OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 5 : SF : Night (밤) Sehun x Xiumin - Part II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 ก.ย. 61

 

Title: Night () Part II

Pairing: Shixun x Xiumin (Sehun x Xiumin)

 




                                               

                                                                                                            I wish you were here…

 

แม้แสงอาทิตย์สีทองต่อให้สาดแสงแรงกล้าสักเพียงใจก็มิอาจฝ่าลงไปยังพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ บัดนี้ปราสาทอันแสนลึกลับและห่างไกลจากชุมชนกำลังตั้งตระหง่านท้าลมและหิมะ ความหนาวเหน็บแผ่ไปทั่วบริเวณจนกระทั่งต้นไม้สูงใหญ่ที่โอบล้อมอีกทีถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวโพลนจนแทบไม่เห็นสีเดิมของมัน เกล็ดหิมะนับหมื่นพันโปรยปรายจากท้องฟ้าตกลงยังพื้นล่างทับถมจนสูงราวกับเป็นน้ำตาของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของพลังอันหนาวเหน็บ


เฉินตื่นมาได้สักพักใหญ่และรู้สึกว่าวันนี้อากาศหนาวเป็นพิเศษ แม้ว่าที่แห่งนี้จะอยู่ในเขตแดนหนาวแต่ก็ไม่ถึงขั้นจะขาดใจเช่นนี้ ความหนาวทำให้เขาต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ทับกันหลายชั้น ใจก็พลางนึกถึงคนผู้เดียวที่สามารถคุมความเย็นได้ เขารู้ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติพอคิดได้ดังนั้นจึงรีบสาวเท้าไปยังห้องนอนของซิ่วหมินทันที


ท่านซิ่วหมิน ข้าว่า….” ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อสายตาของเฉินก็เห็นว่าร่างของเจ้าของห้องนอนคุดคู้กอดตัวเองไว้ราวกับโหยหาความอบอุ่น ไหล่เล็กๆนั่นสั่นเทาเพราะแรงสะอื้น เขาไม่เคยเห็นผู้มีพระคุณของเขาในสภาพแบบนี้เลย


ท่านเป็นอะไร เฉินเข้าไปใกล้พลางนั่งคุกเข่าลงข้างเดียว มองเห็นดวงหน้าหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตา พอจะเอามือไปจับที่ดวงหน้าหวานเพื่อเช็ดน้ำตาให้ก็ต้องรีบชักมือออกมาเพราะร่างนั้นเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง


ท่านซิ่วหมินเฉินทำตัวไม่ถูก เขาไม่อยากให้คนตรงหน้านี้ร้องไห้แต่เข้าไม่สามารถต้านทานอุณหภูมิที่ต่ำจนแทบจะแช่แข็งได้ เส้นผมสีเงินของคนบนเตียงตกลงมาปกปิดใบหน้าจนเขาอยากจะปัดมันออกแต่ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมหิมะถึงได้ตกหนักราวฟ้ารั่วเช่นนี้ เพราะคนๆนี้กำลังเสียใจหนัก


เฉิน....


ว่าอย่างไรขอรับ เฉินยิ้มเล็กน้อยเมื่อซิ่วหมินเรียกเขา เขาก้มหน้าใกล้ๆเพื่อให้ได้ยินได้ถนัด


ท่านอี้ฝาน....ท่านอี้ฝานตายแล้ว


เฉินหุบรอยยิ้มลงทันที ตอนนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซิ่วหมินถึงได้ร้องไห้หนักและอากาศได้หนาวเหน็บเช่นนี้ เพราะอี้ฝานคือโลกทั้งใบของซิ่วหมิน เป็นเหมือนกับเจ้าของชีวิต เป็นเหตุผลเดียวที่ซิ่วหมินยอมอยู่ที่นี้เป็นเวลานานเพราะมีความหวังเพียงหนึ่งเดียว


หวังว่าท่านอี้ฝานจะกลับมาหา


ท่านรู้ได้อย่างไร


ไม่มีคำตอบใดๆจากซิ่วหมิน คนถูกถามเอามือเล็กปิดหน้าเสียงสะอื้นดังอู้อี้เพราะถูกมือปิดไว้ยิ่งทำให้ดูน่าสงสาร เฉินทำได้เพียงแค่นำผ้าห่มมาห่มให้กับร่างเล็กที่ยังนอนร้องไห้เช่นนั้น แม้เจ้าตัวจะเป็นแหล่งของพลังงานอันหนาวเย็นนี้แต่ก็อดกังวลไม่ได้หากไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่น


ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านเอง เฉินนั่งลงที่เก้าอี้อีกมุมของห้องนอน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าทำไมซิ่วหมินถึงทราบว่าอี้ฝานตายแล้ว จะว่าไปเมื่อคืนเขารู้สึกได้ยินเสียงลมพัดแรงตามมาด้วยพายุหิมะระลอกหนึ่ง ตอนแรกเขาเข้าใจว่าซิ่วหมินคงนั่งเล่นริมระเบียงแล้วสร้างหิมะเล่นเช่นทุกวันและเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปกวนด้วย ถ้าหากไม่เป็นอย่างที่คิดก็อาจจะเป็นไปได้ที่เมื่อคืนอาจจะมีใครมาหาซิ่วหมินตอนที่เขาได้หลับไปแล้ว


ตอนนี้เขาคงได้เพียงรอให้ซิ่วหมินดีขึ้นแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟัง


ไม่นานนักเสียงร้องไห้ก็เงียบลงไป เฉินละสายตาจากหน้าต่างหันมามองคนที่นอนหลับบนเตียง พายุหิมะได้เบาบางลงไปเป็นสัญญาณว่าซิ่วหมินอยู่ในนิทรารมย์เรียบร้อยหากแต่ก็ยังหนาวเย็นอยู่ แสงจากดวงอาทิตย์ทะลุผ่านร่มไม้สูงลงมาพอให้เห็นรำไร เฉินลุกออกจากห้องไปเมื่อนึกได้ว่าซิ่วหมินยังไม่ได้กินอะไร บางทีของกินอาจจะทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นบ้าง

