ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 24 : บวกยี่สิบสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 685 ครั้ง
    26 ก.ย. 62

          จินเจอร์มองน้องสาวตัวแสบที่นั่งเลียรอยเนยบนนิ้วสวยแล้วถอนหายใจเฮือก สุดท้ายเขาไม่กล้าพอที่จะทำตามคำท้าของพิ้ง ตอนนี้อีกฝ่ายเลยนั่งดูหนังสบายใจเฉิบไม่สนเลยสักนิดว่าเขากำลังหน้าดำคร่ำเครียดขนาดไหน

 

          “พิ้งครับ...พี่—”

          “ฮึ้ยยยย! ไม่ใจเลยว่ะ ลุยดิลุย ซัด!” หญิงสาวยังคงโฟกัสอยู่กับเรื่องราวบนหน้าจอ เมินพี่ชายทั้งคนที่นั่งอ้ำอึ้งจ้องมือถือเครื่องบางบนโต๊ะกลางมาชั่วโมงกว่า จินเจอร์ไม่ได้รู้เลยว่าท่าทางทั้งหมดถูกใครอีกคนเก็บข้อมูลผ่านหางตามาพักใหญ่แล้ว

 

          เอาอีก...กระวนกระวายเยอะๆจนทนไม่ไหวไปเลยพี่เจอร์

 

          “พิ้ง”

          “เนี่ย เราป๊อดไง ฝีมือขนาดนี้ถ้ารุกคือจบแล้วป้ะ?”

          “พี่ขอยืม—”

          “ช้าเกินค่ะหนู เกมบุกต้องมานี่พูดเลย”

          “พิ้ง พี่รู้นะว่าเราได้ยิน” คนที่ทำเป็นอินกับภาพยนต์ฟอร์มยักษ์ทำหน้าเหลอหลาตอนโดนพาดพิง เธอหันมองพี่ชายที่นั่งกอดอกหน้ามุ่ยด้วยแววตาใสปิ๊ง แถมยังฉีกยิ้มนางฟ้าแสดงออกว่าไม่มีพิษภัยหวังให้คนมองตายใจด้วยว่าเธอน่ะมาดีที่สุดแล้ว

          “คะ? พี่ขิงพูดว่าอะไรนะคะ?”

          “คือ...”

          “โอ๊ะ~ พี่ขิงเร็วๆ เขาจะตีกันอีกแล้ว”

          “พี่จะบอก—”

          “พี่ขิงขัดจังหวะพิ้งอ่ะค่าาา ไม่มีสมาธิดูหนังเลยเนี่ย”

          “พี่จะบอกว่า...ขอยืมโทรศัพท์หน่อยครับ”

 

          เท่านั้นแหละ ฝ่ายเจ้าแผนการก็ต้องซ่อนยิ้มจนปวดแก้มไปหมด

 

          “เอาไปทำอะไรคะ?” ทว่าก็ยังอยากแกล้งให้จินเจอร์เสียอาการมากกว่านี้อีก ยอมโดนแปะป้ายว่าเป็น sadist ก็ได้แต่มันสนุกจริงๆนี่นาที่เห็นคนที่ปกติเก็บความรู้สึกเก่งยิ่งกว่าใครไปต่อไม่เป็นพร้อมกับแก้มแดงๆน่าหยิกที่สุด

 

          เฮอะ...ก็ว่าอยู่ว่าทำไมคุณอาจารย์คนนั้นเขาชอบกัดชอบบีบ

 

          มองแล้วมันคันมือคันเขี้ยวอย่างนี้นี่เอง

 

          “พิ้งครับ” จินเจอร์ครางเสียงอ่อน ข้อร้องให้น้องสาวเบามือกับเขาสักหน่อยเพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็แทบจะทรงตัวไม่ไหวแล้ว

          “โอเคๆๆ พิ้งหยุดหนังแป๊ปนึง” นัยน์ตาสีน้ำตาลของคนพี่มองตามร่างเล็กๆที่ไล่ปิดหนัง เช็ดมือ จัดการกับปัจจัยที่มีโอกาสรบกวนในอนาคตทุกอย่างแล้วจินเจอร์ก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศกลายเป็นจริงจังจนกลับมาประหม่าอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

         

          ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีเจ้าตัววุ่นวายก็มาทรุดตัวลงขัดสมาธิบนโซฟาข้างกัน โชคดีที่พิ้งยังเว้นระยะห่างให้เขายังพอหายใจได้ถนัดขึ้นอีกนิด หากน้องมาใกล้ชนิดไหล่แตะไหล่เขาต้องสติแตกกว่าเก่าแน่ๆ

 

          มือเล็กเอื้อมหยิบมือถือเจ้าปัญหาและยื่นมันให้กันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่คนเป็นพี่ที่อยู่กับพิชญาตั้งแต่คำนำหน้าเป็นเด็กหญิงจนตอนนี้กลายเป็นนางสาวอย่างเขารู้ดี นี่มันยิ้มเคลือบยาพิษชัดๆ...

