Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 18 : EPISODE 3 : CHAPTER 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    22 ม.ค. 64

CHAPTER 17

 

บิลลี่แค่รู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ถูกต้อง...

 

ตอนนี้คนในลีกทำงานหนักขึ้นอีกเท่าตัว

 

พวกเขาตามหาวายร้ายที่ชื่อ ‘กราวิต้า’ มาสัปดาห์หนึ่งแล้ว

 

โอเค...

 

เขายอมรับว่ารู้สึกแย่นิดหน่อยที่ต้องมาทำงานหนัก เขาไม่ค่อยถูกกับงานใช้สมองเท่าไหร ถึงแม้เขาจะมีความสามารถอันชาญฉลาดของโซโลม่อน แต่...ให้ตายเถอะ เขาก็ยังเป็นเด็กผู้ชายวัยสิบห้าอยู่นะ

 

เขาขอไปอัดพวกตัวร้ายเหมือนเดิมดีกว่าต้องมานั่งตามหาคนที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหมด้วยซ้ำ...

 

เบาะแสที่พวกเขามีคือเหตุการณ์การแหกคุกเบลเรฟฟ์และโรงพยาบาลอาร์คแฮม กับสิ่งที่อยู่ในความฝันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

 

อย่าเข้าใจผิดไป เขาไม่ได้ไม่ชอบเธอนะ!! ทั้งตัวเขาตอนนี้และในสามปีข้างหน้าค่อนข้างชอบเธอเลยทีเดียว

 

แค่...มันดูเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะตามหาใครที่อยู่ในความฝันคนอื่นได้...

 

อ่า...เขาไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย

 

บิลลี่ในร่างชาแซมแสร้งขอออกมานอกฮอลล์ออฟจัสติส เขาบอกแค่ว่าตัวเขาต้องการสูดอากาศเท่านั้น และดูเหมือนว่าคนอื่นๆ ก็จะเข้าใจเขา เด็กหนุ่มจึงปล่อยให้คนในลีกสืบข้อมูต่อไป

 

 

 

บิลลี่ในร่างเด็กหนุ่มออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ ฮอลล์ออฟจัสติสในวอชิงตัน ดี.ซี. เขาเดินเอื่อยๆ มองครอบครัวอื่นๆ ที่ออกมาปิกนิกกันในวันหยุดเช่นนี้ก่อนเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้

 

ครอบครัวเขาต้องออกไปหาอะไรเล่นกันแล้วแน่ๆ อากาศดีๆ แบบนี้ พวกเขาคงไม่พลาดที่จะหากิจกรรมทำร่วมกัน...

 

โดยไม่มีบิลลี่ แบทสัน...

 

เพราะเด็กคนนั้นกำลังวุ่นวายกับการช่วยโลกอยู่...

 

เจริญจริงๆ...

 

บิลลี่ทรุดตัวนั่งลงที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางศรีษะลงบนพนักพิงพร้อมกับเงยหน้ารับแสงแดดที่ส่องผ่านร่มไม้มารำไร เขาหลับตาและปล่อยตัวให้สบาย

 

เขาอยากพัก...

 

“ไงบิลลี่”

 

เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งเรียกชื่อเขา

 

บิลลี่ลืมตา

 

“โอ้! ไง...เจด” เด็กหนุ่มทักเด็กสาวตัวเล็กที่ยืนยิ้มเศร้าให้เขา

 

“ขอนั่งด้วยนะ” เธอพูด

 

“ได้สิ! เชิญเลย” บิลลี่ขยับให้เธอได้มีที่นั่ง

 

เด็กสาวทรุดตัวนั่งก่อนจะเอนหลังของเธอพิงพนักเช่นเดียวกับเขา เธอหลับตาลงแต่คิ้วของเธอก็ยังขมวดมุ่น

 

นั่นมันไม่ถูกต้องเลยนะ เธอมาพักผ่อน ทำไมเธอถึงทำสีหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ..

