Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 5 : STORY 4 : ONE AND ONLY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ต.ค. 59

 

 ONE AND ONLY

ผมตกหลุมพรางคุณ ใช่แล้ว ตกหลุมพรางความรักนี้




ครืนนน ครืนนน บรรยากาศมาคุตรงหน้านี้คืออะไร ทำไมคู่รักฮุนฮาน ต้องมายืนอยู่ท่ามกลางสงครามนี้ด้วย

          “มึงมองหน้ากูทำไมไอ้เงิงบาน” เจ้าของน้ำเสียงขุ่นนี้ คือปาร์ค ชานยอล เพื่อนสนิทของเซฮุน ชานยอลเป็นหนุ่มหน้าหวานผู้มีดวงตากลมใส จมูกเล็ก บวกกับแก้มยุ้ยๆ และปากกระจุ๋มกระจิ๋มนิดหน่อย ทำให้ดวงหน้าหวานนั้นยิ่งน่ามองเป็นพิเศษ เซฮุนคิดว่างั้นนะ

          “เอ้าๆ คุณตาโปน หูกาง ขาโก่ง หลงตัวเองไปรึเปล่าครับ กูเนี่ยนะจะมองหน้าคุณมึง คุณมึงมีอะไรให้น่ามองไม่ทราบ กูไม่มองให้เสียสายตาหรอกครับ” ส่วนคนที่กำลังบอกว่าชานยอลมันไม่น่ามอง คือคริส หรือ อู๋ อี้ฝาน เพื่อนสนิทของเสี่ยวลู่ แฟนเซฮุนเอง คริสเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีถึงดีมาก เรียกว่าคมกริบบาดสายตาคนมอง ขนาดเซฮุนเป็นผู้ชายด้วยกัน ยังอดชื่นชมไม่ได้เลย บ๊ะ! มันหล่อจริงๆ

          “มึงนี่วอนตีนกูซะแล้ว!” ชานยอลสายฮาร์ดคอร์ลุกขึ้นตบโต๊ะจนผมหน้าม้าปลิว กระชับแขนเสื้อขึ้นนิดหน่อย พร้อมจ้องคริสกลับเหมือนแมวตัวน้อยๆ กำลังขู่สิงโตขาวเจ้าป่าอยู่ยังไงยังงั้น นี่มึงเคืองขุ่นแล้วเหรอชานยอล เซฮุนอยากถามเพื่อนตัวเอง

          “มึงกล้าก็เข้ามาดิ๊!” คริสท้าทายกลับอย่างไม่เกรงกลัว ไอ้ท่าทางกวนๆ เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเท่ห์ๆ แบบนั้น แม่งไปเรียนมาจากสำนักไหนวะ เซฮุนลูบคาง อยากเท่ห์บ้าง

          “พอเถอะพวกมึงอะ กูยกมือไหว้ล่ะ” ลู่หานทำตามที่พูดจริงๆ ไหว้ชานยอลพลาง ไหว้คริสพลาง เซฮุนไม่เห็นความจำเป็นที่แฟนตัวเองต้องลดตัวลงไปทำแบบนั้นเลยสักนิด เขาคงต้องออกโรงบ้างแล้วแหละ

          “เออ นี่พวกมึงเคยรักกันจริงป่ะเนี่ย ถ้ากูไม่เคยเห็นดอกรักที่เบ่งบานมากับลูกตาสองคู่ของตัวเอง กูนี่คิดว่ามึงสองคนเป็นศัตรูกันแล้วนะ ไอ้ห่า”

          “มึงหุบปากไปเลย!!! // มึงหุบปากไปเลย!!!” อ้าว! ทีงี้ชี้หน้าประสานเสียงพร้อมกันซะงั้น  

          “เถอะน่า! ไหนๆ ก็จะแยกย้ายไปสร้างครอบครัวกันอยู่แล้ว เลิกทะเลาะกันสักทีเถอะ” ลู่หานปราม 

          “แล้วมันเกิดผีบ้าอะไร ต้องมาแต่งวันเดียวกับกู เวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน นี่ถ้าจองห้องเดียวกันได้ ก็คงทำไปแล้วมั้งน่ะ” ชานยอลชี้หน้าด่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่าตัวเอง

          “อ้าวๆๆ มึงพูดให้ดีๆ นะครับคุณชานยอล ไอ้คุณจื่อเทาว่าที่ผัวคุณมึงนั่นแหละ มาเสือกดูฤกษ์ดูชัยอะไรตรงกับกูไม่ทราบ นี่คือทำเลทองของกูกับบี๋ อย่ามาหาเรื่องกันดีกว่า”

