OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 7 : SF : Night (밤) Sehun x Xiumin - Part IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    6 ก.ค. 61

Title: Night () Part IV

Pairing: Shixun x Xiumin (Sehun x Xiumin)



 

Don’t cry…

 

อี้ฝานตายแล้ว

นั่นเป็นประโยคแรกที่เขาได้ยินยามที่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดโดยมีเพียงแสงเทียนสีส้มนวลเท่านั้นที่พอจะส่องให้เห็นใบหน้าของบุคคลที่เอ่ยประโยคนั้น ดวงตาสีแดงที่เพิ่งลืมขึ้นเพ่งมองไปที่ใบหน้าสวยคมอันแสนคุ้นเคยเพราะนั่นคือมารดาของเขาเอง

ครับ  ซื่อชุนตอบรับกับสิ่งที่ได้ทราบเพียงเท่านั้น ความรู้สึกปวดหัวแล่นขึ้นมาเมื่อพยายามจะยกศรีษะขึ้นมาจากหมอนจนผู้เป็นมารดาต้องพยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้นนั่งอย่างที่ต้องการ

ใช่ ฝีมือพวกหมาป่า

ทั้งที่....แข็งแกร่งขนาดนั้น' ซื่อชุนพึมพำกับตนเองเบาๆ ตลอดทั้งชีวิตที่เขารู้จักพี่ชายต่างมารดามานั้นเรียกได้ว่าอี้ฝานมีฝีมือที่เก่งกาจและแข็งแกร่งในลำดับต้นๆของตระกูล ดังนั้นการที่มาถูกฆ่าด้วยพวกหมาป่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แสดงว่าหมาป่าตนนั้นจะต้องมีจำนวนมากหรือไม่ก็ต้องมีฝีมือไม่น้อยเชียว

แล้วทำไมผมมานอนอยู่ที่นี้ เท่าที่จำได้...

ลูกไม่สบายเลยล้มหมดสติลงไปตอนกำลังเดินในปราสาท แม่เป็นคนพาลูกมานอนพักผ่อนเอง มารดาของเขายิ้มก่อนจะใช้มือเรียวสวยค่อยๆเกลียเส้นผมที่บดบังใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างเอ็นดู ซื่อชุนรู้สึกปวดหัวเมื่อพยายามนึกว่าทำไมเขาถึงไม่สบายได้และเขาก็จำไมได้ด้วยว่าก่อนหน้านี้กำลังจะทำอะไร

พักเถอะซื่อชุน เอาไว้ดีขึ้นแล้วค่อยไปพบท่านพ่อเรื่องของอี้ฝาน

ครับซื่อชุนพยักหน้า ตอนนี้เขาต้องการพักผ่อนอย่างที่มารดาว่ามาและเมื่อเขาลงไปนอนหนุนหมอนอีกครั้งมารดาของเขาก็เดินออกจากห้องไป

ดวงตาสีแดงค่อยๆปิดลงเพื่อให้ตนเองได้เข้าสู่นิทรารมย์อย่างที่ต้องการ แต่กระนั้นในสมองยังคงนึกถึงเรื่องที่เพิ่งได้รับทราบเมื่อครู่อยู่ ตลอดระยะเวลาที่อี้ฝานมีชีวตอยู่นั้นเรียกได้ว่าเป็นพี่ชายที่ดีเสมอมา แม้ว่าตัวเขาจะพยายามไม่ไปยุ่งเกี่ยวเพราะไม่ชอบการถูกเปรียบเทียบจากคนในตระกูลในฐานะลูกชายทั้งสองคนของนายใหญ่ตระกูลนี้ อีกทั้งมารดาของพวกเขาทั้งสองก็ไม่ค่อยจะมีบทสนทนาที่ดียามที่ได้เจอกันในโอกาสต่างๆ


อ่า...พี่ชายที่น่ารำคาญคนนั้นไม่อยู่แล้ว


ซื่อชุนเคยคิดมาเสมอว่าหากไม่มีอี้ฝานตัวเขาก็คงไม่ต้องถูกเปรียบเทียบและอาจจะเป็นลูกชายคนโปรดของบิดาเพียงคนเดียว ในวียเด็กนั้นเขาเคยกระทั่งคิดอยากจะฆ่าอี้ฝานให้ตายไปด้วยซ้ำแม้สุดท้ายพี่ชายที่แสนใจดีนั่นก็ไม่โกรธอะไรแถมยังพยายามปิดเรื่องที่ซื่อชุนทำไม่ให้ใครได้รับรู้ ตั้งแต่วันนั้นเขาเลยเปลี่ยนความคิดที่ไม่ดีต่อพี่ชายไปที่ละน้อยแต่กระนั้นก็ไม่คิดจะญาติดีด้วยเพราะเขาคิดว่าการอยู่ห่างกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับพวกเขาทั้งสองคน