 

“หนักใจอะไรรึเปล่า” เด็กหนุ่มตัดสินใจถามออกไป

 

เด็กสาวที่หลับตาลืมตาขึ้นมามองเขาอีกครั้ง

 

“โอ้! นั่นมันรบกวนนายงั้นเหรอ! ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ โทดที!” เธอรัวคำพูดใส่เขาราวกับเธอกำลังกลัวความผิดอะไรบางอย่างอยู่

 

“ไม่ๆ ใจเย็นก่อนเจด” เด็กหนุ่มเอ่ยบอกเธอ “เธอไม่ได้รบกวนฉันเลย จริงๆ นะ”

 

เจดหยุดก่อนกะพริบตา เธอหลุบตาลงต่ำก่อนยกมือขึ้นลูบต้นแขนเบากๆ

 

“ตกลงเธอเป็นอะไรงั้นเหรอ” บิลลี่ถามอีกครั้ง

 

“พอดีช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับน่ะ” เธอยิ้มอย่างฝืนๆ

 

“เรื่องกราวิต้าสินะ” บิลลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขามองตรงไปด้านหน้าและรอให้เด็กสาวพูดต่อ

 

เด็กสาวถอนหายใจ

 

“ฉันแค่กลัวว่าอะไรหลายๆ อย่างจะเป็นเหมือนที่ฉันกลัว”

 

บิลลี่ลอบมองร่างเล็กๆ นั่น

 

ตัวเล็กค่นั้นแล้วยังมีเรื่องให้กังวลใจเยอะกว่าขนาดตัวซะอีก

 

นี่มันไม่ถูกต้องเลยซักนิดเดียว

 

“เธอกลัวอะไรล่ะ”

 

เขาถามต่อ

 

เจดมองตรงไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย เขาเพิ่งสังเกตเห็นลอยคล้ำใต้ดวงตาสีเทาคู่นั้น กับใบหน้าที่ซูบเซียวราวคนป่วย

 

นี่เธอไม่ได้นอนมากี่วันแล้วนะ?

 

“ฉันกลัวตัวเอง บิลลี่” เธอตอบสั้นๆ

 

อ่า...

 

สายลมที่พัดผ่านใบไม้ทำให้กิ่งไม้เสียดสีกัน เกิดเป็นเสียงอันสงบอย่างประหลาด

 

..ทั้งสงบและฟังดูเศร้าในเวลาเดียวกันด้วย

 

บิลลี่ก้มมองพื้นอย่างอึดอัด

 

เขาควรพูดอะไรสักอย่างไหมนะ...

 

“เอ่อ..เจด” บิลลี่หันไปมองเด็กสาว ดวงตาสีเทาคู่นั้นหันมามองเขากลับด้วยสายตาเศร้าสร้อย

 

“ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นบทของกรีนแลนเทิร์นรึเปล่านะ” เขาลูบท้ายทอย “แต่ฉันคิดว่า ถ้าเรารู้สึกกลัวอะไรขึ้นมา เราควรจะเผชิญหน้ามัน ไม่ใช่วิ่งหนีออกจากมันนะ”

 

เด็กหนุ่มยิ้มและหวังให้คำพูดของเขาฟังดูเจ๋งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

และปฏิกิริยาตอบกลับของเธอก็ดูดีกว่าที่เขาคาดไว้มากๆ

 

เด็กสาวก้มหน้าราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างพร้อมกับพึมพำประโยคว่า ‘อย่างนี้เองสินะ’ ประมาณสองถึงสามรอบ ก่อนจะหันมาจับไหล่ของเขา ดวงตาวาวโรจน์อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

“บิลลี่ นายคืออัจฉริยะ!!” เด็กสาวร้อออกมาอย่างดีใจก่อนกระโดดลงจากม้านั่งอย่างรวดเร็ว

 

“เดี๋ยว! นั่นเธอจะไปไหนน่ะ!” บิลลี่ถามเด็กสาวอย่างสงสัย

 

“ฉันจะไปเผชิญหน้ากับความกลัวของฉันยังไงล่ะ!” เธอหันมาตอบก่อนออกวิ่งไปยังฮอลล์ออฟจัสติส

 

บิลลี่มองหลังของเด็กสาวที่วิ่งออกไป ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นจากม้านั่งตัวเดิมที่เขานั่งอยู่พลางยืดเส้นยืดสาย

 

สงสัยคงถึงเวลาที่เขาจะไปทำอะไรที่มันถูกต้องบ้างแล้วแล้วสินะ...

