ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 44 : แม่นางคนงาม 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

ไม่รู้ว่าคิดมากเกินไปหรือไม่

แต่ข้ารู้สึกเหมือน...กำลังโดนรุกจากเพื่อนพี่ใหญ่คนนี้!

 

เอาไงต่อดีล่ะทีนี้

 

 

“ท่านก็มารอดูกระแสตอบรับขนมของข้าเช่นเดียวกันใช่ไหมเจ้าคะ จริง ๆ แล้วข้าเองมีความกังวลเล็กน้อย...กลัวจะทำท่านพ่อกับพี่ใหญ่ขายหน้าเหมือนกันเจ้าค่ะ” ข้าพูดออกไปด้วยสีหน้าที่แสดงความวิตกกังวลออกมาอย่างเด่นชัด

 

แม้ว่านี่จะเป็นการดึงเอากลยุทธ์เปลี่ยนจุดสนใจมาใช้อีกครั้ง แต่แท้จริงแล้ว...ข้ามีความรู้สึกนั้นอยู่ด้วย หาใช่เรื่องที่กุขึ้นเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น สำหรับข้า ความมั่นใจจากคนใกล้ตัวว่าขนมของข้าอร่อยคือ ‘เก้าสิบห้าในหนึ่งร้อย’ ส่วน ‘ห้า’ ที่เหลือนั้น ย่อมต้องเผื่อใจไว้ยามผิดหวังบ้างว่าลูกค้าอาจจะไม่ชอบ หากผลลัพธ์ออกมาเมื่อไหร่ จะได้ไม่เจ็บหนักเกินไป

 

“ไม่ต้องกังวลไป ตั้งแต่ข้าเดินเข้าโรงเตี๊ยมมา ได้ยินแต่คนพูดถึงขนมหวานของเจ้า” เขากลับมายิ้มเอ็นดูให้ข้าแล้ว

“แล้วที่เขาพูดกัน เป็นไปในทิศทางไหนเจ้าคะ”

“ย่อมต้องเป็นเรื่องดี”

เฮ้อ...ค่อยใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อย ข้าเพียงส่งยิ้มบางไปให้กับคำตอบของเขา จากนั้นเหลือบมองบนโต๊ะ พบว่ามันมีเพียงจานถั่วเท่านั้น และข้ากับมู่ชิงก็กินกันไปแล้วเกือบครึ่ง

“ท่านหิวไหมเจ้าคะ ที่ข้าถามเช่นนี้ หากท่านหิว สั่งอาหารมาทานกันก่อน แต่หากไม่...เราลงไปเดินเล่นที่ตลาดกันไหมเจ้าคะ เอ่อ...หรือหากท่านมีธุระ ข้าไปเองคนเดียวก็ได้นะเจ้าคะ” น้ำเสียงที่ถามออกไปมีความเกรงอกเกรงใจอยู่ในนั้น แต่ประโยคสุดท้ายเสียงข้ากลับพูดออกไปด้วยความมั่นใจ

“ไป ข้าจะไปกับเจ้า ข้าไม่หิว” เสียงห้าวขัดหน้าตาของเขาเอ่ยขึ้นแทบจะทันทีเมื่อข้าเอ่ยจบ

“งั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ”

 

ใจจริงข้าอยากไปคนเดียว อีกทั้งมู่ชิงเองก็อยู่ที่ตลาด...แต่จะทิ้งเขาไว้กลางโรงเตี๊ยม ทั้งที่เขาตั้งใจมาให้กำลังใจตัวเองได้อย่างไรกัน ‘ไปด้วยกันนี่แหละจบ’

 

 

“จริงด้วยเจ้าค่ะ! เขาดูจะชอบขนมข้ากัน” เมื่อเดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ข้าก็เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น พร้อมอาการดีใจจนออกนอกหน้า ตลอดทางที่เดินออกมาข้าทำตัวนิ่ง ๆ เนียน ๆ พยายามเงี่ยหูฟังลูกค้า แล้วผลลัพธ์ที่ได้...ทำข้าใจฟูเลยทีเดียว

