ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 23 : บวกยี่สิบสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 667 ครั้ง
    25 ก.ย. 62

แก้วเซรามิกทรงเดิมถูกวางลงบนท็อปเคาน์เตอร์ตำแหน่งเดิม เสิร์ฟให้กับคนคนเดิม เมษามองตามสายตาของเพื่อนสนิที่จ้องเขม็งไปยังคู่สนทนาชายหญิงที่โต๊ะรับแขกห่างไปไม่ไกลเท่าไหร่ ทางฝั่งนั้นดูเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

 

“มึงว่าเขาคุยไรกัน?” ดันขอบจานที่ด้านบนเป็นมัคคิอาโต้หอมกรุ่นให้เมื่อจินเจอร์หันมา ใบหน้าดูเป็นกังวลและสับสนจนเห็นได้ชัด

“ไม่รู้ ดูไม่ค่อยดีเลยว่ะ”

“อย่าเพิ่งคิดมาก พิ้งไม่ใช่คนงี่เง่า” เมษาปลอบใจแม้ว่าภายในหัวจะคิดแบบเดียวกัน ใบหน้าของน้องสาวคนสนิทดูเรียบเฉยและมีแวเกรี้ยวกราดแฝงอยู่ยามที่เจ้าตัวฟังนันท์อธิบายอะไรสักอย่าง มันคงเป็นเรื่องที่ยาวมากเพราะฝ่ายคนแก่กว่านั่งพูดอยู่ฝั่งเดียวโดยไร้การตอบโต้มาพักใหญ่แล้ว

“แต่ถ้าน้องไม่โอเคจริงๆ...”

“...” เธอเสมองคนที่เว้นช่วงเหมือนกำลังคิดไม่ตกว่าสิ่งที่จะบอกออกไปดีหรือเปล่าครู่นึงก่อนจะละสายตามามองคู่สนทนาที่กำลังดุเดือดอย่างเก่า พอเดาได้ว่าเรื่องที่เพื่อนอยากพูดมีความหมายประมาณไหน

“กูก็คงต้องจบ” อยากจะหัวเราะให้เสียงเหงาหงอยของคนตรงหน้า เมษายังขอยืนยันคำเดิมว่าน้องสาวคนนั้นไม่ใช่เด็กพูดไม่รู้เรื่อง ความยากอย่างเดียวคงเป็นการที่นันท์ต้องทำให้เจ้าตัววางใจมากพอที่จะยอมรับความสัมพันธ์ครั้งนี้มากกว่า

 

แต่ที่ยากขึ้นมาอีกระดับคือการที่จินเจอร์ดูโอนอ่อนแต่ก็ยังไม่ตกลงปลงใจคบกันเสียที แบบนี้ยิ่งดูเหมือนคนเป็นพี่เองก็ยังไม่กล้าไว้ใจเลย

 

แล้วพิ้งจะอนุมัติให้ไฟเขียวกับนันท์ได้ยังไง?

 

ทว่าเมื่อลองเปลี่ยนโฟกัสมาตรงฝ่ายที่อยู่ห่างออกไปจนกองเชียร์ที่นั่งลุ้นตรงเคาน์เตอร์ไม่ได้ยินเสียงกลับไม่ได้เคร่งเครียดอย่างภาพที่แสดงออก พิ้งนั่งกอดอกฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของนันท์ตั้งแต่ต้นจนจบ มีทั้งจังหวะที่กำมือแน่นและอยากกระโจนขึ้นไปข่วนหน้าคนตรงข้าม หากพอสายตาเหลือบไปเห็นขอบสมุดทำมือที่โผล่มาจากกระเป๋าโท้ทของตัวเองแล้วก็ทำได้แค่ถอนหายใจ

 

“แล้วพี่จะเอายังไงต่อ?” สรรพนามใช้แทนคนแก่กว่าถูกเปลี่ยนตั้งแต่สิบนาทีแรกหลังจากเริ่มบทสนทนา การเก๊กขรึมใช้พลังงานมากเกินไป เธอเลยต้องเลือกตัดฟอร์มที่ไม่จำเป็นออกและมาทุ่มเทกับเนื้อหาแทน

“ก็...ง้อจินเจอร์”

“เฮอะ พูดซะเหมือนความผิดพี่เล็กจิ๋วเลยเนอะ ง้อจินเจอร์” นันท์นึกเอ็นดูคนที่เลียนเสียงประโยคเขาเชิงประชด ความจริงน้องไม่มีอะไรน่ากลัวเลย โตกันหมดจนใช้เหตุผลเข้าคุยก็รู้เรื่องทุกอย่าง

