OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 6 : SF : Night (밤) Sehun x Xiumin - Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 มิ.ย. 61

Title: Night () Part III

Pairing: Shixun x Xiumin (Sehun x Xiumin)

 



 


Tell me…What is love?


 

เสียงฝีเท้าดังมาตามทางเดินในยามค่ำคืนสร้างความสนใจให้แก่ชายเจ้าของปราสาทแห่งนี้จนต้องเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ อี้ฝานนั่งอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้างปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องเช่นทุกๆวันยามที่เขามีเวลาว่าง หากเขาคิดไม่ผิดเขาคงต้องตอบคำถามจากเด็กน้อยเจ้าของเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องของเขาเป็นแน่ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อเห็นมือเล็กพยายามแง้มประตูอย่างเบาเท่าที่เจ้าตัวคิดไว้ พอสบตากันเด็กน้อยก็ก้มหัวลงเล็กน้อย

ผมมารบกวนท่านอี้ฝานหรือเปล่าครับ

ไม่หรอก เวลากลางคืนเช่นนี้ไม่ใช่เวลาหลับของข้าอยู่แล้ว อี้ฝานลุกขึ้นจากที่ที่นั่งอยู่แล้วพลางวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะ

ดีจังเลย ผมมีเรื่องอยากถามท่านอี้ฝานเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ซิ่วหมินมักจะมีคำถามเสมอเมื่ออ่านหนังสือแล้วเกิดข้อสงสัย ในปราสาทเล็กๆของเขาแห่งนี้มีหนังสืออยู่มากมายตามประสาคนมีอายุขัยยืนยาวที่มักจะมีเวลาว่างเยอะๆ การอ่านหนังสือก็เป็นการคร่าเวลาอย่างหนึ่งเช่นกัน เขาดีใจที่ซิ่วหมินชอบอ่านหนังสือเหมือนกับเขา

อะไรหรือเด็กน้อย อี้ฝานถามพร้อมก้มมองหนังสือในมือของเด็กน้อยของเขา เมื่อเห็นชื่อหนังสือก็พอจำได้ลางๆว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นเทพนิยายเกี่ยวกับความรักของเจ้าหญิงและเจ้าชาย

ผมอยากรู้ว่าจูบคืออะไร

พอได้ยินคำถามเพียงเท่านั้นอี้ฝานถึงกับหัวเราะลั่นห้อง เขาอดเอ็นดูท่าทางไร้เดียงสาของซิ่วหมินไม่ได้จริงๆ ใครจะไปคิดเลยว่าเด็กน้อยเจ้าของใบหน้าน่ารักแต่มีความพิเศษตรงที่มีพลังควบคุมหิมะและสร้างน้ำแข็งได้กำลังเงยหน้าถามเขาว่า จุูบ คืออะไร

ท่านอี้ฝานทำไมต้องขำด้วย ผมพูดอะไรผิดไปเหรอ

ไม่หรอกๆ ไม่ผิดเลยซิ่วหมิน ข้าแค่ขำในความไร้เดียงสาของเจ้าเฉยๆ

แล้วตกลงมันคืออะไรกันละครับ ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าชายต้องจูบเจ้าหญิงด้วย ซิ่วหมินยังคงเอียงคอถามด้วยความสงสัย จนเคนถูกถามต้องกลั้นขำอีกรอบ เอาละสิ ถ้าวันนี้เขาไม่ตอบคาดว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆ

จูบก็คือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง อี้ฝานตอบแล้วย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของคนตัวเล็กกว่า นิ้วมือยาวเอื้อมไปจับยังแก้มขาวใสก่อนจะเลื่อนมาที่ริมฝีปากเล็ก

เป็นการสัมผัสกันที่ริมฝีปากเพื่อแสดงความรักยังไงละ

แบบนี้คือจูบเหรอครับ ซิ่วหมินยังคงไม่เข้าใจ แต่เขารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเหลือเกินยามที่ถูกแตะที่ริมฝีปากเช่นนี้ หากนี่คือการจูบละก็เขาคิดว่าเจ้าหญิงในนิยายคงจะมีความสุขมากเหลือเกิน

ไม่ใช่หรอกซิ่วหมิน การจูบน่ะคือการสัมผัสริมฝีปากด้วยริมฝีปากของอีกฝ่ายต่างหากอี้ฝานว่าพลางนิ้วเรียวยาวละออกจากปากนุ่มจ้องมองเด็กน้อยที่กำลังขบคิดคำตอบที่ได้รับไป

ถ้าเป็นการแสดงความรัก...ผมทำกับท่านอี้ฝานได้หรือไม่?’

อี้ฝานมองซิ่วหมินอย่างทึ่งและอึ้งในเวลาเดียวกัน เขาควรจะโทษความเดียงสาของเด็กน้อยตรงหน้าหรือควรจะโทษตัวเองที่ดันปล่อยให้ซิ่วหมินอ่านหนังสือที่มีการจูบกับของตัวละคร หรือจะโทษตัวเองอีกรอบที่อธิบายอะไรไม่ดีพอ เขาควรจะลงรายละเอียดด้วยว่ามันเป็นการแสดงความรักที่ไม่เหมือนกับกอดที่เขาทำประจำ

เพราะการจูบมันลึกซึ่งกว่านั้น....

ไม่ได้หรอกซิ่วหมิน ตอนนี้เจ้ายังไม่เหมาะที่จะทำเช่นนั้นกับข้า

เพราะท่านอี้ฝานไม่ได้รักผมเหรอครับซิ่วหมินพองแก้มด้วยความเง้างอนจนอี้ฝานต้องถอนหายใจออกมาหากแต่ไม่ใช่เพราะเบื่อหน่ายแต่เป็นเพราะเขารู้สึกเหมือนตัวเองจะแพ้ทางท่าทางน่ารักของซิ่วหมินอย่างไรไม่รู้

ไม่ใช่หรอก ตอนนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ พูดจบก็คว้าร่างเล็กเข้ามากอดพลางลูบไปที่เรือนผมสีเงินเบาๆ พอถูกทำแบบนี้แล้วก็ลืมความเง้างอนไปหมดสิ้น เด็กน้อยของอี้ฝานได้หลับตาลงเพื่อซึมซับสัมผัสที่แสนอบอุ่นนี้

เมื่อเจ้าโตขึ้นและรู้จักความรักมากกว่านี้...เจ้าจะเข้าใจเองว่าจูบคือเช่นไร

.

.

 

เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย...

แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนชั้นบนสุดของปราสาทเป็นผลให้คนที่ยังหลับสนิทต้องลืมตาตื่นแม้จะต้องการเข้าสู่นิทรารมย์ต่อหากแต่ก็ไม่อาจฝืนแสงที่ส่องเข้ามาได้ ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเฉินที่คงเข้ามาเปิดม่านหน้าต่างปลุกเขาเช่นเคยแต่เขาก็ไม่ได้ยินเสียงเรียกของเฉินอย่างที่ควรเป็น เมื่อคิดได้เช่นนั้นดวงตากลมก็เปิดออกเพื่อมองสำรวจไปทั่วห้องเพื่อพบว่าในห้องมีเขาเพียงแค่คนเดียว

เมื่อคืนนี้เขากลับมาที่นี่ได้อย่างไรกันนะ?

เท่าที่จำได้เขาถูกซื่อชุนพาไปที่แห่งหนึ่งที่สวยเอามากๆจนเขาแทบจะลืมว่าตัวเองคิดสั้นอยากตายตามอี้ฝานไป จากนั้นก็จำได้อีกว่าซื่อชุนบอกให้เขาช่วยสร้างหิมะให้ดูเพราะว่ามันสวยดีแถมยังบอกอีกว่าชอบหิมะของเขาเอามากๆ แล้วพอตัวเองบอกขอบคุณออกไปจู่ๆริมฝีปากของเขาก็ถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย

จูบนั่นละ

ใบหน้าหวานรู้สึกร้อนผ่าวซึ่งเขาเข้าใจว่ามันเป็นความโกรธและโมโห ข้อแรกซื่อชุนหลอกเขาว่าจะทำให้ตายแต่ก็พาไปที่ไหนก็ไม่รู้ ข้อสองเขาถูกบังคับจูบและด้วยพละกำลังที่ต่างกันมากเขาเองก็ขัดขืนไม่ได้แม้จะร้องในลำคอประท้วงอยู่นาน จากนั้นสุดท้ายแล้วเขาก็จำอะไรหลังจากนั้นไม่ได้แล้ว

ก็เป็นไปได้ว่าซื่อชุนคงพามาส่งที่ห้องเช่นเดิมแล้วจากไปโดยที่สภาพในห้องยังเป็นเช่นเมื่อคืนนั่นคือผ้าม่านไม่ได้ถูกปิดเอาไว้จนแสงอาทิตย์ส่องมารบกวนเช่นนี้

เป็นพี่น้องที่ต่างกันจริงๆ ซิ่วหมินพึมพำเบาๆกับตนเอง หากเปรียบอี้ฝานเป็นดั่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขามาโดยตลอด เป็นดั่งสายน้ำที่อ่อนโยนเช่นเดียวกับนิสัยของอี้ฝานที่ได้เติมเต็มชีวิตเด็กน้อยที่ถูกรังเกียจมาตลอด่ยเขาแล้ว ซื่อชุนก็คงเหมือนสายลมที่พัดไปมาเดี๋ยวแรงเดี๋ยวค่อยจนตามไม่ทัน

สายลมที่เขาไม่รู้เลยว่าจะมาทิศทางไหน

มือเล็กยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขารู้สึกเสียใจที่จูบแรกของเขาไม่ใช่อี้ฝานอย่างที่ตนเคยปรารถนาไว้ และถึงแม้อี้ฝานจะจากไปแล้วเขาเองก็มิปรารถนาจะให้ใครอื่นมาช่วงชิงมันไปหากแต่บัดนี้เซื่อชุนคือคนที่ได้มันไปเสียแล้ว

ขอโทษนะครับท่านอี้ฝาน ซิ่วหมินเอ่ยเบาๆหวังว่าคำขอโทษของเขาจะล่องลอยไปหาคนที่หัวใจยังคงคำนึงถึง

มือเล็กยังคงแตะที่ริมฝีปากอยู่เช่นนั้นพลางคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืน สิ่งที่ร่างกายของเขาจดจำได้คือถึงแม้อากาศหนาวเหน็บแต่ความรู้สึกอุ่นแผ่ซาบซ่านไปทั่วร่างกายยังคงติดตรึง ความอ่อนนุ่มในคราแรงทำให้เขาราวกับล่องลอยจากนั้นก็ถาโถมไปด้วยความรุนแรงจนเขาเริ่มรู้สึกตัวออกเสียงท้วงออกไปเพื่อหยุดเสีย พอนึกถึงตรงนี้มือทั้งสองยกขึ้นปิดดวงหน้าหวานเพื่อซ่อนความรู้สึกอับอาย ถ้าตอนนี้ซิ่วหมินสามารถมองเห็นใบหน้าตนเองได้คงอดตกใจไม่ได้..เพราะมันแดงเสียเหลือเกิน

การแสดงออกถึงความรักมันทำให้เขาว้าวุ่นได้ขนาดนี้เชียว

แล้วการที่ซื่อชุนจูบเขาจะหมายความตามที่ท่านอี้ฝานเคยบอกว่ามันคือการแสดงความรักหรือไม่?

