ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 1 : ลบหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,537 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

**Warning: Dub-con (Dubious-consent)

ตัวละครมีความสัมพันธ์ทางกายขณะที่ความรับรู้ไม่สมบูรณ์ i.e. เมาสุรา, สารเสพติด, etc.

 

“คำเดียวเลยครับ’จารย์ อย่างกระจอก!”

“โธ่ไอ้คุณชาย กูล่ะสงสารไอ้เจอร์ชิบหาย”

“ภาระเพื่อนฝูงสุด”

“พวกมึงก็เมาเละเทะไม่ต่างจากมันเลยไอ้เหี้ย เบาปาก”

 

เสียงเอะอะแทรกเข้ามาในความรับรู้ของนันท์เป็นระยะ แต่เขาทำได้แค่ทิ้งตัวลงกับอะไรสักอย่าง— หรือใครสักคนที่กำลังพยุงเขาออกมาจากวงเหล้า

 

ใช่...เขามาเที่ยวทะเล ตกดึกก็นั่งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนสนิท

 

คนตัวสูงราวกับนายแบบพยายามลำดับเหตุการณ์ในหัว จำได้เลือนรางว่าเขาดื่มไปหนักพอสมควรเพราะแพ้เกมติ๊งต๊องที่คนในวงหามาเล่นหลายรอบติด

 

“ปวดหัว”

 

เขาพึมพำบอกคนข้างตัว เดาว่าคงจะเป็นใครสักคนในกลุ่มเพื่อนนั่นแหละ ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังหิ้วปีกเขา นันท์ได้ยินเสียงถอนหายใจติดรำคาญหลังจากเขาพูดจบ

 

“นันท์ มึงเดินดีๆ” น้ำเสียงคุ้นหูแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเป็นของใครดังขึ้นอย่างราบเรียบ เขาสัมผัสได้ว่าจังหวะการเดินของอีกฝ่ายทุลักทุเลไม่น้อย

“ทางมันเอียง จะให้เดินยังไง?” เขาพูดตามความจริง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนออกแบบถึงสร้างพื้นด้วยองศาประหลาดขนาดนี้ ลำบากชะมัด

“เดินตามกู— ไอ้สัส กูบอกให้เดินตาม ไม่ใช่เดินพิง”

“เดินอยู่นี่ไงเล่า!”

 

เพื่อนขี้บ่นของเขาเงียบไปหลังจากโดนขึ้นเสียงใส่ไปหนึ่งที เป็นไงล่ะ พัทธนันท์คนดุมันเป็นยังไงให้รู้ซะบ้าง

 

“น่าปล่อยให้คลานกลับห้องเองแม่ง”

 

ประโยคนั้นไม่เข้าหูเพราะเขาเริ่มรำคาญหัวตัวเองที่ชักจะหนักขึ้นเรื่อยๆ นันท์ตัดสินใจพิงมันลงกับไหล่ของอีกคน ได้ยินเสียงบ่นหงุงหงิงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถูกผลักออก

 

เขารู้สึกว่ารอบข้างมืดลง ก่อนมันจะสว่างขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยอากาศที่เย็นขึ้นเล็กน้อยและสัมผัสนุ่มแน่นใต้แผ่นหลัง

 

น่าจะเป็นเตียง

 

“เหนียวตัว” เขาครางด้วยความหงุดหงิด จริงอยู่ที่มันสบายขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกเหนอะหนะไปหมดจนไม่อยากโดนตัวกับอะไรเลย

“ใช่เวลารักสะอาดป้ะ หอกหัก”

 

บ่นอีกแล้ว ตามมาด้วยเสียงประตูและฝีเท้าที่เดินวนไปวนมาอยู่สักพัก ก่อนความเย็นชื้นจะไล่แตะกรอบหน้า เช็ดลงมาตามลำคอของเขาอย่างเบามือ

 

นั่นทำให้เขาแปลกใจจนพยายามปรือตาขึ้นมอง

 

