ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 3 : ลบสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,224 ครั้ง
    28 พ.ค. 62

          “กูให้โอกาสมึงสารภาพ”

          “สะ สารภาพอะไรของมึง”

          “พวกแม่งหาเรื่องมอมเหล้ากูมาเกือบชั่วโมงละ เพื่อ?”

 

          เนกำลังโมโหพระเจ้าที่ขยันผลักให้เขาตกที่นั่งลำบากอยู่เรื่อย สายตาบังคับปนกดดันทำให้เขาถอนหายใจเฮือก

 

          “เออๆๆ อยากรู้นักมึงมานี่” เจอร์เดินตามหลังเพื่อนสนิทออกจากห้องครัว สองมือเต็มทั้งหมดเพราะถุงน้ำแข็งจากเซเว่น ส่วนคนที่เดินนำหิ้วแพ็กโซดาข้างนึง เบียร์เย็นๆสองกระป๋องอีกมือนึง

 

          โชคดีที่คราวนี้เขาชนะเกมไพ่อะไรสักอย่างของพวกมัน เลยสั่งให้เนมาเอาเครื่องดื่มเพิ่มและตามออกมาด้วย อ้างไปว่ามีน้ำใจกลัวเพื่อนถือไม่หมดแต่ความจริงคือเขาอยากเค้นคอมัน

 

          ก็ตามนั้นเลย ไอ้พวกตัวดีมันพยายามทำให้เขาเป็นฝ่ายโดนดื่มตลอด แรกๆยังเอาเกมเข้าอ้าง หลังๆเริ่มไม่ใช่เพราะไอ้ไมกับไอ้ตังแทบจะลุกมาเอาเหล้ากรอกปากเขา และเนื่องจากในกลุ่มใช้วิธีนี้บ่อยเลยพอเดาได้ว่ามันอาจจะอยากล้วงความลับสักอย่าง เป็นมุกที่ตื้นมากโดยเฉพาะกับคนคอแข็งแบบเขา

 

          “เยอะเกินมันจะขมนะคราม” เจอร์พูดเสียงเรียบเมื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วเห็นว่าเจ้าของชื่อกำลังทำอะไรกับแก้วน้ำของเขา ...นั่น ฝาขวดที่มีเหล้าเกือบล้นยังคามือมันอยู่เลย

          “เสียใจด้วยพวกมึง ไก่ตื่นแล้วจ้ะ” เขาอยากจะด่าไอ้เพื่อนตัวดีที่ไม่คิดปกป้องกันบ้างเลย มันทำแค่แบมือซอรี่และเดินกลับที่นั่งตัวเอง

          “ว่าไง? จะเสือกเรื่องอะไรบอกมา” พูดพร้อมกอดอกมองพวกมันนิ่งๆ เบ้ปากหมั่นไส้เมื่อตังหันแท็กมือกับวาอย่างสะใจ ส่วนไอ้ไมร้องเยสเสียงดังลั่นเหมือนกองหน้าทีมโปรดยิงประตูเข้า

 

          ถามถึงนันท์น่ะเหรอ? ไม่รู้สิ ไม่กล้ามองตรงๆหรอก

 

          “มึงกับไอ้เมษมันยังไงวะเจอร์?” ครามถามขึ้นอย่างไร้สำนึก สรุปที่ทำหน้าสลดเมื่อกี้คือการแสดงทั้งนั้นสินะ

 

          จินเจอร์โคลงหัว

 

          “ไร้สาระ” มองหน้าเนเพื่อถามว่าประเด็นเมษานี่ผุดขึ้นมาได้ยังไงในเมื่อมันไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น เขานับถือไอ้เมษเหมือนแม่พอใจรึยัง ถึงจะมีบ้างที่ชอบทำเหมือนมันเป็นแม่ของลูกก็เหอะ

 

          และไอ้เมษก็รู้ดี มันเคยปฏิญาณด้วยซ้ำว่าถึงโลกจะแตก ฟ้าถล่มยังไง มันจะไม่เอาเขาทำผัวเด็ดขาด

         

2019 แล้วนะทุกคน เรื่องผู้ชายผู้หญิงเป็นเพื่อนสนิทกันได้ไหมไม่ใช่อะไรที่หาคำตอบอยากขนาดนั้น

 

          “ไม่ต้องมามองหน้ากู มึงนั่นแหละเรียกเมียๆจนพวกมันสงสัย”  เพื่อนเขายักไหล่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ เคยมีใครบอกไหมว่าไอ้เนเป็นคนที่กวนตีนได้ธรรมชาติมาก -_-

