[BTS] Grow KOOKMIN

ตอนที่ 13 : Grow step 13 พวกเราไม่ใช่เด็กกันแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62


พวกเราไม่ใช่เด็กกันแล้ว





 

 

วันนี้คุณแม่ตื่นเช้าเช่นทุกวัน จีมินสวมผ้ากันเปื้อนตัวโปรดง่วนทำอาหารมื้อแรกของวันอยู่ในครัว

อาหารหลายอย่างจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ จีมินถอดเอี๊ยมพับอย่างเรียบร้อย ก่อนเดินตรงเข้าไปปลุกลูกชายให้ตื่นมาทานข้าว

 

วันนี้ไม่ได้มีแค่ลูกชาย

 

อืม จะเรียกจองกุกว่าอะไรดี

 

 

พ่อน้องยอนจุน?

 

 

“ลูกชายครับ ตื่นมากินข้าวเร็ว” จีมินพูดเสียงอ่อน ข้างหูลูกชาย เขาก็ปลุกแบบนี้ทุกวัน

 

ยอนจุนขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงแม่ แขนขาเล็กปัดป่ายไปทั่วทั้งที่ตายังหลับสนิท .. โอ๊ะ คูมพ่อนี่นา

 

เด็กน้อยตาใส ลุกขึ้นขยับไปใกล้พ่อของตัวเอง จองกุกอ้าแขนออกรับลูกที่ล้มมาซบอก อกที่ไม่มีเสื้อปกคลุมร่างกาย คุณพ่อตื่นได้สักพักแล้ว ตื่นตั้งแต่ตอนที่ แม่น้องยอนจุน เดินเข้ามา

 

 

จีมินมองภาพตรงหน้าอย่างชื่นใจ สงสารลูกเหมือนกันที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่กับพ่อของตัวเอง

ยอนจุนเคยบอกกับเขาว่า อิจฉาแทฮยอน อิจฉาที่แทฮยอนมีพ่อ

 

พูดแล้วน้ำตาพาลจะไหล

 

 

“ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันอวดคุณพ่อเร็วครับ คนเก่ง”

 

ยอนจุนถัดตัวเองขึ้นมามองหน้าพ่อ จองกุกพยักหน้าพร้อมยิ้มให้กำลังใจลูกชายคนเดียวของตัวเอง

 

 

 

เด็กน้อยยันตัวออก นอนคว่ำบนที่นอนก่อนไหลตัวลงไปเหยียบพื้นห้อง

 

จีมินสั่งไล่หลังลูกชาย “ระวังเสื้อเปียกด้วยนะ”

 

 

 

 

ลูกไปแล้ว คราวนี้ก็เหลือพ่อ จีมินหันมาดูอีกคนที่นอนอยู่ จองกุกรอให้จีมินหันมา แล้วทำสะบัดสะบิ้งกอดอกหันหน้าหนี

 

“อะไร โกรธเรื่องเมื่อคืนหรอ” จีมินบีบเอวคนตัวยาวที่นอนตะแคงอยู่บนเตียง

 

 

“หืมมม ใครจะไปโกรธคุณจีมินได้ล่ะคร้าบบ” จองกุกหันมาทำตาโตใส่

 

 

 

 

จองกุกเตรียมบรรเลงเพลงรักกับคนที่เข้าเฝ้าฝันมาตลอดสี่ปี แต่ในช่วงเวลาที่เรียกว่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มนั้น จีมินกลับหยุดมันเสียกลางคัน

 

บอกดึกแล้ว ง่วงแล้ว

 

 

ฮึ ขอคิดถึงหน่อยก็ไม่ได้

 

 

 

“ไม่ได้โกรธก็ลุกได้แล้ว ไปหายอนจุนเร็ว ป่านนี้ลูกรอแล้ว” จีมินบอกพร้อมดึงแขนคนอืดอาดให้ลุกมานั่ง

จองกุกทำอ้อยอิ่งไม่มีกระดูก นั่งไม่อยู่ จะต้องเอนต้องซบ

 

เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม

 

 

“จองกุกน่ะ ... ลุกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

 

 

จีมินอยากจะตีปากไปสักที ไม่ยักรู้ว่าจองกุกทะลึ่งตึงตังขนาดนี้

 

“ไปหาลูกได้แล้ว” จีมินดุดังอย่างไม่จริงจัง

 

 

จองกุกยิ้มเดินออกไปหาลูกชายในห้องน้ำ ยอนจุนแปรงฟันเสร็จพอดี แถมทำเสื้อเปียกอีก จีมินบอกว่าระวังเสื้อเปียกไม่ใช่หรอ

 

“เสื้อเปียกแบบนี้ แม่จีมินจะไม่ดุหรอครับ” จองกุกย่อตัวบีบน้ำออกจากเสื้อลูกชาย

“แม่ไม่ดุหรอกครับ” ยอนจุนตอบอย่างมั่นใจ

 

มือหนาของพ่อลากเก้าอี้พลาสติกตัวไม่เตี้ยนักมาให้ลูกชายนั่ง ยอนจุนนั่งลงไปทันทีแม้พ่อจะไม่ได้พูดอะไร จองกุกเปิดน้ำใส่มือตัวเองแล้วสลัดออก ก่อนลูบหน้าเล็กๆ ของเด็กน่ารัก ทำอยู่หลายครั้งจนมั่นใจว่าสะอาดในระดับหนึ่ง

 

“รอพ่อแป๊บนึงนะครับ พ่อแปรงฟันก่อน” จองกุกบอก

 

ยอนจุนยืนขึ้นพยักหน้ารับ จองกุกก็ยืนขึ้นเต็มความสูง ฉวยเอาแปรงสีฟันอันใหม่ที่ใช้ครั้งแรกเมื่อคืนมาบีบยาสีฟันใส่

 