โชคดี ซื่อชุน


นั่นน่าจะเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินจากอี้ฝานหลังจากได้ยินเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของมนุษย์ผู้บันดาลหิมะและน้ำแข็งได้ ซื่อชุนพลิกตัวเพื่อนอนตะแคงข้างพร้อมลืมดวงตาทั้งสองอีกครั้ง เขามองเห็นแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามาที่หน้าต่างของห้องพร้อมกับที่เกล็ดเล็กๆสีขาวของหิมะจำนวนมากตกลงมาอย่างเชื่องช้า

หิมะ...เหรอ ซื่อชุนนึกในใจและคืดสงสัยว่าป่านนี้คนสร้างหิมะของอี้ฝานจะรู้เรื่องการตายแล้วหรือยัง เพราะจะว่าไปก็ไม่มีใครในตระกูลรู้เรื่องคนรักของอี้ฝานเลยด้วยซ้ำนอกจากเขา ถ้าเช่นนั้นเขาควรจะไปบอกด้วยตัวเองพร้อมกับถือโอกาสไปดูสมบัติซึ่งก็คือปราสาทลับของอี้ฝานที่เขาเคยได้ยินมาที่ตามกฎแล้วต้องเป็นของเขาไปโดยปริยายดีหรือไม่

ที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนสร้างหิมะอยู่ที่แห่งนั้นหรือไม่ เพราะนั่นก็นานมาแล้วตั้งแต่อี้ฝานจากมาเพราะโดนเรียกตัวให้กลับมาที่ตระกูลใหญ๋โดยด่วน


แต่คงเป็นเพราะโชคชะตาทำให้เขาได้เจอสิ่งที่ตามหา


ซื่อชุนไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนสร้างหิมะในคืนแรกที่เขาได้เดินทางมาถึงปราสาทแห่งนี้ เขาไม่แปลกใจเลยที่ตลอดทางที่มาถึงอากาศช่างหนาวเย็นจนคนปกติไม่น่าจะทานทนได้ก็ในเมื่อคนสร้างหิมะคนนั้นนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสุดของปราสาทและดูท่าจะสุขใจในการบันดาลเกล็ดหิมะเหล่านี้ให้ตกลงอย่างไม่รู้จักหยุด

คราแรกเขาตั้งใจจะแกล้งใส่คนที่นั่งสบายใจอยู่ตรงนั้นที่สร้างไอ้สิ่งน่ารำคาญพวกนี้ออกมา อย่างที่เขาเคยคิดมาเสมอว่าความหนาวและหิมะช่างไม่น่าอภิรมย์ โดยเขาตั้งใจจะลองลิ้มรสเลือดนั่นเสียหน่อยเป็นการทำโทษแต่พอเจอกันก็กลายเป็นยั่วโมโหคนตัวเล็กที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างหิมะมากมายให้ตกลงมาท่ามกลางปราสาทในป่าทึบแห่งนี้เป็นบริเวณกว้างและก็กลายเป็นว่าเขาทั้งสองได้ปะทะกันอยู่ครู่หนึ่ง

กระทั่งได้บอกข่าวร้ายให้ฟังและซิ่วหมินก็เริ่มร้องไห้ ตอนที่เขาเห็นน้ำตานั่นซื่อชุนรู้สึกว่ามันงดงามเช่นเดียวกับหิมะที่โปรยปรายท่ามกลางดวงจันทร์


แต่เขาไม่ปรารถนาที่จะเห็น...จึงได้ปลอบใจอยู่เช่นนั้น


.


.


.

 

ร่างเล็กกว่าที่อยู่ในอ้อมกอดของซื่อชุนเริ่มขยับตัวอันเป็นสัญญาณว่ากำลังจะตื่นจากนิทรา แต่วงแขนแกร่งยังคงโอบกอดเอวของคนเพิ่งตื่นเอาไว้อย่างไม่คิดจะปล่อยออก เขามองดูคนในอ้อมกอดที่ใช้มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาตัวเองเบาๆอย่างเอ็นดู ดวงตากลมของซิ่วหมินเริ่มกระพริบถี่ๆเพื่อปรับสภาพก่อนจะมองเห็นดวงตาสีแดงที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้วจนรู้สึกแปลกๆเพราะไม่คุ้นเคยที่มีคนมานอนจ้องหน้ากันเช่นนี้จนต้องเบือนไปมองทางอื่น และเมื่อใช้สายตาสำรวจไปทั่วก็พบว่าที่นี่คือห้องนอนของตนเองที่วันนี้มืดกว่าปกติเพราะถูกผ้าม่านปิดทั่วห้องกั้นไม่ให้แสงแดดเข้ามา