          “พวกมึงอย่าเปลี่ยนเรื่อง สรุปยังไงไอ้เจอร์? มึงกับเมษคบกัน?” ตังรีบแทรกเมื่อเห็นเขาทำท่าจะตีกับเพื่อนสนิท นี่ก็จะรู้ให้ได้เลยจริงๆ

        “อืม กูคบกับเมษ” เขาส่งยิ้มหวานจับใจให้เพื่อนๆรวมถึงคนที่สนิทสุดที่ช็อกตาค้างไปเรียบร้อยแล้ว

          “...เหมือนที่คบกับเน คบกับพวกมึง^^” ร่างสูงเพรียวย้ายมานั่งขัดสมาธิในวงบ้าง ปล่อยให้เพื่อนประมวลผลและรับเศษกระดาษทิชชู่ที่ถูกปาใส่หน้า

 

เอ้า...ก็คบไง เพื่อนมันก็เรียกคบป่ะวะ

 

“ไอ้สัสกวนตีน”

“เล่นแม่งเลยวาวา กูพร้อมบวก”

“อ่ะเอางี้ๆๆ” ครามยกมือห้ามทัพวาที่แท็กทีมกับไมโลจะลุกมาแหกอกเขา เริ่มสงสัยแล้วนะว่าการไม่พูดถึงเรื่องของตัวเองให้ชาวบ้านฟังมันผิดร้ายแรงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไอ้เจอร์มึงตอบแค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ เคป้ะ?”

“คนคลุมเครือ2019ว่ะ หล่อมากมั้ง” ตังยังหาเรื่องมาแดกดันไม่เลิก เอาเข้าไป แล้วนี่ไม่คิดจะมีใครอยู่ข้างเขาบ้างเลยจริงดิ ให้ตายเถอะ

“กูขอก่อน มึงคบกับเมษาเป็นแฟนใช่มั้ย?” เป็นครามที่เริ่มก่อนอย่างเร็วเหมือนเตรียมคำถามมาจากบ้าน เขากลอกตา โอเค จะเล่นก็มา!

“ไม่ใช่” และไม่มีทางใช่ในชาตินี้เลยไอ้เวร!

“แต่มึงก็ไม่ได้บริสุทธิ์ใจกับไอ้เมษใช่ป้ะ?”

“ไม่บริสุทธิ์ใจอะไรของมึงวะไม” นั่นสิ เขาทำหน้างงเหมือนวาเดี๊ยะๆ

“ก็แบบ...เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อไรงี้” เจอร์แทบจะหัวเราะออกมาเสียงดังตอนไอ้เนสำลักเบียร์เลอะเสื้อไปหมด มันมองค้อนคนถามด้วยความหงุดหงิด

 

แม่ง! ใช้คำซะน่ารักจนเห็นภาพพี่นุ่นพี่ซันนี่เลยมึง

 

“ไม่ใช่” ตอบเสียงเรียบแบบไม่ต้องคิดไปอีกข้อ

“คือมึงมองเมษเป็น แค่เพื่อน งี้เลยช้ะ แบบว่า...ไม่มีพิเศษใส่ไข่อะไรเลยสักนิดนึง?” ตังถาม

“เฮ้ยๆๆ! รอบนี้แม่งมีกระตุกว่ะ!” และครามก็ขยี้ทันทีที่เห็นเขาชะงักไปสองวินาที

“เออ มีทำหน้าคิดนิดนึง มันยังไงอ่ะคุณเจอร์~” ไมโลเริ่มยกยิ้มกวนประสาท หันไปยักคิ้วจึ้กๆกับวาอย่างได้ใจ

 

ก็จะบอกว่าไม่พิเศษมันก็ไม่ใช่

เขาสนิทกับไอ้เมษมากพอๆกับไอ้เนจนแทบจะนับเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว

 

“มันไม่—”

“อ๊ะๆๆ มึงไม่ต้องมาโกหก เพื่อนที่ไหนมีซื้อกะปิหวานให้กัน” ไอ้เชฟขัดเขาด้วยข้อโต้แย้งสุดปัญญาอ่อน งั้นที่ซื้อปลาเค็มฝากแม่ด้วยนี่คือแอบรักแฟนพ่อ? มันใช่เรื่องเหรอวะ -*-