 

เขาคือบิลลี่ แบทสัน และเขาคือชาแซม..

 

เอาล่ะ ยัยตัวร้ายกราวิต้า...มาให้เขาจับซะดีๆ

 

 

 

“น่าแปลกใจจังที่ฉันเจอเธอที่นี่นะเจด”

 

เจดมองร่างที่อยู่ตรงหน้าเธอ เด็กสาวที่มีใบหน้าเหมือนเธอและดวงตาสีเทาเย็นชายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่เจดเสียสักนิด

 

ตอนนี้พวกเธอยืนอยู่กลางโถงในฮอลล์ออฟจัสติสที่เงียบสงัดราวไม่เคยมีคนอยู่

 

“ดูเหมือนเธอจะรู้อะไรมานะ” กราวิต้าหรี่ตามองเธอ

 

“เธอคงสนุกกับการสิงร่างคนอื่นสินะ” เด็กสาวเอ่ยออกไป กราวิต้าทำเพียงยิ้มเยาะและปล่อยให้เธอพูดต่อ

 

“เธอกับเจด ไมเยอร์ ในโลกนี้ไม่เคยเป็นคนคนเดียวกัน” เด็กสาวยังคงอธิบายต่อไป “เจด ไมเยอร์ในโลกนี้ได้ตายไปแล้วในคืนนั้น และเธอคือปรสิตที่เข้าไปสิงร่างเด็กคนนั้น”

 

เจดจบประโยคด้วยสายตามุ่งมั่น นี่เป็นความจริงที่เธอรู้

 

กราวิต้ายกยิ้ม เธอค่อยๆ เดินเข้ามาหาเด็กสาว ร่างที่ลอยเหนือพื้นและผมที่ปลิวไสวราวกับอยู่ใต้น้ำทำให้ร่างตรงนั้นดูน่าเกรงขามขึ้นอีกเท่าตัว

 

“เธอมาจากไหนกันแน่” เจดถามออกไปบ้าง เธอกำหมัดแน่นเมื่อกราวิต้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

 

กราวิต้ายกยิ้ม ก่อนเธอจะเลื่อนนิ้วเรียวมาก่อนไล้ไปยังกรอบหน้าของเด็กสาว

 

“เธอรู้ดีอยู่แล้วเจด” เด็กสาวตรงหน้าเอ่ยช้าๆ “ฉันก็ไม่ต่างจากเธอนักหรอก”

 

เจดรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจของเธอสะดุด

 

“เธอมาจากโลกเดียวกับฉันงั้นเหรอ” เจดถามต่ออย่างไม่ค่อยเชื่อความคิดตัวเองนัก

 

กราวิต้ายิ้ม

 

“นั่นก็ใช่ แต่ไม่ทั้งหมดนะที่รัก”

 

เจดขมวดคิ้วลงอย่างสงสัย กราวิต้าหันหลังให้เด็กสาว

 

“เธอเคยสงสัยไหมว่าทำไมเธอถึงไม่มีความทรงจำของโลกก่อนเลยนอกจากเรื่องซุปเปอร์ฮีโร่”

 

เจดชะงัก

 

โลกก่อนงั้นเหรอ...

 

เธอพยายามนึก...

 

แต่ใช่ สิ่งที่เธอนึกออกมีเพียงแค่เรื่องที่ซุปเปอร์ฮีโร่ในโลกนี้เป็นเพียงแค่หนังสือการ์ตูนในโลกของเธอเท่านั้น

 

ทำไมกันนะ...