          “เออๆๆ กูเลิกหาเรื่องมึงก็ได้ แต่งที่เดียวกันก็ดีเหมือนกัน กูจะได้ไม่ต้องมานั่งข่มใจ ไม่ให้ทำบาป จ้างคนขนพวงหรีดไปทุ่มใส่งานมึง”

          “นี่มึงกะเอาพวงหรีดไปสาปแช่งกูเลยเหรอ” คริสลุกขึ้นกะว่าจะเดินไปกระชากแขนเล็กๆ บางๆ ของชานยอลมาทำโทษซะหน่อย ติดตรงที่ว่าเสียงโทรศัพท์ของยัยแสบหน้าหวานมันดังขึ้นซะก่อน

          “งุ้ยยย กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลยที่ร้ากกก” เปลี่ยนเสียงสองได้ทันควัน “ชยอลเลิกงานแล้วแหละ ตัวเองอะ จะมารับเค้ายัง” กรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างร่าเริง “หืม? ว่าไงนะ” แล้วก็กลับมาทำหน้าบึ้งได้ในเวลารวดเร็ว “จะให้เค้าไปคนเดียวเหรอ ทำไมอะ?” ชานยอลกระทืบเท้าปัง เล่นเอาคริสที่แอบสังเกตการณ์อยู่ถึงกับลอบขำ “งื้อออ ก็ได้ งั้นเจอกันนะฮะ บาย” ใบหน้าหวานงอง้ำ

          “ไง อย่าบอกนะว่าต้องไป Wedding Fair คนเดียว” คริสทำหน้าล้อเลียน แต่เจ้าตัวไม่ขำด้วย เดินปรี่เข้ามาต่อยแรงๆ ที่แข็งแกร่ง “อ้าว รมณ์เสียจากว่าที่เจ้าบ่าวแล้วมาลงอะไรที่กู กูไม่ใช่กระโถนนะครับ”

          “เป็นไรมึง” เซฮุนรีบเข้าไปกอดคอเพื่อน เมื่อเห็นว่าชานยอลมันเริ่มบ่อน้ำตาตื้นแล้ว

          “อาเทาผิดนัดกู บอกว่าติดประชุมด่วน เค้าให้กูไป...นั่นอะ...คนเดียว” ละไว้ในฐานที่เข้าใจ พร้อมทำปากยู่ไปด้วยความน้อยใจ

          “นอน แน กา ชา จึน One and One and Only~~~

          เสียงเรียกเข้าดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงคนหน้าหล่อ ที่นั่งมองแฟนเก่าขี้งอนอยู่บนโต๊ะทำงาน (ขี้งอนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน หึ!) เมื่อเห็นว่าใครโทรมาก็กดรับด้วยความดีใจ

          “ครับบี๋~ ว่าไงนะครับ!” เมื่อเห็นโทนเสียงคนบางคนเปลี่ยน ชานยอลที่กำลังนั่งเช็ดน้ำตาอยู่กับเซฮุนก็ถึงกับหันมาเงี่ยหูฟังทันที แหม! ถึงจะเศร้า ต่อมเผือกมันก็ไม่ได้หยุดพักนะ “ไม่ว่าง! ทำไมล่ะครับบี๋ นี่เค้าอุตส่าห์รีบเคลียร์งานจนเสร็จก่อนเวลาอีกนะ ครับๆ โอเค ไม่ต้องโทษตัวเองนะ งั้นเดี๋ยวเค้าเลือกชุดเผื่อให้เลยละกัน ครับที่รัก จุ๊บๆ นะ” ชานยอลมองสีหน้าคนที่กำลังมีความสุขก็ถึงกับเบ้ปาก

          “สุดท้ายก็ไปคนเดียวเหมือนกันล่ะวะ” อดจิกกัดไม่ได้ แม้เซฮุนจะพยายามทำมือบอกให้เงียบๆ แต่ก็ห้ามคนช่างคิดช่างแค้นไม่ได้อยู่ดี

          “ฮุนมึงไปเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ ไปลองชุดเจ้าบ่าวให้อาเทาหน่อย”

          “เออ ไอ้ลู่ มึงไปลองชุดให้แบคหน่อยดิ๊ ตัวน่าจะเล็กๆ พอดีกัน”

          อ้าว! คู่รักฮุนฮานหันมองหน้ากัน ผลัดกันบุ้ยปากไปมา ถามพร้อมกันแบบไม่ให้พวกกูได้เตรียมคำตอบเลยวุ้ย สุดท้ายก็เป็นฝ่ายลู่หานที่จ้องสายตาเฉียบขาดกลับมาบอกให้รู้ว่า เซฮุนต้องเป็นคนปฏิเสธ!

