Love baddie รักร้ายๆของพ่อมดจอมโหด | Kookmin

ตอนที่ 5 : CHAPTER 4 (อัพครบแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    16 มี.ค. 62






"สเต็กปลาของฉันได้หรือยัง" เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากห้องกินข้าวในบ้านมือสองย่านใจกลางเมือง ผมเงยหน้าขึ้นจากจานสเต็กตรงหน้า


"ป็อปคอร์นของฉันอยู่ไหน หนังเรื่องโปรดของฉันจะเริ่มแล้วนะ!"ผมละมือจากจานสเต็กชั่วคราวเพื่อเดินไปที่เตาไมโครเวฟ ถุงมือกันร้อนถูกสวมอย่างรวดเร็ว ไม่นานถุงป็อปคอร์นก็ถูกหยิบออกมาวางไว้คู่กับจานสเต็ก


"จีมิน เข้ามาในห้องของฉันเดี๋ยวสิ ฉันต้องการคนมาสก์หน้า" ผมถอนหายใจยาวอย่างเซ็ง


"จีมิน!!!!" คราวนี้ทั้งสามคนประสานเสียงเรียกชื่อของผมราวกับว่าผมเป็นบุคคลสำคัญ


"ครับ" ผมรับคำก่อนจะถือจายสเต็กและถุงป็อปคอร์นไว้ในมือคนละข้าง แล้วรีบเดินออกจากห้องครัว ห้องกินข้าวเป็นห้องแรกที่ผมจะเดินไปบริการ จานสเต็กถูกวางไว้ตรงหน้าลูกสาวคนโตของบ้าน แต่ดูท่าเธอจะหิวมากหรือไม่ก็คงจะไร้มารยาทตั้งแต่เกิด ถึงได้หลงลืมแม้กระทั่งคำขอบคุณ เธอลงมือกินสเต็กทันทีเหมือนผมไม่มีตัวตน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะยังมีอีกสองที่ที่ผมต้องเดินไปให้ถึงในคืนนี้


"ราดคาราเมลหรือยัง" เสียงลูกสาวคนเล็กของบ้านถาม แต่สายตาไม่ได้หันมามองทางผมแม้แต่น้อย สายตาเธอจดจ่ออยู่ที่กล้ามล่ำๆของพระเอกในจอทีวี


"ยัง" ผมบอกขณะวางถุงป็อปคอร์นไว้ใกล้มือเธอ


"งั้นก็เอากลับไปราดคาราเมลมาให้ฉัน"


"นั่นก็ต้องหลังจากผมมาสก์หน้าให้แม่ของเธอเสร็จก่อน" พูดจบผมก็รีบเดินไปอีกทางทันที ไม่สนใจว่าเยนาจะแสดงอาการไม่พอใจผมแค่ไหน แต่เธอคงไม่กล้าโวยวายหรอก เพราะบ้านหลังนี้แม่ของพวกเธอมี (บ้า) อำนาจมากกว่าใคร


ตึก!


ผมวางขยะถุงใหญ่ลงพื้นอย่างอ่อนแรงในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนนี่ผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่นะ! แทนที่จะได้กลับไปนอนตีพุงอยู่ที่ห้องที่เต็มไปด้วยรามยอนอย่างสบายอารมณ์ กลับต้องมาปัดกวาด เช็ดถู ทำอาหาร และเดินพาเหรดเพื่อบริการสามแม่ลูกนั่นจนถึงตอนนี้ที่ผมกำลังหิ้วขยะถุงใหญ่ออกมาใส่ถังหน้าบ้านหลังนี้


เพล้ง!