ระหว่างที่จองกุกกำลังแปรงฟัน เขาก้มลงไปมองลูกชายของเขา ยอนจุนยืนไม่ได้นิ่งอย่างที่คิด แต่ลูกชายเขาก็ไม่เดินซนที่ไหนเหมือนที่เด็กคนอื่นควรทำในความคิดของเขา จีมินเลี้ยงลูกให้เชื่อฟังพ่อแม่ได้ดีจริงๆ

 

 

จองกุกจูงมือยอนจุนออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ตัวเองทำธุระเสร็จ

“เสื้อผ้าหนูอยู่ไหนครับ” จองกุกพยายามมองไป

“อยู่ในนั้นครับ” ยอนจุนชี้ไปยังตู้ตัวที่ไม่สูงนัก

 

คุณพ่อเดินไปเปิดตู้หลังที่ลูกชายชี้ไป หยิบเสื้อตัวบนสุดที่พับเป็นระเบียบ เปลี่ยนแทนตัวที่เปียก

 

ทำไมลูกชายถึงน่าเอ็นดูขนาดนี้ พูดอะไรก็เชื่อฟัง ให้ทำอะไรก็ทำ ยกมือ หมุนตัว ตอนเด็กๆ จีมินต้องน่ารักแบบนี้แน่ๆ

 

 

จองกุกอุ้มยอนจุนออกมาจากห้องนอน ตรงไปยังโต๊ะกินข้าวที่จีมินจัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อย

 

“มาแล้วหรอ นั่งเลย” จีมินบอกขณะที่ยังหมุนซ้ายหมุนขวา ทำนั่นทำนี่

 

สองพ่อลูกปฏิบัติตามคำสั่ง

 

“เปลี่ยนเสื้อทำไม เสื้อเปียกหรอ” แม่ถาม.. ใครก็ไม่รู้ ไม่ได้มองหน้าเพราะกำลังมองถ้วยข้าวในมือ

 

จองกุกไม่ตอบเพราะอยากรู้ว่าลูกชายจะตอบแบบไหน

 

จะโกหกแม่ไหม .. หรือจะตอบความจริง

 

“..”

 

“...”

 

 

ไม่ตอบ

 

นี่มันนิสัยเขานี่ จองกุกคิด

 

 

 

 

 

 

จีมินตักผัดเต้าหู้ของโปรดใส่จานของลูกชาย เด็กน้อยดีใจ ดีใจทั้งที่ได้กินของโปรด และดีใจที่ได้กินข้าวเอง

 

แม่เคยบอกไว้ว่า ถ้าพ่อมา ต้องกินข้าวเองโชว์พ่อ และตอนนี้ก็เป็นมื้อแรก จีมินมองสีหน้าความดีใจของลูกชาย

 

 

“ยอนจุน แม่บอกอย่าใช้มือจับอาหารไง ใช้ช้อนหรือตะเกียบสิครับ”

 

จองกุกเงยหน้ามามองจานข้าวของลูกชายที่นั่งข้างๆ เมื่อได้ยินเสียงบ่นของแม่เขา

“ไหนครับ ตักอะไร พ่อตักให้” จองกุกพูดดี

 

ถั่วงอก

 

จองกุกตอบตัวเองในใจ

 

ตะเกียบอันยาวของคุณพ่อ คีบเศษถั่วงอกที่ติดมากับผัดเต้าหู้ออกไปใส่จานของคนทำ

 

จานของจีมิน

 

วันนี้จีมินทำผัดเต้าหู้ของโปรดให้ลูกชาย ส่วนตัวเองผัดถั่วงอกที่เหลืออยู่ในตู้เย็นกิน

 

 

“ลูกไม่กินถั่วงอกหรอ” จองกุกถามจีมิน ถึงไม่ถามก็รู้อยู่ ติดมาเส้นเดียวขนาดนั้นยังจะมองเห็น

 

“อืม ไม่กิน” จีมินไม่อยากให้ยอนจุนเป็นเด็กเลือกกิน ซึ่งลูกรักคนนี้ก็ทำได้ตลอด แต่ก็ต้องยกธงขาวให้กับถั่วงอก จีมินเองก็ยกธงขาวให้ยอนจุนเหมือนกัน ไม่อยากจะโทษจองกุกหรอกนะ จีมินคงพยายามไม่มากพอเอง

 

 

“ไม่ต้องกินหรอก ไม่มีประโยชน์” จองกุกพูดกับตัวเองเบาๆ ลูกชายจะได้ยินไหมนะ

 

 

“จองกุก!!” จีมินดุเบา มาบอกว่าถั่วงอกไม่มีประโยชน์ แหม

 

 

“อร่อยไหมครับคนเก่ง” จองกุกลูบหัวลูกชาย พร้อมจูบซับไปที่ขมับ

“อร่อยครับ”

 

 

มื้อเช้าใช้เวลาอีกสักครู่ จีมินสังเกตลูกชายที่นั่งกินไปเล่นไป อิ่มแล้วแน่ๆ แต่ข้าวยังเหลืออยู่ จึงบอกให้กินให้หมด

 

“อย่ามัวเล่นครับ รีบกิน จะได้รีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน” โรงเรียนในที่นี้คือสถานที่ที่เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเรียนอนุบาล เป็นสถาบันที่ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า ที่ที่จองกุกเจอลูกครั้งแรก

 

 

เพราะยอนจุนอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าโรงเรียน จองกุกจึงถามว่าโรงเรียนที่จีมินพูด หมายถึงอะไร อีกทั้งหน้าของลูกชายตอนนี้ก็น่าสงสารสุดๆ

 

“วันนี้ไม่ไปไม่ได้หรอ” จองกุกถามหลังจากได้ฟังคำอธิบายของจีมิน

“จะทำแบบนั้นได้อย่างไง มันก็เหมือนกับการไปโรงเรียน .. จะให้ลูกโดดเรียนตั้งแต่เด็กเลยหรอ” จีมินค่อยๆ อธิบายอย่างมีเหตุผล เพราะยอนจุนเข้าใจจึงไม่สามารถงอแงได้

 

