Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 6 : STORY 5 : BABY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ต.ค. 59

BABY

(เธอคนเดียวที่เป็นทุกอย่าง เป็นสวรรค์ของฉัน)




“คริสสึฮยองงง คาริสสึฮยองงง ของชานโยลลล” แฮปปี้ไวรัสประจำวงนอนกลิ้งเกลือกตัวเองไปมาบนพื้นพรม ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้ากลมอิ่มลงบนตักกว้างของพี่ชายตัวโตอย่างอ้อนๆ ผมหน้าม้าที่ถูกเจ้าตัวรวบมัดขึ้นเป็นจุกน้ำพุน้อยๆ เรียกให้มือกว้างสัมผัสมันแผ่วเบา ผมของชานยอลนุ่มและหอม “คิกๆ ผมน่ารักใช่มั้ยล่ะ”

“เจ้าเด็กบ๊อง!” ตุ้ยจ่างของเมมเบอร์ชาวจีนบีบจมูกเล็กน่าหมั่นเขี้ยวนั้นไปทีหนึ่ง

“ว่าเค้าเป็นเด็กบ๊องเหรอ” ดวงตากลมใสที่จ้องตอบกลับมาส่อแววซุกซน ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าเข้ามาที่หน้าท้องนุ่มๆ ของพี่ชาย “นี่แน่ะๆ”

“ฮ่าๆ ชั่นหย่อล หยุดนะ!” คนเป็นพี่หัวเราะร่า น้อยคนนักที่จะได้เห็นมุมนี้ของคริส ขนาดเมมเบอร์ นานน้านยังจะได้เห็นที ยิ่งกับแฟนคลับ กลัวเค้าซะยิ่งกว่าอะไร เรียกเค้าว่าเจ้าชายเย็นชาบ้าง ผีดิบบ้าง แวมไพร์บ้าง มีแต่เจ้าเด็กดื้อนี่แหละ ทำให้เค้ายิ้มตามได้มากหน่อย “ฮ่าๆๆ อ่า ฮยองหายใจไม่ทัน”

ที่ใช้คำว่า ยิ้มตามเพราะรอยยิ้มของชานยอลมันสุกสว่างยิ่งกว่าแสงแดดสดใสในหน้าร้อนเสียอีก ใครได้มองแล้วไม่ยิ้ม คงเป็นพวกกล้ามเนื้อที่ปากตายด้าน - -’’

“ฮยอง! พรุ่งนี้ไปโปรโมทที่จีนแล้วอ่อ” เด็กน้อยหยุดแกล้ง เมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่เริ่มหายใจไม่ทันจริงๆ “ไม่สนุกเลยอะ ต้องอยู่คนเดียวอีกและ” ชานยอลลุกขึ้นนั่งตัวตรงแหน่ว ลากหมอนอิงบนเตียงมากอดแน่น

“ทำปากอุ๋งแบบนี้อีกแล้ววว” คนพี่ยื่นนิ้วชี้กับนิ้วกลางไปบีบริมฝีปากอิ่มแดงนั้นเบาๆ

“ฮื้อออ มันเจ็บนะฮยอง” ชานยอลฟาดมือบางไปที่แขนแกร่งหนึ่งเพียะ

“อยู่กับเพื่อนๆ แค่วันเดียวเอง เดี๋ยวเย็นๆ ฮยองก็กลับมาแล้ว มานอนเป็นเพื่อนเราไง” เมื่อเห็นว่าน้องชายคนสนิทยังไม่ยอมตอบกลับมา ก็ใช้คางแหลมเกยที่ไหล่บางกดเล็กๆ ให้พอรู้สึกจั๊กจี้ “เอางี้ เดี๋ยวจะหาเวลามาแชทกับเรา อ่า วิดีโอคอลด้วยเป็นไงครับ”

“ตกลง” ชานยอลหันมารับคำ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากอย่างน่ารัก แล้วลุกขึ้นจากพื้น “อ่า ผมไปจัดกระเป๋าให้ฮยองดีกว่าเนอะ” เด็กขี้เขินเดินวนไปวนมา ก่อนจะตรงดิ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้าเตรียมจัดของให้พี่ชายต่างสัญชาติ ที่เค้าแอบคิดไม่ซื่อมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กเทรนอยู่ด้วยซ้ำ

“อ่อยแล้วอ่อยอีก! เจ้าตัวก็ยังไม่เห็นมีทีท่าว่ายังไง นอกจากตามใจเค้าสารพัดเหมือนเป็นน้องรักคนหนึ่ง คริสฮยองคนซื่อบื้อ!!!”  

