Love baddie รักร้ายๆของพ่อมดจอมโหด | Kookmin

ตอนที่ 7 : CHAPTER 6 (อัพครบแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 มี.ค. 62






เวลาสองทุ่มกับอีกสี่สิบห้านาที

ในงานแฟนซีปาร์ตี้

ผมเดินขึ้นบันไดมาทีละชั้นด้วยความระมัดระวัง โดยมีเจ๊โฮปปี้เดินแอ๊บแมนอยู่ข้างๆในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ เจ๊โฮปี้ไม่ติดกระดุมเสื้อสองเม็ด โชว์แผงอกที่มีกล้ามสวย ส่วนกางเกง เจ๊โฮปปี้เลือกเป็นกางเกงสแล็คสีดำที่เข้ากับเสื้อเชิ้ตของเจ้าตัว อ๊ะ ที่ปากของเจ๊มี่เขี้ยวงอกมา อื้อหือ ผมไม่เคยสังเกตเลยนะเนี่ยว่าเจ๊โฮปปี้เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อได้ขนาดนี้ น่าเสียดายแทนสาวๆ จริง

"เจ๊แต่งตัวเป็นอะไรน่ะ ไม่เห็นแฟนซีเลย" ผมกระซิบถามเจ๊ที่ข้างหู

"นายนี่เชยตัวพ่อเลยนะยะ เคยดูทไวไลท์หรือเปล่าเนี่ย รู้จักมั้ยเอ็ดเวิร์ด เขาเป็นแวมไพร์สุดหล่อของฉันเอง"

"แวมไพร์มีจริงเหรอ"

"ต๊าย นี่ถ้างานนี้ไม่มีคนหล่อมากันเยอะแยะขนาดนี้ ฉันอยากจะกรีดร้องให้กับเอ็ดเวิร์ดหวานใจฉันจริงๆ เรื่องที่นายไม่รู้จักเขา งั้นรู้ไว้ซะว่าวันนี้ฉันแต่งตัวเป็นแวมไพร์ในเรื่องทไวไลท์ย่ะ"

"เข้าใจแล้ว เจ๊คลั่งดาราฮอลลีวูดนี่เอง" ผมพยักหน้าอย่างเริ่มเข้าใจ

"อย่าสนใจฉันให้มากนักเลย นายดูแลตัวเองให้ดีก่อนเหอะ เฮ้อ ฉันก็ไม่นึกว่านายจะใส่ชุดนี้แล้วหล่อขนาดนี้ดูสิ  ถ้าฉันไม่รู้จักนายนะรับรองได้เลยว่าฉันจะเข้ามาทำความรู้จากกับนายคนแรก"

ผมก้มดูตัวเองอย่างที่เจ๊โฮปปี้พูด ก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ กับชุดเจ้าชายทำให้ผมดูดีไม่น้อย

"เอ้า ใส่หน้ากากซะเจ้าชาย" เจ๊โฮปปี้บอกอีกครั้ง ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองพร้อมยื่นมือออกมารับหน้ากากสีขาวขลิบทองเข้ากับชุดมาใส่ไว้บนหน้าทันที ส่วนเจ๊โฮปปี้ใส่หน้ากากสีดำเป็นที่เรียบร้อย

"ผมตื่นเต้นจังเลยเจ๊" ผมบอก

"ตอนนี้ฉันคือเอ็ดเวิร์ด ส่วนนายคือเจ้าชาย เข้าใจมั้ย"

"โอเค" 

"งั้นก็เข้างานกันเถอะ" เจ๊โฮปปี้บอกผมยิ้มๆ ทำให้ผมแอบเคลิ้มไปกับความหล่อของเจ๊นิดหนึ่ง แต่เมื่อสายตาผมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนขั้นบันได ผมก็เลิกสนใจควมหล่อของเจ๊ในทันที ก่อนจะพุ่งตรงไปยังเจ้าของสิ่งนั้นเหมือนสมบัติล่ำค่า

"เย้ ฉลากเปล่าโคล่า" โชดดีอะไรขนาดนี้

"ไอ้จีมิน"

"เจ๊มีปากกาเมจิกมั้ย ผมจะเขียนชื่อสางชิงโชค อ๊าย เพื่อโชคดีจะไปงานมีตติ้งของพี่ออกัสดี แร็ปเปอร์ที่หล่อสุดๆ"