จองกุกสงสารลูก ตอนนี้ยอนจุนหน้าแดงไปหมด จมูกสั่น ปากสั่น น้ำตาคลอ คนเป็นพ่อยกแขนขึ้นเตรียมโอบปลอบลูกชาย แต่จีมินยกมือห้ามไว้

คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้าม ส่งสัญญาณว่า อย่าเพิ่งปลอบตอนนี้ เดี๋ยวร้องไห้หนัก ให้กินข้าวให้หมดก่อน

 

แม่ลูกคู่นี้ดูจะรู้ใจกันดี ยอนจุนตักข้าวที่เหลือในจานกินทั้งน้ำตา น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ไม่ได้งอแง

 

ฮืออ ยอนจุนอยากอยู่กับพ่อ ยอนจุนอยากอยู่กับแม่

 

 

 

 

จองกุกรอจนยอนจุนกินข้าวเสร็จ จึงอุ้มเข้าไปบอกจะอาบน้ำให้ ในระหว่างที่กำลังแต่งตัวให้ลูกชายอยู่นั้น เด็กน้อยก็ถามคำถามออกมา

 

“พ่อจะไปส่งยอนจุนไหมครับ”

 

จองกุกนิ่งไปพักหนึ่ง เมื่อคืนนี้เขาออกจากบ้านมาทั้งชุดนอน เขาไปส่งลูกทั้งๆ แบบนี้ไม่ได้

 

 

 

 

 

จองกุกเดินเข้าไปหาจีมินที่เตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับการไปส่งลูก

“จองกุกขอไปส่งลูกด้วยได้ไหม” จองกุกพูดกับคนที่กำลังหยิบรองเท้าคู่เล็กออกมาจากชั้นวาง

 

จีมินเงยหน้ามามองอย่างสงสัย จองกุกที่อยู่ในชุดนอนน่ะนะ จะไปส่งลูก

“...”

 

“จองกุกขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน แล้วจีมินกับยอนจุนก็นั่งรอในรถ แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเดียว แป๊บเดียวเอง .. นะ”

 

จีมินนิ่งคิด

 

“แบบนั้นก็ได้” จีมินตอบไป ก่อนหันมาจัดการสิ่งที่ทำค้างอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แม่ครับ ทำไมต้องนั่งรอในรถครับ” ยอนจุนถามคนที่ตัวเองนั่งตักอยู่

จองกุกที่กำลังจะเปิดประตูรถ หลังจากขับมาจอดตรงรั้วบ้านถึงกับชะงัก เมื่อได้ยินคำถามนั้น

 

“พ่อเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แป๊บเดียวลูก เรารออยู่ตรงนี้แหละเนาะ” จีมินค่อยๆ อธิบาย

 

“ยอนจุนเข้าไปด้วยไม่ได้หรอครับ” เด็กน้อยถามแม่เขาอย่างไร้เดียงสา

 

จองกุกลูบหัวลูกชาย ทำไมเขาต้องให้ลูก ให้จีมินมานั่งรอเขาอยู่นอกบ้านแบบนี้ด้วย

 

“พ่อเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว เดี๋ยวพ่อรีบออกมา แล้วครั้งหน้า เดี๋ยวเราค่อยเข้าไปพร้อมกันนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกเดินเข้าบ้านมาอย่างไม่ได้รีบร้อน ไม่มีรถของพ่อและพี่ชายตัวเองจอดอยู่หน้าบ้าน คงเป็นเพราะออกไปทำงานกันหมดแล้ว

 

“เมื่อคืนจองกุกไม่ได้นอนที่บ้านหรอ” คิมยูรีถามลูกชายของสามีที่เดินผ่านเข้ามา เธอและคนที่บ้านทราบเพราะเช้านี้ไม่เห็นรถของจองกุก เธอไม่ได้ถามเพราะอยากรู้

 

แต่ถามเพราะเป็นห่วง

 

“ครับ” จองกุกหยุดตอบ ก่อนเดินหน้าต่อ

 

 

ใจอยากจะถามต่อ ว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหน ไปนอนกับใคร กินข้าวเช้าหรือยัง แต่ยูรีก็ไม่กล้าถาม เธอเห็นจองกุกเป็นลูกของเธอ แต่ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นแม่ในสายตาของจองกุกหรือเปล่า

 

และดูเหมือนจองกุกจะเข้าใจในความรู้สึกห่วงใยของคนเป็นแม่ดี หากคนที่ยืนแทนที่เขาคือยอนจุน และคนที่ยืนอยู่ตรงคุณยูรีคือจองกุก เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร

 

 

“เมื่อคืนผมอยู่กับจีมินครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกอุ้มยอนจุนตั้งแต่ลงจากรถ ไม่ปล่อยให้ลูกได้เดินให้เหนื่อยเลย ยอนจุนเองก็เกาะคอพอเขาแน่นเหมือนกลัวพ่อจะหายอย่างไงอย่างงั้น

 

“ถ้าจีมินมาส่งเองนะ ไม่ได้มาอุ้มแบบนี้หรอก แรงไม่เยอะขนาดนั้น” จีมินเล่าไปขำไป

แต่คนฟังอย่างจองกุกกลับเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ทำหน้าที่พ่อเลย

 

 

 

“อ้าวพี่นัมจุน พี่โฮซอก กลับแล้วหรอครับ” จีมินเอ่ยทักเพื่อนบ้านที่เดินสวนออกมา พี่ชายทั้งสองคนคงมาส่งลูกชายเหมือนกัน

 

“จ่ะ มาส่งน้องแทฮยอนน่ะ” โฮซอกตอบพร้อมเบนสายตาไปมองผู้ชายตัวสูงอย่างตั้งใจให้แนะนำ

 

จีมินเข้าใจดี รีบแนะนำ

“จองกุกนี่พี่นัมจุน พี่โฮซอก พ่อแม่น้องแทฮยอนที่อยู่บ้านข้างๆ เรา .. พี่นัมจุนพี่โฮซอกครับ นี่จองกุก ... พ่อน้องยอนจุน”