“แล้วจะให้พูดว่าอะไร เขาไม่ได้โกรธพี่ขนาดนั้นแล้วนี่ เรียกงอนก็ถูกแล้ว”

“พี่เจอร์ใจง่าย”

“อย่าลามปามพี่ตัวเอง”

 

เธอร้อง เฮอะ ด้วยความหมั่นไส้อีกครั้ง ทีอย่างนี้ละปกป้องเก่ง ที่ผ่านมาก็ตัวเองทั้งนั้นไม่ใช่หรือไงที่ทำพี่ของเธอเจ็บที่สุดน่ะ คนตัวเล็กกว่ากลอกตา ปลายเล็บเกี่ยวหูแก้วใสทรงสูงเล่น ถามประโยคต่อไปเรียบเรื่อยแต่ในหัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

 

“แล้วถึงไหนแล้ว?”

“อะไรถึงไหน?”

“ที่ง้อเนี่ย ดูอาการพี่เจอร์เป็นยังไงบ้าง?” พิ้งขมวดคิ้วหงุดหงิดให้คนหัวช้ากับเรื่องที่ควรเก็ตได้เร็ว นันท์ตอบพึมพำคำตอบก่อนจะยกมือเกาคอแก้เก้อ เธอที่ชอบความชัดเจนทั้งการกระทำและน้ำเสียงเลยโวยวายใส่อีกรอบ

“มั่นใจหน่อยดิพี่ พูดอะไรไม่เห็นได้ยิน”

“บอกว่าเรื่อยๆไง” คนแก่กว่าเกามือเกาแขนที่เริ่มแดงเพราะเลือดสูบฉีดพล่านอยู่ด้านใน แม้จะขึ้นเสียงกลบอาการประหม่าแต่ท่าทีที่มองเห็นอยู่เต็มตาก็ไม่ช่วยเท่าไหร่

“เรื่อยๆ? เรื่อยอารมณ์ที่อีกสองสามปีก็ยังอยู่ที่เดิมประมาณนั้นป้ะ?” จบคำถามนัยน์ตาคมดุก็ตวัดมองอย่างเอาเรื่องทันที หญิงสาวต้องบอกตัวเองให้ฮึบและซ่อนยิ้มร้ายกาจไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง เลิกคิ้วกลับไม่สะทกสะท้านกับความน่ากลัวของคนตรงข้าม

“เท่าที่ฟังมาพี่ไม่รู้จักพี่เจอร์เลยสักนิด ใส่ร้ายพี่พิ้งมั่วไปหมด” พอพูดถึงความผิดครั้งเก่าจากที่ขึงขังก็เปลี่ยนเป็นหลบสายตา ดูไม่มั่นใจทว่าในสายตาคนเด็กกว่ามองว่าน่ารักดี แค่นี้ก็รู้แล้วว่าความเชื่อมั่นในตัวเองจนมากเกินไปของอีกฝ่ายมันกำลังทำร้ายให้เจ้าตัวรู้สึกผิด แสดงให้เห็นว่าเขาเองกำลังจดจำและเรียนรู้ที่จะไม่ทำแบบเดิมซ้ำ

 

เห็นว่าเป็นคนที่พี่เจอร์ชอบตั้งขนาดนั้นหรอกนะ

 

“พิ้งไม่รอหรอก ยิ่งพี่ใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการตัดโอกาสคนอื่นที่จะเข้าในชีวิตพี่เจอร์” แค่ได้ยินว่าคนอื่นจะเข้ามาหาจินเจอร์ใครบางคนก็อยู่ไม่สุข นั่นเป็นอีกอย่างที่เขากลัวอยู่ลึกๆ แม้ทุกวันนี้ฝ่ายนั้นจะทำตัวน่ารักใส่กันแต่สถานะที่มีก็ยังไม่ชัดเจน เกิดวันนึงมีใครเข้ามาทำให้เจอร์ลังเลจนไม่เลือกเขานันท์จะทำยังไง

 

เพราะสุดท้ายก็บังคับใจใครไม่ได้เลย...