 

 




 

ซิ่วหมิน เจ้าเบื่อหรือไม่ที่ต้องอยู่ที่แห่งนี้


ไม่เลยท่านอี้ฝาน ขอเพียงแค่ท่านต้องการ ผมอยู่ได้ทั้งชีวิต ซิ่วหมินในวัยสิบเอ็ดปีบอกเสียงใส ใบหน้าที่ติดหวานเล็กน้อยหันไปมองอี้ฝานด้วยรอยยิ้ม


ดีมาก เด็กน้อย ที่แห่งนี้เจ้าจะสามารถสร้างหิมะได้ตามใจชอบเชียว อี้ฝานว่าพลางจับเด็กน้อยมานั่งตักกว้าง ท่ามกลางดวงจันทร์สีเงิน ตอนนี้ทั้งสองนั่งอยู่ริมเนินเขาสูงห่างจากปราสาทของอี้ฝานประมาณหนึ่ง


มือเล็กวาดไปมาบนอากาศเป็นผลให้เกล็ดหิมะโปรยปรายเสมือนดวงดาวร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า เด็กน้อยยิ้มร่าเพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาพลังของเขาเป็นสิ่งต้องห้าม เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ หากแต่ตอนนี้เขามีอิสระแล้ว


ข้าชอบหิมะของเจ้านะ


ท่านไม่หนาวหรือ ท่านอี้ฝาน ซิ่วหมินหยุดสร้างหิมะเมื่อนึกได้ว่าตนเองสร้างมันมาเยอะเกินไปและอาจจะเป็นผลให้อี้ฝานหนาวจนไม่สบายได้


สิ่งมีชีวิตเช่นพวกข้าไม่เป็นหวัดหรอก เจ้าไม่ต้องห่วง


แล้วที่ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกผมคือสิ่งใดกัน เอ่ยถามพลางหันหน้ามามองอี้ฝาน ปกติเขาทั้งสองจะออกมาเที่ยวเล่นในยามราตรีเช่นนี้เป็นประจำนับตั้งแต่ได้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ แต่วันนี้อี้ฝานได้บอกว่านอกจากจะมาเที่ยวแล้วยังมีเรื่องสำคัญบอกแก่เขาด้วย


อี้ฝานเพียงแค่ยกยิ้มเล็กน้อยตามมาด้วยถอนหายใจเบาๆจนซิ่วหมินเอียงคอมองด้วยความสงสัย ท่าทางน่ารักเดียงสานั่นทำเอาเขาอดไม่ได้ที่รวบร่างเล็กว่านั้นมากอดไว้เสียแน่น


ท่านอี้ฝาน แม้เอ่ยชื่อแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร อ้อมกอดของผู้มีพระคุณเป็นสิ่งที่เขาชอบที่สุด ความอบอุ่นท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บนี้ราวกับของขวัญจากฟากฟ้าที่เด็กอายุสิบกว่าขวบจะเคยได้รับ


ข้าอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่....ชั่วระยะเวลาหนึ่ง สิ้นเสียงของอี้ฝาน ซิ่วหมินก็ผละออกจากอ้อมกอดทันที ดวงหน้าติดหวานของเด็กน้อยแสดงความตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างตกใจ


ทำไมละครับ...หรือท่านอี้ฝานเบื่อผมแล้ว


ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าไม่เคยเบื่อเจ้าเลยซิ่วหมิน


ถ้าเช่นนั้นทำไมกัน ซิ่วหมินรู้สึกถึงน้ำตาของตัวเองที่ไหลลงมา นิ้วเรียวยาวของอี้ฝานจึงยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำใสทันที เขาไม่ชอบให้เด็กน้อยของเขาร้องไห้เสียเลย


ตระกูลของข้า...ตระกูลอู๋ได้เรียกตัวให้ข้ากลับไปรับใช้ตระกูล ดังนั้นช่วงเวลาพักของข้าได้จบลงแล้ว เขาบอกแล้วกอดเด็กน้อยไว้แนบอกอีกครั้ง ไม่มีเสียงใดๆต่อนอกจากเสียงสะอื้นไห้ของซิ่วหมินจนเขาต้องลูบหลังเล็กนั้นเป็นการปลอบประโลม


ท่านไม่ไปไม่ได้หรือ ด้วยความเป็นเด็กเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าตระกูลนั่นมีความสำคัญเช่นไร อีกอย่างคำว่าตระกูลเป็นเสมือนยาพิษของซิ่วหมิน เพราะเขาแม้จะเกิดในตระกูลใหญ่หากแต่มิเคยได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับน้องชายเลย


ข้าก็อยากทำเช่นนั้น แต่ข้าไม่อาจขัดคำสั่งได้


แล้วท่านจะกลับมาไหมซิ่วหมินผละจากอกกว้างแล้วเงยหน้าขึ้นมอง อี้ฝานยิ้มให้กับท่าทางน่ารักนี้อีกหน เขายอมรับว่าตอนที่ช่วยชีวิตเด็กคนนี้ไม่ได้คิดสิ่งใดเลยนอกจากไม่ชอบเห็นคนอ่อนแอกว่าถูกทำร้ายด้วยชายฉกรรจ์นับสิบแม้ว่าจะมารับรู้ว่าซิ่วหมินมีพลังที่เหนือธรรมชาติ แต่ตอนนี้เขายอมรับเลยว่าเขาถูกใจเด็กคนนี้เข้าแล้ว แม้ตอนนี้จะเป็นเด็กน้อยหากแต่เมื่อเติบใหญ่ความเดียงสาและดวงหน้าหวานนี้ต้องมัดใจเขาได้แน่นอน