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เช่นกันครับ”

“ผมได้ยินชื่อคุณบ่อยๆ อย่างไงว่างๆ แวะไปทานข้าวที่บ้านผมนะครับ”







“คนเก่งของแม่ ไปเล่นกับเพื่อนนะครับ อีกไม่กี่ชั่วโมงแม่ก็มารับแล้ว” จีมินคุกเข่าคุยกับลูกชายตัวเล็ก

 

“คุณพ่อจะมารับยอนจุนไหมครับ” เด็กสามขวบถามคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแม่ตน

 

จองกุกย่อเข้าไปตอบคำถามลูกชาย

“มาครับ วันนี้พ่อจะมารับยอนจุน พรุ่งนี้วันหยุด เดี๋ยวเราไปเที่ยวกันนะครับ”

 

ยอนจุนรับคำ พร้อมหอมแก้มพ่อแม่คนละหนึ่งฟอด ก่อนจูงมือคุณครูเดินเข้าไป

 

 

คุณพ่อคุณแม่ยืนขึ้นเดินออกมาพร้อมกัน

 

 

“จองกุกขอกลับไปอาบน้ำนะ” จองกุกหันหน้ามาคุยกับคนตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ



"อืม เอาสิ ไปส่งจีมินที่ร้านก่อน แล้วค่อยตรงกลับบ้านไป" จีมินพูดถึงร้านตัวเองและบ้านของจองกุก 


"ไม่เอา จองกุกจะไปอาบน้ำที่บ้านจีมิน" จองกุกบอกความต้องการ ที่จริงเมื่อเช้าเขาเก็บเสื้อผ้าที่จำเป็นใส่กระเป๋ามาแล้ว


จีมินหยุดคิดตาม เหตุผลอะไร ทำไมต้องกลับไปอาบน้ำที่บ้านเขา เพราะสะดวกกระมัง

จองกุกโอบไหล่คนรักของตัวเองให้เดินไป ไม่ต้องคิดมากนะ 'ยอม' ทำตามจองกุกก็พอ



จองกุกรับหน้าที่เป็นสารถี ขับรถของจีมินกลับบ้านมาเพื่ออาบน้ำ

และไม่รู้ว่ารีบร้อนอะไร ถึงเหยียบคันเร่งจนจีมินต้องคอยเรียกสติอยู่หลายครั้ง

 

สุดท้ายเหตุผลทุกอย่างก็เฉลยออกมา เมื่อจองกุกอุ้มจีมินทันทีที่ประตูบ้านปิดลง

 

คนกล้ามใหญ่วางคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างแรง ก่อนล้มตัวทับลงไปซุกไซ้จมูกโด่งแถวซอกคอ มือหนาก็ซุกซนจับนั่นแกะนี่

 

จีมินหัวเราะคิกคักทั้งรู้สึกจั๊กจี้เนื้อตัว รวมถึงขบขันกับการกระทำของจองกุก อันที่จริงนั้น ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนก่อนจะแยกกันเมื่อสี่ปีก่อน ก็เรียกได้ว่าสนิทกัน แต่จะมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแบบนี้..

 

“เดี๋ยวก่อนๆ”

 

ตั้งสติหน่อยนะ จองกุก

 

สี่ปีที่ผ่านมา เหมือนจองกุกกับจีมินแค่จีบกันเท่านั้นเอง แต่ที่เรื่องไม่ราบเรียบแบบนั้นเพราะจีมินท้อง

 

วันนี้จองกุกเลยต้องเป็น พ่อ

จีมินเลยต้องเป็น แม่

 

 

จองกุกยกตัวเองออกตามที่จีมินดัน

“ทำไมล่ะจีมิน ลูกก็ไม่อยู่ ..ขอนะ”

 

คนตัวโตว่าพร้อมโน้มลงไปคลอเคลียสนองความต้องการของตัวเอง

จีมินดันออก ลุกขึ้นนั่ง มือเรียวติดกระดุมเสื้อที่พ่อของลูกชายตัวเองปลดออก

 

“มันไม่เกี่ยวว่าลูกจะอยู่หรือไม่อยู่ จองกุก”

 

 

จองกุกนั่งเอียงคอมองคนตัวเล็ก สงสัยในคำพูดนั้น จีมินดูเหมือนจะพูดต่อ จองกุกรอฟัง

 

 

“จีมินรู้นะว่าจองกุกรักจีมิน จีมินก็รักจองกุกเหมือนกัน .. แต่เราจะทำอะไรแบบเด็กๆ ไม่ได้แล้ว เราไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว”

 

“...” จองกุกนิ่ง

 

จีมินเอ่ยต่อเสียงเรียบ

“จีมินไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ .. จีมินไม่มีพ่อไม่มีแม่แล้ว แต่จองกุกยังมีทั้งพ่อทั้งแม่...”

 

จองกุกเข้าใจความหมายที่จีมินต้องการจะสื่อดี จริงอย่างที่จีมินว่า พวกเราไม่ใช่เด็กแล้ว

 

 

 

มือหนาโอบเอวเล็กของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าให้ล้มลงไปนอนด้วยกัน คนในอ้อมกอดจองกุกตอนนี้ คือคนที่ให้กำเนิดลูกชายของเขา

 

“ขอบคุณที่เลี้ยงยอนจุนมาอย่างดีนะ และก็ขอโทษ.. ที่เรื่องเป็นแบบนี้”

 

จีมินสอดแขนเข้าไปโอบคนที่ตัวเองรัก คิดถึงจองกุกจริงๆ

 

 

 

“ไหนบอกมาอาบน้ำไง”







จองกุกมาร้านอาหารของจีมินอีกครั้ง โดยครั้งนี้จีมินเป็นคนพามา เจ้าของร้านพาเขาเข้าไปหลังร้านเพื่อทักทายเชฟใหญ่ ซึ่งถือเป็นคนสำคัญคนหนึ่งของร้าน