 

          เขาสูดหายใจเข้าลึกจนรับรู้ได้ถึงอวัยวะในอกซ้ายที่เพิ่มแรงกระแทกมากขึ้นทุกตัวเลขที่กดลงในแป้นพิมพ์ อุณหภูมิปลายนิ้วเรียวลดต่ำลงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้รู้สึกชาหนึบได้ชัดเจน ริมฝีปากสีชมพูซีดถูกเม้มกัดตอนสายตาเห็นว่าเลขทั้งหมดสิบตัวถูกกรอกเรียงกันจนครบ แต่สักพักคนที่กำลังตื่นเต้นกว่าใครก็ต้องสะดุ้งจนคนที่แอบนั่งลุ้นอยู่ด้านข้างตกใจตามไปด้วย

 

          “พี่ขิงเป็นอะไร?”

          “เอ่อ คือ...พี่เผลอกัดปาก...ตรงที่มันแตก”

          “เฮอะ” เท่านั้นคนที่เป็นห่วงก็แค่นเสียงขึ้นจมูกหมั่นไส้ อากาศก็ไม่เห็นจะหนาวแต่ปากแตกได้ไม่เว้นวัน

 

          มันน่านัก!

 

          เสียงรอสายที่ดังขึ้นผ่านลำโพงเรียกคนที่กำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันให้กลับมาตีหน้านิ่ง และสำหรับคนคุ้นเคยที่พักหลังโทรหากันบ่อยๆก็จับได้ว่าครั้งนี้อีกฝ่ายรับช้ากว่าปกติเล็กน้อย คงเป็นเพราะเบอร์แปลก ในเมื่อพิ้งไม่มีทางที่จะติดต่อกับนันท์จนบันทึกรายชื่อไว้อยู่แล้ว

 

          “ฮัลโหลครับ” เสียงทุ้มปนแหบเล่นเอาสองพี่น้องสะดุ้งโหยงกันทั้งคู่ เป็นเพราะสภาพจิตใจมันลุกลี้ลุกลนไม่เป็นปกติเลยทำให้สิ่งเร้าเล็กน้อยส่งผลกระทบใหญ่จนน่าตลก พิ้งกระแอมเรียกสติตัวเองได้เป็นคนแรก ตัวแสบเท้าคางมองเขาที่ยังอ้ำอึ้งคล้ายจะเร่งให้เริ่มพูด ประกอบกับปลายสายที่ถามต่อว่าต้องการพูดกับใคร จินเจอร์เลยต้องรีบแนะนำตัวก่อนจะถูกกดวางไปเสียก่อน

          “นันท์ กูเองนะ”

          |เจอร์? อยู่ไหน? เอาเบอร์ใครโทรมา?|

 

          กลอกตาสเต็ปที่หนึ่งคือเขาจำเสียงกันได้โดยที่ไม่ต้องแนะนำตัวมากมาย กลอกตาสเต็ปที่สองก็คือฝั่งนั้นหวงเก่ง ยังไม่ทันได้อ้าปากทักทายก็ต้องรายงานตัวก่อนเป็นอันดับแรก พิ้งเบ้ปากหมั่นไส้ ปลอบใจตัวเองว่ากว่าทั้งคู่จะคุยกันเสร็จเธอคงต้องเมื่อยหน้าหรือไม่ตาทั้งสองข้างก็คงเหล่ไปแล้วเพราะมองบนเหม็นกลิ่นความรัก

 

          “เบอร์พิ้ง อยู่บ้าน”

 

แล้วพี่ชายเธอก็เชื่องเหลือเกิน เป็นอะไรกันอ่อคะทำไมต้องบอกด้วย?

