พรหมรัก บัลลังก์ใจ

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 ตัวผมนี่แหละคืองานของคุณ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

       


          หญิงสาวเซถลาไปข้างหลังเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ทำเพียงแค่รั้ง แต่มันคล้ายการถูกโยนเข้าไปต่างหาก ปลายเท้าลอยสูงจากพื้นแล้วก็ถลาไปด้านหลังสองก้าว พละกำลังของอีกฝ่ายที่เรียกว่ามหาศาล เมื่อเทียบกับเรี่ยวแรงอันน้อยนิดภายใต้ร่างกายที่บอบบางของเธอ

            เสียงประตูปิดดังปัง! หลังจากนั้นเป็นเสียงคลิกปิดลูกบิด แก้วกานดาเริ่มหน้าซีด ไปกับความคิดจินตนาการก้าวไกล เขาคงไม่คิดจะฆ่าเธอหมกห้องนี้ หรือว่าทำมิดีมิร้ายเธอหรอกนะ

            “ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณส่วนตัว กับคุณ” ถ้อยคำเพียงน้อยนิดแต่ทำให้คนฟังเริ่มเกร็งขึ้นมาได้ สายตาเย็นชาทรงอิทธิพล ถึงแม้จะเป็นสีชาเข้มอย่างที่ใคร ๆ เฝ้าเพ้อถึง แต่สำหรับเธอแล้วมันทำให้สะท้านเข้าไปถึงกระดูกได้ภายในไม่กี่วินาที  เขายังคงจ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอ ราวกับว่าต้องการสะกดเธอให้อยู่กับที่ นิ่งและฟังเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

            แก้วกานดาพยายามฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยน และควบคุมไม่ให้ดูเหมือนการแสยะ ออกมาจากใบหน้าใสกระจ่าง พยายามทำใจดีสู้เสือ ไม่แสดงท่าที่ว่าเธอตื่นกลัวและประหม่าเหลือทน เมื่อประเมิณดูแล้วเธอน่าจะรอดยาก

            หญิงสาวขมวดคิ้ว รอจนตัวเองใจเย็นเล็กน้อย จึงเอ่ยคำขอโทษออกมา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังคงติดใจเรื่องขี้ประติ๋วเรื่องนั้นอยู่ ทั้ง ๆ ที่นิสัยผู้ชายไม่น่าจะคิดเล็กคิดน้อยแล้วถือเคืองกับเรื่องอะไรนาน ๆ            "ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่ไปสาย เนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ค่ะ มีอุบัติเหตุกีดขวางการจราจรค่ะ เลยทำให้รถไม่สามารถผ่านไปได้ทัน"

            ปณิธานขมวดคิ้ว "แล้วผมต้องทำยังไงกับการทำงานคุณ  แค่เรื่องการรักษาเวลาเล็กน้อยคุณก็ทำไม่ได้ ผิดพลาดตั้งแต่วันแรก แล้วต่อไปใครจะวางใจมอบหมายงานสำคัญให้คุณได้" ชายหนุ่มจ้องมองลึกมาในดวงตาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ สีหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มจ้องมองมาที่หญิงสาว แต่สายตาไม่ได้ดูอบอุ่นอ่อนโยน ดูแล้วเป็นสายตาอันตรายมากกว่า

            แค่อย่าไล่ออกก็พอแล้วไม่อยากหางานใหม่ แก้วกานดาก้มหน้ากรอกตาไปมามองมือตัวเอง อย่างคนใช้ความคิด ถ้าเธอเกิดพูดอะไรผิดออกไปอีกสถานการณ์ที่ดูเลวร้ายอยู่แล้วก็ยิ่งดูแย่เข้าไปใหม่ นอกเสียจากแสร้งทำเป็นหัวอ่อน น่าจะวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

            หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วบรรจง ขึ้นมาไหว้อย่างนิ่มนวนที่สุด คิดเสียว่าไหว้พระขอพรก็แล้วกัน

            "ฉันต้องขอโทษคุณปณิธานด้วยนะคะ ฉันขอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้ขึ้นอีก จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ค่ะ และเรื่องในวันนี้คุณอย่าถือเอาใส่ใจเลยนะคะ"

