ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 22 : บวกยี่สิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 744 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

รสวานิลลาเย็นๆละลายในปากช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จินเจอร์กินมันคู่กับขอบขนมปังที่กรอบแถมหอมคลุ้งด้วยส่วนผสมสักอย่าง แน่นอนว่าคนผิวน้ำผึ้งไม่คิดจะแตะน้ำผึ้งของจริงที่อยู่ในเหยือกจิ๋วข้างมือสักนิด

 

หวานเท่านี้กำลังพอดีแล้ว

 

“ไม่เลี่ยน?” เขาเงยหน้ามองคนที่ยังคงอารมณ์คุกรุ่นอยู่รอบตัว เลิกคิ้วเป็นคำถามว่าอยากชวนทะเลาะจริงๆใช่ไหมเพราะถ้าไม่หยุดจะสนองให้ตามใจเลย

“ก็เห็นบอกกินชานมมาแล้ว”

 

อ๋อ...เพราะเหตุผลนี้น่ะนะ?

 

เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มไม่แพ้ไอศกรีมทำเอาผู้ชายหน้านิ่วคิ้วขมวดคลายลงทันที หัวใจเต้นผิดไปหลายจังหวะตอนที่มือเรียวเปลี่ยนจากป้องปากมากุมท้อง ทำให้เห็นรอยยิ้มกว้างกับตาหยีที่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้มองคือเมื่อไหร่

 

“ขะ ขำอะไร?” นันท์เกาจมูกแก้เก้อ คนตรงหน้าเอาแต่หัวเราะจนหมดแรงต้องทิ้งตัวพิงเบาะโซฟา

 

โคตรน่ารักเลย

 

“ขำมึง” ตอบแล้วก็หยิบหมอนขึ้นมากอด มือข้างที่ว่างก็ยกขึ้นมานวดแก้มเพราะเริ่มเมื่อยที่ตลกมากเกินไปหน่อย นันท์หลุดยิ้มบางตามอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนสายตาจะหันไปเห็นโต๊ะข้างๆที่มองคนอารมณ์ดีของเขาด้วยท่าทีสนใจ ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายที่นั่งซุบซิบพร้อมกับยิ้มเขินอย่างนั้นดูก็รู้ว่าทำไม

 

อารมณ์กำลังจะดีเลยกลายเป็นบูดอีกรอบ

 

“อะไรอีกล่ะ?” จินเจอร์เองก็เห็นไอ้อาการผีเข้าผีออกจนต้องเอ่ยถาม กวาดตาไปรอบตัวสักพักก็พอจะเข้าใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับการแสดงออกแบบนี้จากคนแปลกหน้า

 

พอคนตรงข้ามไม่ตอบเขาเลยได้แต่ส่ายหัวเอือมระอา เอื้อมมือตักก้อนไอติมเย็นฉ่ำคู่กับขนมปังนุ่มๆตรงกลางและราดน้ำผึ้งจนเคลือบทั้งคำ

 

ก่อนจะเอาไปจ่อปากอีกคนนึงที่แทบไม่แตะอะไรเลยทั้งที่ชอบนักล่ะกับขนมหวานเนี่ย

 

“..?”

“ถ้ามันหยดอย่าด่ากูนะ” เตือนเสียงนิ่งหลังจากที่นันท์เอาแต่ทำหน้างง คุณอาจารย์ประมวลผลต่อสักพักก่อนจะเบือนหน้าหนีไปยิ้มอีกทาง พออยู่กับตัวเองจนพอใจถึงได้หันมาอ้าปากงับขนมที่คนขี้ใจอ่อนอุตส่าห์ป้อนให้กัน

 

งอนนี่ก็ได้ผลดีแฮะ แต่ถ้าใช้บ่อยคงน่ารำคาญเกิน

 

คิดได้แบบนั้นเลยปิดสวิตช์โหมดงี่เง่าและเท้าคางมองจินเจอร์ที่แทะๆเล็มๆขนมไปเรื่อยตามประสาคนไม่ค่อยชอบของหวาน นันท์ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าสายตาที่ใช้มันอ่อนเชื่อมขนาดที่โต๊ะข้างกันที่แอบมองมาเมื่อครู่ต้องตัดใจอย่างน่าเสียดาย

 

น่าจะเอะใจตั้งแต่แรกว่าคนที่มีเสน่ห์ขนาดนั้นจะไม่มีแฟนได้ยังไง เซ็งชะมัด

 

“กูไม่คิดว่ามึงจะ... ช่างเหอะ” นันท์คว้ามือที่เขี่ยเศษขนมปังเล่นหลังได้ยินจินเจอร์เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ปล่อยค้างไม่ยอมต่อจนจบ

“จะอะไร?”