ท่านซิ่วหมินเสียงเรียกของเฉินทำเอาคนนั่งเหม่อต้องสะดุ้งก่อนจะหันไปมองคนเรียกด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงระเรื่อ

มี...มีอะไรเหรอเฉิน ดวงตากลมไล่มองเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เพราะการแต่งกายที่เรียกว่าดูเหมือนจะเตรียมพร้อมเดินทางเลยทีเดียว ทั้งเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ที่คลุมทั้งร่างกระทั่งรองเท้าบูทหนังสัตว์สีน้ำตาลที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมยามร่างนั้นค่อยๆเดินตรงมาหาเพราะคงจะยังเจ็บอยู่บ้างจากการที่ถูกซื่อชุนซัดเข้าเมื่อคืน

ข้าว่าพวกเราควรจะออกไปจากที่แห่งนี้เฉินเอ่ยเสียงเครียดพร้อมสีหน้าจริงจังทำเอาซิ่วหมินต้องมองเขม็ง

ทำไม

ข้าไม่รู้ว่าหมอนั่น...ข้าหมายถึงน้องชายท่านอี้ฝานจะกลับมาอีกไหม แล้วถึงตอนนั้นท่านก็อาจจะไม่ปลอดภัย ท่านรู้ไหมเมื่อคืนข้าได้แต่สวดภาวนาให้ท่านไม่ถูกทำร้ายหรือถูกดูดเลือดจนตาย

เฉินร่ายยาวด้วยทั้งเพราะห่วงผู้มีพระคุณของเขาและด้วยความกลัวเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าซื่อชุนหรือสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นน่ากลัวและอันตรายขนาดที่ซิ่วหมินยังไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนเขาที่ไม่มีพลังอะไรเลยซักอย่างนั้นคงไม่แม้แต่จะคิดที่จะต่อกร

หากแต่ถ้าหนีไปจากที่แห่งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าจะปลอดภัยมากกว่าอยู่ที่แห่งนี้

ไม่ เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น แน่นอนว่าซิ่วหมินไม่มีความคิดจะไปจากที่แห่งนี้ จะให้ทิ้งที่ๆเต็มไปด้วยความทรงจำของเขาและท่านอี้ฝานไว้เบื้องหลังเช่นนี้เขาไม่มีทางทำเด็ดขาด

แต่ท่านอี้ฝานไม่อยู่แล้วนะขอรับ ท่านไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป เฉินยังคงยกเหตุผลมาเพื่อให้ซิ่วหมินได้คิดสักนิดว่าการอยู่ที่นี้ไม่มีได้มีความหมายใดๆอีกต่อไป

แต่เราไม่ไป อีกอย่างซื่อชุนก็ไม่ได้ทำอะไรข้า ในเสี้ยววินาทีซิ่วหมินเผลอนึกถึงจูบเมื่อคืน แต่ก็ไม่ได้บอกออกไป

เฉินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างอ่อนใจก่อนจะพยายามรวบรวมสติเพื่อต่อรองให้ซิ่วหมินยอมไปจากที่แห่งนี้ คนเย็นชาอย่างซิ่วหมินบางครั้งก็แปรเปลี่ยนเป็นคนหัวดื้อในเวลาเดียวกันจนต้องค่อยๆประเลาะ เฉินค่อยๆย่อตัวลงเสมอกับข้างเตียงของซิ่วหมินอ้อนวอนเพื่อบอกว่าเขายอมทุกอย่างหากผู้มีพระคุณของเขาต้องไม่เป็นอะไร

ท่านซิ่วหมิน ตอนนี้ท่านอาจจะยังสับสนเรื่องท่านอี้ฝาน แต่ท่านต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ เฉินแตะไปที่มือของซิ่วหมินเบาๆเพื่อให้กำลังใจ

และเพราะตอนนี้ท่านอี้ฝานไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะปกป้องท่านได้นอกจากข้า ดังนั้นข้าขอร้อง...

 เฉิน เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ซิ่วหมินดึงมือออกทันทีเมื่อรู้ว่าเฉินพยายามหว่านล้อมให้ตอบตกลง

วันนี้ไม่ทำอะไรแต่วันหน้าก็ไม่แน่ เมื่อวานหมอนั่นก็พูดเอง เฉินเถียงอย่างไม่ยอมแพ้แต่นั่นก็ยังดีเสียกว่าที่จะถูกเห็นซิ่วหมินที่ไม่รู้ว่าวันไหนที่จะถูกทำร้ายหรือถูกฆ่าขึ้นมา เขาไม่ต้องการให้ผู้มีพระคุณของเขาต้องมีจุดจบเช่นนั้น

ไม่ ที่แห่งนี้คือสถานที่ของเรากับท่านอี้ฝาน หากเราไปเราคงผิดคำสัญญาต่อท่านอี้ฝานซิ่วหมินเองก็ไม่ยอมเช่นกัน เขารู้ว่าเฉินนั้นปรารถนาดีต่อเขา แต่เขาไม่ต้องการหนีไปที่ใดอีกที่แห่งนี้เป็นที่ๆเขาได้ตายและเกิดใหม่เป็นซิ่วหมินตั้งแต่วันที่ถูกช่วยชีวิตเอาไว้

แต่ท่าน...

หากเจ้ากลัวเราไม่ว่าหรอกนะถ้าเจ้าจะไปจากที่แห่งนี้ ไม่รอให้เฉินได้พูดจบซิ่วหมินตัดสินใจบอกไปด้วยเสียงเย็นชานั่นเพราะเขาไม่อยากให้เฉินต้องห่วงเขาอีกต่อไป แต่มันดันเป็นการกระตุ้นให้เฉินต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าซิ่วหมินต้องไปกับเขาตอนนี้และเวลานี้

ท่านต้องไปกับข้าท่านซิ่วหมิน ต่อให้ท่านขับไล่ข้าอย่างไรข้าก็ต้องพาท่านไปด้วย ที่แห่งนี้ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว ว่าจบก็คว้าข้อมือคนที่นั่งนิ่งบนเตียงแล้วฉุดกระชากให้เดินตามมาด้วยกันอย่างไม่ห่วงมารยาทอีกต่อไป ทุกอย่างทำไปด้วยความโกรธจนเฉินเริ่มขาดสติ ซิ่วหมินยื้อยุดฉุดร่างแค่เฉินก็ไม่ยอมปล่อย

เฉิน ปล่อยเรา!” ซิ่วหมินตั้งใจจะใช้พลังของตัวเองให้เฉินเลิกลากเขาเสียที แต่พอคิดจะเรียกพลังออกมาก็เหมือนร่างกายไม่พร้อมในเวลานี้จนเป็นผลให้ร่างของซิ่วหมินก็ร่วงลงไปกองกับพื้นห้องทันทีที่ลุกขึ้นมาตามแรงลาก

ท่านซิ่วหมิน!!!”

 

 

ร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีเงินแสนสวยนอนหลับไม่ได้สติบนเตียงนอน ส่วนคนที่ตั้งใจจะหนีไปจากที่นี้พร้อมกันกับผู้มีพระคุณนั้นนั่งอยู่ที่ข้างเตียงทำหน้าที่เปลี่ยนผ้าที่ชุบน้ำแล้วแปะเอาไว้ที่หน้าผากอย่างเบามือ เมื่อครู่นี้เขาตกใจอย่างมากที่เห็นคนที่ไม่เคยเป็นไข้มาตลอดเวลาที่รู้จักกันล้มฟุบลงไปแทบจะในทันทีที่เขาออกแรงดึงให้ลุกตามมา ตอนแรกเขาก็ร้อนรนจนไม่รู้จะทำเช่นไรเพราะคนที่หลับใหลอยู่ตอนนี้ไม่เคยเป็นแบบนี้แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่ค่อยไม่สบายง่ายๆ ดังนั้นหยูกยาที่ใช้รักษาโรคแบบคนปกติจึงไม่มีเลยในปราสาทแห่งนี้ เพราะแบบนั้นตอนนี้เขาเลยทำได้เพียงแค่นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดไปตามดวงหน้าหวานแล้ววางไปที่หน้าผากนั่นเพื่อลดอุณหภูมิในกายลง

ข้าขอโทษท่านซิ่วหมิน...ข้าไม่คิดว่าท่านจะกำลังเป็นไข้เฉินก้มหน้ายอมรับความผิดแม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆซิ่วหมินถึงเป็นเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะตรอมใจเรื่องของอี้ฝานทำให้ไม่ยอมแตะอาหารตั้งแต่เมื่อวาน หรืออาจจะเพราะซื่อชุนทำอะไรเพราะเขาไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พอนึกถึงซื่อชุนสมองของเฉินก็ทำงานหนัก เขาจะทำเช่นไรให้คนที่นอนไม่ได้สติบนเตียงนี้ยอมหนีไปจากที่แห่งนี้แล้วยิ่งตอนนี้เกิดล้มป่วยขึ้นมาทำให้เขาต้องหยุดแผนการหนีของเขาออกไปเพราะซิ่วหมินในสภาพนี้อย่าว่าแต่จะหนีไป แค่เดินไปถึงประตูห้องก็น่าจะไม่ไหวแล้ว

ท่าน...อี้ฝานเสียงหวานเพรียกหาคนจากไปแล้วเบาหวิว เฉินมองคนเพ้อเพราะพิษไข้อย่างหนักใจ แม้จะอยู่หรือตายจากไปอี้ฝานก็ไม่เคยหายไปจากใจของซิ่วหมินเลย

ข้าอยู่ตรงนี้ ท่านต้องการอะไรหรือไม่เฉินจับมือเล็กนั้นไว้แน่นเพื่อดึงให้สติคนนอนหลับอยู่กลับมาหากแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา

เฉินถอนหายใจออกมาก่อนจะละมือออกมา ดวงตามองไปที่หน้าต่างเห็นแสงแดดกำลังทอสีส้มบ่งบอกว่าเป็นเวลาเย็นย่ำมากแล้วและอีกไม่นานยามราตรีก็จะมาเยือนอันเป็นเวลาของสิ่งมีชีวิตที่ดูดเลือดเป็นอาหาร เขาเดินไปปิดและลงกลอนหน้าต่างให้เรียบร้อยอย่างน้อยหากมันจะช่วยไม่ให้ซื่อชุนเข้ามาทำอันตรายใดๆแก่ซิ่วหมินได้แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์เท่าไรเมื่ออีกฝ่ายมีพละกำลังมากเช่นนั้น...เขามั่นใจในข้อนี้ดีแต่ก็ไม่อยากจะยอมรับ

หนาว.... เฉินหันไปตามเสียงเห็นซิ่วหมินนอนสั่นในผ้าห่มที่ห่มไว้ทั้งร่างอย่างน่าสงสาร อดนึกไม่ได้ว่าคนที่หนาวตอนนี้ก็เป็นคนเดียวกับที่สร้างหิมะตกได้อย่างใจคิด ไม่น่าเชื่อว่าคนๆเดียวกันนี้จะถูกความหนาวเล่นงานได้

เฉินหาผ้าอีกผืนมาคลุมทับให้ร่างบอบบางเพื่อคลายความหนาวพลางมองดูใบหน้าหวานที่ซีดขาวกระทั่งริมฝีปากนั้นก็แห้งผากเพราะพิษไข้ เฉินคิดว่าอาการเช่นนี้ควรจะต้องได้รับยาเช่นคนทั่วไปไม่เช่นนั้นก็คงไม่ทุเลา เขามองไปที่ร่างของซิ่วหมินอย่างสงสารหากเพียงเขาได้ยามาช่วยรักษาละก็

ข้าต้องเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อนำยามารักษาท่าน...ท่านอย่าเพิ่งรีบเป็นอะไรเลยนะ สุดท้ายเฉินก็ตัดสินใจที่จะทิ้งซิ่วหมินไว้เพียงลำพังเพื่อหายามารักษา เขาได้แต่ภาวนาว่าซื่อชุนจะไม่มาที่นี้ในวันนี้หรืออย่างน้อยถ้ามาก็อย่าทำอันตรายใดๆแก่ซิ่วหมินเลย

เขาอดสมเพชตัวเองในใจไม่ได้ที่ไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้องเพียงผู้มีพระคุณคนเดียวไม่ได้

.

.

.