 

ก๊อกๆๆ

“จ๊ะเอ๋! ออกไปกินข้าวกันเถอะจ้า คยองซูฮยองทำข้าวคลุกกิมจิเสร็จแล้ว ฮื้มมม! ห๊อมมม!! หอมมม!!!” มักเน่ไลน์ตัวสูงขาววว ที่ชานยอลชอบเรียกว่าเจ้าผิวเผือก โผล่หน้ามาอย่างอารมณ์ดี

“ก็แน่ล่ะสิ ข้าวคลุกกิมจิมันของโปรดนายนี่”

“ของโปรดทุกคนนั่นล่ะน่า” เซฮุนเดินสอดส่ายสายตาเข้ามาในห้อง ก่อนจะเหล่ตามองมาที่พี่ใหญ่อีกคนของวง “แอ๊ะ! ทำไรกันอยู่อ่า ผมอยากรู้จริงๆ ว่าในห้องฮยองสองคนมันมีอะไรพิเศษ เห็นขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวันไม่ยอมออกไปไหน มีเกมสนุกๆ ป่าว! ขอผมเล่นด้วยสิ O_O!” ตาเรียวเล็กเบิกกว้างตอนพูดถึงเกม หากแต่ก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อตุ้ยจางส่ายหน้าคล้ายต้องการบอกว่า ไม่มีเกมอะไรทั้งสิ้นในห้องนี้

“เกมมันก็อยู่ที่ห้องนายกับเทาไม่ใช่ไง” ชานยอลยังคงเป็นฝ่ายตอบน้องชายคนสนิท ก่อนจะรูดซิบปิดกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยเมื่อยัดเสื้อตัวสุดท้ายลงไปได้พอดีเป๊ะ

“อู้หูววว อย่าบอกนะว่าจัดกระเป๋าให้ตุ้ยจ่าง อย่างกับว่าที่ศรีภรรยาที่ดีของสามีงั้นแหละ” เอ่ยแซวๆ ก่อนจะรีบลากสังขารตัวเองออกมา เค้ายังไม่พร้อมรับพลังฝ่าตีนของพี่หย็อยตอนนี้หรอกนะ

“นี่!!! ไอ้ตี๋ขายน้ำเต้าหู้ กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“เอาน่าชานยอล ปล่อยน้องไปเถอะนะครับ เราจัดของเสร็จแล้วใช่มั้ย ออกไปทานข้าวกันดีกว่าเนอะ”

“กินเยอะๆ นะเราน่ะ ผอมไปแล้วรู้มั้ย” คริสเขี่ยข้าวหาหมูสไลด์ในชามตัวเอง แล้วคีบใส่ชามข้าวของชานยอล

“นี่ประชดหรืออะไรครับคริสฮยอง หย็อยมันอ้วนอย่างกับหมูแล้วนะ เอาจากไหนมาบอกว่ามันผอม” แบคฮยอนเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะวางตะเกียบคว้าหมับที่แก้มเพื่อนรักออกแรงบิดเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ยไอ้แบค!

“นี่ๆ เด็กๆ เวลาทานข้าวอย่าแกล้งกัน” ซูโฮเคาะโต๊ะเรียกทุกอย่างให้อยู่ในความสงบ พร้อมหันไปชมเชยพี่ชายร่วมโต๊ะคนหนึ่ง “ดูอี้ชิงสิ ทานข้าวเงียบๆ เรียบร้อยเชียว”

“อี้ชิงเติมข้าวอีกไหม” คริสถามด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำอ่อนโยน เมื่อเห็นข้าวของเพื่อนในทีมพร่องลงมากจนแทบหมดแล้ว ชานยอลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในใจลึกๆ คริสฮยองอยู่ทีมเดียวกับเลย์ฮยอง เวลาไปโปรโมทนอกประเทศ สองคนนี้ชอบมีรูปหลุดตอนอยู่ด้วยกันเสมอ บางทีก็ต้องนอนห้องเดียวกัน เค้าไม่โอเคเลย ยิ่งหลายๆ คนบอกว่าเหมาะสมกัน ชานยอลก็ยิ่งไม่ปลื้ม! ก็เค้าเหมาะกว่าตั้งเยอะนี่!

“ตัวเล็กเป็นอะไรรึเปล่าครับ กำตะเกียบซะแน่นเชียว” คริสถามน้องชายคนสนิทที่นั่งข้างๆ เห็นเงียบไปนาน ไม่ยอมตักข้าวกินสักที

“สงสัยพิษรัก! แรงหึง!! มันกำเริบน่ะครับ” แบคฮยอนพูดลอยๆ หากแต่ก็โดนชานยอลถองศอกกระทืบฝ่าเท้าเข้าให้อย่างจัง “โอ๊ย! ไอ้บ้านี่”

“เป็นอะไรน่ะแบคฮยอน พึมพำอะไรคนเดียว พวกเรานี่งงกันหมดแล้ว” คยองซูถามเพื่อนตัวเล็ก

“ไม่มีอะไรหรอก หมาเหยียบตีนน่ะ”