นันท์ขมวดคิ้วเมื่อภาพตรงหน้ามันพร่ามัวจนแทบดูไม่รู้เรื่อง เขามองเห็นเสื้อสีเทากับร่างที่เหมือนจะมีสีผิวน้ำผึ้ง ใบหน้าคมเงยขึ้นเมื่อผ้าชื้นๆนั้นสอดเช็ดปลายคาง ส่งเสียงในลำคอผะแผ่วเพราะชักจะรู้สึกดี

 

“ใจดีจังวะ”

 

ดูเหมือนเขาจะคิดเสียงดังไปหน่อย

 

ความจริงจะทิ้งเขาไว้อย่างนั้นเลยก็ได้ นันท์รู้ว่ามากสุดเขาก็มีแรงแค่บ่นงึมงำ ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ไหวหรอก แต่นี่ยังอุตส่าห์มาเช็ดตัวให้ เขาไม่แน่ใจเลยว่าถ้าตัวเองเป็นฝ่ายมีสติแล้วแบกเพื่อนกลับห้องจะมีความเป็นคนดีมากพอขนาดคนคนนี้หรือเปล่า

 

มือที่กำลังสร้างความเย็นสบายให้เขาชะงักลง นันท์เลยตัดสินใจจับมันและสอดลงเข้าใต้เสื้อตัวเอง ครางเสียงต่ำออกมาอีกครั้งเมื่อพบว่ามันดีกว่าเดิมเสียอีก

 

เขายกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อถอดเสื้อยืดของตัวเองออก คนขี้ร้อนอย่างเขาอยากได้มากกว่านี้

 

“นะ นันท์ มึงทำแบบนี้กูเช็ดไม่ถนัด”

“ก็กำลังทำเองนี่ไง”

“แต่นั่นมันมือกูครับไอ้คุณชาย”

“ฮืม เช็ดตรงนั้—”

 

คราวนี้เป็นเขาที่ชะงัก มือที่ดึงแขนอีกฝ่ายมาหวังจะให้เช็ดหัวไหล่ของเขากำแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

“หอม...”

 

นันท์เบนหน้าเข้าหาสิ่งที่เขาบอกว่า‘หอม’แตะริมฝีปากลงบนสิ่งที่เดาว่าคงเป็นหลังมือนุ่มนิ่มของคนใจดีที่เขาเรียก ปลายจมูดเฉียดผิวที่ได้กลิ่นเท่าไหร่ก็เหมือนจะไม่พอ

 

“มึงเมามากแล้วนันท์ นอนเหอะ— นันท์!”

“อือ...หนวกหู”

 

จะตะโกนทำไม เขาก็แค่ลองเลียปลายนิ้วเท่านั้นเอง เห็นมือหอม อยากรู้ว่าอร่อยด้วยรึเปล่า

 

“ก็ไม่แย่”

 

เขาได้คำตอบแบบนั้น

 

นันท์ดึงสิ่งที่สัมผัสอยู่ให้เข้ามาใกล้จนคนถูกดึงล้มลงทาบกับอกแกร่งเพราะไม่ทันตั้งตัว เขาเฉียดปลายจมูกลงกับบางอย่างที่อุ่นกว่า ...หอมยิ่งกว่า

 

“นันท์” เสียงนั้นสั่น และการพูดชื่อของเขาขึ้นมาทำให้นันท์รับรู้ได้ว่าตรงนี้คงเป็นคอ

 

เขาแตะริมฝีปากลงบนสันกราม จับได้ว่าคนบนร่างมีใบหน้าเรียว ลมหายใจร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาปนกับความหอมน่าลุ่มหลงที่นันท์อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร

 

รู้แค่มาจากคนที่เขากำลังนอนกอด อาจจะเป็นลมหายใจของอีกฝ่าย ร่างกาย หรือน้ำหอมที่บางคนใช้

ไม่รู้...แต่ชอบมาก

 

ชอบจนไม่อยากหยุดมือที่เริ่มจะสอดเข้าไปสัมผัสแผ่นหลังร้อนรุ่มของคนเอวคอด ชอบจนต้องไล้ปลายนิ้วตัวเองตามแนวสันหลังเมื่อพบว่ามันทำให้เจ้าตัวเผลอแอ่นร่างและเบียดลงมาบนอกของเขา

 

ชอบไปหมดเลย

 

“ระ รู้ตัวมั้ย ว่า— อื้อ...ทำอะไรอยู่..?”