เท้าเล็กเปลือยเปล่าทั้งสองกำลังย่ำไปตามพื้นดินที่ปลกคุลมทั่วด้วยหิมะสีขาว รอยช้ำและรอยแผลเต็มไปทั่วเท้าขาวนั้นเพราะโดนหิมะกัดแต่กระนั้นเจ้าของเท้าทั้งสองก็ยังไม่คงหยุดเดิน เด็กน้อยในชุดผ้าฝ้ายสีขาวที่เลอะไปด้วยเศษหินดินทรายบ่งบอกให้รู้ว่าเดินทางมาไกลมากเหลือเกิน เรือนผมสีเงินที่ขยับไปตามจังหวะการเดินรับกับใบหน้าน่ารักที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

ท่านพ่อ....ท่านแม่ เด็กน้อยเอ่ยเสียงสั่น นัยน์ตาทั้งสองพร่ามัวเพราะหยาดน้ำใสที่เอ่อล้น เบื้องหน้าของเขาเป็นเพียงภาพจางๆของคนที่เป็นผู้ให้กำเนิด ชายหญิงทั้งสองยิ่งเดินห่างออกไปยามที่เด็กน้อยพยายามจะเดินเข้าไปหา เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงกลางระหว่างคนทั้งสองยังคงมีเด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทเช่นท้องฟ้ายามราตรีกำลังถูกจูงมือไว้ด้วยพ่อแม่ของเขา

เด็กคนที่ใบหน้าเหมือนเขาทุกประการ...

ทำไมต้องรังเกียจผมเช่นนี้ เด็กน้อยหมดแรงที่จะก้าวเดินต่อ เขารู้ตัวเองดีว่าต่อให้พยายามแค่ไหนตนเองก็เป็นเพียงตัวประหลาดที่น่ารังเกียจของผู้ให้กำเนิดเท่านั้น สองมือเล็กยกขึ้นมาปิดใบหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างเหนื่อยอ่อน เขาควรจะหยุดเดินได้แล้ว....

เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจนั้นเรียกให้ชายร่างสูงที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเด็กน้อย มือเรียวยาวแกะให้มือเล็กทั้งสองเลิกซ่อนใบหน้านั้นออกพลางเชยคางให้มองมาที่เขา เด็กน้อยเงยมองเมื่อถูกมือยาวจับใบหน้าน่ารักให้เชิดขึ้น

ซิ่วหมิน

ท่านอี้ฝาน!” เด็กน้อยตะโกนลั่นก่อนจะโผทั้งร่างเข้าไปกอด ความรู้สึกเศร้าโศกเมื่อครู่มลายหายพลันแทนที่ด้วยความอบอุ่นและโหยหา มือเล็กทั้งสองขยุ้มผ้าคลุมสีดำของอี้ฝานแน่นราวกับกลัวเจ้าของของมันจะหายไป

เจ้าร้องไห้ทำไมกัน

ผมคิดถึงท่าน ท่านกลับมาหาผมแล้วใช่ไหมเด็กน้อยพูดพลางสะอื้นจนแทบขาดใจ แม้ส่วนหนึ่งของจิตใจรู้เต็มอกว่าชายที่ตนกำลังกอดไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป กระนั้นก็อยากจะเว้าวอนให้อยู่ด้วยกันเช่นนี้ตลอดไป

ซิ่วหมิน...ข้าขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ อี้ฝานบอกเสียงเศร้าพลางใช้มือลูบไปที่เรือนผมสีเงินของซิ่วหมิน อย่างทะนุถนอม

ทำไมกัน ทำไมท่านต้องจากผมไป

เด็กน้อย...เจ้าอย่าเสียใจไปเลย หากไม่มีข้าเจ้าเองก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอี้ฝานยันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเด็กน้อยใช้มือทั้งสองจับไปที่ใบหน้าหวานน่ารักแล้วใช้ดวงตาคมทั้งสองจดจ้องไปที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของซิ่วหมิน

ผมไม่อยากอยู่ในโลกที่ไม่มีท่านอี้ฝาน

ประโยคนี้เรียกรอยยิ้มบางๆให้กับเด็กน้อยของเขาหากแด่ดวงตาทั้งสองนั้นช่างดูแสนเศร้าเพราะเขาไม่อยากให้เด็กน้อยของเขาต้องเจ็บปวกหากแต่ความจริงที่เขาจากไปแล้วมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซิ่วหมินแทบจะร้องไห้ออกมาอีกระลอกเมื่อนิ้วเรียวยาวของผู้มีพระคุณเช็ดหยาดน้ำใสให้อย่างอ่อนโยน ดวงตาของทั้งสองสบกับราวกับจะไม่ได้เจอกันอีกต่อไป

ฟังข้า เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปซิ่วหมิน...คนที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้เช่นข้าไม่ได้อยากเห็นเจ้าต้องตายตามข้ามา

แต่...

เด็กน้อย จงมีชีวิตอยู่เพื่อข้า.... ในไม่ช้ามือของอี้ฝานที่จับมือเล็กเอาไว้แน่นเมื่อครู่ก็ค่อยเลือนหายไป ร่างกายเนื้อได้แปรเปลี่ยนเป็นฝูงค้างคาวล่องลอยไปในอากาศ ซิ่วหมินวิ่งตามร่างของอี้ฝานที่กำลังจะหายไปอย่างสุดแรงเพื่อไม่ให้จากเขาไปหากแต่ในท้ายที่สุดต้องก็ทำได้เพียงคว้าเอาไว้แค่อากาศ

ท่านอี้ฝาน!” เสียงหวานตะโกนลั่น ร่างเล็กของเด็กน้อยเมื่อสักครู่บัดนี้กลายเป็นร่างบอบบางของชายหนุ่มวัยแรกรุ่นแทน ใบหน้าน่ารักแปรเปลี่ยนเป็นดวงหน้าหวานของซิ่วหมินในยามปัจจุบันที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยลงมาอย่างหนักจนแทบจะทับถมร่างของคนตัวบอบบางไปกับสีขาวของมัน

และเพราะกำลังโศกเศร้าเพราะเรื่องของอี้ฝาน ซิ่วหมินไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าท่ามกลางเกล็ดหิมะนับหมื่นที่โปรยปรายลงมายังคงมีร่างสูงอีกคนยืนอยู่ข้างหลังร่างเล็ก เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงพื้นหิมะนั่นใกล้เข้ามาแต่คนที่กำลังเสียใจไม่ได้สนว่าใครหรือสิ่งใดเข้าใกล้มากระทั่งได้ยินเสียงที่คุ้นหูกระซิบแล้วจับให้ร่างของซิ่วหมินหันมา

เจ้าคือของของข้า...เพียงผู้เดียว

อีกคราที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับเลือดถูกครอบครองด้วยชายผู้เอ่ยความเป็นเจ้าของอย่างถือวิสาสะ แม้ดวงตายังไม่ทันเห็นว่าเป็นใครหากแต่สมองกับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

ท่านซื่อชุน!!”

ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ ร่างกายของทั้งสองกลับร้อนรุ่มดังกับเปลวไฟ

พอถูกจุดแล้วก็ยากจะดับลง...

 

 

ซิ่วหมินสะดุ้งเฮือกเมื่อตื่นจากความฝัน มือทั้งสองกุมไปที่อกพลางหอบหายใจเข้าออกอย่างหนักจนตัวโยน อาการตกใจจากความฝันทำให้ร่างทั้งร่างสั่นระริก เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดพรายไปเต็มดวงหน้าหวาน เมื่อเริ่มระลึกได้ว่าเมื่อครู่เป็นเพียงความฝันดวงตากลมทั้งสองจึงสอดส่องไปรอบห้องและเมื่อเห็นว่าที่แห่งนี้ยังเป็นห้องนอนเขาเช่นเดิมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ผ้าผืนเล็กที่ร่วงลงอยู่ตรงตักเขาทำให้เขาประหลาดใจ บางทีเขาคงเป็นอะไรและคงเป็นเฉินที่ดูแลตอนหลับไป

ร่างเล็กเอนตัวลงไปนอนอีกครั้งเพราะรู้สึกปวดหัว พลิกตัวนอนตะแคงเพื่อมองไปที่หน้าต่างที่ถูกผ้าม่านปิดเอาไว้แถมลงกลอนเอาไว้อย่าง ก็น่าจะเป็นเป็นฝีมือของเฉินที่คงกลัวซื่อชุนเข้ามาในห้องของเขาแบบเมื่อคืนวาน และตอนนี้เขาเองไม่มีแรงจะลุกไปเปิดมันเพื่อดูเวลาว่าตอนนี้เป็นยามสว่างหรือมืดค่ำแล้ว คิดดังนั้นดวงตากลมทั้งสองก็ปิดลงแล้วทบทวนถึงความฝันเมื่อครู่

เด็กน้อย จงมีชีวิตอยู่เพื่อข้า

หยาดน้ำใสไหลลงมาจากหางตา ความฝันเมื่อครู่ช่างน่าประหลาดเพราะมันเสมือนเป็นการล่ำลาครั้งสุดท้ายระหว่างเขาและอี้ฝานและนั่นหมายความว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ได้เจอท่านอี้ฝานของเขาอีกต่อไป เขายังจดจำคำขอสุดท้ายก่อนที่จะจากกัน

เช่นนั้นผมจะอยู่ต่อไปเพื่อท่านอี้ฝาน...

ซิ่วหมินไม่รู้หรอกว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป เขาจะไปจากที่นี่ตามคำขอของเฉินหรือจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆจวบจนวันตายตามที่เขาปราถนา หากแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าของปราสาทคนใหม่อย่างซือชุนจะยอมหรือไม่

เจ้าคือของของข้า...เพียงผู้เดียว

คำพูดในฝันที่เหมือนกับคำพูดเมื่อคืนที่ริมทะเลสาบนั่นทำเอาซิ่วหมินหน้าร้อนผ่าว ซึ่งเขาให้เหตุผลตัวเองว่าเพราะเขาเป็นไข้ แต่หัวใจที่เต้นระรัวนี่ต่างหากละที่เขาไม่เข้าใจหรือจะเป็นเพราะเขากลัวซื่อชุนมาก...คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะใครกันจะไม่กลัวคนที่มีพลังมากกว่าตนเอง ร่างเล็กดึงผ้าห่มให้คลุมร่างทั้งร่างของตัวเองเมื่อเริ่มรู้สึกหนาวและเพียงไม่นานซิ่วหมินก็หลับลงไปอีกครั้งอย่างง่ายดายเพราะร่างกายอ่อนล้าเต็มที

 

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ท่ามกลางความเงียบสงัดของปราสาทลึกลับแห่งนี้ซิ่วหมินแว่วได้ยินเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นกระนั้นตนเองก็ไม่มีแรงจะลืมตามาดู เขาคาดว่าคงเป็นเฉินที่ซึ่งเป็นผู้อาศัยอีกคนในปราสาทแห่งนี้คงจะเขามาดูอาการ เสียงฝีเท้าค่อยๆคืบเข้ามาใกล้จนได้ยินชัดเพียงข้างหูก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักของบุคคลมาใหม่นั่งลงที่ข้างเตียง

ซิ่วหมิน สุ่มเสียงที่ไม่คุ้นเคยว่าเป็นเสียงของเฉินนั่นทำให้คนที่มีสติริบหรี่พยายามเปิดเปลือกตามาดู เขารู้สึกถึงฝ่ามือกำลังจับมาที่ใบหน้าของเขาอย่างเบาๆ

เจ้าไม่สบายเหรอ

ค...ใคร ริมฝีปากที่ซีดและแห้งผากเพราะร่างกายขาดน้ำขยับเพื่อเปล่งเสียงเท่าที่ทำได้

ข้าเอง เสียงคนมาใหม่กระซิบลงข้างหู เสียงที่ไม่ใช่ของเฉินแต่เป็นอีกคนที่อยู่ในความฝันของเขาก่อนหน้านี้ คนที่ทำให้หัวใจเต้นระรัว

ท่าน...ซื่อชุนเสียงหวานเอ่ยเบาๆ

หืม...เจ้าไม่สบายจริงๆด้วย มือยาวแตะไปที่หน้าผากอย่างสำรวจ อุณหภูมิร้อนจากร่างเล็กส่งผ่านาที่ฝ่ามือเป็นสิ่งบ่งบอกว่าอาการของซิ่วหมินนั่นไม่ดีเอามากๆ ซื่อชุนขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดว่าทำไมซิ่วหมินถึงได้ไม่สบายได้ อาจจะเป็นเพราะเขาพาออกไปข้างนอกเมื่อวานรวมทั้งเมื่อวานซิ่วหมินก็ใช้พลังไปเสียเยอะ

น้ำ....

