Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 19 : EPISODE 3 : CHAPTER 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    29 ม.ค. 64

CHAPTER 18

 

บรรยากาศรอบตัวของเจดค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นทุ่งหญ้าในสวิซเซอร์แลนด์

 

“อะไรกันเนี่ย...” เจดมองรอบตัว

 

“ดูดีใช่ไหมล่ะ” กราวิต้าอมยิ้ม

 

จริงๆ มันก็เจ๋งใช้ได้ เธอเห็นกราวิต้าสร้างวัวและกระต่ายขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ พวกมันเดินทะลุตัวเด็กสาวไปราวกับว่าเธอเป็นวิญญาณ

 

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจดต้องการจะเห็น...

 

“ก็ไม่เท่าไหร่” เจดยักไหล่ “แค่นี้ฉันขอให้คุณพ่อ...ให้บรูซพาไปก็ได้”

 

กราวิต้าขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก พลันยกมือขึ้นอีกหน

 

แล้วรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไปเป็นใต้ท้องทะเลของแอตแลนติส เธอเห็นชาวแอตแลนติสกำลังใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา แสงจากดวงไฟเวทย์มนต์ใต้ทะเลทอประกายงดงาม

 

สวยดี แต่...

 

นี่ก็ยังไม่ใช่...

 

“ฉันเคยไปมาแล้ว” เจดตอบอย่างไม่ใส่ใจนักพลาวนึกถึงหน้าราชาแห่งแอตแลนติสที่เคยพาเธอลงไปท่องโลกใต้ทะเล

 

กราวิต้ากัดฟันกรอด เธอเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้เป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงเหนือ

 

วินาทีหนึ่งมันก็ทำให้เธอนึกถึงเช้าที่เธอทำให้ซุปเปอร์แมนฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง

 

วันนั้นมันยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ...

 

เจดยกยิ้มขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที

 

แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องกดดันกราวิต้าให้มากกว่านี้

 

“อันนี้ฉันทำเองก็ได้” เจดพูดอย่างไม่สนใจ 

 

กราวิต้าพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์

 

“พลังของเธอคือควบคุมความฝันใช่ไหมล่ะ” เจดทำท่าคิด เธอต้องพยายมทำให้กราวิต้าแสดงสิ่งที่เธอต้องการออกมาให้ได้ “ไม่เอาน่ากราวิต้า...ถ้าเธออยากจะครองโลกจริงๆ พลังแค่นี้เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก”

 

กราวิต้าหรี่ตามองเธอด้วยความคับข้องใจ 

 

ฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไปอีกหน

 

ภาพห้องนอนของเธอปรากฏขึ้น...

 

แต่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอในคฤหาสน์เวย์น...

 

เป็นห้องนอนของเธอในโลกที่แล้วต่างหาก

 

เจดมองรอบตัวอย่างทึ่งๆ นั่นเรียกรอยยิ้มพอใจจากกราวิต้าได้ดีทีเดียว

 

อ่า....ยอดเยี่ยม

 

“นั่นมัน...ยอดไปเลย” เจดหันไปหากราวิต้า คิ้วของเธอขมวดมุ่น “เธอทำได้ยังไงน่ะ?”

 

“ง่ายๆ เลยเจดที่รัก” กราวิต้าเชิดหน้าให้คำยอเหล่านั้น “ฉันได้เห็นมันมาก่อนแล้ว-”

 

“เธอสร้างมันขึ้นมาใช่ไหมล่ะ” เจดเอ่ยตัดประโยคของกราวิต้า

 

เด็กสาวที่หน้าตาเหมือนเธอเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หน้าของเธอซีดลงราวแผ่นกระดาษ

 

“ธ…เธอ!”

 

บิงโก...

 

เจดยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างไม่เคยได้ทำมาก่อน หัวใจเธอเต้นระรัวราวกับมีคนมาเปิดเพลงจังหวะเร็วๆ ในอก

 

เอาล่ะ...ไหนๆ ก็ฟังคนตรงหน้าพล่ามมามากพอแล้ว

 

ถึงตาเธอบ้างล่ะ!

 

 

 

เดเมี่ยนหยุดอยู่หน้าศูนย์พยาบาลในฮอลล์ออฟจัสติสกับคู่หูของเขา มือที่สวมถุงมือของเขากำวัตถุสี่เหลี่ยมขนากเล็กเท่านิ้วก้อยแน่น สีหน้าภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความกังวล

 

“ทำไมพวกเขายังไม่ให้เราเข้าไปอีกล่ะ” จอนพูด สีหน้าของเขาดูร้อนรน ความเป็นห่วงฉายออกมาจากตาสีฟ้าคู่นั้น

 

“ทำไมพวกเขาไม่ห้ามเธอ” เด็กหนุ่มพูดประโยคเดิมออกมารอบที่ร้อย

 

“เธอมีเหตุผลของตัวเอง เค้นธ์” เดเมี่ยนพูดนิ่งๆ

 

“เหตุผลของตัวเอง!?” จอนแค่นหัวเราะ “เหตุผลที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงตายน่ะนะ!?”

 

โรบินหนุ่มไม่ตอบ เขาทำเพียงยกมือขึ้นกอดอก บางอย่างในใจของเขาที่ก่อตัวขึ้นมาได้วันนึงแล้วกำลังอัดอั้นราวกับลูกโป่งที่ถูกอัดลมเข้าไปใกล้จะระเบิด

 

“ทำไมนายไม่คุยกับเธอล่ะเดเมี่ยน!!!!” จอนที่เริ่มทนความอึดอัดไม่ไหวร้องออกมา “หรือนายแค่ไม่อยากทำกันแน่ นายไม่ชอบอะไรเธอนักหนาเนี่ย!!!”