“เปล่า แค่เรื่องไร้สาระ” บอกปัดแต่ท่าทางคาดคั้นกับนิ้วยาวที่จับกันก็ไม่ยอมปล่อย พลาดแล้วไง เขาไม่น่าลืมตัวจนหลุดความคิดติ๊งต๊องของตัวเองออกไปครึ่งค่อนประโยคอย่างนั้นเลย ทีนี้ไอ้หมาพันธุ์ใหญ่ตรงหน้าคงกัดไม่ปล่อยชัวร์ ให้ตายเถอะ...

“ไอติมละลายหมดแล้ว”

“เปลี่ยนเรื่องได้ห่วยแตกมาก”

“ถ้ารู้ว่ากูพยายามเปลี่ยนเรื่องก็เลิกถามดิ”

“จะอะไร? ตอบมาก่อน”

 

และบทสนทนาของเขากับนันท์มันก็จะประมาณนี้ เดินหน้าสามถอยหลังสี่เทือกๆนั้น

 

“ไม่คิดว่ามึงจะขี้หึง พอใจ?”

 

แล้วหลังจากเถียงกันไปกันมาก็จะมีจังหวะเดดแอร์ไปรู้สึกกระดากอายในใจประมาณสามนาที

 

เป็นอย่างที่เป็นอยู่มาเกือบสองเดือนแต่ก็แปลกดีที่ไม่มีใครรู้สึกเบื่อหรือรำคาญมากพอจะหยุดความสัมพันธ์ยึกยักนี่ลง

 

“ความจริงก็ไม่ขนาดนั้น...” นันท์เกาแขนเกาคอเหมือนทำตัวไม่ถูก แม้ใจจินเจอร์จะไม่ได้แข็งไปกว่ากันเท่าไหร่นักแต่พอเห็นอย่างนี้แล้วมันน่ากวนประสาทจริงๆ

“เหรอ” เลยลากเสียงยียวนใส่พลางหยิบน้ำเปล่าขนาดแก้วเล็กกว่าฝ่ามือขึ้นมาจิบ ภาพในหางตาคือคนตรงหน้าคล้ายจะมีริ้วสีแดงบนแก้มและหลักฐานการเต้นของหัวใจบนใบหู

“อืม” คนที่นั่งขำอยู่ในใจไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มตัวร้ายของฝ่ายที่กำลังจะพลิกเกมกลับมาทำแต้มบ้าง ประโยคต่อไปเลยทำให้มือไม้อ่อนจนทำน้ำหกใส่เสื้ออย่างงี่เง่าที่สุด

“ถ้ายอมเป็นแฟนกูสักทีก็จะไม่หึงเลย เพราะมั่นใจว่ามึงเลือกแล้ว”

 

เชี่ย เปียกโชกเลยจินเจอร์...

 

“เละเทะ” คนที่ทำหน้าเหมือนสงสารแต่กลับขำไม่หยุดยิ่งทำให้เขาหัวเสีย บ้าเอ๊ย...โคตรเสียฟอร์มเลยจริงๆ

 

ช่วงชุลมุนปนอับอายถูกหยุดลงด้วยพนักงานเสิร์ฟในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มที่อาสามาช่วยเก็บกวาดสภาพยับเยินของจินเจอร์ถึงโต๊ะ กะประมาณจากภายนอกน่าจะเป็นเด็กมหาฯลัยปีต้นๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดไม่ใช่ความอ่อนเยาว์ของใบหน้า มันคือนัยน์ตาทรงเฉี่ยวที่คล้ายกับบางคนจนต้องเผลอมองอยู่นานต่างหาก

 

“ขอโทษนะครับพี่” คนตัวสูงเลยมาตรฐานไปมากต้องย่อตัวลงเพื่อให้การยื่นมือมาซับน้ำบนอกเสื้อเป็นไปอย่างไม่ลำบากเกินไปนัก

“มะ ไม่ต้องก็ได้ครับ พี่ทำเอง”