มืดจัง ซิ่วหมินพึมพำกับตัวเองแต่ก็ดังพอที่อีกคนจะได้ยิน

เผื่อเจ้าจะลืม ข้าโดนแสงแดดไม่ได้ ซื่อชุนบอกพลางใช้มืออีกข้างปัดปอยผมสีเงินสวยนั้นให้มองเห็นใบหน้าหวานได้ชัดขึ้น

“อืม...” ซิ่วหมินเอียงหน้าเพื่อให้นิ้วมือยาวนั้นจับผมของตนไปทัดหูได้ถนัดด้วยเพราะสติยังมาไม่ครบถ้วนเขาจึงลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองถูกกอดอยู่ ดวงตากลมหลับลงไปอีกครั้ง แต่เพียงไม่นานก็ลืมตากว้างใส่เมื่อสติสัมปัชชัญญะกลับมาครบถ้วนแล้ว

ท่านซื่อชุน!!”

ข้าเอง ซื่อชุนตอบแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางตลกๆของคนตัวเล็กในอ้อมกอด ใบหน้านั่นเริ่มออกสีแดงระเรื่อจนเขาอดไม่ได้ที่จะทำโทษด้วยการปิดริมฝีปากสีแดงนั่นด้วยปากของเขาเอง

ทีนี้ตื่นแล้วใช่ไหม

“ค...ครับ ซิ่วหมินตอบทั้งที่ยังก้มหน้า ยอมรับเลยว่าตอนนี้ไม่กล้าแม้จะสบดวงตาสีแดงนั่นที่เหมือนกับไฟอันร้อนระอุกว่าที่เคยพานพบ ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนหลังจากที่ซื่อชุนมาช่วยเอาไว้ยิ่งอายนัก เขารู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกได้

เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ซื่อชุนถามพลางใช้นิ้วมือลูบไปที่ข้างแก้มขาวที่บัดนี้มีรอยแผลจากเล็บคมของหมาป่าปรากฏอยู่ ซิ่วหมินสะดุ้งเพราะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยยามถูกสัมผัสที่แผล

เจ็บนิดหน่อยครับ

ขอโทษนะ เขาตอบแล้วละมือออกมา

“เอ่อ....ท่านซื่อชุนไม่ร้อนเหรอครับ ซิ่วหมินพยายามบอกเลี่ยงๆเพราะเขาอายเหลือเกินที่ยังถูกกอดอยู่แบบนี้ ตอนนี้ร่างทั้งสองแทบจะชิดกันจนเขากลัวซื่อชุนจะได้ยินเสียงหัวใจเหลือเกิน

หิมะที่เจ้าสร้างไว้มันเพิ่งจะละลายไปไม่เยอะ เจ้ายังคิดว่าข้าจะร้อนเหรอ ซื่อชุนตอบแล้วแกล้งรั้งให้ร่างเล็กกว่านั้นเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิมจนซิ่วหมินหลับตาแน่น ท่าทางตลกของร่างเล็กในอ้อมกอดทำเอาคนขี้แกล้งต้องหัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู

“แล้วตอนนี้ยังมีไข้อยู่หรือไม่ เอ่ยถามพลางละมือออกเพื่อให้อีกคนเป็นอิสระแล้วเปลี่ยนเป็นเท้าแขนขึ้นเพื่อยันศีรษะของตนเอาไว้แทน สายตาทอดมองซิ่วหมินที่ยังนอนอยู่แถมยังเอาผ้าห่มดึงขึ้นปิดหน้าจนเหลือแค่ดวงตากลมๆ

ก็...รู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ขอบคุณที่ช่วยผมไว้นะครับซิ่วหมินเอ่ยจากใจจริงเพราะตอนนี้เขาเป็นหนี้ชีวิตของซื่อชุนเฉกเช่นเดียวกับที่อี้ฝานได้ช่วยเขาไว้เช่นกัน

เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าจะได้พักผ่อน พูดจบก็พลิกกายไปอีกด้านหวังจะนอนหลับ เมื่อคืนหลังจากอุ้มซิ่วหมินที่ชิงหลับไปก่อนด้วยความอ่อนเพลียกลับมาที่ปราสาทแห่งนี้เขาก็สำรวจรอบๆปราสาทแทบทั้งคืนเพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยจนพวกหมาป่าตามมาได้ ซื่อชุนค่อนข้างเป็นกังวลมากว่าถ้าพวกหมาป่ามีมากกว่าที่เห็นอาจจะทำให้ถึงอันตรายทั้งเขาและซิ่วหมิน และกว่าจะสำรวจจนแน่ใจและลบร่องรอยไม่ให้ตามกลิ่นมาเจอก็เกือบจะฟ้าสาง เขาเลยตัดสินใจมานอนข้างๆคนที่ตอนนี้มุดตัวในผ้าห่มนั่นจนกระทั่งตื่นนี่แหละ