 

ฮึ่ย! มันคันปากอยากจะแทรกความเป็นคู่ให้กลายเป็นคี่จริงๆ

 

ระหว่างที่ปลายสายเงียบไปเหมือนพยายามประมวลผลว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น จินเจอร์เลยรอเม้มปากส่วนที่ยังเจ็บหนึบเล็กน้อยเพื่อให้กำลังใจตัวเอง อย่างน้อยนี่ก็เป็นสัมผัสที่นันท์ทำเอาไว้เตือนใจกัน และเขาก็สัญญาแล้วว่าจะพยายาม

 

เหมือนที่นันท์เองบอกว่าจะทำให้ดี

 

|...มีอะไรรึเปล่า?| ฝ่ายที่ถูกโทรหาตอนนี้ก็ใจเต้นระส่ำไม่แพ้กัน นันท์ไม่รู้ว่ายัยเด็กแสบนั่นคิดจะทำเรื่องแผลงๆหนักกว่าการเอาน้ำสาดหน้าเขาหรือเปล่า แต่ลางสังหรณ์ของเขาก็บอกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคงไม่เป็นไปในทางที่แย่

 

กลับกันมันน่าจะเป็นบางอย่างที่ทำให้เขามีความสุข..มากๆ

 

“คือ...”

“ฮัดชิ่ว!

 

และเท่านั้นนันท์ก็รู้เลยว่าจินเจอร์ไม่ได้อยู่คนเดียว

 

|ไม่สบายเหรอ?| แต่จะตีมึนให้สองพี่น้องเขาไม่เขินก็แล้วกัน

“ปละ เปล่า ...หมายถึง กูคัดจมูกนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไร” คนตาดุที่ตอนนี้ยิ้มจนปวดแก้มอยากจะหัวเราะแต่ก็ทำไม่ได้ เหมือนทุกวันนี้สกิลการโกหกของจินเจอร์ถดถอยลงเรื่อยๆจนอยู่ในระดับที่จับได้ไม่ยากเลย แล้วมันก็น่ารักชะมัดที่เจ้าตัวยังทำเนียนเหมือนว่าเขาจะดูไม่ออก ให้ตายสิ...หลงจนไม่รู้จะต้องทำยังไงแล้วเนี่ย

|อืม แล้วสรุปโทรมาคือ?|

“คือ...”

|หืม? สัญญาณไม่ดีเหรอ? กูไม่ค่อยได้ยินเลย|

“จะได้ยินได้ไงเล่า! กูยังไม่ได้พูด” จินเจอร์เริ่มไหวตัวแล้วว่ากำลังโดนอีกฝ่ายแกล้งเลยขึ้นเสียงใส่กลบเกลื่อน นันท์ต้องเดาได้แน่ๆว่ามันมีความแปลกประหลาดในการโทรหาครั้งนี้ แหงล่ะ คงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองไม่ออกว่านี่มันโคตรจะผิดปกติเลย

|ฮ่าๆ ก็มึงเงียบอ่ะ กูจะรู้เหรอ| เสียงหัวเราะที่ได้ยินทำเอาคนฟังเผลอยิ้มตามไปด้วย บรรยากาศระหว่างพวกเขามันดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาเยอะจนหัวใจพองโต ความประหม่าเริ่มถูกทำลายไปทีละน้อยตามเลขวินาทีของการคุยที่เพิ่มขึ้น

“นันท์”

|ว่า?|

“เหนื่อยมั้ย?” ถามแบบนี้ก็เพราะอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าทั้งหมดที่ทำ คนช่างพยายามอย่างนั้นเคยรู้สึกเหนื่อยหรือท้อบ้างหรือเปล่า

|ก็มีบ้าง...แต่พอได้อยู่กับมึงทุกอย่างก็โอเค|

 

ไม่โกหกนะว่าเขาเองมีช่วงหมดกำลังใจ แต่พอเห็นหน้าจินเจอร์มันก็ดีขึ้นจริงๆ

 

อ่า...คิดแล้วน้ำเน่าเหมือนกันแฮะ

 

“แต่กูไม่อยากให้มึงเหนื่อยเลย”

|หมายความว่าไง?| จากบรรยากาศหวานจนเลี่ยนเปลี่ยนเป็นดุดันได้ในพริบตา ประโยคความหมายคลุมเครือเหมือนไปกระตุ้นต่อมเกรี้ยวกราดในตัวบางคนได้เป็นอย่างดี มาถึงขนาดนี้แล้วนันท์ไม่มีทางยอมล้มเลิกง่ายๆแน่ และก็จะไม่ยอมปล่อยให้จินเจอร์หายไปไหนเหมือนกัน

“ใจเย็นดิ”

|กูไม่เล่นนะจินเจอร์|

“เราก็ไม่เคยเล่นอยู่แล้วป้ะนันท์?”

|เดี๋ยวเถอะ| พอได้ยินอีกฝ่ายยอกย้อนกลับมาอย่างน่าหยิกจากที่เครียดก็กลายเป็นถอนหายใจโล่งอก คนจะโทรมาบอกเลิกคงไม่ขี้เล่นขนาดนี้หรอกใช่ไหม

 

...ว่าแต่เราอยู่ในสถานะที่เลิกกันได้หรือเปล่านะ?