"ทิ้งไปเดี๋ยวนี้นะ นายไม่เห็นหรือไงว่ามีคนเดินมาทางนี้แล้ว" เจ๊หันซ้ายหันขวาเหมือนกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า

"ผมจะเก็บมันกลับบ้าน"

"ย่ะ งั้นรีบๆเ เก็บมันไปเลยละกันก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า ฉันไม่อยากซื้อปี้ปมาคลุมหัวเพราะความงกไม่บันยะบันยังของนาย เอาล่ะ เดินเข้างานกันได้แล้ว" เจ๊พูดอย่างเหนื่อยใจกับความเค็มระดับชาติของผม แต่ผมไม่สนใจ ผมรีมก้มลงเก็บฉลากเปล่าโคล่านั้นไว้ในกระเป๋ากางเกงทันที

"ผมต้องได้ปากกาเมจิกตอนนี้นะเจ๊ ต้องเขียนชื่อติดไว้ เกิดมันหล่นหายจะได้มีคนเก็บมาคือไง"

"แค่ฉลากเปล่าของน้ำอัดลมเนี่ยนะ แถมยังสกปรกอีก อี๋"

"แต่ถ้าฉลากอันนี้ส่งชิงโชคแล้วได้รางวัล มันก็ถือเป็นของมีค่าไม่ใช่เหรอ"

"จิ๊ ฉันไม่รู้จะด่านายว่ายังไงดีแล้วเนี่ย นี่ดีนะที่มีแขกเดินตามหลังอยู่ไม่มาก ฉันเลยรอดจากการเอาปี้ปคลุมหัวไปได้อย่างหวุดหวิด"

"อย่าพูดมากน่าเจ๊ เข้างานกันเถอะ เผื่อมีคนให้ผมยืมปากกาเมจิก"

"เออ"

ผมรู้ว่าเจ๊ไม่ได้โกรธจริงจังหรอก เพราะทันทีที่แวมไพร์พี่สุดที่รักกระแทกเสียงอย่างประชดประชันจบ เขาก็รีบจูงมือผมเข้างานทันที


Don't wanna be fool wanna be cool wanna be loved 너와의 same love I know it's over Don't wanna be fool wanna be cool wanna be loved 너와의 same love Baby I want it

เสียงเพลง I like it pt.2 ของ BTS ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ ผมมองเข้าไปในงานด้วยควมตื่นเต้น ทุกคนในที่นี้ล้วนใส่หน้ากากครึ่งหน้าและแต่งตัวหลุดโลก ตรงฟลอร์เต้นรำกลางห้องมีเหล่าซอมบี้ นางฟ้า มนุษย์หมาป่า และอื่นๆ อีกเยอะแยะไปหมดกำลังชัดดิ้นชักงอกันอย่างเมามัน

"ว้าว ไม่ผิดหวังที่ผมตัดสินใจมาที่นี่" ผมยิ้มกว้าง

"ใช้ม้า"

กึก

ทว่าทันทีที่ผมเหยียบย่างเข้าไปในงานนั่นเอง ทุกสายตาเหมือนจะหยุกดชะงักก่อนมองตรงมาที่ผมแทบจะเป็นสายเดียวกัน ผมทำได้ตอนนี้คือการเม้นปากริมฝีปากแน่นและหันดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามมาทางพี่สุดที่รัก เพราะสายตาที่พวกเขามองผมมันทำให้ผมรู้สึกเริ่มอึดอัด

"ผมมีอะไรแปลกหรือเปล่า"

"จะให้ตอบจริงๆหรือโม้แหลกล่ะ"

"ขอโม้แหลก"

"นายมันโครตหล่อเลยแหละ กรี๊ด เหมือนเทพบุตรจุติมาเกิด นี้ฉันไม่ตาถึงไปคว้านายมาใส่ชุดเจ้าชายให้เป็นอาหารตาสาวๆในงานได้ยังไงเนี่ย ชุดนี้เหมือนกัน สุดแสนจะเกะกะจนอยากจะฉีกทิ้งให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วทำให้นายเป็นของพวกเธอ"

โอเค เจ๊สุดที่รักของผมช่างสื่อภาษาได้เข้าถึงงอารณ์ของผมมาก บอกคำเดียวว่าอินครับอิน อืม และผมเข้าใจแล้วว่าคนเหล่านี้มองมาที่ผมทำไม สงสัยชุดที่เจ๊โฮปปี้เช่ามาให้คงโดดเด่นสะดุดตาเกินไปและเสริมให้ผมดูดีขึ้นล่ะมั้ง