 

“จองกุก นี่พี่ยุนกิ มินยุนกิ เป็นเชฟประจำร้าน .. พี่ยุนกิครับ นี่จองกุก พ่อน้องยอนจุน” จีมินแนะนำ

 

“โอ๊ะ ผมจำคุณได้” มินยุนกิยิ้มตอบคนที่ยิ้มให้เขา

 

 

มินยุนกิเป็นเชฟใหญ่ในร้านอาหารของจีมิน เขาถูกคนรู้จักของคนรู้จักของแทฮยองแนะนำมาอีกทีเมื่อรู้ว่าแทฮยองจะเปิดร้านอาหาร ความจริงแล้วร้านนี้เป็นของจีมิน แต่แทฮยองก็ช่วยดูแลแทบจะทุกอย่าง

 

ถ้าวันนั้นมินยุนกิไม่บอกว่าจีมินอยู่ที่ไหน จองกุกคิดว่าตัวเองคงได้มานอนเฝ้าหน้าร้านแน่ๆ

 

ส่วนมินยุนกิเองในวันนั้น แทฮยองบอกไว้ว่าหากมีใครมาถามหาจีมิน เขาสามารถตอบเท่าที่ตอบได้

 

 

หลังจากคุยเรื่องทั่วไปกันสักพัก มินยุนกิก็ขอตัวกลับเข้าไปในครัว ปล่อยให้จองกุกและจีมินอยู่ด้วยกันลำพัง

 

 

“เก่งนะเนี่ย มีร้านอาหารเป็นของตัวเองด้วย” จองกุกเอ่ยชม พยายามนึกย้อนไปในวัยเด็ก

 

“ก็ได้พี่แทฮยองช่วยนั่นแหละ” จีมินยิ้มอย่างสำนึกบุญคุณ

 

“อืม”

 

จีมินเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเองให้จองกุกฟัง เหมือนได้ย้อนวัยอีกครั้ง บ้านที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยกัน จีมินให้ชาวต่างชาติที่มาเป็นครูสอนภาษาเช่าพัก ส่วนที่ไร่ที่นา ก็ให้ป้ามีแรเช่าเช่นกัน

แถมยังกระซิบขำๆ ด้วยว่าจีมินน่ะ มีเงินเยอะมากเลยล่ะ

 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะจองกุก แต่จีมินอยากบอกว่าช่วงแรกจีมินลำบากมากจริงๆ ดีที่พี่แทฮยองดูแลทุกอย่างเลย บ้านก็หาให้ พาไปหาหมอตามนัดอีก จองกุกต้องดีกับพี่แทฮยองมากๆ รู้ไหม”

 

“อืม”

 

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ตอนนี้จีมินมีความสุขมาก จีมินมีทั้งยอนจุน มีทั้งจองกุก จีมินไม่อยากนึกถึงเวลาเก่าๆ และก็ไม่อยากให้จองกุกกลับไปคิดถึงมันเหมือนกัน” จีมินยิ้มสดใส จีมินผ่านเรื่องนั้นมาได้แล้วจริงๆ

 

 

 

“จองกุกคิดถึงลูกอ่ะจีมิน เราไปรับลูกเลยดีไหม เมื่อเช้าสงสารเขามากเลย” จองกุกพูดขึ้นมา ยิ่งยอนจุนไม่งอแง เขาก็ยิ่งสงสาร

“ตอนนี้ลูกน่าจะนอนกลางวันอยู่ ทนอีกนิดนะคะคุณพ่อ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เวลาไปรับแล้ว” จีมินก็สงสารลูกเหมือนกัน ตั้งแต่พาไปโรงเรียนมาสองสามเดือน ยอนจุนไม่เคยเศร้าขนาดนั้นมาก่อน สงสารพ่อของลูกอีก คิดถึงลูกมากสินะ พ่อคนขี้เห่อ



มือเรียวหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขายาว มาสแกนหน้าก่อนเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ

 

ตืด ตืด

 

เสียงดังออกมาจากโทรศัพท์เครื่องเล็ก เมื่อเจ้าของเครื่องกดฟังก์ชั่นลำโพง

 

-สวัสดีครับคุณจีมิน-

 

“สวัสดีครับคุณครูซน (ซนซอนแซงนิม) น้องยอนจุนเป็นอย่างไงบ้างครับวันนี้” จีมินถามถึงลูกชายกับคุณครูผู้ดูแลลูกชายเขา

 

“ร่าเริงปกตินะครับคุณแม่ ตอนนี้ก็นอนอยู่ ..มีอะไรหรือเปล่าครับ” ครูหนุ่มตอบ พร้อมถามกลับ

 

“เมื่อเช้าเขาไม่อยากไปโรงเรียนน่ะครับ คุณพ่อเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ” จีมินตอบพร้อมมองหน้าคุณพ่อที่ตั้งใจฟัง

 

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง น้องสดใสปกตินะครับ แต่ก็มีบ้างที่ดูเศร้าๆ เพราะคิดถึงคุณพ่อนี่เอง ผมก็นึกว่าผมคิดไปเองซะอีก”

 

 

“ผมไม่กวนคุณครูแล้วนะครับ”

 

จีมินว่าก่อนกดวางสายไป

 

 

 

“ไปหาร้านนั่งเล่นรอลูกดีไหม จองกุก”

 

จองกุกไม่ตอบจีมิน แต่กลับลุกเดินมาหา มือหนาจับแก้มคนที่นั่งอยู่ก่อนโน้มลงไปมอบจุมพิต จูบนี้เรียกได้ว่าดูดดื่มและกินเวลานาน

 



“ไม่กลัวคนอื่นเข้ามาเห็นหรือไง” จีมินถามนิ่ง แววตาเว้าวอน จองกุกก็อยากถามประโยคนี้กลับเหมือนกัน จีมินเล่นไม่ห้ามสักนิด คนที่ถอนจูบก่อนเป็นจองกุกเสียด้วยซ้ำ

 

