ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 2 : ลบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,243 ครั้ง
    26 พ.ค. 62

          เพราะว่าเป็นคืนสุดท้ายที่จะได้นอนที่นี่แก๊งเพื่อนฝูงจึงดูครึ้กครื้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะครามและไมโลที่ปกติเจอร์คิดว่ามันพลังเหลือล้นอยู่แล้ว

         

          “เย็นนี้ต้องมีกุ้ง!

          “กูอยากกินปลาหมึกแบบแน่นๆ สดๆ ยิ่งได้กินกับน้ำจิ้มไอ้วานะ”

 

          เขาโคลงหัวขำๆให้ไอ้สองคนที่นั่งสูดปากกันอย่างเห็นภาพ ปากก็ยังพร่ำรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่อยากกินออกมาไม่หยุดหย่อน เหลือบมองคนที่โดนพาดพิงก็เห็นว่าเจ้าตัวทำหน้าเหม็นเบื่อติดรำคาญ

 

          “ได้ข่าวว่ากูก็มาพักผ่อน มึงอยากกินอะไรก็สั่งเขาทำมาให้เสร็จเลยไอ้พวกเวร” ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมของวารึเปล่าที่เลือกทำอาชีพเชฟ มีโปรแกรมเที่ยวกับเพื่อนทีไรถึงได้หน้าที่พ่อครัวจำเป็นตลอด เจอร์สลับขาอีกข้างขึ้นมาไขว่ห้างเมื่อเริ่มเมื่อย ตาดูหนังบนจอโทรทัศน์ที่ตังเปิดไว้ ส่วนหูก็ยังฟังแก๊งคนอายุยี่สิบกว่าๆตีกันเหมือนเด็ก

 

          “โห่ ทำไมวาวาใจร้าย”

          “วาเดียวไอ้สัส ละกูไม่ได้ใจร้าย กูขี้เกียจ!” เกือบแล้ว เขาเห็นหางตาว่าครามเกือบถูกวากระโดดเตะก้านคอไปแล้ว แต่สงสัยเพราะความสูงต่างเกินไป ไอ้เชฟเลยเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างกัน

 

          หมายถึงว่าครามมันเตี้ยเกินไป วามันคงกลัวจะยกขาแล้วเลยหัววืด สุดท้ายถึงตัดสินใจไม่เสียแรงโดยเปล่าประโยชน์

 

        “ไม่สงสารไอ้ครามไอ้ไมมันหน่อย?” มันหน้าบูดอีกครั้งเมื่อเขาทำเหมือนพยายามช่วยกล่อม เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

          “สงสารกูเถอะเจอร์ ไหว้ล่ะ”

          “แต้มบุญคงยังไม่พอว่ะ ขากลับเข้าวัดกันหน่อยมั้ย? เผื่อรอบหน้าไอ้วาจะยอมทำให้กิน” ตังที่เงียบไปเกือบชั่วโมงกวนประสาทขึ้นมาบ้าง พอมองให้ดีถึงรู้ว่าหน้าจอกลายเป็นสีดำเข้าช่วงเอนด์เครดิตแล้ว คอหนังอย่างมันถึงละสายตามาคุยกับชาวบ้านเขาได้

          “งั้นทำกินที่บ้านก็ได้”

 

          ถ้าพวกเขาสี่คนมีหาง ประโยคนั้นก็คงทำให้มันสั่นดุ๊กดิ๊กอย่างตื่นเต้น

 

          “แต่พวกมึงล้าง”

 

          และวงก็แตกภายในสามวินาที เขาพ่นลมหายใจเซ็งๆ ในขณะไอ้คู่หูปากดีแกล้งทำเป็นร้องไห้ยกใหญ่ ส่วนพ่อคนใจบุญก็ลุกหยิบรีโมตแอร์มาปรับอุณหภูมิ ไม่สนใจข้อเสนออะไรของวาอีก

         

          ทริปของพวกเขาก็ประมาณนี้ วันแรกอาจจะขยันเที่ยวข้างนอกหน่อย หาอะไรกิน แดดเริ่มร่มก็มีเดินเล่นบ้าง พอเข้าวันที่สองถึงได้นอนอืดกันอยู่ที่วิลล่า เปิดแอร์ดูหนัง ใช้โรงแรมจนคุ้มแล้วค่อยหาข้าวเย็นอร่อยๆกินกันเตรียมกลับวันต่อไป