 

“พี่พิ้งเสียโอกาส” ประโยคสุดท้ายที่รวบจุดประสงค์ทุกอย่างของคนพูดเป็นเหมือนก้อนหินหนักๆที่ทุบลงมาตรงท้ายทอย นันท์นั่งหน้าเครียดจนไม่ทันได้สังเกตสายตาแวววาวของปีศาจน้อยที่จ้องมองมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองบางอย่างที่ดูจะอยู่ไกลมือไปนิดแต่ก็น่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเธอใช้มันได้อย่างไม่ละครเกินไป

“เพราะงั้นจะทำอะไรก็รีบทำ ภายในสองอาทิตย์นี้ถ้าพี่เจอร์ไม่ตกลง...พี่หมดสิทธิ์” คนแก่กว่ากำลังเงยหน้าจะอ้าปากถามว่าหมายความว่ายังไงหากแต่การมองเห็นทั้งหมดก็ถูกทำให้พร่าเบลอไปเสียก่อน ระหว่างที่ตั้งสติว่าความเย็นและเปียกชื้นที่สาดซัดเข้ามาคืออะไร เสียงอุทานคุ้นหูก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ซ้อนทับเสียงกระซิบเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวคู่สนทนาตรงหน้าเขา

“พี่น่าจะรู้ว่าพี่เจอร์ขี้ใจอ่อน ทำตัวน่าสงสารเยอะๆเข้าไว้”

“นันท์! พิ้ง!

 

ตอนที่ใครสักคนกำลังลนลานซับหยดน้ำออกจากใบหน้าและลำตัวของเขา นันท์เห็นหางตาว่าเด็กที่ก่อเรื่องไว้เดินหนีไปอย่างว่องไวเรียบร้อยแล้ว หัวเขาสับสนถึงการกระทำเมื่อครู่ สรุปว่าที่เอาน้ำเปล่าของเขามาสาดใส่กันเป็นเพราะจะช่วยอย่างนั้นเหรอ?

 

เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยซ้ำถ้าสายตาไม่หันมาเห็นสีหน้าว้าวุ่นของคนพี่เสียก่อน

 

จริงแฮะ...จินเจอร์เป็นคนขี้ใจอ่อนจริงอย่างที่น้องพูด

 

ไม่ถือว่าเอาเปรียบแล้วกันนะ เพราะพิ้งเป็นคนอนุญาตให้เขาทำเอง :)

 

“มึงพูดอะไร?! ทำไมพิ้งทำแบบนี้?” จินเจอร์ร้อนรนถามคนที่อยู่ๆก็นั่งหน้าซึมไป นันท์ปล่อยให้เขาเช็ดตัวเช็ดหน้าจนพอหมาดอยู่สักพักก็เอื้อมมากุมมือเอาไว้

“น้องมึง...คงเกลียดกูแล้วว่ะ” ทำนั้นใจคนฟังก็ร่วงไปถึงตาตุ่ม เขาสรรหาคำถามและหาเสียงตัวเองอยู่นานนับนาทีกว่าจะเริ่มประโยคถัดไปได้

“ทำไมคิดแบบนั้น?”

 

นายพัทธนันท์ใจอ่อนยวบพอเห็นคิ้วสวยขมวดมุ่นกับหน้าตายุ่งเหยิงเป็นกังวลของคนพี่

 

ไม่ได้สิ ถ้าเขาใจเหลวตามไปด้วยก็ไม่ทันสองอาทิตย์ที่พิ้งกำหนดพอดี

 

“ตอนกูเล่าเรื่องของเราให้ฟัง สีหน้าน้องดูไม่ดีเลย” มือหนาบีบแน่นคล้ายต้องการกำลังใจอย่างที่สุดก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอับจนหนทาง

“เราทำยังไงกันดีวะเจอร์?”

                                                                       

จินเจอร์กัดริมฝีปากใช้ความคิดและเผลอบีบมืออีกฝ่ายกลับไปโดยไม่รู้ตัว พิ้งที่เขารู้จักไม่ใช่คนก้าวร้าวเลยสักนิด น้อยครั้งมากที่น้องจะงอแงซึ่งอาการนั้นเจ้าตัวก็มาเป็นแค่กับเขา การทำตัวไม่น่ารักใส่คนอื่นแบบนี้ทำเอาคนเป็นพี่ปวดหัวตุบ

 

ครั้งนี้น้องคงโกรธจริงๆ

 

“มึงกลับไปก่อน”

“ฮะ?— ตะ แต่จินเจ

“กูจะเคลียร์กับน้อง” พอเห็นสายตาแน่วแน่นันท์ก็ทำได้แค่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หากเขาทำตัวอ้อนเท้าไปมากกว่านี้คงกลายเป็นเขาเองที่ไร้เหตุผลในสายตาจินเจอร์ คนตาดุเลยพยักหน้าเงียบๆ ตีสีหน้าเศร้าซึมและปล่อยให้มือสีน้ำผึ้งนั่นเดินกุมไปส่งกันถึงลานจอดรถ

.