 

เดเมี่ยนจับไหล่เพื่อนเขาก่อนดันตัวเด็กหนุ่มให้กระแทกกับผนัง

 

“อย่ามากล่าวหาในสิ่งที่แกไม่รู้ เค้นธ์” โรบินเอ่ยด้วยอารมณ์โกรธ

 

“นายคือคนที่ฉันเชื่อใจที่สุดนะ เดเมี่ยน”


 

เสียงอ่อนโยนของเธอยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขา

 

ซุปเปอร์บอยมองเพื่อนเขาช้าๆ เขาไม่เคยเห็นเพื่อนร่วมทีมของเขาทำสีหน้าเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อนเลย

 

เกิดอะไรขึ้นระหว่างเดเมี่ยนกับเจดกัน?

 

เดเมี่ยนก้มหน้าลง เขาปล่อยไหล่ของคู่หูให้เป็นอิสระ

 

“ฉัน..” วินาทีหนึ่งเดมี่ยนรู้สึกอยากจะพูดทุกอย่างออกมา แต่...

 

“นายต้องห้ามเปิดเผยความลับนี้จนกว่าจะถึงเวลา เข้าใจไหม”

 

เด็กหนุ่มจิ๊ปากด้วยความอึดอัด เขากัดฟันแน่น

 

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องยอมทำถึงขนาดนี้ด้วย

 

แค่เพื่อเด็กผู้หญิงคนเดียว...

 

เพื่อรอยยิ้ม เพื่อเสียงหัวเราะอันสดใสเหล่านั้น...

 

เพื่อเจด ไมเยอร์

 

รู้ตัวอีกทีเขาก็พ่ายให้เธอทั้งหมดแล้ว...

 

อ่า...บ้าจริง

 

เดเมี่ยนบีบวัตถุเล็กๆ ในมือแน่นขึ้นอีก จอนมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

 

“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนายนะ” น้ำเสียงของบุตรแห่งบุรุษเหล็กแตกพร่า

 

“แต่ฉัน..” จอนหลุบตาต่ำ “ฉันไม่อยากเสียใครไป”

 

“ไม่ว่าจะนาย...หรือเธอ”

 

เดเมี่ยนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาถอดหน้ากากออกก่อนนวดหัวคิ้วของเขา ดวงตาของเขาพร่ามัวไปด้วยอะไรก็ตามที่ที่เอ่อขึ้นมา ความเจ็บปวดที่อัดอั้นอยู่ในอก...

 

ทรมาณเกินจะรับไหว...

 

“เป็นนายจะทำยังไง..” เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ โดยไม่สบตาจอน

 

“ทำอะไร” ซุปเปอร์บอยถามขึ้น

 

เดเมี่ยนกัดริมฝีปาก เขาพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น

 

“นายจะทำยังไงถ้าถูกคนสำคัญขอให้ฆ่าเขาซะ เพราะเขาเป็นตัวอันตรายต่อโลกนี้?”

 

“ฉัน...ฉันไม่เข้าใจ” จอนพูดออกมาในที่สุด

 

“ในนี้มีสิ่งที่จะเผยแพร่ความจริงทั้งหมด...” เดเมี่ยนยกแฟลชไดร์ฟสีดำที่เขากำไว้ตั้งแต่ออกมาจากถ้ำค้างคาวให้จอนดู

 

“ไมเยอร์...ไว้ใจให้ฉันเป็นคนเปิดเผยมัน..” เด็กหนุ่มในชุดโรบินเอ่ยช้าๆ

 

“ช่วยบอกทีว่าเรายังมีความหวัง...” จอนกำหมัดแน่น น้ำตาเอ่อล้นดวงตาของเขา

 

“มันยังมีวิธีที่เราจะไม่ต้องทำร้ายเธอไหม”

 

เดเมี่ยนนิ่งเงียบ สมองของเขาพยายามคิดหาทางแก้

 

“ไม่รู้สิ โจนาธาน”

 

เขาตอบออกไป จอนเงยหน้ามองเขาในขณะที่น้ำตาไหลลงอาบข้างแก้ม

 

“ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย...” เดเมี่ยนเอ่ยเสียงแผ่ว

 

นี่พวกเขาคงจะไม่มีหวังกันแล้วใช่ไหม...

 

“เดมี่ยน..”

 

แบทแมนเปิดประตูศูนย์พยาบาล เขาเห็นลูกชายของเขานั่งพิงกำแพงอยู่ที่พื้น ในขณะที่ซุปเปอร์บอยยืนมองอากาศด้วยดวงตาของคนใจสลาย น้ำตาของเขาไหลอาบสองแก้มนั้น

 

“จอน” คลาร์กที่ตามเขาออกมาตกใจกับภาพตรงหน้าเล็กน้อย

 

สองคุณพ่อเดินตรงไปหาลูกชายของพวกเขา จอนกอดบุรุษเหล็กก่อนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาราวกับเด็กๆ ในขณะที่เดเมี่ยนทำเพียงสวมหน้ากากก่อนลุกขึ้นยืน

 

“เดเมี่ยน” ผู้เป็นพ่อจับไหล่ลูกชาย เขาไม่เคยเห็นเดเมี่ยนรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนเลย

 

“เรามีเรื่องต้องสะสางให้เสร็จ ท่านพ่อ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแตกร้าว

 

บรูซมองลูกชายของเขา ดวงตาภายใต้หน้ากากหันมามองเขาอย่างว่างปล่าว

 

“ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว” เขาส่งวัตถุเล็กจิ๋วในมือให้แบทแมน

 

เด็กหนุ่มเอ่ยก่อนเดินเข้าไปในศูนย์พยาบาล

 

บรูซก้มมองแฟลชไดร์ฟอันเล็กจ้อยร้อยในมือของเขา ทันใดนั้นสมองของเขาก็เริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ทั้งหมด

 

ไม่นะ...