“เป็นการบอกรักทางอ้อมไงมึง แบบเติมความหวานกันหน่อยไรงี้”

“เกินเยียวยาไอ้เหี้ย” เนพูดขึ้นมาพร้อมกับส่ายหัวอย่างปลงตก ไอ้ตังนี่มันก็ยังจะชงต่อได้อีก เติมความหวานกันด้วยกะปิหวานอ่ะนะ? โรแมนติกที่สุดเลยเว้ยแก, เนกลอกตารำคาญจับจิต

“แต่เดี๋ยวก่อนมึง...มันไปคบกันตอนไหน เมษาพึ่งโสดได้ไม่ถึงปีเลยหนิ” วาที่รู้จักกับหญิงสาวประมาณนึงไม่ค่อยกล้าเรียกไอ้เมษเหมือนพวกเนกับตัง แต่ถึงไม่กล้าเรียกก็ยังกล้าเสือกเรื่องเขาเต็มที่นะครับผม!

“เออว่ะ”

 

และทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เขา

 

“อย่าบอกนะว่ามึง...” ครามทอดเสียงยียวน หันหาพวกอย่างไมโลและตังที่ทำหน้าตื่นเต้น

“ตีท้ายครัวไอ้เมษ!

 

          คราวนี้จินเจอร์และเนอดไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาสองคนปาน้ำแข็งก้อนใส่ไอ้แก๊งสี่ตัวที่เชื่อมโยงทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด ปากก็ก่นด่าความบ้าบอของเพื่อนจนตังเริ่มตอบโต้ สุดท้ายจึงเกิดเป็นสงครามน้ำแข็งปนกระป๋องเบียร์ หัวข้อสนทนาเป็นอันตกไปด้วยข้อสรุปที่เป็นเท็จ

 

          “เอ้าไอ้นันท์ รับไป!” เนยื่นถุงน้ำแข็งที่ยังไม่แกะให้คนเดียวที่นั่งนิ่ง เพราะว่ายังไม่ได้ร่วมต่อสู้กับฝ่ายไหนเลยโมเมไว้ก่อนว่ามันอยู่ข้างเขากับไอ้ตัวก่อเรื่อง

 

          ที่มีอยู่สองคนนี่ก็เสียเปรียบชิบหาย!

 

          “...” ทว่าสายตาคมเฉียบนั้นกลับเหลือบมองของที่ถูกส่งให้โดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับมือมารับ แต่เนไม่มีเวลาสนใจเพราะไอ้ครามมันทำน้ำแข็งหล่นลงในคอเสื้อจนสะดุ้งโหยง เย็นพุงหมดแล้วโว้ย!

          “ฮ่าๆ ไอ้ไมมึงแค้นอะไรส่วนตัวกู” เจอร์หัวเราะเสียงดังเมื่อไมโลตวัดมองอย่างเคียดแค้น สงสัยเมื่อกี้เลือกก้อนใหญ่ไปหน่อย ได้ยินว่าดังปั้กเลยมั้งน่ะ

          “ไอ้เจอร์ แม่งโกง!” เพื่อนร่วมทีมเขารีบร้องบอกเมื่อเห็นวากับตังแวบหายเข้าครัวก่อนกลับออกมาพร้อมถังใส่น้ำแข็งใบใหญ่ ไอ้สองซี้ที่พัลวันอยู่กับเขาทั้งคู่ก็รู้งาน รีบมาล็อกตัวให้กลายเป็นฝ่ายกระทำโดยสมบูรณ์

          “มะ มึงใจเย็นไอ้วา” เขาเริ่มเอาคำพูดเข้าช่วยพอเห็นว่าหมดทางหนีแล้ว ส่วนไอ้เนก็งับหัวอยู่กับไม ไม่ได้สนใจว่าจะโดนทุ่มด้วยขั้วโลกเหนืออยู่รอมร่อ

          “กูเย็นเจี๊ยบเลยจ้ะตอนนี้ :)” คุณเชฟปาดหยดน้ำออกจากหน้าที่มีรอยแดงหน่อยๆจากแรงกระแทก ถึงเขาจะมีน้อยกว่าแต่ก็ปาแม่นอยู่พอตัว และดูเหมือนว่าจะโดนวาเป็นส่วนใหญ่

 

          ขอขมามันทันไหมเนี่ย?