.

.

 

นันท์ชักรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆเมื่อตลอดทางคนข้างกายมีสีหน้าเคร่งเครียดชัดเจน มือที่จับอยู่ชื้นเหงื่อจนเขารู้สึกได้ ในหัวเลยต้องท่องซ้ำไปซ้ำมาว่าทั้งหมดนี่เพื่อผลลัพธ์ระยะยาว และมันก็จริงอย่างที่พิ้งบอกว่าถ้าเทียบกับน้องแล้ว คนที่รู้จักจินเจอร์ดีที่สุดก็คงต้องเป็นอีกฝ่ายโดยไร้ข้อสงสัย

 

เพราะฉะนั้นถ้าอยากง้อสำเร็จก็ต้องเชื่อผู้รู้

 

“เจอร์...เครียดเหรอ?”

“...” แม้ไม่มีคำตอบแต่นัยน์ตาคู่สวยก็บอกทุกความคิดในหัวคนตรงหน้า นันท์ที่ตัวเปียกปอนเลยยื่นมือไปจับต้นคอและไล้นิ้วโป้งกับส่วนสันกรามพลางออกแรงกดนวดแผ่วเบา

 

ถึงอุปนิสัยและความคิดจินเจอร์เขาจะสู้พิ้งไม่ได้ แต่นันท์มั่นใจว่าเรื่องของร่างกายเขารู้ดีที่สุด

 

คนผิวน้ำผึ้งหลับตาพริ้มเหมือนอยากซึมซับความสบายจากเขาให้เต็มที่ ทั้งคู่ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปหลายนาทีก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะกลับมาลืมตาที่ปรากฏแววมั่นคงฉายชัดในนั้น

 

“ขับรถกลับดีๆ” เสียงนุ่มทุ้มกำชับเสียจนนันท์เผลอพยักหน้าตามอย่างเลื่อนลอย เขาจ้องสายตาที่มีภาพตัวเองสะท้อนอยู่บนนั้นเลือนรางแล้วรู้สึกอุ่นไปทั้งอก แต่สิ่งที่จินเจอร์เห็นคืออีกคนที่นิ่งไปพร้อมกับสีหน้าอ่านไม่ออก มือเรียวเลยยื่นไปจับส่วนเดียวกันของนันท์ไว้อีกครั้ง สอดประสานปลายนิ้วและกระชับแน่นเพื่อยืนยันบางอย่าง

“ไม่ต้องกังวล”

 

นันท์ที่เก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ทนไม่ได้อีกต่อไป เขากระตุกข้อมือรั้งคนที่ทำเก่งเข้ามากดจูบ ครั้งนี้จินเจอร์เองก็เปิดปากตอบรับไม่ต่างเพราะเขาต้องการกำลังใจเหมือนกัน

 

นันท์บดจูบย้ำๆและเกี่ยวกระหวัดความอุ่นนุ่มรุนแรงคล้ายจะสัญญาว่าไม่มีทางยอมแพ้และหายไปไหน ฝ่ายที่ถูกรุกล้ำจึงครางแผ่วในลำคออย่างพึงพอใจ สัมผัสได้ถึงความหมายแฝงที่สื่อผ่านริมฝีปากร้ายกาจของอีกคน

 

หลังจากเก็บเกี่ยวแรงใจ ผละออกมาและกดเน้นซ้ำอยู่อย่างนั้นพักใหญ่สองคนก็ค่อยๆเพิ่มระยะห่างระหว่างกันอย่างอ้อยอิ่ง นันท์สบสายตาสั่นไหวของจินเจอร์ เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่อารมณ์พุ่งสูง...คนตรงหน้าเขาจะซื่อตรงจนน่ารัก

 

“กูเองก็จะทำให้ดี” จินเจอร์พยักหน้ารับแม้ไม่รู้ว่าที่บอกจะทำหมายถึงทำอะไร แต่รูปประโยคที่สื่อว่าจะไม่ทิ้งให้เขาพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ทำให้รู้สึกเต็มตื้นในอก มากเพียงพอสำหรับจะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งโลกเพื่อให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ

 

เหมือนใครบางคนจะตกหลุมพรางเข้าอย่างจังเสียแล้ว...