          “ขอโทษว่ะ วันนี้กูต้องพาอาลู่ไปร้อยไหมที่ยันฮี”

          “เซฮุน เอาดีๆ” ลู่หานกดเสียงต่ำ เท้าสะเอวหาเรื่อง

          “เอาใหม่ๆ คือวันนี้เป็นวันที่กูกับเสี่ยวลู่เป็นแฟนกันมาได้ถึง 520 วันแล้ว! กูจองดินเนอร์สุดหรูไว้ที่โซลทาวเวอร์ ไม่ไปไม่ได้นะเว้ย โดนปรับหัวบาน มึงทั้งคู่เข้าใจพวกกูเถอะนะ”

          “เออๆ ใช่ๆ แล้วนี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว เอางี้สิ” ลู่หานปรบมืออย่างน่ารัก “ไหนๆ พวกมึงก็จะไปงานเดียวกันอยู่แล้ว ไปด้วยกันเลยสิ ผลัดกันเลือกชุดให้ เออ ถึงชานยอลจะสูงไปหน่อย แต่หุ่นบอบบางๆ แบบนี้ ขนาดตัวก็พอๆ กับแบคฮยอนนั่นแหละ เนอะๆ คริส” เพื่อนหน้าหวานเข้าไปเขย่าแขนเพื่อนตัวโต แต่คนที่ได้ยินชื่อตัวเองไปเกี่ยวข้องในบทสนทนานั้นด้วย ถึงกับส่ายหน้าหวือ

          “ไม่เป็นไรอะ พวกมึงสองคนไปเหอะ กูไปคนเดียวได้ ยินดีด้วยนะเว้ย รักกันมาได้นานขนาดนี้” ชานยอลตบบ่าเซฮุนกับลู่หาน ก่อนจะสะพายกระเป๋าเดินออกไป เค้าไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับคนชื่อคริสอีกแล้ว เกลียดตายชัก! “กูไปนะ”

          “เออ ไปได้ก็ดี” คริสสบถตามหลัง ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ “พวกมึงไปดินเนอร์กันเหอะ กูจำไซส์แฟนกูได้ กอดอยู่ทุกวัน 555 ไว้เจอกัน”

          “ไอ้คริสมันจะรีบวิ่งไปไหนวะ” ลู่หานพูดกับตัวเองเสียงเบา

          “ก็ไอ้ยอลมันรถเสียไง แล้วนี่ข้างนอกฝนก็ตกหนั๊กหนัก มันคงไปรับแฟน...เอ้ย...แฟนเก่ามันมั้ง”

 

          “เฮ้อ ไอ้ยอลนะไอ้ยอล ลืมเอาร่มมาจนได้” คนหน้าหวานก่นด่าตัวเอง ก่อนจะยกกระเป๋าสะพายขึ้นมาบังหัวไว้ “แท็กซี่ก็ไม่มี แถมรถยังติดอีก! เวรจริงๆ เชี่ย!” ชานยอลอุทานลั่น เมื่อรถ Lexus LFA สีดำมะเมื่อมขับมาปาดตรงหน้าทำให้น้ำขังกระฉอกขึ้นมาเกือบจะโดนขาเรียวสวย “ไอ้บ้า อู๋อี้ฝานนน!!!

          “ขึ้นมา!!!

          “ไม่!!!

          “เร็วๆ ฝนตกห่าใหญ่ขนาดนี้จะไปยังไง แท็กซี่หนึ่งชั่วโมงมาคัน แถมรถก็ติดหนัก รู้ว่ารวย แต่จะไปถึงตอนงานปิดรึเปล่าก็ไม่รู้”

          “ฟึ่บ! ปัง!” ชานยอลเปิดประตูขึ้นไปนั่ง แล้วกระแทกปิดรถหรูเสียงดังสนั่น

          “เบาๆ หน่อยครับ รถแพง” คนหน้าหวานกลอกตามองบน บึนปาก นั่งนิ่ง ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อจู่ๆ เสื้อสูทตัวหนาก็หล่นลงมาคลุมหัวตัวเอง

          “โอ๊ย นี่!!!