 

ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อเสียงหอบหายใจของใครบางคนดังขึ้นที่ข้างหู

 

“รู้...ว่าชอบ”

 

ปากบอกแบบนั้นแต่ตัวเองกลับถดตัวขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง เงยหน้าไล่ความมึนไปสักพักก็เกี่ยวเอวอีกฝ่าย รั้งให้มานั่งบนตัก

 

“นี่มึง..!”

 

เหมือนว่าใครคนนั้นจะรู้แล้วว่าร่างกายเขาเริ่มมีปฏิกิริยาอะไร บั้นท้ายที่ทับ‘ร่างกาย’ของเขาอยู่เลยสะดุ้งทันทีที่นั่งลงไปราวกับโดนของร้อน แต่นันท์ก็เกี่ยวรัดสะโพกพอดีมือเอาไว้ เงยหน้าและพยายามสบสายตากับคนบนตักที่อยู่สูงกว่าเขาเล็กน้อย

 

“อยากทำ” สมองเขาประมวลความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้เป็นคำพูดง่อยๆที่ตรงจนคนฟังได้แต่นิ่งอึ้ง

“ขอนะ”นันท์พยายามเว้าวอนผ่านสายตา เขาโตมาจนป่านนี้แล้ว คำว่าsexกับconsentมันอยู่คู่กันมาในหัวตลอดนั่นแหละ ผู้ชายแมนๆอย่างเขาไม่มีวันขืนใจใครแน่นอน ...ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะจัดการตัวเองได้รึเปล่าถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธ

 

อยู่ดีๆมือไม่มีแรงเลย ช่วยกันหน่อยนะ

 

“มึงรู้มั้ยเนี่ยว่าพูดอยู่กับใคร?” มันไม่ใช่ประโยคหาเรื่อง แต่เป็นประโยคคำถามที่เต็มไปด้วยความข้องใจอย่างแท้จริง เขากดจูบลงบนไหล่ตรงหน้า เลื่อนมางับปลายคางมนเบาๆระหว่างที่ใช้ความคิด

“ไม่รู้”

 

คำตอบของเขาคงฟังดูโง่มาก คนถามเลยหัวเราะแกนๆออกมาแบบนั้น

 

“แน่ใจ?”

“ฮืม อยาก...มาก”

“กูถามแล้วนะ”

“ให้หรือไม่ให้?”

 

เขาได้ยินเสียงหัวเราะบางเบาอีกครั้งเมื่อเขาถามกลับด้วยท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

“งั้นพรุ่งนี้ก็อย่าจำอะไรได้ขึ้นมาแล้วกัน”

 

วูบนึงที่นันท์รู้สึกถึงความเศร้าซ่อนในประโยคนั้น แต่คิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่นเมื่อความอบอุ่นบนตักหายไป มือหนาคว้าหาอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ

 

“ใจเย็นครับอาจารย์” เสียงนั้นเย้าแหย่ คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าคงเป็นเพื่อนจริงๆถึงได้รู้กระทั่งอาชีพที่เขากำลังทำอยู่

 

นันท์พยายามปรับโฟกัสสายตาจนภาพที่เห็นชัดกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างเพรียวบางของอีกฝ่ายแอ่นขึ้นเหมือนกับหาที่ระบายความรู้สึกอัดอั้น พอกวาดสายตามองให้ดีถึงเห็นว่ามือที่เช็ดตัวให้เขาตอนนี้วกไปด้านหลัง ทำอะไรสักอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายยกตัวขึ้นลง หลุดเสียงครวญครางออกมาเหมือนห้ามไม่ไหว