“จูบเมียตัวเอง จะกลัวทำไม”

 

ตอบแบบนี้ ถ้าโดนตีก็ไม่เจ็บ จองกุกเตรียมตัวไว้แล้ว แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา กลับเป็นรอยยิ้มหวานๆ และเสียงอันไพเราะ

 

“ไป ไปรับลูกกัน”

 

 

 























เด็กชายยอนจุนนั่งระบายสีเทียนอยู่ที่โต๊ะคนเดียว ไม่ได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนหลังตื่นนอน มือเล็กขีดเขียนไปเรื่อยบนกระดาษขาว รอเวลาที่คุณแม่จะมารับ

 

วันนี้พ่อบอกว่าจะมารับยอนจุนเหมือนกัน ยอนจุนรอพ่ออยู่เหมือนกัน

 

 

“วาดรูปอะไรครับคนเก่ง” จองกุกเดินมาจากด้านหลัง นั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ลูกชาย

 

“พ่อคร้าบบบ” ยอนจุนหันไปตามเสียง ดีใจจนแทบกระโดด

 

จองกุกอุ้มลูกชายตัวลอย คุณแม่เดินมาหอมแก้มอย่างชื่นใจ

 

“รอนานไหมครับ”

 

“ไม่นานครับ” ยอนจุนตอบแม่ตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเป็นฤดูที่แดดไม่แรงนัก จองกุกจึงพาลูกและจีมินไปสถานที่ที่เขากับจีมินเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง

 

นัมซานทาวเวอร์

 

ครั้งที่แล้วที่มานั้น จีมินรบเร้าจะไปหาของกินจนต้องพับโครงการคล้องกุญแจไป ใครจะรู้ว่าวันนี้ที่กลับมา จะเป็นการมาที่มีทั้ง พ่อ แม่ และลูก

 

 

 

“ยอนจุนเคยมาแล้ว ยอนจุนเคยมากับลุงแทแล้ว” ลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอดพ่อพูดอวดอย่างดีใจ

 

จองกุกถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินอย่างนั้น นี่หรือเปล่าที่จีมินบอกว่าแทฮยองดูแลเป็นอย่างดีน่ะ

 

 

จีมินมองหน้านิ่งๆ ของพ่อจองกุกก็เข้าใจดี ที่จองกุกไม่โวยวายเพราะจองกุกไม่ใช่คนขี้โวยวาย หรือเพราะเขากำลังอุ้มลูกอยู่กันนะ

 

“ยอนจุนเคยมากับลุงแทแล้วหรอครับ” จีมินลูบผมที่ปกหน้าลูกชายออกไปข้างๆ ถึงจะไม่ร้อนมาก แต่ก็ทำเอาลูกชายเหงื่อตกได้

 

 

“ครับ”

 

 

“แล้วใครมากับลุงแทอีกครับ” คุณแม่เสียงหวานถามต่อ

 

“อากิครับ วันนั้นแม่ไม่อยู่ ลุงแทกับอากิเลยพายอนจุนมาที่นี่ ลุงแทกับอากิทะเลาะกันทั้งวันเลย ยอนจุนก็เลย..”

 

ลูกชายช่างพูดยังคงจ้อไม่หยุด จีมินมองหน้าจองกุกที่เปลี่ยนไป

 

ไม่ได้มาด้วยกันหรอกหรอ

 

 

“หรอครับคนเก่ง ถ้าอยากไปที่ไหนอีกบอกพ่อเลยนะครับ พ่อจะพาหนูกับแม่ไปทุกที่เลย ดีไหม”

 

“ดีครับ เย้”

 

จองกุกมองลูกชายด้วยความรัก แขนขวาส่งไปโอบคนตัวเล็กที่ยืนข้างๆ ก่อนพากันขึ้นไปคล้องกุญแจให้สำเร็จ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนกลับ พ่อแม่ลูกพากันไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน จองกุกนึกถามตัวเองว่า ทำไมลูกถึงดูรักเขานัก อาจจะเป็นเพราะลูกรู้จักเขาผ่านการเล่ากล่าวของจีมิน แต่เขานี่สิ ทำไมถึงได้รักยอนจุนได้ขนาดนี้ เพิ่งได้รู้ได้เจอเมื่อวานนี้เอง

 

เพราะว่าเป็นลูกงั้นหรอ

 

ที่พ่อบอกว่า สามารถตายแทนลูกได้ เป็นเรื่องจริงสินะ

 

 

 

 

 

 

 

ในขณะที่จีมินกำลังทำอาหารเย็นอยู่นั้น สองพ่อลูกก็กะหนุงกะหนิงกันอยู่หน้าทีวี ยอนจุนหยิบรีโมตกดช่องการ์ตูนด้วยตัวเอง ปากก็พูดพากย์ไป จองกุกเองก็ไม่ใช่วัยที่จะมาดูการ์ตูนแล้ว แต่ก็พยายามจะเล่นกับลูก

 

แต่จะฝืนร่างกายได้หรอจองกุก

 

แผ่นหลังกว้างเอนไปแนบโซฟา ตาเบิกเต็มที่แม้จะสมองจะว่างเปล่า

 

 

“พ่อครับๆ” มือเล็กๆ ทั้งสองของลูกชายทาบไปบนแก้มสากของพ่อ “ตัวสีฟ้ามันนิสัยไม่ดีเลย ถ้าพระเอกออกมาช่วยไม่ทัน น้องคนนั้นต้องเจ็บตัวแน่ๆ ...”

