[BTS] Grow KOOKMIN

ตอนที่ 14 : Grow step 14 Family life 1 Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    7 พ.ค. 62






 

เช้านี้หลังมื้อเช้าแสนอร่อยผ่านพ้นไป พ่อแม่ของยอนจุนก็ง่วนจัดการนั่นนี่ จนเด็กอายุสามขวบรู้สึกได้

“แม่ครับ วันนี้เราไปไหนกันหรอ” ยอนจุนถามคนที่กำลังแต่งหล่อให้ตัวเอง

 

“ไปบ้านพ่อครับ” เป็นจองกุกที่หันมาตอบลูกชาย ขณะติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนของตัวเอง

“บ้านที่ปู่กับย่าอยู่ใช่ไหมครับ” เด็กน้อยถามย้ำอีกครั้งอย่างดีใจ เขาจะได้เจอปู่กับย่าแล้วใช่ไหม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางฟากของคุณปู่คุณย่าหมาดๆ ก็ตื่นเต้นลึกๆ ที่จะได้เจอหลาน หลานที่ตัวเองเพิ่งรู้ว่ามี

“ลูกจองกุกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ยองกวังถามเสียงราบเรียบ

 

“ผู้ชายครับ ชื่อน้องยอนจุน” แทฮยองตอบคำถามนั้น

 

ยองกวังฟังไปอย่างนั้น ไม่อยากจำ ไม่อยากรู้สึกอะไรทั้งนั้นในตอนนี้

 

 

 

“โอ๊ะ เหมือนจะมากันแล้ว เดี๋ยวผมออกไปรับนะครับ” ลูกชายว่าก่อนลุกออกจากห้องรับแขกของบ้านไป

 

 

 

 

 

จองกุกขับรถจีมินเข้ามาจอดในบ้าน ก่อนลงไปอุ้มลูกชายที่นั่งอยู่เบาะหลังไว้ในอ้อมแขน สามชีวิตเดินเข้ามาพร้อมกัน และเจอกับคิมแทฮยองที่รอต้อนรับอยู่หน้าบ้าน

 

“ขออุ้มหน่อยได้ไหม คนนี้น่ะ” ลุงแทจับแขนหลานเบาๆ อยากหยอกให้ร้องไห้จ้าสักที หมั่นเขี้ยว

 

ยอนจุนสลัดแขนออกจากการจับกุมด้วยแรงน้อยๆ ที่มี พร้อมโผกอดคอพ่อจองกุกแน่นกว่าเดิม บางทีคนที่ร้องไห้จ้า อาจจะเป็นคิมแทฮยอง

 

จีมินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดหลุดหัวเราะออกมา อย่างน้อยเขาก็ได้หัวเราะ หลังจากที่กังวลมาตั้งแต่เมื่อคืน

 

แทฮยองรู้สึกเหนื่อยล้า ถอนหายใจออกหนึ่งทีก่อนนำทางทุกคนเข้าบ้านไป พ่อกับแม่รอทั้งสามคนแต่เช้าแล้ว

 

 

“จองกุกรักจีมินนะ” จองกุกหันไปบอกคนที่เดินตามอยู่ข้างๆ

 

“ยอนจุนก็รักแม่นะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกเดินเข้ามาก่อน ก่อนจะเป็นจีมินที่เดินตามเข้ามา คิมยูรีเห็นหน้าถึงกับเดินเข้าไปกอด เธอไม่เคยรู้เลยว่าจีมินเลี้ยงเด็กที่จองกุกอุ้มเข้ามาจนโตขนาดนี้ เธอเองก็เลี้ยงแทฮยองมาด้วยตัวคนเดียวเหมือนกัน เธอรู้ดีว่ามันยากลำบากขนาดไหน

 

ความรู้สึกผิดในใจที่ไม่ได้บอกให้คนที่ห่วงใยได้ทราบก่อนทำเอาน้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย ยอนจุนที่เห็นว่าแม่ตนกำลังร้องไห้ก็เริ่มเบะตาม

 

 

“ไม่ร้องนะครับคนเก่ง” จองกุกปลอบลูกชาย มือหนาเช็ดน้ำตาที่เริ่มหยดออกมาเล็กน้อยจากใบหน้าเล็ก จีมินเช็ดน้ำตาตัวเองเช่นกัน หากเขาร้อง ลูกชายก็จะร้อง

 

ยองกวังมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจที่ตื้นตัน ลูกชายที่แสนดื้อของเขา โตจนเป็นพ่อคนแล้วอย่างนั้นหรือ

 

 

 