 

“รอ...อือ หน่อย”

 

นันท์ไม่ตอบ ทำแค่เอื้อมมือปลดซิบกางเกง สัมผัสส่วนที่แข็งขืนขึ้นมาเพื่อจะลดสิ่งที่พลุ่งพล่านในตัวของเขาบ้าง มืออีกข้างยื่นไปเลิกชายเสื้อของอีกคนที่แทบจะไม่ได้ถอดอะไรเลยให้เจ้าตัวคาบเอาไว้ ก่อนจะไล้ฝ่ามือกับหน้าท้องแข็งแรง ปาดป่ายไปเรื่อยจนคนโดนกระทำเชิดหน้าขึ้น

 

“อื๊อ!”

 

-----------XOXO-----------



 

คนเมาคว่ำหน้าลงกับหมอนและหลับตาพริ้ม ใช้เวลาไม่นานลมหายใจก็กลายเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผิดกับอีกคนที่ยังลืมตาโพลง สติครบถ้วนทุกอย่างจนได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก สำนึกผิดชอบชั่วดีเริ่มไหลกลับมาในหัวจนปิดตาไม่ลง ได้แต่พยุงตัวเองขึ้นนั่ง ชะงักอีกรอบเมื่อของเหลวอุ่นวาบไหลย้อนออกมาจากร่างกาย

 

คนที่ยังตื่นถอนหายใจยาว หันมองนันท์ที่จมลงสู่ห้วงนิทราด้วยใบหน้าผ่อนคลาย นั่นทำให้เจ้าตัวยังพอมีแรงเหลือระบายยิ้มอ่อนเพลีย มองคนที่หลับใหลด้วยสายตาชัดเจนในความรู้สึกยิ่งกว่าอะไร

 

“มึงอาจจะแค่เมา...แต่กูไม่” เขากระซิบเสียงแผ่ว ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะไล้มือแตะตามกรอบหน้าคมด้วยซ้ำไป

 

ได้แต่ภาวนาให้นันท์ลืมทุกอย่าง ขอร้องกับใครสักคนให้อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเป็นเขา

เขาที่ไม่อยากเสียคำว่า‘เพื่อน’ที่นันท์มีให้

 

“รัก”

 

เลยทำได้แค่บอกคำที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไปเมื่อแน่ใจว่าคนฟังจะไม่รับรู้

 

“ฝันดี”

 

ให้เข้าใจว่าเป็นเพียงความฝัน

เท่านั้นก็พอ

 

 

_____________

 

 

‘เขามีอะไรกับเพื่อนตัวเอง’

 

ประโยคนั้นก้องอยู่ในหัวซ้ำๆจนน่าหงุดหงิด ดวงตาคมเฉี่ยวยังแดงฉ่ำจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เมื่อคืน

แม่ง...ยิ่งพูดถึงเมื่อคืนยิ่งโมโหตัวเอง

 

นันท์เคยเมากับเพื่อนกลุ่มนี้อยู่บ่อยๆ แต่ที่ไม่เคยเลยคือการที่เมามายจนทำอะไรพรรค์นั้นกับเพื่อนตัวเองได้ลงคอ

 

มากไปกว่านั้นคือจำไม่ได้

 

“เหี้ยเอ๊ย....”

 

เขาจำไม่ได้ว่าคนเมื่อคืนคือใคร

 

ร่างสูงสาวเท้ายาวๆออกมาจากห้องของตัวเอง ตรงลงไปที่สระว่ายน้ำนอกตัวบ้าน กลายเป็นนิสัยประหลาดของกลุ่มเพื่อนไปเสียแล้วกับการว่ายน้ำหลังตื่นนอนเวลามาเที่ยวด้วยกัน

 

“ไอ้อาจารย์มาแล้วเว้ย!”