เจ้าหิวน้ำหรือ ซื่อชุนมองไปที่ซิ่วหมินที่หลับตาลงไปแต่ริมฝีปากยังคงขยับเพื่อเปล่งเสียงด้วยความกระหายน้ำ ดวงตาคมหันไปมองแก้วน้ำที่วางที่โต๊ะเล็กข้างเตียงแล้วหันมามองมาที่คนเป็นไข้อีกครั้งอย่างพิจารณา สภาพแบบนี้จะให้ลุกมากินน้ำเองก็คงยาก

ก็คงมีวิธีเดียว...

ซื่อชุนยกแก้วน้ำนั้นยกดื่มก่อนจะช้อนร่างเล็กบนเตียงให้ลุกขึ้นมาเล็กน้อย มือข้างหนึ่งพยุงไว้ที่ไหล่เล็กส่วนอีกข้างบีบไปที่คางเล็กนั่นเพื่อให้ริมฝีปากเผยอออกจากกันก่อนที่ซื่อชุนจรดริมฝีปากลงเพื่อป้อนน้ำให้คนไม่สบายตามคำขอ

ซิ่วหมินแม้จะไม่มีสติมากนักหากแต่ก็รู้สึกถึงน้ำที่ไหลลงมาที่คอจนความกระหายน้ำถูกบรรเทาลงไป ดวงตาทั้งสองพยายามจะปรือมองคนทีป้อนน้ำให้เขาหลายต่อหลายครั้ง

ท่านซื่อชุน...

ถ้าหากข้ากินเลือดเจ้าตอนนี้ ข้าจะไม่สบายตามเจ้าไปหรือไม่นะ เมื่อเขาคิดว่าป้อนน้ำแก่คนไม่สบายนี่เพียงพอแล้วก็เอ่ยถามติดตลก นิ้วยาวไล้ไปตามใบหน้าขาวนวล ความเรียบลื่นของผิวนุ่มทำให้ซื่อชุนแทบอยากจะฝากรอยคมเขี้ยวไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

ผม...หนาว เพราะอาการไข้ทำให้ร่างกายของซิ่วหมินอ่อนแอลงมาก ความหนาวที่คุ้นเคยในตอนนี้ก็เป็นสิ่งที่กำลังเล่นงานเขาอยู่นั่นเอง

ไม่รู้ว่าทำไมซื่อชุนถึงคิดว่าคนตรงหน้ายามไม่สบายถึงได้ดูขี้อ้อนเสียอย่างนั้นทั้งขอน้ำทั้งเอ่ยว่าหนาวแบบนี้มันเหมือนเด็กน้อยที่ต้องการคนดูแลไม่ใช่หรืออย่างไรกัน คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงอย่างใคร่รู้ว่าซิ่วหมินจะอ้อนขออะไรอีกหรือไม่ นัยน์ตาสีแดงจ้องมองร่างบอบางที่ตอนนี้กำลังสั่นเพราะความหนาวจนน่าสงสาร

วันนี้ข้าใจดีอีกวันก็แล้วกันเอ่ยจบซื่อชุนก็สอดร่างของตนเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกันก่อนจะใช้แรงดึงร่างบอบบางกว่าที่แสนอ่อนแออย่ในครานี้ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเพื่อคลายความหนาว มือแกร่งกดไปที่ท้ายทอยของซิ่วหมินให้ซบลงมาที่อกกว้างแล้วเลื่อนไปลูบเบาๆที่เรือนผมสีเงินราวกับกล่อมให้หลับ สัมผัสที่แสนอ่อนโยนเช่นเดียวกับอี้ฝานเคยทำให้จนอดนึกถึงคนที่จากไปแล้วไม่ได้

ท่าน...อี้ฝาน ซิ่วหมินพึมพำ

ซื่อชุนชะงักมือทันทีเมื่อได้ยินเสียงเพรียกหาพี่ชายของตน คิ้วเข้มขมวดเป็นปมมองคนในอ้อมกอดอย่างเคืองโกรธ คิดแบบนั้นก็จัดการจูบคนทำผิดหากแต่คราวนี้ไม่อ่อนโยนแบบคราแรกเพราะนี่เป็นการลงโทษที่ทำร้ายจิตใจกัน

อื้อ...ซิ่วหมินรู้สึกถึงลิ้นร้อนราวกับไฟเข้ามาในปากของเขา แม้อยากจะขัดขืนก็ทำได้เพียงร้องประท้วงเท่านั้น ดวงตากลมเบิกมองคนตรงหน้าเมื่อริมฝากละออกจากกัน

ข้าคือซื่อชุน...ไม่ใช่อี้ฝาน

ท่าน...ซื่อชุน ซิ่วหมินไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำเสียงนั้นดูโมโหทั้งๆที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย แล้วเมื่อครู่ซื่อชุนทำอะไรกับเขากันแน่ จูบนั้นมันไม่เหมือนกับเมื่อวานหรือตอนที่ป้อนน้ำให้แก่กัน

แล้วทำไมตอนนี้เขาใจเต้นแรงเพียงแต่มองดวงตาสีแดงของซื่อชุนที่มองมาราวกับจะทะลุร่างของเขาได้ ซิ่วหมินไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมมองไปที่ดวงตาสีแดงด้วยความสงสัยต้องการคำตอบ ซื่อชุนถอนหายใจออกมาเมื่อเริ้มคิดได้ว่าไม่ควรจะโกรธคนไม่สบายที่สติยังมีไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกอย่างเขาเองก็มีส่วนทำให้ซิ่วหมินเจ็บไข้ได้ป่วยตั้งแต่นำเรื่องของอี้ฝานมาบอกกระทั้งพาไปข้างนอกแล้วให้ใช้พลัง

ดังนั้นก็ถือว่าหายกัน...

นอนเถอะ เจ้าต้องการพักผ่อน

.

.

 

.

หิมะสีขาวร่วงหล่นจากฟากฟ้าอย่างไม่มีวันที่จะหยุดลง ดวงตาสีแดงทอดมองท้องฟ้าอย่างหัวเสียด้วยเพราะไม่ชอบอากาศหนาวแม้ว่าร่างกายจะทนความหนาวได้แต่เพราะหิมะเหล่านี้มันกวนใจเขาที่กำลังจะต้องออกไปสำรวจพื้นที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา ร่างสูงถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางเดินไปตามทางเดินของปราสาทใหญ่ของตระกูลอู๋

ซื่อชุน เจ้ากำลังไปข้างนอกหรือ เสียงเอ่ยถามทำให้เจ้าของชื่อหยุดเดินแล้วหันไปมองคนที่เรียก แต่พอเห็นว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขาเองก็เดินต่อโดยไม่สนใจคำทักทายนั่น

เจ้าหงุดหงิดสินะ อี้ฝานที่จู่ๆก็เดินมาเทียบเคียงเขาถามต่อทั้งที่เขาได้เดินหนีออกห่างมาแล้ว แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ซื่อชุนรู้สึกแปลกใจหรอกเพราะการหายตัวมันเป็นความสามารถขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเช่นพวกเขา

ข้าแค่รำคาญหิมะ ตกหนักจนมองทางลำบาก ซื่อชุนก้าวเท้าให้ยาวขึ้นหวังจะเดินให้พ้นๆอี้ฝาน ที่จริงเขาเองไม่เชิงว่าไม่ชอบอี้ฝานหรอก ตลอดเวลาที่รู้จักอย่างน้อยอี้ฝานก็พยายามอย่างหนักที่จะเป็นพี่ชายที่ดีกับเขาเสมอมา แต่เพราะเขาทั้งสองเกิดมาจากต่างมารดาแถมอยู่ในตระกูลใหญ่ทำให้เขาและอี้ฝานมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบในหลายเรื่องบ่อยๆจนเขารำคาญ

นี่รู้ไหมซื่อชุน ข้าเพิ่งค้นพบไม่นานว่าหิมะสวยเหลือเกิน

นั่นมันเรื่องของเจ้า ซื่อชุนตอบปัดอย่างรำคาญ ตอนนี้เขายิ่งรีบไม่มีเวลามาฟังคำพร่ำเพ้อต่อดินฟ้าอากาศโดยเฉพาะหิมะที่เขาแสนเบื่อนี่หรอก

ข้าเพิ่งรู้ว่ามีคนที่สร้างหิมะและน้ำแข็งได้อย่างใจนึกเลยล่ะ อี้ฝานเล่าต่อและก็เป็นผลเมื่อคนขี้รำคาญหยุดเดินเพราะมันฟังดูน่าสนใจที่บนโลกใบนี้มีคนที่ควบคุมอะไรแบบนี้ได้

เจ้าเจออะไรมา ซื่อชุนถามเพียงสั้นๆอย่างประหยัดคำพูดแม้ในใจจะสงสัยมากมายเพียงใด

ข้าเจอเด็กคนหนึ่งที่สามารถสร้างหิมะรวมไปถึงน้ำแข็งได้ อี้ฝานเล่าพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน ซื่อชุนขมวดคิ้วเป็นปมเขายอมรับว่าคนที่สร้างหิมะได้คงไม่ได้มีมากมายบนโลกใบนี้ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นผลให้อี้ฝานต้องยกยิ้มเช่นนั้น

หากข้าเดาไม่ผิด คนสร้างหิมะนั่นคือคนรักของเจ้าสินะ ซื่อชุนถามตามที่คิด

ฮ่าๆๆ นั่นสินะข้าเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้นหากเด็กคนนั้นเติบโตขึ้น อี้ฝานหัวเราะจนซื่อชุนต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ แม้พี่ชายของแขาจะนิสัยอ่อนโยนแต่ไม่บ่อยนักที่จะหัวเราะออกมาเช่นนี้

ท่าทางจะเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของอี้ฝานเสียเหลือเกิน

เช่นนั้นคงเป็นคนที่ข้าไม่ปรารถนาจะพบเจอ

เพราะเจ้าไม่ชอบหิมะงั้นหรือ อี้ฝานถามทั้งที่รู้แก่ใจว่าน้องชายของเขาหากบอกว่าไม่ชอบสิ่งใดย่อมยากที่จะเปลี่ยนใจ แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าบางทีซิ่วหมินของเขาจะเปลี่ยนใจซื่อชุนได้บ้างหรือไม่

เพราะขนาดเขายังหลงใหลหิมะแสนสวยนั่นเสียขนาดนี้

อะไรที่เกี่ยวข้องกับเจ้าทั้งหมดคือสิ่งที่ข้าไม่อยากจะยุ่งด้วยเสมอมาแม้ว่าเรื่องราวของคนที่สร้างหิมะได้จะฟังดูน่าสนใจเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยจะพบเจอ แต่ถ้าหากนั่นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอี้ฝานเขาคิดว่าควรจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยเป็นดี

เย็นชาจังนะ น้องชาย อี้ฝานค่อนแขวะอย่างไม่จริงจังนักเพราะชินแล้ว

ซื่อชุนไม่พูดตอบเพราะเขารู้สึกเสียเวลามากแล้วที่สนทนากับอี้ฝาน เขามีภารกิจต้องออกไปทำนั่นคือไปสำรวจแหล่งที่อยู่ของพวกหมาป่าที่น่ารังเกียจศัตรูคู่อาฆาตของพวกเขามาหลายยุคหลายสมัย และคาดว่าอีกไม่นานคงเป็นคราวอี้ฝานที่ต้องออกไปเหมือนเขาเช่นกัน เหตุผลที่พี่ชายของเขาถูกเรียกตัวกลับมาด่วนก็ด้วยเรื่องงานเหล่านี้เนื่องจากคนของพวกเขาล้มตายไปไม่น้อยทำให้คนในตระกูลต้องมารวมตัวกันที่แห่งนี้แล้วรอมอบหมายภารกิจต่างๆเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