“เป็นเช่นนั้น” คุณชายเหวินหรงพูดพร้อมยิ้มน้อย ๆ

 

‘เห็นหน้าตาทีแรก ข้าขนลุกขนพอง ไข่เป็ดในน้ำกะทิรึ พอได้ชิมเท่านั้นแหละ ข้าเรียกเสี่ยวเอ้อขอเพิ่มทันที’

‘ใช่ ๆ ข้าก็คิดเหมือนเจ้า เห็นครั้งแรกก็ว่าดูประหลาด ฮ่า ๆ’

เขาพูดกันแนว ๆ นี้น่ะ ข้าพอจะดีใจได้ไหม ข้าสรุปใจความได้ว่า แปลกแต่อร่อย

 

ถือว่าเป็นคำชมละกัน!

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ขนมรายการต่อไป ท่านอาจจะได้ชิมในเร็ววันนี้นะเจ้าคะ” คนตัวเล็กกว่าอย่างข้า เงยหน้าไปหาเขาอีกที จากนั้นเอ่ยบอกเขาด้วยความมั่นใจ พร้อมยิ้มยิงฟันส่งให้

“ข้าจะรอ” และเช่นเดิม รอยยิ้มแสนเอ็นดูจากเขา ถูกส่งมาให้ข้า

 

 

โอ๊ย! คนจะรวย ช่วยไม่ได้

สถานีต่อไป...อะไรดีนะ

 

มู่ชิงน้อยอยู่ไหนเนี่ย ข้าคันปากอยากอวดจะแย่แล้ว

 

“คุณชายเหวินหรง ท่านเห็นมู่ชิงบ้างไหมเจ้าคะ” ข้าหันไปถามคนข้างตัว เดินกันมาได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่พบกับเด็กน้อยในสังกัดของข้าเลย

เขาส่ายหน้าเป็นคำตอบให้ข้า

“นางเดินไปถึงไหนกันนะ”

 

“อุ๊ย! เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงหวานของข้าร้องออกไปอย่างตกใจ ซ้ำมือไม้ยังช่วยพยุงคนที่เซมาชนตัวเอง

“ขอโทษเจ้าค่ะ!” แม่นางที่ชนข้า นางหันมากล่าวขอโทษข้าทันทีทันใดเช่นกัน เสียงของนางช่างหวานหูยิ่งนัก เสียงหวานเหมือนกับ...หน้าตาของนาง เห็นไกล ๆ ว่างามมาก ยามได้มาเห็นระยะประชิดเช่นนี้

ที่แท้...น่ารักมากนี่เอง

 

“ไม่เป็นไร ๆ แม่นางบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” เมื่อตื่นจากภวังค์ได้ ข้ารีบเอ่ยถามกลับไป

“ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าขอโทษแม่นางจริง ๆ นะเจ้าคะ เอ่อ...หากไม่รบกวนจนเกินไป ข้าขอทราบนามของท่านได้ไหมเจ้าคะ” คุณคนน่ารักของข้า ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวานกังวานใสแต่มีแววประหม่าเจืออยู่นิดหน่อย

 

คนน่ารัก...ทำอะไรก็น่ารักไปหมด

โอย...ใจบางหมดแล้วตอนนี้

 

“ด้วยความยินดียิ่ง ข้า...อี้หยางมี่ ทางนี้คุณชายเหวินหรง” แนะนำตัวเองเสร็จ ข้าผายมือไปแนะนำคุณชายเหวินหรงต่อ เพราะคิดว่าเรามาด้วยกัน ควรให้เกียรติเขาด้วย ทั้งสองฝ่ายเพียงพยักให้กันตามมารยาท

“แล้วแม่นางล่ะ มีนามว่าอะไรหรือ” ข้าพูดพร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย

แม้ว่าข้าจะรู้นามของแม่นางตรงหน้าแล้ว แต่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อจะได้คุยต่อกับนางอีกนิด ข้าเองนึกเอ็นดูและถูกชะตานางตั้งแต่มองลงมาจากโรงเตี๊ยมแล้ว อยากเข้าไปทำความรู้จัก แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะใช้วิธีการไหนดี กลัวว่าจะดูรุกเกินไปหากจะเดินเข้าไปชวนคุยโต้ง ๆ เลย ทว่า จู่ ๆ โชคชะตาฟ้าลิขิตส่งนางมาหาข้าเอง