 

“คิดว่ากูจะพูดอะไร?”

|...ไม่รู้|

 

จินเจอร์หยักยิ้มบางเมื่อเสียงหงอยๆนั่นแทบจะทำให้นึกท่าทางหูตกของนันท์ได้ชัดเจน ที่เป็นแบบนี้คงหนีไม่พ้นการที่เจ้าตัววกกลับไปคิดเรื่องระดับความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนอีกแล้ว

 

“กูไม่อยากให้มึงเหนื่อย”

|ถ้ายังไม่พูดอะไรที่เคลียร์กว่านี้กูจะขับรถไปหาแล้วนะ|

“มาดิ พิ้งอยู่บ้าน” นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองคนที่ถูกพาดพิงและพบว่าฝ่ายนั้นนั่งพิงพนักด้วยสีหน้าเบื่อโลกระดับแปดเรียบร้อย พิ้งกำลังคิดว่ากลิ่นความรักนี่มันเหม็นหนักกว่าน้ำหอมบนรถแท็กซี่ที่เธอนั่งกลับบ้านมาเสียอีก

|หึ แล้วยังไง? ไม่เห็นเกี่ยวเลย|

 

ใครบางคนทำท่าจะข่วนโทรศัพท์จนจินเจอร์ต้องยกหนี

 

“ก็มึงบอกว่าพิ้งเกลียดมึง”

|ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปทำให้ชอบ พี่เขายังชอบกูเลย|

 

คนตัวเล็กปาหมอนลงพื้นก่อนจะเดินแยกไปดื่มน้ำในครัวอย่างหมดความอดทน มั่นหน้าจนน่าหมั่นไส้ มือไม้เธอสั่นไปหมดจนถ้าอยู่ตรงนั้นต่ออีกนิดคงได้หาทางยัดตัวเองเข้าไปในมือถือ ทะลุไปเขย่าคอคนฝั่งนั้นแน่ๆ

 

|ไปแล้ว?|

“รู้เหรอ?”

|เสียงมึงจะสูงแค่ไหนก็ไม่มีทางเล็กขนาดนั้นอ่ะ กูจำได้|

 

โอเค จินเจอร์ควรเลิกถามอะไรสุ่มเสี่ยงต่ออัตราการเต้นของหัวใจตัวเองได้แล้ว คุยกันมาตั้งหลายนาทียังไม่มีวี่แววว่าจะได้ความคืบหน้าเลย คิดได้แบบนั้นเขาเลยหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง พยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อนจะเลือกประโยคที่พอใช้ได้พูดออกไป

 

“นันท์ ถามจริงนะ ถ้าสุดท้ายแล้วเราเป็นกันได้แค่นี้มึงจะทำยังไง?”

|เป็นได้แค่นี้คือแค่ไหน?|

“ที่เราเป็นอยู่”

|ก็คงขัดใจแต่ว่าไม่ซีเรียสว่ะ เพราะนี่ก็เหมือนคบกันอยู่แล้วขาดแค่พูดให้มันชัดเจน|

 

ตรงเกินไปแล้วไอ้บ้าเอ๊ย จะทำยังไงให้ประโยคต่อไปเสียงไม่สั่นวะเนี่ย

 

“งั้นถ้ามึงไม่ซีเรียสกูไม่ต้องขอก็ได้เนอะ”

|พูดว่าอะไรนะจินเจอร์?|

“ก็ถ้ามึง—”

|ขออะไร?| คนใจร้อนเริ่มอยู่ไม่สุขจนคนฟังอย่างเขายังรู้สึกได้ผ่านน้ำเสียง ตัดประโยคกันแบบนี้แสดงว่าต้องการคำตอบชนิดที่ถ้าไม่ได้ก็จะไม่เลิกถามแน่ๆ

 

พอดีเขาไม่ชอบโดนตื๊อหลายรอบเท่าไหร่ เอาให้ชัดทีเดียวไปเลยแล้วกัน

 

“ขอเป็นแฟน”

|...|

“ได้ยินป่ะเนี่ย? ฮัลโหล?”

|...| ปลายสายเงียบไปนานจนเขาต้องผละออกมาดูว่าถูกกดวางไปหรือยัง ทว่าเลขวินาทีที่ยังเดินอยู่ยังแสดงความปกติดีทุกอย่าง จินเจอร์เลยได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ หรือสัญญาณมีปัญหาอะไรรึเปล่า

“นันท์? พัทธ—”

|อยู่บ้านไม่ต้องไปไหนนะ จะขับรถไปหา|

 

ไอ้ติ๊งต๊อง...ดึกตั้งป่านนี้แล้วจะให้ออกไปไหนอีกเล่า

 

 

_____________

 

 

“จิน...เจอร์?”