ยอนจุนนั่งตักพ่อของเขาบนโซฟาตัวกลาง ตัวเดียวกับคุณปู่ จีมินนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่อยู่ตรงข้ามแม่ยูรี และพี่แทฮยอง

แทฮยองอึดอัดกับความเงียบนี้ แต่จะให้พูดก่อน คงไม่เหมาะเท่าไร

 

 

 

 

 

“ชื่ออะไรเรา” ยองกวังถามเด็กที่นั่งอยู่บนตักลูกชายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใจดี

 

“ยอนจุนครับ” แต่เด็กน้อยก็ตอบคำถามอย่างไม่รู้สึกกลัว

 

 

“แม่เราไม่ยอมพาเธอมาเจอฉันเลยนะ” คุณปู่ว่าไปยังแม่ของยอนจุน

 

“แม่บอกว่ารอให้พ่อเป็นคนพามาครับ” ก็ถ้ามาว่าแม่ยอนจุน ยอนจุนไม่ยอมหรอก ต้องอธิบายให้คุณปู่เข้าใจ

 

เด็กนี่ช่างพูดดีนะ ชักจะเอ็นดูเสียแล้วสิ

 

“พูดเก่งจัง อายุเท่าไรแล้ว”

 

ยอนจุนหันไปมองทางแม่เมื่อคำถามของปู่นั้น ยากเกินไปที่เขาจะรู้คำตอบ

“สามขวบครับ” จีมินก้มไปให้คำตอบลูกชายเบาๆ

 

 

นิ้วสั้นสามนิ้วของเด็กอายุสามขวบชูขึ้นมาอย่างยาก เพื่อประกอบคำตอบของตัวเอง

“สามขวบครับคุณปู่”

 

 

ใจของปู่อ่อนยวบเหมือนเหล็กโดนไฟ เพราะความน่ารักของหลาน

“มานั่งตักปู่ได้ไหม” เสียงที่อ่อนลงเรื่อยๆ บัดนี้แทบจะกลายเป็นเสียงเดียวกับเด็กที่อยู่ตรงหน้าแล้ว

 

ยอนจุนกระโดดลงจากตักพ่อ ดิ่งตรงไปหาคุณปู่ที่แม่บอกว่าใจดีโดยทันทีอย่างไม่กลัวอะไร ยองกวังยกหลานมานั่งตัก

 

 

ยองกวังยอมรับว่าจีมินเป็นเด็กน่ารัก วันหนึ่งเขาอาจจะได้มาเป็นสะใภ้ แต่ใจคนเป็นพ่อก็อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกก่อน การส่งจองกุกไปเรียนไกลๆ นอกจากจะให้การศึกษาแล้ว ยังอยากให้ใช้เวลากับความสัมพันธ์ของจองกุกและจีมินด้วย

 

ความน่ารักของจีมินถ่ายทอดสู่หลานของเขาผ่านการเลี้ยงดู เขาอยากสงสัยว่าหากจองกุกไม่มีลูก จองกุกจะยังรักจีมินอยู่ไหม แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคนดีกว่า

 

 

 

 

ยอนจุนเจื้อยแจ้วไปเรื่อยตามประสาเด็ก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แก่แดดเกินไป แม่เลี้ยงมาอย่างไงนะ ถึงน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ ปู่กับย่าคิด

 

“ไปเดินตากแอร์กับปู่กับย่าไหมครับ” ยองกวังถามเมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก ไม่คาดหวังคำตอบอะไรหรอก พวกเขาเพิ่งได้เจอกันวันนี้เอง

 

“ไปครับ”

 

 

ยอนจุนไม่หยุดให้ปู่ให้ย่าหลงรักเลย ทำไมน่ารักอย่างนี้ล่ะลูกเอ๊ยยย

 

 

 

 

 

 

“พ่อกับแม่จะหาอะไรกินข้างนอกเลย พวกเราก็จัดการหาข้าวหาปลากินกันเองแล้วกันนะ” ยองกวังบอกพร้อมอุ้มหลาน ไหนใครนะที่เมินหลานเมื่อสองชั่วโมงก่อน

 

“ให้แม่ไปด้วยไหมครับ” จีมินยืนถามลูกชาย

“ไม่เป็นไรครับ ยอนจุนอยู่กับคุณปู่คุณย่าได้” หลานชายคนแรกตอบเสียงใส อดไม่ได้ที่คุณย่าจะยื่นหน้าไปสูดแก้มหอมๆ สักทีสองที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ดีจัง ที่พ่อกับแม่จองกุกชอบยอนจุน” จีมินพูดเมื่อรถเก๋งสีดำคันหรูถูกขับออกไปพ้นรั้ว

 

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ยอนจุนเป็นลูกจองกุกนะ เป็นหลานพวกท่านด้วย อย่างไงก็ต้องรักอยู่แล้ว” จองกุกว่าให้

 

 

“เพราะคิดแบบนี้ใช่ไหม ถึงไม่ยอมบอกพ่อกับแม่น่ะ” แทฮยองพูดอย่างรู้ทัน

 

 

“...”

