Love baddie รักร้ายๆของพ่อมดจอมโหด | Kookmin

ตอนที่ 8 : CHAPTER 7 (อัพครบแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    31 มี.ค. 62






หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ตึกๆ

ผมหยุดเดินทันทีที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว หลังจากที่ผมทำทีขอตัวเข้าห้องน้ำและรีบเดินหนีเขาคนนั้นมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่ผมก็ไม่อย่างจะไปเต้นรำกับเขาสักหน่อยถ้าไม่เห็นว่าเขาเอาเหลือเก็บฉลากน้ำอัดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าที่ บ้ามั้ยล่ะ

เสียงน้ำพุจากบ่อน้ำพุเล็กๆ ข้างหน้าทำให้ผมสลัดความคิดเดิมออกและมองมันอย่างสนใจ มันเป็นลานกว้างพอประมาณท่ามกลางสวนสวยที่เจ้าของโรงแรมตกแต่งไว้ต้อนรับลูกค้า

แน่นอนว่าที่นี่หรูหรามาก เนื่องจากสถานที่จัดงานแห่งนี้เป็นโรงแรมหรูหราสไตล์อังกฤษที่มีตึกอาคารเหมือนทำเนียบขาวที่สวนลอยฟ้าที่เงียบสงบอยู่ชั้นสองของตึก มันเป็นที่ซึ่งใช้ถ่ายหนังมาแล้วหลายต่อหลายเรื่องจากการที่เจ๊โฮปปี้เล่าให้ผมฟังคร่าวๆ ในระหว่างที่พวกเราเดินทางมายังโรงแรมแห่งนี้

เสียงเพลงในงานเลี้ยงดังแว่วมาเบาๆ ประกอบกับผมอยู่ในบรรยากาศของสวนสวบที่ถูกประดับประดาไปด้วยหลอดไฟหลากสี ทำให้ผมเผลอก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกหลงใหลกับสิ่งงดงามตรงหน้า

แต่แล้วสองเท้าของผมต้องชะงักนิ่งอยู่กับที่เมื่อสายตามองเห็นแผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของบ่อน้ำพุ เขาแต่งตัวชุดนักเรียนของบ้านกรินฟินเดอร์ เลียนแบบหนังเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ ตอนนี้เขากำลังยืนเหม่อมองออกไปไกล ซึ่งภาพแสงสีของเมืองหลวงที่ทอดตัวยาว ถ่ายทอดอารมณ์แห่งวิถีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายของคนเมือง ภาพผู้ชายยืนหันหลังท่ามกลางแสงสีของเมืองหลวงทำให้ผมเผลอก้าวเดินต่อไปหมายชื่นชมงานประติมากรรมชิ้นเอกในระยะใกล้ๆ โดยหารู้ตัวไม่ว่าตัวเองได้เดินเข้าใกล้จนหน้าแทบจะชิดแผ่นหลังกว้างนั่นแล้ว และแม้บรรยากาศในงานแฟนซีปาร์ตี้จะรื่นเริง ทว่าผมกลับสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวและเงียบเหงาของผู้ชายตรงหน้าได้อย่างดี อืมงานประติมากรรมชิ้นนี้.....เขาช่างเป็นผู้ชายที่น่าสงสาร.......

"มาทำอะไรแถวนี้ไอ้สะเหร่อ"

เอี้ยด! (เสียงความคิดติดเบรก)

อะ.....ไอ้สะเหล่อ.....เหรอ นี่ผมกำลังสงสารผู้ชายที่ว่าผมว่า 'ไอ้สะเหล่อ' เรอะ หน็อยแน่! เอาความสงสารของผมคืนมานะไอ้คนเฮงซวย