"บ้าเอ๊ย ถอยก่อนเร็ว" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนกำลังเพลี่ยงพล้ำตะโกนดัง พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนสี่ห้าคนที่พากันวิ่งออกมาจากตรอกแคบๆ ซึ่งค่อนข้างไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่


สายตาของผมพยายามสอดส่องเพื่อมองคนที่อาจจะเดินโงนเงนออกจากตรอกแคบๆ แห่งนั้น เขาอาจโดนลอบทำร้าย แต่เขาคงพอมีฝีมืออยู่บ้างก็เลยไล่คนพวกนั้นให้วิ่งเตลิดไปแบบนั้นได้


เงียบ~


แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นมีใครเดินออกมาจากตรอกแคบๆ นั่นเลยนี่นา หรือว่าเขาจะเดินกลับไปอีกทางหนึ่งนะ เพราะผมจำไม่ผิดตรอกนั้นเหมือนจะมีทางออกอีกทางหนึ่งอยู่ด้านหลัง อืม......แล้วนี่ผมจะไปยุ่งอะไรกับเรื่องของพวกนักเลงด้วยเล่า ดีไม่ดีผมอาจจะโดนลูกหลงโดยไม่รู้ตัวก็ได้ อึ๋ย ไม่เอาดีกว่า ทำเป็นไม่เห็นแล้วกัน


มี้~


อ๊ะ ลูกแมวน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกำลังเดินเข้าไปในตรอกนั่น แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นกับมันเลยนี่ สงสัยเหตุการณ์คงสงบจริงๆ แล้วล่ะมั้ง เฮ้อ แต่อย่ามังไปสนใจเรื่องของคนอื่นอยู่เลยจะดีกว่า เพราะตอนนี้ตัวผมเองยังจะเอาไม่รอดเลยเนี่ย


"เหนื่อยที่สุด" เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุร้ายใดๆอีก ผมจึงกล้าทรุดตัวนั่งลงข้างๆถังขยะสีเหลืองอย่างไม่รังเกียจ เพราะสภาพของผมตอนนี้คงไม่ได้ดูดีไปกว่ามันสักเท่าไร เพราะฉะนั้นคบมันเป็นเพื่อนสักสองสามนาทีคงไม่เสียหาย


มือหนึ่งล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบของที่มีคุณค่าทางจิตใจขึ้นมา ถึงผมจะอาภัพอับโชคหลังจากที่แม่เสียและพ่อต้องไปทำงานต่างประเทศ แต่อย่างน้อยก็มีเจ๊โฮปปี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด และบัตรเชิญไปงานแฟนซีปาร์ตี้ใบนี้ก็เหมือนกระดาษเวทมนต์ที่จะเสกให้ผมกลายเป็นเจ้าชายแสนสวยที่รายล้อมไปด้วยนายแบบชื่อดังหรือหนุ่มหล่อจากตระกูลไฮโซที่เข้ามาขอเต้นรำราวกับอยู่ในนิทาน หุๆ ผมต้องเตรียมรองเท้าแก้วเหมือนซินเดอเรลล่าหรือเปล่านะ พอถึงเที่ยงคืนแล้วทำมันหลุดหายพร้อมชื่อที่อยู่และเบอร์แปะไว้ดีกว่า แต่คิดไปคิดมารองเท้าแก้วแพงไปงั้นเป็นรองเท้าแตะตราช้างดาวดีกว่าถูกด้วย เจ้าชายของผมคงจะรับได้ล่ะมั้ง อ๊าย แค่คิดขึ้นมาก็มีความสุขแล้ว


"นั่งขอทานเหรอ"


สะ.....เสียงใครน่ะ! หน็อย กล้าว่าผมคนนี้นั่งขอทานอย่างนั้นเรอะ คนจนก็โมโหเป็นเหมือนกันนะเว้ย


มี้~


ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นมองคนพูดจาดูถูก ผมก็ต้องตกตะลึงจนขนลุกเกรียวเมื่อเจอกับบุคคลที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งกำลังยืนอุ้มลูกแมวตาดำๆ เฮ้ยยย เป็นคนเลวยังไม่พอ นี่คิดจะกินลูกแมวด้วยเรอะ จะโหดเหี้ยมเกินคนไปแล้ววววว


"คุณจองกุก!!!"