โชคดี ซื่อชุน

ดวงตาสีแดงเหม่อมองไปที่เพดานห้องอย่างล่องลอย เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องราวของซิ่วหมินจากพี่ชายต่างมารดา แม้นั่นจะเป็นครั้งแรกที่ได้รับรู้ว่ามีคนที่สามารถสร้างหิมะได้แต่พอมาเจอเข้าเองจริงๆนั่นรู้สึกประหลาดใจและประทับใจมากกว่าที่ตัวเองได้คาดคิดเอาไว้

ทั้งที่เคยลั่นวาจาว่าไม่ปราถนาจะพบเจอ...แต่กลายเป็นว่าตนเองกับกอดร่างนี้เอาไว้กับตัวเองเสียราวกับกลัวจะหายไปอีกคน

สิ่งเดียวที่ข้าเหมือนกับอี้ฝานคงจะเป็นสิ่งนี้

หลงรักหิมะแสนสวยนี่เข้าแล้ว

 

 

 

ซิ่วหมินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น เขาพยายามหรี่ตาขึ้นเพื่อมองสภาพรอบตัวจนรู้สึกได้ถึงแสงแดดอ่อนที่ส่องเข้ามาในห้อง อากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้นทำให้ร่างกายของเขารู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อาจจะเป็นเพราะไข้น่าจะลดลงมาบ้างแล้วเพราะเท่าที่เขาจำได้ว่าตนเองเรียกได้ว่าแทบไม่มีแรงแม้แต่จะลุกออกจากเตียงแถมยังหนาวสั่นแทบตลอดเวลาจนได้ซื่อชุนมากอดเขาไว้นั่นละ

ท่านซื่อชุน ซิ่วหมินหันมองไปยังข้างกายแต่ไม่พบคนที่ตนคิดถึง

ท่านมองหาใครเหรอท่านซิ่วหมิน เสียงของเฉินเรียกให้ซิ่วหมินต้องหันไปมองเห็นคนเข้ามาใหม่กำลังถือถาดอาหารมาให้พร้อมรอยยิ้ม

เฉิน...เจ้าหายไปไหนมา เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเขาไม่เห็นเฉินในห้องเขาทั้งๆที่ปกติเฉินไม่น่าจะทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวหากไม่สบายหนักเช่นนี้

ข้าไปหาซื่อยาในหมู่บ้านมา ท่านทานอะไรก่อนแล้วกินยาซะนะ

ขอบใจนะซิ่วหมินรับถาดอาหารมาเพื่อทานอย่างว่าง่าย

ท่านดูอาการดีขึ้นมาก คงเพราะได้พักผ่อนเพียงพอ เฉินพูดอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าผู้มีพระคุณของเขาไม่ได้มีอาการหนักเช่นเมื่อวาน

ซิ่วหมินทานข้าวต้มที่เฉินทำมาให้อย่างเงียบๆ เขาคิดว่าไม่ควรบอกเรื่องซื่อชุนมาที่นี้แถมยังมานอนเตียงเดียวกัน หนำซ้ำน่าจะนอนกอดเขาไว้ทั้งคืนก่อนพระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้ามา เขาไม่อยากให้เฉินไม่สบายใจและยืนกรานให้ออกจากปราสาทแห่งนี้ไปเหมือนเมื่อวาน

เขาจะอยู่ดูแลที่แห่งนี้ตามคำขอของท่านอี้ฝาน นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอทำได้เพื่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว

เฉิน

ว่าอย่างไรขอรับ

เมื่อคืนเราฝันเห็นท่านอี้ฝาน....ท่านอี้ฝานอยากให้เรามีชีวิตต่อในส่วนของท่านซิ่วหมินบอกเสียงเศร้าแต่กระนั้นเขาจะไม่ร้องไห้ออกมา เขาไม่อยากให้อี้ฝานเสียใจเวลามองมาเห็นว่าเขายังไม่เข้มแข็ง

หมายความว่าท่านจะไปจากที่แห่งนี้แล้วหรือ เฉินพูดเสียงดังอย่างปกปิดความดีใจไว้ไม่อยู่

ไม่ใช่เช่นนั้น เรายังคงจะอยู่ที่นี่ เราจะดูแลที่นี้ตามที่เราเคยทำและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปเพียงประโยคนี้ทำเอาเฉินที่ดีใจได้ไม่ถึงเสี้ยววิต้องแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เข้าใจในคำพูด เขาคิดว่าซิ่วหมินจะเลิกคิดเรื่องของอี้ฝานแล้วเสียอีก

ท่านไม่กลัวน้องท่านอี้ฝานทำอันตรายหรือ ท่านก็รู้ว่าหมอนั่นเก่งกาจแค่ไหนแม้แต่หิมะหรือน้ำแข็งของท่านก็ทำอะไรไม่ได้ เฉินพยายามอีกครั้งหวังจะให้ซิ่วหมินเปลี่ยนใจ

ไม่ต้องห่วงหรอกเฉิน ท่านซื่อชุนไม่ทำอะไรเรา หรือหากจะเป็นเช่นนั้นก็สุดแท้แต่เจ้าของปราสาทคนใหม่ต้องการ ซิ่วหมินตอบนั่นเพราะเขามั่นใจว่าซื่อชุนไม่ทำอะไรอย่างที่เฉินเป็นกังวลอยู่ แต่เขาคงบอกเฉินไม่ได้ว่าอะไรทำให้เขาคิดเช่นนั้น

ถ้าเช่นนั้น...ก็แล้วแต่ท่านเถอะขอรับเฉินยอมรับการตัดสินใจแต่โดยดีจนซิ่วหมินลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาดีใจที่ไม่ต้องโต้เถียงกันด้วยเรื่องนี้อีก ในขณะที่เฉินก้าวมาเก็บถาดอาหารและส่งถ้วยยาให้ซิ่วหมินโดยไม่ปริปากพูดออกมาซักคำ

หากจะโกรธเราเราก็ไม่ว่าหรอกเฉิน แต่ขอให้เข้าใจเราด้วยซิ่วหมินบอกก่อนที่อีกคนจะเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่นิ่งเงียบนั่นได้คิดอะไรบางอย่างไว้ในใจ

เฉินคิดเอาไว้ว่าหากซิ่วหมินไม่ไปจากที่แห่งนี้เขาเองก็คงต้องใช้วิธีที่รุนแรงแต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของซิ่วหมินเอง ซื่อชุนไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจ ยิ่งเมื่อวานที่ในหมู่บ้านยังคงมีคนตายเพราะถูกสูบเลือดไปจนหมดตัวนั่นยิ่งเป็นข้อตอกย้ำว่าซื่อชุนไม่ใช่คนดีและซิ่วหมินไม่ควรอยู่ใกล้ด้วยเลย

ขอโทษนะขอรับท่านซิ่วหมิน ได้โปรดให้อภัยข้า

ถาดอาหารมื้อที่สองของวันถูกนำมาให้อีกครั้ง เฉินไม่ได้ปริปากพูดอะไรเพียงแค่ส่งชามอาหารและถ้วยยาให้ตามปกติ ซิ่วหมินเองก็ไม่อยากถามอะไรออกไปเขาหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปเฉินจะพูดคุยกับเขาเช่นปกติเพราะเฉินเป็นคนจิตใจดีและไม่เคยโกรธเขาได้นานอยู่แล้ว

ขอบคุณนะ เมื่อทานทั้งอาหารและยาหมดซิ่วหมินก็เอ่ยขอบคุณอย่างที่ตั้งใจจะพูดแต่ทีแรก เพราะเฉินลำบากเดินทางไปหายามาเพื่อบรรเทาอาการไข้ เขารู้สึกผิดที่ทำให้เฉินต้องมาใช้ชีวิตในปราสาทแห่งนี้ทั้งๆที่เฉินควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ควรจะมีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกๆที่น่ารัก

อืม...อะไรอีกนะ

เฉิน... ซิ่วหมินเอ่ยเสียงพร่า เขารู้สึกสติเริ่มไม่อยู่กับเนื้อตัว หัวสมองเริ่มคิดอะไรไม่ได้ราวกับทุกอย่างขาวโพลน เปลือกตารู้สึกหนักอึ้งจนแทบจะปิดลงมา เรี่ยวแรงก็เริ่มหดหายจนถ้วยยาในมือหลุดร่วงแตกลงบนพื้นห้องกระนั้นหูก็ได้ยินเสียงเหมือนอยู่ไกลออกไป เพียงไม่นานร่างของซิ่วหมินก็หล่นวูบลงไปนอนที่เตียงนุ่มราวกับหลับไป

ขอโทษนะท่านซิ่วหมิน...ข้าจำเป็นต้องทำ

เฉินอุ้มร่างบอบบางบนเตียงที่เขาวางยาให้สลบไปเมื่อแน่ใจว่าซิ่วหมินได้สลบไปแล้วอย่างแน่นอน ไม่เสียทีที่เขาได้ขอซื้อยานี้ติดมาด้วยเพราะคิดว่าซิ่วหมินคงไม่ยอมไปจากที่นี้ง่ายๆ ดวงตาเหลือบไปมองท้องฟ้าที่ยังคงสว่างแต่ก็เริ่มคล้อยต่ำลงมา เขาควรจะรีบดำเนินการทุกอย่างก่อนที่ดวงจันทร์จะมาแทนที่ คิดได้ดังนั้นก็พาตนเองพร้อมร่างของซิ่วหมินเดินออกมาจากห้องแล้วตรงไปที่ส่วนของโรงเรือนที่เป็นที่เลี้ยงม้า พาหนะที่เขาใช้เสมอเวลาเดินทางไปในหมู่บ้านแต่คราวนี้มันพิเศษกว่าเพราะเขาใช้เวลาเกือบค่อนวันในการทำรถลากขนาดไม่ใหญ่มากเพื่อนำซิ่วหมินไปจากที่แห่งนี้โดยง่ายดาย

เฉินหวังว่ายาจะออกฤทธิ์นานพอเท่าที่เขาต้องการ

 

 

ในขณะเดียวกันในปราสาทแห่งนี้ยังมีร่างสูงนอนเหยียดยาวบนเตียงไม้เก่าๆเพียงอันเดียวในห้องลับชั้นใต้ตินของปราสาทที่ไม่มีแสงแดดสาดส่องลงมาถึง ซื่อชุนมั่นใจว่าซิ่วหมินหรือกระทั่งเจ้าพ่อบ้านน่ารำคาญนั้นคงไม่รู้ว่ามีห้องเล็กๆแห่งนี้ซ่อนอยู่ในปราสาท มีเพียงคนภายในตระกูลเช่นพวกเขาเท่านั้นที่รับรู้เพราะตระกูลของพวกเขานิยมสร้างห้องแบบนี้เอาไว้เพื่อเอาไว้ซ่อนตัวยามมีอันตรายและเขาเองก็คาดว่าปราสาทแห่งนี้ต้องมีเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันมีอยู่จริงและก็หาไม่ยากอย่างที่คิด ดังนั้นสองสามวันมานี่เขาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ยามพระอาทิตย์สาดส่องและเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อคืนเขาถึงไปหาซิ่วหมินได้แม้เจ้าพ่อบ้านน่ารำคาญปิดประตูเสียแน่นหนาขนาดนั้น

แต่ถึงไม่ได้อยู่ในปราสาทนี้ กับแค่กลอนประตูนั่นหากเขาจะพังมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ซื่อชุนยังคงไม่ได้หลับ แต่เขากำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์แปลกๆรอบๆปราสาทแห่งนี้เมื่อคืนเขามัวแต่หวงซิ่วหมินจนลืมเรื่องนี้ไป เรื่องที่เขามาถึงที่แห่งนี้ได้ไม่ถึงอาทิตย์หลังจากตัดสินใจออกจากปราสาทตระกูลอู๋เพื่อมาสำรวจสิ่งของอันเป็นของพี่ชายเพื่อคร่าเวลาแต่ระหว่างทางเดินทางผ่านหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากที่นี้ออกไปเขากับรู้สึกว่ามีใครหรืออะไรบางอย่างพยายามสะกดรอยตามเขาตลอดทาง กว่าเขาจะสลัดพ้นแล้วมาถึงปราสาทแห่งนี้ก็ใช้เวลาพอสมควร

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยู่แต่ในปราสาทแห่งนี้ไม่ออกไปไหนเพื่อรอดูเวลาอันเหมาะสม แต่กลายเป็นว่ามีงานอื่นมาแทรก ซึ่งงานที่ว่าก็คือดูแลซิ่วหมินตั้งแต่พาไปชมจันทร์ยันดูแลยามป่วยไข้

หรือจะกลายเป็นงานหลักไปเสียแล้ว...?