“อ่า... มือพี่เลอะด้วย ไหนขอผมดูหน่อย” น่าแปลกที่ความเกรงอกเกรงใจไปไม่ถึงตอนที่คนเด็กกว่าจับมือเขาไปพลิกหน้าพลิกหลัง พอได้สติและเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าคนตรงข้ามกอดอกจ้องกันไปแล้ว

“แห้งเผื่อซักตากรอบหน้าแล้วมั้งน่ะ”

 

น่าสนใจกว่าคือเสียงเข้มดุทำได้แค่เรียกให้คนที่กำลังตั้งใจทำงาน (?) เหลือบมองแค่แวบเดียวก่อนจะก้มหน้าก้มตาต่อพลางตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่

 

“ข้างในนี้แอร์เย็นครับ ถ้าไม่แห้งเดี๋ยวพี่หนาว” จบประโยคก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหยีให้ตามประสาผู้ชายตาชั้นเดียว เรียกรอยยิ้มนับถือหน่อยๆจากเขาไปได้เพราะเท่าที่เคยเจอไม่ค่อยมีใครกล้าหือกับนันท์เวอร์ชันหมาบ้าเท่าไหร่

“ขอบคุณครับ...

 

  แต่พี่ไม่หนาว

 

เห็นอย่างนี้เขาก็ชัดเจนเป็น ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้หรอก

 

เด็กคนเดิมนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเฮือกและส่ายหัวเหมือนกับเสียดายที่ต้องยอมถอยตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ทว่าสุดท้ายพอเห็นสีหน้าของคนที่นั่งกอดอกเงียบๆอยู่อีกฝั่งแล้วคงต้องปล่อย เปล่าเลย...ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เกรงใจพี่คนนี้มากกว่า

 

ในเมื่อเขาเป็นคนที่พี่เลือกไปแล้ว

 

“เหมือนมึงตอนเด็กๆ” คนที่กลับมาตัวแห้งอีกครั้งเริ่มบทสนทนาอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดแคร์ไอสังหารที่แผ่ออกมาสักนิด

“ไปตัดแว่นเหอะ”

“แต่เป็นเวอร์ชันดีกว่านะ น่ารักดี”

“จินเจอร์”

“อะไร?”

“ไม่ต้องทำให้หึง แค่นี้ก็จะบ้าอยู่แล้ว”

 

อ่า...มันมีสถิติไหมนะว่าคนเราใจเต้นผิดจังหวะได้กี่ครั้งต่อวันถึงไม่ถือว่าอันตราย

 

และถ้ามันมีแล้วเลขสูงสุดไม่ถึงยี่สิบเขาต้องตายแน่ๆ...ตายอย่างเดียวเลย

 

 

 

_____________

 

 

ลอนดอนตอนนี้เข้าสู่ช่วงอากาศเย็นจัดก่อนหิมะตก อุณหภูมิย่ำแย่กับทิวทัศน์ขมุกขมัวทำเอาคนที่กำลังนั่งเคลียร์งานกองเบ้อเริ่มบนโต๊ะตัดสินใจคลิกไอคอนโครมเพื่อเข้าเว็บสายการบินที่ใช้บริการเป็นประจำ

 

“เอ้าแม่ จะกลับกรุงเทพเหรอ?” เพื่อนสาวที่เดินผ่านกำลังจะไปกดกาแฟเอ่ยถาม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองแก้วในมืออีกฝ่ายที่มีถึงสองใบแล้วกลอกตา แน่นอนว่ามันต้องเป็นของแฟนฝรั่งตัวโย่งที่นั่งอยู่มุมห้องตรงนั้นแน่ๆ

 

อากาศไม่ดี คนไม่มีแฟนยิ่งอารมณ์เสียไปใหญ่

 

“อืม เซ็ง ไม่มีใครให้กอดเหมือนแกหนิไจ๋”

“เฮ้ยโสดแล้วพาลเหรอ?” คู่สนทนาหัวเราะตัวโยนก่อนจะเท้าแขนเพื่อชะโงกหน้ามาดูจอโน้ตบุ๊กที่ขึ้นหน้าต่างแสดงไฟล์ทบินตามเวลา

“คิดถึงพี่ขิงด้วย อยากเจอหน้า”

“โตจนเป็นแม่แล้วยังติดพี่อีกนะพิ้ง”

“ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างมั้ย?” นิ้วยาวที่มีปลายเล็บแหลมเปี๊ยบตามแฟชันแรปเปอร์ฝั่งอเมริกันชื่อดังคลิกยืนยันรอบที่คิดว่าสะดวกที่สุด ระหว่างรอระบบดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายก็หมุนเก้าอี้มายิ้มยียวนให้แซม, แฟนเพื่อนที่นั่งรอกาแฟจนคอแห้งไปถึงพรุ่งนี้แล้ว

“เออเข้าใจ ถ้าฉันมีพี่แบบพี่เจอร์ก็คงกราบเช้ากราบเย็นอ่ะ โคตรใจดี เทคแคร์เก่ง”

“อย่าชมเยอะ หวง” พิ้งหันกลับไปเช็ครายละเอียดบัตรเครดิตที่เคยกรอกไว้ ทำเป็นเมินท่าทางหมั่นไส้ของไจ๋ที่เธอมีบุญหนาได้พี่ชายประเสริฐกว่าใครเพื่อน

“แค่นี้ทำหวง พี่เจอร์อยู่กรุงเทพมีแฟนไปร้อยแปดคนล่ะมั้ง”

“ตบปาก!” แค่ได้ยินคำว่าแฟนอยู่ประโยคเดียวกับชื่อพี่ชายเธอก็ขู่แง่งๆตามสัญชาตญาณ จินเจอร์เป็นแรร์ไอเทม เป็นของวิเศษที่อยู่ลึกสุดในป่าหิมพานต์ เพราะงั้นใครจะมายึดตำแหน่งแฟนควบฐานะพี่สะใภ้ของพิ้งเจ้าตัวไม่ยอมรับคนไม่เอาไหนหรือที่ทำให้พี่เจอร์เสียใจเข้ารอบมาหรอกนะ

          “โหยยย พี่เขายี่สิบเท่าไหร่แล้ว ระวังคนโตไม่ได้แต่งแล้วคนเล็กจะอดนะเว้ย”

          “โนสนโนแคร์ ฉันมีพี่เจอร์คนเดียวก็เทียบเท่าอภิมะผัวตั้งเป็นสิบ” ไจ๋ได้แต่ส่ายหัวเอือมๆให้คนช่างบัญญัติศัพท์ยิ่งกว่าราชบัณฑิตฯ ปล่อยให้พิ้งนั่งหวงพี่และพร่ำเพ้อถึงคุณสมบัติแฟนที่ดีของพี่จินเจอร์ความยาวราวแปดสิบหน้าของนางต่อไป ในใจก็แอบนึกสงสารหญิงสาวผู้โชคดีที่น่าจะมีเคราะห์กับส่วนตัวกับเพื่อนเธอมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

 

          แต่ก็นะ...ยังไงก็นับว่าโชคดีถ้ามีโอกาสเป็นเจ้าของความรักพี่จินเจอร์ คนช่างเอาใจและละมุนขนาดนั้น

 

          สมบัติของชาติที่แท้ทรู

          .

          .

          .

 

          ระหว่างนั่งไถโทรศัพท์บนรถแท็กซี่ที่มีกลิ่นน้ำหอมชวนปวดหัวพิ้งก็นึกถึง C-HR คันโปรดที่ตอนนี้คงจอดอยู่บ้าน พนันได้เลยว่าพี่ชายของเธอจะต้องดูแลมันอย่างดีและไม่ใช่แค่รถเท่านั้น จินเจอร์ใส่ใจสมบัติทุกชิ้นของน้องสาวเหมือนกับเป็นของตัวเอง บางทีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป

 

          mapril. – พิ้งมีอะไรลูก โทษทีช่วงนี้พี่ยุ่งๆ

 

          แบนเนอร์แจ้งเตือนตรงขอบบนหน้าจอมือถือเรียกรอยยิ้มกว้างจากหญิงสาวที่นั่งภาวนาให้ถึงบ้านมาเกือบสิบนาที นิ้วเรียวนวดขมับไล่ความมึนฉุนจมูกอยู่ครู่นึงถึงตอบกลับไป

 

          Pk. – ไม่เป็นไรพี่เมษ

          Pk. – พิ้งแค่อยากถามว่าพี่ว่างวันไหน จะเอาของฝากไปให้

 

          ใช้เวลาไม่นานข้อความของเธอก็ขึ้นว่าอีกฝ่ายเข้ามาอ่านเรียบร้อย

 

          mapril. – หนูกลับไทยเหรอ?

          mapril. – เมื่อไหร่คะ?

          mapril. – บอกเจอร์ยัง?