 

ความรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีของเธอค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

เธอเริ่มกังวลแล้วว่าสิ่งที่เธอกำลังกลัวอยู่จะเกิดขึ้นจริงๆ...

 

“เธอลบความทรงจำฉันรึไง?” เจดกอดอกพลางหยั่งเชิง

 

“เกือบใช่...” กราวิต้ายักไหล่พลางหันกลับมามองหน้าเด็กสาวอีกหน “แต่ถ้าพูดให้ถูกก็คงจะเป็น...”

 

เจดกลืนน้ำลาย เธอพยายามตั้งสติและรับฟังในสิ่งที่กราวิต้าพูดโดยคาดหวังอยู่ในใจว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่เธอกังวล

 

“…เธอลบความทรงจำของตัวเองมากกว่านะ เจด ไมเยอร์”

 

แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่เสียงนั่นก็ทำให้เจดแทบจะล้มทั้งยืนอยู่ดี

 

เรื่องที่เธอกลัวที่สุดเกิดขึ้นแล้ว...

 

เธอคือกราวิต้า

 

 

 

สองวันก่อนหน้านี้


 

เจดกลับมาที่ถ้ำค้างคาวแล้ว 


 

หลังจากเธอได้คุยกับบิลลี่ที่สวนสาธารณะที่ดี.ซี. เธอก็ขอให้ไซบอร์กบูมทิว์บให้เธอกลับมาที่นี่


 

หลังจากกลับมาไม่นาน เธอก็รีบส่งข้อความไปหาจอน เธอเรียกเขาให้มาพบเธอที่หลังคาคฤหาสน์เวย์น ก่อนเปิดประตูเข้าไปหาเดเมี่ยนในห้องนอนของเขา เด็กหนุ่มร้องโวยวายนิดหน่อยที่เธอบุกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หลังจากโดนเธอกระชากแขนให้เดินตามไป เขาก็เลิกโวยวายและยอมตามเธอมาเงียบๆ


 

เจดกับเดเมี่ยนมาถึงที่หลังคาคฤหาสน์แล้วยืนมองร่างของซุปเปอร์บอยที่กำลังร่อนลงมาจากฟากฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยหมอกของก็อทแธม


 

“มีอะไรรึเปล่าเจด??” เด็กหนุ่มเอ่ยถามทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น


 

เดเมี่ยนมองหน้าเด็กสาวอย่างไม่เข้าใจมากๆ


 

“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับพวกนาย” เด็กสาวเอ่ยด้วยเสียงเครียด


 

ก่อนที่เธอจะได้พุดอะไรต่อ เดเมี่ยนก็หันไปที่หลังกำแพงไม่ห่างจากพวกเขามากนัก ก่อนขมวดคิ้วมุ่น


 

“ออกมาซะ เดรก” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างรำคาญ “ฉันรู้ว่าแกอยู่ตรงนั้น”


 

ทิมปรากฏตัวมาหลังปล่องไฟด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ


 

“รู้ตัวเร็วดีนี่” ทิมชมนิดๆ


 

“อะไรกัน ชมรมเด็กหลงรึไง” เจสันที่ได้ยินเสียงน้องชายตัวเองเถียงกันกระโดดขึ้นมาจากระเบียง


 

“มีอะไรกันน่ะ...” เสียงดิ๊กตะโกนมาจากใต้เท้าเจสัน ดูเหมือนว่าเขาทั้งสองคนจะซ่อมอะไรสักอย่างกันอยู่


 

จอนหันมามองเธออย่างต้องการคำอธิบาย


 

เจดเม้มปาก


 

โอเค... เธอไม่ได้หวังให้มีคนอยู่แถวนี้มากขนาดนี้...


 

แต่พวกเขาก็เป็นคนที่เธอเชื่อใจเหมือนกัน...


 

เธอต้องบอกพวกเขา...