"อย่าไปสนใจสายตาพวกนั้นเลย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดี๋ยวก็เลิกมองไปเองแหละ" เจ๊โฮปปี้ปลอบเบาๆ

"แต่....ผมก้าวขาไม่ออกอ่ะ"

"โธ่ๆ เกิดมาไม่เคยหล่อ ไม่เคยมีใครความสนใจหรือไง นายถึงได้ประหม่าจนก้าวขาไม่ออกแบบนี้น่ะ"

ให้มันได้อย่างนี้สิ สถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้เจ๊โฮปปี้ยังไม่วายกระซิบเบาๆ เพื่อประชดประชัน

"แต่....."

"นายเห็นยัยผู้หญิงอ้วนกับผู้หญิงผอมที่อยู่ตรงนู้นมั้ย" เมื่อเจ๊โฮปปี้พูดจบ ผมก็หันมองตามสายตาของเจ๊โฮปทันทึ

"ใครเหรอ" ผมพยามยามเพ่งสายตามองเป้าหมายซึ่งเป็นผู้หญิงสองคน คนหนึ่งใส่ชุดนางเสือดาว ส่วนอีกคนใส่ชุด....เอ่อ ชุดคล้ายๆกับนกาีขาว อืมดูตลกดีและพวกเธอก็กำลังมองมาที่ผมพร้อมกับกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่

"นั่นฮานึลกันเยนา สองคู่หูนรกไงล่ะ นายอยากจะหยุดยืนตรงนี้ รอให้ยัยสองคนนั่นจำยายได้ใช่มั้ย" คำเฉลยของเจ๊โฮปปี้ทำให้ผมตาโตและหันกลับมามองเจ๊อย่างไว ก่อนจะจูงมือเจ๊พาไปที่ฟลอร์เต้นรำทันทีพลางถาม

"พี่รู้ได้ยังไง" ในเมื่อสองคนนั้นก็ใส่หน้ากากปิดไปตั้งครึ่งหน้า

"ฉันไม่ได้แค่รู้ว่าชุดของยัยสองคนคู่หูนรกนั่นหรอก คนในงานทุกคนฉันก็รู้หมดว่าใครใส่ชุดอะไรมา"

"พี่ช่วยให้ความกระจ่างกับผมสักนิดจะได้มั้ย"

"คือก่อนหน้าที่จะถึงวันงานซึ่งคือวันนี้ ทุกคนที่จะมางานได้โชว์คอนเซ็ปต์ของชุดแฟนตาซีที่ตัวเองจะใส่เพื่อจะได้ไม่มีใครใส่ชุดซ้ำๆ กัน นายลองมองดูรอบๆ สิ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีใครใส่ชุดซ้ำกันเลยแม้แต่คนเดียวขนาดคอนเซ็ปต์ชุดแวมไพร์เหมือนกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างเลย"

"งั้นทุกคนก็รู้สิว่าผมใส่ชุดเจ้าชายอยู่ โอ๊ย ขายหน้าชะมัด"

"จะบ้าเหรอ นายไม่ใช่ดารา นักร้อง หรือนายแบบเสียหน่อย ใครจะไปรู้จักนายกัน"

"แต่ฮานึลกับเยนาก็ไม่ใช่ดารา นักร้อง หรือนางแบบ ทำไมพี่ถึง...."

"นั่นเป็นเพราะยัยสองคนนั่นชอบโชว์ออฟน่ะสิ แบบว่าชอบเสนอหน้าทำเป็นคนในวงการแล้วก็พยายามประกาศก้องว่าตัวเองจะใส่ชุดพวกนั้น"

"แล้วงานนี้ไม่มีใครใส่ชุดเจ้าชายเลยเหรอ" ผมถามไม่หยุดสงสัย

"ฉันก็ไม่มีใครโชว์คอนเซ็ปต์ของชุดนี้เลยนะ คงเพราะมันดูเรียบเกินไปไม่เร้าใจพ่อมดในงานนี้มั้ง เพราะใครๆ ก็รู้ว่าว่าพ่อมดชอบคนที่ดูเซ็กซี่" เจ๊โฮปปี้พูดยิ้มๆ

"พ่อมด?"