เด็กน้อย หากวันใดเจ้าโตขึ้น ข้าจะกลับมาหาเจ้าอีกครั้ง


อี้ฝานยกนิ้วก้อยขึ้นหากแต่อีกคนกลับไม่เข้าใจในความหมายนั้นจนอี้ฝานต้องหลุดหัวเราะออกมา ซิ่วหมินทำแก้มพองลมเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกล้อ อี้ฝานเลยจัดแจงดึงมือเล็กนั้นยกขึ้นแล้วใช้นิ้วก้อยตนเองเกี่ยวไว้ที่นิ้วก้อยที่เล็กกว่าหลายเท่านั้น


แบบนี้เรียกว่าเกี่ยวก้อยสัญญา เจ้าเข้าใจหรือไม่


ผมจะรอท่านอี้ฝาน...จนกว่าท่านจะกลับมา ซิ่วหมินยิ้มให้เป็นอันบอกว่าตนเข้าใจแล้ว เพราะอี้ฝานคือทุกอย่างของเด็กน้อยนามซิ่วหมิน นามที่ได้จากอี้ฝานผู้แสนสำคัญของเขา เขาไม่รู้ว่ามันจะนานแค่ไหน จะต้องผ่านไปอีกกี่ราตรีที่เขาไม่ได้ออกมาเที่ยวกับอี้ฝาน กระนั้นเขาก็จะรอ


ในตอนนั้นซิ่วหมินคิดว่าการรอคอยช่างน่ากลัว

หากแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า การรอคอยคนที่ไม่อยู่บนโลกนี่แล้ว....มันน่ากลัวยิ่งกว่า

เหน็บหนาวเจียนขาดใจแม้แต่พลังของเขาก็ไม่ได้เพียงครึ่งของมัน

 



 

อาหารมื้อเช้าที่ตอนนี้ถูกรวบเป็นมื้อเที่ยงและมื้อเย็นยังไม่พร่องลงไปแต่น้อยนั่นเพราะคนที่ถูกทำมาให้ไม่ได้แตะมันเลย เฉินมองสภาพของซิ่วหมินอย่างอ่อนใจ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่นานคงได้ล้มป่วยเอาแน่ๆและนั่นจะเป็นปัญหาใหญ่เชียว เพราะเขาให้ใครมารักษาที่นี่ไม่ได้เพราะที่แห่งนี้ถูกซ่อนตัวภายใต้ป่าใหญ่ทึบและเขาเองก็คิดว่าคงไม่สามารถแบกซิ่วหมินไปถึงหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดนี่ได้ พอคิดถึงปัญหาที่อาจจะตามมาเฉินเลยเดินยกถาดอาหารพร้อมเชิงเทียนที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนเช่นนี้ แล้วเดินไปหาคนที่ยังนั่งซบหน้าตัวเองลงเข่าทั้งสอง


ท่านควรทานอะไรบ้าง


เราไม่หิว เสียงตอบนั้นแม้จะเบาเสียจนแทบไม่ได้ยินแต่เฉินก็รู้สึกว่าซิ่วหมินแม้จะอ่อนแรงเพียงใดก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อยากอาหาร


แต่ท่านทำแบบนี้ไม่นานท่านจะตายนะ


เช่นนั้นก็ดีสิ...ซิ่วหมินตอบทันทีจนเฉินใจหายวาบ เขาเคยคิดมาเสมอว่าการรอคอยอี้ฝานของซิ่วหมินนั่นมันดูเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย เวลาหลายปีทีเขาอยู่ที่แห่งนี้ก็ไม่เคยจะพบว่าท่านอี้ฝานคนนั้นจะกลับมา เขาเคยหวังว่าให้ซิ่วหมินเลิกรอ

คอยแล้วไปใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็น เขาเองพร้อมจะตามรับใช้ไปทุกทีเพียงแค่ซิ่วหมินสามารถออกจากกรงขังที่เรียกว่าอี้ฝานออกไป

แต่เฉินไม่เคยจินตนาการว่าอี้ฝานจะตายเพราะจากคำบอกเล่าของซิ่วหมินนั่นชายชื่ออี้ฝานเรียกได้ว่ามีพละกำลังที่แกร่งกล้ายากที่จะเป็นอันตรายจากสิ่งใดๆได้ แต่ตอนนี้ความจริงที่อี้ฝานได้จากไปทำให้ซิ่วหมินเสียใจอย่างมากจนถึงขนาดอยากตาย


ท่านควรจะคิดว่าท่านเป็นอิสระแล้วสิ ท่านซิ่วหมิน


เจ้าไม่เข้าใจหรอกเฉิน!”


ทำไมข้าจะไม่เข้าใจ ช้าเองก็ถูกท่านช่วยชีวิตมา ชีวิตของข้าก็อุทิศเพื่อท่าน แต่ข้าไม่เคยคิดว่าหากท่านตายแล้วข้าต้องตายตามไป เฉินว่ากลับอย่างลืมตัว เขาโมโหที่ซิ่วหมินว่าเขาไม่เข้าใจเพราะเขาเองก็นับซิ่วหมินเป็นผู้มีพระคุณเช่นกัน


หากข้าตายตามท่านไป ท่านดีใจหรือไม่กัน


เรา....ซิ่วหมินไม่อาจตอบไปได้ เฉินเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขามี เขาไม่เคยมองเฉินเป็นบ่าวหรือตนเป็นนาย เขารู้สึกขอบคุณเฉินมาตลอดด้วยซ้ำที่ยอมอยู่ที่แห่งนี้เป็นเพื่อนกัน เขาไม่ต้องการให้เฉินตาย


แต่กับท่านอี้ฝาน....มันไม่เหมือนกัน

หัวใจของเขาได้มอบให้อี้ฝานตั้งแต่คืนที่ถูกช่วยชีวิตแล้ว....