“คนอ่อนแออย่างนั้นมึงเรียกอาจารย์เหรอวะสีฟ้า

 

คู่หูปากดีอย่างไมโลและครามหรือที่ถูกเรียกแบบกวนตีนว่าสีฟ้าแหกปากทักทายเขาทันทีที่เห็นหน้า มันพยายามตีน้ำใส่เขาทั้งที่ตัวเองอยู่กลางสระอย่างงี่เง่า ดูแล้วคงอยากแกล้งให้รำคาญมากกว่าตั้งใจให้เปียกจริง

 

“หน้าบูดเป็นตูด” ไมพูดหลังจากสะบัดๆน้ำใส่คนขี้โมโหจนพอใจ ยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนกับว่าอยากให้เขาด่ากลับสักคำ

“อี๋ ตูดมึงบูดเหรอไม สกปรก”

“ใช่สิ ใครจะไปตูดขาวสะอาดเหมือนคุณสีฟ้าล่ะ ไหนมาให้น้องไมขย้ำทีดิ้”

“ไอ้สัส ไปไกลๆตีน!”

 

และทั้งคู่ก็หมดความสนใจในตัวนันท์เมื่อสงครามไล่จับฉบับติ๊งต๊องเริ่มขึ้น

นี่คือคนที่เรียนจบมาแล้วเกือบสี่ปีจริงๆเหรอวะ

 

“ไงมึง เห็นเมาอย่างหมา” เสียงแหบต่ำดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับขวดแก้วเย็นๆที่แนบลงบนแขนของเขา เป็นตังที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท นี่ยังไม่นับสีหน้าเรียบนิ่งแต่สายตาเยาะเย้ยโจ่งแจ้งของเจ้าตัว นันท์จิ๊ปากรำคาญก่อนจะแย่งน้ำมาดื่มเอง

 

และสำลักหน้าดำหน้าแดงจนหายใจเกือบไม่ทัน

 

“กูรู้ว่ามึงจะแย่ง” คนตัวสูงในเสื้อกล้ามทรงปล่อยสีเทาไหวไหลที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ มืออีกข้างยกขวดน้ำเปล่า ‘ของจริง’ ขึ้นมาดื่มหน้าตาเฉย ไม่สนใจสายตาคมกริบที่ตวัดมองในแบบที่คนอื่นคงจะเลือดออกซิบๆไปแล้ว

 

ใครมันซื้อเหล้าขาวมาเล่นวะเนี่ย

แม่ง มีแต่เรื่องน่าโมโห!

 

“เสียงดังไอ้พวกเวร” น้ำเสียงงัวเงียตามมาด้วยขายาวในกางเกงนอนผ้ายืดตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าทำให้เห็นรอยแผลเป็นปื้นยาวบริเวณสีข้าง

 

วาหยุดยืนด่าสองคนที่เล่นอยู่ในสระว่ายน้ำและเดินผ่านพวกเขาไปยังเก้าอี้อาบแดดสองสามตัวพลางยีผมสีน้ำตาลจางอย่างคนเพิ่งตื่น

 

มองตามไปก็พบว่ามีอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้วเป็นอันครบแก๊ง นันท์เลยถือโอกาสนี้เรียกทุกคนให้หันมาสนใจก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจมาเกือบยี่สิบนาที

 

“เมื่อคืนใครไปส่งกูที่ห้อง?”ระหว่างนั้นก็กวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากเสียงโห่แซ็วว่าเขาเมาจนหมดสภาพจริงๆ

“กูเอง”

 

เสียงนั้นดึงสายตาของเขาไปในทันที

 

“มีไรเปล่าวะ?”คนพูดไม่ได้กวนตีนนันท์เหมือนรูปประโยค เจ้าตัวนอนพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ผงกหัวขึ้นมามองหน้าเขานิดหน่อยเพื่อรอคำตอบ