 

          “เดี๋ยวๆๆ” เนหลับตาปี๋พยายามห้ามคนที่ย่างสามขุมเขามาใกล้ ชาแน่ๆ โดนถังนี้เข้าไปชาแน่ๆ

          “พอได้ละพวกมึง”

 

        เขากับเนหันไปมองคนพูดเป็นตาเดียวด้วยความรู้สึกที่แกต่างกันสุดขั้ว คนนึงมองเหมือนเห็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่กำลังดิ่งลงเหว ส่วนอีกคน...

 

          มองด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นผิดไปและหัวสมองที่ว่างเปล่า

 

          คำว่า ปกป้อง มันฟังดูรู้สึกดีชะมัด ถึงแม้ว่าจะเป็นคำที่เข้าข้างตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยก็เถอะ

 

          “เลอะเทอะ เดี๋ยวก็ต้องมาเก็บกันยาวอีก” เหมือนทุกครั้งที่คำพูดของนันท์มีพลังลึกลับกับเพื่อนๆเสมอ ทุกคนถึงได้หยุดการกระทำอันไม่เข้ากับอายุเลยสักนิดและก้มมองรอบตัวที่เริ่มเปียกเพราะความเย็นกำลังละลายหายไป

          “มึงคนเดียวเลยไอ้เจอร์” ตังโบ้ยเขาอย่างกวนประสาท

          “วางถังในมือก่อนมั้ย?” เขาเลยแซะกลับไป เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี

 

          หลังจากสติเริ่มกลับเข้าร่างทุกคนก็ตัดสินใจว่ากระเพาะไม่ต้องการอาหารอีกต่อไปแล้ว การเก็บกวาดเลยเป็นงานเดียวที่เหลือสำหรับคืนนี้ ถึงแม้จะชอบมีวลีประจำกลุ่มว่า วาทำวาเก็บ แต่พอถึงเวลาพวกเขาก็จะช่วยๆกันตามความสามารถที่มี คนล้างจานคล่องๆอย่างเพื่อนเชฟและไมโลก็จะมีที่ประจำในครัว หน่วยเก็บกวาดสถานที่เลยมีเขา เน และนันท์ ส่วนตังกับครามจะเคลียร์อาหารกับเหล้าที่เหลือ แยกเก็บอันที่กินได้กับที่ต้องทิ้งเพื่อยกจานต่างๆไปให้ฝ่ายล้างอีกที

 

          “โอ้โห...” เขาหันมองเนที่ยกผ้าชุ่มน้ำขึ้นมาให้ดู เจอร์นึกขำที่ตอนเล่นไม่เคยคิด มาสำนึกได้ตอนต้องทำความสะอาด

          “มึงทำงั้นมันก็หยดหมดสิครับ” สุดท้ายก็ต้องลุกไปหาคนที่ง่อยงานบ้านที่สุดอย่างไอ้เน เอาผ้าที่ยังพอหมาดในมือรวบผืนที่ชุ่มจนเช็ดอะไรต่อไม่ได้ของเพื่อน

          “นู่น เอาขยะไปทิ้งไป” นิ้วเรียวชี้ไปที่ถุงพลาสติกใบใหญ่ก่อนจะต้องชะงักเมื่อใครอีกคนกำลังจะก้มลงจับมันพอดี ยิ่งเผลอสบตาคมเฉี่ยวคู่นั้นยิ่งทำหน้าไม่ค่อยถูก

          “...ตรงนั้นยังไม่ได้เช็ด กูทำเอง” ท้ายประโยคคนพูดหมายถึงถุงขยะในมือ เนเหลือบมองเขาเล็กน้อย หันไปพยักหน้ากับนันท์พลางพึมพำว่าจะหยิบผ้ามาใหม่

 

          สุดท้ายสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดอย่างการเหลือแค่นันท์กับเขาแค่สองคนก็เกิดจนได้

 

          “...” เจอร์ก้มลงเช็ดพื้นต่อ มองๆดูแล้วก็เลือกที่จะเดินเข้าครัวเพื่อเปลี่ยนผ้าผืนใหม่บ้างแม้ว่าที่มีอยู่ยังพอใช้ได้

 

          บรรยากาศมันอึดอัดเหมือนอยากผลักให้เขาออกจากตรงนี้เสียที

 

          “เจอร์”

 

          คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก แต่ก็รีบตีสีหน้าให้เป็นปกติยามที่หันหลังมาเพื่อรอฟังว่า เพื่อน มีอะไรจะพูดด้วย

 