 

พิ้งกอดอกมองหน้าคนที่ยืนหอบอยู่หน้าประตูบ้านด้วยสายตาเหม็นเบื่อที่สุดในโลก ตัวแสบใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างกวนประสาทตอนที่นันท์ย่อตัวเท้าแขนลงบนหัวเข่าอย่างหมดสภาพ สำออยรึเปล่าก็ไม่รู้ รถก็มีขับมาถึงนี่ พื้นที่หน้าบ้านเธอก็ไม่ได้กว้างจนวิ่งนิดวิ่งหน่อยจะต้องเหนื่อยหอบขนาดนั้น

 

“มาทำไมดึกดื่นคะ?”

“จินเจอร์อยู่ไหน?”

“ไม่ตอบคำถามคนอื่น ไม่มีมารยาทนะคะ”

“ขัดขวางความรักคนอื่นก็ไม่มีมารยาทนะคะ”

“พี่นันท์!

“หลบหน่อย อยากกอดเจอร์”

“เอ้อ! หมดประโยชน์แล้วนี่ จะทำอะไรก็ทำเลย พี่เจอร์อยู่ชั้นสอง พิ้งจะออกไปเที่ยว!” จังหวะที่เธอจะแทรกตัวผ่านคนสูงกว่าไป ฝ่ามือหนาๆก็เอื้อมมาวางไว้บนหัวพร้อมกับขยี้แผ่วเบาด้วยความเอ็นดู

“ขอบคุณครับ :)

“มะ ไม่ต้องทำพูดดี ถอย...ถอยไปเลย พิ้งรีบ!

 

บ้าไปแล้ว...ใครจะไปคิดว่าคนตาดุแถมชอบตีหน้ายักษ์ตลอดเวลาแบบนั้นพอยิ้มทีแล้วมัน...

 

มันโคตรดีเลยเว้ยแก! ฮือ~ พี่ขิงตาถึงอ่ะ ทำไมอ่านเกมขาด น้องอิจฉารู้บ้างไหมTT

.

.

.

 

แค่แผ่นหลังของใครบางคนก็ทำเอาหัวใจนันท์เต้นแรงจนปวดไปทั้งอก เขาก้าวยาวๆก่อนจะสวมกอดเอวเล็กไว้แน่น ซุกหน้าลงกับหลังคอและยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกมันท้วมท้น มันเยอะแยะจนอยากจะแชร์ให้จินเจอร์รับรู้ว่าเขาดีใจขนาดไหน

 

“อ่า...แค่นี้ก่อนนะพี่ พอดีผม—”

 

ฟอด!

 

เด็กโข่งเริ่มเรียกร้องความสนใจทันทีที่เห็นว่าในมือของอีกฝ่ายถือโทรศัพท์คล้ายกำลังคุยงานกับใครบางคน เขากดจมูกหอมย้ำๆ ไล่ไปตั้งแต่ขมับ แก้ม สันกราม หลังใบหูและลามมาท้ายทอยที่จงใจบดริมฝีปาก ออกแรงหนักให้อีกคนเจ็บจี๊ดจนเสียสมาธิพร้อมมีรอยจ้ำสีแดงช้ำเป็นของแถม

 

“นันท์!

“อย่าเมินกู” จินเจอร์อยากหัวเราะ สาบานเลยว่าทั้งชีวิตไม่คิดว่าจะได้เห็นนันท์กลายร่างเป็นหมีโคอาลาช่างเกาะแกะขนาดนี้มาก่อน คนตาดุทำตัววุ่นวายไม่เลิกจนเขาต้องวางโทรศัพท์ลงและยกมือยอมแพ้ไอ้หมียักษ์ที่ทำท่าจะกัดคอกันอีกแล้ว

“มึงชอบสั่ง” ถึงอย่างนั้นก็อดกลอกตาใส่ความอ้อนเท้าของอีกคนไม่ได้ จินเจอร์เอื้อมมือไปขยี้หัวหมีหมดมาดด้วยความแรงที่เจือความหมั่นไส้ไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์

 

ที่เหลืออีกยี่สิบเหรอ...ความเอ็นดู? มั้ง?