ข้าขอโทษก็แล้วกันท่านซิ่วหมิน แต่อย่างน้อยช่วยกินอะไรหน่อยเถอะ


เรายังไม่หิวจริงๆ ขอบใจนะเฉิน


เฉินยอมแพ้คนไม่หิวข้าวแต่โดยดี เขาถอนหายใจแล้วนำถาดอาหารไปวางที่โต๊ะตามเดิมก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆเตียงซิ่วหมิน


ใครบอกท่านว่าท่านอี้ฝานตายแล้วเฉินมองหน้าซิ่วหมินแล้วเอ่ยถาม นี่เป็นสิ่งที่กวนใจเขามาทั้งวัน


หากแต่ยังไม่ได้คำตอบจากซิ่วหมิน บานประตูระเบียงกระจกก็เปิดออก สายลมแรงที่พัดเอาหิมะเข้ามาในห้องนอนจนอากาศเย็นขึ้น ไม่ทันที่เฉินจะได้ลุกไปปิดประตูก็ปรากฏร่างสูงภายใต้ชุดผ้าคลุมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงก่ำนั่นกำลังมองไปที่คนบนเตียง


สวัสดีซิ่วหมิน


“ท่านซื่อชุน!” ซิ่วหมินเอ่ยนามคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เฉินออกไปยืนขวางเพราะกลัวภัยจะมาถึงซิ่วหมินแม้จะข้องใจว่าทำไมซิ่วหมินถึงรู้จักชื่อคนๆนี้ก็ตามที


เกะกะน่ะ ไม่ว่าเปล่า มือแกร่งจับเข้าที่คอคนมาขวางและโยนออกไปด้านข้างด้วยแรงอันมหาศาล


เฉิน!!” ซิ่วหมินรีบลุกขึ้นเพื่อวิ่งไปดูเฉินแต่เพราะร่างกายที่นอนมาทั้งวันผนวกกับไม่ได้รับอาหารเลยทำให้ทรุดลงไปกองที่เตียงนุ่มทันที


ข้า...ข้าไม่เป็นไร


นอกจากเจ้ายังมีหมอนี่มาอาศัยอยู่ในปราสาทของข้าอีกหรือไงซื่อชุนปรายตามองไปยังเฉินที่พยุงตัวขึ้นมายืนโดยที่มือยังกุมไว้ที่ท้องด้วยความเจ็บอยู่


ปราสาทของเจ้า?” เฉินถามด้วยความสงสัย เจ้าของปราสาทแห่งนี้ในตอนนี้คือซิ่วหมิน หากชายคนนี้บอกว่าเป็นเจ้าของก็ต้องเป็น


อู๋อี้ฝาน?


เขาเป็นน้องชายท่านอี้ฝาน ชื่อว่าซื่อชุนซิ่วหมินตอบคำถามในใจของเฉินเสมือนอ่านใจได้ ซื่อชุนยกยิ้มอย่างถูกใจเมื่อซิ่วหมินบอกเล่าเกี่ยวกับเขา แต่พอมองเห็นว่าใบหน้าหวานนั่นดูจะเลอะไปด้วยน้ำตาหนำซ้ำดวงตากลมนั้นบวมเดงอีกเขาก็เริ่มจะอารมณ์ไม่ดี


เจ้าร้องไห้งั้นเหรอ ชั่วเวลาเสี้ยววินาทีซื่อชุนสามารถมาประชิดตัวซิ่วหมินบนเตียงได้ราวกับหายตัว เฉินมองภาพตรงหน้าพลางขนลุกเกรียว นอกจากพละกำลังที่โยนเขาได้ด้วยมือข้างเดียวแล้วยังเคลื่อนไหวได้เร็วเพียงชั่วกระพริบตา


นี่สินะสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับอี้ฝานของซิ่วหมิน


เจ้าควรออกไปได้แล้ว ข้ามีธุระต้องคุยกับซิ่วหมินซื่อชุนปรายตามายังเฉินที่ยังคงยืนนิ่งเช่นนั้นจนเฉินสะดุ้ง เขากลัวดวงตาสีแดงนั่นจริงๆจนอยากจะวิ่งหนี แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าซิ่วหมินจะไม่ปลอดภัย


หึ...ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้ข้ายังไม่ทำอะไรซิ่วหมินหรอก


ตอนนี้?” เฉินทวนคำพูดอีกรอบ ตอนนี้ยังไม่ทำแล้วตอนอื่นละ ยิ่งคิดยิ่งไม่ปลอดภัยแต่พอจะเดินไปหาซิ่วหมินอีกครั้งเขากับถูกผลักออกไปไกลเสมือนมีแรงมหาศาลอัดเข้าที่ร่างของเขา


พอแล้ว อย่าทำร้ายเฉิน!”ซิ่วหมินตะโกนลั่น


บอกให้มันออกไปสิ ข้าอาจจะใจดีได้ไม่นาน ซื่อชุนว่าพร้อมดึงร่างเล็กเข้ามากอด ดวงตาสีแดงมองไปที่เฉินเป็นการบอกนัยๆว่า

อย่ามายุ่ง


เฉินออกไปก่อนเถอะ ท่านซื่อชุนไม่ทำอะไรข้าหรอก เพราะหากจะทำคงทำตั้งแต่เมื่อคืนแล้วซิ่วหมินบอกแม้ยังอยู่ในอ้อมกอดของซื่อชุนและเพราะตอนนี้เขาเสียใจจนไม่อยู่ในอารมณ์มาสนใจว่าตัวเองอยู่ในสภาพเช่นไร แต่ก็ยังมีสติพอที่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนั่นเพราะเขาไม่อยากให้เฉินมีอันตราย ดังนั้นเขาจะทำตามที่ซื่อชุนบอก


ได้....ข้าจะออกไปก่อน หากต้องการอะไรเรียกข้าได้ทุกเวลา ว่าจบเฉินก็ออกไปแต่โดยดี เขารู้ว่าเขาสู้ซื่อชุนไม่ได้และแม้แต่ซิ่วหมินเองก็เช่นกัน ดังนั้นการถอยออกไปคงดีที่สุด


สิ้นเสียงปิดประตูซื่อชุนก้มลงมองคนในอ้อมกอดอย่างนึกสนุก เมื่อวานเขาอดกินเลือดเพราะมัวแต่เล่าเรื่องอี้ฝานไหนจะต้องปลอบใจซิ่วหมินอีก วันนี้เขาตั้งใจว่าจะไม่ใจดีเช่นนั้นแล้ว อย่างน้อยการกอดปลอบของเขาก็มีค่าตอบแทนอยู่และมันก็ไม่ถึงตายหากตัวเขาไม่ได้ต้องการให้เหยื่อตาย


