุกสิ่งอย่างตามคำสั่งอย่างรีบร้อนแทบจะเหาะลงบันไดแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องครัวเอาซะเลย

            เวลาผ่านไป สิบนาทีพอดี รวดเร็วทันใจไวเหมือนโกหก ในเมื่อเธอมีลูกมือดีอย่างแม่บ้านแม่อิ่มคอยบริการโดยแลกกับข้อมูลข่าวเพื่อเอาไว้เมาท์ให้สนุกปาก ดังนั้น กาแฟดำน้ำตาลช้อนครึ่ง พร้อมด้วยขนมปังสีขาวแต่งหน้าด้วยเนยสดและแยมสตรอเบอร์รี่  พร้อมกับไข่ดาว อีก 1 ฟอง ก็เคลื่อนที่เข้ามาในห้องท่านประทานใหญ่ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายุ่ง ๆ นั่งนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่ภายในห้อง อาหารทุกสิ่งอย่างจัดวางอย่างดีบนจานกระเบื้องสีขาวใบใหญ่ ทั้งหมดถูกตั้งลงบนโต๊ะกระจกรับแขกภายในห้อง ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกจากเก้าอี้และก้าวยาว ๆ เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถึงพอดี

            “ผมต้องการไข่ดาวสุก ๆ ส่วนขนมปังเปลี่ยนเป็นทาเนยอย่างเดียว อีกอย่างกาแฟนั่นก็เปลี่ยนมาให้ผมพร้อมกันกับไข่ดาวและขนมปังเลยและกัน เพราะว่าถ้าวางรอไว้ ผมเกรงว่า กว่าอาหารที่เปลี่ยนมาใหม่จะมาถึงช้า กาแฟมันคงจะเย็นไปก่อนแล้ว และมันก็จะไม่อร่อยขึ้นมาอีก” และแล้วเทพบุตรก็กรายกร่างเป็นซาตานเมื่อสบโอกาสและช่องทางในการจัดการทำลายประสาทของยายเลขาหน้าเอ๋อได้ เขาเองก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยออกไป ในเมื่อตั้งใจไว้แล้วก็อยากปิดเกมส์ไว ๆ เช่นกัน

          ปณิธานเองคิดเพียงแค่ชีวิตคงจะดูมีสีสันสนุกขึ้นมาอีก หากจะได้กระตุ้นอารมณ์ของคนตรงหน้า ที่ก่อนหน้านี้ทำเย็นชาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ดูแค่การแต่งกายแล้วเสื้อผ้าที่ดูไม่เหมาะกับยุคมิลลิเนี่ยม แต่มันเหมาะกับยุคสมัยตั้งแต่กรุงศรีอยุธยายังไม่แตกมากกว่าแต่ดูเหมือนว่าเธอคงจะยังไม่รู้ตัว

            ความเซ็กซี่ก็หาไม่เจอ กระโปรงยาวทรงสอบที่คลุมตั้งแต่ต้นขาจนเกือบจะสุดปลายเท้า เดินเข้าห้องมาทีสะอาดเอี่ยมอ่องเพราะกระโปรงเจ้าหล่อนลากยาวปัดกวาดเช็ดถูจนพื้นห้องเป็นมันวาวไปแล้ว ผมยาวดำมันเงาที่ควรจะปล่อยให้ยาวสลวย กลับถูกมัดรวบเป็นหางม้า และใบหน้าขาวเรียวซีด ๆ นั้น ชาตินี้เคยโดนเครื่องสำอางมาบ้างหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเคยรู้จักรู้จักลิปสติกหรือมาสคร่าบ้างไหมหนอ ถึงได้ปล่อยให้ตัวเองหน้าซีดเป็นไก่ต้มค้างคืนอยู่ได้ ไหนจะไอ้แว่นตากรอบสีดำนั่นอีก ใส่แล้วยิ่งคิดถึงป้าขึ้นมาทันที

              “ห้ะ ขอถามอีกทีนะคะคุณต้องการให้เอาไปเปลี่ยนภายในสิบนาทีอีแล้วใช่หรือไม่คะ”

            "ใช่คุณเป็นคนฉลาดเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการ"