หลังจากด่าเขา (ในความคิด) เสร็จ ผมตัดสินใจสะบัดหน้าและหมุนตัวกลับในทันที แต่ก่อนที่ผมจะได้เดินหนีไปนั้น มือใหญ่กับแรงคลายของใครคนนั้นก็คว้าหมับเข้าที่แขนอันแสบบอบบางของผมด้วยความเร็ว ผมตกใจและหันกลับไปมอง

หน้ากากครึ่งหน้าที่เป็นสีขาวขลิบทองคล้ายของผมแต่แตกกันที่มีลายสายฟ้าตรงมุมหน้าผากของหน้ากากทำให้ผมอมยิ้มขำ

"ขำอะไร" เสียงเข้มถามเหมือนจะไม่พอใจ

"คุณเป็นพ่อมดแฮรี่เหรอ"

"ใช่" เขาพยักหน้าแกนๆ ก่อนไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

"แล้วนายล่ะเป็นตัวอะไร เจ้าชายเตี้ยหรือไง" 

เจ้าชายเตี้ย ฮึ่ย จริงอยู่ที่ผมสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบสามเซ็นต์และดูท่าแล้วเขาคงสูงเกือบร้อยแปดสิบเซ็นต์แน่นอน แต่อย่างนั้นก็เถอะ เขาก็ไม่สมควรมาว่าคนที่เพิ่งจะพบหน้ากันครั้งแรกแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการพบหน้ากันภายใต้หน้ากากก็เถอะน่า

"เจ้าชายโฉมงามต่างหาก" ผมแก้ไขความเข้าใจผิดให้กับเขาพร้อมสะบัดแขนที่เขาจับไว้หลุดออกจนสำเร็จ แต่แทนที่เขาจะพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด เขากลับยกสองมือขึ้นกอดอกแล้วยิ้มขำทันทีอย่างเสียมารยาท

"นายเนี่ยนะเจ้าชายโฉมงาม หึๆ"

"คุณหัวเราะแบบนั้นหมายความว่ายังไง"

"ก็หมายความว่าฉันขำน่ะสิ"

อะ.....ไอ้นี่

ผมมองเขานิ่ง

"นายมองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง" เขาถามบ้าง

"ก็หมายความว่าผมไม่ได้ตาบอดสิ แต่ผมก็ไม่ได้อยากมองคุณนักหรอกนะ ยังเอิญว่านายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ผมจำเป็นต้องมองแบบผ่านๆอย่างไม่มีทางเลือก"

"ปากเรอะที่พูดน่ะ"

"ก็ทีคุณยังกวนประสาทผมได้เลย"

"ฉันกับนายมันคนละชั้นกัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรใครก็ได้ แต่คนอย่างนาย" เขาหยุดพูดไปเพื่อมองผมอย่างสำรวจก่อนจะเอ่ยต่อ 

"คนอย่างนายไม่มีสิทธิ์มาต่อปากต่อคำกับฉัน หรือแม้แต่มายืนอยู่ในบริเวณนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฉันจองแล้ว"

ปึด

"หมายความว่าคุณฉี่จองไว้น่ะเหรอ" ผมแกล้งยิ้มขำทั้งที่ในใจเรื่มเดือดเห็นแววตาที่เหมือนจะฆ่าคนได้ของหมอนี่ ตะ...แต่ผมไม่กลัวหรอก ก็แค่ก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวแค่หนึ่งก้าวเท่านั้นเอง ถอยตั้งหลักไงไม่เคยได้ยินเหรอออออ

"ไปซะ" เขาพูดห้วนๆ

ไม่ต้องรอเขาพูดซ้ำ ผมรีบหันหลังกลับอย่างเริ่มลนลานและออกเดิน แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้.....