"อืม นายก็รู้จักเขาดีนี่ เพราะเขา...." เจ๊โฮปปี้พูดค้างไว้แค่นั้นก่อนจะโดนสองมือใครคนหนึ่งคว้าแขนไปด้วยความเร็ว

"หาตัวนายตั้งนาน นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว" ชายคนนั้นพูดยิ้มๆ

"อ้าว ยุนจี" เจ๊โฮปปี้พูดชื่อเหมือนไม่สนใจ แต่นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับวาววับ

"เอ๋? นี่เจ้าชายที่ไหนเอ๋ย" ใบหน้าภายใต้หน้ากากขนนกสีดำยืนมองสำรวจผมอย่างสนใจ

"อืม นี่น้องชายของฉันเอง"  เจ๊โฮปปี้แนะนำตัวผมก่อนหันไปมองสำรวจชายหนุ่ม 

"นี่เหรอชุดที่นายเคยบอกฉัน ลูซิเฟอร์?"

"ไม่เหมือนเหรอ"

"หึๆ เหมือนตรงปีกขนนกสีดำล่ะมั้ง"

"ผู้จัดการเรียกพบนายน่ะ เขาให้ฉันมาตามตัวนายถ้านายมาถึงงานแล้ว"

"เอ่อ" เจ๊โฮปปี้หันมามองที่ผม

"ไปเถอะ ผมอยู่ได้" ผมบอกเพื่อให้เจ๊โฮปปี้สบายใจ

"แน่ใจเหรอ" 

"เฮ้ย ห่างจากน้องชายสักพักคงไม่ลงแดงตายหรอกน่า" เสียงของพี่ยุนจีแซวดังขึ้น

"ไปเถอะ" ผมพยักหน้ายืนยันกับเจ๊โฮปปี้

"งั้นพี่จะรีบไปรีบมานะ นายอยู่แถวนี้ล่ะอย่าเดินไปไหนไกล เดี๋ยวหลง" เจ๊โฮปปี้พูดอย่างเป็นห่วง

"โอเค" 

"งั้นผมขอยืมตัวพี่ชายนายสักเดี๋ยวนะครับ เอ้อ ลืมแนะนำตัว พี่ชื่อยุนจีนะ"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ผมบอกตามมารยาท แต่ไม่ได้แนะนำตัวเองเพราะไม่อยากให้เรื่องที่ผมมางานนี้ไปถึงหูฮานึลกับเยนา

"เฮ้ย ไปได้แล้ว" เจ๊โฮปปี้รีบแอ๊บแมนพูดช่วยเหลือพลางลากแขนของพี่นัมจุนเดินไปอีกทาง ผมละสายตาจากเขาทั้งคู่ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารว่างซึ่งวางอยู่ข้างๆ ฟลอร์เต้นรำ

ว้าว ดูที่โต๊ะอาหารนั่นสิ มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น อ๊า! ทำไมผมไม่เอาถุงใบใหญ่มานะ จะได้ขนอาหารว่างพวกนี้กลับห้องซะเลย ถ้าเหลือทิ้งก็น่าเสียดายออก ไม่ได้การละ ถึงผมจะลืมเอาถุงมา แต่ผมจะพยายามใช้สองมือป้อมๆของตัวเองกอบโกยกลับไปให้ได้มากที่สุด ฮึบๆๆๆ

"ขอโทษครับ"

เชี่ยยยยยย!

เสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่ผมหยิบอาหารว่างขึ้นเต็มสองมือ

"เอ่อ ขอโทษครับ ผมไม่ตั้งใจทำให้คุณตกใจ" เขารีบบอก

"มะ...เป็นไรครับ" ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้จีมิน นายกำลังทำตัวน่าอายอยู่รู้มั้ย มีอย่างที่ไหนหยิบอาหารว่างขึ้นมาเต็มสองไม้สองมือน่ะ

"คุณกำลัง....เอ่อ?"

ขวับ!

ผมรีบหันหน้าหนีทันทีเพื่อไม่ให้เข้าจำหน้าผมได้

"คะ....คือผมแค่ลองหยิบอาหารว่างหลายๆ อย่างขึ้นมาดูว่าอย่างไหนมันหนักกว่ากัน" ปั๊ดโธ่ นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย

"เพื่อ"

"พะ...เพื่อโภชนาการที่ดีเมื่อเรากินเข้าไปไง" นี่ผมพูดอาร้ายยยยย

"แล้ว?"