ท่านยังไม่ได้นอนเหรอ ซิ่วหมินถามพร้อมหันมองไปคนที่กำลังจะหลับ เสียงขยับกายจากคนข้างๆทำให้ซื่อชุนต้องลืมตามามอง

ใช่ เขาเห็นดวงหน้าหวานน่ารักนั่นชะเง้อมองมาที่เขาด้วยสายตาดูจะรู้สึกผิดที่เขาไม่ได้นอนจนซื่อชุนอดไม่ได้ที่จะดึงร่างเล็กนั่นลงมากอดแทนทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่แกล้งแล้วก็เถอะ

ซิ่วหมินข้ามีเรื่องจะถามเจ้า

ครับ

เจ้าเคยจูบ....กับพี่ชายข้าหรือไม่ ซื่อชุนถามเสียตรงจนซิ่วหมินหน้าร้อนผ่าว แต่คงเพราะเขาอยากเอาชนะพี่ชายที่ถูกเปรียบกันมาทั้งชีวิตเลยอยากรู้คำตอบแม้จะเสี่ยงที่จะไม่ใช่คำตอบที่หวัง แต่ที่จริงแล้วเท่าที่จำได้อี้ฝานเจอกับซิ่วหมินตอนที่ยังเด็กและเขาก็มั่นใจว่าพี่ชายของเขาเป็นคนดีพอที่ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นกับเด็กที่ไม่ประสาแน่นอน

แต่มันก็รบกวนใจเขาจนต้องถามออกมา เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งอี้ฝานตั้งใจจะให้ซิ่วหมินเป็นคนรักมิใช่หรือ

ไม่....ครับ

หึๆ เช่นนั้นก็ดีแล้วซื่อชุนดีใจแต่ก็ข่มความดีใจด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและหัวเราะเบาๆในลำคอเท่านั้น แแต่เขากับกอดร่างของซิ่วหมินแน่นเสมือนเด็กน้อยที่ได้รับรางวัลที่ถูกใจ นั่นเพราะนานมาแล้วที่ซื่อชุนไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้ในตลอดเวลาที่อี้ฝานอยู่ ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาทำได้หรือได้รับอี้ฝานก็จะเช่นกัน

ถึงแม้จะรู้สึกผิดแก่คนที่จากไป แต่หัวใจกับพองโตด้วยความสุข

ท่านอี้ฝานเป็นคนดีนะครับ ไม่ทำอะไรกับเด็กแบบผมหรอก แต่พอฟังคำพูดต่อมาคิ้วก็ชักกระตุกจนต้องมองหน้าคนพูดอย่างต้องการถามว่ากำลังหมานความว่าเขาคือคนไม่ดีอย่างนั้นสินะ

ข้าให้เจ้าพูดอีกที

แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่เด็ก เพราะฉะนั้น....ผมไม่ถือหรอกครับซิ่วหมินพูดอีกครั้งและนั่นก็ทำเอาคนฟังต้องยกยิ้มที่มุมปากให้กับความร้ายกาจของคนตัวเล็กในอ้อมกอด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าซิ่วหมินจะมีมุมนี้ด้วย

ปากดีแบบนี้สงสัยต้องถูกปิดให้เงียบซะที

หยุดเลยครับซิ่วหมินยกมือป้องปากของซื่อชุนทันทีที่รู้สึกจะไม่ปลอดภัยจากการจู่โจมอันมีผลให้หัวใจเขาทำงานหนัก ริมฝีปากนั่นเลยได้สัมผัสที่ฝ่ามือเล็กแทน

ซื่อชุนกระชับอ้อมกอดให้แน่นก่อนจะหลับตาลง ในตอนนี้เขามีความสุขมากเหลือเกินเพียงแต่เขาก็ยังไม่สามารถดื่มด่ำความสุขนี่ได้ทั้งหมด  การที่มีหมาป่าอยู่ละแวกนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เขาได้คำตอบแล้วว่าทำไมตอนที่เดินทางมายังปราสาทแห่งนี้จึงรู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตาม หมาป่าสองตัวเมื่อวานน่าจะเป็นคนตามเขามาและบางทีพวกมันอาจจะเริ่มตามเขามาระยะหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ

หากเป็นตามปกติเขาคงจะรีบออกไปจากที่แห่งนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวานเพราะพวกหมาป่าเป็นพวกชอบจู่โจมเป็นฝูง ดังนั้นผีดูดเลือดเช่นพวกเขาเลยจำเป็นต้องรวมตัวกันในบางเวลาเพื่อต่อสู้กับพวกมันแม้โดยวิสัยแล้วสิ่งมีชีวิตเช่นพวกเขาชอบอยู่อย่างสันโดษยามที่ไม่ได้รับมอบหมายภารกิจล่าพวกหมาป่า

ซิ่วหมินซื่อชุนเอ่ยเรียกทั้งที่ยังหลับตาอยู่

ครับ

ถ้าข้าขอให้เจ้าไปจากที่แห่งนี้ เจ้าจะไปหรือไม่

ไม่มีคำตอบจากคนในอ้อมแขนซึ่งเป็นสิ่งที่ซื่อชุนคิดเอาไว้อยู่แล้ว เขาไม่ได้มีเวลาได้รู้จักนิสัยของซิ่วหมินมากนักดังนั้นเขาจึงรู้สึกดีที่ได้เห็นนิสัยหลายๆอย่างตั้งแต่ความใจกล้าที่กล้าเผชิญหน้ากับเขาในครั้งแรกที่ได้เจอแม้กระทั่งความอ่อนแอยามที่ร้องไห้ออกมาเมื่อรู้เรื่องของอี้ฝาน ทั้งอาการน่ารักหลายอย่างที่มากจากความเดียงสาของเจ้าตัว

แต่ด้านใจแข็งเด็ดเดี่ยวก็น่าจะมีไม่น้อย ต่อให้เขาไม่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยกับซิ่วหมินมาก่อนก็ยืนยันในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเขาไม่เคยพานพบมนุษย์คนไหนที่รอใครอีกคนได้เป็นสิบปีเช่นนี้แม้ว่าสำหรับพวกเขาแล้วเวลาสิบปีจะเป็นเวลาแสนสั้นก็ตาม ดังนั้นการที่จะขอให้ซิ่วหมินไปจากที่แห่งนี้ซื่อชุนคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ท่านซื่อชุนไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี้เหรอครับซิ่วหมินถามโดยที่ใบหน้ายังซบที่อกกว้าง

ไม่ใช่แบบนั้น

ท่านเป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้แล้ว หากนั้นเป็นความต้องการของท่าน…”

ซิ่วหมินข้าว่าเจ้ากำลังเข้าใจข้าผิดไปซื่อชุนออกแรงดันคนในอ้อมกอดเพื่อมองหน้าให้ชัด มองเห็นดวงตากลมที่กำลังสั่นระริกเหมือนพยายามอย่างหนักที่จะไม่ร้องไห้ออกมา

ก็ท่านบอกให้ข้าไปจากปราสาทแห่งนี้คนที่พยายามกลั้นน้ำตาหลุบตาลงต่ำ รู้สึกอ่อนแอเมื่อมองดวงตาสีแดงนั่นเหลือเกิน

เจ้าฟังข้าใหม่ ข้าขอให้เจ้าไปจากที่แห่งนี้ ซื่อชุนเชยคางมนขึ้นให้คนหลบตามองกันให้เข้าใจ และเมื่อดวงตาทั้งสองคู่สบกันตามที่ต้องการ ซื่อชุนก็เอ่ยต่อ

ไปจากที่นี่กับข้าเพราะที่นี่กำลังจะอันตรายสำหรับเจ้าและข้าไม่ยอมหากเจ้าต้องเป็นอะไร

ซิ่วหมินจ้องหน้าซื่อชุนอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยินด้วยเพราะตลอดทั้งชีวิตเขาถูกรังเกียจจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ซิ่วหมินได้รับชีวิตและนามใหม่จากอี้ฝานบุคคลผู้มีพระคุณที่ให้เขาได้อยู่ที่นี่ด้วยกัน เพราะความใกล้ชิดและความนับถือจนอี้ฝานเข้ามาเติมเต็มให้โลกที่เคยบิดเบี้ยวในจิตใจของเขาเป็นโลกใบใหม่ที่เด็กคนหนึ่งสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ 

แม้อี้ฝานและซื่อชุนจะได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว่เฉกเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้ซิ่วหมินเริ่มเข้าใจแล้วว่าความคิดของเขาได้เปลี่ยนไป เขาคิดว่าเขารักอี้ฝานเพราะอี้ฝานเป็นคนที่ช่วยเขาไว้ แต่เพราะมีซื่อชุนเข้ามานั่นทำให้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเขาเทิดทูนอี้ฝานไว้ในดวงใจที่สงบนิ่งอันเป็นพื้นที่ที่เขาไม่เคยปราถนาให้ใครเข้ามา อี้ฝานเสมือนโลกทั้งใบของเขา