“หืม? หมา? หอเราเลี้ยงหมาด้วยเหรอฮยอง???” เซฮุนถามงงๆ ก่อนจะอ๋อ เมื่อแบคฮยอนแอบส่งซิกมาทางสายตาว่าหมาในที่นี้คือใคร

ทั้งวงมีก็แค่แบคฮยอนกับเซฮุนเท่านั้นที่รู้ว่า ชานยอลมันรักมันชอบคริสฮยองมาแต่ไหนแต่ไร ถึงขั้นเคยประกาศกร้าวว่า คริสฮยองคือพี่ชายของมัน ใครจะมายุ่ง ต้องข้ามศพมันไปก่อน อะไรจะหวงพี่ชายขนาดน้านนน แค่พี่จริงหรา~~~ชานยอล

“อิ่มแล้วครับ” ชานยอลวางตะเกียบก่อนจะลุกขึ้นยืน

“อิ่มอะไรกัน ยังทานไม่หมดเลย แบบนี้ดีโอฮยองน้อยใจแย่” ไคเป็นคนเอ่ยประโยคนั้นออกมา “งั้นผมทานต่อเองละกันนะครับ” พูดเองเออเองแล้วรีบหยิบชามข้าวที่เหลือมาตักใส่ปากอย่างไม่รังเกียจ แม้แต่ดีโอก็ห้ามไม่ทัน สมกับเป็นน้องรักของเค้าจริงๆ

คริสนั่งทานข้าวต่อไปได้แป๊บเดียว ก็ลุกขึ้นตามร่างโปร่งของน้องชาย ที่เห็นหลังไวไวว่าเดินออกไปทางระเบียงห้อง ซึ่งจัดโซนเป็นสวนหย่อมเล็กๆ

“มาอยู่นี่เอง” คริสพูดกับน้องชายที่ตัวเล็กเสมอในสายตาเค้า ชานยอลแกว่งชิงช้าตากลมเย็นสบายอยู่ตรงนั้น “ทำไมหนีมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”

“ผมไม่ได้หนี ผมอิ่มแล้ว”

“แน่ใจเหรอ ทำไมวันนี้อิ่มไว” คริสเดินมานั่งย่อเข่าตรงหน้าน้องชายตัวเล็ก ก่อนจะแตะคางยู่นั้นเบาๆ อย่างเอ็นดู “โกรธอะไรฮยองรึเปล่า”

“ไม่นี่ครับ ทำไมผมต้องโกรธ ฮยองทำอะไรผิดเหรอครับ” ชานยอลยอกย้อน

“นั่นสินะครับ ฮยองทำอะไรผิดน้า ถึงโดนงอนซะได้”

“ใครงอน ไม่ได้งอนนะ” ดวงตากลมแป๋วจ้องมองพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขม็ง

“แล้วออกมานั่งตรงนี้ทำไมล่ะครับ ฮยองทำอะไรให้เราไม่พอใจเหรอคนดี หรือให้หมูน้อยไป แต่ฮยองก็คีบให้เราจนหมดชามแล้วนะ ได้กินแต่ข้าวคลุกกิมจิผักกาดขาวล้วนๆ เลย”

“ชานยอลไม่ได้โกรธใครครับ แค่ไม่อยากนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ” พอฟังคนพี่พูดตัดพ้อแบบนั้นคนเป็นน้องก็รู้สึกผิด จนต้องยอมปริปากพูดออกมาเสียงอ่อย คริสชอบเวลาชานยอลแทนตัวเองด้วยชื่อ มันน่ารักน่าเอ็นดูมากๆ

“เด็กบ๊องเอ๊ย!” คริสเอื้อมมือไปยีผมหน้าม้าสไลด์ของเด็กขี้งอนตรงหน้า “งั้นเดี๋ยวฮยองไปหยิบข้าวมานั่งกินกันตรงนี้ดีกว่าเนอะ เราอยากดูดาวใช่มั้ยล่ะ” คริสพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง เพราะคริสฮยองใจดีแบบนี้ไง ชานยอลถึงได้รัก รักมากกก

 

“กินอิ่มแล้วก็หลับปุ๋ยเลยนะเด็กดื้อ” คริสพูดพร้อมกับเอนไปซบหัวน้อยๆ ที่นอนอิงไหล่เขาอยู่ “ว้า แบบนี้ก็ต้องแบกไปนอนอีกแล้วล่ะสิ”

“อ้าวตุ้ยจาง ฮ่าๆ แบกอาซ้ออีกแล้วเหรอครับ” มักเน่น่ารักขี้อาย (เจ้าตัวเค้าเรียกตัวเองแบบนั้นนะ) เอ่ยทักเมื่อเห็นหัวหน้าอีกคนของวงพาดร่างโปร่งไว้บนหลัง “ตัวก็ใหญ่ยังจะให้พี่คอยแบกเป็นเด็กๆ อีก ชานยอลฮยองนี่ไม่ไหวเลยแฮะ คิดว่าตัวเองเป็นเด็ก 5 ขวบรึยังไง” 