 

เขาหันกลับไปหาลูกชายของเขาที่เดินเข้าไปที่เตียงของเด็กสาวด้วยสีหน้าเจ็บปวด

 

ไม่ เขาจะให้เดเมี่ยนทำเรื่องนี้ไม่ได้..

 

“เดเมี่ยน” แบทแมนเรียกลูกของเขา เด็กหนุ่มทำเพียงเงยหน้ามอง

 

บรูซกอดลูกชายของเขา เด็กหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่เขาไม่แม้แต่จะขัดขืน

 

“อย่า” บรูซพูด

 

“ผมสัญญากับเธอไปแล้ว” เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ

 

“ผมไม่อยากเลือก-”

 

“เราจะช่วยเธอ”

 

เด็กหนุ่มตัวแข็งค้าง

 

“ยังไง?” เขาเอ่ยช้าๆ

 

“มันต้องมีคำตอบ” บรูซบีบไหล่ลูกชายของเขาที่ก้มหน้ามองพื้น

 

เด็กหนุ่มหันไปสัมผัสมือของคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงก่อนกัดฟัน

 

“ท่านพ่อ เราต้องรีบเปิดไดร์ฟนั่น” เดเมี่ยนพูดออกมาอย่างมีความหวัง

 

บรูซก้มมองแฟลชไดร์ฟในมือพลางนึกถึงประโยคหนึ่งในจดหมายที่ตัวเขาในอีกสามปีข้างหน้าส่งมา

 

 

...เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่เคยสูญเสียความหวัง..เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอกำลังจะหมดหวัง เธอจะพยายามสู้เพื่อมันอีกครั้งไม่ว่าจะท้อแท้แค่ไหนก็ตาม...


 

ทุกอย่างมันปรากฏออกมาผ่านดวงตาสีเทาของเธอหมดแล้ว...บรูซ

 

 

บรูซพยักหน้าให้เดเมี่ยน

 

“เราจะหาวิธีช่วยเธอเดเมี่ยน”

 

เด็กหนุ่มมองหน้าเขาอีกครั้งด้วยสายตามุ่งมั่น แบทแมนแตะเครื่องมือสื่อสารที่หูของเขา

 

“ลีก เรามีงานต้องทำ”

 

 

 

เจดไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว...

 

เด็กสาวส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กราวิต้าที่ยืนหน้าซีดอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” กราวิต้ามองเธออย่างระมัดระวัง

 

“สักพัก” เจดตอบ “เธอเล่นไม่เนียนนะกราวิต้า”

 

“ยังไง”

 

เจดนึกถึงบทสนทนาของเธอกับเดเมี่ยนในห้องนอนของเธอ หลังจากประชุมบนคฤหาสน์แล้ว

 

 

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะพูดใช่ไหมไมเยอร์”

 

เดเมี่ยมที่ตามเธอมาที่ห้องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งๆ

 

“รู้ได้ยังไง”

 

“ช่องโหว่มันมากไป ไมเยอร์” เด็กหนุ่มตอบ “เธอหลอกให้พวกเขาเขวด้วยอารมณ์ แต่วิธีนั้นไม่ได้ผลกับฉัน”

 

“สมกับเป็นนายจริงๆ” เจดหัวเราะเบาๆ เธอแอบรู้สึกเจ็บใจนิดๆ ที่เธอทำให้เขารู้สึกแย่กับเธอไม่ได้

 

“เรื่องจริงเป็นยังไงกันแน่” เขาพูดด้วยเสียงที่อ่อนลง แววตาของเขาไม่แข็งกร้าวอีกแล้ว

 

เจดรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่เขาไม่ทำอะไรชัดเจนกับเธอเท่าไหร่ เธอไม่รู้เลยว่าเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่

 

แต่เธอจะไปใส่ใจกับเรื่องนี้ทำไมกันนะ?

 

เดมเมี่ยนคือ...เพื่อนที่ดี เธอกับเขามีอะไรหลายๆ อย่างที่ค่อนข้างเหมือนกัน เขารู้สิ่งที่เธอคิดแทบจะทุกอย่าง

 

และเขาก็เข้าใจเธอทุกเรื่องเหมือนกัน

 

“ไมเยอร์” เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าเธอแล้ว เขาไม่ได้สูงกว่าเธอมากนัก เธอจึงไม่ค่อยรู้สึกแย่ที่จะต้องเงยหน้าคุยกับเขาเท่าไหร่

 

ที่สำคัญดวงตาสีเขียวของเขายังคงงดงามเหมือนวันแรกที่เธอเคยเห็นมัน

 

“โอเค ฉันจะบอกนายทั้งหมด” เจดยกมืออย่างยอมแพ้ “แต่นายต้องสาบานกับฉันก่อนว่าจะไม่บอกใครและจะทำตามที่ฉันขอทั้งหมดด้วย”

 

“ไมเยอร์...” เดเมี่ยนขมวดคิ้วเข้มๆ ของเขาลง

 

“ขอร้องล่ะเดเมี่ยน” เธอจับชายเสื้อของเขาพลางจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้น

 

ทั้งคู่ปล่อยให้ดวงตาของพวกเขาประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดเมี่ยนจะถอนหายใจออกมา

 

“ก็ได้” เขาตอบเธอ “ทีนี้ก็อธิบายทั้งหมดมาได้แล้ว”

 

 

เจดยกยิ้ม

 

“ข้อแรก เหตุการณ์ที่เบลเรฟฟ์” เจดเริ่มอธิบาย “พวกนักโทษหนีออกจากคุกให้การตรงกันกับนักโทษที่หนีออกจากอาร์คแฮม พวกเขาบอกว่าประตูห้องขังของพวกเขาแตกสลายราวกับแก้วที่เจียระไน”