ข้าขอชิมเลือดเจ้าหน่อยเถอะ ซิ่วหมิน เสียงทุ้มเอ่ยข้างใบหูเล็ก ริมฝีปากสัมผัสที่เนื้อเนียนเบาๆหากแต่ซิ่วหมินไม่รู้สึกใดๆ นาทีนี้เขาคิดถึงเพียงแค่อี้ฝาน


ตามแต่ท่านต้องการเถอะ หากเพียงแค่ตาย...ก็จะได้พบท่านอี้ฝาน เขี้ยวคมหยุดชะงักก่อนได้สัมผัสผิวนุ่มเพราะคำพูดที่ต้องการความตายของซิ่วหมิน เจ้าของเขี้ยวแหลมผละใบหน้าออกจากซอกคอขาว ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ด้วยความโมโห


คำก็ท่านอี้ฝาน สองคำก็ท่านอี้ฝาน เจ้าควรจะเลิกพร่ำเพ้อได้แล้ว


ท่านไม่มีสิทธิ์มาห้าม!” คนตัวเล็กต่อว่า เขายอมไม่ได้หากมีใครมาว่าท่านอี้ฝานเช่นนี้ ในใจอดคิดไม่ได้ว่าซื่อชุนแม้จะเป็นน้องชายแต่ความอ่อนโยนนั่นเทียบกับอี้ฝานไม่ได้เลย


ทำไมข้าจะไม่มีสิทธิ์ ตามกฎของตระกูลแล้วหากพี่ชายตายไปทั้งที่ไม่มีผู้สืบทอด ทุกสิ่งอย่างย่อมตกเป็นของพี่น้อง นั่นหมายถึงเจ้าเองก็เป็นของข้า มือแกร่งจับใบหน้าหวานให้มองมาที่เขา แรงบีบนั่นมากมายจนซิ่วหมินต้องเบ้หน้าพร้อมน้ำตาที่ไหลรินลงมา


ผมเป็นของท่านอี้ฝานเท่านั้น ไม่ใช่ของใครอื่น


ซื่อชุนแม้จะโมโหเพราะทั้งชีวิตไม่เคยมีใครปฏิเสธเขา ทุกครั้งเหยื่อของเขาล้วนแต่เต็มใจให้เขาดื่มด่ำเลือดจนพอใจ แต่ซิ่วหมินนั่นต่างออกไปแม้ตอนนี้เขาจะสามารถลิ้มรสเลือดที่คาดว่าจะต้องหวานถูกใจแน่นอนก็ตาม แต่เขากลับไม่ทำมันเพราะเขาอยากเอาชนะอี้ฝานที่อยู่ในทุกลมหายใจของซิ่วหมินแม้จะตายจากไป


ทั้งชีวิตของเขากับอี้ฝานนั้นแม้จะเป็นพี่น้องกันแต่ก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าใดนักเรียกได้ว่าต่างคนต่างอยู่กันมาตลอด หลังจากทราบข่าวการตายของพี่ชายและตระกูลอู๋ได้จัดการทุกอย่างแล้ว บิดาของเขาก็มอบสมบัติของพี่ชายมาให้ตนตามสิทธิ์ที่ควรได้ เมื่อมีโอกาสเขาจึงเลือกมาเที่ยวชมที่ปราสาทแห่งนี้ก็หวังเพียงเพื่อจะมาคร่าเวลาเท่านั้น


แต่เพราะปราสาทแห่งนี้มีดอกไม้แสนสวยเติบโตท่ามกลางหิมะสีขาวแบบนี้แล้ว

เขาก็อยากจะลองละลายหิมะนี่เสียหน่อย...


เอาละ ข้าว่าเราเลิกเถียงกันดีกว่า ซื่อชุนว่าอย่างอ่อนใจ เขายอมปล่อยซิ่วหมินออกจากอ้อมกอดแล้วนั่งลงข้างๆแทนแล้วใช้มือตบลงพื้นที่ข้างๆให้มามานั่งด้วยกันดีๆ


ซิ่วหมินมองอย่างไม่เข้าใจเมื่อครู่คนคนนี้ยังเกรี้ยวกราดอยู่เลยแล้วทำไมถึงยอมคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาอย่างงุนงงกระนั้นก็ยอมนั่งข้างซื่อชุน ตอนนี้เขาอ่อนล้าเกินกว่าจะโต้เถียงหรือขัดขืนใดๆ


ร่างทั้งสองนั่งข้างกันโดยมีระยะห่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซื่อชุนสังเกตเห็นว่าดวงตากลมนั้นดูล้าเต็มทีแม้ว่าน้ำตาจะจางหายไปบ้างแล้ว ดวงตาคมปรายมองไปรอบๆห้องพบว่ามีถาดอาหารตั้งอยู่บนโต๊ะ เช่นนั้นคนข้างเขายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องอย่างแน่นอน


เจ้าควรกินอะไรบ้าง


ผมไม่หิว


ถ้าอย่างนั้นก็นอนพักผ่อนเถอะ


ซื่อชุนเอ่ยอย่างอ่อนใจ แต่ก็แปลกใจตัวเองเช่นเดียวกันว่าทำไมคนอย่างเขาต้องมาเสียเวลามาสนใจใครต่อใคร ชั่วอายุที่ยาวนานของเขามีหลายเรื่องที่น่าสนใจกว่านี้อีกเยอะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ติดใจผู้ชายที่สามารถบันดาลหิมะได้อย่างน่าอัศจรรย์ คิดเช่นนั้นก็ปรายตาไปยังหน้าต่างข้างนอกที่ตอนนี้ปราศจากเกล็ดหิมะโปรยปรายซึ่งคาดว่าเจ้าของพลังคงเหนื่อยอ่อนเต็มที