 

          เป็นการ พักผ่อน สไตล์คนขี้เกียจที่อยากตุนพลังไว้ใช้ตอนต้องกลับไปทำงานในเมืองหลวงอันวุ่นวายของประเทศไทยอีกครั้ง

 

          “ยกป็อปคอร์นกูมาด้วยคุณชาย” เขาหลุดจากความคิดในหัว หันมองผู้ชายตาคมเฉี่ยวจนดูดุโดยธรรมชาติกำลังถอนหายใจก่อนร่างสูงนั้นจะเดินวกกลับเข้าครัวใหม่อีกครั้ง

 

          เจอร์เพิ่งรู้สึกตอนแผ่นหลังกว้างหายไปจากสายตาว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจ

 

          ตังกดเลือกภาพยนตร์เรื่องต่อไปที่จะดูอยู่สักพักคนตาดุก็เดินกลับมาพร้อมของตามสั่ง เขาตีหน้านิ่งตอนเงยหน้ายักคิ้วทักทายอีกฝ่าย สังเกตเห็นเพื่อนชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนทำแบบเดียวกันกลับมา

 

          และเลือกที่ข้างเขาฝั่งที่ว่างเป็นตำแหน่งนั่ง

 

          “ใช้เก่ง” นันท์เอี้ยวตัวเพื่อคุยกับตังผ่านหน้าเขา ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า

          “มึงก็บ่นเก่งครับ ขอบคุณ”

 

          แต่มันทำให้หายใจลำบากอีกแล้ว

 

          “เจอร์” เหมือนเสียงสวรรค์ดังขึ้นมาช่วยชีวิต เขาเอนตัวพิงกับพนักจนหมอนด้านหลังแบนสนิท หนึ่งคืออยากมีระยะห่างจากคนข้างตัวบ้าง และอีกอย่างคือจะได้เอี้ยวหน้าคุยกับเนง่ายๆ

          “ใครวะ?” เขาเลิกคิ้วถามเมื่อเพื่อนที่สนิทสุดในแก๊งนี้ทำท่าจะยื่นโทรศัพท์มาให้

          “เมียมึง” และกลายเป็นแทบจะโยนใส่หน้าหลังพูดคำนั้นจบ เขาใช้เวลานึกไม่กี่วิก็หัวเราะออกมา พอเดาว่าปลายสายคงแว้ดใส่โทรศัพท์เสียงลั่น ยิ่งไม่ชอบให้โดนเรียกแบบนั้นอยู่ด้วย

        “ว่าไงเมียเมษ”

 

          ได้ยินเสียงโห่ร้องของกลุ่มเพื่อนทันทีเมื่อเขารับมือถือมากรอกเสียงใส่ วากับตังที่อยู่ถัดไปทางขวาก็ยังไม่วายแซ็วเขา ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มเอือมๆสักพักก่อนจะนิ่งไปอึดใจเมื่อสายตาดันมาสบกับคนด้านซ้ายมือพอดี

 

          “เมษา?” เขาเบือนหน้าหนีอีกทางและเรียกย้ำเพราะยังไม่มีเสียงตอบรับ

          |กูได้ยินแล้วค่ะ เมื่อกี้ขอโทษลูกค้าอยู่| น้ำเสียงหงุดหงิดที่ได้ยินทำให้เขายกยิ้มมุมปาก

          “มึงชอบโวยวาย”

          |พวกมึงกวนตีนเก่งไง เรียกอยู่ได้เมียเมษๆเนี่ย|

          “โทรมาคือคิดถึงเหรอ?”

 

          มีเสียงเห่าหอนดังขึ้นมาอีกระลอกพอเขาพูดจบ ใจจริงแค่อยากจะโดนเพื่อนสาวด่ากลับมาให้สบายใจเท่านั้นแหละ ลืมไปว่ามีพวกนี้นั่งอยู่ด้วย

 

          “หึ หูหนวกแน่มึง” เนก้มลงมากระซิบเสียงเยาะและผละออกไปจับจองโซฟาเดี่ยวที่ยังว่าง กำลังจะตีความว่าคนพูดหมายถึงเดอะแก๊งขี้โวยวายรอบตัว แต่พอมองสายตาสื่อนัยยะบางอย่างนั่นก็เปลี่ยนใจใหม่

          “มึงแม่ง...”