 

เจดเริ่มต้นพูดไปเรื่อยๆ

 

“นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันสงสัยเรื่องพลังของเธอ ยิ่งเธอยืนยันกับฉันเรื่องที่เธอทำให้อาวุธของกัปตันบูมเมอแรงแตกเพื่อช่วยชีวิตฉัน นั่นยิ่งทำให้ฉันสงสัยมากๆ ด้วย”

 

กราวิต้ายังคงมองเธอเงียบๆ ร่างตรงหน้าเธอไม่ยิ้มเสียแล้ว

 

 

“ข้อที่สอง” เจดพูดต่อกับเดเมี่ยน “เหตุการณ์เบลเรฟฟ์กับคดีฆาตกรรมเจดในโลกนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ซึ่งฉันที่น่าจะโผล่มาที่โลกนี้หลังจากนั้นอีกสามปีไม่น่าจะสามารถวางแผนระเบิดเบลเรฟฟ์เพื่อสิงร่างเจดในโลกนี้ไม่ได้”

 

“ถ้าเธอเป็นคนเดียวกันจริงๆ เธอก็น่าจะมาพร้อมกันสินะ” เดเมี่ยนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ดังนั้นคงจะไม่มีทางที่อีกตัวตนหนึ่งของเธอจะมาระเบิดเบลเรฟฟ์ได้ก่อนล่วงหน้าสามปีแน่นอน”

 

เจดพยักหน้าสนับสนุนความคิดของเขา

 

“แล้วข้อที่สามล่ะ?”

 

“ข้อที่สามคือเรื่องพลังของกราวิต้า” เจดก้มมองมือตัวเอง “ถ้าเธอคืออีกตัวตนหนึ่งของฉันจริงๆ เธอก็ควรมีพลังเหมือนฉันนี่ถูกไหม?”

 

เดเมี่ยนทำสีหน้าครุ่นคิดนิดหน่อย

 

“แต่พลังของกราวิต้ามันดูแตกต่างจากฉันไปอย่างสิ้นเชิงเลย” เจดอธิบาย “พลังของเธอเหมือนพวกพลังจิต พลังควบคุมจิตใจ...ควบคุมความฝัน อะไรแบบนี้มากกว่า”

 

“แล้วเธอจะพิสูจน์มันยังไงล่ะ??” เดเมี่ยนถามเธอ

 

เจดยิ้ม

 

 

“ฉันก็จะพยายามหลอกเธอให้เธอโชว์สิ่งเดียวที่ฉันจำได้เกี่ยวกับโลกก่อน” เจดพูดพลางจ้องหน้าที่ซีดกว่าแผ่นกระดาษสีขาวของเด็กสาว “หรืออะไรก็ตามที่เธอทำให้ฉันเชื่อว่าเป็นของโลกที่ฉันจากมา”

 

กราวิต้ากัดฟันกรอด

 

“นั่นก็คือห้องนอนของฉันกับการ์ตูนฮีโร่ตรงนี้ยังไงล่ะ” เจดผายมืออกรอบตัว

 

ทันใดนนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมบรรยากาศทันที

 

“ฉันดูถูกเธอไม่ได้จริงๆ สินะ” กราวิต้าส่ายหัวพลางยิ้มอย่างยอมแพ้

 

“เธอประมาทมากกว่า” เจดหรี่ตามอง “ทีนี้บอกมาว่าเธอเป็นใคร และต้องการอะไรจากโลกนี้”

 

กราวิต้ายกรอยยิ้มเศร้าสร้อยให้กับเธอก่อนบรรยากาศรอบตัวของพวกเธอจะละลายหายไปและเปลี่ยนเป็นบรรยากาศยามค่ำคืนของดาวดวงหนึ่งที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยไฟ...

 

ไม่สิ...

 

ดาวดวงนี้กำอยู่ในช่วงสงคราม...

 

เสียงกรีดร้องและภาพการทำลายล้าง ควันไฟและฝุ่นสกปรก...

 

ภาพนี้ช่างน่ากลัวกว่าสิ่งที่เธอเห็นวินาทีที่ปรากฏตัวในโลกนี้อย่างมาก

 

ทันใดนั้นเจดก็เห็นร่างของเด็กสองคน...เจดคิดว่าพวกเขาเป็นเด็กเพราะเขาตัวเล็กกว่าคนอื่นๆ มาก พวกเขามีร่างกายสีฟ้าอ่อนราวกับท้องฟ้ายามเช้า ลักษณะอื่นๆ คล้ายกับมนุษย์ เว้นแต่หูของพวกเขามีลักษณะเหมือนเอล์ฟและมีดวงตาสองสี...เงินอยู่ข้างซ้ายส่วนทองอยู่ด้านขวา 

 

พวกกำลังวิ่งหนีจากอะไรบางอย่างก่อนคนที่เล็กกว่าจะหกล้มลงที่พื้น

 

“อัลดาน!” คนที่โตกว่าวิ่งกลับเข้าไปหาคนที่ชื่ออัลดาน เด็กตัวเล็กลุกขึ้นนั่งพร้อมร้องไห้อย่างหวาดกลัว

 

“อามิน..ข้ากลัว" ร่างเล็กสั่นเทาราวกับลูกนกที่เปียกน้ำ

 

“ไม่เป็นไรนะน้องข้า ข้าอยู่นี่!” อามินปลอบเขาก่อนค่อยๆ พยุงเขาขึ้นมา “รีบหนีกันเถอะ!”

 

“พวกเจ้าไม่มีที่ให้หนีแล้ว เด็กเอ๋ย” เสียงน่าเกรงขามที่เจดจำได้ดีดังขั้น มันส่งความน่าขนลุกมาให้เด็กสาว ความกลัวตรงเข้าจับหัวใจของเธออีกหน

 

ดาร์กไซด์...