 

“เอาล่ะ..” เด็กสาวเปิดด้วยเสียงที่เข้มแข็งเท่าที่เธอจะทำได้


 

“ตอนนี้ไม่มีใครอยากถอนตัวแล้วใช่ไหม”

 

 

 

“นี่มันคือเรื่องที่บ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลย”


 

จอนพูดออกมาอย่างหวาดหวั่นเมื่อเขาฟังเจดพูดจบ


 

คนอื่นๆ ก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ดิ๊กส่ายหัวให้กับความคิดอันน่ากลัวของเด็กที่เปรียบดั่งน้องสาวของเขา


 

“โอเค ฉันขอทวนอีกครั้ง” เจสันที่สงบสติอามณ์เรียบร้อยแล้วจ้องเด็กสาว


 

“เธอคิดว่ากราวิต้าคนนั้นอาจจะเป็นคนที่มาจากโลกเดียวของเธอ หรือเลวร้ายที่สุด...ก็คือเธอเอง ถูกไหม?”


 

“ค่ะ” เจดตอบรับเสียงหนักแน่น นั่นทำให้เจสันต้องสูดลมหายใจเข้าเพื่อทำใจกับเรื่องนี้อีกครั้ง


 

“เธออาจจะเจอเรื่องราวอันเลวร้ายในอดีตทำให้ส่วนหนึ่งของเธอปิดกั้นตัวเองออกจากโลกแห่งความเป็นจริง เธอสร้างอีกตัวตนของเธอขึ้นมา ซึ่งตัวตนนั้นคือกราวิต้า ซึ่งเป็นตัวตนที่ร้ายกาจ ในขณะที่เธอ...ตัวจริง อยู่ในโลกความฝันของตัวเอง และจู่ๆ วิญญาณของเธอ...ทั้งคู่ก็หลุดมาอยู่ในโลกของเรา มาอยู่ในร่างของเด็กผู้หญิงที่ชื่อเจด ไมเยอร์ และด้วยความชั่วร้าย เธอก็เลยช่วยดาร์กไซด์ทำลายโลก...”


 

เจสันสรุป นั่นเป็นครั้งแรกที่เจดเห็นเขามีปฏิสัมพันธ์สูงมากในบทสนทนา เพราะปกติเขาจะเป็นคนที่ทำเพียงปล่อยบทถากถางเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น


 

“แล้วเธอก็จะล่อให้กราวิต้าคนนั้นมาในฝันเพื่อทำให้เธอกับกราวิต้าคนนั้นรวมเป็นหนึ่งอีกครั้งเนี่ยนะ!” จอนตะโกนลั่น เขาดูหัวเสียและดูสติแตกมากๆ


 

เด็กสาวพยักหน้า


 

“ฉันไม่ยอมรับวิธีการนี้ ไมเยอร์” เดเมี่ยนพูดออกมาเสียงแข็ง


 

“เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ฉันเห็นด้วยกับเดมี่ยน” ทิมเสริม แล้วทั้งคู่ก็หันไปมองหน้ากันนิ่งๆ


 

“เจด ลองคิดในแง่ที่ร้ายที่สุดสิ” ดิ๊กพยายามกล่อมเธอ “ถ้าเธอเอาชนะกราวิต้าคนนั้นไม่ได้ล่ะ เธอจะทำยังไง”


 

เจดก้มมองพื้น ริมฝีปากของเธอสั่นสะท้าน


 

“ถ้ามันเกิดขึ้นจริง...พี่ต้องฆ่าหนูเท่านั้น” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองชายทั้งห้าคนตรงหน้าเธอด้วยความมุ่งมั่น


 

พวกเขาเป็นคนสำคัญของเธอ...


 

พวกเขา...โลกนี้...สำคัญกับเธอมาก...


 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่โลกใบนี้มีผลต่อจิตใจเธอขนาดนี้...


 

เธอจะไม่ยอมให้อะไรก็ตามมาทำลายมันได้แน่ๆ!


 

เธอสาบานว่าเธอจะต้องปกป้องพวกเขาให้ได้..แม้ว่ามันจะแลกมาด้วยชีวิตเธอก็ตาม...