          “ห่มไว้ ขี้หนาวไม่ใช่เหรอ” คริสพูดสบายๆ ก่อนจะลดแอร์ให้คนหน้าหวานที่กำลังนั่งหน้าซีดปากสั่นอยู่ เพราะตากฝนมา “เดี๋ยวไข้ก็ขึ้นอีก อ่อนแอก็เงี้ย”

          “เรื่องของกู”

          “พูดเพราะๆ หน่อยชานยอล นายอาศัยรถชั้นอยู่นะ”

          “ไม่ได้ขอ มึงก็ปล่อยกูลงสิ จอดรถ!!! บอกให้จอดไง!!!” คนหน้าหวานทำท่าจะเปิดประตู แต่คริสซึ่งไวกว่าและแขนยาวกว่าก็เอื้อมมาล็อกไว้ได้ซะก่อน (ล็อกเอวบางๆ นะ ไม่ใช่ประตู)

          “อย่าบ้าน่ะชานยอล นี่มันทางด่วนนะ เกิดตกลงไปตายจะทำยังไง!!!” คริสตวาดลั่น “เกลียดชั้นมาก แต่ก็รักตัวเองหน่อยเถอะ” ประโยคสุดท้ายคนพูดลดเสียงอยู่เพียงระดับแผ่วเบา

          จากคนที่เคยดื้อดึง ก็เปลี่ยนเป็นนั่งนิ่งเฉยๆ คิดว่าชานยอลจะทนกับไอ้อาการที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายมันสั่นไหวรุนแรงนี้ได้นานเท่าไหร่ ยังรู้สึกดีกับคริสอยู่เหรอ? ไม่หรอก! แต่ก็กลัวคนข้างๆ จะได้ยินเสียงหัวใจนี้จัง

 

          “ชานยอลๆ ถึงแล้ว” ใบหน้าคมก้มลงมาพูดกับคนหน้าหวานใกล้ๆ หลังจากที่นั่งมองใบหน้ายามหลับใหลของคนข้างๆ มาตลอดทางจนกระทั่งถึง Wedding Fair กว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากอิ่มแดงที่คุ้นเคย กว่าจะทำใจให้ตัวเองตัดใจแล้วปลุกคนหน้าหวานนี้สักที ก็ใช้เวลาร่วมชั่วโมง เค้าอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้

          “หืม? ถึงแล้วเหรอ” ขยี้ตาตัวเอง พร้อมถามเสียงงัวเงีย

          “อย่าขยี้ตาสิ ช้ำหมดแล้วเห็นมั้ย” คริสใช้หลังนิ้วเขี่ยเปลือกตานุ่มแผ่วเบา เพราะความเคยชิน ส่วนชานยอลก็นั่งนิ่งๆ ให้แฟนเก่าทำแบบนั้น เพราะชินเช่นกัน กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เมื่อคริสค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เปลือกตา คล้ายจะทิ้งสัมผัสไว้แผ่วเบาเช่นที่เคยทำมา

          “ละ ลงไปกันเถอะ” ชานยอลผลักแผ่นอกหนาออก ก่อนจะเปิดประตูลงไป คริสทุบพวงมาลัยซบหน้าอยู่แบบนั้นสักพัก แล้วตัดสินใจเดินตามร่างบางไป

 

          “สวัสดีครับ” ชานยอลเดินไปหา Wedding Planner ของบริษัทที่แฟนหนุ่มติดต่อไว้ก่อนหน้านี้

          “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า”

          “เอ่อ พอดีว่าแฟนผมติดต่อ Wedding Hall ไว้เรียบร้อยแล้วครับ ขาดแต่รายละเอียดส่วนอื่นๆ วันนี้ว่าจะมาเคลียร์ให้เรียบร้อย”

          “อ่อ ถ้าอย่างนั้นเรียนเชิญด้านในเลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันให้เด็กเตรียมน้ำดื่มให้นะคะ”

          “ขอบคุณครับ” นี่ไม่ใช่เสียงเรานี่ ชานยอลนึกในใจก่อนจะหันไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน

          “เอ๊ะ! มึงมาได้ไงเนี่ย”

          “เอ้า มีขาก็เดินมาสิ”

          “กูหมายความว่า...มะ”