"ผมมีเรื่องอยากถามท่าน ซิ่วหมินเอ่ยออกมาเบาๆแต่กระนั้นคนฟังก็ยังได้ยินอยู่ดี ซื่อชุนหันหน้ามาสบดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างสนใจ


ว่ามา


ท่านอี้ฝาน....ตอนกลับไปที่ตระกูลใหญ่สุขสบายดีหรือไม่


ก็ดีมั้ง...ไม่รู้สิพวกข้าไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่เลยไม่ได้สนใจกันนัก ซื่อชุนตอบอย่างตรงไปตรงมา


ทำไมถึงไม่ถูกกันละ ท่านอี้ฝานออกจะเป็นคนดีซิ่วหมินพูดแล้วยิ้มเมื่อนึกถึงอี้ฝานแม้จะเริ่มรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมามากกว่า


ที่พูดเนี่ยจะบอกว่าข้านิสัยไม่ดีอย่างนั้นสินะ ซื่อชุนยื่นหน้าไปใกล้ซิ่วหมินจนรู้สึกถึงลมหายใจระแถวต้นคออย่างลืมตัว ริมฝีปากเม้มแน่นจนต้องแลบเลียเพื่อดับความกระหายอยาก มือทั้งสองข้างของเขากำแน่นเมื่อรู้สึกว่าร่างกายตัวเองชักจะไม่ฟังคำสั่งเพราะอยากกินเลือดคนหน้าหวานเสียให้ได้


ซิ่วหมินหันหน้าไปทางอื่นแทนเมื่อรู้สึกถึงความใกล้ชิดเกินความจำเป็น เขาไม่เคยให้ใครได้เข้าใกล้ได้ขนาดนี้นอกจากอี้ฝาน ยิ่งดวงตาสีแดงนั่นมองสบในระยะใกล้ๆเช่นนี้ยิ่งรู้สึกแปลกๆแต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าตนเองเป็นอะไร


พวกข้าเป็นพี่น้องคนละแม่กันซื่อชุนตอบแล้วขยับตัวออกห่างเว้นระยะไว้เท่าเดิม


เช่นนั้นหรือซิ่วหมินหันกลับมา คำตอบของซื่อชุนทำเอาซิ่วหมินอยากจะรู้เรื่องราวมากกว่านี้เพราะช่วงระยะเวลาที่เคยได้อยู่กับอี้ฝานนั้นตนไม่เคยรู้เรื่องครอบครัวของอี้ฝานเลย


แต่จะมาอยากรู้ตอนที่เจ้าตัวไม่อยู่แล้ว....มันสายเกินไปสินะ


เจ้าร้องไห้อีกแล้ว เราควรหยุดคุยเรื่องหมอนั่นไว้ก่อนดีไหม


ทำไม...ทำไมท่านอี้ฝานถึงไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ซิ่วหมินก้มลงร้องไห้หนัก เขารู้สึกอ่อนแอ ไร้พลัง ควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซื่อชุนถอนหายใจออกมาก่อนจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างข้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นมาอย่างง่ายดาย ซิ่วหมินเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตา คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความสงสัยจนกระทั้งร่างของเขาทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ริมระเบียงห้อง


เจ้าพร้อมจะตายหรือยัง ซิ่วหมิน ซื่อชุนก้มลงมองคนในอ้อมแขนเพื่อรอฟังคำตอบ จากการประเมินจากสายตาด้วยความสูงจากห้องนอนถึงพื้นล่างนั้นหากเขาโยนร่างนี้ลงไปคงถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันซิ่วหมินเองก็หันมองดูพื้นล่างที่เต็มไปด้วยหิมะทับถมด้วยแม้ความอ่อนนุ่มของมันอาจจะช่วยรับแรงกระแทกได้แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะรอดปลอดภัย


แต่กระนั้นมันก็คือความต้องการของเขามิใช่หรือ

ความตายน่ะ....


ดวงตากลมมองสบดวงตาสีแดงที่บ่งบอกว่าจะมอบความตายให้ดังคำพูดเพียงแค่ตนเอ่ยปากออกไป ซิ่วหมินขย้ำเสื้อคลุมของซื่อชุนแน่นด้วยความรู้สึกกลัว หากแต่ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะได้พบท่านอี้ฝานเขาก็ยินดีที่จะเลือกทางนี้ การรอคอยของเขากำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

เช่นนั้นก็ไม่ควรลังเล....


ผม...พร้อมแล้ว


เพียงสิ้นเสียงร่างของซื่อชุนก็กระโดดลงมาพร้อมกับซิ่วหมินซึ่งสร้างความตกใจให้แก่ซิ่วหมินเป็นอย่างมากที่ซื่อชุนไม่ได้ปล่อยเขาร่วงลงมาเพียงคนเดียว เขากลัวว่าซื่อชุนจะต้องตายไปด้วยจนมือเล็กทุบไปที่อกกว้างหลายครั้งอย่างลืมตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากเท่านั้น และยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ภาพของพื้นดินสีขาวเข้าใกล้สายตามาในทุกขณะ ซิ่วหมินหลับตาลงด้วยความกลัวเมื่อร่างทั้งร่างกำลังสัมผัสเบื้องล่าง


หากแต่ร่างทั้งสองก็หายไปก่อนจะกระแทกลงสู่พื้นดิน

 



 

 

เสียงกระแสน้ำเคลื่อนไหวเบาๆในค่ำคืนอันเงียบสงบ เงาของดวงจันทร์กลมโตสะท้อนอยู่บนผิวน้ำที่ขยับเคลื่อนไหวเป็นวงกระเพื่อม พื้นที่รอบข้างทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นสนสูงใหญ่หลายต้นที่ถูกปกคลุมด้วยสีขาวของหิมะเป็นบางส่วนด้วยความที่อยู่ในเขตแดนเหนือที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี กองหิมะที่ตกค้างตามกิ่งของมันร่วงลงมาบ้างในบางครั้งเมื่อสายลมพัดผ่าน