"เปลี่ยนจากเด็กเสิร์ฟมาเป็นขอทานแล้วเหรอ อืม มีลูกเยอะก็แบบนี้ล่ะ ต้องทำหลายอาชีพหน่อย" คุณจองกุกพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนผมเกือบเชื่อว่าเขาเชื่อคำพูดของผม แต่เมื่อเขาเริ่มแสยะยิ้ม ผมถึงรู้ในทันทีว่าเขาพูดประชดประชันอย่างร้ายกาจ แต่ผมไม่สนใจประเด็นนั้นอีกต่อไปแล้วในเมื่อตอนนี้ผมมีประเด็นสงสัยใหม่เกิดขึ้น


"เมื่อกี้คุณมีเรื่องกับพวกนักเลงในตรอกนั่นเหรอ" ผมถามเมื่อเห็นหางคิ้วของเขามีรอยช้ำเล็กๆ ส่วนบริเวณอื่นก็ยังใสกิ๊งเหมือนเพิ่งออกมาจากหนังสือแมกกาซีน แหวะ ไอ้หล่อ


"มันใช่เรื่องของนายมั้ย"


"......." เออ ผมก็ไม่อยากรู้นักหรอกเรื่องของนายน่ะ ยี้ (เหรออออ)


"นายคงจนมากสินะ"ใบหน้าหล่อแลดูครุ่นคิด แต่ผมรู้ว่าเขาจงใจกวนประสาทผมมากกว่า


"นั่นมันก็เรื่องของผม" เอาคืนมั่ง ฮึ 


"คุณน่ะช่วยอุ้มแมวไปกินไกลๆเลยนะ ยี้ โรคจิต โหดเหี้ยม"ขอโทษนะเจ้าลูกแมวน้อย ผมไม่สามารถยื่นมือช่วยเหลือแกได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นคนเลวอย่างหมอนี่คงจะฆ่าผมให้ตายตามแกไปอีกคน


"พูดอะไรของนาย"


"แมวที่คุณอุ้มอยู่น่ะ อาหารมื้อค่ำใช่มั้ย"

คุณจองกุกก้มมองลูกแมวน้อยในอ้อมกอดของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมอีกครั้ง


"อ๋อ นายคิดว่าฉันจะกินแมว"


"ก็มันจริงมั้ยล่ะ หรือคุณจะให้ผมคิดว่าคนอย่างคุณมีจิตคิดเมตตาชอบเลี้ยงสัตว์น่ารักๆ ทั้งๆ ที่นิสัยของคุณที่ผมเจอมาแต่ละอย่าง่ะเรียกได้ซาตานชัดๆ


"ความคิดบรรเจิดจริงนะ"


"คุณน่ะจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมายุ่งกับผม ไม่ต้องมาทำเป็นรู้คนอย่างผม เพราะสิ่งที่คุณเคยทำกับผมทุกอย่างมันโหดร้ายเกินกว่าที่ผมจะให้อภัย"


"หลงตัวเองไปหน่อยมั้ย ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับนายเลยสักนิด แต่นี่มันทางเดินสาธารณะที่ฉันบังเอิญเดินผ่านต่างหากไอ้พวกนักเลงนั้นก็เข้าใจหลอกฉันมาเหลือเกิน เฮ้อ รู้งี้ฉันกระทืบพวกมันให้จมดินไปเสียก็ดี ถ้ารู้ว่าพวกมันเป็นต้นเหตุให้ฉันมาเจอนายแบบนี้ ส่วนนายก็หัดเข้าใจอะไรบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงซะมั่ง"


"หน็อย คนกินแมวอย่างคุณคิดจะมาสอนผมอย่างนั้นเรอะ"


"ถ้านายพูดว่าฉันเป็นคนกินแมวแค่อีกครั้งเดียว ฟันได้ร่วงหมดปากแน่"


ไอ้คนเฮงซวย ชอบทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า กล้ามากจะต่อยผู้ชายบอบบาง เถื่อนนนนน


ผมรีบลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากได้ยินคำขู่นั้น ริมฝีปากของผมเม้นแน่นอย่างข่มใจไม่ให้ตอบโต้เขาด้วยคำพูดที่เผ็ดร้อน ถุงขยะใบใหญ่ถูกยกขึ้นมาด้วยความยากลำบากด้วยสองแขนเล็กๆของผม เพื่อนำมันใส่ถังขยะให้เสร็จไปผมจะได้กลับหอเสียที


หมับ!