 

          มองแบบนั้นแสดงว่ามันบอกไอ้เมษแล้วแหงๆ

          ถ้างั้นที่จะหูหนวกคงเป็นเพราะพิธีกรรมการฉอดของคนปลายสายมากกว่า

 

          |อ่ะเงียบ สารภาพบาปกับกูในใจอยู่เหรอจ๊ะ?|

 

          นั่นไง เดาผิดที่ไหนล่ะ

 

          “กูคุยโทรศัพท์แป๊ป” เขาบอกอย่างทิ้งขว้างให้ทุกคนในห้องรับรู้ เมินสายตาล้อเลียนและเสียงผิวปากของเพื่อนฝูงในตอนที่ก้าวเท้าออกนอกตัวบ้าน ไอร้อนจากดวงอาทิตย์ลามเข้ามาหาทันทีแม้จะยังยืนในร่ม เจอร์หยีตาปรับแสงพลางฟังเพื่อนสนิทอีกคนพูดต่อ

 

          |พร้อมเข้าเรื่องยัง?|

 

          เขากำลังจะพยักหน้า แต่นึกขึ้นได้ว่าอีกคนคงไม่เห็นเลยตอบรับสั้นๆกลับไป

 

          |มึงคิดอะไรอยู่วะ? เนบอกกูว่ามึงก็ไม่ได้เมาหนิ|

          “...”

          |ไอ้ขิง| ชื่อเล่นที่น้อยคนจะเรียกเขาถูกใช้เพื่อเสริมความจริงจังของเนื้อหาบทสนทนา เจอร์ถอนหายใจยาว พยายามจะหาคำตอบทว่าไม่เจออันที่ฟังดูดีสักที

          “กูไม่รู้”

           |...|

 

เป็นเมษที่เงียบลงบ้าง เขาได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจหนักๆดังมาจากปลายสาย

         

“มันบอกว่าอยากทำ” เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เผื่อมันจะง่ายขึ้นมาหน่อยตอนพูดประโยคถัดไป

          “มึงก็รู้ไอ้เมษ รู้ว่ากูคิดยังไง”

        |...ไอ้ขิง ไอ้โง่เอ๊ย|

 

          น่าแปลกที่คำด่าด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจอย่างนั้นทำให้เขาหลุดยิ้ม

 

          |แล้วนี่คือจะเอาไงต่อ? ตามน้ำไปว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น?| ดูเหมือนเนจะเป็นผู้ส่งสารที่ครบถ้วนเสียจริง ขนาดเรื่องที่อีกคนจำเรื่องราวเมื่อคืนไม่ได้ก็ยังเล่าด้วย

          “กูจะตัดใจ”

|เดี๋ยวๆ กูได้ยินผิดหรือมึงพูดว่าจะตัดใจ|

          “มึงฟังถูกแล้วครับเมียเมษ หูแหลมขนาดนั้นรับเสียงไม่พลาดหรอก” ถ้าเป็นปกติเมษาคงจะด่าเขาได้ยาวเกือบครึ่งชั่วโมงที่บังอาจด่ามันว่าหูแหลมแถมเรียกมันเป็นเมีย แต่นี่เจอร์ได้ยินไม่เกินห้าคำเพื่อนก็เงียบไป สงสัยยังช็อกกับคำตอบที่ได้ฟังเมื่อกี้ล่ะมั้ง

 

          |มึงทิ้งทวนได้เหี้ยมากเลยรู้ตัวป้ะ?|

          “ทิ้งทวน?” เขางง

          |คนสติดีที่ไหนเขาได้กันแล้วถึงมานั่งตัดใจ มึงมันบ้าอีขิง!|

          “เอ้า มึงจะให้กูทำยังไงดีถ้างั้น? ขอมันเป็นแฟนรึไง?” เขาแค่นหัวเราะส่งท้าย เยาะเย้ยคำถามที่รู้ดีว่าคำตอบไม่มีวันเป็นไปได้อย่างที่ต้องการ

 