กลุ่มค้างคาวนับสิบบินวนรอบริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างสูงเจ้าของดวงตาสีโลหิตผู้ที่เมื่อครู่ยังเอ่ยถามหาความตายแก่คนในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ ร่างเล็กกว่ายังคงกำชายเสื้อคนอุ้มไว้แน่นด้วยความกลัว กระทั่งได้ยินเสียงสายลมและสายน้ำแว่วมาก็คิดเอาเองว่าตนเองคงตายแล้วมาโผล่ที่ไหนซักที่


ซิ่วหมิน เจ้าจะไม่เงยหน้ามาดูความงามตรงหน้านี้หน่อยเหรอ เสียงของซื่อชุนทำให้ซิ่วหมินหลุดจากภวังค์ มือทั้งสองเริ่มคลายออก ดวงหน้าหวานหันออกจากอกกว้างแล้วหันมามองภาพเบื้องหน้าอย่างที่อีกคนต้องการ


สวยจัง... นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในตอนนี้ ดวงจันทร์สีเงินกลมโตลอยอยู่เหนือท้องทะเลสาบ แสงของมันสาดส่องลงมาที่ผิวน้ำจนสว่างไปทั่งบริเวณ ทั้งๆที่อยู่เบื้องล่างแต่กลับรู้สึกใกล้กับดวงจันทร์ได้แค่เพียงเอื้อมมือออกไป


เวลาตายแล้วทุกคนต้องมาที่นี่เหรอ ซิ่วหมินหันมาถามจนซื่อชุนต้องขำออกมาอย่างอดไม่ได้ ซิ่วหมินขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกหัวเราะใส่ และยิ่งซื่อชุนยังขำไม่หลุดก็เริ่มรู้สึกโมโหเล็กๆ มือเล็กทั้งสองยันร่างตัวเองออกมาให้หลุดจากการอุ้ม


ฮ่าๆๆ เอาล่ะๆ ข้าไม่ขำแล้วซื่อชุนรู้ตัวว่าอีกคนคงไม่พอใจเลยพยายามหยุดขำก่อนจะปล่อยให้ซิ่วหมินยืนตามความต้องการ


แล้วนี่คือที่ไหนซิ่วหมินถามอีกครั้ง


เอาเป็นว่าตอนนี้เจ้าและข้ายังไม่ตาย ตอนนี้ข้าพามาที่ๆข้าเพิ่งพบไม่นานมานี่เอง สวยใช่ไหมละ


ยังไม่ตาย?” ซิ่วหมินชี้ไปที่ตัวเองแล้วชี้ไปที่ซื่อชุนเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง


ใช่ เอาละ เจ้ามานั่งตรงนี้เถอะ ซื่อชุนจับมือซิ่วหมินให้มานั่งตรงริมทะเลสาบ ซึ่งซิ่วหมินก็เดินตามอย่างว่าง่ายเพราะยังจับต้นชนปลายเรื่องที่ตัวเองยังไม่ตายไม่ได้ และเพราะสถานที่แห่งนี้สวยตามที่ซื่อชุนบอกจริงๆเขาจึงปัดเรื่องนั้นออกจากความคิดไปเสียก่อน แว่วเสียงสายน้ำเอื่อยๆจนทำให้เขารู้สึกสงบใจลงได้บ้าง หากแม้มองทอดไปที่ดวงจันทร์สีเงินดวงโตยิ่งทำให้เขาคิดถึงอี้ฝานอยู่ก็ตามที


ข้าว่ามันคงจะสวยกว่านี้หากมีบางอย่าง


อะไรหรือซิ่วหมินถามแม้ยังไม่ละสายตาจากดวงจันทร์แสนสวยนั่น


หิมะ เจ้าทำให้มันร่วงลงมาได้หรือไม่


ซิ่วหมินเพียงพยักหน้าเบาๆก่อนจะวาดนิ้วมือไปมาในอากาศ ไม่นานนักเกล็ดหิมะก็ค่อยๆร่วงลงมากจากฟากฟ้าแต่งแต้มให้ค่ำคืนนี้ดูน่าหลงใหลมากกว่าเดิม


ข้าชอบหิมะของเจ้านะ


ซิ่วหมินสะดุ้งเล็กน้อย นอกจากอี้ฝานแล้วไม่เคยมีใครบอกชอบหิมะของเขาเลยแม้กระทั่งเฉินที่มักจะบ่นว่าหนาวอยู่เรื่อย แม้จะอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเช่นนี้เขากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด


ในขณะเดียวซื่อชุนเบนสายตาที่ชื่นชมความงามของหิมะมามองคนข้างกายด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาดีใจที่ซิ่วหมินชอบที่แห่งนี้เหมือนกับที่เขาชอบเพราะเขารู้สึกว่าที่แห่งนี้สามารถทำให้เวลาหยุดลงไปได้เพียงเพราะได้ชื่นชนทัศนียภาพอันน่าอัศจรรย์ในค่ำคืนเช่นนี้ หากแต่เขาก็รู้สึกไม่ดีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นยังฉายแววความเศร้าอยู่เช่นนั้น


และที่เขาแปลกใจที่สุดก็คือสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เขาทำทุกอย่างเพื่อปลอบใจ สมบัติ ของพี่ชายทั้งๆที่เขาไม่มีความจำเป็นต้องทำแม้แต่น้อย


ซื่อชุนคิดว่าอาจจะเป็นเพราะต้องการเอาชนะอี้ฝานเลยทำอะไรเช่นนี้


ขอบคุณนะที่ชอบหิมะของผม


แต่เขาเริ่มรู้สึกว่าความคิดที่จะเอาชนะนั้นคงไม่ใช่ ก็ในเมื่อเพียงคำขอบคุณกลับทำให้เขารู้สึกดีเช่นเดียวกับได้ลิ้มรสเลือดอันแสนหวาน และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีร่างของเขาก็โถมไปที่ร่างเล็กกว่าที่แม้ร่างกายเล็กๆอันแสนบอบบางนั้นจะเย็นเฉียบเพียงใด แต่เพียงแค่จุมพิตลงไปที่ปากอิ่มนั้นกลับรู้สึกราวกับไฟที่ลุกโชนจนลามไปทั่วทั้งกาย


หวาน....หอม....