 

 

_____________

 

 

พิ้งแทบจะทำซองป็อปซีเคร็ตที่เพิ่งหยิบออกจากไมโครเวฟหลุดมือตอนได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน เด็กแสบสบถกับตัวเองในใจว่าพี่ชายจะต้องได้กลิ่นเนยที่อบอวลไปทั้งบ้านแน่ๆ นี่กะจะสร้างบรรยากาศเครียดสักหน่อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเร็วขนาดนี้

 

ยังไม่ทันได้เปิดหนังดูพี่เจอร์ก็ถึงบ้านแล้ว พี่นันท์เขาได้เรื่องบ้างไหมเนี่ย?

 

ฝ่ายที่เพิ่งบึ่งรถกลับมาย่นหัวคิ้วเล็กน้อยตอนก้าวเข้ามาแล้วหอมขนมฟุ้งไปหมด แต่พอสายตาเห็นน้องสาวนั่งเคี้ยวป็อปคอร์นหน้านิ่งๆอยู่ตรงโซฟาความสงสัยทั้งหมดก็ถูกกลืนหาย จินเจอร์ก้าวเข้าไปใกล้ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตเชื่องช้า ลอบสังเกตปฏิกิริยาของพิ้งว่าเขาสามารถพูดคุยได้มากแค่ไหน

 

“กลับยังไ? ทำไมเดินหนีออกมาแบบนั้น?”

“แกร็บค่ะ” ความจริงคือพอสร้างซีนให้ตัวเองเสร็จเธอก็เดินลงไปช้อปปิ้งป็อปคอร์นกับเยลลี่หนึบๆไว้เคี้ยวเล่นที่มาร์เก็ตใต้ห้าง จากนั้นถึงตั้งสติได้ว่าพี่ชายขับรถมาเลยต้องดาวน์โหลดเจ้าแอปฯสีเขียวเพื่อเรียกรถกลับบ้าน ลำบากชีวิตไปอีกหนึ่งขั้น

“พี่ตกใจมากรู้มั้ย? เราไม่เคยทำตัวไม่น่ารักขนาดนั้น”

 

แหงสิ เธอเป็นสายโวยวายไม่ใช่สายบู๊เสียหน่อย, หญิงสาวยกชามแก้วใบใหญ่ไปวางบนโต๊ะกลาง สีหน้ายังราบเรียบแม้ในใจจะกลอกตาไปแล้วล้านตลบ

 

“เขาทำให้พี่ว่าพิ้งไม่น่ารักสองรอบแล้ว” พูดไปก็ขนลุกไป การสวมบทตัวร้ายงี่เง่านี่มันทำให้รู้สึกรำคาญตัวเองชะมัด

“พิ้ง ทำไมโทษคนอื่นครับ?”

“พี่ขิงเข้าข้างแต่เขาอ่ะ! ทีเขาทำตัวแย่ขนาดนั้นพี่ยังไม่เห็นว่าเลย!

 

ให้ตายสิ...ถ้าคืนดีกันเมื่อไหร่เธอจะให้นันท์เลี้ยงโอมากาเสะคอร์สละแปดพันเลยคอยดู

 

“พี่ตีกันตั้งกี่รอบ เขาไม่ได้เล่าให้พิ้งฟังเหรอ?”

“ถามจริงเลยนะพี่ขิง ทำไมถึงยังยอมให้เขาเข้ามาวุ่นวายกับพี่อยู่ ไม่ได้รักเขาแล้วไม่ใช่เหรอ?” คนที่ต้องตอบชะงักกึก รู้อยู่แก่ใจว่าความจริงคืออะไรทว่าไม่เคยกล้ายืนยันออกมาเป็นคำสักที

“นันท์บอก?”

“เปล่าค่ะ ก็พิ้งเห็นพี่ไม่รับเขาเป็นแฟน” ตัวแสบรีบจี้ซ้ำพอเห็นอาการลังเลชัดเจนของของพี่ชาย สายตาซุกซนลอบสังเกตท่าทีคนตรงหน้าอย่างละเอียด คราวนี้สีหน้ายุ่งเหยิงของจินเจอร์คล้ายจะมาจากความขัดแย้งในหัวมากกว่าบรรยากาศกดดันแบบปลอมๆที่เธอสร้างขึ้น

“นั่นมัน—”

“เลยคิดว่าที่พี่ยอมอาจจะเป็นเพราะปฏิเสธไม่ได้ พี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานนี่ค่ะ”

“ไม่ใช่!