อ๊ะ! สะดุดขาตัวเอง

พลั่ก

ผมล้มลงกับพื้นอย่างแรงและพยายามจะลุกขึ้น แต่ไอ้หัวเข่าไม่รักดีเจ็บจนลุกขึ้นยืนลำบากยากเย็นซะเหลือเกิน

"คิดจะอ่อยฉันหรือไง" เสียงคนพูดจาทุเรศๆ แว่วตาตามลม ผมหน้าชาและพยายามจะลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

"หลงตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า"

"ไม่รู้สิ ปกติมีแต่คนมาหลงฉันทั้งผู้ชายและผู้หญิง และตอนนี้นายก็กำลังอ่อยฉันอยู่"

หมดสิ้นแล้วซึ่งความอดทน!

ผมตัดสินใจเม้นปากแน่นแสดงให้เขารู้กันไปเลยว่าผมกำลัง 'คิดการใหญ่' ก่อนที่จะ.....

ปึก!

"โอ๊ย ไอ้บ้าเอ๊ย นายเหยียบเท้าฉัน" เขาร้องลั่น"

ก็แน่ละสิ ถ้าเขาไม่ร้องสิแปลก ก็ผมเล่นยกเท้าขึ้นและจงใจกระทืบลงไปบนรองเท้าของแบบเต็มสตรีมและไม่มีกั๊กแรงส่งแม้แต่นิดเดียว หึๆสะใจครับ

"นี่นาย!" เขากัดฟันพูด แต่ผมขอเสียมารยาทไม่ฟังนะ ก็แหม จะอยู่ทำไมให้โง่ล่ะ ทำร้ายร่างกายเขาแล้วก็ต้องรีบชิ่งสิ อยู่ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวตายหยังเขียด

ปึด!

"โอ๊ย ผมเจ็บนะ ปล่อย" ผมร้องบอกเขาเสียงดังเมื่อเขากระชากแขนของผมไว้ทันและบีบมันไว้แน่น

"นายกล้าดียังไงวะ" เหวอ เริ่มเถื่อนแล้วววว

"กะ...ก็คุณมาว่าผมก่อน" ผมเถียงด้วยน้ำเสียงสั่นๆ กะว่าจะถ่วงเวลาให้ใครก็ได้ออกมาบริเวณนี้สักคน

"ถึงฉันจะทำมากกว่าต่อว่าคนอย่างนายแต่นายก็ไม่มีสิทธิ์มาหาเรื่องฉันกลับแบบนี้" เขาบอกเสียงเครียดพร้อมกับก้มใบหน้ามาจนแทบจะชิดหน้ากาก ดวงตาสีเข้มของเขาดุดันจนผมนึกกลัว แต่ปากยังดีอยู่

"คุณใหญ่มาจากไหน ผมถึงหาเรื่องคนอย่างคุณไม่ได้"

"ข้อนั้นนายไม่ต้องรู้ รู้ไว้อย่างเดียวว่าสถานที่ไร้ซึ่งคนแถวนี้ ฉันสามารถฉีกเสื้อผ้าของนายออกเป็นชิ้นๆได้แล้วกัน"

"คุณจะข่มขืนผมเหรอ" ผมโพล่งออกไปอย่างหวั่นใจ

"หัวสมองนายมีแต่เรื่องพวกนี้ลอยวนไปวนมาหรือไง"

"ก็คุณพูดสองแง่สองง่ามอ่ะ"

"โอเค แล้วถ้าเป็นอย่างที่นายคิดล่ะ" ริมฝีปากมีเสน่ห์คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างน่ามองและดูคุ้นเคย เอ๊ะ! ผมบอกว่าคุ้นเคยอย่างนั้นเหรอ ไม่หรอกผมไม่คุ้นกับเขาและไม่อยากคุ้นด้วยแน่ๆ ยี้ คนกักขฬะ

"ผมจะกัดลิ้นตัวเองตาย"

"ปัญญาอ่อน"

"ผมทำจริงๆนะ" ย้ำครับย้ำ

"งั้นให้ฉันช่วยกัดมั้ย" เฮ้ย ไอ้บ้า

"..." ผมเริ่มนิ่งเพราะไม่อยากต่ล้อต่อเถียงในขณะที่เขาก้มหน้าลงมาพูดใกล้ชิดแบบนี้ สายตาของผมไม่กล้าที่จะสบตาเขาอีก เลยได้แต่จ้องมองปากของเขานิ่ง