ซื่อชุนถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างคิดไม่ตก เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครที่พยายามสะกดรอยตามเขาในหมู่บ้าน นับว่าเป็นโชคดีที่อะไรก็ตามที่กวนใจเขาอยู่ยังค้นหาปราสาทแห่งนี้ไม่เจอ อาจจะเพราะก่อนหน้านี้ซิ่วหมินเล่นสร้างหิมะจนแทบจะถมปราสาทได้เลยทำให้การจะหาที่แห่งนี้ยากเหลือเกิน แต่เขาก็ไม่นิ่งนอนใจหากมีอะไรเกิดขึ้นมาที่แห่งนี้ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวหากแต่ยังมีซิ่วหมินอยู่ด้วย

อืม....คิดแล้วก็อยากลองชิมรสเลือดของเจ้าซักครั้ง ซื่อชุนเอ่ยกับตัวเอง จนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังทึ่งกับความอดทนของตัวเองที่ไม่ดูดเลือดของคนหน้าหวานได้ แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตเช่นเขากึ่งๆจะอิ่มทิพย์ที่ไม่กินอะไรก็มีชีวิตอยู่ได้ แต่บางครั้งก็ต้องดื่มเลือดสิ่งมีชีวิตเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหารจนร่างกายอ่อนแอ จนกาลเวลาผ่านไปแทนที่เผ่าพันธุ์พวกเขาจะดื่มเลือดเพียงเพื่ออยู่รอดกับกลายเป็นการล่าเหยื่อให้ถึงความตายเพื่อความสนุกไป

ซื่อชุนไม่นิยมอะไรเช่นนั้นเสียเลย...

เขาปล่อยให้ตัวเองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งความอ่อนล้าที่ดวงตาเริ่มออกอาการเพื่อบอกว่าร่างกายของเขาควรได้รับการพักผ่อน เมื่อคืนเขาได้แต่นอนกอดมองคนไม่สบายที่หลับสนิทซุกอยู่ที่ร่างเขาทั้งคืนซึ่งหากเป็นคนทั่วไปก็คงติดไข้กันมาแล้ว นับเป็นโชคดีที่ร่างกายของเขาไม่ได้เหมือนคนทั่วไป ซื่อชุนคิดว่าค่ำคืนนี้เขาจะไปดูอาการของซิ่วหมินอีกครั้ง ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเข้าพ่อบ้านน่ารำคาญไปก่อน

เวลาผ่านพ้นไปกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าและเป็นเวลาของดวงจันทร์สีเงินลอยเด่นขึ้นมาแทนที่อันเป็นสัญลักษณ์ของยามราตรี ความงดงามของมันอาจจะทำให้ผู้พบเห็นสะดุดจนต้องมองอย่างชื่นชมและหลงใหล หากแต่ไม่ใช่กับซื่อชุนในเวลานี้เพราะตอนนี้เขากำลังโกรธเป็นอย่างมากเมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบซิ่วหมินในห้องและในปราสาทแห่งนี้อย่างที่ควรจะเป็น เขาทำการค้นหาทุกๆตางรางเมตรของที่แห่งนี้และก็พบว่านอกจากซิ่วหมินแล้วเจ้าพ่อบ้านน่ารำคาญที่ชื่อเฉินก็ไม่อยู่เช่นกัน

บางทีคงจะหนีไปแล้ว

ยิ่งคิดซื่อชุนก็หงุดหงิดจนต้องระบายด้วยการทุบไปที่กำแพงอย่างรุนแรง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซิ่วหมินต้องหนีไปจากเขาทั้งๆที่เขาเรียกได้ว่าใจดีกับซิ่วหมินจนต้องแปลกใจว่าทำไมถึงได้เป็นมากขนาดนี้

หรือบางทีเขาอาจจะใจดีเกินไปจนไม่หลงเหลือความน่ากลัวอย่างที่ควรเป็นทั้งๆที่เขาได้บอกออกไปแล้วว่าซิ่วหมินคือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ซื่อชุนคิดว่าหากจับตัวกลับมาได้เขาควรจะทำโทษเสียให้เข็ดเพราะในเมื่อเขาได้บอกไปแล้วว่าเป็นของเขาก็ต้องฟังคำสั่งของเขาแต่เพียงผู้เดียว

เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ซิ่วหมิน

 

 

เสียงล้อลากเลื่อนดังไปตามถนนเล็กๆที่ขรุขระจนรถลากเอียงไปมาตามแรงกระทำของมัน โชคดีที่คืนนี้เป็นคืนเดือนหงายยังพอมีแสงจันทร์ส่องนำทางไม่ให้เส้นทางเล็กๆแห่งนี้ดูน่ากลัวจนเกินไป

ร่างบอบบางที่นอนคุดคู้ในผ้าห่มขนสัตว์ผืนหนาอยู่ในส่วนที่เป็นรถลากเริ่มขยับตัวเล็กน้อยเพราะรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงจนนอนไม่สบายตัว ดวงตาทั้งสองข้างกระพริบถี่ๆเพื่อปรับให้มองภาพได้ชัดขึ้นและเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยก็ต้องลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ หูได้ยินเสียงของแส้และม้าที่ร้องดังเมื่อถูกหวดลงทำเอาซิ่วหมินหน้าถอดสี หากคิดไม่ผิดเขาไม่ได้อยู่ในที่ปราสาทของอี้ฝานที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตแน่นอนแล้วตอนนี้เขาอยู่ทีไหนกัน

เฉิน!!” ซิ่วหมินตะโกนเสียงดังเมื่อเดาว่าคนที่ทำเช่นนี้คงมีเพียงคนเดียว แต่กระนั้นก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจะมีเพียงแต่เสียงล้อลากที่ดำเนินไปข้างหน้าเพื่อตอกย้ำว่าเขาออกห่างจากปราสาทหลังเล็กของอี้ฝานออกไปทุกๆขณะ

หากเจ้าไม่หยุดเราจะแช่แข็งทั้งรถทั้งม้าและกระทั่งเจ้า!” ซิ่วหมินเลือกใช้ไม้แข็งเมื่อรู้ว่าเฉินยังคงดื้อรั้นและนั่นก็เป็นผลเมื่อเสียงร้องของม้าดังอีกครั้งเมื่อถูกดึงบังเหียนให้หยุดวิ่ง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่กระโดดลงมาจากที่คุมม้าแล้วกำลังเดินมาหา แต่ไม่ทันที่เฉินจะได้เดินมาดูคนในรถลากอย่างที่ตั้งใจ ร่างของซิ่วหมินโผล่พุ่งออกไปเพื่อใช้มีดน้ำแข็งที่สร้างขึ้นมาเองจ่อไว้ที่คอขอเฉินด้วยความโกรธ

เจ้าบังอาจมาก!! เราไม่ได้ต้องการออกมาจากปราสาทนั้น เจ้าไม่เข้าใจหรือไงกัน!”

แต่ท่านต้องออกมา ซื่อชุนไม่ใช่คนดีอย่างที่ท่านคิด เฉินเถียงกลับอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งที่จ่อคอเขาอยู่ตอนนี้

แต่อย่างน้อยท่านซื่อชุนก็ไม่เคยหลอกเรา!” ซิ่วหมินตวาดกลับเพราะเขาโมโหเป็นอย่างมาก ทั้งที่เขาคิดว่าเฉินได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะไม่พาเขาออกมาจากปราสาทและถึงแม้ถ้าเฉินจะทิ้งเขาไว้เพียงลำพังก็ไม่คิดที่จะว่ากัน แต่กลายเป็นว่าเฉินหลอกเขาแถมน่าจะยังทำอะไรบางอย่างจนทำให้เขาไม่มีสติไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเป็นผลให้มาอยู่บนรถม้าลากแบบนี้

ได้โปรด ช่วยหนีไปกับข้าเถอะท่านซิ่วหมิน เฉินคุกเข่าลงอย่างเหนื่อยอ่อนเขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้อีกคนเปลี่ยนใจได้แล้วเพราะตอนนี้แผนของเขาพังทลายหมดสิ้น ความเห็นใจเท่านั้นที่เฉินคิดว่าเป็นหนทางสุดท้ายที่ซิ่วหมินจะยอม

เราไม่ไปไหนทั้งนั้น พาเรากลับไปที่ปราสาทเดี๋ยวนี้!”และแน่นอนเฉินก็ไม่อาจเปลี่ยนใจซิ่วหมินได้

ข้าไม่ทำ ได้โปรดเถอะท่านซิ่วหมิน คนคุกเข่าร้องขออย่างน่าสงสารแต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกคนได้ใจอ่อนแต่อย่างใด มือข้างที่กุมมีดน้ำแข็งลดลงมาแล้วสั่งให้มันมลายหายไปเมื่อไม่ต้องการใช้มัน

ได้ งั้นเราจะกลับเอง

ไม่ได้นะ ท่านไม่เคยออกมาไกลขนาดนี้ ท่านกลับไปไมได้แน่นอนเฉินคว้าไหล่เล็กเอาไว้เพื่อรั้งไม่ให้ซิ่วหมินทำอย่างที่ต้องการ แต่ความเย็นที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างนั้นทำให้เฉินต้องชักมือออกมาทันทีเพราะไม่เช่นนั้นมือคงถูกแช่แข็งเป็นแน่

อย่ามาแตะตัวเรา ต่อไปนี้เราไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอีก

ไม่นะท่านซิ่วหมิน เฉินพูดพร้อมหมายจะคว้าร่างที่กำลังเดินออกไปอีกครั้ง แต่กำแพงน้ำแข็งที่ปรากฏขึ้นมาขวางตรงหน้าจนไม่สามารถเดินต่อไปได้ แน่นอนว่าเป็นฝีมือของซิ่วหมินเพียงคนเดียวที่สามารบันดาลน้ำแข็งได้อย่างใจนึก

ท่านซิ่วหมิน!!!” เฉินตะโกนร้องสุดเสียงเมื่อคนดื้อแพ่งจะกลับปราสาทเองให้ได้เดินจากไป เขาทึ้งหัวตัวเองเพื่อระบายความเครียดที่เกิดขึ้น หากซิ่วหมินเป็นอะไรไปเขาไม่มีทางยกโทษให้ตัวเองแน่นอน

เขาควรทำเช่นไรดี...

 

ส่วนซิ่วหมินที่แม้ปากจะพูดไปว่าจะกลับไปที่ปราสาทอันเป็นที่อยู่มาทั้งชีวิตของตนเอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าความอวดเก่งของตัวเองเริ่มลดน้อยลงไปเนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบกายเขาเป็นเพียงทางเดินเล็กๆในแมกไม้สูงใหญ่ มีเพียงแค่แสงจันทร์นำทางเท่านั้นในขณะที่มองตรงไปข้างหน้าก็แต่มันก็ไม่ได้สว่างพอที่จะคลายความมืดทึบของทางข้างหน้าได้จนน่ากลัวว่าจะมีอะไรแปลกๆโผล่ออกมา มือทั้งสองกอดกุมตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อระบายความกลัวที่เริ่มเกาะกุมในใจ ค่ำคืนนี้ช่างเงียบสงัดแม้แต่เสียงของกิ่งไม้ที่เสียดสีกันยังดังชัดได้ยินเต็มาสองหู

พรึ่บ!