เพราะเป็นความจริง สีหน้าจีมินจึงเปลี่ยนไป เป็นสีหน้าที่ยิ้มไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ออก สีหน้าแบบนี้แทฮยองรู้ดี

 

“อย่าร้องนะ พี่ปลอบไม่ได้แล้วอิจฉาน่ะ” ปลอบไม่ได้น่ะสิ ตัวจริงเขายืนอยู่นี่

 

 

 

เพราะเข้าใจความหมายของแทฮยอง จีมินจึงหัวเราะออกมา หัวเราะทั้งน้ำตา จองกุกที่ยืนอยู่ตลอดตกใจ ตกใจที่แทฮยองรู้ว่าจีมินของเขากำลังจะร้องไห้

 

แทฮยองรู้ แต่เขา.. กลับไม่รู้

 

 

สี่ปีที่ผ่านมา คงสนิทกันมากสินะ

 

 

 

 

 

 

“จองกุกกับจีมินไปหาอะไรกินกันเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปหากินที่ร้านเอง” ฝีมือเชฟที่นั่นรสดี้ดี อันนี้ได้แต่คิดในใจ

 

 

“ไปด้วยกันสิครับ” จองกุกชวน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านอาหารหรูถูกใช้เป็นที่ฝากท้องมื้อกลางวันของสามพี่น้อง แทฮยองมาตามคำชวนของน้องชาย ตั้งแต่ที่จองกุกกลับมา พวกเขายังไม่ได้คุยดีกันเลย

 

“ในฐานะที่รวยที่สุด จีมินเลี้ยงนะ” แทฮยองพูดเปิดอย่างขำขัน อันที่จริงก็ไม่ได้รวยมากขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าเทียบกับคนที่เพิ่งทำงานได้ไม่ถึงปีอย่างแทฮยอง กับคนที่ยังไม่ได้ทำงานเลยอย่างจองกุก จีมินดูจะมีเงินเยอะกว่า

 

จองกุกมีสมบัติที่มาจากส่วนของมารดาอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้น จีมินก็ไม่ได้รับรู้หรอก เพราะจองกุกไม่ได้บอกเรื่องอะไรแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณพี่ที่ดูแลจีมินตอนผมไม่อยู่ด้วยนะครับ” จองกุกพูดขอบคุณระหว่างมื้อ

 

“ก็ต้องดูแลสิ นายสั่งไว้นิ่” แทฮยองพูดไปมือก็เขี่ยอาหารในจานไป

 

 

“หมายความว่าถ้าจองกุกไม่ได้บอกไว้ พี่ก็จะไม่ดูแลจีมินหรอครับ” คนตัวเล็กถามอย่างหาเรื่อง

 

 

เอา เอาแล้วไง แล้วต้องพูดอย่างไรต่อล่ะแทฮยอง

 

“ถ้าฉันตอบนายว่าไม่เป็นไรตั้งแต่แรกก็จบแล้วใช่ไหม จองกุก” แทฮยองปิดท้ายด้วยประโยคชวนขำ

 

 

 

ทั้งสามหัวเราะด้วยกันอย่างอารมณ์ดี






















“อยากได้ชิ้นไหนหยิบเลยนะลูก ปู่กับย่าซื้อให้” เสียงยองกวังบอกหลานชายทันทีที่พากันเดินมาถึงแผนกของเล่นเด็ก ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร หลานโตจนป่านนี้ ยังไม่ได้ซื้อของเล่นให้หลานสักชิ้น

 

 

 

 

ยอนจุนเดินนำไปเมื่อได้ยินเสียงอนุญาต สองเท้าหยุดหน้าของที่สะดุดตา มือเล็กกำลังจะเอื้อมไปหยิบ แต่แว่บหนึ่งของความคิดทำให้ต้องหยุดการกระทำนั่น

 

 

ของชิ้นใหญ่ขนาดนี้ต้องแพงมากๆ แน่ๆ ถ้าแม่จีมินรู้ โดนดุแน่ยอนจุน แม่ต้องว่ายอนจุนแน่ๆ แม่ต้องว่า ว่าทำไมไม่เกรงใจคุณปู่คุณย่า ใช่ เราต้องเกรงใจคุณปู่คุณย่านะ ยอนจุน