 

น้องสาวเลิกคิ้วทำซื่อ เผลอปฏิเสธออกมารุนแรงขนาดนั้นมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ายกให้เขาทั้งใจไปแล้ว

 

ที่ยึกยักไม่ตอบตกลงนี่คงเป็นเพราะมัวแต่คิดมากแน่ๆ

 

“ถ้างั้นทำไมคะ? ถ้าไม่เต็มใจพี่ก็น่าจะบอกเขาไปตรงๆ ดีกว่าต้องมาทนอึดอัดอยู่—”

“พี่ไม่ได้อึดอัดครับ”

“...” เธอทิ้งช่วง มองคนที่กำลังรวบรวมความกล้าเพื่ออธิบายความรู้สึกของตัวเองให้เธอฟังอย่างใจเย็น

“ไม่ใช่ว่าไม่กล้าปฏิเสธ” จินเจอร์ดูลังเล ปากหนักจนต้องใช้พลังมากมายในการเอ่ยคำนั้นออกมา ที่กลัวยิ่งกว่าพิ้งจะรับรู้คือกลัวสิ่งที่ตัวเองต้องได้ยิน

 

ว่ายังรัก

 

“พิ้งก็น่าจะเห็นสมุดนั้นแล้วไม่ใช่หรือไง?” คนพี่ยังพยายามหาทางอ้อม แต่สำหรับคนน้องที่อยากได้ความชัดเจนไม่มีทางยอมรับคำตอบประเภทนั้นอยู่แล้ว

“มันตั้งนานแล้วนี่คะ อีกอย่างหลังจากเกิดเรื่องพวกนั้นพี่เจอร์อาจจะเปลี่ยน—”

“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ”

 

ใครบางคนต้องซ่อนยิ้มสุดความสามารถระหว่างที่ต่อบทสนทนาถัดไป

 

“พี่ขิงจะบอกว่าพี่รักเขาเหรอ? คนขี้โมโหที่ทำตัวโคตรแย่แถมยังมีคนในใจอยู่แล้วอ่ะนะ?”

“ถ้าเป็นเรื่องจริน มันไม่มีอะไรแล้ว” นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่พูดเรื่องนั้นออกไปได้เต็มปาก บางทีที่นันท์ถามหาคำตอบและเขารู้สึกสับสนเงื่อนไขนี้มักจะถูกยกมาใช้ ทว่าจินเจอร์รู้แล้วว่ามันเป็นเพียงข้ออ้าง

 

ลึกๆเขาเองก็รู้ดีว่าความรู้สึกของนันท์อยู่กับใคร

 

“มั่นใจได้ยังไง พิ้งยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจู่ๆจากที่รักคนอื่นมาตั้งหลายปีจะมาเปลี่ยนใจง่ายๆ”

“แต่พี่มั่นใจตั้งแต่เขาจริงใจกับพิ้งตั้งขนาดนี้แล้ว”

“...”

“ความจริงนันท์ไม่ต้องเล่าเรื่องแย่ๆให้พิ้งฟังก็ได้ถ้าเขาอยากให้พิ้งยอมรับเขาไวๆ แต่นี่นันท์เล่าทุกอย่าง บางเรื่องที่พี่คิดว่าไม่น่าเล่าเขาก็บอกหมด”

“...”

“มันเป็นเพราะเขาเห็นพิ้งสำคัญ เขาอยากให้พิ้งรู้และยอมรับเขาทั้งที่ผ่านมาและในวันนี้”

 

จินเจอร์มองหน้าน้องสาวอย่างจริงจัง เขาปักใจแล้วว่าหลังจากพูดทุกอย่างเทหมดหน้าตัก ถ้าพิ้งยังไม่ยอมรับเขาก็พร้อมจะหยุด

 

“จริงอยู่ที่ช่วงแรกมันมีแต่เรื่องไม่ดีระหว่างพี่กับเขา แต่พอเราลองห่างกันก็ยิ่งทำให้รู้...เจ็บปวดยิ่งกว่าทำร้ายกันก็คือการไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

 

เพราะยังไงเขาก็เชื่อว่าน้องเป็นอีกคนที่มองเห็นว่าอะไรที่ดีกับเขา ตัดสินได้พอๆกับที่เขาตัดสินใจเรื่องของตัวเอง

 