 

          คำถามรัวๆที่ถูกส่งมาทำให้น้ำเสียงของเมษาในความคิดคนเด็กกว่าดูร้อนรนอย่างประหลาด แต่พิ้งก็ส่ายหัวและโทษว่าเป็นเพราะกลิ่นน่าวิงเวียนบนรถมากกว่า

 

          Pk. – ยังไม่ได้บอกค่ะ กะมาเซอร์ไพรส์

          Pk. – เพิ่งถึงเมื่อชั่วโมงก่อนนี่แหละพี่เมษ

 

          หลังจากสองประโยคนั้นคู่สนทนาของเธอก็หายเงียบไปเลยแม้ว่าจะมีสัญลักษณ์บอกว่าอีกคนรับรู้ไปตั้งแต่สามนาทีที่แล้ว รอสักพักจนหางตาเห็นแวดล้อมคุ้นเคยก็เลิกรอ พิ้งสอดมือถือเครื่องบางเฉียบลงกระเป๋าเสื้อเชิ้ตที่แหวกคอกว้างกว่าปกติ เปิดลาดไหล่และรอยกระดูกไหปลาร้าดึงดูดให้มองอย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำ

 

          แทบไม่ต้องให้คนขับบอกว่าเท่าไหร่เพราะเจ้าตัวเตรียมเงินจำนวนพอดีเป๊ะกับเลขมิเตอร์ ตัดสินใจไม่ให้ทิปแม้ว่าอารมณ์ดีขึ้นเป็นกองตอนได้เห็นรั้วบ้านตัวเองในสายตา ข้อหาทำระบบทางเดินหายใจของเธอทรมานมากเกินไป

 

          “อยู่แฮะ” จากตอนแรกที่แอบกังวลก็กลายเป็นยิ้มหน้าบานตอนมองไปแล้วเจอคุณหนูจอดสงบเสงี่ยมอยู่ในโรงรถ ข้างกันเป็นคุณชายสีเทาของเธอที่เงาวับอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

 

          น่ารักชะมัดเลย พี่ชายใครเนี่ย

 

          รองเท้าผ้าใบสีขาวโดนกดส้นและถอดออกอย่างเงียบเชียบ วันอาทิตย์แบบนี้น้องสาวอย่างเธอรู้ดีว่าจินเจอร์คงกำลังทำงานอยู่บนชั้นสอง ในหัวเลยคิดไปต่างๆนานาถึงวิธีวางกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่พกมาไม่ให้เสียงดังจนแผนแตก ไล่ลำดับขนมที่ต้องเอาเข้าตู้เย็นก่อนเพื่อจะได้เย็นทันมื้อดึกของวันนี้ที่ตั้งใจไว้ว่าจะชวนพี่ดูหนังสักเรื่อง

 

          “ขิงครับ...อ้าปาก”

 

          เพราะภาพในหัวมันชัดเจน ความตั้งใจผสมความคาดหวังที่เตรียมมาไกลจากอังกฤษเต็มเปี่ยมไปหมด

 

          “อื้อ”

 

          พอมาเจอภาพที่ตรงข้ามกับทุกอย่างและไม่คาดคิดว่จะได้เห็นพิ้งเลยตัวชาดิกอยู่ที่เดิมราวกับเท้าถูกตรึงเอาไว้

 

          ก่อนความงุนงงจะพลิกกลับเป็นความโกรธ เสียงที่ได้ยินตอนแรกกระเด้งกระดอนในหัวถึงวิธีเรียกชื่อพี่ชายที่พิ้งไม่เคยอนุญาตให้ใครแม้กระทั่งเพื่อนใช้เรียกจินเจอร์ หัวใจของใครบางคนเต้นตุบจนสังเกตได้ผ่านผิวเกลี้ยงเกลาที่เริ่มแดงไปทั้งตัว

 

          โมโห...มากๆ

 

          “พี่ขิง” น้ำเสียงเย็นเยียบเรียกนัยน์ตาสีน้ำตาลเฉดเดียวกันให้หันมามอง และทันทีที่จินเจอร์เห็นว่าใครเป็นเจ้าของคำเรียกนั้นเขาก็นิ่งอึ้งจนโดนนันท์คว้าไปกัดปากเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยวอีกรอบ

          “นันท์ ปล่—”

          “ลงมาเดี๋ยวนี้เลย”

 

          เหมือนใครบางคนจะติดใจการจับจินเจอร์นั่งตักและจูบสลับจุ๊บริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นซ้ำๆ เลยไม่คิดแคร์แม้ในตอนที่คนเป็นพี่พยายามดิ้นลงจากตัก กลับกัน มือหนากระชับความแน่นของอ้อมแขนช่วงเอว แนบหน้าด้านข้างลงกับอกเรียบ ใช้หางตามองหญิงสาวที่ทำหน้าคล้ายอยากจะกระโจนเข้ามาขย้ำหัวเขาเต็มแก่

 

          ความเป็นอาจารย์ที่พิ้งเคยเคารพโดนโยนทิ้งไปกองไว้ไหนสักแห่ง ตอนนี้ นาทีนี้เธอรู้อย่างเดียวคือต้องแกะจินเจอร์ลงจากตัวอีกคนให้ได้

 

          “กูไม่เล่นนะนันท์”

          “เราสองคนก็ไม่เคย เล่นอยู่แล้วป่ะ” ตอบพร้อมรอยยิ้มยียวนและวางปลายคางบนอก จริงอยู่ที่นันท์ชอบถึงเนื้อถึงตัว แต่จริตอ้อนเท้าขนาดนี้มีอย่างเดียวคืออยากกวนประสาทพิ้งเท่านั้นเลย

          “นันท์ น้องกูไม่ชอบ”

          “แต่มึงชอบไง”

          “น้องกูไม่ชอบก็คือกูไม่ชอบ”

 

          เกิดความเงียบแทรกกลางบรรยากาศอยู่หลายอึดใจ จนเสียงกระแทกเท้าหนักๆของหนึ่งในสามฝ่ายบังคับให้จินเจอร์ต้องดีดตัวลงจากคนช่างยุ่มย่ามและก้าวเท้ายาวไปแย่งกุญแจรถที่พิ้งคว้าไว้ในมือ

 

          “จะไปไหนครับ?”

          “พิ้งจะไปข้างนอก” ตอบเสียงแข็งแต่ก็ไม่กล้าบิดข้อมือหนีแบบแรงๆเพราะเห็นร่องรอยความกังวลบนในหน้าของพี่ชาย ต่างฝ่ายต่างเป็นจุดให้ใจอ่อนของกันและกันเสมอ สุดท้ายเลยโม่เคยโกรธกันจริงจังสำเร็จ

 

          มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ก็แค่น้อยใจที่ไม่บอกกันเท่านั้นเอง

 

          “พี่ขับให้”

          “พี่ขิงว่างเหรอ? พิ้งไม่อยากกวนนะ” ตวัดสายตามองคนที่นั่งกลัดกระดุมเสื้อตัวเองอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้านแล้วความคันมืออยากตะปบปากมันก็พุ่งสูงปรี๊ดอีกรอบ พิ้งนึกหงุดหงิดที่เธอเคยชื่นชมอาจารย์หน้าดุคนนี้ให้เพื่อนสนิทฟังตั้งหลายครั้ง เปลืองน้ำลายจริงๆเลยให้ตาย!

          “ไม่น่ารักเลยพิ้ง”

          “ใครจะไปน่ารักเหมือนแฟนพี่ขิงล่ะ! เห็นว่าอยู่ไกลก็ไม่สำคัญแล้วใช่มั้ย? มีอะไรคือไม่ต้องบอกกันแล้วงั้นสิ?!

          “พิ้งครั—”

          “เลิกโวยวายเป็นเด็กได้แล้ว ที่พี่เธอไม่บอกเพราะมันไม่มีอะไรให้บอกต่างหาก”

 

          สองพี่น้องพักงานดราม่ามามองหน้าบุคคลที่สามที่เอ่ยแทรกขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน

 

          “เนี่ยนะไม่มี? นั่งจู—”

          “ไม่ใช่แฟน”

          “...” คนที่ถูกตัดประโยคยังคงค้างรูปปากตามสระอูด้วยความไม่เข้าใจที่ชักจะทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ จินเจอร์เหลือบมองนันทท์อย่างกังวล ทว่าพอเห็นอีกฝ่ายสบตากลับมาคล้ายจะบอกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเขาจึงยืนเงียบรอฟังสิ่งที่เจ้าตัวจะพูดต่อ

          “หมะ หมายความว่าไง?”