 

เมื่อคิดอย่างนั้น เด็กตัวเล็กก็เบนสายตาไปทางอื่น และก็เจอสิ่งที่อยากได้ ชิ้นเล็กกว่า ราคาต้องถูกกว่าแน่นอน

 

 

“ยอนจุนเอาชิ้นนี้ครับ”

 

 

ยองกวังและยูรีมองดูหลานชายยื่นของที่อยากได้มาให้ดู พวกเขาเห็นตั้งแต่แรกแล้ว และก็พอจะเดาความคิดเด็กน้อยน่ารักคนนี้ออก

 

“ยอนจุนไม่อยากได้ชิ้นนั้นหรอครับ” คุณย่าย่อตัวจับบ่าหลาน อีกมือชี้ไปยังของชิ้นแรก ที่หลานดูสนใจ

 

 

สีหน้าลังเลฉายขึ้นบนใบหน้าของหลานชายอีกครั้ง ยอนจุนมองตามมือคุณย่าไป ของชิ้นนั้นน่ะหรอ อยากได้สิครับ ถ้ายอนจุนบอกว่าอยากได้ คุณปู่คุณย่าต้องซื้อให้แน่ๆ แต่ถ้ากลับไปพร้อมมัน แม่ดุยอนจุนแน่ๆ เหมือนกัน

 

ถ้าอย่างนั้น ....

 

 

 

“....”

 

 

 

 

 

นี่มันจองกุกตอนเด็กชัดๆ ยองกวังคิด จองกุกไม่ได้เลี้ยงมานี่นา และจีมินเองก็ไม่น่ารู้นิสัยของจองกุกตอนเด็กแน่ๆ ของแบบนี้มันถ่ายทอดให้กันผ่านทางพันธุกรรมสินะ





คุณปู่ใจดีเดินไปหยิบหุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่หลานชายสนใจตั้งแต่แรกมายื่นให้

 

“ตัวนี้ปู่ซื้อให้”

 

 

ยอนจุนดีใจมาก รีบวางของที่ถืออยู่ในมือเบาๆ ก่อนรีบยืนโค้งขอบคุณให้คุณปู่อย่างคนที่ถูกสอนมาดี

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

ยองกวังมองสีหน้าดีใจของหลานชายก็ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก นี่เป็นของชิ้นแรกที่เขาซื้อให้หลาน แถมยังได้เห็นความน่ารักของหลานอีก ไม่หลงตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปหลงตอนไหนแล้ว

 

“ส่วนอันนี้ย่าซื้อให้ ดีไหมครับ” ยูรีหยิบของชิ้นที่ยอนจุนเพิ่งวางกับพื้นมา

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

ยอนจุนรักคุณปู่คุณย่าที่สุดเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงมื้อเย็น ครอบครัวใหญ่กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้งบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศดีกว่าตอนเช้ามาก ด้วยความสดใสของเจ้าตัวเล็กของบ้าน

 

 

“จีมินมีเสื้อผ้าสำรองของยอนจุนหรือเปล่าจ้ะ” คิมยูรีถามหลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จสิ้น

 

“มีครับคุณแม่” จีมินตอบ

 

 

 

เมื่อคุณย่ามั่นใจแล้วจึงเปลี่ยนมาถามหลานแทน

 

“ยอนจุน ให้คุณย่าอาบน้ำให้ ดีไหมครับ”

 

“ดีครับ” หลานชายตอบรับอย่างไม่เขินอาย

 

“โอ่ งั้นปู่ขอไปอาบให้ด้วยได้มั้ย” คุณปู่เข้ามาสมทบด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย

 

เมื่อปฏิกิริยาของหลานชายไปในทางตกลง คุณปู่ผู้แข็งแรงก็สอดรักแร้อุ้มเด็กตัวเล็กออกไปทันที

 

 

 

“จีมินขอไปเอาเสื้อผ้าลูกในรถก่อนนะ” จีมินมักจะเตรียมเสื้อผ้าของลูกชายใส่รถไว้อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

“โล่งใจนะ ที่ปู่กับย่าดูรักหลานขนาดนี้” แทฮยองพูดหลังจากที่ได้อยู่กับน้องชายลำพังสองคน

 

“ไม่เห็นต้องกังวลเลย อย่างไงก็เป็นลูกผม ต่อให้พ่อแม่ไม่รักยอนจุน ไม่รักจีมิน ผมก็เลือกจีมินอยู่ดี” จองกุกบอกความคิดตัวเองไป