"อยากจูบมันเหรอ มองซะเคลิ้มเชียว" 

"บ้าสิ ผมแค่ไม่อยากมองเห็นหน้าคุณก็เท่านั้น"

"ก็เลยเปลี่ยนมองปากฉันแทนสินะ" เขาบอกเรียบๆ

"อืม วันนี้ฉันก็ว่างเสียด้วยสิ งั้นก็....." สิ้นเสียงนั้น ตัวของผมก็ลอยขึ้นด้วยแรงช้อนตัวจากท่อนแขนกำยำเขา

"อ๊ะ คุณจะทำอะไรน่ะ" ผมรีบถามด้วยความตกใจ

"ฉันเข้าใจนายล่ะเจ้าชายเจ้าเล่ห์ นายจงจำได้สินะว่าฉันเป็นใคร ก็เลยพยายามเข้ามาก่อกวนเพื่อทำตัวให้ฉันสนใจ หึๆ เพราะนายต้องการแบบนี้นี่เอง อืม ไม่เห็นต้องทำอะไรยุ่งยากแบบนี้เลย แค่นายบอกฉันตรงๆก็พอ"

"บอกตรงๆ เรื่องอะไร"

"เรื่องที่นายต้องการจะนอนกับฉันไง"

"ห๊ะ" โวะ ทำไมหมอนี่ถึงได้หลงตัวเองมากมายขนาดนี้ ถามจริงเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหน พูดดดด

"นายนี่มารยาจริงๆ" เขาพูดพร้อมออกเดินในขณะที่แบกผมอยู่ด้วยทีท่าสบายๆและเมื่อผมตั้งสติได้จึงออกแรงดิ้นเพื่อหล่นจากไหล่อันแข็งแกร่งของไอ้พ่อมดนี่

"เฮ้ยย ปล่อยผมนะ ไอ้โรคจิต ไอ้หื่นกาม ไอ้เลวววว" ดิ้นๆๆ

"โอ้ แปลกใหม่ดีนี่ ใช้คำด่าเพื่อให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น อืม ไม่เลวๆ"

"คุณเข้าใจผมผิดแล้ว ผมไม่รู้จักคุณจริงๆ ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นผมจะร้องบอกพวกแขกในงานว่าคุณเป็นไอ้โรคจิต" ผมขู่

"โอเค งั้นฉันจะจัดการกับนายกลางฟลอร์เลยก็แล้วกัน ตื่นเต้นดี"

"ห๊ะ" อะ...ไอ้นี่ เข้าขั้นวิตถารแล้ว

"เราเริ่มกันที่ตรงไหนก่อนดีนะ อืม แนะนำตัวกันก่อนดีมั้ย" คุณพ่อมดพูดด้วยทีท่าสบายๆ ในขณะที่เดินแบกผมไว้บนไหล่อันทรงพลังนี่

"ฟังนะ คุณกำลังเข้าใจผมผิด จริงๆ แล้วผมไม่รู้จักคุณเลยแม้แต่นิดเดียว และคุณก็ไม่เคยรู้จักผม เราไม่เคยรู้จักและคุณแบกคนแปลกหน้าไว้บนไหล่" ผมพยายามบอกดีๆ

"โอ้ ฉันก็ทำแบบนั้นบ่อยๆ นั่นแหละ"

"....."