          ชอบมาตั้งนานขนาดนี้ยังไม่มีวี่แววอะไร กะอีแค่เซกส์ที่อีกฝ่ายเองก็จำรายละเอียดไม่ได้มันจะแตกต่างสักแค่ไหนกัน

 

มีเสียงแทรกเข้ามาจากปลายสายว่าลูกค้าต้องการอะไรสักอย่าง นึกดูให้ดีถึงรู้ว่าวันนี้วันเสาร์ คนที่คาเฟ่ของเมษคงเยอะน่าดู

 

ครับ เห็นปากจัดอย่างนั้นมันไม่ได้ขายของอยู่ตลาดแถวไหน เมษาหุ้นเปิดร้านคาเฟ่กับรุ่นพี่ที่สนิทกันหลังลาออกจากงานประจำที่ทำได้อยู่เกือบสามปี มีเหตุผลแนวๆว่ามันไม่ใช่ทาง และเพิ่งมาพบว่าตัวเองตกหลุมรักการทำขนมหวานมากกว่า

 

|แค่นี้ก่อนนะมึง กลับมาค่อยคุยใหม่ยาวๆ เออเดี๋ยว! ซื้อกะปิหวานมาฝากด้วย โทษฐานทำให้กูปวดหัว| เขากลอกตาก่อนจะพูดครับใส่ไปสองที สายถูกตัดฉับอย่างรีบร้อนเมื่อได้ยินว่ารับปากจะซื้อของที่สั่งให้แล้ว

 

เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ

.

.

.

 

          พอบ่ายคล้อยวาก็ไล่ให้เพื่อนทุกคนไปเตรียมตัวหามื้อเย็นกินได้สำเร็จด้วยประโยคสั้นๆว่า ออกก่อนหกครึ่งกูทำน้ำจิ้ม แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือทุกคนวิ่งแตกฮือเข้าห้องตัวเองเหมือนหมาบ้า นี่ขนาดเจอร์สับขาสวมวิญญาณยู เซน โบลต์ ก็ยังช้ากว่าเพื่อนร่วมห้องอย่างเนที่เปิดประตูพรวดเข้าไปแล้ว

 

          ครามกับไมโลน่ะเหรอ? เห็นล้มหน้าคว่ำขาเกี่ยวกันอยู่ตรงที่พักบันไดโน่น

 

          “ให้ไวเลยมึง” อยากจะขำกับการรีบอย่างเอาเป็นเอาตายของเน แต่ใครที่เคยได้ชิมน้ำจิ้มซีฟู้ดของไอ้เชฟตัวดีจะต้องเข้าใจว่านี่มันวาระระดับชาติขนาดไหน เขาเลยเร่งมือค้นกระเป๋าตัวเองโดยเอาเสื้อยืดที่เพิ่งถอดพาดไหล่ ไม่มีเวลายัดใส่อะไรทั้งนั้นแหละตอนนี้

 

“ต้องฮาวายมั้ยวะเนี่ย?” เขาบ่นงึมงำกับตัวเอง ไมโลแม่งยิ่งเรื่องมากอยู่ด้วยไอ้ธีมสีเสื้ออะไรนั่น

“แขนยาวขาสั้นกะกูป้ะล่ะ? ไปโต้รุ่งไอ้เหี้ยไม่ใช่รันเวย์”

 

เจอร์พยักหน้าหงึกๆเห็นด้วย คว้าเสื้อโอเวอร์ไซส์สีเทาที่ถ้าใส่คงไหล่ตกแล้วดูเป็นแขนยาวได้อยู่ขึ้นมาสวม เดินไปเช็กกับกระจกว่าขาสั้นสีเข้มที่ใส่อยู่พอไปกันได้รึเปล่าก่อนจะพูดโอเคกับตัวเองในใจ หันหลังจะเรียกเนมันก็ใส่เสื้อแขนยาวเข้ารูปสีดำเสร็จพอดี มองๆแล้วเหมือนพวกเขาใส่ชุดคู่ แค่บนล่างสลับสีกัน

 

พิลึกดี

 

“ยืมน้ำหอมหน่อยดิ” เขากลอกตาให้คนที่บ่นนักหนาว่าเขารักสวยรักงามแต่พอถึงเวลาก็มาขอใช้ด้วย เอื้อมหยิบขวดสีเหลี่ยมสีทองหน้าตาป้อมๆที่ถูกแปะตัว G ไขว้กันอยู่ด้านหน้าให้เพื่อน

“ของผู้หญิงนะ เมษมันซื้อมาให้ผิด”

“ถ้าหวานเลี่ยนมึงไม่ใช้หรอก” เนพูดอย่างมั่นใจตอนที่พรมกลิ่นอายหอมลึกลงบนต้นคอและไหปลาร้า

 

หอม...