 

“อันนั้นฉันเข้าใจ แต่นายควรหัดรับรู้ความกังวลของคนอื่นบ้างนะ อุ้บ” แทฮยองเริ่มรู้ตัวว่าพูดมากไป

 

จองกุกเองก็คิดว่าพี่ชายของเขาพูดมากไป แต่อย่างนั้นก็เข้าใจว่าเป็นเพราะหวังดี

จีมินเดินเข้ามาพอดี ยื่นกระเป๋าผ้าใบเล็กให้จองกุก

 

“เอาไปให้ลูก เดี๋ยวจีมินเก็บโต๊ะเอง”

 

 

จองกุกลังเลที่จะหยิบกระเป๋าที่จีมินยื่นมา ถ้าเขาขึ้นไปข้างบน คนที่อยู่ข้างล่างก็..

 

 

 

“เอามานี้ เดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปเอง ขี้เกียจเก็บโต๊ะ” แทฮยองคว้าสายกระเป๋ายาวมาจากมือจีมินตามเหตุผลที่พูดไป

 

 

 

 

แทฮยองรู้ความกังวลของน้องชาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกมองหลังแทฮยองที่เดินถือกระเป๋าขึ้นชั้นสองไปจนสุดสายตา ก่อนหันมากอดพร้อมหอมแก้มเนียนของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จีมินสลัดออก ตีแขนไปแรงๆ ตามสัญชาตญาณ

 

“จะบ้าหรอ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”

 

“ใครจะมาเห็นอ่ะ เขาขึ้นไปข้างบนกันหมด”

 

“อย่างนั้นก็เถอะ เขาจะลงมาไม่ได้กันหรือไง” จีมินบ่นอุบอิบ มือก็เก็บกวาดจานชามบนโต๊ะ

 

 

“เก็บไว้ทำที่บ้านก็ได้”

 

จีมินหันไปมองคนพูด จองกุกรีบยกจานออกไปเมื่อเห็นสายตาแข็งๆ นั้น
















ถึงเวลาคืนลูกให้พ่อแม่เขาแล้ว จองกุกอุ้มยอนจุนออกมาหลังจากขับรถมาจอดตรงลานหน้าบ้านที่มีหลังคายื่นออกไป

 

“วันหลังมานอนกับปู่กับย่าไหม” ยองกวังถามออกไป หากหลานจะปฏิเสธก็ไม่เสียใจหรอก เพิ่งเจอกันวันนี้วันแรก แถมเด็กวัยนี้ติดพ่อติดแม่จะตายไป

 

“นอนครับ .. พ่อครับ ยอนจุนมาได้ใช่ไหมครับ” ผิดคาด เด็กวัยนี้ยกเว้นยอนจุน ที่ติดพ่อติดแม่

 

“ได้ครับผม” คุณพ่อป้ายแดงตอบลูกชาย

 

“จะไม่กวนปู่ย่าแย่หรอ” จีมินดุอย่างเกรงใจ

 

 

“ไม่ครับ คุณปู่กับคุณย่าบอกว่ายอนจุนเป็นเด็กดี และก็ไม่ดื้อ”

ยองกวังที่ได้ฟังหลานเจื้อยแจ้ว ก็อดที่จะไปบีบแก้มนุ่มอีกครั้งไม่ไหว

 

จองกุก เองตกกระป๋องแล้ว แทฮยองคิด

 

 

 

 

“วันหลังพายอนจุนมาที่บ้านอีกนะจีมิน ให้หลานมานอนกับแม่ก็ได้ ไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ยูรีถามอีกครั้ง

 

จีมินจะว่าอะไรได้ล่ะ จริงไหม

 

 

 

“ก็อย่างนี้ไง จีมินก็เอาจองกุกมา แล้วจีมินก็ให้ยอนจุนไป..” แทฮยองพูดขึ้นมา จริงๆ มันก็ตลกแหละ แต่ก็น่าตีอยู่ดี จีมินเลยหยิกเข้าไปที่เอวแรงๆ นี่แน พูดมาก

 

 

โอ๊ยยย

 

“ดีดี แม่ฝากหน่อยจีมิน” ฝากหยิกให้แรงกว่านี้หน่อย เรื่องแบบนี้ใครเขาพูดเล่นกัน เอ้อ ยูริว่าอย่างเอือมๆ

 

 

 

ไม่ได้มีแค่จองกุกแล้วล่ะ ตอนนี้คิมแทฮยองก็ตกกระป๋องเหมือนกัน




“ผมไปแล้วนะครับ” จองกุกลาก่อนพาเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนและคนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ เดินออกมา