“ชานยอลเค้าตัวเบาน่ะ ไม่หนักหรอก” คริสรีบแก้ตัวแทน “เอ้อ เซฮุน พรุ่งนี้ EXO-M ต้องไปจีน ยังไงฮยองฝากอยู่เป็นเพื่อนชานยอลด้วยนะ เด็กคนนี้ชอบกินข้าวไม่ตรงเวลา ฝากดูด้วยละกัน”

“ได้ครับโผม”

พอเห็นเซฮุนตะเบ๊ะ คริสก็อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพาร่างโปร่งไปวางบนเตียงแผ่วเบา ห่มผ้าให้แล้วเดินไปปิดไฟ คนเป็นพี่ขยับขึ้นมานอนเคียงข้าง มองใบหน้ากลมหวานของน้องอยู่อย่างนั้น

ชานยอลมีแพขนตาเรียวยาว ล้อมกรอบดวงตาสดใส แม้กระทั่งเจ้าตัวหลับตาอยู่ คริสก็ยังมองเห็นได้ในทันที เพราะทุกส่วนที่ประกอบรวมเป็นชานยอล เขาจำมันได้ติดตาตรึงใจ อยากไล้จมูกสัมผัสปลายจมูก ปรางแก้มสีชมพู และริมฝีปากอิ่มแดงคู่นั้น แต่ก็ทำได้แค่มอง และค่อยๆ โอบกอดชานยอลด้วยหัวใจดวงนี้

 

จิ๊บๆ จิ๊บๆ

“คริสฮยอง” ดวงตากลมปรือขึ้นมา สิ่งแรกที่หลุดออกมาจากปากอิ่มคือชื่อของคนที่เค้ารัก “ไปแล้วเหรอ” ผ้าม่านสีขาวพลิ้วปลิวไสว บนเตียงว่างเปล่าไร้ร่างของพี่ชายคนสนิท ชานยอลเลื่อนใบหน้าหวาน วาดมือบางไปเก็บไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ จำไม่ได้ว่าตัวเองเผลอหลับไปเมื่อไหร่ แต่ก็คงเป็นคริสฮยองคนเดิม ที่พาเค้ามานอนสบายแบบนี้ทุกครั้ง คริสฮยองคนดีของเค้า...ทำอะไรอยู่นะ

“ชานยอลฮยอง โอ้โห! นอนอืดเลย ตายมากี่วันแล้วเนี่ย” เสียงไอ้เด็กแสบดังขึ้น พร้อมกับกระโดดขึ้นเตียงเค้าหน้าตาเฉย

“เซฮุน!!! ออกไปจากเตียงเดี๋ยวนี้นะ” เห็นหน้าแล้วอยากปรี๊ดดด!

“อย่าเพิ่งไล่สิซ้อออ ตุ้ยจางอะให้เซฮุนคนหล่อคนนี้มาอยู่เป็นเพื่อน นี่ไง!” ชูมือถือขึ้นก่อนจะล้มตัวลงนอนคว่ำข้างๆ เค้า

“อะไร”

“อยากรู้ใช่มะว่าคริสฮยองทำอะไรอยู่”

“ไม่อะ ไม่เห็นอยากรู้เลย” ชานยอลกลอกตาไปมา ก่อนจะทำเป็นนอนนิ่งๆ อยากคว้ามือถือมากดเข้าโปรแกรมแชทใจจะขาด ติดตรงที่ไอ้เด็กนี่นั่งตาแป๋วอยู่อะสิ

“งั้นเหรอ แต่นี่ผมกำลังจะคุยกับเสี่ยวลู่นะ ป่านนี้คงถึงจีน แล้วก็กำลังนั่งกินเสี่ยงหลงเปาอร่อยๆ ส่วนตุ้ยจางไม่ใช่ว่าจะกระหนุงกระหนิงอยู่กับเลย์ฮยองหรอกนะ”

ชานยอลลุกขึ้นมานั่ง ดวงตากลมปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใสเตรียมจะไหลอยู่รอมร่อ น้องชายเห็นแบบนั้นก็รีบเข้ามาปลอบใจใหญ่

“เอาน่าซ้อออ ยังไงผมก็อยู่ข้างซ้อนะ เดี๋ยวเซฮุนคนนี้จัดการเอง เชื่อหัวเถอะ!” มักเน่ประจำวงยืดตัวขึ้นตบอกตัวเองแรงๆ ก่อนจะก้มลงไปกดโทรศัพท์ยิกๆ

 

 





 

 เอิ่ม...

คือ...

ฮุนอยากบอกว่า...