ในขณะที่ซื่อชุนเป็นคนที่แต่งแต้มโลกของเราให้มีสีสัน หัวใจที่นิ่งงันกลับเต้นระรัวเมื่ออยู่กับซื่อชุน


"ขอบคุณที่เป็นห่วงผมและให้ผมไปด้วยกันนะครับ" ซิ่วหมินตอบทั้งรอยยิ้ม ยิ้มครั้งแรกแก่ซื่อชุน

รอยยิ้มหวานที่ซื่อชุนรู้สึกว่ามันช่างสดใสกว่าแสงใดๆบนโลก มากกว่าแสงอาทิตย์ที่พร้อมจะแผดเผาร่างของเขาเสียอีก

 

 

 

เสียงรถม้าหยุดลงเมื่อมาถึงทางเข้าของหมู่บ้านอันคุ้นเคยดี เพราะที่แห่งนี้เป็นที่ๆเขามาทุกครั้งยามที่ออกมาหาซื้อข้าวของจำเป็นเพื่อนำกลับไปยังปราสาทอันลึกลับที่คนในหมู่บ้านไม่รู้ว่ามีอยู่ หากแต่วันนี้แตกต่างไปจากทุกครั้งเพราะเขาไม่ได้มาซื้ออะไรห เขากำลังมาขอความช่วยเหลือในเมื่อแผนทุกอย่างได้ล้มลงหมดแล้ว

เฉินใช้ความคิดมาทั้งคืนหลังจากที่แยกกับผู้มีพระคุณอย่างซิ่วหมินที่ยืนยันว่าจะกลับไปที่ปราสาทแห่งนั้นคนเดียว ตอนนั้นเขาแทบสติแตกแค่คิดว่าซื่อชุนจะต้องดูดเลือดซิ่วหมินจนตายอย่างแน่นอน สุดท้ายเฉินก็คิดได้ว่าหากเขาไม่อาจะต่อกรกับซื่อชุนได้เพียงลำพัง เขาอาจจะต้องมีคนช่วยเหลือ ดังนั้นหมู่บ้านแห่งนี้คงเป็นที่เดียวที่พอจะเป็นไปได้

อีกแล้วเหรอ เสียงคนพูดคุยกันไม่ไกลทำให้เฉินต้องลงมาจากรถม้าแล้วเดินไปตรงที่ชาวบ้านยืนมุงพร้อมวิพากวิจารณ์กันอย่างหวาดผวา

นี้ก็หลายคนแล้วนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เสียงอีกเสียงพูดอย่างโกรธเคือง เฉินชะเง้อมองไปทางนั้นเห็นเป็นศพของหญิงสาวที่ผิวกายซีดเผือกราวกับไม่มีเลือดอยู่ในกาย เฉินขนลุกซู่เพราะเขารู้ว่าเป็นการตายด้วยฝีมือของใคร

ฝีมือผีดูดเลือดสินะเสียงนั่นดังขึ้นข้างกายเขาจนต้องสะดุ้ง เฉินหันไปมองเห็นเป็นชายหนุ่มผมสีดำที่รูปร่างไม่สูงไปกว่าเขาเท่าไรนัก หน้าตาที่ดูใจดีนั่นมองมาที่เขาพร้อมยิ้มให้ตามมารยาท

หึ อีกแล้วสินะอีกเสียงดังขึ้นข้างๆกัน เฉินมองตามจึงรู้ว่าเป็นเสียงจากชายผมสีทองที่ดวงตาดูดุดัน ด้วยรูปร่างสูงยาวนี่ทำเอาเฉินค่อนข้างเกรงกลัวแต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือไปก็เพราะสิ่งที่สองคนนี้เอ่ยมาทำให้เขาสนใจมาก

พวกท่านรู้จักผีดูดเลือดด้วยเหรอ

หืม...เจ้าถามเหมือนรู้จักเช่นกันชายผมสีดำเอ่ยถามกลับพลางใช้ดวงตามองมาที่เฉินอย่างใคร่รู้

“ที่ข้ามาที่หมู่บ้านก็เรื่องของมันนั่นแหละ

เจ้าจะบอกว่ารู้ที่อยู่ของมันงั้นเหรอชายผมสีทองยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความสนใจ เฉินสังเกตได้ว่าดวงตานั้นเต็มไปด้วยโทสะยามที่เอ่ยถึงผีดูดเลือด เขาไม่รู้ว่าชายทั้งสองคนนี้เป็นใครแต่เขาจะยอมเสี่ยงเดิมพันเพื่อช่วยเหลือซิ่วหมินออกมาให้ได้