เสียงอะไรบางอย่างที่ผิดแผกไปทำให้ซิ่วหมินหันขวับไปมองด้านหลัง ดวงหน้าหวานซีดขาวจนแทบจะเป็นสีเดียวเช่นหิมะ เมื่อได้สติขาทั้งสองข้างเริ่มเปลี่ยนจากเดินเป็นเดินเร็วขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งแทนเมื่อเสียงอะไรบางอย่างนั้นได้ดังขึ้นไล่หลังราวกับวิ่งไล่เขาอยู่

โอ๊ย!” เสียงหวานร้องด้วยความเจ็บหลังจากเมื่อออกแรงวิ่งมากเกินไปร่างกายที่เพิ่งหายไข้ก็ปรับตัวไม่ทันสุดท้ายก็สะดุดขาตัวเองแล้วล้มลงบนพื้นดินขรุขระ ก้อนหินเล็กๆหากแต่แหลมคมบาดลึกลงไปที่หัวเข่ามนนั่นเพราะเสื้อผ้าบางๆที่เขาสวมใส่อยู่ไม่ได้ป้องกันอะไรได้ ความเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้างแล่นขึ้นมาแต่ก็ต้องฝืนตัวเองขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้ๆเขาตอนนี้มันอันตรายกว่ามาก

แต่ทันทีที่ลุกขึ้นมาได้ซิ่วหมินก็แทบจะหมดแรงยืนอีกครั้งเมื่อเบื้องหน้าของเขาปรากฏเป็นดวงตาสีแดงเข้มจำนวนสองคู่ที่เหมือนกับดวงตาของซื่อชุนหากแต่ไม่ใช่และเมื่อเจ้าของดวงตาสีแดงทั้งสองคู่เยื้องกายเข้ามาใกล้ดวงตากลมมองไปทีร่างนั้นด้วยกายที่สั่นระริกเพราะไม่รู้ว่าคือสิ่งใดจวบจนแสงสีเงินของดวงจันทร์ได้เผยให้เห็นร่างของทั้งสองเท่านั้นเองดวงตากลมก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ

พวกมันคือหมาป่า!!!

อย่าเข้ามานะ ซิ่วหมินสร้างมีดน้ำแข็งออกมาอีกครั้งเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง ยามเมื่อหนึ่งในหมาป่ากระโจนเข้ามาหา มือเล็กปัดป่ายใช้มีดน้ำแข็งในมืออย่างทุลักทุเลนั่นก็เพราะซิ่วหมินไม่เคยฝึกฝนการป้องกันตัวเองเลยแม้จะมีพลังที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้

โฮ่! สร้างน้ำแข็งได้ด้วยหรือ หมาป่าตัวที่กระโจนเข้ามาพูดขึ้นจนสร้างความตกใจให้ซิ่วหมินมากกว่าเดิม เขาไม่คิดว่าบนโลกใบนี้จะมีหมาป่าที่พูดได้

ออกไป!” ซิ่วหมินไม่ปล่อยให้ตัวเองตกใจได้นานเมื่อเห็นว่าเจ้าหมาป่าจอมดื้อยังคงกระโจนเข้ามาหาอีกครั้ง เขาหมายใช้มีดน้ำแข็งในมือพุ่งแทงไปที่ร่างของมันแม้ใจจริงเขาอยากจะสร้างพายุหิมะที่น่าจะช่วยปกป้องตนเองได้มากกว่าแต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีทำให้เขาทำไม่ได้อย่างใจนึกเพียงแค่สร้างมีดน้ำแข็งก็แทบจะไม่มีแรงแล้ว

ตอนที่หนีจากเฉินมาน่าจะเป็นพลังเฮือกสุดท้ายแล้ว...

อ่อนหัดนัก เจ้าหมาป่าหลบมีดอย่างง่ายดายแล้วจึงอาศัยทีเผลอกระโจนไปที่ร่างบอบบางของซิ่วหมินจนล้มลงไปเป็นผลให้แก้มด้านขวาถูกเล็บแหลมคมของเจ้าสัตว์ร้ายข่วนเอาเป็นแผลยาวจนเลือดสีแดงสด นัยน์ตาสีแดงก่ำมองไปที่ดวงหน้าหวานอย่างสนใจ

เอาละตอบข้ามาสิว่าเจ้าเป็นใครกันมันถามพลางใช้จมูกดมฟุดฟิดไปตามซอกคอขาวอย่างสำรวจ

แถมยังมีกลิ่นไอ้ผีดูดเลือดน่ารังเกียจด้วย ได้ยินเช่นนั้นซิ่วหมินถึงกับชาวาบไปทั้งร่าง หากเขาคิดไม่ผิดหมาป่าตัวนี้กับอีกตัวที่ยืนอยู่อยู่ห่างๆคือพวกเผ่าพันธุ์หมาป่าที่เป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดอย่างอี้ฝานและซื่อชุนมาเป็นเวลาช้านานตามที่เคยได้รับฟังมา

ถ้าไม่ตอบข้าจะขอรับชีวิตของเจ้าไปแล้วกันพูดจบมันก็อ้าปากจนเห็นฟันและเขี้ยวที่แหลมคมน่ากลัว ถ้าแค่เพียงงับลงไปที่ร่างของเขาแล้วละก็ก็ทำให้ถีงแก่ความตายได้ไม่ยาก

ซิ่วหมินหลับตาแน่นเพราะในตอนนี้เขาไม่เหลือพลังกายเอาไว้ต่อกรกับเจ้าหมาป่านี้ได้แล้ว ในไม่กี่อึดใจนี้เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน น่าแปลกที่เมื่อวานเขายังโหยหาถึงความตายอยู่เลยมิใช่หรือแล้วทำไมตอนนี้เขาถึงได้หวาดกลัวต่อมันกัน หรือมันเป็นเพราะท่านอี้ฝานได้สั่งให้เขามีชีวิตต่อไป

หรือเพราะใครที่ช่วงชิงจูบแรกและตะกรองกอดเขาไว้เมื่อคืนวานกัน...

ท่านซื่อชุน ช่วยด้วย!!”

สิ้นเสียงของซิ่วหมินก็มีเพียงสายลมพัดจนได้ยินเสียงต้นไม้เสียดสีกันตามแรงลม เสียงของมันคร่ำครวญโหยหวนจนคนที่กำลังจะถูกฆ่าตายต้องเวทนาชะตาของตนเอง ไม่มีใครจะมาช่วยเขาได้หรอก

ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องทรมานมาก หึๆๆเจ้าหมาป่าคำรามเบาๆหมายจะกัดลงไปที่ซอกคอขาวให้ตายในคราเดียว

ออกห่างจากคนของข้าซะ ไอ้สัตว์หน้าขนน่ารังเกียจ

ซิ่วหมินลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของคนที่เพิ่งเรียกให้ช่วยทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะมาช่วยจริงๆ ดวงตากลมโตทั้งสองมองเห็นว่าเป็นซื่อชุนกำลังใช้มีดยาวสีดำสนิทจ่อลงมาที่คอที่เต็มไปด้วนขนสีทองของเจ้าหมาป่า และเมื่อเจ้าหมาป่าอีกตัวกำลังมาช่วย นิ้วเรียวยาวก็ดีดขึ้นเพื่อเรียกฝูงค้างคาวนับสิบก็เพื่อบินไปล้อมมันเอาไว้แถมยังรุมทึ้งเจ้าหมาป่าอีกตัวนั้นให้ได้เจ็บตัว

ท่านซื่อชุน!”

เจ้าคงต้องอธิบายข้าหลายเรื่องเลยซิ่วหมิน แต่ก่อนอื่นเอาอุ้งเท้าโสโครกของเจ้าออกไปซะไอ้หมาป่า!”ซื่อขุนออกแรงกดปลายมีดจนเจ้าหมาป่าต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ มันรีบเด้งตัวเออกมาจากร่างของซิ่วหมินเพราะไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้

ไอ้ผีดูดเลือด!”เมื่อออกมาตั้งหลักไปเจ้าหมาป่าก็หมายจะสู้กับคนที่ลอบทำร้ายกันตอนทีเผลอซึ่งแน่นอนว่าซื่อชุนไม่เกรงกลัวอยู่แล้วจนเรียกรอยยิ้มเหี้ยมให้ปรากฏบนใบหน้า

หยุดนะจื่อเทา พวกเราควรถอยก่อน เสียงหมาป่าอีกตัวที่จัดการกับค้างคาวนับสิบลงได้รีบตะโกนบอก ถึงแม้จะมีกันสองตัวตอนนี้ก็ใช่ว่าจะล้มเจ้าของมีดแหลมคมสีดำสนิทนั่นได้ แม้หมาป่าจะมีความเร็วแต่ก็ไม่ได้มีมากเท่าพวกผีดูดเลือดที่มีทั้งความเร็วและพละกำลัง หากไม่วางแผนการสู้ดีๆก็มีแต่จะเป็นหนทางไปสู่ความตายไวเท่านั้น

เออ! ก็ได้ ข้าเชื่อเจ้าอี้ชิง หมาป่าตัวที่ถูกเรียกว่าจื่อเทายอมถอยออกมาก่อนที่จะวิ่งไปหาหมาป่าที่ชื่อว่าอี้ชิงอย่างจำยอม แม้จะไม่นิยมหนีการต่อสู้ แต่ตอนนี้พวกมันเสียเปรียบกว่าที่เจอผี้ดูดเลือดที่แข็งแกร่งแบบนี้ซึ่งๆหน้า ไม่ช้าพวกมันทั้งสองตัวก็หายไป

ซื่อชุนเก็บมีดอาวุธของตนเข้าปลอกมีดเช่นเดิมเมื่อไม่ต้องใช้มันเองและจึงใช้ขายาวของตนเดินไปหาร่างเล็กที่นอนอยู่บนพื้น นัยน์ตาสีแดงไล่มองไปที่เรียวขาภายใต้กางเกงสีขาวที่บางเบาพบว่ามีรอยแผลที่คาดว่าเจ้าคัวคงสะดุดล้มลงไปไม่ใช่จากไอ้หมาป่านั้นแน่นอน

ยกเว้นรอยแผลยาวที่ข้างแก้มสีขาวนวลนั่นต่างหากที่น่าจะเกิดจากคมเล็บของพวกมัน ซื่อชุนมองดูเลือดสีแดงที่ไหลลงมาอย่างสนอกสนใจ

เขาควรจะทำโทษด้วยการดูดเลือดคนตรงหน้าเขาดีไหมนะ

 ท่านซื่อชุน ซิ่วหมินเงยหน้ามองคนที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพียงแต่จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาสีแดงที่เหมือนจะเห็นว่ามันสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นเขามองเห็นอีกฝ่ายใช้ลิ้นยาวแลบเลียออกมาอย่างกระหายอะไรบางอย่างที่ซิ่วหมินไม่รู้เลยว่านั่นคือเลือดของตนนั้นเอง

อยากชิม... แม้จะไม่เคยได้ชิมรสของมันแต่ซื่อชุนก็รู้สึกว่ามันหอมหวานเสียจนหักห้ามใจแทบไม่ได้

เจ้าต้องถูกทำโทษที่หนีข้าออกมา ซื่อชุนบอกเสียงเข้มพร้อมทั้งดึงแขนของซิ่วหมินขึ้นมาอย่างแรงเป็นผลให้ร่างที่เล็กกว่าถูดฉุดให้ลุกขึ้นยืนมาอยู่ในอ้อมกอดของเข้าแทนก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องเพราะความเจ็บที่ข้อมือข้างนึงเขาเขากำลังถูกบีบแน่นด้วยความโมโหของซื่อชุน

ผมไม่ได้หนีออกมาเอง เฉินพาผมหนีออกมาซิ่วหมินพยายามอธิบายแม้จะรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ รู้สึกแย่ที่ตอนนี้กำลังถูกโกรธทั้งที่เมื่อครู่รู้สึกดีใจเหลือเกินที่ซื่อชุนมาช่วย

แล้วเจ้าก็ยอมหนีออกมากับมันนี่นะ!” ซื่อชุนตวาดใส่

ผมถูกวางยาต่างหาก พอกินยาถ้วยนั้นไปผมก็ไม่ได้สติอีกเลยกระทั่งตื่นมาเจอว่าไมได้อยู่ที่ห้องแล้วซิ่วหมินอธิบายต่อ ซื่อชุนมองที่ดวงตากลมนั่นกลับไปเมื่อเห็นว่ามันจ้องเขม็งมาที่เขาเพื่อบอกว่าเรื่องที่เล่าคือความจริงจึงเริ่มคลายแรงบีบที่ข้อมือเล็กนั่นลง

หึ...เป็นเจ้าพ่อบ้านที่น่ารำคาญจริงๆเสียด้วย.