 

“ฉันไม่ทำมันแน่ๆ”


 

เจสันเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นมา เขากำหมัดแน่น


 

“พี่ไม่ทำ หนูก็ต้องบอกคนในลีกให้ทำอยู่ดี” เจดยกยิ้มเศร้า “ยังไงหนูก็ต้องบอกเรื่องนี้กับพวกเขา”


 

“ไม่มีทาง!” คราวนี้เป็นจอนที่ต่อยกำแพงข้างตัวเขา เด็กหนุ่มดูโมโหมากๆ


 

“เราไม่ทำแน่ๆ” ดิ๊กมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ สีหน้าของเขาด้วยอ่อนล้าและเสียใจมากๆ


 

เจดเดินไปสวมกอดพี่ใหญ่ของบ้าน พยายามบอกตัวเองไม่ให้ร้องไห้..


 

“นั่นในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนะพี่ดิ๊ก” เธอส่งยิ้มให้เขา “พี่ต้องเชื่อมั่นในตัวหนูนะ”


 

ดิ๊กโอบกอดเด็กสาว โดยมีทิมเข้ามาร่วมวงด้วย คนอื่นๆ ทำเพียงก้มหน้าและภาวนาให้ไม่มีใครสังเกตเห็นความอ่อนแอของพวกเขา บรรยากาศบนหลังคาบ้านเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง...


 

เจดเก็บตัวในห้องหลังจากนั้น จงกระทั่งเช้าวันนี้ เธอก็เดินไปบอกบรูซท่ามกลางมื้ออาหารเช้า


 

“หนูรู้ว่าคุณรู้แล้ว” เจดเอ่ยในขณะที่พยายามไม่มองตาพี่ชายคนอื่นๆ


 

“คุณหนูเจด...” อัลเฟรดยกมือขึ้นปิดปาก เขามีสีหน้าเศร้าใจ


 

“หนูรู้ว่าคุณโกรธเรื่องที่หนูบอกคุณช้า” เจดพยายามไม่ร้องไห้


 

“…”


 

“หนูขอโทษ”


 

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ บุรุษรัตติกาลเดินมากอดเด็กสาว...สีหน้าของเขาเหมือน...


 

...พ่อคนหนึ่ง...พ่อที่เป็นห่วงลูกสาวของเขามากๆ


 

และเขากำลังใจสลาย...


 

เจดยอมให้ตัวเองอ่อนแอในอ้อมกอดของเขา...


 

อ้อมกอดอันอบอุ่นที่คุ้นเคยของ...คนเป็นพ่อ


 

คุ้นเคยงั้นเหรอ?...


 

“มันควรจะมีทางอื่นสิ เจด” เขาเอ่ยอย่างสิ้นหวัง


 

เจดส่ายหัว


 

“หนูตัดสินใจแล้วค่ะ” เจดยิ้มทั้งน้ำตา


 

“ถ้าเพื่อช่วยโลกล่ะก็..หนูยินดี”


 

บรูซจูบศีรษะเธอ


 

“หนูรักคุณนะคะบรูซ” เด็กสาวกอดเขา “คุณเหมือนพ่อของหนูเสมอ”


 

“ขอบใจนะ เจด” บรูซตอบเธอเบาๆ


 

“พวกพี่และอัลเฟรดด้วยนะคะ” เด็กสาวหันไปบอกพี่ชายทั้งหมดของเธอและพ่อบ้านที่ใจดีที่สุดของเธอ


 

....และแล้วมื้อเช้านั้นก็เป็นมื้อที่เศร้าที่สุดในชีวิตของเจด


 

ช่วงสายของวันนั้นเอง เธอก็เล่าทั้งหมดให้ลีกฟัง เธอขอให้สมาชิกลีกเป็นคนให้ยานอนหลับกับเธอ พวกเขามีสีหน้าเจ็บปวดทรมาณ


 

“ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย” แบร์รี่เอ่ย ดวงตาสีฟ้าของเขาเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าใจ


 