“อกตัญญูโคตรเลยคุณชาย ไอ้เจอร์มันอุตส่าห์แบกมึงส่งถึงห้อง ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” เขาลอบถอนหายใจติดรำคาญใส่ครามที่หาเรื่องด่าชาวบ้านได้ทุกจังหวะ ตังที่ยืนอยู่ข้างกันเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะดื่มน้ำต่อโดยไม่พูดอะไร

“นั่นสิ เมื่อคืนมันมีอะไรรึเปล่าจินเจอร์?”นันท์ถามกลับด้วยสายตากึ่งกดดัน พยายามจับพิรุธผู้ชายผิวสีน้ำผึ้งที่อยู่ห่างไปไม่เท่าไหร่ ทว่าเจ้าตัวกลับเลิกคิ้วเหมือนไม่เข้าใจคำถาม เรือนร่างที่สูงกันเกือบเท่าเขายันตัวขึ้นนั่ง เพิ่มความจริงใจให้บทสนทนาอีกนิด

“มึงเมาค้างเหรอวะ?”คำนั้นไม่ได้มาจากคนที่เขามองอยู่ แต่เป็นผู้ชายผมสีดำสนิทที่นั่งข้างกันกับเจอร์

“ขี้เสือกอ่ะคุณเน” คราวนี้ไมโลหาจังหวะกวนประสาทบ้างเหมือนกลัวจะเสียแต้มให้คราม นันท์ลอบถอนหายใจ วันนี้จะคุยรู้เรื่องสักทีไหมวะ

“ไอ้เจอร์เอามึงไปโยนไว้ที่ห้องเสร็จก็กลับมาต่อกับกู มึงถามทำไม?”คนโดนอ้อน (เท้า) ไม่สนใจ ถามเขากลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

คงหงุดหงิดอากาศมั้ง

 

“หลังจากนั้นมีใครเข้าห้องกูมั้ย?”

“มึงจะเล่นยี่สิบคำถามกับพวกกูทำไมเนี่ยนันท์?กิจกรรมใหม่?”ตังว่าขึ้นบ้างเมื่อเขาทำตัวประหลาดไม่หยุดหย่อน มือหน้ายกขึ้นเสยผมพร้อมกับบอกตัวเองให้หายใจเข้าลึกๆ

 

ใจเย็นก่อน หรือว่ามันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้

 

“ของมึงหายเหรอวะ?”เขาชะงักเมื่อเจอร์เท้าคางมองเขาพลางหาวนิดๆรอเหตุผลของการงี่เง่าครั้งนี้

 

ไม่มีทาง

เขาไม่ได้คิดมากไปเองแน่ๆ

 

“ไม่ใช่ เจอร์มาคุยกับกูหน่อย”

“ไม่ได้ดิ’จารย์ กูกล่อมมันตั้งนาน มึงจะมาขโมยลูกพี่กูไปไม่ได้”

“เออไอ้เจอร์ ไหนมึงบอกกูว่าจะลงไง” ทั้งไมโลและครามโวยวายลั่นเมื่อเห็นคนที่นันท์เรียกลุกขึ้นยืน เจอร์ยกยิ้มขำก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“กูไปบอกพวกมึงตอนไหน?”เสียงทุ้มดังขึ้น ใบหน้าเรียวทว่าสันกรามคมชัดหันสบตากับเนแวบหนึ่ง

“กูพูดว่า ‘ถ้าหายเมื่อยแล้วจะลง’ นี่กูยังเมื่อย ขี้เกียจ”

“เมื่อยหน้ามึงอ่ะไอ้ขี้จุ๊!”

“ไมมึงอย่ายอม”

 

ซ่า..!