          “ก็พี่เธอเขาไม่ยอมรับฉันเป็นแฟนสักที” คราวนี้จากความหงุดหงิดที่ตกอยู่กับนันท์เลยเผื่อแผ่มาถึงจินเจอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ พิ้งทำหน้า อิหยังวะ ใส่คนเป็นพี่พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใจเหมือนปลงตก

 

อะไรคือการที่ไม่ใช่คนรักแต่มานั่งตักจูบกันกลางวันแสกๆวะ? คนเราจะคบกันมันซับซ้อนมาถึงขั้นนี้แล้วหรือไง?

 

“แต่ก็เข้าใจได้นะ เพราะฉันทำผิดกับขิงมาหลายครั้งเลยเป็นแบบนี้” คนกลางของความขัดแย้งอยากจะขอบคุณนันท์ในใจที่ออกหน้ารับผิดให้แต่ก็ทำได้ไม่เต็มปาก ไอ้การเรียกชื่อไทยของเขาปกติคนกวนประสาทอย่างนั้นมันทำที่ไหน จริงจังสักทีก็ช่วยจริงจังแบบจริงๆหน่อยเถอะ

 

          น้องเขาทั้งโกรธทั้งเกรี้ยวกราดจนตัวสั่นไปหมดแล้วนั่น

 

          “ทำผิด? คุณทำอะไรพี่เจอร์?”

          “อ่า...”

          “อึกอักแบบนี้คืออะไร? พี่ขิง”

          “พี่...ทะเลาะกันนิดหน่อย” ยิ่งเห็นอาการล่อกแล่กของทั้งสองคนหญิงสาวก็ยิ่งหรี่ตาจับผิด เธอประมวลผลทุกข้อมูลที่มีในหัวก่อนจะเลียบเคียงถามหาจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ยังขาดหายในการตอบข้อสงสัยครั้งนี้

          “คุณกับพี่ขิงรู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้ว?”

          “ตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง”

 

          เท่านั้นนัยน์ตากลมสวยก็เบิกกว้าง ร่างเล็กวิ่งตุบตับขึ้นบันไดไปสักห้องบนชั้นสอง จินเจอร์ได้ยินเสียงรื้อค้นบางอย่างดังลงมาถึงด้านล่างก็ใจเสีย กลัวว่าน้องจะโมโหจนอาละวาดเหมือนตอนเด็กๆที่เขาต้องไปเข้าค่ายค้างคืนหลายวัน

 

          ที่เขาหวงพิ้งว่าหนักแล้ว ให้คูณห้าเข้าไปก็จะเท่ากับที่พิ้งหวงเขาพอดี

 

          ระหว่างที่ยืนกัดปลายนิ้วด้วยความกังวล มือหนาของใครบางคนก็ยื่นมากุมเอาไว้พร้อมกับยื่นเงียบๆอยู่อย่างนั้น นันท์คงไม่อยากให้เขาเครียดมากมายแต่ก็เข้าใจว่าตอนนี้ต้องการเวลา

 

          เดี๋ยวนี้เก่งแล้ว...หัดเรียนรู้และให้ค่าความรู้สึกคนอื่นเขาเป็นแล้ว

 

          คนตัวเล็กที่รีบวิ่งลงมาจนเสื้อคอกว้างตกลงเห็นหัวไหล่ทำเอาพี่ชายขมวดคิ้ว แต่พอเห็นว่าของในมือที่เจ้าตัวไปค้นเจอและหยิบลงมาด้วยจินเจอร์ก็ตาเบิกกว้าง ปากจะร้องห้ามแต่ไม่ทันเสียงของตัวดีที่ร้องลั่นขึ้นมาเสียก่อน

 

          “เขาใช่มั้ยที่พี่เจอร์เขียนลงไปในสมุดเล่มนี้?!