          นันท์มองมานิ่งๆ ไม่ยอมพูดอะไรอยู่เกือบครึ่งนาที และที่เขารู้ก็เพราะกำลังทำให้ตัวเองใจเย็นด้วยการนับเลขไปเรื่อยๆ

          “โทรศัพท์มึง” บอกพร้อมกับพยักเพยิดทางโซฟาเดี่ยวที่พวกเขากองโทรศัพท์รวมกันเอาไว้ตอนเล่นเกมอะไรสักอย่าง เจอร์มองตาม ความจริงคือพยายามหาจุดวางสายตาที่ไม่ใช่คนตรงหน้า

         

          เขาตอบแค่ อ้อ... สั้นๆบ่งบอกว่ารับรู้แล้วพลางเดินไปทางที่นันท์บอก ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ห่างจากจุดที่เจ้าตัวยืนอยู่เท่าไหร่

 

          เขาไม่เข้าใจความรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้อีกฝ่ายของตัวเอง ค้นหาสาเหตุที่พอจะเป็นไปได้ก็พบเพียงความกลัวข้อเดียว

 

          กลัวว่าคำต่อไปของนันท์จะเป็นสิ่งที่เขาทนฟังไม่ได้ กลัวว่าถ้ามองสายตาอีกคนนานๆจะเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป

 

          ไม่ได้เห็นเขาเป็นเพื่อนอย่างที่ผ่านมา ...แต่ว่าเต็มไปด้วยความรังเกียจ

 

          “..?” เจอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อหน้าจอแสดง missed call ก่อนจะเบิกตากว้างพอเห็นว่าเจ้าของชื่อที่โทรเข้าเป็นใคร

          “เวรละ” นันท์ได้ยินอีกคนสบถตอนที่เขากำลังผูกปากถุงสุดท้าย ยังไม่ได้ถามว่ามีอะไรรึเปล่าเจอร์ก็เดินเร็วๆออกนอกบ้านพร้อมกดมือถืออย่างรีบเร่ง

 

          เขาทำเป็นไม่ใส่ใจความอึดอัดที่แทรกระหว่างกัน ถึงจะเป็นปกติที่เขาไม่ค่อยร่วมวงเล่นอะไรติ๊งต๊องกับเพื่อนแต่ก็ยังหัวเราะเฮฮาไม่ได้เงียบขนาดนี้ ...โดยเฉพาะกับจินเจอร์

 

          เห็นทุกครั้งว่าเวลาเผลอสบตา อีกฝ่ายจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

          “...” คนตัวสูงถอนหายใจเฮือก รวบของที่ต้องเอาไปทิ้งไว้ในมือ ฟังเสียงความคิดถกเถียงกันในใจว่าควรจะทำอะไรต่อกับเรื่องนี้

          “พี่มาเที่ยวกับพวกไอ้เน โทษทีครับที่รับสายเราช้า”

 

          ขาที่กำลังจะพาตัวเองเดินไปตรงถังขยะชะงักกึกเมื่อเสียงของคนที่กำลังคุยโทรศัพท์ดังชัดเจนให้ได้ยิน นันท์มองจินเจอร์ที่ยืนอยู่อีกฟากของสระว่ายน้ำ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้

 

          “คิดมาก มีเด็กแสบให้ดูแลทั้งคนจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ?” ประโยคนั้นทำให้คน (แอบ) ฟังขมวดคิ้ว ทั้งสรรพนามและน้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกว่าปลายสายไม่ใช่เมษา แต่เป็นใครบางคนที่น่าจะสำคัญกับเจอร์มากกว่านั้น

 

          แล้วมันหมายความว่ายังไง? ในเมื่อเมษา—

 

          “เอ้อ วันนี้พี่ไปตลาดโต้รุ่งมา ซื้อกะปิหวานมาฝากเราด้วย”

 

          ถ้าเป็นไอ้ไมหรือตังมันคงจะแซ็วเรื่องอาหารเจ้าปัญหานั่นอย่างสนุกสนาน ทว่านันท์กลับขำด้วยไม่ออก ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแม้รู้ดีแก่ใจว่าการแอบฟังคนอื่นมันเสียมารยาทขนาดไหน

 

          คนหลายใจต่างหากที่ทุเรศกว่า

 

          “อืม แล้วเราโทรหาพี่มีอะไร...นี่มันยังเช้าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?” ร่างสูงเพรียวสมส่วนละมาดูเวลาบนหน้าจอมือถือต้อนท้ายประโยค นันท์แค่นยิ้มเมื่อลองคำนวณตามไทม์โซนที่เป็นไปได้แล้วรู้ว่าปลายสายคงอยู่ต่างประเทศที่ไกลพอสมควร