“มันไม่มีวิธีอื่นแล้วงั้นเหรอ” ไดอาน่าเอ่ยออกมาอย่างอับจนหนทาง วิคเตอร์ก้มหน้าลง ยกสองมือขึ้นปิดหน้า

อาเธอร์เบือนหน้าหนีเธอ ราชาแห่งแอตแลนติสไม่อยากที่จะสบตาเธออีกแล้ว


 

“ไม่เอาน่า...” ฮาลร้องออกมา


 

“เจด...” คลาร์กเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด เขารู้เรื่องนี้มาจากจอนแล้ว


 

แต่เขายังทำใจยอมรับมันไม่ได้...


 

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้นะคะว่าหนูรักพวกคุณมากเลย” เด็กสาวเค้นรอยยิ้มที่สดใสที่สุด


 

บรูซลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน


 

“พวกเรารู้ เจด..” เขาจูบศีรษะเธออีกครั้ง


 

“หนูมีเรื่องจะขอคุณ” เธอหันไปจับแขนบรูซ


 

“ถ้าหนูหลับไปแล้ว ได้โปรดพาเดเมี่ยนเข้ามาได้ไหม”


 

บุรุษรัตติกาลมองเธออย่างสงสัย


 

“หนูรู้ว่ามันฟังดูประหลาด” เธอหัวเราะเบาๆ “เดเมี่ยนเขาเป็น...คนสำคัญของหนู”


 

บรูซยกยิ้มน้อยๆ ให้ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคน


 

“เอาเป็นว่าถ้าคุณพาเขาเข้ามา คุณจะรู้เองค่ะ” เจดบอกเขาก่อนมองเข็มฉีดยาที่วางอยู่ข้างเตียง


 

“ตอนนี้หนูพร้อมแล้วค่ะ”


 

เธอพยักหน้าให้กับเขา ก่อนจะปล่อยให้แบทแมนฉีดยาสลบให้กับเธอ


 

“ฝันดีนะเจด” คลาร์กค่อยๆ วางเธอลงบนเตียง


 

เจดรู้สึกถึงหยดน้ำหยดหนึ่งที่ไหลลงจากหางตา


 

อ่า..การบอกลามันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง....

 

กลับมา ณ ปัจจุบัน


 

“รู้สึกยังไงบ้างล่ะ เจด” กราวิต้าเอ่ยถามเธอเมื่อเห็นเด็กสาวเงียบไป

 

“เหมือนโดนฟาดด้วยรองเท้าบู๊ท” เจดแค่นหัวเราะอย่างประชดประชัน

 

“เราคือคนเดียวกัน เจด ไมเยอร์” ร่างตรงหน้าเธอฉีกยิ้มพลางเดินมาจับมือเจด “นี่คือความจริง”

 

เจดไม่ตอบ

 

“เอาล่ะ ทีนี้เข้าเรื่องของเรากัน” แววตาของกราวิต้าวาวโรจน์ไปด้วยความดีใจ

 

“ลองคิดดู เธอกับฉัน” กราวิต้ายืดอกพลางผายมือออกด้านข้าง “ด้วยพลังของเธอกับฉัน เราจะยึดครองโลกใบนี้ได้เลยล่ะ”

 

“ยึดครอง..” เจดเอ่ยเสียงอ่อน “แบบนั้นแล้วฉันจะช่วยปกป้องพวกเขาได้ไหม?”

 

“อ้า....แน่นอนที่รัก” กราวิต้ายิ้มร่าพลางพยักหน้ายืนยันคำพูดของเธอ

 

เจดมองตามทิศทางการเดินของลอยของกราวิต้า เด็กสาวที่เดินอยู่กลางอากาศมีท่าทางร่าเริงราวกับโดโรธีในภาพยนตร์เรื่องพ่อมดแห่งออซ

 

“แต่นอกจากที่เธอทำให้บูมเมอแรงกับประตูห้องขังแตกแล้ว ฉันก็ไม่เคยเห็นเธอใช้พลังอย่างอื่นเลยนะ” เจดพูดอออกไปอย่างจับผิด