 

ร่างยักษ์ของวายร้ายที่อันตรายที่สุดในจักรวาลดีซียืนค้ำร่างเล็กๆ ของเด็กทั้งสอง

 

อามินขยับมาข้างหน้าอัลดาน ก่อนใช้ตัวบังน้องชายของตัวเองเอาไว้จากดวงตาสีแดงน่ากลัวคู่นั้น

 

“อย่าทำน้องข้านะ เจ้ายักษ์!” เด็กชายตะโกนลั่น แม้เขาจะหวาดกลัวแต่เขาก็ยังกล้าเผชิญหน้ากับชายที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาลอยู่ดี

 

เจดนับถือในความกล้าหาญนั้นของเขาทีเดียว

 

“พวกกลายพันธุ์...” ดาร์กไซด์มองเด็กตัวเล็กตรงหน้าเขา “ได้ข่าวว่าเจ้ามีพลังนี่”

 

เด็กหนุ่มก้มหน้าหลบสายตาจับจ้องของเขา เจดเพิ่งเห็นว่าตาสองสีของเขาสลับข้ากัน ตาสีทองของเขาอยู่ด้านซ้ายแทนที่จะเป็นขวา

 

“เจ้ามีความกล้า.....น่าสนใจ” ดาร์กไซด์เอ่ย เจดสัมผัสได้ลึกๆ ว่าเขาสนใจในตัวอามินจริๆ

 

“สนใจก็เอาตัวข้าไป!” อามินตะโกน “แต่อย่ายุ่งกับน้องข้า!”

 

“ข้าเอาตัวเจ้าไปแน่” ดาร์กไซด์พูด “แต่น้องเจ้าเป็นสิ่งอ่อนแอ”

 

ฉับพลันดวงตาของดาร์กไซด์ก็เปล่งแสงสีแดงน่าขยาด ก่อนมันจะพุ่งเข้าสู่ร่างของอัลดาน เจดเบือนหน้าหนีเหตุการณ์หลังจากนั้น เธอได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของอัลดานและเสียงร้องอย่างใจสลายของอามินเท่านั้น

 

“โลกของฉันถูกทำลายโดยดาร์กไซด์ อย่างที่เธอเห็น”

 

ร่างของเด็กสาวตรงหน้าเธอค่อยๆ คืนสู่ร่างที่แท้จริงของเขา เขาสวมฮู้ดที่เทากับกางเกงยีนส์ทั่วไป ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลและผมประบ่า ดวงตาสีทองที่ทอประกายเศร้าสร้อยจากใบหน้าฝั่งซ้ายทำให้เธอรู้ทันที

 

“อามิน” เธอพูดช้าๆ

 

“ใช่ ฉันเอง” อามินยกยิ้มเศร้า

 

“เกิดอะไรขึ้น” เด็กสาวเอ่ยถามเบาๆ

 

“ฉันถูกดาร์กไซด์จับไปล้างสมอง ทำงานเป็นข้ารับใช้ให้เขาหลายปี ทำลายดวงดาวไปอีกหลายดวงด้วยพลังจิตและพลังความฝัน”

 

เจดยืนฟังเขาเงียบๆ เธอปล่อยให้เขาพูดต่อ

 

“แต่ฉันก็เอาแต่ฝันเรื่องการสูญเสียน้องชายมาตลอด ฉันพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับฝันนี่ จนวันนึงดาร์กไซด์ก็ให้คำตอบว่าเขาเป็นคนฆ่าอัลดาน” 

 

ดวงตาของอามินวาวโรจน์ไปด้วยความอาฆาต

 

“ฉันไม่อยากรับใช้เขาต่ออีกแล้ว ฉันอยากให้ไอปีศาจนั่นมันตายไปซะ แต่ในตอนนั้นฉันมีพลังไม่พอที่จะทำลายเขาได้ จนได้มีโอกาสเมื่อดาร์กไซด์มาบุกโลกของเจ้า”

 

“นายรอดาร์กไซด์ถูกจัสติสลีกเล่นจนเละ” เจดตั้งของสังเกต “แล้วนายทำอะไรกับเขา?”

 

“ฉันส่งอะโพคาลิปส์ออกไปไกลแสนไกล” อามินตอบ “และฉันก็ขังเขาในความฝันที่จะทำให้มันรู้สึกทรมาณไปตลอดชีวิตอมตะๆ ของมัน!”

 

แล้วจู่ๆ อามินก็ยกมือกุมหน้าอกของตัวเอง

 

“แต่นั่นก็ทำให้พลังของนายถูกใช้ไปน่ะสิ” เจดเอ่ยความคิดของตัวเองออกมา “นายไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตบนโลกได้ด้วยร่างจริงๆ ของนาย นายต้องติดอยู่ในโลกความฝันเพื่อคอยทำให้แน่ใจว่าดาร์กไซด์จะไม่หลุดออกมา”

 

อามินพยักหน้าช้าๆ

 

“นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้นายต้องใช้ร่างของเจดในโลกนี้” เจดที่ตามทันค่อยๆ พูด

 

“แต่ทำไม ทำไมต้อง เจด ไมเยอร์”

 

ดวงตาสีเทาของเด็กสาวมองไปยังร่างสีฟ้าของอามิน

 

“เธอไม่เคยรู้เลยเหรอ เจด” อามินเดินมาหาเธอช้าๆ “พลังของเธอ...พลังของร่างนี้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เธอล้มซุปเปอร์แมนได้เพียงแค่เธอเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงเท่านั้น เธอเปลี่ยนปฏิกิริยาในร่างกายของมนุษย์บนโลกนี้ได้ง่ายๆ ตั้งแต่เริ่มใช้พลัง”