 

ยังไม่ทันได้กี่ก้าว เสียงดังทุ้มของยองกวังก็เรียกจองกุกไว้ ขาสองคู่หยุดลงพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ให้เขาไปอยู่กับลูกหรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้น จองกุกโวยวายแน่

 

 

 

 

“ครับ?” จองกุกหันไปก่อน

 

 

ยองกวังขยับเท้าเดินเข้ามาใกล้ ไม่ใช่ระยะทางที่ยาว แต่จองกุกกลับรู้สึกว่าแสนนาน

 

 

 

 

 

 

 

“ขอพ่อกอดยอนจุนอีกทีก่อน” ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าหลานที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแล้ว ยอนจุนทำได้อย่างไง หลานเขาทำให้คนแก่อย่างพ่อจองกุกและแม่แทฮยองหลงรักขนาดนี้ได้อย่างไร

 

 

 

ยอนจุนโผออกไปเกาะคอคุณปู่ทันที คุณย่ารีบเดินมาสมทบ

 

“บอกให้พ่อกับแม่พามาหาปู่กับย่าอีกนะครับ รู้ไหม” ยองกวังสั่งหลาน

 

“ครับ” หลานชายยิ้มตอบรับอย่างอารมณ์ดีแม้จะถึงเวลานอนแล้วก็ตาม

 

 

“จองกุก จีมิน ..”

 

“ครับพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง”

 

 

“จีมิน ถ้าไม่ว่างก็โทรบอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ให้แทฮยองขับรถไปรับยอนจุนเอง” คิมยูรีบอกกับจีมิน

 

 

 

 

หลายนาทีกว่าจองกุกกับจีมินจะได้พายอนจุนกลับไป โทษใครไม่ได้เลย เด็กมันน่ารักจริงๆ

 

 

 

“ตอนแรกพ่อไม่โกรธเราหรอกนะแทฮยอง แต่ตอนนี้พ่อชักจะโกรธหน่อยๆ แล้ว ยอนจุนน่ารักขนาดนั้น พ่อควรได้เจอเขาตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ” ยองกวังพูดหลังจากพากันมานั่งพักในห้องรับรอง

 

แทฮยองเองรู้ว่าพ่อไม่ได้คาดโทษตัวเองจริงจัง แต่ก็อยากอธิบาย

 

“ผมก็คิดที่จะให้คุณพ่อคุณแม่รู้ครับ แต่มาคิดดูอีกที หากจีมินหนีไป จะไม่มีใครได้ดูแลเขาเลย”

 

 

จริงอย่างที่ลูกชายบอกนั่นแหละ

 

 

 

 

 

“ว่าแต่เราเถอะ ไปไข่เรี่ยราดที่ไหนบ้างหรือเปล่า” อยู่ดีๆ แม่แทฮยองก็พูดขึ้น

 

“โถ่ แม่ครับบ ผมไม่ไข่เรี่ยราดหรอก”

 

 

การเน้นคำของลูกชายฟังดูแปลกๆ ยูรีพยายามคิด .. ไปตั้งใจไข่อย่างนั้นหรอ

 

ก่อนความคิดของคนเป็นแม่จะออกทะเลไปมากกว่านี้ คิมแทฮยองขอพูดต่อ

 

 

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับแม่ ผมไม่ข้ามขั้นหรอก เดี๋ยววันหลังจะพาลูกสะใภ้ขาวๆ ตัวเล็กๆ เข้าบ้านก่อน แล้วหลานค่อยตามมา”

 

 

ยองกวังขบขันความช่างพูดของลูกชายคิมยูรี พูดเป็นแบบนี้ ถึงได้เป็นทนายมือหนึ่งตั้งแต่อายุน้อยๆ

 

 

 















รถเอนกประสงค์ห้าประตูของจีมินถูกขับมาจอดหน้ารั้วโดยจองกุก โดยปกติจองกุกก็ไม่ใช่คนขับรถไวอะไร แต่ครั้งนี้เขาขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้น บนรถคันนี้ไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว แต่ยังมีแก้วตาและดวงใจอยู่บนรถอีกสองคน

 

 

จีมิน และยอนจุน

 

 

จองกุกลงจากรถไปเปิดประตูหลังที่ยอนจุนนอนตักจีมินอยู่ เขาอุ้มลูกออกมาอย่างทะนุถนอม จีมินลงรถตามมา ควานหากุญแจบ้านที่อยู่ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่

 

 

 

จีมินห่มผ้านวมผืนหนาให้ลูกชาย ก่อนเดินออกจากห้องนอนตามจองกุกไป

 