 

          คลาสสิกดีหนิ มีคนอื่นเพราะว่าอยู่ใน long distance relationship

 

          นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของจินเจอร์อย่างค้นคว้า อยากจะรู้ว่าทำใจให้สบายขนาดนั้นได้ยังไง

         

          “จริงจัง?! อย่ามาให้ความหวังกันนะบอกก่อน”

 

          ทั้งท่าทางตื่นเต้นดีใจ น้ำเสียงสดใสอ่อนโยนที่ใช้คุยอยู่แบบนั้น ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดเหรอที่ทำเหมือนๆกันกับใครอีกหลายคน

 

          “ทำงานดึกอีกแล้ว? ...พี่ไม่อยู่ด้วยก็ดูแลตัวเองหน่อยสิ มันเป็นห่วงครับ นันก์กำมือแน่น ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องย้ำกับตัวเองให้เย็นลงอยู่หลายรอบ พยายามบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขาสักนิด

 

          อย่าเอาอะไรที่เคยเจอมาปนกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

 

          เกือบห้านาทีถัดมาไม่มีคำพูดใดใดจากคนทางนี้อีก เหมือนว่าเจอร์กลายเป็นฝ่ายรับฟัง หัวเราะรับคำไปตามประสาจนทุกอย่างดำเนินมาจนบทสนทนาสุดท้าย เขามองเห็นรอยยิ้มกว้างลดลงเป็นเพียงริมฝีปากที่ยกขึ้นบางเบา นัยน์ตาคู่เดิมฉายแววเอ็นดูอย่างที่คนอยู่ห่างออกมาหลายเมตรยังสังเกตได้

 

          “คิดถึงเราเหมือนกันนั่นแหละ”

 

          ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนิทกับเจอร์เหมือนอย่างเนหรือคนอื่น แต่ตอนนี้มีหนึ่งอย่างเกี่ยวกับคนตรงหน้าที่เขารู้ดี

 

          ว่าคนคนนี้น่ะ...โกหกเก่งยิ่งกว่าใคร

 

          เขาเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งพอเห็นว่าเจอร์กำลังสอดมือถือลงในกระเป๋ากางเกง รอยยิ้มจางชะงักไปเล็กน้อยตอนคนถูกแอบฟังหันมาเห็นเขา นันท์มองกลับนิ่งๆและเห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้ดูตกใจอะไร ออกจะสงสัยมากกว่าว่าทำไมเขาถึงยังยืนอยู่ตรงนี้

 

          “...กูช่วยมั้ย?” ไม่รอฟังความเห็นของเขาอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า คว้าถุงไปสองสามใบจนมีเท่าๆกันทั้งสองคน

          “...” คงเพราะว่าเขาเงียบและไม่มีท่าทางจะต่อบทสนทนาด้วย เจอร์ถึงหมุนตัวเดินนำไปจุดทิ้งขยะ เดินฉับเหมือนอยากจะรีบกลับเข้าในตัวบ้านเต็มแก่

         

          เขาเดินตาม มองแผ่นหลังในเสื้อทรงโอเวอร์ไซส์ หัวก็คิดไปต่างๆนานา

 

อย่างเช่นเรื่องเมษา คนที่อยู่ปลายสายเมื่อกี้นี้ ...และตัวเขา

 

“กูไม่คิดว่ามึงจะเป็นคนแบบนี้” แม้แต่นันท์เองก็ยังตกใจตอนได้ยินประโยคนั้นถูกเปล่งออกไปเป็นคำ คนที่กำลังเดินนำหยุดกึก หันมามองเขาเต็มตัวแม้ว่าถ้าเดินต่อไปอีกก้าวก็คงจะได้ทิ้งขยะและจบช่วงเวลาน่าอึดอัดนี่ไปแล้ว

“หมายความว่าไง?” เจอร์ถามเสียงเรียบทั้งที่อวัยวะในอกเริ่มเต้นถี่รัว คนที่มีชนักติดหลังอย่างเขากำลังกลัว ยิ่งเห็นสายตาข้องใจสงสัยจากนันท์ยิ่งพาลให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นมา

“ในฐานะเพื่อน กูขอพูดอะไรอย่างนะเจอร์”