 

          กระดาษที่โดนจับมาเย็บเล่มเป็นสมุดทำมือมันเริ่มเปื่อยยับตามกาลเวลา มีคราบสีเหลืองเหมือนรอยน้ำหกใส่อยู่บนหน้าปกสีขาว กึ่งกลางเล่มมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ตัวเดียวถูกเขียนด้วยฟอนต์ออกแบบใหม่ดูแปลกตาเด่นชัดจนใครๆก็ต้องมองเห็น

 

          ‘PN’

 

          “พัทธนันท์...อาจารย์ชื่อพัทธนันท์ใช่มั้ย?” จินเจอร์กุมขมับเมื่อเห็นสายตากึ่งอยากรู้กึ่งกดดันของน้องสาว ท่าทางดื้อดึงแบบนี้เขารู้ดีว่ามันคล้ายกับใครบางคนจนน่าปวดหัว

 

          ก็ถ้าไม่ได้คำตอบที่ไม่ต้องการนางสาวพิชญาก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

 

          “อืม นันท์ พัทธนันท์” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากที่ถูกส่งมาให้เขาทำให้รู้สึกร้อนวาบไปทั้งใบหู พิ้งที่เพิ่งรู้ตัวว่าชงจังหวะให้สองคนเขาหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวกันชักจะหัวเสีย แต่อย่างที่รู้กันว่า ‘Curiosity killed the cat’ เพราะงั้นกับคนที่น่าสนใจและสำคัญกับพี่เจอร์ตั้งขนาดนี้ เธอจะยอมเป็นแมวตัวนั้นที่ถูกความอยากรู้ของตัวเองฆ่าตายก็ได้

 

          “ที่พี่แอบชอบมาหลายปี...คนนี้ใช่มั้ยคะ?”

 

อย่างน้อยก็เป็นการตายที่ตาหลับแล้วกัน

         

 

          



_________________________________________________________________

เฮ้ยยย ถ้ามันเป็นคนที่พี่เค้าชอบแล้วยังไงอ่ะลูกกก?

เกมพลิกเหรอ? แล้วสมุดอะไรเหรอ? อิพี่นันท์เขาจะทำอะไรอีกเหรอ?

มันอ่ะฮึ้ยยยยว่ะแก! 55555555

พรุ่งนี้เจอกั๊นนนน เริ้ปป~

#เหลือศูนย์

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 744 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #698 canookss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 20:12
    น้องพิ้งงงงลูกกก วางบอมบ์พี่ชายซะงั้น 55555
    #698
    0
  2. #692 Airring (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 16:25
    น้องทำพี่โป๊ะแตกแล้ว...
    #692
    0
  3. #667 CallistoJpt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:08

    น้องพิ้งงงงงงงงงงงงงงง 55555555555555555555555555

    #667
    0
  4. #575 llllovellll (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 04:34
    พิ้งง อ่ยย5555555
    #575
    0
  5. #432 Wafel (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 03:40
    น้องพิ้งงงง พี่ขิงคือตุยแน่55555555
    #432
    0
  6. #333 beme. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 12:19
    น้องพิ้ง55555555555555
    #333
    0
  7. #277 ychibi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 16:16
    ทำดีมากยัยน้องงงง
    #277
    0
  8. #253 _WNSNam_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 20:26
    น้องน่ารักอ่าาา
    #253
    0
  9. #205 PuiPui--r (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 10:28
    น้องพิ้งฆ่าตัวตายหมู่เหรอลูก 5555555
    #205
    0
  10. #178 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 20:00
    หนูพิ้งงงงงงง อยากรู้เนื้อหาาาาในเล่มมมม บอกหน่อยขิงเขียนไรลงไปบ้างง
    #178
    0
  11. #173 Yckrise (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:36
    หนูลูก เดี๋ยวพี่หนูจะระเบิดตัวตายเอานะ 5555555555
    #173
    0
  12. #152 Nobodylover (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:00
    5555 เอวังพิงค์เอย
    #152
    0
  13. #104 Am_BigBear (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:54
    ยัยน้องพิ้งงง
    #104
    0
  14. #103 MMAAYY (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:54
    น้องพิ้งรูกกกกกกก

    ความแตกหมดแล้ววววว 555555555
    #103
    0
  15. #102 Framecheese (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 09:14
    อยากให้จินเจอร์มีความสุขแน้ววว
    ชอบเรื่องนี้มากเลย สู้ๆนะคะไรท์
    #102
    0
  16. #101 shamash_y (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 01:59
    รอเค้าหวานกันค่ะ
    #101
    0
  17. #100 MMAAYY (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:57
    น้องพิ้งต้องหวงขิงแน่ๆ เจ็บมากี่รอบแล้วววว

    น่ารักมากๆเลยค่ะไรท์สู้ๆนะคะ
    #100
    0