 

เจดไม่ปฏิเสธสิ่งที่เขาพูด

 

“แต่เธอจะไม่ทำแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจดในโลกนี้หรือเธอที่มาจากโลกอื่นก็ตาม!” อามินตะโกนออกมา

 

เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

 

“ฉันไม่เห็นเหตุผลที่เราจะต้องทำ” เธอหรี่ตามองเขา

 

“เพราะเธอไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับฉันน่ะสิ” ดวงตาของเขาวูบไหว

 

“นายเลยฆ่าเด็กคนนั้นเพื่อที่จะสิงร่างเธอ” เจดต่อเรื่องราวให้เขา “นายล่อฮีโร่ทุกคนไปที่เบลเรฟฟ์ให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาช่วยเด็กคนนั้น”

 

“ใช่แล้วเจด” อามินยิ้มรับ “แต่นั่นไม่ถูกทั้งหมด”

 

“ยังไง” เจดขมวดคิ้ว

 

“ในจังหวะนั้นที่ฉันกำลังจะได้ครอบครองร่างนั้น ก็ดันมีปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนฉันโผล่มา” ดวงตาของเขาตวัดมองหน้าเธอ

 

“เธอไงล่ะ” เขาชี้มาที่เธอ

 

“เธอในตอนนั้นเข้ามาอยู่ในร่างของเจดในโลกนี้ได้ยังไงก็ไม่มีใครรู้ แต่โชคดีของฉันที่จิตใจของเธออ่อนแอและแตกสลายมาก ทำให้ฉันควบคุมความฝันของเธอได้ง่ายๆ” อามินอธิบาย “ฉันสร้างโลกความฝันเล็กๆ ให้เธอจากพื้นฐานจิตใจเธอที่เหลืออยู่ โลกที่ฮีโร่พวกนี้เป็นเพียงการ์ตูน...”

 

“...และสามปีถัดมาฉันก็ตื่นมาเจอความจริง” เจดกะพริบตาถี่ๆ นี่มันค่อนข้างน่าเหลือเชื่อกว่าที่เธอคิดไว้มาก

 

“ถูกต้อง” อามินเชิดหน้าของเขาอยากไม่ค่อยชอบใจ แต่ภายในดวงตาของเขาก็มีความพึงพอใจอยู่บ้าง

 

“หมายความว่านายใช้ดาร์กไซด์ที่นายบุกโลกในตอนนั้นคือนายงั้นเหรอ” เจดถามออกไป

 

“ด้วยพลังของฉันกับเธอ ฉันควบคุมได้ทั้งดาร์กไซด์และลูกน้องของมัน” ชายหนุ่มตัวสีฟ้าพูด “แต่หลังจากที่เธอตื่น ฉันก็ทำได้แค่ขังมันอยู่ในโลกความฝันเท่านั้น”

 

“งั้นคนที่จะถล่มความฝันของนายในครั้งแรกที่เราเจอกันก็คือดาร์กไซด์น่ะสิ” เจดตั้งข้อสรุป

 

“ใช่ เขาไม่ค่อยเชื่องเท่าไหร่” อามินยักไหล่

 

เจดนิ่งเงียบ

 

“หลังจากที่เธอกลับมาแก้ไขทามไลน์นี้ มันก็ส่งผลกระทบให้การใช้พลังของเธอลดลง เพราะเธอช่วยเด็กคนนั้นไว้ ทำให้เด็กคนนั้นไม่เคยได้อยู่ในสถานการณ์ที่โหดร้ายจนต้องดึงพลังออกมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เธอไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงยังไงล่ะ”

 

อามินอธิบายข้อสงสัยที่เหลือของเธอ

 

นั่นทำให้เจดนึกถึงการทดลองของเดเมี่ยนที่ขั้วโลกเหนือ ที่ทำให้เธอจนตรอกก่อนถึงจะยอมให้เธอได้ใช้พลัง...

 

เดเมี่ยน...

 

ตอนนี้ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ เขาจะเป็นยังไงบ้าง..

 

ทุกคนจะเป็นยังไงบ้าง...

 

“และตอนนี้อะไรๆ ที่จะเกิดในอนาคตก็จะเปลี่ยนไป ตอนนี้เธอเป็นคนของช่วงปัจจุบันนี้แล้วเจด”

 

อามินมองหน้าเธอเล็กน้อย เจดมองหนาเขาอย่างไม่เข้าใจ

 

“เจดที่เคยเป็นของโลกนี้หายไปแล้ว” เขาหลับตาเบาๆ

 

เจดยกมือขึ้นปิดปากอย่างห้ามไม่ได้

 

เด็กคนนั้นเสียชีวิตแล้วงั้นเหรอ...ตอนนี้

 

“หมายความว่าตอนนี้ฉันเป็นเจดของโลกใบนี้แล้วสินะ” เจดยกมือกุมศีรษะ

 

อามินพยักหน้าช้าๆ

 

“อยากที่บอก อนาคตของเธอจะไม่เหมือนที่เธอเคยเจอมาอีกต่อไป” อามินเชิดหน้า

 

เธอเพิ่งล้างกระดานมันใหม่...

 

ตอนแรกเธอคิดว่าการกลับมาอดีตครั้งนี้จะส่งผลเพียงเล็กน้อยต่ออนาคตเท่านั้น นั่นำให้เธอเชื่ออย่างมากว่าเธอจะกลับไปในอนาคตได้

 

แต่ตอนนี้อนาคตที่เธอจะเป็นกราวิต้าอาจจะไม่มีอีกแล้ว...

 

เธอไม่ได้กำลังสร้างทามไลน์ใหม่ แต่เธอล้างสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในทามไลน์เดิม

 

และเธอจะต้องเป็นคนที่เขียนประวัติศาสตร์ใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง...