ฮุนพอใจตั้งแต่เห็นรูปแรกแล้วครับเสี่ยวลู่! ปัดโธ่เอ้ย!! ที่รักเสียเวลากินเสี่ยวหลงเปา แต่ไอ้โอเซคนนี้จะมีเวลาเหลือไปกินชานมเผือกไข่มุกอีกรึเปล่าก็ไม่รู้!!!

ครืนนน ครืนนน

ไม่รู้หูแว่วหรือว่าอะไร แต่เซฮุนเหมือนได้ยินเสียงฟ้าลั่นคำรามดังมาจากคนที่นั่งกำไอโฟน 7 แน่นคล้ายจะบีบให้หักกลางคามือ ไอ้พี่หย็อยมันฉกมือถือไปตั้งแต่ที่เซฮุนร้องขอรูปตุ้ยจางคนหล่อจากแฟนหน้าหวานแต่ตีนกาเพียบแล้ว เบาๆ นะซ้อ ไอโฟน 7 เค้าซื้อมาแพงอะ ตัวประกันลูกพ่อออ อยู่นิ่งๆ นะลูก

ฟึ่บ!

ชานยอลถลกผ้าห่มลุกขึ้นยืนบนเตียงอย่างรวดเร็วซะจนเซฮุนตกใจสะดุ้งเฮือก หลับตาปี๋!

“ซะ ซะ ซ้อ มะ มะ มันไม่มีอะไรหรอก แค่เพื่อนที่สนิทกันน่ะ” พูดปะหลกๆ พร้อมยกมือไหว้ “ซะ ซ้อ อย่า!!!” คนเป็นน้องกล้าเสี่ยงตายลุกขึ้นมาคว้าข้อมือบางของพี่ชายหน้าหวานไว้ “ไอโฟน 7 ลูกโผมมม ซื้อมาแพง ยังผ่อนไม่หมดเลย”

ชานยอลสะบัดหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธขึงลุกโชนในตา ก่อนจะเดินกระทืบเท้าลงจากเตียงไปทั้งอย่างงั้น

ปัง!!!

“อิหย็อยมึงเป็นบ้าไรเนี่ย ประตูจะพังหมด”

ได้ยินเสียงพี่แบคหมากระเป๋าดังมาจากนอกห้อง เซฮุนก็ค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยถ้าเค้าถูกฆาตกรรม ก็จะได้มีคนไปทำเรื่องจัดงานพิธีศพที่โรงพยาบาลได้ถูก

“เอ้อ! ตุ้ยจาง ต้องรีบรายงานซะแล้ว”

 

หลังจากเมมเบอร์ที่เหลือรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปซ้อม ชานยอลใช้เวลาอยู่กับการฝึกร้องท่อนแร็ปโหดๆ สบถแต่คำด่าอยู่นานหลายชั่วโมงแล้ว

“พักทานน้ำบ้างเถอะชานยอล” คยองซูเดินเอากระติกน้ำผึ้งผสมมะนาวอุ่นๆ มาให้เพื่อนตัวสูง “แล้วนี่ กะจะไม่รับสายฮยองเค้าหน่อยเหรอ” เพื่อนตัวเล็กว่าพร้อมกับเสมองไปทางโทรศัพท์เครื่องบาง มันเงียบหายไปเป็นพักๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่เสียงเรียกเข้าก็ดังไม่ได้หยุด คล้ายกับว่าทุกครั้งที่มีเวลาว่าง คนต้นสายจะรีบต่อโทรศัพท์มายังปลายทางทันที

“เชอะ! อยากโทรก็โทรไป โทรให้สายไหม้ไปได้เลยยิ่งดี”

“ไม่เอาน่าชานยอล โกรธอะไรกันก็คุยกันดีๆ มีเหตุผลหน่อยสิ”

ชานยอลไม่รู้จะพูดอะไร กับเรื่องอื่นเค้ามีเหตุผลเสมอ แต่กับเรื่องของคริสฮยอง เค้าไม่เคยใช้สมองเลยสักครั้ง ทำทุกอย่างด้วยหัวใจนำไปล้วนๆ ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งเจ็บมาก คริสฮยองไม่เคยทำแบบนี้กับใครนอกจากเค้า แต่พอเห็นเลย์ฮยองได้รับการปฏิบัติแบบนั้นเหมือนกัน มันก็อดน้อยใจไม่ได้ ทั้งที่คิดว่าตัวเองพิเศษที่สุดแท้ๆ

“หย็อยโทรศัพท์มาจากเมืองไกล ขอสายมึงอะ” หมาแบคเดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ประจำห้อง นี่กล้าโทรเข้าเบอร์นี้เลยเหรอ

“ใคร” ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร แต่ชานยอลก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้

“คริสฮยอง”