            เอ่ยจบประโยค เจ้าตัวเริ่มทำสีหน้าสลดกระพริบตาปริบ ๆ ถึงรู้ว่าตัวเองไม่เชี่ยวชาญเรื่องการใช้จริตเรียกได้ว่านี่คือการกระพริบตาเพื่อให้ดูน่าสงสารเป็นครั้งแรก แต่หญิงสาวก็จะทำ ทำเพื่อความอยู่รอด ทำเพื่อเงินในกระเป๋า และความมั่นคงของชีวิต

            "คำขอโทษ" ปณิธานเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยความแปลกใจ อันที่จริงเขาเพียงต้องการเรียกเธอมาตกลงเรื่องการทำงานมากกว่า เรียกเธอมาต่อว่า แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

           "ฉันไม่ได้แก้ตัวนะคะ แค่ต้องการอธิบาย" ขนตางอนงามยังคงกระพริบขึ้นลงอีกครั้งโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังสังพิจารณามอง แล้วก็ขำอยู่ในใจ

            “อันที่จริงเรื่องเล็กน้อยผมเองยิ่งไม่ควรจะไส่ใจ แต่ที่เอ่ยออกมาทั้งหมดแค่ต้องการเตือนคุณเท่านั้น เพราะความผิดพลาดเพียงแค่เสี้ยวนาที อาจจะนำพาความยุ่งยากมาให้ได้ อย่างไรเสียผมก็อยากให้คุณระวังจุดนี้เอาไว้ด้วย” ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเมื่อพูดจบไม่แลสายตามองมาที่เธออีกเลยแม้แต่นิด แถมยังเสยปรอยผมหน้ายาว ๆ เผยให้เห็นคิ้วหนาดกเข้มชวนมอง

          แก้วกานดาทำได้เพียงแค่เม้มริมฝีปากตัวเองจนแน่น สะกดจิตห้ามใจตัวเองอย่าได้แสดงความหงุดหงิดออกมา ถึงแม้ว่าต้องการจะทำอย่างนั้น ๆ ทุก ๆ วินาทีก็ตาม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาถึงแม้จะน่ามอง แต่ว่าภายในแววตาสีชาคู่นั้นกลับดูน่ากลัวเกินกว่าจะเอาชีวิตมาเสี่ยงได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเคราเขียวครึ้มมาบดบังซ่อนความหล่อเอาไว้ก็ตาม ทรงผมดูยาวรกปรกลงมาจนถึงคอ แต่ถ้าเธอตาไม่บอดสมองไม่ฝ่อก็ต้องมองออกว่าภายใต้ใบหน้าที่ปกคลุมด้วยสาหร่ายจากทะเลเดดซีนั้นช่างเชิญชวนยั่วยวนเสียจนทำให้เพ้อถึงด้วย

            เแล้วต้องใช้ความพยายามบังคับสมองและจิตใจตัวเอง ให้กลับคืนเข้าสู่โหมดปกติและรักษาภาพลักษณ์ของเลขามืออาชีพเอาไว้ให้มากถึงมากที่สุด ไม่หลุด ไม่ตื่นเต้น ไม่หวาดกลัว ไม่เคลิบเคลิ้ม ไม่หลงไหล ไม่เผลอใจ ไม่มองนาน แล้วอย่า... ไม่.... ไม่... อีกสารพัด

          ซึ่งการกระทำแบบนี้มันขัดกับนิสัยตรงไปตรงมาแข็งในบางครั้งและอ่อนในบางสถานการณ์ของตัวเอง เธอถือคติอยู่ว่าเคารพต่อผู้ที่ควรเคารพ น่ารักตอบกับผู้ที่น่ารักมา แต่ถ้าร้ายมาเธอก็จะร้ายกลับให้สาสม แต่วิธีนี้มันคงจะนำมาใช้กับคนจ่ายเงินเดือนของเธอไม่ได้ ดังนั้น การนิ่งเงียบแล้วคล้อยตามจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่นี่เขากำลังใช้ความหล่อของตัวเองสะกดจิตอันบ้าคลั่งของเธอเอาไว้อย่างละมุนละม่อม ดูแล้วน่าจะได้ผล เสียหากแต่ว่าเธอเองไม่โง่พอที่จะเป็นเหยื่องับเบ็ดที่เขาตกลงมาแน่นอน