 

“ข้ามีนามว่า หวังเย่หลิง เจ้าค่ะ หรือว่าท่าน...คือคุณหนูอี้หยางมี่ ที่พี่ใหญ่ของข้าไปช่วยสอนฉินหรือเจ้าคะ” แม่นางหวังเย่หลิงเอ่ยถามด้วยท่าทางตื่นเต้นไม่ปิดบัง ข้าถึงกับยิ้มให้กับท่าทีของนาง

“หากพี่ใหญ่ของคุณหนูหวังเย่หลิง คือคุณชายหวัง หลานชายคนโตของท่านอาจารย์หวังล่ะก็ ใช่แล้ว ข้าเอง ข้าคือคนที่รบกวนพวกเขาอย่างแท้จริง”

“ไม่รบกวนเลยเจ้าค่ะ ข้าที่ได้เห็นคุณหนูอี้หยางมี่ในวันนี้ พอจะเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เหตุใด...พี่ใหญ่ถึงขอท่านปู่สอนท่านแทน” นางพูดขึ้นด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

หืม?

“หากท่านไม่รังเกียจ ข้าขอเป็นเพื่อนกับท่านได้ไหมเจ้าคะ” และครานี้คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นมาด้วยแววตาที่มีความหวังอยู่เต็มเปี่ยม

ดูประกายระยิบระยับดั่งเพชรน้ำงามในตาของนางสิ ใครจะไปปฏิเสธลงกัน

“ได้สิ ได้แน่นอน” ข้าพูดไปยิ้มไป หากนางไม่ขอเป็นเพื่อนข้า ข้าเองก็ตั้งใจจะขอนางเป็นเพื่อนอยู่แล้ว

 

หวังว่าเราสองคนจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้นะ

ข้ารู้สึกดีกับเจ้าเช่นนี้แล้ว ได้โปรดปรานีความรู้สึกของข้าด้วยล่ะ

 

“พรุ่งนี้ยามบ่าย ข้าคิดว่าจะทำขนมทานเล่น หากเจ้าไม่ติดธุระอันใด แวะมาที่จวนข้านะ” เสียงหวานของข้าเอ่ยเชิญชวนนาง ข้าว่าข้าแสดงออกชัดเจนเลยนะ ว่ายินดีที่จะเป็นเพื่อนนางจริง ๆ

“เจ้าค่ะ” คนถูกชวนขานรับพร้อมพยักหน้าน้อย ๆ

ทั้งคนชวนและคนถูกชวน ตอนนี้...ไม่รู้ใครที่ยิ้มกว้างกว่ากันแล้ว

 

 

เมื่อนัดแนะกับคุณหนูหวังเย่หลิงเสร็จแล้ว เราทั้งสองฝ่ายต่างขอตัวแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองกันต่อ

“ขอบคุณคุณชายเหวินหรงนะเจ้าคะ ถ้าไม่ได้ท่าน ตอนโดนชน ข้าคงล้มลงไปนั่งกับพื้นแน่ ๆ” ข้ากล่าวกับคนข้างตัว

ข้านึกภาพตัวเองว่าต้องลงไปนอนแอ้งแม้งแน่ หากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ เดินอยู่ดี ๆ มีใครบางคนเซมาชนเข้าจนตั้งหลักไม่ได้ ทำให้ข้าเซต่อไปพิงแผงอกคุณชายเหวินหรงที่เดินเยื้องหลังข้าอยู่ครึ่งก้าว แต่พิงแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ เพราะเมื่อจับไหล่ข้าให้ยืนตั้งหลักได้แล้ว คนตัวโตกว่าก้าวถอยห่างทันทีอย่างกับข้าเป็นของร้อน