“บอกเค้าไปว่ากูไม่อยู่ ไปตกปลา ไปดำน้ำ ดูปะการังอะไรก็ได้”

“ครับฮยอง ชานยอลให้บอกฮยองว่า มันไม่อยู่ครับ ไปตกปลา ดำน้ำ ดูปะการัง” เจ้าตัวลอยหน้าลอยตาพูดจบก็เตรียมยื่นโทรศัพท์ให้ชานยอล

“อิเชี่ยแบค! นี่มึงโง่หรือโง่เนี่ย!!” ชานยอลแผดเสียงด่าเพื่อนรักลั่นห้องก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปาก เพราะเสียงตัวเองคงดังลอดเข้าไปถึงในโทรศัพท์แล้ว หันไปมองคยองซู รายนั้นก็ได้แต่ยืนหัวเราะกรุ้มกริ่ม โอ๊ย! น่าหงุดหงิดจริงโว้ย!! มีแต่คนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

“เอาน่า มึงก็คุยๆ กับคริสฮยองเค้าไปเถอะ มึงเงียบหายไปแบบนี้ ฮยองเค้าก็ไม่สบายใจนะเว้ย ถ้าเค้าไม่รักไม่แคร์ ไม่โทรกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์เหมือนชาตินี้เกิดมาไม่เคยกดโทรออกแบบนี้หรอก”

“เออๆๆ ทำไมต้องมายืนกดดันกันทั้งคู่ด้วย” ต่อว่าเพื่อนเสียงหลงก่อนจะคว้าโทรศัพท์แล้วเดินเลี่ยงออกไป

“ครับฮยอง”

“ชั่นหย่อล ยอมรับสายสักทีนะครับ”

“มีอะไรครับ”

“ทำไมทำเสียงห่างเหินจัง ไหนว่าจะแชทมาคุยกัน ฮยองทักไปก็ไม่ทักตอบ วิดีโอคอลก็ไม่ได้ ไม่เห็นหน้าชั่นหย่อลเลย”

“จะเห็นหน้าผมไปทำไมละครับ ฮยองก็ได้เห็นหน้าหวานๆ ของคนอื่นแล้วไงครับ แค่นี้นะครับ”

“ดะ เดี๋ยวก่อนชานยอล โกรธอะไรฮยองรึเปล่าครับ”

“ไม่นี่ครับ”

“ถ้างั้น...บอกคิดถึงกันหน่อยได้มั้ย”    

“ใจร้ายเกินไปรึเปล่าครับคริสฮยอง...”

ตู๊ดๆๆ

ชานยอลตัดสายทิ้งก่อนจะนั่งลูบหน้าลูบตาตัวเอง สงบสติอารมณ์สักพัก

“นี่มันบ้าที่สุดเลย!

 

ชานยอลขอตัวไปนอนพักในห้อง เมื่อรู้สึกว่าเส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ จนแทบจะระเบิดออกมา เค้าลุกขึ้นมาในตอนเย็น ท้องส่งเสียงร้องประท้วงจนทนไม่ไหวแล้ว สมาชิก EXO-K นั่งรวมตัวกันอยู่ที่หน้าทีวี คล้ายมีรายการอะไรที่น่าสนใจ คนหน้าหวานไม่ใส่ใจเท่าใดนัก ตรงไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดนมสดมาเทพรวดๆ ใส่แก้ว ก่อนจะกระดกเข้าปากดื่มอึกๆ

“ผมขอฝากถึงชานยอลละกันนะครับ”

พรวด!!!

“แค่กๆๆ เจ้าตัวสำลัก เมื่อได้ยินชื่อตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประโยคนั้น ในเสียงที่เค้าเองก็คุ้นเคยด้วย”

“ชั่นหย่อล เพราะเราเป็นแรปเปอร์ไลน์เหมือนกัน เราเลยผูกพันกันมาก ใช่รึเปล่านะ ฮยองคิดว่านายเป็นเด็กที่สุดยอดมากเลย” ยกนิ้วโป้งขึ้นยืนยันอีกครั้ง “นายทั้งเก่งและพยายามที่จะฝึกซ้อมอย่างหนัก ต่อไปนี้ฮยองก็จะพัฒนาตัวเองขึ้นเหมือนกัน เรามาพยายามด้วยกันนะ เอ่อ คิดถึงนะครับ”

“อ่า อะไรกันเนี่ย เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว”

“สองคนนี้ เค้าสวีทกันตลอดเลยครับ รายการที่แล้วก็พูดถึงแต่ชานยอลฮยอง เมมเบอร์คนอื่นก็มีนะ”

และเสียงสองสามที่เอ่ยแซวกันไม่หยุดหย่อน

“อะไรกันน่ะ”

“แหมๆ ทำมาอะไร” แบคฮยอนหันมาแซวเพื่อนรัก “เห็นๆ อยู่ว่าหน้าแดงขนาดนั้น”