บอบบาง....งดงาม


แม้เพียงไม่นานเขารู้สึกว่าริมฝีปากนั่นช่างยั่วเย้าให้อยากสัมผัสจนไม่รู้จักเบื่อ ความอ่อนนุ่มของมันทำไมช่างพิเศษกว่าสิ่งใดๆที่เขาได้สัมผัส เสียงร้องประท้วงเบาๆนั่นไม่แม้จะทำให้เขาจะผละริมฝีปากออกแต่อย่างใด ซ้ำยังกดลงไปเสียรุนแรงเพียงเพราะต้องการย้ำว่าสิ่งๆนี้เป็นของเขา


ยิ่งสัมผัสยิ่งหลงใหลจนซื่อชุนไม่อยากคิดเลยว่าเลือดของซิ่วหมินจะทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดไหนกัน

เพราะเพียงแค่จูบเขายังคลั่งได้แทบตายเช่นนี้

 

เจ้าคือของของข้า...เพียงผู้เดียว


[END PART II]

 

 

Talk: แหะๆๆ ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ พอดีช่วงนี้งานเยอะสุขภาพแย่เลยไม่ไหวพิมพ์จ้า แต่มีคนมาเม้นเรื่อยๆก็มีกำลังใจอัพต่อ ขอบคุณๆทุกๆคอมเม้นเลยนะคะ ส่วนใครแอบอ่านมาเม้นให้เค้าหน่อยน้า (อ้อน) 5555

 

ตอนนี้เหมือนจะเศร้าแต่ก็พยายามใส่หวานๆมาให้บ้างเพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคริสหมินแทนฮุนหมินไปแทนนะ 555 น้องงุนเรารุกแรงมากจ้า แต่งไปเขินไป ปากร้ายใจดีไปงั้นอะคนเรา อิอิ

 

เจอกันตอนหน้าจ้า จะรับมาอัพไวๆนะคะ

ขอกำลังใจจากทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยจ้า ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #50 kim_lumin (@kim_lumin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 16:09
    ว๊าก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    เอาเลยจ๊ะ ดูดปากแล้วเนาะ เหลือเปลื้องผ้าละทีนี้ อุ๊บ!!! -///•-•///-
    #50
    1
    • #50-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      10 สิงหาคม 2561 / 00:44
      -////- จริงๆก็อยากจะให้ทำเช่นนั้นไปเลยค่ะ 555
      #50-1
  2. #43 happinessnitta (@happinessnitta) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:20
    อยากขอร้องไรต์ให้เว้นบรรทัดระหว่างย่อหน้าให้หน่อยได้ไหมคะ
    คืออ่านที่มันติดๆกันไปหมดแล้วปวดตามากเลย ฮืออออ
    พลีสสสสส
    #43
    2
    • #43-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:09
      ได้ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ไรท์ก็ลืมเข้ามาเช็คว่ามันติดกันขนาดนี้ แหะๆๆ
      #43-1
  3. #22 KhimSF7 (@khimgray) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 01:17
    ซื่อชุนใจเย็นๆก๊อนนนนนนนนน ดูหลงซิ่วหมินมากจริงๆ หักห้ามใจไม่ได้เลยนะคะ หุหุ ไม่อยากให้ซิ่วหมินเศร้าเลย ฮื่ออออ เป็นกำลังใจให้นะคะ!
    #22
    1
    • #22-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      15 มิถุนายน 2561 / 09:26
      ขอบคุณมากค่ะ ^^
      ซื่อชุนรุกแรง ต้องแบบนี้แหละไม่งั้นหนูหมินจะยังคงเพ้อหาท่านอี้ฝานต่อไป5555
      #22-1
  4. #21 winchani (@flyfulldodo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:53
    เบื่ออ่าาา เบื่อคนปากไม่ตรงกับใจ555 ไม่ต้องหาข้ออ้างเลยนะ ชอบเค้าก็บอกไป.. อยู่ๆพี่เขาก็เปลี่ยนมาอ่อนโยน ตามไม่ทันเลย5555 สู้ๆนะคะ รักษาสุขภาพด้วยน่าา
    #21
    1
    • #21-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      15 มิถุนายน 2561 / 09:25
      จริงๆชอบแต่ปากแข็งเนาะคนเรา ทำมาเอาพี่ชายมาอ้าง 5555
      เป็นไรท์รวบหัวรวบหางตั้งกะวันแรกละ (หือ??? 555)
      #21-1
  5. #20 Oil_niji (@Oil_niji) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 10:22
    สู้ๆ นะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆ จะได้อัพเรื่องราวยามค่ำคืนของแวมไพร์ตัวร้าย และหนุ่มน้อยผู้นำพาหิมะมา~ น้องฮุนรุกหนักจนมินซอกใจอ่อนเร็วๆ นะคะ
    #20
    1
    • #20-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      14 มิถุนายน 2561 / 19:02
      ขอบคุณมากๆนะคะ มีคนเป็นห่วงเขินจัง >///< เวลานั่งหน้าคอมนานๆจะชอบปวดหลังคะเลยไม่ค่อยได้พิมฟิค

      น้องงุนรุกแรงมากแล้วว หิมะจะใจละลายได้หรือยังน่อออออ
      #20-1
  6. #19 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 03:00
    เจอกัน2คืนก็หลงแล้วอ่ะ คนพี่เปรียบเหมือนภูเขา คนน้องเปรียบเหมือนสายน้ำ
    #19
    1
    • #19-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 5)
      14 มิถุนายน 2561 / 19:00
      ซื่อชุนทำเก็กไปงั้นเนาะ ที่แท้ก็หลงเค้าไปตั้งนานละ 555
      ภูเขากับสายน้ำก็เข้ากันนะคะ ชอบมากเลย ได้ไอเดียเพิ่มเลย
      #19-1