"อย่างเช่นจูบกับคนแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จักชื่อ จากนั้นก็พาไปดินเนอร์สุดหรูที่บ้าน ก่อนจะจบลงที่เตียงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง เห็นมั้ย ไม่มีอะไรยากเลยสักนิด"

ผมอ้าปากค้างให้กับขั้นตอนบ้าๆ ไม่ยากกะผีดิยังมีหน้ามาบอกว่าจบแฮปปี้เอ็นดิ้งที่เตียงอีก นั่นมันเป็นกับคนอื่นแต่มันต้องไม่เกิดขึ้นกับผมเซ่! ผมมาหาเจ้าชายสุดแสนเพอร์เฟ็กต์เหมือนในนิทาน ไม่ใช่ไอ้พ่อมดหื่นกามวิปริตคนนี้

"ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ!" ผมเริ่มดิ้นอีกครั้ง

"อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปหน่อยเลยน่าเจ้าชาย หึๆ"

"คุณกำลังใช้กำลังข่มเหงคนที่เขาไม่เต็มใจไม่ได้นะ"

"รู้อะไรมั้ยเจ้าชาย ถ้าสมมติว่านายไม่รู้จักฉันมาก่อนจริงๆ และนายบังเอิญได้เห็นใบหน้าของฉันภายใต้หน้ากากนี่ รับรองได้ว่านายต้องรีบวิ่งเข้าใส่ฉันเสียจนรองเท้าทั้งสองข้างหลุดกระเด็นอย่างไร้ทิศทางแน่"

"คุณมันคนหลงตัวเอง คุณมันโรคจิต คุณมันวิปริต....."

"ตอนแรกๆ คำด่าของนายมันก็ฟังดูเร้าใจฉันดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้มันชักจะเยอะเกินไปหน่อย และมันกำลังทำให้ฉันอารมณ์เสีย เพราะฉะนั้นหุบปาก!"

"ไม่ ผมจะด่าคุณไปตลอดทาง ดูซิว่าคนหน้าด้านหลงตัวเองที่ขาดแคลนคู่นอนอย่างคุณจะทนได้สักกี่น้ำ คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชายไปหากระโปรงมา....."

เพียะ!

อะ....ไอ้บ้านี่มัน....

"คุณตีก้นผมมมม" ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้ไม้ยมก เอ๊ย! ไอ้ลามก!!!

"เออ ขืนนายยังไม่หยุดพล่าม คราวนี้ฉันจะไม่ตีก้นนายแค่ที่เดียวแน่ น่าเร้าใจดี" 

"ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนหยาบคาย ไอ้ลามก ไอ้....."

เพียะๆๆ

เชี่ยยย มันเอาจริง! ไอ้บ้านี่ตีก้นผมติดต่อกันถึงสามทีซ้อน ไอ้พ่อมดโรคจิต

"ไง เร้าใจมากใช่มั้ย นายถึงได้สงบปากสงบคำขึ้นมาเชียว" ไอ้บ้านี่พูดเหมือนคนอารมณ์ดีขึ้นมาเพราะได้กระทำกาาตีก้นผม

"...." ผมนิ่งไว้อาลัยให้กับก้นสุดที่รักหนึ่งวินาทีก่อนที่หัวสมองจะวิ่งพล่านเพื่อหาทางหนีทีไล่

ชั่วเวลาไม่ถึงห้านาที ไอ้พ่อมดโรคจิตก็เดินแบกผมกลับเข้ามาในตัวงานอีกครั้งอย่างไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองตรงมา แต่ทำไมไม่มีใครเข้ามาช่วยผมเลย หรือว่าทุกคนในที่นี้จะรู้ว่าเขาคือใคร นั้นยิ่งทำให้ผมเม้นปากแน่น ไม่กล้าโวยวายขึ้นมาอีก เพราะถ้าเกิดเขาบ้าเลือดขึ้นมาอาจจะถอดกางเกงผมแล้วตีก้นโชว์ต่อหน้าสาธารณชนก็เป็นได้ ดังนั้นผมไม่ควรเสี่ยง