เนโยนฟลามิงโกตัวยักษ์ใส่คนขี้เสี้ยมและได้ผลพวงเป็นน้ำระลอกใหญ่ที่กระเซ็นใส่อีกคนที่วุ่นวายไม่หยุดหย่อน

 

เขวี้ยงนกตัวเดียวได้หมาสองตัว

 

คนผิวซีดตัดกับสีผมดำสนิทพยักหน้าไล่เพื่อนให้เลิกต่อปากต่อคำและเดินไปคุยกับเจ้าหนูจำไมที่ยิงคำถามมาเป็นพรวน

 

หึ...หาเรื่องกันจริงๆ

 

นันท์มองเส้นผมสีแอชบราวน์ของคนที่กำลังเดินเข้ามาหา มันต้องแสงแดดจนเห็นเป็นโทนอ่อนขึ้นมานิดหน่อย

 

จำได้ว่าตอนแทรกนิ้วเข้าไปดึงให้อีกฝ่ายเชิดหน้ามารับจูบมันลื่นมือดีหมือนกัน เป็นคนที่ย้อมผมแล้วดูแลดีจนไม่กระด้างเลย

 

“สรุปว่า?”

 

เขากระแอมนิดหน่อยเมื่อรู้อีกทีเจอร์ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

เอาเข้าจริงก็จำไม่ค่อยได้ว่าผมคนนั้นสีอะไร อาจจะไม่ใช่คนตรงหน้าเขาก็ได้

 

“มึงกวนตีนเหรอนันท์ จะคุยอะไร?มองหน้าอยู่ได้”

“มากับกู” คนตาเฉี่ยวหมุนตัวเดินนำเข้าไปในบ้าน ตรงดิ่งที่โซนห้องนั่งเล่นห่างจากคนที่เหลือพอสมควร และเพื่อนเขาก็รู้งานดีเลยไม่มีใครคิดจะตามมา

 

ร่างสูงนั่งลงกลางเบาะโซฟานิ่ม

 

“เมื่อคืน...” เขาพูดขึ้นแต่ก็ต้องเว้นช่วงเพราะไม่รู้จะต่อยังไง อยากจะหยั่งเชิงแต่เจอร์ก็ดูไม่มีอาการอะไรให้จับผิดเลย

 

คนตัวบางกว่านิดหน่อยทิ้งตัวลงหมิ่นเหม่บนขอบพนักพิง กึ่งนั่งกึ่งยืนรอฟังด้วยสีหน้าปกติ

 

“เมื่อคืน มึงกับกู...”

“อีกนานมั้ยมึงอ่ะ กูจะได้ไปนอนรอก่อน” ทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆจนนันท์รีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เมื่อคืนมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นรึเปล่าวะ?!”

“แปลกๆ?”จินเจอร์ทวนคำนั้นก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาแผ่วเบา

“คือกูรู้สึกเหมือน—“

“มึงฝันมั้งนันท์”

 

เขาเงยหน้าและพบกับริมฝีปากสีน้ำตาลอมชมพูจางที่เหยียดยิ้มอ่านไม่ออก

 

“โดนผีอำแล้วมึงน่ะ” พูดแค่นั้นก่อนจะยักไหล่ขำขัน บรรยากาศชวนอึดอัดหาบวับไปกับตา

“สรุปถ้าไม่มีอะไรกูไปเล่นกะพวกไอ้ครามนะ มียาแก้แฮงค์อยู่ในครัว หาเอาแล้วกันเผื่อมึน”

“เดี๋ยว”

 

เท้าเปล่าเปลือยชะงักลงตามเสียงเรียก เจอร์หันกลับมามองนันท์ด้วยสายตาราบเรียบ รอฟังประโยคถัดไป

 

“กูไม่ได้ทำอะไรให้มึงรู้สึกไม่ดีใช่มั้ย?”

 

คนโดนถามนิ่งคิด นิ้วเรียวลูบปลายคางไปมาสักพักก่อนตอบ

 

“มีรำคาญมึงโวยวายนิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่นะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองเขาได้ครู่เดียวก็เสหลบ บอกลาเขาอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป

 

นันท์ถอนหายใจยาว ในบรรดากลุ่มเพื่อนหกเจ็ดคนของเขา จินเจอร์คือคนที่ดูสบายๆไม่ยี่หระกับหลายอย่างที่สุดแล้ว และบางทีนั่นทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายอ่านยาก เดาทางไม่ค่อยถูก

 

แต่ครั้งนี้เขารู้

 

“...”