 

“ครับๆ” จองกุกรู้สึกตัวขึ้นมาคุยกับลูก

 

 

 

“ยอนจุนครับ เดี๋ยวแม่เอาซุปไปให้แม่น้องแทฮยอนก่อน อยู่กับคุณพ่อนะครับ” จีมินตะโกนเบาๆ มาจากหน้าประตู

 

“ครับ” ลูกชายตอบรับ

 

“จองกุก” ฉันจะฝากลูกไว้กับเธอได้ไหมเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 






“ทำไมมาคนเดียวล่ะ” โฮซอกถามคนที่ตนเพิ่งเดินไปเปิดประตูให้เดินเข้ามา

“ยอนจุนอยู่กับพ่อเขาน่ะครับ ที่บ้าน” จีมินว่าพร้อมวางหม้อซุปลงบนโต๊ะอาหาร

 

“มีความสุขกันสักทีนะ” โฮซอกบอกน้องชาย เขาเองก็รู้เรื่องของจีมินแทบจะทั้งหมด

“ผมกับลูกจะมีความสุขจริงๆ ใช่ไหมครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จองกุกยังไม่มาอีกหรอ” เสียงของหัวหน้าครอบครัวดังกลางโต๊ะอาหาร ยองกวังไม่เห็นรถของลูกชายคนเล็กในตอนเช้าก็เชื่อว่าจองกุกน่าจะออกไปตั้งแต่เมื่อคืน และตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอีก

 

“เมื่อเช้าจองกุกเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะคุณ ... บอกว่าเมื่อคืนอยู่กับจีมิน” ยูรีบอกให้สามีทราบ

 

จอนยองกวังได้ยินอย่างนั้นก็พยายามไล่เรียงเรื่องราว การที่เขาปิดบังจองกุกเรื่องจีมินนั้นเขารู้ดี แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าเขากำลังถูกลูกๆ ปิดบัง

 

“แทฮยอง .. มีเรื่องอะไรกัน” พ่อหันไปถามลูกชายที่เหลืออยู่คนเดียวตรงนี้

 

แทฮยองได้แต่กลืนน้ำลาย ไม่เคยเสียมารยาทขนาดนี้มาก่อนเลย เงียบจนแม่ดุ

 

“ช่างเถอะคุณ” สามีห้ามภรรยาที่ดุลูกชาย มือก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารมากดเบอร์โทรลูกชายคนแรก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝากฝั่งจองกุกก็กำลังมีความสุขกับการที่ได้เห็นลูกชายกินข้าวด้วยตัวเอง

 

“วันนี้กินข้าวเองจนหมด เก่งจังเลยลูกแม่เนี่ย” จีมินเอื้อมมือไปบีบแก้มเด็กที่นั่งอยู่อีกฝั่งตรงข้ามตน

 

 

ครืด ครืด ครืด

 

 

“ออกไปรับข้างนอกก็ได้” จีมินบอกเมื่อเห็นจองกุกถือสายไว้อย่างนั้น

 

 

 

 

“แกอยู่ไหน” เสียงพ่อดังออกมาจากสมาร์ทโฟนในมือ

“อยู่กับจีมินครับ .. คืนนี้ผมจะนอนที่นี่”

ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้น

 

“ได้ แต่กลับมาคุยกับพ่อก่อน .. ตอนนี้”

 

 

หากเป็นเมื่อก่อนจองกุกคงปฏิเสธหัวชนฝา แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงเดินเข้าครัวไปกอดคนที่ยืนล้างจานอยู่จากด้านหลัง เกยคางไปที่ไหล่ลาด

“ขอกลับบ้านแป๊บนึงนะ พ่อจะคุยด้วย”

 

จีมินหันมาพยักหน้าว่าเข้าใจที่จองกุกพูด

 

“มา เดี๋ยวจองกุกล้างต่อเอง” จองกุกดึงจีมินออกมา แต่คนตัวเล็กก็ขืนไว้

“ไม่ต้อง อีกนิดเดียวเอง จองกุกไปเถอะ”

 

“ไม่ ต่อไปนี้ต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน จองกุกก็อยากจะแบ่งเบามันกับจีมิน”

 

 

 

 

“ยอนจุนครับ”

“พ่อครับ พ่อถือตัวนี้ไว้ เล่นกับยอนจุน”

 

เด็กน้อยหยิบหุ่นยนต์อีกตัวที่เตรียมไว้ ยื่นให้คนที่เรียกตัวเอง พ่อจองกุกรับมันไว้

 

“พ่อขอออกไปข้างนอกก่อนนะครับ” จองกุกขออนุญาตลูกตัวเอง

 

ยอนจุนเบะเบาๆ ยอมรับเลยว่ายอนจุนกลัวว่าจะไม่ได้เจอพ่อตัวเองอีก ที่ผ่านมาก็นานพอแล้ว

จีมินเข้าไปกอดลูกชาย

 

“วันนี้นอนเร็วๆ นะครับคนเก่ง เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นเช้ามาก็เจอพ่อแล้ว”

 

จองกุกเข้าไปกอดลูกชายและจีมิน ลูกชายตอบรับทั้งน้ำตา

 

 

 

 

 

จีมินยื่นมือหนึ่งที่ว่างจากการอุ้มลูกไปทางจองกุก เป็นกุญแจสำรองของบ้านจีมิน

 

“ขับรถดีๆ นะจองกุก” จีมินบอกก่อนที่จองกุกจะขึ้นรถไป เขาอุ้มลูกออกมาส่งจองกุกที่รถ จองกุกพยักหน้ารับทราบ

 

“เดี๋ยวพ่อมานะครับ อย่าดื้อแม่นะครับคนเก่ง พ่อไปนะ” จองกุกลูบหัวลูกชาย

 

หอมแก้มลูกชายหนึ่งฟอดให้ชื่นใจ ก่อนจูบไปที่หน้าผากจีมิน

 

“เดี๋ยวจองกุกมานะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกเดินเข้าบ้านที่เปิดไฟจ้าทั้งหลัง ห้องรับแขกมีคนรอเขาอยู่ ขายาวก้าวเข้าไปอย่างไม่ต้องรอให้ใครเรียก

 

“เมื่อคืนไม่ได้นอนบ้านหรอ” ยองกวังเปิดบทสนทนาด้วยคำถามที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

 

“ครับ คืนนี้ก็ด้วย” จองกุกให้คำตอบที่เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้ว

 

 

“มีอะไรจะบอกพ่อไหม”

คำถามนี้ทำเอาคนที่มีความลับ มองไปยังพี่ชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งทันที

 

“ฉันไม่พูดอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของฉันหรอก” แทฮยองบอกก่อนเบือนหน้าหนี

 

จองกุกเงียบไปพักหนึ่ง ระหว่างทางที่ขับรถมา เขาเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว

 

 

 

“ผมกับจีมิน เรารักกันครับ”

 

ประโยคนี้ของลูกชายทำเอาคนเป็นพ่อเงียบไป

 

“อืม พ่อรู้”

 

 

 

 

“พ่อครับ” จองกุกเรียกพ่อก่อนลงไปคุกเข่าต่อหน้า มีแต่คนผิดไม่ใช่หรอ ที่ทำแบบนี้

 

“...”