“...” เจ้าของชื่อรอรับฟังด้วยหน้าผากชื้นเหงื่อ ไม่แน่ใจว่าเพราะอากาศหรือการทำงานของร่างกายในสภาวะอารมณ์ผิดปกติ

“อย่าทำแบบนี้เลยว่ะ” นันท์เลือกจะพูดในสิ่งที่ตั้งใจไว้ต่อจนจบ อาจจะเริ่มต้นแรงไปหน่อยแต่โดยรวมแล้วมันเป็นไปด้วยเจตนาที่ดีของเพื่อนคนนึง

 

ยังไงจินเจอร์ก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่เขาสนิท ไม่มากก็น้อย

 

“กูทำอะไร?” ถามกลับอย่างกล้าหาญจนนึกตลกตัวเอง ทำตัวปากเก่งทั้งที่มืออีกข้างกำลังสั่นแท้ๆ

“ถ้าเมษสำคัญกับมึงจริงก็หยุดเรื่องผู้หญิงคนอื่นไปเถอะ หรือถ้าไม่ใช่ไอ้เมษก็บอกมันให้จบๆ พวกมึงรู้จักกันมานาน” ประโยคยาวเหยียดที่สื่อมาหาทำเอาเจอร์งุนงงไปหมด พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวว่าอีกคนกำลังหมายถึงเรื่องไหน แต่ความคิดทั้งหมดก็ต้องหยุดไปเมื่อถูกอีกประโยคกระแทกใส่หน้า

“มึงเลือกเอาสักคน อย่าเห็นแก่ตัวทำร้ายคนที่รู้สึกดีด้วยแบบนี้”

 

ความสงสัยระคนหวาดหวั่นแปรเปลี่ยนเป็นขั้วอารมณ์ที่ปะทุรุนแรงกว่า หลังบางอย่างสร้างร่องรอยชวนเจ็บปวดลงบนความรู้สึก

 

ทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร ไม่เคยรู้เลยสักนิด...

ก็ยังกล้าตัดสินกันอย่างใจร้าย มองเจอร์ในภาพลบเหมือนกับว่าหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้จักว่าเขาเป็นคนยังไง

 

นันท์มองคนตรงหน้าที่ระบายยิ้มหยันบนริมฝีปาก ให้ความรู้สึกเดียวกับตอนที่อีกฝ่ายบอกว่าเขาแค่ ฝันไปในห้องนั่งเล่นของเช้าวันนั้น เรือนร่างสมส่วนหันหลังเดินต่อ โยนขยะทิ้งลงในถังอย่างไม่ไยดี ไม่คิดจะพูดอะไรแม้แต่ตอบรับในสิ่งที่เขาพูดออกไปไม่กี่วินาทีก่อนหน้า

 

เจอร์วกกลับมาทางเดิมเพื่อจะกลับเข้าในตัวบ้าน ครั้งนี้สบตากับเขาแน่วแน่ไม่คิดจะหลบหนีทางไหน

 

“ขอบคุณที่หวังดี” นันท์ควรจะรู้สึกดีขึ้นเพราะคำนั้น ทว่าสีหน้าและน้ำเสียงของคนพูดทำให้เขาได้แต่ยืนนิ่งด้วยหัวสมองว่างเปล่า

“แต่นี่มันเรื่องของกู”

 

แวบแรกที่ไหล่ของอีกคนกระแทกเข้ากับส่วนเดียวกันของเขามันให้ความรู้สึกชา

 

นันท์ยังคงหยุดค้างอยู่ที่เดิมตอนต้นแขนข้างที่เจอร์ จงใจ เดินชนก่อนจากไปเริ่มปวดแปลบขึ้นมาเล็กน้อย

 

“หึ...” เขาแค่นหัวเราะ เดินต่อเพื่อทำสิ่งที่ตัวเองควรทำเสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนพลางปล่อยให้คำพูดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้าเล่นวนซ้ำอยู่ในหัว

 

นั่นสินะ เป็นเขาเองต่างหากที่โง่เง่า

 

จะเข้าไปยุ่งกับ เรื่องที่ไม่ใช่ของเขาให้มันได้อะไรขึ้นมา


_________________________________________________________________

:นี่ขิงหรือมะพร้าว?

:ทำไม?

:มันห้าวสุดๆเลยเว้ยแก!