 

“อือ สนใจกูหน่อย” กลายเป็นคนฟังที่แพ้ความซื่อตรงแบบขาดลอย จินเจอร์กระแอมไอแก้หน้าที่ชักจะร้อนขึ้นมาหน่อยๆ อยากพลิกเกมเป็นฝ่ายทำให้นันท์เสียอาการบ้างเลยลองดูอีกสักตั้ง

“อันนี้เรียกอ้อนละ”

“กูสั่งมึงอยู่นะ” นอกจากความจักจี้เพราะคนพูดเอาแต่พึมพำกับไหล่ของเขา สิ่งที่ได้ยินยังทำให้รู้สึกยุบยิบไปถึงในใจ นี่ออกจะเกินไปหน่อยหรือเปล่า? เป็นแบบนี้จะรับมือไหวได้ยังไงกัน

“โอเค สั่งก็สั่ง”

 

สุดท้ายคนที่แพ้มาตลอดก็ยังคงแพ้อยู่แบบนั้น จินเจอร์หัวเราะให้ความไร้สาระของพวกเขาทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวทำให้รู้สึกสบายจนไม่รู้ตัวเลยว่าโดนลากขึ้นมาชั้นสามที่เป็นห้องนอนของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เดินซะเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเลยนะคุณพัทธนันท์

 

“พิ้งล่ะ?”

“ออกไปข้างนอก”

“ตัวแสบ” ตลกดีที่พี่ชายแท้ๆอย่างเขาต้องถามหาน้องสาวจากไอ้พี่คนใหม่ ไม่รู้เหมือนกันว่าไปสนิทกันตอนไหนแต่การที่พิ้งยอมเรียก พี่นันท์ เอามารวมกับเรื่องที่คะยั้นคะยอให้เขาโทรหานันท์ก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคงมีแผนที่เขาไม่รู้เรื่องระหว่างสองคนนั้น ที่สำคัญคือเขาติดกับไปเต็มๆ

“รู้ด้วย?”

“เรียกพี่นันท์ลั่นบ้านขนาดนั้น ไม่รู้เลยมั้ง”

 

คนอายุเท่ากันที่โดนเรียกพี่ใจกระตุกไปหนึ่งจังหวะ นันท์นั่งซ้อนหลังแยกขาออกให้จินเจอร์มานั่งพิงอก เกี่ยวอีรุงตุงนังกันอยู่ตรงหัวเตียง พอก้มมองก็เห็นเส้นผมสีเข้มกับปลายจมูกโด่งน่ามันเขี้ยวอยู่ในสายตา

 

“ดีใจว่ะ”

“อืม”

“มึงดีใจมั้ยเจอร์” เขาประสานมือเข้ากับคนในอ้อมกอดที่แทรกนิ้วตอบกลับมา แค่นั้นก็ทำให้เขายิ้มจนเมื่อยหน้าไปหมด

 

อายุตั้งเท่าไหร่แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กสิบเจ็ดที่เพิ่งมีแฟนไม่มีผิด

 

“อืม”

“อะไรนะ?” เพราะอยากหาเรื่องแกล้งคนที่ทำฟอร์มเก่งเหลือเกินนันท์เลยจัดการฟัดแก้มที่ก็ไม่ค่อยมีหรอกของอีกฝ่าย ตีหน้ามึนทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องปนหัวเราะบอกว่าจักจี้ เขาแตะปากให้เกิดเสียงจุ๊บสั้นๆย้ำหลายครั้งจนเรื่องเล่นเริ่มกลายเป็นจริงจัง พอได้เข้ามาอยู่ในห้องที่มีแต่กลิ่นอายคุ้นเคยและมีเจ้าของห้องตัวเป็นๆมานั่งขำคิกคักแถมหอบแผ่วเบาอยู่ข้างหูมันก็ชักจะวูบวาบขึ้นมา

          “เหนื่อย~

 

          อะไรวะ...ไม่เห็นต้องน่ารักขนาดนี้เลย

 

          “จูบหน่อย”

          “อารมณ์ไหนอีกเนี่ย?”