"เจ้าชาย" เสียงเหมือนมีคนเรียก ทำให้ผมเงยหน้าหมดอาลัยตายยากขึ้นมอง

"เจ๊" ผมพูดชื่อพี่สุดที่รักเสียงเบาหวิวจนตัวเองยังแทบไม่ได้ยิน

เจ๊โฮปปี้ยืนอยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มพร้อมกับผู้ชายอีกสองคน เขามองตรงมาที่ผมด้วยสายตาตื่นตระหนก นิ้วชี้ของเจ๊โฮปปี้ยกขึ้นชี้อย่างกล้าๆกลัวๆ ไปที่ไอ้พ่อมดตัวต้นเหตุ ผมส่ายหน้าพร้อมขยับปากพูดเบาๆให้เจ๊โฮปปี้จับใจความเอาเองว่า

"ช่วยด้วย"

เจ๊โฮปปี้ชะงักนิ่งก่อนจะรีบขยับปากถามช้าๆ

"ทำไมนายถึงขึ้นไปอยู่บนบ่าของ...."

"อย่าเพิ่งถาม มาช่วยผมก่อน" ผมรีบขยับปากบอก

ฟึ่บๆๆๆ

เจ๊โฮปปี้ส่ายหน้าจนน่ากลัวหัวจะหลุด อืม ดูรักกันมาก

"เจ๊" ผมส่งสายตาเว้าวอนให้

"แล้วจะให้ช่วยยังไง"

"พาผมกลับบ้านที"

"แล้วเขาล่ะ" โธ่เว้ย ยังมีแก่ใจไปห่วงไอ้โรคจิตนี่อีกนะเจ๊โฮปปี้

"ผมจะกลับบ้าน" ผมรีบย้ำอีกครั้ง เจ๊โฮปปี้พยักหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของผม

"รถจอดอยู่หน้าโรงแรม"

ผมพยักหน้าแล้วมองตามหลังเจ๊โฮปปี้ที่วิ่งฝ่าผู้คนออกไปทางประตู

"นายทำอะไร" ผมสะดุ้งตกใจเมื่อเสียงของไอ้พ่อมดดังขึ้น

"ปละ...เปล่า"

"นายนี่เป็นผู้ชายมีเล่ห์เหลี่ยมจริงๆ"

"หมายความว่ายังไง" ผมพยายามบิดตัวหันหน้ามาถามเขา

"แขกที่มาในงานนี้ทุกคนรู้ว่าฉันคือใคร แต่นายกลับแกล้งทำเป็นไม่รู้ หึๆ คงเพื่อให้ฉันสนใจตัวนายสินะ อืม ซึ่งมันก็ได้ผลมาก ฉันเกือบเชื่อไปแล้วว่านายทำเป็นสะบัดสะบิ้งเพราะไม่รู้ว่าฉันคือใคร ขอชมเชยว่านายเล่นบทหวงเนื้อหวงตัวเก่งจริงๆ"

"ปกติคุณคิดเองเออเองแบบนี้เสมอรึเปล่า สติคุณยังโอเคอยู่ใช่มั้ย" ผมประชดเข้าให้อย่างโกรธๆ

"เลิกเล่นละครสักทีน่า มันน่าหงุดหงิด"

ผมถอนหายใจให้กับความดื้อด้านของเขา นี่เขาจะหลงตัวเองเกินไปหน่อยมั้ยที่เชื่อว่าตัวเองเป็นที่รู้จักของทุกคนในงาน รวมทั้งผมด้วย เขาคงไม่รู้สินะว่าผมไม่ใช่ ดารา นักร้อง นายแบบเหมือนกับแขกคนอื่นๆในงาน ผมเป็นแค่เด็กเสริฟ์ร้านเบเกอรี่ที่แสนโชคร้ายที่บังเอิญมาเจอกับพ่อมดจอมหื่นอย่างเขาเนี่ย