อาจจะดูหัวโบราณ แต่ทั้งชีวิตเขามีแค่ผู้หญิงที่ชื่อพิชญา ที่อดทนกัดฟันผ่านช่วงเวลายากลำบากมาทั้งหมดก็เป็นเพราะพิ้ง ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...พิ้งจะเป็นคนแรกที่เขาเลือกเสมอ

 

“พี่อยากมีนันท์ แล้วนันท์ก็ทำให้พี่เชื่อ...ว่าเขาอยากมีพี่”

 

คนเด็กกว่าหัวใจเต้นตุบยามสบสายตาเว้าวอนให้เธอโอนอ่อน นึกอุ่นซ่านเมื่อรับรู้ว่าจินเจอร์ให้คุณค่ากับความคิดของเธอมากแค่ไหน คำอนุญาตที่ออกจากปากของเธอคงจะทำให้พี่ชายยิ้มกว้างแน่ๆ

 

“ถ้ามั่นใจขนาดนั้นทำไมไม่ตกลงเป็นแฟนไปเลยล่ะคะ?” แต่คนเจ้าแผนการก็ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่วางไว้ เธอสะบัดเสียงประชด หางตาเห็นอีกฝ่ายกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่เป็นสิ่งที่พี่ขิงต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ความกลัวการยึดติดกับใครสักคน ถ้าไม่ปล่อยทิ้งความสัมพันธ์ก็คงสร้างขึ้นไม่ได้ และถึงได้ก็คงไม่แข็งแรงพอที่จะอยู่ได้นานอย่างใจนึก

“ถ้าพิ้งโอเคกับเขา...”

“พิ้งไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนใครขนาดนั้นหรอก” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองน้องสาวอย่างค้นคว้าว่ามีแววประชดแฝงอยู่หรือไม่ ทว่าพิ้งกลับส่ายหน้าที่เก็กขรึมจนเมื่อยและพูดเสียงนิ่ง

“มันอยู่ที่พี่ขิง ถ้าพี่เห็นว่าเขาดีจริง...” มือบางสอดเข้าในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตัวเอง หยิบโทรศัพท์มือถือมาปลดล็อกหน้าจอเสร็จสรรพพร้อมยื่นไปให้คนที่กำลังมองมาอย่างงุนงง

 

“ก็โทรไปหาเขาตอนนี้ ต่อหน้าพิ้ง ตกลงคบกันไปเลย”

“พิ้ง!?”

“ทำไมคะ? ถ้าเขาดีจริงพี่ต้องไม่กลัวสิไม่ว่าพิ้งจะอยู่ด้วยหรือไม่อยู่ อีกอย่าง พี่อยากรู้ว่าถ้าตอนไม่มีพิ้งเขาจะพูดกับพี่ขิงยังไง” ตัวแสบเมินจินเจอร์ที่ครางชื่อเธออย่างอ่อนใจ ทำยังไงได้ล่ะ เธอเป็นคนไม่ชอบรอ อยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น เพราะงั้นเวลาสองอาทิตย์ที่ให้ผู้ชายคนนั้นไปเธอจะเป็นฝ่ายบีบให้เหลือน้อยลงเอง

 

ก่อนกลับอังกฤษตอนได้เห็นฉากหวานๆสักฉากล่ะวะ!

 

“แต่พี่—”

“ถ้าไม่ตกลงก็ไม่เป็นไรค่ะ ดีซะอีก พิ้งจะได้เก็บพี่ชายพิ้งไว้ให้คนดีๆอีกหลายคนที่อยากเข้ามาจีบ เขาคนนั้นไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ หน้าก็ดุนิสัยก็เสีย”

“พิ้ง” เสียงกดต่ำบ่งบอกว่าไม่พอใจนิดๆที่นันท์ถูกต่อว่าทำให้น่าหมั่นไส้จนอยากจะแกล้งให้หนักขึ้นอีก

“โทรสิคะ ปกป้องนักก็โทรไปรับเป็นแฟนเลยจบๆ”



_________________________________________________________________

นี่แหละค่ะยัยแม่ของน้องมินในเรื่อง #แทนไม่ได้ 555555มีการขายของเบาๆ

ตัวแสบบบ มีอย่างที่ไหนหวงเขาแต่กดดันให้เขาไปมีแฟนเนี่ย

แล้วคุณขิงจะเอายังไง โทรไม่โทรดีคะ? เรายึกยักกันมาพักใหญ่แล้วนี่เนอะ

แต่ทุกคนเคยเป็นมั้ย เวลาเราอยากได้อะไรมากๆแล้วไม่ได้ 

แล้วพอมารู้ทีหลังว่าเราจะได้ก็ไม่อยากได้มันแล้ว (เพื่อนงงมั้ย?5555)