          “พูดเพราะๆ หน่อยครับคุณชานยอล คนเยอะแยะ มากูๆ มึงๆ ไม่อายเค้าเหรอครับ”

          “คุณตามผมมาทำไมครับคุณคริส” ถามพร้อมทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด ใจเย็นไว้ ปาร์ค ชานยอล

          “บังเอิญว่าผมก็จอง Wedding Planner ที่นี่ไว้เหมือนกันครับคุณชานยอล คงไม่มีปัญหานะครับ”

          “ฮึ่ม!” ชานยอลเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน จนกระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Wedding Plan เดินมาแนะนำตัวยาวๆ

ทั้งคู่ถึงได้ผลัดกันแนะนำตัวกลับคืนบ้าง

          “เอ่อ คุณคริสต้องการให้คุณชานยอลแต่งตัวสไตล์ไหนดีคะ ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายคุณน่าจะเป็นคนตัดสินใจ” ผู้เชี่ยวชาญถามขึ้นยิ้มๆ ระหว่างที่ชานยอลกำลังเปิดอัลบั้มเพื่อเลือกชุดแต่งงาน ขณะที่คริสก็กำลังยกแก้วชาขึ้นดื่ม คนหน้าหวานถึงกับปิดสมุดอัลบั้มฉับและคนหล่อก็ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาทันที

          “แค่กๆๆ เอ่อ ขอโทษนะครับ คือผมกับชานยอลมาด้วยกันจริง แต่เราไม่ได้ เอ่อ จะแต่งงานกันครับ” คริสตัดสินใจพูดแทน คนที่นั่งหน้าบึ้งกอดอกอยู่ “พอดีแฟนของผมกับชานยอลติดธุระ เราเลยมาจัดการงานด้วยกันก่อน”

          “อ่อ ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ คุณสองคนเป็นเพื่อนกันนั่นเอง พอดีดิฉันเห็นว่าเหมาะสมกันมากเลยคิดว่าเป็นคู่เจ้าบ่าวน่ะค่ะ”

          “ไม่เป็นไรครับ”

          “งั้นเดี๋ยวเชิญคุณชานยอลเข้าไปวัดตัวในห้องลองชุดเลยนะคะ” Wedding Planner วัดไซส์ชานยอลพร้อมกับขานดังๆ ให้ผู้ช่วยหลังม่านจดขนาดลงไปด้วย เหมือนเค้าจะแอบได้ยินไอ้คนชื่อคริสมันหัวเราะเบาๆ ขำมากสิ? ขนาดจื่อเทายังไม่เคยรู้ไซส์แฟนตัวเองเลยนะ แล้วมันเป็นใครเนี่ย?

          เมื่อม่านถูกรูดออก เผยให้เห็นคนหน้าหวานในชุดสูทสีขาว ผูกหูกระต่ายสีเข้ากันดูน่ารักไม่หยอก คนมองเลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเบาๆ “น่ารัก”

 


 

          “ว่าไงนะ” ชานยอลได้ยินชัดเลยแหละ แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ถามออกไปอีกครั้ง คริสลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาคนหน้าหวาน

          “ผมบอกว่าคุณน่ารัก” ชานยอลหน้าซับสีเลือดขึ้นมาทันที ก่อนที่คริสจะโอบกอดคนตัวบางมาไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อ Wedding Plan ออกไปเตรียมงานส่วนอื่นๆ คนโดนกอดอ้าปากค้างก่อนจะออกแรงดิ้นไปมาเมื่อตั้งสติได้

          “คริสปล่อย”

          “ขออยู่แบบนี้อีกแป๊บหนึ่งสิชานยอล” คริสพูดเสียงนุ่ม อยากจะกอดชานยอลไว้นานๆ อ้อมกอดที่เค้าคิดถึง อ้อมกอดที่สักวันจะกลายเป็นของคนอื่น ร่างสูงกระชับกอดที่เบาบางให้แนบแน่นขึ้นอีก เมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่อยากปล่อยชานยอลไปสักนิด

          คริสอดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่ตัวเองเผลอเปรียบเทียบร่างในอ้อมกอดกับแบคฮยอนแฟนคนปัจจุบัน ชานยอลไม่ได้ตัวเล็กน่ารัก แต่มีสัมผัสที่พอดีกับเค้า สัมผัสที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก

          “กะ กอดทำไม” คนถูกกอดถามเสียงแผ่ว “ที่กอดนี่ อยากจะกะไซส์แฟนใช่มั้ย อะโด่” ชานยอลบ่นอุบ “เป็นแฟนประสาอะไร จำไซส์เสื้อแฟนตัวเองก็ไม่ได้ อ่อน!” คนหน้าหวานลอยหน้าลอยตาพูดไปมา หากน้ำเสียงที่เอ่ยกลับขาดห้วงกระท่อนกระแท่น “คริส” เมื่อเห็นว่าคนด้านหลังเอาแต่ยืนเงียบ ซุกหน้าลงบนลาดไหล่พร้อมอ้อมแขนที่สั่นไหว ชานยอลจึงรีบหันกลับมา “ร้องไห้ทำไม”

          “มันสายไปแล้วใช่มั้ยชานยอล” ดวงตาแดงก่ำเว้าวอนของคนตรงหน้า ทำให้คนมองอดรู้สึกหนักอึ้งในอกไม่ได้

          “นายกำลังพูดอะไรคริส”

          “ฉันคิดว่าฉัน...ระ...รัก...ฉันรักนายชานยอล”

          “......................................”

          “ทุกวันฉันบอกตัวเองให้เลิกรักนาย แต่ไม่มีวันไหนที่ฉันทำมันได้เลย ฉันไม่เคยเลิกรักนายเลย”

          “......................................”

          เมื่อฟังความในใจของคนตรงหน้าจบ ก็เหลือเพียงความเงียบงันในที่แห่งนี้

          “มาบอกอะไรตอนนี้ ฮึก” ปึก...ปึก...มือเล็กทุบเข้าที่แผ่นอกแกร่ง “ทั้งที่ตอนคบกัน นายไม่เคยบอกว่ารักฉันด้วยซ้ำ ทำแบบนี้ทำไม ฮือออ” ชานยอลยังคงออกแรงทุบซ้ำๆ คล้ายอยากจะระบายความอัดอั้นในใจ “ทำไมต้องมาบอกรักกันในวันที่มันสายไปแล้วด้วย นายเป็นบ้าอะไร เป็นบ้าอะไร” ชานยอลขยุ้มคอเสื้อคนรักเก่าไปมา ก่อนจะโดนคริสดึงตัวเข้าไปกอด

          “ฉันจะยกเลิกงานแต่ง ยกเลิกทุกอย่าง นายรักฉันมั้ยชานยอล”

          ดวงตากลมหวานจ้องคนตรงหน้าด้วยความสับสน รักเหรอ? รักแล้วได้อะไรขึ้นมา ยังไงชานยอลก็ทรยศคนรักใหม่ไม่ได้อยู่ดี ผู้ชายที่ดีกับเค้า คอยอยู่ข้างๆ ตอนที่เค้าโดนทำร้าย คอยรักษาให้แผลเป็นที่คิดว่าไม่มีวันหายเจือจาง แล้วเค้าจะปล่อยให้คนที่ทำตัวเองเจ็บ กลับมาตอกย้ำแผลเดิมได้ยังไง 

          “เราต่างก็มีคนของเราอยู่แล้ว นายก็รู้” ดวงตากลมตัดพ้อ แขนเรียวลู่ตกลงข้างตัว “เราเลิกกัน เพราะอะไรนะคริส”

          “เพราะนายเกลียดฉัน”

          “ไม่จริง! นายต่างหาก ที่ไม่ต้องการฉัน”

 

6 ปีที่แล้ว

          “เค้าอยากได้ริลัคคุมะ ซื้อให้หน่อย”

          “ไม่เอาตัวเองมีหลายตัวแล้วนะชานยอล”

          “อยากได้อีก อันนี้เค้าจะเอาไปใส่สร้อยสลักเป็น คริสยอลคุมะ เก็บไว้คนละตัว เป็นของขวัญวันครบรอบของเราไง”

          “ไร้สาระน่า”

          “ไร้สาระ? เค้าเกลียดคริสแล้ว เกลียด!

          “เกลียดเหรอ ไม่พอใจก็เลิกกันสิ”

          “...............................”

          “เออได้ เลิกก็เลิก!