"ละ....แล้วตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าไอ้นี่มันหนักกว่าไอ้นั่น ส่วนไอ้โน่นก็...." บ้าจริงไอ้จีมิน นายนี่มันน่าเวทนาที่สุดไม่รู้แม้กระทั้งชื่ออาหารว่างพวกเนี้ย น่าอายที่สุดโต่ง!

"โอเค ผมเข้าใจแล้วล่ะ" เสียงของชายหนุ่มแปลกหน้าบอกอย่างขำๆทำให้ผมหน้าตึง

"งะ...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" ผมรีบบอกเพื่อเตรียมชิ่งหนีจากความอับอายทันที แต่ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวเท้าเดิน เสียงของชายหนุ่มแปลกหน้าก็ดังขึ้นเสียก่อน

"ผมแค่อยากจะมาชวนคุณไปเต้นรำ"

"เอ๋?"

"หรือคุณจะกินก่อนก็ได้นะ ผมรอได้่" แน่ ทำเป็นใจดี

ผมรีบวางอาหารว่างลงในจานเหมือนเดิม ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นครั้งแรก เอ่อ แต่ไม่เห็นหน้าเขาหรอก เพราะเขามาในชุดองค์ชายแบบเกาหลีเหมือนที่ผมเคยดูในซีรี่ย์ย้อนยุคที่เจ๊โฮปปี้เปิดให้ดู 

"ผมเต้นรำไม่เป็นนะครับ" ผมยิ้มแหย

"เหรอ แต่ผมมีปากกาเมจิกนะ"

"....." เขา.....ระ...รู้ได้ไงอ่ะ

"ผมเห็นคุณตั้งแต่คุณก้าวลงจากรถของพี่ชายคุณและเจอฉลากน้ำอัดลมตกอยู่ที่ขั้นบันได จากนั้น...."

"เข้าใจแล้ว" เพราะฉะนั้นอย่าประจานกันอีกเลย

"งั้นไปเต้นรำกันเถอะ" มือใหญ่ยื่นมาข้างหน้าเหมือนบังคับ แต่ผมกลับรู้อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก สิ่งที่ทำได้ไม่ใช่การปฎิเสธแต่เป็นการวางมือของตัวเองลงบนมือใหญ่อย่างแผ่วเบาและค่อยๆเดินตามเขาเข้าไปในฟลอร์อย่างไม่มีทางเลือก









TO BE CONTINUED........



TALK 


ไม่ได้มาอัพหลายวันเลยคิดถึงกันไหมเอ๋ย ช่วงนี้ไรท์ยุ่งๆกับการขึ้นวอร์ดเลยไม่ค่อยได้มาอัพฟิคหลายวันเลย ขอบคุณคอมเม้นและหัวใจที่กดให้กำลังใจกับไรท์น่าาาาา ไรท์จะพยายามมาอัพให้เรื่อยๆเพื่อไม่ให้รีดลืมเนื้อเรื่องตอนๆก่อนนะ ไรท์จะเปลี่ยนเป็นอัพอาทิตย์ละตอนน่าาาา ถ้าอาทิตย์ไหนไรท์วางจะมาอัพให้เป็นอาทิตย์ละสองตอน ของให้รีดทุกคนอ่านฟิคให้สนุกนะ #ทีมน้องจีมิง หรือ #บอสจอน ไรท์แอบสปอยเลยว่าตอนหน้ารีดได้ขำกับการเอาคืนของน้องจมิงแย้ววววหลังจากปล่อยให้บอสจอนแกล้งน้องจมิงมาหลายรอบแล้ว เตรียมตัวสมน้ำหน้าบอสจอนกันได้เลย


ปล. อาทิตย์หน้ารีดคนไหนไปคอนดูแลรักษาตัวกันดีๆน่า อากาศค่อยข้างร้อนอาจทำให้รีดหลายคนจะไม่สบายได้นะ เตรียมอุปกรณ์คลายความร้อนให้กับร่างกายด้วยนะ ไรท์เป็นห่วง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #6 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:06
    อะไรคือการเก็บฉลากน้ำอัดลมมมมมม จีมินต้องใจเย็นก่อนนน รอนะคะ
    #6
    0