 

“ฉันค่อนประทับใจในตัวเธอนะเจดที่รัก” อามินพูดขึ้นเมื่อเห็นเด็กสาวเงียบไป “เธอฉลาดและตามอะไรได้ทันอย่างรวดเร็วมากๆ”

 

เจดไม่รู้ว่าเธอควรจะขอบคุณเขาดีไหม

 

“ทีนี้เธอจะทำยังไงต่อล่ะ” เขาเอ่ยถาม “เธอจะออกจากฝัน กลับไปใช้ชีวิตที่รักของเธอต่อหรื-”

 

“ฉันจะอยู่นี่”


 

เจดตอบเขา คำตอบนั่นทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอชะงักค้างไปเลย

 

“ทำไม..” อามินเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งหาเสียงตัวเองเจอ

 

“ดาร์กไซด์” เธอกดหัวคิ้วลงพลางอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พลังของนายคนเดียวกักเขาไว้ไม่ได้ นายพูดเอง นายต้องการพลังของฉันด้วย”

 

เจดเชิดหน้าของเธอขึ้น

 

ถ้าเธอกลับไป ดาร์กไซด์อาจจะหลุดจากมิติความฝันของอามินเมื่อไหร่ก็ได้

 

แต่ถ้าเธออยู่นี่...พลังของเธออยู่ที่นี่

 

มันเป็นการรับประกันแน่ๆ ว่าโลกข้างนอกจะปลอดภัยจากดาร์กไซด์

 

พวกเขาจะปลอดภัย...

 

“เธอจะ-”

 

“ถ้าตัวตนของฉันด้านนอกตาย ฉันก็จะติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาล ถูกไหมล่ะ” เจดบอกเขา

 

“แต่คนข้างนอกนั่นไม่ยอมแน่ๆ!” อามินว่าอย่างร้อนรน “เธอก็เห็น!”

 

“ใช่ นั่นเป็นสาเหตุที่ฉันขอให้เดเมี่ยนฆ่าฉัน” เจดยกยิ้มเศร้าพลางนึกถึงดวงตาสีเขียวที่เบิกโพลงอย่างตกใจเมื่อเธอเอ่ยประโยคนั้นกับเขา

 

 

“ไม่! ไมเยอร์ ฉันไม่ทำเด็ดขาด” เด็กหนุ่มปฏิเสธอย่างหนักแน่น

 

“นายสัญญาแล้วเดเมี่ยน” เธอเอ่ยเบาๆ หลับตา เธอเอนหน้าผากพิงหน้าอกของเขาที่อยู่ตรงหน้าเธอ

 

“ไม่ เจด...ขอร้องล่ะ” เสียงของเดเมี่ยนแตกสลาย

 

เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นระรัว เธอรับรู้ได้ว่าเขากำลังกังวลและโกรธเธอมากๆ

 

เป็นแบบนี้ดีแล้วล่ะ...

 

“ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของฉันแล้วกันนะ” เธอยกสองแขนขึ้นกอดเขา พยายามซึมซับไออุ่นจากร่างของเขาให้ได้มากที่สุด

 

เดมี่ยนยกแขนขึ้นโอบรอบตัวเธอกลับ เธอไม่ได้ยินเสียงของเขาอีกเลยนับจากนั้น

 

มีเพียงเสียงหัวใจของเด็กหนุ่ม และเสียงสะอื้นเบาๆ ของเด็กสาวในอ้อมกอดของเขา...

 

แค่นั้นก็พอ...

 

 

“เขาไม่ทำแน่ๆ” อามินพูด สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายแบบ ทั้งโมโห ตกใจ และอื่นๆ อีกมาก

 

“ใช่” เจดยอมรับ “เขาจะไม่ทำ..”

 

อามินมีใบหน้าสับสน

 

“แต่การทำให้เขาไขว้เขวทำให้ฉันมีเวลาพอที่จะเพิ่มพิษที่ทำให้หัวใจของฉันหยุดเต้นเข้าไปในยานอนหลับของฉันได้” เจดเฉลยเขาออกไปและพบว่าเสียงของเธอแตกพร่า

 

อามินอ้าปากเหมือนจะพูด แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

 

“ซับซ้อนดีใช่ไหมล่ะ” เด็กสาวเอ่ย แล้วจู่ๆ ขอบตาของเธอก็ร้อนผ่าว

 

“เธอเตรียมตัวมาทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้ว..” อามินพูดพลางยกมือกุมศีรษะ “เธอพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อพวกเขาตั้งนานแล้ว...”

 

“นั่นสินะ..” น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เจดส่งยิ้มให้อามิน

 

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำจากเถ้าถ่านในฝันที่อามินสร้างขึ้นมา

 

“ทีนี้หวังว่าความตายจะไม่เจ็บปวดนะ”

 

แล้วเด็กสาวก็ปล่อยให้น้ำตาของเธอไหลออกไปอย่างนั้น

 

เธอไม่คิดที่จะเช็ดมันอีกแล้ว...

 

 

 

“บรูซ แย่แล้ว ความดันเธอตก!!”

 

 

“ผ...ผมไม่ได้ยินเสียงหัวใจของเธอ...”

 

 

“เราต้องกระตุ้นหัวใจเธอ!!”

 

 

“กลับมาก่อนเจด...อย่ามาทิ้งฉันไปแบบนี้นะ!”

 

 

“บิลลี่ ช็อกเธอเลย!!!!!”

 

 

“ชาแซม!!!!!!”

.

.

.