 

          “นายเป็นคนบอกเลิกฉัน ฮึก นายเป็นคนบอกว่า สิ่งที่ฉันทำมันไร้สาระ ฮือออ นายไม่เคยรักฉันเลย”

          “ที่เราเลิกกัน เพราะนายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ”

          “ไม่ใช่! เกลียดของฉันคือคำว่ารัก นายไม่เคยเห็นความรักของฉันเลยคริส”

          “ใครกันแน่ ที่ไม่เคยเห็นความรักของฉัน ฉันอาจไม่เคยพูดว่ารักนาย แต่การกระทำที่ผ่านมาของฉัน ไม่เคยทำให้นายรู้เลยเหรอว่า ฉันรักนายมากแค่ไหน ฉันบอกว่าไร้สาระ แต่ทุกครั้งฉันก็ซื้อทุกสิ่งที่บอกว่าไร้สาระให้นาย ฉันบอกเลิก แต่ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันจะอยากเลิกกับนายเลยสักครั้ง นายต่างหาก ที่เป็นคนบอกเลิกชั้น นายมีจื่อเทาก่อนที่ฉันจะมีแบคฮยอนด้วยซ้ำ” น้ำตาลูกผู้ชายไหลเป็นทาง

          “พอเถอะครับ ทั้งคู่นั่นแหละ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

          “บี๋!!! // อาเทา!!!

          “เลิกงี่เง่ากันสักทีเถอะครับ” แบคฮยอนพูดซ้ำอีกครั้ง “พี่ชานยอล ผมเป็นคนขอพี่คริสคบเอง ตลอดเวลาที่เราคบกัน พี่คริสไม่เคยบอกรักผมด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่ผมมาบริษัท สายตาพี่เค้าก็มีไว้มองแต่พี่ แม้แต่ผมที่เป็นแฟนเค้า ยืนอยู่ข้างๆ พี่เค้ายังไม่ชายตามองเลย งานแต่งที่จะจัดขึ้น ผมก็เป็นคนขอเค้าแต่งเอง พี่เค้าไม่ได้อยากแต่งกับผมด้วยซ้ำ”

          “แบคฮยอน” ชานยอลครางเสียงแผ่ว รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั้นเป็นอย่างดี

          “พี่ขอโทษ บี๋”

          “ผมยังเป็นบี๋ น้องชายตัวเล็กของพี่เสมอนะครับพี่คริส ต่อไปนี้ พี่ก็เลิกนิสัยพูดไม่คิดได้แล้วนะครับ” แบคฮยอนเคลียร์ปัญหาหัวใจของตัวเองเสร็จ ก็ถอยออกมายืนข้างๆ ผู้ชายอีกคน

          “ชานยอลครับ ผมขอโทษนะ เราเลิกกันเถอะ”

          “อาเทา” เอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ

          “ถึงเวลาที่ผมจะปล่อยชานยอลให้เป็นอิสระแล้ว เหนี่ยวรั้งกันไว้ ไม่มีใครมีความสุขหรอก” รอยยิ้มอบอุ่นคล้ายจะปลอบประโลมคนฟัง “ชานยอลบอกว่าคริสไม่เคยบอกรักชานยอลเลย ผมก็ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากชานยอลเหมือนกัน ผมรู้ว่ามันต่างจากคริส คริสปากไม่ตรงกับใจ แต่สำหรับชานยอล เพราะชานยอลไม่เคยรักผม ผมถึงไม่ได้รับมัน”   

          “ฮือออ” คนหน้าหวานปล่อยโฮลั่น ก่อนจะโผเข้ากอดจื่อเทา เพื่อนที่ดีที่สุดของเค้า “ขอโทษ ขอโทษนะ ที่ทำให้เสียเวลากับคนเห็นแก่ตัวอย่างเค้า”

          “ไม่เป็นไรครับ” คนถูกกอดลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบา “ผมคิดว่าจะทำให้ชานยอลมีความสุขได้ แต่ไม่เลย ต่อไปนี้ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะครับ ฝากด้วยนะครับคุณคริส อย่าทำให้คนที่ผมรักเสียใจอีก”

          “ครับ ผมไม่มีทางปล่อยมือจากชานยอลอีกแล้ว” คริสเดินมาโอบเอวบางให้ออกห่างจากชายหนุ่ม (ชักจะกอดกันนานไปแล้วนะ -*-) “เอ่อ? แล้วงานแต่ง”

          “ทุกอย่างเหมือนเดิมครับ”

          “เอ๊ะ?” ชานยอลแปลกใจ

          “แค่สลับคู่เจ้าบ่าวนิดหน่อย” จื่อเทาหันไปอมยิ้มกับแบคฮยอน

          “อย่าบอกนะว่า...”