มือใหญ่ของคุณจองกุกเอื้อมมาจับปากถุงขยะก่อนที่เขาจะยกมันขึ้น


"ไม่ต้องช่วย!"ผมรีบกระชากเสียงบอก


"ตกลง


ฟุ่บ


ไม่นะ


"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย" ผมกรีดร้องเสียงดังอย่างลืมตัวเมื่อคุณจองกุกเหวี่ยงถุงขยะใบใหญ่ลงพื้นอีกครั้ง ส่งผลให้ขยะเปียกมากมายภายในถุงพร้อมใจกันออกมานอนแอ้งแม้งอยู่เกลื่อนทางเดิน


"แย่จัง หลุดมือ"


เขาแกล้งผมนี่ใบหน้าของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความสำนึกผิดเลยสักนิดเลย มันกลับเต็มไปด้วยความสะใจที่ได้แกล้งผม หรือว่ามันเป็นกิจกรรมโรคจิตของเขาต้องทำก่อนเปิปพิสดารอาทิเช่นกินแมวอะไรอย่างนี้


ผมข่มความโกรธจนหน้าร้อนไปหมด เดาได้เลยว่าสีของผมต้องบอกอารมณ์ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี


"หิวข้าวเหรอ"


อ๊ากกกก! ไอ้บ้าเอ๊ย มันไม่ใช่อารมณ์หิวข้าวเว้ย


"ผมโมโห"ตัดสินใจบอกไปซะเลยดีกว่า อย่างน้อยเสียงตะคอกของผมอาจจะช่วยระบายอารมณ์ได้บ้าง


"นายนี่เป็ทั้งคนจน เป็นทั้งคนขี้โมโหเลยนะ ไม่ไหวจริงๆ


ไอ้บ้าๆๆๆยังไม่หยุดอีก เขาคิดจะกวนประสาทผมไปถึงไหนเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางขั้นร้ายแรงมาก่อน ทำไมเขาต้องจองเวรผมด้วยวิธีนี้ โอ๊ย อกจะแตกตายอยู่แล้วเนี่ย!


"คุณจะไปไหนก็ไปเถอะ" ผมกัดฟันพูดอีกครั้งก่อนจะนั่งลงเก็บขยะที่พื้นเพื่อเลี่ยงการคุยกับเขา


"ฉันว่าอยู่คุยกับนายต่ออีกหน่อยดีกว่า" หา!!!!


ขวับ!


"โอ๊ย" ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองคุณจองกุกจนคอเคล็ด แต่แทนที่เขาจะตกใจหรทอเข้ามาช่วยผมสักนิด เปล่าเลย! เขากลับหลุดหัวเราะอยากมาเสียมารยาท ที่แท้ประโยคเมื่อกี้เขาแค่ต้องการแกล้งผมเล่น


"หึๆๆๆ นายนี่ฮาเป็นบ้าเลยว่ะ"


"คะ....คอ....คอผม"


"อุ๊บส์ หึๆๆ ดูนายทำเข้าสิ ท้องฉันแข็งไปหมดแล้วเนี่ย หึๆ"


"เป็นเพราะคุณคนเดียว ผมเลยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ คุณจะไปไหนก็ไปเลยไป๊ ไปให้ห่างๆฉันเลยนะ" ผมรีบลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมกับเอามือกุมคอไว้ด้วยความเจ็บปวด

ไม่ทำแล้วไอ้งานเฮงซวยนี่ ผมอยากกลับหอมากที่สุดเยตอนนี้อยากหนีไปให้ไกลจากไอ้บ้านี่ เออ หัวเราะมันเข้าไปสิ หัวเราะซะให้พอ


"อ้าว แล้วนั่นนายจะไปไหน" เสียงคุณจองกุกดังขึ้นเมื่อเห็นผมกำลังจะเดินจากไป


"ผมจะกลับบ้าน"