 

เสียงทุ้มต่ำกับสัมผัสร้อนวาบที่แล่นริ้วบนหลังมือทำให้เขายื่นนิ่งราวกับโดนสะกด เบือนหน้าหนีน้ำหอมบ้านั่นก่อนจะสบถหงุดหงิดในใจ

 

ลืมๆไปได้แล้วเรื่องเมื่อคืนน่ะ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเกินกว่าทางกายทั้งนั้น

 

จังหวะที่กำลังจะยื่นมือไปรับขวดสีทองมาเก็บที่เดิมโดยไม่คิดจะให้ละอองของมันถูกโดนร่างกาย ประตูห้องของพวกเขาก็เปิดพรวด ตังโผล่หน้าเขามาในตอนที่ก้นขวดแตะปลายนิ้วเขาพอดี

 

เจอร์ชักมือกลับเมื่อเห็นใครบางคนยืนรอถัดไปด้านหลังของคนมาใหม่

 

“โอ้โหกูล่ะยอมเค้าเลย เวลานี้ยังมีอารมณ์ฉีดน้ำหอมอีกมึง” ตังเอี้ยวหน้าไปหานันท์หวังจะได้คำค่อนขอดเขาและเนมาเพิ่ม แต่สิ่งที่ได้รับมีเพียงคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากัน ร่างสูงดันหลังให้ตังเดินมาด้านในและก้าวตาม

“ของมึงเหรอเน?” ปากถามเพื่อนแต่สายตาจับจ้องมาที่เขา เจอร์ปั้นหน้าสบายๆมองตอบกลับไปให้เหมือนไม่มีอะไร

“เปล่า—”

“เสร็จยังพวกเมิงงงง ไอ้วานับถอยหลังแล้วโว้ย!

 

เขาลอบถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงครามตะโกนลั่นเรียกให้พวกเขาขยับตัวกันได้แล้ว เนเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะวางขวดเจ้าปัญหานั่นลง รีบกอดคอและลากตังลงไปยังชั้นล่าง

 

“ไปเหอะมึง กูขี้เกียจฟังไอ้สองคนนั้นบ่นว่าช้า” เจอร์แตะมือลงบนต้นแขนเพื่อนคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ในห้องนอนยามที่เดินผ่าน ทว่าคล้อยหลังได้ไม่เกินหนึ่งก้าวแขนแข็งแรงข้างเดียวกันก็เอื้อมมาจับเขาไว้แน่น

“เมื่อกี้เนบอกว่าไม่ใช่ของมัน...” เขามองตามใบหน้าคมที่พยักเพยิดไปทางขวดสี่เหลี่ยม สายตามองเขาอย่างกดดัน

“ของมึง?”

 

เขาเบือนหน้าหนีไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ เผลอเลียปากอย่างที่ชอบทำเวลาประหม่าจนเริ่มหาคำพูดที่เหมาะสมเจอถึงได้หันกลับไปสบตาคู่เดิมอีกครั้ง คลี่ยิ้มบางพร้อมเลิกคิ้วน้อยๆเหมือนสิ่งที่กำลังพูดต่อไปไม่ได้สำคัญ

 

“อืม ของกู มึงชอบเหรอ?”

“...”

“เมษซื้อให้ตอนที่ไปยุโรปมั้ง จำไม่ค่อยได้” เขาเห็นว่าสายตานั้นเหมือนมีพายุเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น แต่พิจารณาได้ไม่นานนันท์ก็ผละออกและเดินเร็วๆลงไปด้านล่าง

 

เขาถอนหายใจยาว ทิ้งช่วงสักพักก่อนทำทีเป็นวิ่งตามอีกฝ่ายเมื่อเสียงโหวกแหวกของครามดังขึ้นอีกครั้ง

 

“อีกสิบวิมึงล้างจานเลยไอ้เจอร์!