“ใครหน้าแดง!” ชานยอลปฏิเสธเสียงสั่น

“ยิ่งโกหก หน้าก็ยิ่งแดง ฮยองอะไม่เคยเนียน” ไคหันมาแท็กมือกับแบคฮยอน ก่อนจะจ้วงถังป็อปคอร์นต่อ

“เอ? ว่าแต่ รายการออกอากาศแล้ว แสดงว่าพวก M ก็คงใกล้ถึงหอเราแล้วมั้งเนี่ย กินอะไรกันมารึยังนะ โทรสั่งไก่ทอดดีมั้ย” พี่จุ๋มแบล็คการ์ดพูดกับตัวเอง แต่มีเซฮุนและไคคอยเป็นลูกคู่บอกว่าดีคร้าบบบ

ชานยอลถือโอกาสนี้เดินหนีจะเข้าห้อง แต่ออดหน้าประตูก็ดังขึ้นซะก่อน

“ชานยอลเปิดประตูซิ” เพราะเป็นคำสั่งของหัวหน้าวง อีกทั้งยังเป็นผู้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องเค้าด้วย ชานยอลเลยต้องทำตาม

“ครับๆ” ร่างบางเปิดประตูออกไป ก่อนจะรีบปิดประตูใส่หน้า เมื่อเห็นโฉมหน้าของแขกผู้มาเยือน แล้ววิ่งโร่กลับเข้าห้องตัวเอง

“อะไรของมันเนี่ย ชานยอล! ชานยอลโว้ยยย!!” แบคฮยอนตะโกนไล่หลังเพื่อนตัวดี กระทั่งได้เห็นเมมเบอร์ EXO-M พากันทยอยเข้ามาในห้องถึงได้เข้าใจ

“ไอ้เด็กบ้านี่ ปิดประตูใส่หน้าผู้ใหญ่ได้ไง” ลู่หานบ่นเป็นหมีกินผึ้ง มีเซฮุนตามประกบรอรับของฝาก อย่างกับลูกหมาน้อย ส่วนคริสน่ะเหรอ...รายนั้นรีบเข้าห้องไปเคลียร์กับ...หวานใจเค้าล่ะม้างงง

 

คริสค่อยๆ แง้มประตูออก เผยให้เห็นแผ่นหลังบางของคนที่เค้าคิดถึงนอนเหยียดตัวยาวอยู่บนเตียง

“อะแฮ่มๆ” ร่างสูงแกล้งกระแอมก่อนจะรีบทิ้งตัวลงมากอดคนตัวบางไว้ วันนี้กะว่าจะต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง ตายเป็นตาย!

“อ๊ะ! นี่!! คริสฮยอง!!! ปล่อยผมนะ” ชานยอลถูกรั้งตัวให้มานอนหงายอยู่ข้างๆ คริส พร้อมกับหนังสือเล่มโปรด เจ้าตัวออกแรงดิ้นไปมา

“ไม่ปล่อยครับ จนกว่าเราจะปรับความเข้าใจกันได้”

“ปรับความเข้าใจอะไร ไม่มีอะไรให้เข้าใจทั้งนั้น ปล่อยโผมมม ผมจะอ่านหนังสือ” ชานยอลงอแงเตะขาขึ้นลงไปมาเหมือนเด็กสามขวบ

“ก็ได้ครับ งั้นอ่านด้วยกัน” แขนข้างหนึ่งของคริสโอบรอบเอวบางของน้องตัวเล็กไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปจับหนังสือไว้ให้มั่น ชานยอลมองหน้าพี่ชาย ที่นอนหมอนเดียวกันกับเค้าอยู่ “อ่านสิครับ มองหน้าฮยองทำไม” คนแอบมองถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเบนสายตามาจับจ้องตัวหนังสือตรงหน้าใหม่อีกครั้ง “แปลกนะครับ ชั่นหย่อลอ่านหนังสือกลับหัวได้ด้วย ฝึกอ่านวิธีใหม่เหรอ” คนถูกถามคำถามแปลกๆ เริ่มเอะใจ ก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นมา “อ้าว ไม่อ่านแล้วเหรอ”

“กวนประสาท!”  

“ว่าไงนะ”

“ผมด่าฮยองนั่นแหละ กวนประสาท!!!

“ฮ่าๆๆ ด่ากันซะงั้น” น่าแปลกที่คนโดนด่ากลับหัวเราะร่า

“นอนใกล้ขนาดนั้น ใครจะไปอ่านลง”

“ทำไมล่ะครับ เขินเหรอ” คริสฮยองลุกขึ้นมานอนเท้าคางจ้องคนขี้เขิน ที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่ง

“ไปกินอะไรผิดสำแดงมา หรือเครื่องบินตกหลุมอากาศถึงได้สมองเพี้ยน” คำถามแรงๆ เปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่มอย่างไม่นึกเกรงว่าคนฟังจะเสียใจ

“ไม่มีใครทำฮยองอาการหนักได้เท่าชานยอลหรอกครับ”

“แหวะ จะอ้วก ก็เลย์...”