"อ้าว แล้วบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของนายหรือไง"


"ก็คุณบอกเองนี่ว่าผมเป็นขอทาน แล้วผมจะไปอยู่บ้านสวยๆอย่างนี้ได้ไง" ผมประชดโดยไม่ยอมหยุดเดิน


"ล้อเล่นน่า คนจนอย่าน้อยใจสิ"


บ๊ะ! คำก็จน สองคำก็จน เออ! ผมเป็นคนจนจริงๆนั่นแหละ ไม่เถียงหรอก


"เฮ้ อย่าเพิ่งไปสิจีมิน ผมคิดอะไรดีๆ ออกแล้วล่ะ"

"คนอย่างคุณมีด้วยรึไง เรื่องอะไรดีๆน่ะ"


"ไปอยู่กับฉันมั้ย"


กึก!


เหมือนรองเท้าของผมติดเบรกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่ดังขึ้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากำลังชวนผมไปอยู่ด้วย


"คุณ....."ผมหันกลับไปมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้

อย่างแรงทันที


"ตอนนี้ฉันเหงามากเลย นายไปอยู่ฉันเป็นเพื่อนคอยสร้างเสียงหัวเราะให้หน่อยสิ"


"ผะ....ผมไม่ใช่ตัวตลกนะ"


"ฉันมีเงินเดือนให้ นายจะไม่ต้องมาทำอะไรมาก แค่ทำตัวเปิ่นๆเด๋อๆแบบนี้ให้ฉันหัวเราะทุกวัน งานสบายกว่าไปเป็นเด็กเสิร์ฟหรือมานั่งขอทานข้างถังขยะนี่อีก"


"คุณนี่มัน....."


"นี่! จะด่าอะไรฉันให้ระวังคำพูดหน่อยก็ดี นายก็รู้นี่ว่าฉันเป็นใคร" ใบหน้ายียวน


"ใช่ซี่ คุณเป็นถึงบอสของแก็งบังทัน คนอย่างคุณน่ะอยากได้อะไรก็ได้ มีทั้งเงิน ทั้งอำนาจ มีคนล้อมหน้าล้อมหลัง แล้วคุณยังจะอยากได้ตัวผมไปเป็นตัวตลกอีกทำไม และขอบอกไว้เลยนะว่าถ้าผมจะทำงานให้ใคร ผมทำด้วยใจ ไม่ใช่เม็ดเงิน แม้คุณจะให้ค่าจ้างผมมากเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ไปทำงานให้คุณเด็ดขาด เพราะผมเกลียดคุณ ได้ยินมั้ย ผมเกลียดคนอย่างคุณ!"

สิ้นเสียงกรีดร้อง ผมแอบเหลือบไปเห็นกระป๋องน้ำอัดลมที่กลิ้งอยู่บนพื้นไม่ไกล เร็วเท่าความคิด ผมยกขาขึ้น ตั้งใจจะเตะอัดกระป๋องให้ลอยไปกระแทกใบหน้าหล่อที่ยียวนกวนประสาทนั่นให้เจ็บสักครั้ง แล้วผมจะใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไม่ให้เขาตามจับได้ทันเลยคอยดู หึๆ


แต่......


พลั่ก!


"โอ๊ย ละ.....หลังผม"

ให้ตายเถอะ ทำไมคนเจ็บตัวต้องเป็นผมอยู่เรื่อยเลยนะ แทนที่จะได้จัดการไอ้หมอนี่ ผมกลับเตะกระป๋องพลาดและลื่นล้มหงายหลังลงกับพื้นอย่างแรง ต่อหน้าต่อตาคุณจองกุกที่กำลังยิ้มกว้าง.....เขาหัวเราะเยาะเย้ยผมอีกแล้ว


"อุ๊บส์ ฮ่ะๆ หึๆๆ มันต้องเป็นนาย หึๆ"