          “จินเจอร์ขอจูบหน่อย” ไม่รอคำอนุญาต พอเจ้าของชื่อเงยหน้ามาเลิกคิ้วใส่เขาก็จู่โจมริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นทันที เอาจริงนันท์ก็เคยตั้งใจว่าจะลองละเลียดชิมอีกคนไปทีละหน่อย สร้างมู้ดหวานๆวานิลลากับเขาบ้าง แต่พอได้สัมผัสที่ไรมันก็มีแต่ความรู้สึกอยากกลืนกินทั้งหมดทุกส่วน อยากไล่ต้อนจนอีกคนต้องเผยอปากหอบหายใจ ได้เห็นริ้วเลือดซับบนแก้มสีน้ำผึ้งเป็นหลักฐานว่าจินเจอร์รู้สึกกับเขาแค่ไหน

 

          โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เวลาเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลนั้นมีหยดน้ำใสคลอหน่อยๆพร้อมกับมองเขาเหมือนจะขาดใจแล้วมันแบบ...โคตรดี

 

          “หน้ามึงชั่วมาก”

          “งั้นขอทำชั่วใส่สักทีเหอะ” จินเจอร์หลุดขำคนที่เหมือนโดนยาลดอายุเป็นเด็กวัยรุ่นเลือดร้อนที่โคตรกวนประสาทไปเรียบร้อยแล้ว นันท์พลิกฝั่งและกดเขาลงกับฟูกนุ่มๆบนเตียง ก่อนเจ้าตัวจะตามมาคร่อมและกดจูบลงมาอย่างเอาแต่ใจอีกครั้ง

 

          แต่ก็พูดไม่ได้หรอกว่าไม่ชอบ เพราะแรงประมาณนี้...ฮอตถึงใจชะมัด

 

          “ทีเดียว?”

          “ปากดีเหรอเราอ่ะ?”

          “ถามตัวเองดิ” จินเจอร์วาดยิ้มร้ายตอนที่นันท์เลิกคิ้วงุนงงถึงความหมายของประโยคเมื่อครู่

         

“เห็นจูบเอาๆ...ดีป่ะล่ะ?”

 

และคนที่เหลือสติน้อยนิดจนแทบไม่เหลือก็กระโจนใส่คนขี้เล่นไม่รู้เวลาทันทีที่จบคำถาม ถึงสัมผัสของร่างกายจะร้อนแรงแต่มือหนาที่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนใต้ร่างก็ยังนุ่มนวล ระมัดระวังไม่ให้เนื้อผ้าบาดผิวใครบางคน ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ตามการกระทำเล็กน้อยที่พอเอามารวมกันแล้วมันกลายเป็นทุกอย่างทำเอาฝ่ายที่ไม่เคยคาดหวังอะไรใจเหลวเป็นน้ำไปหมด

 

“อื้อ”

 

เหมือนกำลังฝันเลย...

 

“ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้” เสียงแหบทุ้มกระซิบยามที่กัดเม้มลาดไหล่เปลือยเปล่า นิ้วยาวไล่เกลี่ยความชื้นที่หางตาและวกกลับมาจูบซับให้อีกครั้ง

“มึง...นี่คือมึงจริงๆ” นันท์มองนัยน์ตาสั่นไหวคล้ายเปลวเทียนต้องลมแล้วค่อยๆระบายยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เขาย้ายมือข้างนึงที่กำลังปลดกางเกงของจินเจอร์มาประสานกับมือของเจ้าตัวเอาไว้แน่น แนบหน้าผากและปล่อยให้ลมหายใจรินรดกันเพื่อยืนยัน...

“นี่คือกูจริงๆ”

 

ริมฝีปากสีชมพูซีดถูกบดเคล้าจนแดงฉ่ำ นันท์เพิ่มน้ำหนักของทุกสัมผัส หวังจะทำให้อีกคนมั่นใจว่าด้านอ่อนโยนนี้ก็คือเขา ด้านที่รักจินเจอร์ที่สุดก็คือเขา แม้เป็นคนเดียวกับที่เคยทำร้ายแต่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

 

อ่า...แต่อาจต้องยกเว้นร่างกาย บางส่วน เอาไว้หน่อยนะ

 

แต่กรณีนั้นก็ไม่ให้เจ็บอย่างเดียวหรอก จะให้รู้สึกอย่างอื่นด้วย :)

 

“นันท์เดี๋ยว!

          “...” คนที่กำลังเลื่อนใบหน้าลงต่ำตวัดสายตาดุๆมองเจ้าของเสียงที่ร้องห้ามกันในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังพลุ่งพล่าน มือเขาสั่นไปหมดแค่คิดว่าอีกคนจะบอกให้หยุด ตอนนี้ลมหายใจอยู่ในจังหวะไม่ปกติแล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำคงต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาเย็นเหมือนเดิม

 

          ทว่า...