 

 

_____________

 

 

กลิ่นอาหาร เสียงจอแจ และอุณหภูมิที่พอให้รู้สึกเหนียวตัวได้ประมาณหนึ่งคงเป็นเสน่ห์ของตลาดโต้รุ่งหัวหิน เจอร์ขยับเสื้อยืดตัวโคร่งให้พอมีลมพัดผ่าน หันมองเนที่ถือน้ำเก๊กฮวยมาเกือบสิบนาทีก็ยังพร่องลงไม่ถึงครึ่ง เขาเลยแย่งมาดูดแก้ร้อนบ้าง

 

“ร้านนี้มั้ยมึง? ดูโอเค” ไมโลชี้ร้านอาหารทะเลที่มีบริการปรุงให้เสร็จสรรพตามบัญชาของเชฟประจำกลุ่ม พวกเขาที่เดินมาสักพักใหญ่และมีของกินเล่นติดไม้ติดมือมาบ้างต่างพยักหน้า กำลังจะยอมแพ้ให้อากาศอบอ้าวของที่นี่อยู่แล้ว ในหัวตอนนี้คือได้นั่งกินซีฟู้ดย่างแกล้มเบียร์เย็นๆที่ห้อง ก็บอกอยู่ว่าขี้เกียจจริงอะไรจริง

“มึงลอง” เนยื่นก้อนแป้งอ้วนกลมสีเหลืองทองให้เขา มองดูให้ดีก็เจอว่ามีหางสีส้มยื่นออกมาหน่อยนึงพอบอกว่าเป็นตัวอะไร

“เต็มปากเต็มคำ” ขนาดปากที่มีทำให้เขากัดได้ครึ่งตัว

“กุ้ง?”

“น้ำมันดิมึง ดูปาก” เขาชี้นิ้วที่ริมฝีปากมันแผล็บของตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยกันทั้งคู่ ตังที่เดินตามหลังมากับนันท์มองภาพนั้นแล้วคันปากอยากแซ็วขึ้นมาเหลือเกิน

“นอกจากเมียเมษแล้วยังมีเมียเนด้วยป่ะเนี่ย?” และแน่นอนว่าความยับยั้งชั่งใจไม่เคยมีในหัวคนอย่างตัง

 

เจอร์หันมองด้านหลังทั้งที่ยังพยายามทำให้ปากหายมันด้วยปลายลิ้นตัวเอง อย่าคิดถามหาทิชชู่จากใครเพราะไม่มีคนไหนคิดจะพก

“ยัดเยียดความเป็นผัวให้กูจัง” เขายิ้มแยกเขี้ยวใส่คนปากดี มองไอ้เนที่ทำหน้าขนลุกแล้วอยากจะโบกหัวมันแรงๆสักรอบ

 

ไม่ใช่แค่มึงหรอกครับที่รังเกียจ กูก็ไม่ได้พิศวาสมึงเท่าไหร่เลย, เจอร์คิด

 

“เออ พูดเรื่องผัวเมีย ไอ้เมษมันฝากมึงซื้ออะไรไม่ใช่เหรอ?” เพื่อนผมดำสะกิดแขนเตือนอย่างนึกได้ เกิดไม่มีของเซ่นเนเองอาจจะโดนหางเลขไปด้วย

“โอ้โหเมียหนึ่งเมียสองรักกันดีไปอี๊ก” และมันก็เป็นประเด็นน่าล้อสำหรับคนเก่งเชื่อมโยงอย่างไอ้ตัง เจอร์สบตากับเนแวบนึงก่อนจะพยักหน้าและ...

 

โป๊ก!