            แก้วกานดาทำปากขมุบขมิบสบถงึมงำในลำคออย่างหัวเสียแบบว่าไม่อยากจะให้คนตัวสูงแสนเรื่องมากคนนี้ได้ยินคำด่าที่เบาราวกับเสียงกระซิบของเธอ

            “นั่นมันเป็นหน้าที่ของเลขาอย่างคุณที่ต้องทำ” ปณิธานยักไหล่ ทำท่าไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือบนเก้าอี้เหมือนเดิม ราวกับว่าอากาศธาตุอย่างเธอไม่มีค่าพอให้สนใจ

            "ห้ะ"  แก้วกานดาทำได้เพียงอ้าปากค้าง อยากจะโต้กลับเอาคืนให้ทันที สมองไม่ทันสั่งการ คนที่ชอบออกคำสั่งแบบบ้า ๆ ก็ชิงพูดตัดบทออกมาก่อนเมือเห็นว่าเลขายังยืนทำหน้าเอ๋อนิ่งเป็นก้อนหิน

            “เอาไปเปลี่ยนให้เร็ว ตอนนี้ผมหิวแล้ว ยืนเอ๋อ อ้าปากค้างจนน้ำลายยืดลงมาแล้ว” เสียงเรียบพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ออกมาจากมุมปากของ ของปณิธาน ราวกับว่ายกนี้เขาเป็นฝ่ายชนะส่วนเธอนั้นกำลังแพ้อย่างราบคราบ ที่เห็นคนตรงหน้าหงอยังกับลูกแมว เมื่อได้ยินคำสั่งอันประกาศิตออกจากปากของเขา ข่มเธออีกสักหน่อยจะเป็นไรไป

            แก้วกานดาชักสีหน้าหลับตาลงเพื่อข่มความโกรธ.... ก้มหน้างุดซ่อนอารมณ์ขุ่นที่มักจะฟ้องออกมาทางสายตาและท่าทาง เธอกำลังเก็บอาการเก็บอารมณ์อย่างเต็มที่ไม่ให้ระเบิดมันทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เพราะความสารถทางการควบคุมอารมณ์ของเธออยู่ในระดับที่ต่ำมากราวกับระเบิดเวลา ถ้าไม่ติดว่ามีสัญญาทาสอยู่กับคุณธนิต ไม่มีทางที่เธอจะมายืนให้นายปณิธานข่มเอาข่มเอาแบบนี้

             เธออาจจะทำอะไรไปก่อนที่สมองจะสั่งการก็ได้ ในเมื่อร่างกายเธอมีปฏิกิริยาเร็วกว่าสมองเสียอีก สาบานได้เมื่อกี้เธอพึ่งเห็นเขายกยิ้มที่มุมปาก คงต้องการพิสูจน์ความสามารถของเธอมากล่ะ สิ ดีล่ะ จัดให้ค่ะคุณเจ้านาย 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #32 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 15:12
    เนื้อเรื่องดี คำผิดเยอะมาก
    #32
    1
    • #32-1 Krongkaewdara(จากตอนที่ 10)
      21 มิถุนายน 2558 / 16:13
      ขอบคุณมาก ๆ ค่าที่แนะนำ จะตามกลับเข้าไปแก้ไขนะคะ
      #32-1
  2. #19 Kamuningka (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 01:03
    มันน่าหักมุมให้สุภัทราเป็นเจ้าหญิงแทนจริงๆ จะได้ไม่มีดราม่าเรื่องตำแหน่ง เรื่องคู่หมั้นอีก
    #19
    0
  3. #14 fsn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 12:32
    ตามต่อคะ เอาแบบทันเกมกันเลยนะคะ
    #14
    1
    • #14-1 Krongkaewdara(จากตอนที่ 10)
      10 พฤษภาคม 2558 / 12:45
      ขอบคุณค่า เรื่องยุ่งเหยิงจะเยอะมากเลยค่า ถ้าบางตอนเวิ่นเว้อไปบ้างอย่าว่ากันนะคะ เจตนาอยากอธิบายใก้เห็นภาพเห็นความคิดของทุกตัวละครค่า จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอที่สุดค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
      #14-1