ใช่ ข้ารู้

เจ้าไม่ได้โกหกพวกข้าใช่ไหมชายผมดำเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เฉินพยักหน้าทันที ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปยังบุคคลแปลกหน้าอย่างไม่ไหวติงเพื่อยืนยันในคำพูดว่าเขาไม่ได้โกหก

เอาล่ะ ข้าว่าพวกเราต้องคุยกันชายผมทองคว้ามือดึงทันทีที่ได้ยิน แรงที่ข้อมือนั่นมากมายมหาศาลจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแรงของมนุษย์

ก่อนอื่นพวกท่านจะไม่บอกข้าก่อนหรือว่าเป็นใครเฉินเอ่ยถาม แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยไว้ใจทั้งสองคนนี้แต่เขาก็ไม่อาจถอยหลังไปได้อีกดังนั้นการรู้จักกันไว้คงจะดีที่สุด

ข้าชื่ออี้ชิง ส่วนนี้จื่อเทา ชายผมดำแนะนำตนเองพร้อมกับชายผมทองที่ยังคงลากเขาให้เดินห่างจากฝูงชนไปเรื่อยๆ

ข้าชื่อเฉิน พวกท่านจะพาข้าไปที่ไหน”เฉินเริ่มรู้สึกไม่ดีที่ถูกบังคับให้เดินมาแบบนี้ บางทีเขาอาจจะตัดสินใจพลาดไปหรือเปล่า

จนกระทั่งอี้ชิงและจื่อเทาพาเขามาหยุดตรงบ้านเล็กๆหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเท่าที่เขาจำได้บ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่เนื่องจากเจ้าของได้ชรามากแล้วและเสียชีวิตไปโดยที่ไม่มีลูกหลานมาสืบทอดดูแลบ้านหลังนี้ต่อ คนในหมู่บ้านเองก็ไม่ได้ใส่ใจมันเนื่องจากไม่ใช่ของตน ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา เขาไม่คิดว่าจะมีใครมาอยู่ในบ้านหลังนี้แน่นอนดังนั้นตอนนี้จึงพยายามแกะข้อมือตนเองออกให้หลุดการจับกุมเพราะเขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของคนทั้งสอง

เข้าไปเถอะ พวกข้าไม่ทำอะไรหรอกอี้ชิงเอ่ยขณะที่เดินตามหลังมาก่อนจะดันหลังของเฉินให้เดินเข้ามาในบ้าน

เฮ้ย พวกข้ามาแล้ว จื่อเทาตะโกนเสียดังไปทั่วบ้านตามมาด้วยอี้ชิงที่พาเฉินไปนั่งยังเก้าอี้ในบ้านที่สภาพยังพอใช้ได้ตั้งอยู่

ในบ้านหลังนี้ยังมีใครอยู่อีกเหรอ เฉินถามพลางมองไปรอบบ้านอย่างหวาดผวา

มีสิ คนที่จะจัดการเจ้าผีดูดเลือดได้ยังไงละ เมื่ออี้ชิงพูดจบเสียงบันไดไม้ก็ดังเอี๊ยดอ๊าดมาจากชั้นสองก่อนจะปรากฏร่างของชายหนุ่มอีกคนที่มีผมสีน้ำตาลสวยเหมือนกับขนของสัตว์ป่า

ตื่นได้ซักทีนะลู่หาน จื่อเทาบอกก่อนจะลงมานั่งข้างๆอี้ชิง ขาทั้งสองพาดลงไปที่โต๊ะตรงหน้าอย่างไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่นั่งอยู่ไม่ห่าง

เฉินมองไปยังชายที่มีนามว่าลู่หานอย่างพิจารณา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้เขาคิดว่าคนๆนี้อันตรายกว่าอี้ชิงและจื่อเทาและอาจจะอันตรายว่าซื่อชุนเสียด้วยซ้ำ แม้ลู่หานจะมีใบหน้าหวานและดวงตาที่สดใสจนดูเหมือนไม่มีพิษภัยก็ตาม แต่ยามที่เขาสบตาแล้วพบว่าลู่หานกำลังแสยะยิ้มทำเอาต้องขนลุก