 

เคาะหน้าผากบุคคลช่างเสือกไปคนละที

 

“ผิดผีไอ้เหี้ย” เนกัดฟันด่า ก่อนทั้งแก๊งจะโดนไอ้เชฟและลูกสมุนทั้งสองคนเรียกไปช่วยถือของ

“เฮ้ยงั้นกูไปตรงนั้นแป๊ปนึง เจอกันที่รถเลยนะ” เขาผละออกมาทันทีหลังพูดจบด้วยความรีบเร่ง ไม่อยากให้คนส่วนมาต้องมายืนรอกันอีก เกือบลืมแล้วด้วยซ้ำว่ามีออร์เดอร์สำคัญอย่างกะปิหวานที่ต้องจัดการ

 

คล้อยหลังคนผิวสีน้ำผึ้ง ตังก็จุดประเด็นใหม่ขึ้นมาคุยให้เนปวดประสาทเล่น

 

“กับมึงกูแค่แซ็ว แต่กับไอ้เมษนี่ของจริงป่าววะ?”

 

เพื่อนที่สนิทกับคนโดนนินทาที่สุดอยากจะเมินไปให้จบๆ แต่สายตาอีกห้าคู่ที่จับจ้องมาด้วยพลัง อยากใส่ใจ อย่างเหลือล้นทำให้เขาถอนหายใจเฮือก แย่งถุงหอยเผาจากวามาถือก่อนจะเลือกคำตอบที่ดูกลางๆที่สุด

 

“ถามมันเองดิ” นั่นแหละ มุกที่ชอบใช้เวลาที่ต้องตอบอะไรที่ไม่ใช่เรื่องตัวเอง

“กระซิบกูก็ได้อ่ะ ไอ้เจอร์ไม่รู้หรอก” ไมโลยื่นหน้ามาอย่างปัญญาอ่อน แน่นอนว่าโดนครามผลักหัวให้พ้นจากหน้าเขาและอธิบายด้วยท่าทางฉลาดระดับสิบ

“มึงโง่ แค่นี้ก็รู้ละว่ามันยังไง” คนตัวเตี้ยที่สุดในกลุ่มยืดอกนิดๆเมื่อทุกสายตาจับจ้องไปอย่างสนใจ

“ถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริงไอ้เนมันก็ต้องตอบเลยดิว่าเป็นเพื่อน แต่นี่มันอึกอัก...” และทุกคนก็กลับมาโฟกัสที่เนใหม่อีกรอบ

“แสดงว่ามีซัมติง” รอยยิ้มโชว์เหนือของครามทำให้มือขาวๆยื่นไปยันหน้าผากมันอย่างหมั่นไส้ ตรรกะอะไรของมันที่ว่าไม่พูดแล้วต้องเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น บางทีก็แค่ไม่อยากให้เสือกเฉยๆเปล่าวะ

“เฮ้ย ถามจริง?” วาเลิกคิ้วถามเสียงสูง ตามมาด้วยตังที่เขย่าแขนเร่งเขารัวๆ

 

ไอ้เจอร์นะไอ้เจอร์ ตัวไม่อยู่ยังทำกูเดือดร้อน...

 

จังหวะที่จะอ้าปากตอบให้มันจบไปว่าเมษาก็แค่เพื่อนอีกคนที่สนิทกันโคตรๆสายตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้านิ่งเรียบของ ไอ้คุณชายเสียก่อน ถึงมันจะเป็นแค่คนเดียวที่ไม่ได้ตื๊อถามอยากรู้คำตอบ แต่ตาคมกริ๊บที่มองมาก็บอกได้ว่านันท์กำลังฟังอยู่

 

อ่า...งั้นถ้าบอกง่ายๆก็ไม่สนุกสิเนอะ

 

“กูไม่รู้หรอก...” เนยิ้มกริ่มทอดเสียงทิ้งช่วงให้มันดูน่าสนใจกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งแน่นอนว่าได้ผล

“เรื่องส่วนตัวไอ้เจอร์ จะไปรู้ลึกขนาดนั้นได้ไง”

 

คนเจ้าเล่ห์มีสีหน้าพอใจเมื่อเพื่อนๆร้องโหยหวน ตีความไปต่างๆนาๆว่าถ้าความสัมพันธ์ของเมษจัดอยู่ในเรื่องส่วนตัวในระดับที่เพื่อนสนิทอย่างเขายังไม่อยากก้าวก่ายแสดงว่าสาวเจ้าต้องเป็นคนพิเศษจริง ไหนจะโยงหาหลักฐานว่าเจอร์เทคแคร์คนนี้มากกว่าเพื่อนเขาทำกันบ้างล่ะ โทรหากันบ่อยๆบ้างล่ะ