 

✢ ✢ ✢

 

โอ้โห จบอีพี 3 แล้วเหรอเนี่ย ผ่านไปไวเหมือนกันนะครับ

 

สรุปโดยย่อเผื่อคนที่กำลังอ่านแล้วงง

เรื่องจริงๆ เลยเนี่ยก็คืออามินเป็นมนุษย์ต่างดาวครับ ถูกดาร์กไซด์ล้างสมองแล้วจับมาทำเป็นสมุน เพราะพลังของอามินแข็งแกร่ง สามารถควบคุมจิตใจและสร้างมิติที่เรียกว่ามิติความฝันขึ้นมาได้ ซึ่งควรค่าแก่ความต้องการของดาร์กไซดื

แต่ว่าพออามินได้รู้ความจริงว่าดาร์กไซด์ฆ่าน้องชายตัวเอง เลยแค้น รอให้ดาร์กไซด์โดนลีกอัดจนอ่วมตอนมาโลกครั้งแรก จากนั้นก็จัดการเก็บดาร์กไซด์ไว้ในมิติฝันแล้วควบคุมทุกอย่างเอง

โดยพลังของอามินคนเดียวไม่สามารถคุมดาร์กไซด์ให้อยู่หมัดได้ครับ แต่อามินรู้ว่าที่โลกใบนี้มีเมต้าฮิวแมนที่มีพลังอยู่คนหนึ่ง ชื่อเจด พลังของอามินกับเจดจะเสริมกันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่ปัญหาก็คือพลังของเจดไม่ถึงขั้นสุด และเจดเองก็คงไม่ยอมใช้พลังนั้นครองโลกด้วย อามินเลยต้องจัดฉากให้เจดได้แสดงพลังออกมา(วางแผนแหกคุกเบลล์เรฟฟ์และให้คนไปฆ่าเธอกับแม่) ผลก็คือวิญญาณเจดบนโลกนี้ก็หายไป และอามินก็ได้ร่างที่มีพลังของเจดมา แต่ว่าจังหวะนั้นเอง วิญญาณน้องเจดที่อยู่อีกโลกก็โผล่มาอยู่ในร่างนี้แทน แต่โชคดีของอามินที่น้องเจดมีสภาพจิตใจอ่อนแอมาก เลยควบคุมเธอไว้ในความฝันได้ครับ

สำหรับการตลบหลังไปมาของน้องเจดตั้งแต่ตอนที่แล้วอ่านแล้วอาจจะงงๆ กันอยู่ คือความจริงน้องเจดรู้เรื่องว่ามันน่าจะเป็นประมาณนี้อยู่แล้ว แต่ก็พยายามหลอกอามินให้เขว จะได้เผยไต๋ออกมา ส่วนที่หลอกลีกเพราะกะมาตายอยู่แล้ว เลยไม่อยากให้ห่วงครับ

ก็ประมาณนี้นั่นแหละครับ55555

 

สำหรับสัปดาห์หน้าจะไม่มีการอัพเดทนะครับ เจอกันอีกทีวันตรุษจีน 12 ก.พ. นะครับ

สำหรับวันนี้ไรท์ขอลาไปก่อน…

รักรีดทุกคนนะครับ!!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #50 Yukisi! (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:18
    ค้างหนักมากกกกก....นอนร้องไห้เลยจ้าಥ‿ಥ
    #50
    1
    • #50-1 KkAmT(จากตอนที่ 19)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:19
      โอ๋ๆ นะครับ เจอกันศุกร์นี้ครับ!!!
      #50-1
  2. #47 INERZIA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 03:31

    ก็งงอยู่ดี ตอนเจตตื่นขึ้นมาในโลกนี้ครั้งแรก แล้วเห็นทุกคนหันอาวุธมา ตอนนั้นโลกก็แทบจะเละหมดแล้ว บทอามินก็คือวายร้ายที่ต้องการครองโลกดีๆนี่เอง แล้วถ้าจะมาเฉลยว่าอามินจริงๆแล้วอยู่คนละฝ่ายกับดาร์กไซต์นะ แถมยังกักดาร์กไซต์ไว้ด้วยพลังตัวเอง แบบนั้นที่พยายามครองโลกโดยกำจัดลีคคือเพื่อให้ใช้พลังในร่างเจดได้ถึงขีดสุดเพื่อจะกักดาร์กไซต์ได้งี้หรอ มันก็แบบ—ยังไงๆอยู่ เหมือนจะเชื่อมแต่ก็แปลกๆ แต่บอกจุดที่แปลกไม่ถูก

    #47
    1
    • #47-1 KkAmT(จากตอนที่ 19)
      31 มกราคม 2564 / 09:11
      แหะๆ มันก็จะงงนิดหน่อยนั่นแหละครับ ไรท์เองก็เขียนไม่ค่อยรู้เนื่อง แต่ยังไงจะพยายามปรับปรุงนะครับ!
      #47-1
  3. #46 โซระ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:25
    อะไรๆๆๆๆ ค้างงงงงค่ะค้างงงง ไอต้าวจะทำงี้ไม่ได้นะ
    #46
    1
    • #46-1 KkAmT(จากตอนที่ 19)
      30 มกราคม 2564 / 00:46
      แหะะๆ ขออภัยครับ ไว้มาติดตามกันต่อนะครับ!!
      #46-1
  4. #45 Whan3523 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 19:17

    จะร้องแล้วนะคะ
    #45
    1
    • #45-1 KkAmT(จากตอนที่ 19)
      29 มกราคม 2564 / 19:25
      ไม่ร้องนะครับ โอ๋นะๆ
      #45-1
  5. #44 -นานาชิ- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 18:54

    อะไร๊?!!! คนอ่านร้องไห้ตามแล้วนะ แง~~
    #44
    1
    • #44-1 KkAmT(จากตอนที่ 19)
      29 มกราคม 2564 / 19:25
      ไม่ร้องนะครับ โอ๋ๆ
      #44-1