 

 

“...”

 

 

 

 

 

 

“เรามีลูกด้วยกันครับ”

 

 

คิมยูรีถึงกับเอามือทาบอก จีมินก็เป็นลูกของเธอเหมือนกัน มีลูกด้วยกันหรอ หมายความว่าอย่างไร จองกุกเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ หรือว่า..

 

 

จอนยองกวังเองก็ตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น ความฉลาดของผู้พิพากษาทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที

มันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร ที่ส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนา นอกจากจะอยากให้ได้ดี นอกจากจะอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกชายแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งไม่ใช่เพราะอยากป้องกันเรื่องแบบนี้หรอกหรือ

 

ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ารักกัน ชอบกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงจะดึกไปหน่อย แต่จองกุกก็กลับมาถึงบ้านของจีมิน เขาพยายามทำอะไรๆ ให้ส่งเสียงน้อยที่สุด ไฟในบ้านปิดทั้งหมดยกเว้นโคมไฟเล็กๆ ตรงทางเดิน

 

พ่อคนเปิดประตูห้องนอนเบาๆ จีมินนอนกอดลูกเขาอยู่บนเตียง

 

 

 

“กลับมาแล้วครับ” จองกุกกระซิบบอกพร้อมนอนซ้อนหลังคนตัวเล็ก

 

 

จีมินยังรู้สึกตัวอยู่เสมอ จองกุกบอกว่าจะกลับมา

 

จองกุกวางหน้าลงบนคอของคนรัก

 

 

 

“พรุ่งนี้ไปบ้านจองกุกกันนะ .. เราสามคน”




















Talk :




Run อีพีนั้นน่ะค่ะ ที่กุกมินใส่ชุดนักเรียนสีเหลือง 
ที่จีมินบอกให้จองกุกกินเยอะๆ พรุ่งนี้จะเอามาเผื่ออีก

ซีนนั้นเป็นซีนจุดประกาย โกรกุกมินเลย
เนื้อหาที่คิดไว้ตอนนั้นก็แค่อยากให้กุ๊กๆ กิ๊กๆ
เรื่อยๆ เฉื่อยๆ น่ารักก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ
ค่อยๆ โตไป ให้สมชื่อ #GrowKookmin

ที่บอกแบบนี้เพราะเราเองก็รู้สึกว่ามันไม่ได้สนุกอะไรขนาดนั้น
แต่ถ้าพูดว่า 'เราก็เขียนแบบที่เราอยากเขียน' มันก็ดูเห็นแก่ตัวเกินไป

เลยอยากขอบคุณทุกคนที่ยังติดตาม และคอยให้กำลังใจ
ถึงสุดท้ายทุกคนจะเลิกเฟบเรื่องนี้ (favorite)
แต่คอมเม้นของทุกคนก็ยังเป็นกำลังใจให้เราตลอดไปนะคะ




ส่วนเนื้อเรื่อง 

จองกุกและจีมิน ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ


เส้นทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร 
มาเป็นกำลังใจให้พวกเขากันค่ะ



#GrowKookmin

@JM1310Than










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #272 Phiphiprimpan (@Phiphiprimpan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:21
    เอ๊อ เริ่ด
    #272
    0
  2. #153 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 16:02
    ชอบค่ะ ไรต์ สนุกเห็นพัฒนาการของจีมิน จองกุก
    #153
    0
  3. #109 btjmsg (@Yoonmin33) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 17:38
    ชอบมากเลยค่ะ ยิ่งรู้ว่าไรท์ได้แรงบันดาลใจจากโมเม้นท์ในรันอีพีนั้น ฉากนั้นมาแต่ง ยิ่งฟินและอินเข้าไปอีก เห็นภาพชัดเจน ชอบมากๆๆๆๆ
    #109
    0
  4. #78 Ma_Mook2929 (@Ma_Mook2929) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 09:35
    ชอบมากกกก
    #78
    0
  5. #77 nicharat_29 (@nicharat_29) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:07
    เค้ารอน้าาาชอยการยรรยามากค่ะเข้าถึงอารมณ์มาก น้ำตาไหลเลยง้าา อินไปหน่อย555
    #77
    0
  6. #76 SMS GIRL (@BenzzyJinny) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:43

    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่าาา ขอบคุณไรท์ที่ได้แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาน่ะค้าา สู้ๆค่า
    #76
    0
  7. #75 rabbee (@bubblebjk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 07:42
    จองกุกคงเฉาตายพอดี จิมินไม่ยอมเลย 55555
    #75
    0
  8. #74 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:09
    รอค่าาา ครอบครัวสุขสันต์แล้วหนาาาาา ขอให้พ่อแม่จองกุกรับได้ด้วยเถอะ อย่ากีดกันเลยยยยย
    #74
    0
  9. #73 jjjkj (@jjjkj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:29
    ครอบครัวอบอุ่นนน
    #73
    0
  10. #72 PD-junior (@PD-junior) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:47
    อยากให้ไปบ้านเร็วๆจัง ไรท์สู้ๆ
    #72
    0
  11. #71 lasea (@lasea) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:31
    แงงง ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะะ
    #71
    0