 

เนลากสายตามาสบกับนันท์ที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนจะตัดสินใจหยดเชื้อเพลิงลงในกองไฟอีกนิด

 

“มึงไม่ลองถามอาจารย์ที่ปรึกษาของกลุ่มเราวะ? เจอร์มันอาจจะเคยมาเล่าอะไรให้ฟังก็ได้”

“...” คนตาดุยืนเงียบ เอาแต่จ้องหน้าเขาไม่สนใจไมโลและครามที่พยายามหาทางมีส่วนร่วมกันสุดฤทธิ์

“ว่าไง? มันเคยพูดเรื่องเมษากับมึงบ้างมั้ยนันท์? :)



_________________________________________________________________

ทำไมคุณเนของเพื่อนๆต้องร้ายยย

เราลองจัดหน้ากระดาษใหม่ใน #เหลือศูนย์ มันเป็นยังไงบ้างทุกคน

 ติด #พี่นันท์พันเพื่อน ไปเม้ามอยในทวิตได้น้า เผื่อมีอะไรดีๆรออยู่

//ขยิบตา




T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.243K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #769 MeNe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 15:09
    ปั่นเก่งมาก5555555555555
    #769
    0
  2. #766 giftenn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 01:21
    งงนิดหน่อย
    #766
    0
  3. #725 lloollii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 19:44
    ปั่นเก่งงงง
    #725
    0
  4. #710 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:40
    เนทำดีมากค่ะ ตอบตรง ๆ ก็ไม่สนุกน่ะสิเนอะ ต้องวางระเบิดไว้แบบนี้แหละ
    #710
    0
  5. #640 CallistoJpt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 18:22
    ปั่นเก่งอะเน 5555555
    #640
    0
  6. #591 hh_9094 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 21:38
    นันมีซัมติง
    #591
    0
  7. #554 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:17
    ร้ายนักกกก
    #554
    0
  8. #553 llllovellll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:08
    ใจเย็นนะพี่เนนน อ่ย ชอบบ5555
    #553
    0
  9. #530 tarun_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 22:03
    เห้ยเนนนนน555555 เบาหน่อย
    #530
    0
  10. #478 blueeyes111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:24
    ตบมือให้เน 👏👏
    #478
    0
  11. #447 sikannim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:22
    นางเนนางปั่นสาขาไทยแลนด์
    #447
    0
  12. #437 tang_thai°°° (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 12:46
    เราจะยัดเยียดน้องเจอร์ให้
    เป็นผัวไม่ได้ น้องเป็นเมีย
    #437
    0
  13. #387 YYEE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 00:28
    อ่านละอมยิ้มมุมปากตลอดเรื่อง ตลกกก5555555
    #387
    0
  14. #345 nutcha3332 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 15:08
    ชอบความเสื้อคู่ของเนกะเจอร์-แค่กๆๆ ผิดคู่ๆ555
    #345
    0
  15. #308 Ggamee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:03
    อยากรู้เลยค่ะว่าน้ำหอมกลิ่นไหนนน
    #308
    0
  16. #290 Shipnielong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:39
    เนเสี้ยมเก่งมาก ยอม5555
    #290
    0
  17. #289 beme. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:39
    ปั่นมากกก55555555
    #289
    0
  18. #286 `peach (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:59
    จารย์ชอบเขาแล้วอะดิ
    #286
    0
  19. #214 xqaantqx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:09
    เสี้ยมเก่งมากคุณเน ทำต่อไปค่ะ5555555
    #214
    0
  20. #185 PuiPui--r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 16:48
    คุณเนจอมปั่น 555555
    #185
    0
  21. #133 B'Bew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 11:01
    เสี้ยมเก่งยืนหนึ่งไปเล้ยยยย555555555
    #133
    0
  22. #125 0804211939 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 15:05
    สนุก ๆ
    #125
    0
  23. #123 Lurichness (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:02
    ยุเก่ง เสี้ยมเก่ง55555
    #123
    0
  24. #11 funyernnnn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 23:59
    อ่านแล้วตื่นเต้นอ่ะ
    #11
    0
  25. #4 คนหน้ากลม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:38
    อร๊ายยยย คุณเนใส่ไฟไปเลยค่ะ!!!
    #4
    0