 

“ทำไมจู่ๆ ถึงอยากรู้ล่ะ เจดที่รัก” กราวิต้าเลิกคิ้วนิดหน่อย

 

“ฉันอยากเห็นกราวิต้า...” เจดพูด น้ำเสียงของเธอหดหู่และรวดร้าว

 

“ฉันอยากให้เธอยืนยันว่าถ้าเราร่วมมือกัน ฉันจะปกป้องพวกเขาได้จริงๆ”

 

เจดนึกถึงใบหน้าของบรูซ ใบหน้าของ เดเมี่ยน จอน เหล่าพี่ๆ ครอบครัวค้างคาว ของลีก และของคนอื่นๆ ที่เธอได้สร้างไมตรีด้วยในโลกนี้

 

เธออยากทำให้พวกเขาปลอดภัย...

 

ถึงแม้ต้องร่วมมือกับคนตรงหน้าก็ตาม...

 

“อ่า...” กราวิต้าเอ่ยอย่างใจเย็น “ความรัก...นั่นแหละที่น่ารำคาญล่ะ”

 

“ฉันไม่เห็นด้วย ความรักเป็นสิ่งสวยงาม กราวิต้า” เจดจ้องเด็กสาวกลับ

 

“ก็ได้ๆ” เด็กสาวในร่างเธอเอยอย่างยอมแพ้

 

“ถ้าโลกเป็นของเรา เราจะช่วยปกป้องพวกเขาได้แน่ใช่ไหม” เจดถามย้ำกับคนตรงหน้าอีกครั้ง

 

“แน่นอน” คนตรงหน้าเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย

 

“พิสูจน์สิ” เจดหรี่ตาจ้องเข้าไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น

 

กราวิต้ายกยิ้มเล็กน้อยก่อนร่างของธอจะลอยขึ้นสูงกว่าเดิมอีกหลายเท่า

 

“เชิญชม” กราวิต้าบอกกับเธอ

 

และแล้วภาพรอบตัวเธอก็ค่อยๆ ละลายหายไป

 

เจดสูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนผ่อนออกมาอย่างใจเย็น

 

เอาล่ะ กราวิต้า...

 

เธอมีอะไรให้ฉันดูบ้างล่ะ?

 

✢ ✢ ✢

 

ตอนนี้ขอไม่พิมอะไรมาก ถ้าเกิดยังงงอยู่ก็ต้องติดตามตอนต่อไปเลยครับ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #43 Blackrose68 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 14:42
    ฮุ้ยยยลุ้นนนน รอนะคะะะ
    #43
    1
    • #43-1 KkAmT(จากตอนที่ 18)
      26 มกราคม 2564 / 14:56
      ขอบคุณคับ!🙏
      #43-1
  2. #42 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 17:08
    ีรอติดตามจนหน้าแทบจุ่มจอแน่ว;-;
    #42
    1
    • #42-1 KkAmT(จากตอนที่ 18)
      23 มกราคม 2564 / 18:02
      ขอบคุณที่ชอบนะครับ!
      #42-1
  3. #41 โซระ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 20:00
    ฮ่าาาา ลุ้ยจนเกร็งไปหมดเเล้วค่ะ~
    #41
    2
    • #41-1 KkAmT(จากตอนที่ 18)
      22 มกราคม 2564 / 20:01
      ระวังเหน็บชานะครับ แต่ไว้มาลุ้นต่อในตอนถัดไปด้วยกันนะครับ><
      #41-1
    • #41-2 โซระ(จากตอนที่ 18)
      22 มกราคม 2564 / 20:02
      รอเสมอค่า><
      #41-2
  4. #40 Whan3523 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 18:49

    ลุ้นมากค่ะจุดๆนี้ว่าเป็นไงต่อ
    #40
    1
    • #40-1 KkAmT(จากตอนที่ 18)
      22 มกราคม 2564 / 19:44
      ต้องติดตามตอนต่อไปแล้วคับ!!!
      #40-1