          ดังนั้นสำหรับปณิธานแล้วเธอต้องจับแยกออกมาเป็นกลุ่มคนที่ต้องใช้วิธีการจำเพาะในการจัดการ  และคงต้องคิดค้นหาวิธีการรับมือ เพื่ออนาคตทางความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของเธอและเงินเดือนที่อาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อเธอมีผลงานเป็นที่ประทับใจ

          ขณะนี้เรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงานคงหมดหวังไปแล้วจริง ๆ อุปสรรคชิ้นโตมากองตรงหน้าและ และยิ่งดูจากปฏิกิริยาแล้วเธอแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย  เวลานี้คงต้องหาวิธีให้เธอปะวิงเวลาการถูกไล่ออกเอาไว้ให้นานที่สุด อย่างน้อย ๆ ก็ให้มีเวลาในการไปสมัครงานที่ใหม่เอาไว้ก่อน เพราะเค้าลางแล้วจะตกงานกะทันหันมาใกล้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว และความอดทนอดกลั้นของเธอจะมีมากพอที่จะไม่ต่อต้าน

          สายตาที่ปณิธานจ้องมองแก้วกานดานั้นเรียกได้ว่าจ้องมองอย่างพิจารณา ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เพราะถ้าประเมิณจากท่าทางเธอไม่ใช่คนที่ยอมใครง่าย ๆ เพียงแค่เลือกใช้วิธีการคล้อยตามเพื่อเอาตัวรอด ถึงแม้มันจะเป็นวิธีการที่เบสิกที่สุดก็ตาม

            ในขณะที่เธอกำลังเหมือนกับว่าไม่สนใจ จะมองอย่างไรก็ไม่ไหวหวั่น ทำให้เขารู้สึกเสียเซลไปเล็กน้อย ยอมรับว่าเมื่อมองใกล้ ใบหน้าขาวใส ปราศจากเครื่องสำอาง ไม่พอก ไม่โบก มาจนแน่นนั้น ทำให้เขาไหวหวั่นขึ้นมาบ้าง หวั่นว่ายายซุ่มซ่ามนี่จะทำงานเสียยังไง หวั่นว่าป้าแว่นหน้าใสนี่จะป้ำเป๋อขนาดไหน และหวั่นว่ายายหน้าเชยนี่จะทำเขาตายด้านได้หรือไม่เพราะต้องทำงานใกล้ชิดกันทุกวัน ๆ เซ็กส์อาจจะเสื่อมหรือความรู้สึกทางเพศอาจจะสับสน เพราะตอนนี้เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าไม่สวยแต่น่ารัก กับสวยเอ๊กส์เซ็กส์จัดแบบไหนจะดีกว่ากัน

             ใบหน้าขาวก้มต่ำลงอีกครั้ง มองเพียงแค่ปลายเท้าของตัวเอง เธอพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ หลังจากเจรจาว่าความกับเขาเสร็จและถอยหลังออกมาจากรัศมีจากการสะกดจิตขั้นรุนแรง เพราะอีกฝ่ายเงียบไปแล้วคงหมดเรื่องที่จะคุยกับเธอแล้วจริง ๆ ก่อนที่จะหันหลังกลับไปจัดการกับเสื้อผ้าในกระเป๋าอีกใบที่เหลือ ให้เสร็จแทนการออกไปเอาแจกันตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

            เธอทั้งจัดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้เข้าตู้ไว้อย่างเป็นระเบียบและเงียบเชียบและไร้ตัวตนที่สุดโดยที่พยายามจะไม่รบกวนให้อีกฝ่ายหนึ่งที่ยืนหัวโด่ร่วมห้องรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาอีก

            ทั้งจัดเรียงเสื้อผ้าแยกกันตามสีของเสื้อและกางเกง เพื่อที่ให้คนใช้ได้หยิบใช้สอยได้ง่าย และสะดวกที่สุด แต่อันเดอร์แวร์ของผู้ชายที่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยที่อยู่ชั้นล่างสุดของกระเป๋า มันทำให้เธอหน้าแดงแจ๋ขึ้นมา ในเมื่อมันเป็นสิ่งของส่วนตั๊วส่วนตัว ไม่ใช่ว่าใครที่ไหนจะมาหยิบของคนอื่นได้ และที่เธอเองก็ไม่ควรที่จะหยิบมันออกมา  แล้วหากวางทิ้งไว้ในการะเป๋าให้เจ้าของจัดเข้าตู้เองเล่า ทำได้หรือเปล่า