“หาอะไร” จีมินถามเมื่อเห็นจองกุกชะเง้อชะแง้มองหาอะไรบางอย่างในห้องครัว

“อยากกินนมอุ่นๆ”

 

“นั่งเลย เดี๋ยวจีมินจัดการเอง” มือเรียวชี้ไปยังเก้าอี้ตัวขาว

 

ไม่นาน แก้วใสใส่นมอุ่นๆ ก็วางตรงหน้าจองกุก จีมินนั่งลงฝั่งตรงข้าม

ไม่มีคำพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น จีมินหยิบแก้วเปล่ามา เดินไปยังซิงค์ล้างจาน เปิดน้ำใส่แก้ว พร้อมน้ำยาสำหรับทำความสะอาด จองกุกเดินมายืนข้างๆ อย่างเงียบๆ

 

 

 

 

 

“แต่งงานกันไหม”

 

จีมินหันมาทำหน้าประหลาดใจ จีมินดูเหมือนคนอยากแต่งงานหรอจองกุก

 

จองกุกมองรอยยิ้มของจีมินก็รู้ดี

 

 

“จองกุกอยากแต่งหรอ จีมินอะไรก็ได้” คนตัวเล็กหันมาเอียงคอตอบ

 

ความรักที่จองกุกมีให้จีมินกับลูก มันเกินกว่าที่งานแต่งงานจะแสดงออกมาให้รับรู้ถึงความรักนั้น

 

 

“พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียน(สมรส)กันนะ จีมิน” จองกุกจับไหล่เล็กคนที่อยู่ตรงหน้า

 

“...”

 

 

 

“ให้จองกุกได้ดูแลจีมินและลูกอย่างเต็มที่นะ” มือหนาไล้ปรางหน้าหวาน ดวงตาสองคู่ถ่ายทอดความรู้สึกของทั้งสองคนที่มีต่อกัน

 

 

 

 

จีมินขยับเข้าสวมกอดผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ต่อหน้า กลั้นน้ำตาไว้ ก่อนถอนออกเพื่อจ้องตา

 

“จีมินรักจองกุกมากนะ”

 

“...”

 

 

“ตอนที่พ่อแม่ตาย จีมินไม่เหลือใครแล้วจริงๆ จีมินมีแต่จองกุกคนเดียว” เล่าย้อนไปตอนนั้น น้ำตาก็ไหลออกมาจากหางตา

 

“...”

 

 

“พอรู้ว่าจองกุกต้องไปเรียนต่างประเทศ.. เหมือนโลกจะสลายเลย” เข้มแข็งไว้จีมิน

 

 

“...”

 

 

“ยังไม่ทันคิดว่าจะอยู่อย่างไงโดยไม่มีจองกุก ก็รู้ตัวว่าท้องซะก่อน ... ต้องขอบคุณยอนจุนเลย ที่เขาเกิดมา”

 

 

“...” คนฟังเองก็น้ำตาไหล

 

 

 

“ชีวิตจีมินมีแค่ยอนจุนกับจองกุกนะ”

 

 

 

สองคนสวมกอดกันอีกครั้ง มันเริ่มจากตรงไหนนะ ความรักของเราสองคน

































จองกุกเข้ามานอนบนเตียงเดียวกับลูกชายหลังอาบน้ำอาบท่าเสร็จ จีมินเองก็กำลังอาบน้ำเช่นกัน

 

พยายามขออาบพร้อมกันแล้วนะ แต่จีมินไม่ยอม ต้องขออภัยจองกุกน้อยจริงๆ

 

 

 

 

 

“หื้มมม นอนผิดฝั่งหรือเปล่าครับ คุณจีมิน”

 

จองกุกหันไปถามเบาๆ ผ่านความมืด เมื่อคุณจีมินมานอนซ้อนหลังตัวเอง ปกติต้องนอนอีกฝั่ง ข้างๆ ลูกสิ

 

 

“อ๋อหรอ โทดที” จีมินตอบมา แล้วลุกออกจากที่นอนนุ่ม เดินอ้อมปลายเตียง กะจะไปนอนที่เดิม

 

 

จองกุกลุกออกจากที่นอนนั้นเช่นกัน เดินตามคนตัวเล็กไปก่อนคว้าไหล่ให้หันมา

 

 

 

 

 

 

 

 