“อย่าพูดถึงคนอื่นอีกเลยครับ ขอให้เป็นแค่เรื่องของเราสองคนได้มั้ย” คริสรีบใช้นิ้วจรดริมฝีปากอิ่ม ที่ตั้งท่าจะเจื้อยแจ้วพูดถึงเรื่องของบุคคลที่สาม ซึ่งไม่มีอะไรมากมายไปกว่าเพื่อนเค้าคนหนึ่ง “ชั่นหย่อล รู้ใช่มั้ยว่าฮยองรัก”

“อื้ม รู้”

“คริสฮยองรักชั่นหย่อลนะครับ”

“อื้มมม รู้แล้ว” เจ้าตัวพยักหน้าซ้ำๆ ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมา “ห๊ะ! ว่าไงนะ” ดวงหน้าหวานแดงแปร๊ด “ฮยองสัญญาว่าต่อไปนี้จะทำตัวเองให้ดี จะทำให้ชั่นหย่อลมีความสุขเท่าที่หวังไว้” คริสใช้มือหนากอบกุมใบหน้าของคนที่เค้ารักไว้อย่างละมุน “ถ้าหัวใจเรากำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ให้พยักหน้า”

ชานยอลนิ่งไปนานก่อนจะพยักหน้าซ้ำๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ดวงตากลมที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า ช่างดูหอมหวานยิ่งกว่าน้ำหวานจากสวรรค์ ชานยอลเป็นทุกอย่างของคริส เป็นสวรรค์ที่เจ้าตัวได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าอาจเอื้อม ไม่กล้าแตะต้อง แต่วันนี้เค้าดึงสวรรค์ที่สดใสนี้มาอยู่ข้างกายได้แล้ว

“ผมก็รักคริสฮยองนะครับ คนดีของชานยอล”



 

สัญญาสิ ว่าเธอจะมองฉันคนเดียวเหมือนกัน เธอจะรักฉันเพียงแค่ผู้เดียว

   

ทอล์ค : อย่ายาวไปไม่อ่านนะคะ 555 ตอนนี้ยาวจริงๆ เรากะว่าจะแต่งให้ทันส่งท้ายก่อนถึงเดือนคริสยอล ^^ เดือนแห่งความรักของพวกเรา #มยคย เพลง Baby เป็นเพลงที่เราชอบอันดับ 1 ของ EXO เลย ฟิคสั้นเรื่องนี้เลยพิเศษสำหรับเรานิดหนึ่ง แต่งเสร็จปุ๊บก็ลงเลย ยังไม่ได้ปรู๊ฟ ไว้จะเข้ามาปรู๊ฟทีหลัง ที่พูดมายาวเหยียดก็แค่นี้แหละค่ะ ถ้าอ่านแล้วแหม่งๆ อย่าถือสาเราเลย เวลาเรามีน้อย 555 พรุ่งนี้ทำงาน ไฟต์ติ้ง! ส่วนน้องๆ ที่มีเรียนหรือมีสอบก็สู้ๆ นะคะ :)

 

 

  

 

   

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #91 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 02:50
    ขี้หวงจริงๆนะชั่นหย่อลของคริสฮยอง งือออออ คิดถึงง
    #91
    0
  2. #43 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 08:11
    งื้ออออออออ พี่คริสดีงามมาก เรื่องจริงต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ เลย ชานยอลต้องขี้งอนขี้หึงขี้หวงพี่คริสมากแน่ๆ พี่คริสเป็นของชานยอลคนเดียวนะ งื้อออออ ห้ามอ่อนโยนกับใครอีกนะ
    #43
    0
  3. #41 Stephaniex (@Stephaniex) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 01:30
    อบอุ่นจังเลยอ่ะผิคริส เป็นเตาผิงเหรอ //////// ชอบตะอุ๋งหึงจัง น่าร๊ากกกก /// สุขสันต์เดือนของความรักนะตะไรท์ <3
    #41
    1
    • #41-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 6)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:00
      สุขสันต์เดือนแห่งความรักเช่นกันค่าาา ขอบคุณสำหรับเม้นต์น่ารักๆ นะคะ
      #41-1
  4. #40 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:54
    หึงคนพี่ได้น่ารักเชียววชานยอล
    #40
    1
    • #40-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 6)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:01
      ตะอุ๋งขี้หึงมากๆ
      #40-1
  5. #39 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:43
    คนดีของชานยอลงื้อออออ น่ารักอ่ะ ชานยอลหึงแล้วน่ารักอ่ะ
    #39
    0