คะ.....คนเลว


"หึๆ เอาเป็นว่าฉันไม่บังคับนา แต่ช่วยเอาเรื่องนี้เก็บไปคิดด้วยก็แล้วกัน อืม มาทำงานกับฉันเนี่ยได้ค่าจ้างงามเลยนะ"


มี้~


เสียงลูกแมวในอ้อมแขนของคุณจองกุกร้องด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู นายโรคจิตนี่กลับมองมันด้วยความหิวโหย (สาบานมั้ยว่าไม่มีอคติ) และผมเองก็ไม่มีแรงพอจะเข้าไปช่วยมันเสียด้วยสิ ขนาดตัวเองยังแทบจะเอาไม่รอดเล้ย


"คุณจะกินมันจริงๆ เหรอ" นี่ผมถามอะไรออกไปน่ะ.....

โอเค ผมแค่เวทนาอาหารมื้อดึกของนายโรคจิตนี่ก็เท่านั้น


"หึๆ นายนี่มันบ้าจริงๆ" ใบหน้าอมยิ้มของเขายังมีให้เห็นอยู่ไม่เสื่อมคลายหลังจากที่ผมทำอะไรเปิ่นๆโชว์ต่อหน้าเขาตั้งหลายรายการ ตอนแรกที่เจอเขานี่ ผมนึกว่าเขายิ้มไม่เป็นซะอีก แต่พอยิ้มออกมาทีหนึ่งแล้วเหมือนจะไม่ยอมหุบยิ้มง่ายๆ อืม รอยยิ้มนั่นยิ่งทำให้เขาดูหล่อขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะแน่ะ

ให้ตายสิ แล้วผมไปยุ่งอะไรกับรอยยิ้มของเขาล่ะ ไม่น่ะ! ผมจะไปหลงกับความหล่อของเขาไม่ได้ ผมกำลังจะได้เจอเจ้าชายที่รอผมอยู่ที่งานแฟนซีปาร์ตี้ต่างหากล่ะ 


"งานแฟนซีปาร์ตี้"


"......" ใช่! เจ้าชายของผมรออยู่ที่นั่น


"นายจะไปงานนี้เหรอ"

ก็ใช่น่ะใช่ โอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตผมที่ผมจะได้มีแฟนหล่อรวยเริดเหมือนในนิทานกำลังจะมาถึงในไม่ช้า เพราะฉะนั้น....เอ๊ะ


"เฮ้ย เอาของผมคืนมานะ!" ผมรีบลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว และผลที่ตามมาก็คือ


"โอ๊ยยยย" เจ็บหลังอ่า~


"หึๆ คืนนี้ฮาว่ะ เอ้า เอาบัตรเข้างานของนายคืนไป" คุณจองกุกร่อนบัตรเชิญเข้าแฟนซีปาร์ตี้ที่เขาเพิ่งเก็บได้จากพื้นมาทางผม แต่เชื่อมั้ยว่าถ้าคนมันจะซวย ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรก็พลอยซวยไปหมด


ฟิ้ว~


สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านใบหน้าของผมไป แรงลมนั่นทำให้บัตรเชิญใบนั้นปลิวลอยไปกับสายลมอย่างช้าๆ โดยมีสายตาของปมคอยมองอยู่ลุ้นระทึก


แหมะ!


อ้าวเฮ้ยยยย ถนนตั้งกว้างทำไมมันต้องไปหล่นบนกองขี้หมาด้วยเนี่ย


"เสียใจด้วยนะ" คุณจองกุกบอกยิ้มๆก่อนจะหมุนตัวกลับและพาแมวในอ้อมแขนเดินจากไป ทิ้งผมให้อยู่เผชิญกับสายลมที่เวิ้งว้าง บรรยากาศที่ว่างเปล่า บัตรเชิญที่มีรอยราคีและกองขี้หมาที่แสดงถึงความสดใหม่....ซึ่งมันเฟรชชี่มากๆๆๆ




TO BE CONTINUED...........











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #4 Bobuuny (@boooooooooooooo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 12:52
    เราจะไม่หัวเราะ......555555 จองกุกกกก ทำไมทำแบบเน่55555
    #4
    0