            หากเมื่อคิด ๆ ดูแล้วเธอไม่เคยต้องมาหยิบจับหรือสัมผัสอะไร อะไร ที่ไม่ใช่ของตัวเองมาก่อน แล้วการตัดสินใจที่ยากที่สุดในโลกก็คือปล่อยให้มือของตัวเอง ค่อย ๆ หยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนแทบจะโยนเข้าไปในลิ้นชักเอาเสียให้ได้ หากเสร็จการจัดเสื้อผ้าพวกนี้เธอต้องล้างมือกี่ครั้งถึงจะพอ ไม่คุ้นชินเลยจริง ๆ กับเครื่องในผู้ชาย เอาวะหน้าที่ก็คือหน้าที่ แต่ถ้าจะให้มาจัดกางเกงในนี่มันใช่หน้าที่เลขาไหม

            ปณิธานเห็นอากลับกิริยาของอีกฝ่ายที่ออกอาการรังเกียจอันเดอร์แวร์ส่วนตัวของเขาเสียจนออกนอกหน้า ก็แทบขำขึ้นมากับท่าทาง อื่ม… ไร้เดียงสา เพราะถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยผ่านมา พวกเธอเหล่านั้นก็คงจะจับมันขึ้นแกว่งไปมาแทนการโยนใส่ลิ้นชักแน่ ๆ ไม่เคยเห็นใครที่มีท่าทีรังเกียจเลยสักคนนอกจากเธอคนนี้ 

            และในเมื่อพิจารณาอีกฝ่ายไม่ดูแล้วไม่มีทีท่าที่จะสนใจเขาที่ยืนหัวโด่อยู่ด้วย คนอยู่ร่วมห้องก็ไม่จำต้องใส่ใจเป็นธรรมดา  จนอดคิดเรื่องสนุกๆ ออกมาได้ เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลราคาแสนแพงถูกถอดวางพลาดไว้กับโซฟา  ส่วนเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวในก็หลุดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นแผงอกอันแข็งแกร่ง ที่ปกคลุมด้วยไรขนบาง ๆ ชวนให้สยิว

          คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดของ หันมาและมองเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เขากำลังถอดเสื้อ และอีกมือนั้นกำลังกำอยู่ที่หัวเข็มขัดขยับมือกำลังจะแกะ แก้วกานดากำลังจะยกมือขึ้นมาปิดตา ถ้าไม่ติดได้ว่าในมือของเธอมีอันเดอร์แวร์ตัวสุดท้ายคาอยู่ในมือ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้แล้วจับโยนเข้าไปในลิ้นชัก อยากจะพุ่งตัวเข้าไปข่วนหน้า ถ้าไม่ติดว่าอีตาบ้านี่มันคือ ว่าที่ประธานใหญ่แห่งเคทีพีกรู๊ปแล้วละก็ แก้วกานดารีบหันหลังกลับแล้วยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเอง ใบหน้าขาวแดงเลยขึ้นมาถึงใบหู ก่อนจะร้องห้ามอีกฝ่าย ถ้าด่าได้ก็คงด่าไปแล้ว


ขอขอบคุณรีดทุกคนนะคะที่เข้ามาอ่านมาติชมกัน ไรท์เองก็ดีใจอย่างมากค่ะ 

สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ทุก ๆ คน มีความสุขมาก ๆ มีแต่ความโชคดีนะคะ สุขสมหวังร่ำรวย ๆ ค่ะ


รักเสมอ ๆ กรองแก้วดารา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #18 Kamuningka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:50
    กลังเข้มข้นแล้วนินะ แก้วรับศึกหนักแน่ๆทั้งคนร้ายทั้งเจ้านาย
    #18
    0
  2. #11 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 11:21
    ตามต่อคะ
    #11
    0
  3. #7 AssasinX25 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 21:54
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #7
    1
    • #7-1 Krongkaewdara(จากตอนที่ 8)
      28 เมษายน 2558 / 22:06
      แค่ได้อ่านคอมเม้นยิ้มแก้มแทบแตกแล้วยล่ะค่ะ
      #7-1