เราควรเพิ่มแท็กคอมเมดี้ให้เรื่องนี้ดีมั้ยเพื่อน? #เหลือศูนย์

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.224K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #770 MeNe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 06:01
    นันท์ตัดสินกันแบบนี้ไมเนี่ยยย
    #770
    0
  2. #749 softless (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:30
    โห สุดมากชอบๆๆๆๆ
    #749
    0
  3. #741 thepankk_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 02:46
    แกไม่ควรรีบตัดสินเพื่อนแบบนี้น้า
    #741
    0
  4. #711 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:01
    อย่าเพิ่งตัดสินอะไรทั้งที่เราก็ไม่รู้อะไรจริงแบบนี้ดินันท์
    #711
    0
  5. #685 canookss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:04
    เห้อ รอยร้าวเยอะกว่าเดิม เข้าใจผิดกันไปอีกกกก :(
    #685
    0
  6. #643 CallistoJpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 18:44
    เราว่านันท์น่าจะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า
    #643
    0
  7. #598 KHUNCHAN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 04:08
    เกาหัวให้นันท์1แมชท์หวานๆ อะไรของพ่อวะทำเหมือนคนอื่นคนไกล อาจจะไม่ได้เล่นกันแบบเนแต่ก็สนิทจนมาเที่ยวด้วยกันแล้วที่สำคัญต้องอยู่ด้วยกันนานพอให้เจอร์รู้สึกรักนันท์ขนาดนี้อะ งองมากจ้า นี่ถ้าเป็นเพื่อนก็เพื่อนเหอะ พูดจาแบบนี้แล้วไม่คิดจะไถ่ถามกันสักหน่อยคงด่าเสิกไป1ทีหวานกรุบ ขออภัยที่รุนแรงนะคะแต่อินมากค่ะ5555555
    #598
    0
  8. #555 llllovellll (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:17
    เป็นนี่นี่ก็รู้สึกแย่อ่ะ พูดเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน ถามเจอร์ก่อนก็ได้มั้งว่าเป็นมายังไง โมโห!
    #555
    0
  9. #543 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 07:00
    #ขิงมันห้าว
    #543
    0
  10. #531 tarun_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 22:16
    เจอร์แรงมาก ฮรุก นันท์ทำไปเพราะหวังดีอะะะะะะ
    #531
    0
  11. #526 ourkide (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 16:32

    มันช้ำใจ๋

    #526
    0
  12. #479 blueeyes111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:44
    นันท์เข้าใจผิดแล้ว
    #479
    0
  13. #449 fomeriam690 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:40
    เพื่อนไม่สนิทแต่มาเที่ยวร่วมกันสิน่ะ
    #449
    0
  14. #448 sikannim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:37
    น้องใช่มะน้องขิงบอกหม่าม้ามา
    #448
    0
  15. #438 tang_thai°°° (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 12:54
    ที่เจอร์คุยอะใช่พี่น้องหรือเปล่าาา
    #438
    0
  16. #416 DREAMMY x') (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:46
    อห ที่ไม่ใช่โอ้โห..
    #416
    0
  17. #385 GingGanBai. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 00:10
    โห นันอะไรอะ ไมตัดสินใจเจอร์แบบนั้นอะไม่รู้ไรเลย วุ่ย
    #385
    0
  18. #374 yooyee333 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 14:56
    รู้สึกว่าเจอร์งี่เง่า มันแรงมากนะคำนั้นนะ อีกคนหวังดีแต่ไม่รู้เรื่อง อีกคนเอาแต่งี่เง่า
    #374
    0
  19. #304 `peach (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 22:18
    ทำไมจารย์ทำงั้นอ่ะ
    #304
    0
  20. #293 beme. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 21:00
    โห คุณนันท์ เร่งตัดสินจริงๆแหละ แง
    #293
    0
  21. #291 Shipnielong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:46
    ใจเย็นเด้อพ่อ
    #291
    0
  22. #273 บี.เหลือง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 15:31
    แอแง คุงเจอร์ สงสารอะ แล้วคือนันก็ตัดสินไปทั้งๆที่ไม่ได้รู้มูลเลย เออให้มันได้งี้
    #273
    0
  23. #248 m6463 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 16:04
    ดราม่าแน่่TT
    #248
    0
  24. #215 xqaantqx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:14
    กลิ่นมาม่าลอยมาแต่ไกลเลยค่ะ😂
    #215
    0
  25. #186 PuiPui--r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 17:02
    สงสารเจอร์นะ คงเสียใจมากคนที่ชอบมองในแง่ลบขนาดนี้
    #186
    0