 

มันโกหก

 

_______________________________________

สวัสดีทุกคนกับเรื่องใหม่ที่ตามมาติดๆ

ถ้าถามว่าเรื่องนี้จะออกมาเป็นแนวไหน

คำตอบก็คือนันท์เป็นตัวละครที่เราหมั่นไส้มาก

ขอบคุณค่ะ //พับไมค์และยิ้มมุมปาก

ปล. ไหนหาอะไรไม่เจอลองไปทวิตเตอร์เราดูได้นะคิกค้าก~

 

publish: 24/05/62

edit: 27/06/63

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.537K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #781 Bbbgunnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 00:13
    อุ้ยยยย
    #781
    0
  2. #768 MeNe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 14:56
    น่าสนใจมากๆๆๆ
    #768
    0
  3. #709 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:11
    เอาไงต่อล่ะคะทีนี้
    #709
    0
  4. #639 CallistoJpt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 18:00
    เราตามมาจากเรื่องแทน น่าติดตามค่ะ
    #639
    0
  5. #588 hh_9094 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 21:01
    อุ๊ย! นันรู้แน่ๆ
    #588
    0
  6. #552 llllovellll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:52
    อุ่ยยย พี่นันรู้อ่ะะ นี่ว่าพี่เจอร์เก็บอาการเก่งมากกกก
    #552
    0
  7. #529 tarun_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:57
    ดีมากกกกกกกกกกก เปิดเรื่องดี ภาษาดีมากๆค่ะ แต่เราอ่านแล้วยังมีงงบ้างว่าใครกระกระทำนั้นๆเป็นใคร น่าจะเพราะฉากรวมเพื่อนมีคนเยอะด้วย55555
    #529
    0
  8. #476 blueeyes111 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:00
    สนุกๆ น่าสนใจ
    #476
    0
  9. #445 sikannim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:03
    อ๊ย แล่บซุ่บ
    #445
    0
  10. #436 tang_thai°°° (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 12:37
    น่าสนใจเรื่องนี้
    #436
    0
  11. #423 BaBiBuDuB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 17:50
    งงโพจังเรยแม่
    #423
    0
  12. #380 fomeriam690 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 19:58
    แหมมม ทีงี้ทำเป็นรู้ดี
    #380
    0
  13. #361 ladolceblue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 00:14
    ใครเมะใครเคะนะ มึน
    #361
    0
  14. #288 Shipnielong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:30
    ชอบค่ะ
    #288
    0
  15. #285 15magnitude (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:46
    น่าติดตามมากๆเลย ติดแล้ว
    #285
    0
  16. #284 `peach (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:37
    สนุกๆๆๆๆ
    #284
    0
  17. #262 Sky B. Sylvester (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 22:26
    สนุกมากก น่าติดตามมากๆ
    #262
    0
  18. #258 dang24 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 20:16

    น่าติดตามมาก

    #258
    0
  19. #213 xqaantqx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:01
    เพิ่งเห็นเรื่องนี้ ติดตามนะค้า
    #213
    0
  20. #184 PuiPui--r (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 16:31
    น่าติดตามมากค่ะ
    #184
    0
  21. #158 Yckrise (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 14:33
    ภาษาน่าติดตามมากเลยค่ะ
    #158
    0
  22. #147 Nobodylover (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:01
    หนุกๆๆๆ
    #147
    0
  23. #110 HaeMay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 15:22
    สำนวนการเขียนดี พล็อตก็น่าสนใจ สนุกๆๆ
    #110
    0
  24. #25 MMAAYY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 14:29
    สู้ๆค่าาาา

    เราตามมาจากเรื่องของมินเลยยยย

    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #25
    0
  25. #1 คนหน้ากลม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:41
    สู้ๆนะคะ ไรท์~
    #1
    0