และแล้วเขาก็เดินแบกผมออกมาจากข้างนอกงานเลี้ยงโดยไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดขวาง และถ้าผมจำไม่ผิดข้างหน้าคือขั้นบันไดที่มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบขั้น แล้วเจ๊โฮปปี้วิ่งหายไปไหนแล้วเนี่ย ไม่ได้การล่ะ! ผมจะมารอความช่วยเหลืออยู่ไม่ได้นะ เผื่อเหตุการณ์มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิดอีกล่ะ

"นี่ๆ" ผมส่งสัญญษณให้เขาอีกครั้ง"

"เรียกใคร หืม" เฮ้ย นายเอามือออกจากต้นขาของผมเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พ่อมดลามก 

"ขานายนี้เรียวดีนี่ หึๆ" 

ใจเย็นไว้จีมินเราต้องหาทางลงจากไหล่ไอ้พ่อมดโรคจิตนี่ก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

"คุณปล่อยผมลงได้มั้ย เดี๋ยวผมเดินเองคุณแบกผมไว้บนไหล่แบบนี้ เลือดของผมหมดแล้วเดี๋ยวผมได้ตายก่อนพอดี"

"เหรอ งั้นบอกได้มั้ยว่าถ้าฉันปล่อยนายลง นายจะไม่คิดชิ่งหนีฉัน" ผมเริ่มนิ่งอีกครั้งจนกระทั่งเขาถามย้ำ

"ว่าไง" 

"ได้สิ ผมก็ไม่คิดจะหนีตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่ทำไปเพราะแค่แกล้งให้คุณสนใจผมเท่านั้นล่ะ" ขอบอกตอนนี้สมองผมอันชาญฉลาดของผมวิ่งพล่านแล้ว หึๆ ได้ผล! เขาวางผมลงกับพื้นทันที 

"ไปกันต่อได้รึยัง" เขาถามพร้อมกับท่าทีเหมือนจะมารั้งเอวผมให้เดินไปพร้อมเขา แต่ผมตั้งตัวได้แล้วรีบถอยไปข้างหลังทันที ก่อนจะยกขาข้่างหนึ่งมาทางด้านข้างอีกข้างที่ยืนทรงตัวอยู่ เขาเลิกคิ้วมองผมอย่างแปลกใจ

ตอนนี้ได้เวลาที่เจ้าชายจะใช้ประโยชน์จากรองเท้าหนังของตัวเอง ในเมื่อคืนนี้ผมหาเจ้าชายของตัวเองไม่เจอ งั้นผมของใช้รองเท้าหนังข้างนี้ให้เป็นประโยชน์ก่อนกลับบ้านก็แล้วกัน หีๆ

"คุณมันทุเรศ อย่ามาเจอกันอีกเลยไอ้พ่อมดโรคจิต"

ฟ้าวววว

ผมถอดรองเท้าหนังแล้วเขี้ยงไปข้างหน้าสุดแรงเกิด และไม่รอดูผลของมัน ผมรีบหมุนตัวเตรียมจะวิ่งลงบันไดทันที

โป๊ก!

"โอ๊ย หัวฉัน ไอ้บ้าเอ๊ย!!"

ถ้าผมบ้า คุณก็โครตบ้าเลยล่ะ ยี้ ไอ้คนเส็งเคร็ง

ผมวิ่งลงบันไดไปด้วยรองเท้าหนังที่เหลือข้างเดียวทันที แต่ผมไม่สนใจ ตอนนี้ขอเพียงให้ผมวิ่งไปให้ถึงรถเจ๊โฮปปี้ที่จอดรออยู่ข้างหน้าได้เป็นพอ

ตึกๆๆ

"หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ!"

ตึกๆๆ

ใครจะยอมทำตามที่คุณพูดกันเล่า

"ฉันจะตามล่านาย ฉันจะสืบจนรู้ว่านายเป็นใคร แล้วฉันจะฆ่านายทิ้งได้ยินมั้ย!" เสียงของเขาที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมยิ่งเร่งสปีดความเร็วขึ้นอีก

ตึกๆๆๆ

รุ้จักอดีตนักวิ่งลมกรดของโรงเรียนอย่างผมน้อยไปแล้ว หึๆๆ

นั่น! รถของเจ๊โฮปปี้อยู่ตรงนั้น

ตึกๆๆๆ

อีกนิดเดียว แฮกๆ

"ให้ตายสิ นี่นายพกฉลากน้ำอัดมาในงานด้วย"

เอี๊ยดดด!