พูดจบมือแกร่งลูบไปที่ดวงหน้าหวานอย่างหลงใหลก่อนจะหยุดตรงแผลที่ถูกข่วน ซิ่วหมินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับที่แผลจนความเจ็บแล่นขึ้นมา ซื่อชุนมองจ้องยังเลือดสีแดงเข้มที่ยังคงไหลออกมาจากปากแผลอย่างกระหายจนมิอาจจะอดทนได้อีกต่อไป เขาใช้ลิ้นยาวเลียไปที่รอยแผลนั่นอย่างนุ่มนวลเพื่อละเลียดชิมเลือดของซิ่วหมินราวกับเป็นอาหารอันโอชะ

ส่วนคนที่ยังอยู่ในอ้อมกอดแม้จะออกแรงที่แทบไม่เหลือแล้วผลักร่างสูงออกเบาๆเหมือนไม่ต้องการให้ทำแบบนี้แต่ที่หัวใจของเขามันกำลังเต้นถี่จนแทบหลุดออกมาเสียให้ได้ ดวงตาทั้งสองหลับแน่นเมื่อซื่อชุนลากปลายลิ้นจากข้างแก้มมาเป็นที่ริมฝีปากของเขาที่ถูกทำให้เผยอออกมา ซิ่วหมินรู้สึกได้ถึงรสชาติของคาวเลือดของเขาเองติดอยู่ที่ปลายลิ้นสาก ความร้อนที่ถูกส่งผ่านมาแทบหลอมละลายเขาเช่นเดียวกับหิมะที่ต้องแสงอาทิตย์ เขารู้สึกว่าขาทั้งสองไม่มีแรงจะทรงตัวยืนได้อีกต่อไป

หมดแรงแล้วหรือซื่อชุนถอนจูบออกมาเมื่อรับรู้ถึงน้ำหนักของร่างเล็กที่โถมมาทางเขามากกว่าเดิม

ผม...ยืนไม่ไหวแล้ว เสียงหวานเอ่ยจนแทบไม่ได้ยินจนซื่อชุนต้องรั้งเอวนั้นให้ร่างกายแนบชิดกันมากขึ้น ริมฝีปากนิ่มบวมเจ่อขึ้นเล็กน้อยผลเพราะจูบเมื่อครู่อีกทั้งดวงตากลมนั่นยังมองมาที่เขาอย่างเว้าวอนว่าตนเองไม่มีแรงยืน ซิ่วหมินคงไม่รู้ว่าอาการท่าทางแบบนี้นอกจากจะไม่อาจะทำให้เขาต้องหยุดลงได้แล้วมันยังช่างยั่วยวนจนเขาอยากจะจับร่างนี้ตรึงไว้ใต้ร่างแล้วให้เสียงหวานๆนั่นเพรียกหาแต่ชื่อเขาไม่รู้เบื่อ

ซิ่วหมิน... ซื่อชุนเอ่ยชื่อคนในอ้อมแขนและหมายจะจูบลงไปที่กลีบปากนั่นเพื่อทำโทษคนยั่วไม่รู้ตัว แต่ก็ดูเหมือนคนถูกลงโทษจะเอาตัวรอดไปได้อย่างน่าเสียดายนั่นก็เพราะคนที่บอกว่ายืนไม่ไหวตอนนี้ได้ซบหัวลงมาทีเขาไปเหมือนว่าคำพูดบอกอาการตนเองเมื่อครู่คือพลังเฮือกสุดท้ายที่เต้นออกมาได้ เมื่อเชยคางมนหวังดูใบหน้าหวานว่าเป็นอะไรก็พบว่าเจ้าตัวได้หลับสนิทเข้าสู่นิทรารมย์ไปแล้ว

ซื่อชุนถอนหายใจออกมาก่อนจะยิ้มให้กับคนที่มาหลับไม่รู้เวล่ำเวลาเสียได้

ราตรีสวัสดิ์ เสียงทุ้มเอ่ยกับคนหลับไปแล้วพลางเปลี่ยนเป็นอุ้มร่างเล็กนั่นแทน ไม่นานร่างทั้งสองจะหายไปท่ามกลางดวงจันทร์สีเงินของราตรีกาล

 

TBC

 

 

Talk: ก้มกราบทุกคน _/|\_ ขอโทษที่หายไปนานจ้า ยอมรับว่าแอบอู้ ไม่น่าจะมีคนรออยู่หรอกเนาะ 5555

Part นี้เลยจัดไปยาวกกว่าตอนที่แล้วเพื่อไถ่โทษ เริ่มมีตัวละครมากขึ้นแล้วเนาะ ขนกันมาเกือบจะทั้ง EXO M ละ ขาดพี่ลู่คนเดียว (มีบทแน่นอน รออ่านต่อนะจ้า)

ตอนนี้เจ้าฮุนได้กำไรเยอะเกินไปราวกับจ่ายใต้โต๊ะไรท์ไว้ เอะอะจูบนะเรา ปากพี่หมินชั้นช้ำไปหมดแล้วววววว!!! หวงนะเฮ้ย!!!!  ส่วนพี่หมินก็น่ารักอะ เริ่มอ้อน เริ่มอะไรก็ท่านซื่อชุนบ้างแล้วจากที่หาท่าอี้ฝานมาสองตอน

เฉินจริงๆเขาเป็นคนที่ดีนะ ที่ทำไปเพราะเป็นห่วงพี่หมินนั่นแล ลองนึกว่าตัวเราเองไม่ได้มีพลังอะไรแต่เจอตัวอะไรไม่รู้มาเคลมว่านี่บ้านฉัน นี่ของๆฉันก็ต้องมีกลัวบ้าง ในเมื่อสู้ไม่ได้การหนีคงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดแม้วิธีการจะดูไม่ดีก็ตามเถอะ

ส่วนท่านอี้ฝาน บายบายนะจ้า เราจะคิดถึงนาย 555

 

ใครที่อ่านแล้วอยากให้กำลังใจก็เม้นท์กันได้นะคะ ทั้งที่เม้นท์ให้ประจำละคนที่ซุ่มอ่าน อิอิ อยากได้กำลังใจจากทุกคนเลยค่ะ กอดๆ

 

เจอกันตอนหน้าค่ะ ^^

ปล.  เมื่อไหร่อาซื่อชุนจะได้ดูดเลือดซิ่วหมิน 5555

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #51 kim_lumin (@kim_lumin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 17:26
    คือแบบ แบบว่า โอ้ยๆๆๆใจแม่จะระเบิดอยู่รอนๆ คือเขิน นั่งยิ้มนั่งบิดอยู่เนี่ย ซือซุนใจเย็นๆนะ เดี๋ยวแมวตื่น
    #51
    1
    • #51-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      10 สิงหาคม 2561 / 00:44
      แมวตื่นขึ้นมาจะโดนแช่แข็งเอาเนาะ
      #51-1
  2. #44 happinessnitta (@happinessnitta) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:35
    เข้าใจเฉิน แล้วก็เข้าใจหมิน
    ไม่อยากให้ทะเลาะกันเลยยย
    นี่อินมากจนลืม พระเอก 55555
    #44
    1
    • #44-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:10
      ซื่อชุนนนนน ยู้ฮู้ 555555
      #44-1
  3. #32 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 02:20
    ถ้าไม่มีเฉิน ซิ่วหมินจะต้องทำความสะอาดปราสาท ซักเสื้อผ้า ไปซื้อกับข้าวยังไง จะอยู่ยังไงตอนซื่อชุนไม่อยู่ อย่าโกรธเฉินเลยเค้าแค่ห่วงเจ้านายจะถูกทำร้่าย
    #32
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #32-2 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      9 กรกฎาคม 2561 / 13:23
      ในเรื่องนี้ถ้าเทียบแล้วไรท์คิดว่าเฉินมีความรักและหวังดีต่อซิ่วหมินมากที่สุดเลยก็ว่าได้
      แม่ตัวเองจะไม่มีพลังอะไรกับใครเขาแต่ก็ไม่เคยทิ้งซิ่วหมินไว้ลำพัง ทั้งๆที่หนีไปเลยก็ทำได้ขนาดว่าซิ่วหมินอนุญาตแล้วก็ตาม

      ดังนั้นเฉินนี่แหละพระเอก
      (ซื่อชุน : ให้พูดอีกที...)
      #32-2
  4. #29 pongarin11 (@pongarin11) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 09:26
    ซื่อชุนเท่อ่าาาา กรี๊ดดดดด
    #29
    1
    • #29-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      5 กรกฎาคม 2561 / 01:36
      อิอิ น้องงุนเหมาะกะการเป็นแวมไพร์เนาะ ^^
      #29-1
  5. #28 Sweet Eye (@dzsweet) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 09:48
    รออยู่นะคะ ภาษาดีมากเลย อ่านแล้วอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ สู้ๆนะคะ ✌
    #28
    1
    • #28-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      1 กรกฎาคม 2561 / 23:23
      ขอบคุณมากค่ะ >,<
      จะอัพตอนใหม่ภายในวันสองวันนี้ละคะ ช่วงนี้ไม่สบายเลยแอบอู้นิดๆ 555
      รอติดตามด้วยนะคะ ^^
      #28-1
  6. #24 Oil_niji (@Oil_niji) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 00:04
    ติดตามและเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ชอบคู่เซฮุนมินซอกมากๆ เลย ติดตามๆ รอวันเซฮุนดูดเลือดมินซอกด้วยค่ะ 555 รอคุณลู่หานด้วยนะคะ~
    #24
    1
    • #24-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      26 มิถุนายน 2561 / 14:05
      ขอบคุณมากนะค่าาาา ฮือออ เริอฮุนหมินคนน้อย กอดแน่นๆๆ

      ต้องบอกน้องงุนมาตืดสินบนไรท์แล้วหล่ะ เดี๋ยวจะให้ดูดเลือดเยอะๆ 555
      #24-1
  7. #23 KhimSF7 (@khimgray) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 10:33
    ซื่อชุนนนนนนน เอะอะจูบๆเลยนะคะ คือยังไงงงงงง น้องช้ำหมดแล้วเนี่ย จะได้กำไรเยอะเกินไปแล้ว! หลงมากเลยชิป่ะ หื้มๆ ทางด้านซิ่วหมินก็หวั่นไหวมากแล้ว ฮื่อออออ ดีมากค่ะ ต้องเดินหน้าต่อไป ตอนเผลอเรียกชื่ออี้ฝานออกมา บอกเรยว่าเจ่บบบบ รอติดตามต่อค่าาาา ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ สู้ๆ
    #23
    1
    • #23-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 6)
      25 มิถุนายน 2561 / 13:59
      พี่หมินเปลืองตัวมาก part นี้ เรียกว่าตอนคืนกำไรให้คุณโอเซมากๆ 5555
      ขอบคุณที่เม้นให้ทุกตอนเลย ชื่นใจ ฮือออออออออออออ มีกำลังใจอัพฟิคต่อไป จุ๊บๆ
      #23-1