 

          “ล็อก...ไปล็อกห้องก่อน”

 

          ทำตัวน่าขย้ำอีกแล้วจินเจอร์ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยเลย



_________________________________________________________________

ล็อกอะไรรร ทำไมต้องล็อกด้วยยย?

อย่าด่าเรานะทุกคน แต่นี่คือยังไม่คัท

เพราะคัทไปอยู่ตอนหน้า วรั้ยยยยยย55555

ขำคอมเมนต์ของเพื่อนที่เอาไปเทียบกับเรื่องซื้อเสื้อผ้า

คือมันจริงมากอ่ะ เราก็เป็นอย่างนั้นเลย

ใจเรารวยนะ แต่กระเป๋าตังค์บอกไปพัก5555555

เอาเป็นว่าา มาเจอกันตอนหน้านะเพื่อนๆ เริ้ปมากมาย

#เหลือศูนย์



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 685 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #761 softless (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 15:09
    ต้องจุดพลุเเล้วใช่ไหมคะจุดนี้5555555555
    #761
    0
  2. #739 Mail1a (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 02:52
    เมื่อวานตัดสินใจอ่านเรื่องนี้พออ่านตอนลบคือปวดใจแทนเจอร์มาก แต่พอได้อ่านตอนศูนย์หรือตอนบวกแล้วคือยิ้มตะหมูกบานแน้วเหม็นความรักจริงเนอะพิ้ง
    #739
    0
  3. #720 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:08
    น้องพิ้งมาได้ถูกเวลาจริง ๆ ค่ะ
    #720
    0
  4. #700 canookss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 20:34
    อยากจะจัดโต๊ะจีนฉลองงงงงง โอ้ยยยยย สักทีค่ะแม่!!
    #700
    0
  5. #670 CallistoJpt (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:57

    ในที่สุดดดดดดดดดดดดดดดเค้าก็ตอบรับความรู้สึกกันแล้ว อยากจะจุดพลุฉลอง

    #670
    0
  6. #617 tea2543 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 16:55
    สาววายและนังพิ้งอะดูออก 555555
    #617
    0
  7. #579 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 15:24
    ในที่สุดดดดด โคตรโล่งใจเลยยยย
    #579
    0
  8. #577 llllovellll (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 05:01
    เข้าใจกันสักที~
    #577
    0
  9. #509 punxherra (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 22:28
    finallyyyy
    #509
    0
  10. #336 beme. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 12:53
    ในที่สุดก็มีวันนี้ tt-tt
    #336
    0
  11. #254 _WNSNam_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 20:40
    จ้าาาาามดกัดแล้วจ้าาา
    #254
    0
  12. #207 PuiPui--r (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 11:01
    เข้าใจฟีลน้องพิ้งเลยค่ะ กรอกตาเบ้ปากจนเมื่อย 55555
    #207
    0
  13. #180 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 20:49
    กรี๊ดดดดดด รักกันแล้วค่าาาคบกันแล้วค่าาาา จุดพลุ🎉🎉🎉
    #180
    0
  14. #139 B'Bew (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:49
    อัยบ้าาาาาา กี้ดดดดดดดด เขาคบกันแล้วค่ะคุณแม่!!!! ฉลองอ่ะ ต้องฉลองนะงานนี้
    #139
    0
  15. #114 summerbb (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 10:11
    กว่าจะยอมพูดความรู้สึกกัน ลุ้นจนปวดหัววว แต่ถ้านี่เป็นขิงละมีน้องสาวแบบพิ้งก็คงจะกลัวเหมือนกัน55555555 แล้วเจอพี่เขยแบบนันท์เข้าไปอีก บันเทิงงง
    #114
    0
  16. #112 kikkokkkkk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 19:36
    ฮือมันดีมาก ดีจริงๆ ดีที่สุดเลย~
    #112
    0
  17. #111 wnnsh (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 13:27
    ฮือออ ไล่อ่านรวดเดียว อยากจะบอกว่าขิงน่ารักมากกกกกกกกเลยค่ะ ตอนเขินตอนร้องไห้ เรารู้สึกว่าน่ารังแก๊รังแก ก่อนหน้านี้อ่านแทนไม่ได้ เราโคตรหมั่นไส้นันท์ แต่พอมาอ่านเรื่องของนางเอง เอ้อ นี่มันเจ้าหมาตัวโตชัดๆ 555555 รออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้วฮะ เป็นกำลังใจให้นะคะ XD
    #111
    0
  18. #109 MMAAYY (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:48
    ตัดฉับได้แบบ ไรท์ขาาาาาาา

    อย่าใจร้ายกับน้องงงง
    #109
    0