          “พี่คริสคงรักพี่ชานยอลมากเลยไม่ทันสังเกตว่า ช่วงหลังๆ แบคไม่ว่างมาเจอพี่บ่อยๆ” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับควงแขนชายร่างสูงผิวเข้มที่ยืนข้างๆ

          “ส่วนชานยอลก็ยุ่งอยู่แต่งาน เจอกันบ้างก็เอาแต่นั่งใจลอย พี่บอกว่าติดประชุมก็ไม่เอะใจอะไรเลย”

          “นี่แอบคบกันเหรอ!!! // นี่แอบคบกันเหรอ!!!

          “ไม่ได้แอบนะ ใครๆ ก็รู้ โดยเฉพาะคู่รัก HunHan

          “หน็อยยย! เจ้าเล่ห์นักนะ” ชานยอลทำท่าว่าจะไปจัดการสองคู่รักนั้น แต่ก็โดนคริสดึงตัวกลับมาได้ซะก่อน “จะไปไหนครับที่รัก มาเลือกของชำร่วยกันดีกว่า เอาพวงกุญแจคริสยอลคุมะดีมั้ย”

          “ใครบอกว่าจะแต่งกับตัว ให้แม่มาขอรึยัง”

          “ไม่เห็นต้องขอ คุณนายปาร์ครักเค้ายิ่งกว่าอะไร ยิ่งคุณนายอู๋ไม่ต้องพูดถึง รายนั้นอนุมัติไว้ตั้งนานแล้วครับ เอ็นดูยัยหน้าม้าแตกยิ่งกว่าลูกชายในไส้”

          “เชอะ!” ชานยอลสะบัดหน้าหนี แก้มกลมแดงระเรื่อนั้นน่าฟัดซะจนคริสอดใจไม่ไหว ต้องลงไปกดปลายจมูกแรงๆ สูดดมความหอมนุ่มนั้นสักทีสองที

          “โอ๊ย มันเจ็บนะ” ชานยอลฟาดแขนแกร่งแรงๆ เรียกเสียงหัวเราะลั่นห้องลองชุด   

.

.

.

          Wedding Planner : “เอ๊ะ! ไหนคุณคริสบอกว่า เป็นแค่เพื่อนคุณชานยอล แล้วทำไมหายไปแป๊บเดียว กลายเป็นเจ้าบ่าวได้ล่ะ เอ๊ะ! แล้วก็มีคู่เจ้าบ่าวเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่ง งงวุ้ยยย!

.

.

.




คุณคือหนึ่งเดียว หนึ่งเดียว และคนเดียว ที่ผมมองหา  

 

   

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #109 yodayofan0627 (@yodayofan0627) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:38

    ขอยาดเกลียดไรต์นะ..ทำน้ำตาฉันร่วงงงงงงง แต่ก็ฟินนน

    #109
    0
  2. #90 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 02:28
    ร้องไห้แล้ว แงงงงงงง แต่ดีใจจัง ได้แต่งงานกันด้วยยย
    #90
    0
  3. #45 CHANNii (@kamzaaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 13:45
    เลิกกันเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ 
    #45
    0
  4. #42 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 07:56
    ฮือออออ รักใครไม่ได้อีกแล้วสินะ ห้ามปล่อยมือกันอีกนะรู้มั้ยคะคริสยอลลูกแม่ รักกันตลอดไปนะคะ
    #42
    0
  5. #38 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 17:18
    งื้ออออออ สุดท้ายก็แฮปปี้คู่ฮุนฮานนี่เจ้าเล่ห์นักนะ คริสยอล เทาแบค งื้ออออ มันต้องคู่นี้ ไม่ใช่คริสแบค เทายอล 55555
    #38
    0
  6. #37 pzikbac (@naal) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 23:11
    โอ๊ยย นี่น้ำตาไหลเพื่ออะไร สุดม้ายเค้าก้อหวานกันไม่แคสื่อ
    #37
    1
    • #37-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 5)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:01
      ฮ่าๆๆๆ น้ำตาไหลเลยเหรอออ ดีใจจัง ^^
      #37-1
  7. #36 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:34
    ทำไมอ่านจบแล้วรู้สึกหรรษาแปลกๆ5555 น่ารักมากกกกก><
    #36
    1
    • #36-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 5)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:02
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ ^^
      #36-1
  8. #35 KookV STigma (@15062545) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:28
    คือดีงามมากอ่าาา จบเเฮปปี้!!!
    #35
    1
    • #35-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 5)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:02
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
      #35-1