เหมือนคำประกาศิตที่ทำให้ผมหยุดฝีเท้าของตัวเองลงแทบจะในทันที ผมสะบัดใบหน้าภายใต้หน้ากากหันกลับไปมองที่ฉลากน้ำอัดที่ผมเผลอทำหล่นอยู่ตรงขั้นบันไดซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างผมกับไอ้พ่อมดนั่นพอดี

ผมจะทำไงดี นั่นฉลากน้ำอัดเชียวนะ

"เจ้าชาย! ทิ้งฉลากน้ำอัดนั่นไปซะแล้วรีบวิ่งมาทางนี้" เสียงของเจ๊โฮปปี้ดังขึ้นเหมือนช่วยผมตัดสินใจ

"เจ้าชาย!"

"เจ้าชาย!"

"ไอ้เจ้าชาย!"

"ใครคือเจ้าชาย"

เสียงเซ็งแซ่ของแขกเหรื่อในงานที่พากันวิ่งออกมามองดูเหตุการณ์ต่างพากันเรียกผมด้วยชื่อนั้น โดยเฉพาะยัยฮานึลกับเยนาที่เรียกผมเสียจนเสียงดังเวอร์ เหงื่อเม็ดเป็งเริ่งไหลออกมาจนชุ่มหน้าของผมเมื่อไอ้พ่อมดนั่นย่างสามขุมลงมาหยุดอยู่ตรงขั้นบันไดที่ผมทำฉลากน้ำอัดกล่นไว้
มือใหญ่ของเขาเลื่อนไปที่หน้ากากของตัวเองก่อนจะถอดมันออกช้าๆ

"นายตายแน่ ไอ้เจ้าชาย"

โอ้ ไม่นะ!

"คะ...คุณคือ...จอน จองกุก"

เอาล่ะ คราวนี้ต่อให้มีฉลากน้ำอัดสักร้อยมากองอยู่ตรงหน้า ผมจะไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ของแค่ผมได้หนีพ้นจากผู้ชายคนนี้ก็พอ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ก่อนไปขอเอาคืนเรื่องที่ไอ้หมอนี่ตีก้นผมก่อน ผมถอดรองเท้าหนังข้างที่เหลือก่อนจะขว้างสุดแรงเกิด

ฟ้าวววว

โป้ก!

"โอ๊ยยยย"  รองเท้าหนังที่ผมขว้างไปโดนหน้าผากหมอนั่นเต็ม หึๆๆ สะใจ

ส่วนตอนนี้ก็...โกยต่อล่ะน้า

ฟิ้ว!

ผมขึ้นกระโดดขึ้นรถเจ๊โอปปี้ก่อนจะเลื่อนกระจกแล้วแลบลิ้นให้กับคุณจองกุกที่วิ่งไล่ตามผมอยู่ตรงบันได สมน้ำหน้าอยากมาโรคจิตใส่ผมก่อนทำไม 





TO BE CONTINUED...........







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #9 My_heartbeat (@My_heartbeat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 08:30
    โอ๊ยย55555 ชอบฉากการปา
    รองเท้าอ่ะ นึกถึงหน้าจองกุกแล้วตลกอ่ะ5555555
    #9
    0
  2. #8 kookminpatny6113 (@kookminpatny6113) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 23:19
    รีบต่อน้า
    #8
    0
  3. #7 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 22:05
    จีมินนนน แกล้งจองกุกเฉยยย คู่นี้กัดกันอย่างเดียวเลยยย 555555รอค่าาา
    #7
    0