ปากหยักคมทาบลงไปยังริมฝีปากนิ่ม จีมินไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่จองกุกกลับล็อคคอคนตัวเล็กแน่น ลิ้นชื้นกวาดน้ำผึ้งรสหวานจากปากคนตัวเล็กที่เขาเฝ้าฝันมานานแสนนาน ใครอาจจะคิดว่าไปไกลขนาดนั้น เขาอาจจะหาแหม่มสักคนมาแก้ขัด แต่จองกุกขอประกาศตรงนี้เลยว่า จองกุกรอแค่จีมินคนเดียว

 

 

“บนเตียงไม่ได้ใช่ไหม” ไม่ใช่ประโยคขอร้องเสียด้วย จองกุกไม่ปล่อยไปแน่ๆ ชักดาบออกจากฝักแล้ว

 

 

“อืม ซี๊ดส์” ร่างบางตอบเสียงกระเซ่าเมื่อลิ้นร้อนโลมเลียไปทั่วซอกคอ

 

 

 

“กับพื้นเลยได้ไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แต่ข้างนอกมีโซฟานะ”



























































Talk :


GrowKookmin กลับมาแล้ว ถึงแม้ว่าใจจะยังอยู่ที่ราชมังฯ ก็ตาม แง





เราคิดเองเออเองว่านิยายสนุก ฮ่าๆๆ 
อย่างน้อยก็มีร้อยกว่าคนล่ะนะ ที่รออ่าน อิอิ

รักทุกคนน้า ถึงจะรออ่านคอมเม้น 
แต่เรารู้ว่าบางทีมันก็ยากสำหรับใครหลายคน

ไม่เป็นไรนะคะ แค่ทุกคนรัก #GrowKookmin ก็พอ



รักทู๊กคนน้าาาาาาาา พูดอีกที (^∇^   )





เราเห็นจองกุกจีมินตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมปลาย
ตอนนี้พวกเขาเป็นพ่อคนแม่คนแล้ว

พูดให้ถูกคือ GrowKookmin จบแล้วค่ะ



ต่อไปเป็นเรื่องราวของชีวิตคู่แล้ว 

Family life = คู่ชีวิต 

ปกติจะไม่แบ่งเป็นพาร์ทนะคะ
แต่ในเมื่อมี part 1 ก็ต้องมี part 2

Part 2 ⇨ @JM1310Than




ถ้าสกรีมแท็ก #GrowKookmin เราต้องดีใจมากๆ แน่ๆ ∩˙▿˙∩










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #125 KMtimes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 20:38

    เริ่มอีกพาทนึงแล้วสินะคะ กับชีวิตคู่ บททดสอบที่ผ่านมาก็สามารถทำให้ทั้งคู่ผ่านมาได้แล้วได้อยู่ด้วยกัน เห้อ ไรท์เขียนดีมากจริงๆ เรารู้สึกอินอินทุกตอนเลยค่ะไรท์ แอบร้องไห้ แอบหัวเราะยิ้มตามเลยยย

    #125
    0
  2. #85 <3JM (@Ai_Aluvis) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:24
    ทำไมเราเขินฉากสุดท้ายอ่ะ 55
    #85
    0
  3. #84 Jahjam (@Jahjam) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 08:38
    นิยายสนุกมากเลยค่ะ เราว่าไรท์เขียนได้สวยมากเลยนะคะ
    #84
    0
  4. #83 rabbee (@bubblebjk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:10
    แงง หนูอยากอ่าน cut
    #83
    1
    • #83-1 JM1310Than (@Kaiiiiiii7) (จากตอนที่ 14)
      11 เมษายน 2562 / 22:59
      อยู่ใน wattpad น้า เข้าไปส่องใน @JM1310Than ได้โลยย
      #83-1
  5. #82 jmjkk (@jmjkk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 19:06
    รอนะคะ ชอบมากกกก
    #82
    0
  6. #81 ThanatchaMeechun (@ThanatchaMeechun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 18:37
    จินตนาการไม่ได้ อยากอ่านnc เเต่ชอบบบบบมากกกก
    #81
    1
    • #81-1 JM1310Than (@Kaiiiiiii7) (จากตอนที่ 14)
      11 เมษายน 2562 / 19:35
      nc กากๆ ของเรา เราอัพใน wattpad นะคะ เข้าไปส่องในทวิตเตอร์ได้เยย @JM1310Than //// ขอบคุณที่ติดตามนะครับผม (*>.<*)
      #81-1
  7. #80 jiminpunch (@jiminpunch) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 16:27
    รอนะคะ สู้ๆนะ คิดถึงบังทันมากคะ
    #80
    0
  8. #79 PD-junior (@PD-junior) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:42
    ตาอ่านนิยาย ใจก็ไรราชมังเหมือนกันค่ะ
    #79
    0