“อีกทั้งขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ข้าเสียมารยาทกับท่านมาก ยืนคุยกับคุณหนูหวังเย่หลิงตั้งนานเลย เสียเวลาท่านแย่” เอ่ยต่อเพื่อตั้งใจขอโทษเขาด้วยสีหน้าหงอย ๆ จ๋อย ๆ

“เรื่องเล็กน้อย เจ้าอย่าคิดมากเลย” รอยยิ้มเจือเอ็นดูเช่นเดิมที่เขามอบให้ข้า

 

ยิ่งเขาดีด้วย ข้ายิ่งเกรงใจ

 

“เอ้านี่ ข้าให้เจ้า เพื่อแสดงความยินดีกับการเริ่มต้นในวันนี้” เขาหยิบบางสิ่งออกมาจากแขนเสื้อ จากนั้นยื่นส่งมาทางข้า

เกรงใจจัง...แต่จะไม่รับก็กลัวเขาเสียหน้า ‘ผู้ใหญ่ให้ของ ไม่ควรปฏิเสธสินะ’ สังเกตได้ว่าน่าจะเป็นเป็นเพียงแค่พัดผ้า รับไว้คงไม่เป็นไร จึงยื่นมือออกไป

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ข้ากล่าวออกไปเสียงอ่อย ความเกรงใจมันอัดทับข้า จนรู้สึกตัวเองกลายเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยไปเสียแล้ว

แต่พอคลี่พัดออกมาเท่านั้นแหละ ความรู้สึกก่อนหน้ากระจายหายไปกับอากาศทันที

“ว้าว สวยงามมากเลยเจ้าค่ะ! ความม่วงนี้ช่างโดนใจข้า ลายเหมยกุ้ยนี้ก็ช่างอ่อนหวานยิ่งนัก ขอบคุณมาก ๆ เจ้าค่ะ ถูกใจข้าจริง ๆ” สุ้มเสียงหวานใสถูกเปล่งออกไปอย่างไม่อาจควบคุม รวมถึงหน้าตาเบิกบานอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ทุกอย่างมันโดนใจไปหมดอย่างกับจับวางจากแบบที่อยู่ในใจข้า

 

“ข้าดีใจที่เจ้าชอบ” นัยน์ตาของคนให้เองก็เปล่งประกายด้วยรอยยิ้ม

“ท่านดีกับข้ามาก อีกทั้งยังเป็นเพื่อนกับพี่ใหญ่ของข้าอีก ข้าขอนับถือท่านเป็นพี่ชายข้าอีกคนได้ไหมเจ้าคะ!” น้ำเสียงกระตือรือร้นพูดออกไปอย่างที่ใจกำลังคิด

 

“ตกลง ระหว่างนี้ข้าจะเป็นพี่ชายให้เจ้า” เขาพูดยิ้ม ๆ

 

เป็นยิ้ม ๆ ที่...เจ้าเล่ห์ชะมัด

ข้ารู้ ข้าดูออก แต่เรื่องอะไรจะบอกเขาล่ะ ทำหน้าซื่อ ๆ อย่างคนดื้อไม่เป็นบ้าง จะเป็นไรไป

 

 

--------

มาช้า แต่มาแน่นอนนะคะ เอ็นดูไรท์หน่อยน้า กว่าจะได้สักบรรทัด ลบแล้วลบอีก 5555 ที่มีความสุขและน้ำตาซ่อนอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #53 natthakong (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:44
    ใครเป็นพระเอกค่ะ ไรท์ จะได้ลงถูกเรือ ฟินถูกคนหน่อยอ่ะ
    #53
    1
    • #53-1 wanchan p(จากตอนที่ 44)
      19 กรกฎาคม 2563 / 16:21
      รออีกนิดนะคะ เดี๋ยวความชัดเจนก็ปรากฏค่ะ😅
      #53-1
  2. #41 Mitarine (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 09:23

    เติมกำลังใจให้นักเขียนเจ้าค่ะ ^^

    #41
    1
    • #41-1 KKotchaa(จากตอนที่ 44)
      7 กรกฎาคม 2563 / 09:55
      ขอบคุณนะงับ❤️
      #41-1