คือแบบมันผ่านจุดนั้นมาแล้วอ่ะ ไม่อยากคาดหวังแล้วอะไรประมาณนี้

เอ๋าาา คุณขิงจะว่าไงมาลุ้นกันนน~

#เหลือศูนย์







 

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 667 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #765 อิอิ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 17:03

    ชชอบน้องพิ้ง55555 ยัยตัวแสบบ

    #765
    0
  2. #748 mn_mind (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 01:50
    กราบพิ้งงามๆเลยตอนนี้
    #748
    0
  3. #722 PeEarn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 16:43
    ชอบพิ้งค์อ่ะ อยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนี้!555555555
    #722
    0
  4. #699 canookss (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 20:22
    ที่สุดของเรื่องคือน้องพิ้งเองงงง สุดยอดเลยค่ะลูกกกก
    #699
    0
  5. #668 CallistoJpt (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:32

    น้องพิ้งนี่เจ้าแผนการจริงๆ 5555555 พี่จินเจอร์ตกหลุมน้องสาวเข้าไปเต็มๆแล้วค่ะ

    #668
    0
  6. #600 Rinata Aya (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 06:25
    โอ้ยยยยอิน้องงงง ชงเข้มๆเลยจ้าา
    #600
    0
  7. #587 acapybab (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 20:50
    จีบมาเป็น10ๆตอบ พิ้งมาตอนเดียว รู้เรื่องจ้าาาาา555+ นี่แหละ คบๆกันไปเลยยยย ความฟินมันจะเริ่มต่อจากนี้ใช่ม๊ายยยยยย
    #587
    0
  8. #576 llllovellll (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 04:45
    น้องงง ไหนคนเกรี้ยวกราดตอนแรกไปไหน5555555
    #576
    0
  9. #544 melonnn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 08:04
    พิ้งจ๊ะ 55555555
    #544
    0
  10. #516 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 23:32
    ชงเก่งงงงง5555555
    #516
    0
  11. #462 Phattharawarin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:55
    หอมหัวพิ้งรัวๆๆ
    #462
    0
  12. #355 kittybeanz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 20:03
    น้องพิ้งง สุดยอดดด!! นักอ่านต้องการตัวละหญิงแบบนี้555
    #355
    0
  13. #351 Yx7_Dtsg (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 17:37
    น้องพิ้งทำดีที่สุดเลยค่ะ!
    #351
    0
  14. #334 beme. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 12:37
    น้องพิ้งงงง เธอมันร้ายที่สุด
    #334
    0
  15. #287 Kookie@Me (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:14
    พิ้งเทอมันร้าย 555
    #287
    0
  16. #228 xqaantqx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:58
    ยัยพิ้งเธอมันร้ายยย แสบมากลูกกกก
    #228
    0
  17. #206 PuiPui--r (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 10:43
    จริง พอมันผ่านจุดพีคมาแล้วมันก็ไม่ได้อยากได้แล้ว
    #206
    0
  18. #179 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 20:39
    +1ยืนข้างน้องพิ้ง อิอิ น้องหนูตัวแสบบบบบบบ
    #179
    0
  19. #175 Yckrise (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:45
    ตัวแสบ 55555
    #175
    0
  20. #153 Nobodylover (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:13
    ตัวแสบ มาตีที่ลูก
    #153
    0
  21. #138 B'Bew (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:42
    น้องพิ้งงงงงง มาหอมหัวมาลู้กกก หนูทำดีมากค่ะ555555
    #138
    0
  22. #108 Framecheese (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:38
    พิ้งน่ารักกกก
    #108
    0
  23. #107 Am_BigBear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 14:10
    เข้าใจคุณไรท์เลยย แบบอยากได้เสื้อตัวนี้จัง เปิดดูตังอ่ะก็มีเงินซื้อนะ แต่แบบ ไม่อยากได้เลยอ่ะ เนี่ย!! แบบเนี่ย
    #107
    0
  24. #106 shamash_y (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 13:41
    โอยยยยย รอๆๆๆๆๆ ค่ะ คุณขิงจะเอาไง
    #106
    0
  25. #105 MMAAYY (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 00:19
    น้องพิ้ง ทำดีมากค่ะทำดี!!
    #105
    0