ปลุกข้าตื่นแบบนี้ถ้าไม่ใช่ข่าวดีพวกเจ้าได้เจ็บตัวแน่

ข้าก็ไม่ขัดนะถ้าจะซัดกันตอนนี้จื่อเทาลุกขึ้นยืนประจันหน้าลู่หานพลางเลียริมฝีปาก เฉินมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกกลัว มันเหมือนสัตว์ป่าทั้งสองตัวพร้อมจะห่ำหั่นกันเลยทีเดียว

พอก่อนทั้งสองคน เข้าเรื่องซักทีเถอะ เฉินเจ้าจงเล่ามาอี้ชิงเอ่ยห้ามด้วยเสียงเบื่อหน่ายก่อนจะยกหน้าที่ห้ามทัพมาให้เฉินเสียอย่างนั้น

เอ่อ...ข้ารู้ที่อยู่ของผีดูดเลือดนั่น ถ้าพวกท่านสัญญาว่าจะจัดการมันได้ข้าจะนำทางไป เมื่อได้ยินประโยคเล่าของเฉิน ลู่หานก็ละสายตาที่ประจันอยู่กับจื่อเทามามองมาที่เฉินทันที ดวงตานั่นส่งประกายระริกด้วยความตื่นเต้น

ใช้ได้เลยนี่นา เอาละนำทางข้าไปเดี๋ยวนี้ลู่หานบอกพลางไปจับมือเฉินให้เดินไปด้วยกันทันที

เดี๋ยวสิ! พวกท่านจะไม่วางแผนอะไรกันเลยเหรอ หมอนั่นไม่ใช่อะไรที่จะต่อกรง่ายๆนะคนถูกจับให้เดินว่าอย่างร้อนรน ต่อให้พวกเขามีจำนวนมากกว่าแต่กับซื่อชุนแล้วจำนวนไม่ใช่อุปสรรคเลยเขามั่นใจเช่นนั้น

หึ...ถ้าจะมีอะไรซักอย่างที่จะฆ่ามันได้ก็คงมีแต่ข้านี่ละ ลู่หานเอ่ย

ทำไมท่านมั่นใจเช่นนั้น

ถ้ามันไม่มัวแต่ซ่อนตัวจนข้าหาไม่เจอมีหรือที่จะฆ่ามันไม่ได้ เมื่อได้ยินประโยคนั่นเฉินถึงกับขนลุกวาบ ความมั่นใจนั่นทำให้เขารู้สึกดีแต่ก็รู้สึกถึงอันตรายไปด้วย ส่วนอี้ชิงที่ตอนนี้นวดขมับด้วยความเครียดเล็กน้อยเพราะนึกถึงเรื่องเมื่อคืนของเขากับจื่อเทาที่ได้เจอผีดูดเลือดนามว่าซื่อชุนโดยบังเอิญ ในขณะที่ลู่หานไม่ได้ออกไปด้วยตามวิสัยคนไม่ชอบไปไหนโดยไม่จำเป็น และหากผีดูดเลือดที่เฉินบอกว่ารู้จักนั่นแน่นอนว่าคงเป็นซื่อชุนเพราะผีดูดเลือดไม่ได้มีอยู่ทั่วไปเหมือนพวกมนุษย์ดังนั้นในละแวกนี้น่าจะมีเพียงซื่อชุนเท่านั้น และด้วยที่เขาได้ตามสะกดรอยมาเป็นระยะเวลาหนึ่งรวมถึงได้ประมือด้วยซื่อชุนนั่นไม่ธรรมดา เขาต้องคิดให้มากกว่านี้

ลู่หาน ข้าว่าพวกเราควรวางแผนไว้ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนะ

เจ้าเกิดกลัวขึ้นมาหรืออี้ชิง ลู่หานหันมายิ้มเยาะ ความมั่นใจที่มากเกินไปนี่ไม่ได้ทำให้เฉินสบายใจขึ้นมาเลย เขาไม่รู้หรอกว่าลู่หานแกร่งเพียงใดแต่เขาว่าซื่อชุนก็ไม่ใช่อะไรที่จะล้มลงง่ายๆ สิ่งเดียวที่คิดว่าสมเหตุสมผลที่สุดตอนนี้คือคำพูดของอี้ชิง

ไม่ใช่ แต่ข้าว่าเราไม่ควรพาเฉินไปด้วย แต่แล้วอี้ชิงก็ทำลายความคิดของเฉินลงพริบตา หันไปมองคนพูดด้วยความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วย เขาควรจะไปที่แห่งนั้นในฐานะคนนำทางมิใช่หรือ

อ๋อ...อย่างนั้นก็ได้ เอาละเจ้าช่วยบอกทางที่จะหาไอ้ผีดูดเลือดบ้านั่นหน่อยสิครู่หนึ่งเฉินเห็นลู่หานหันไปสบตาอี้ชิงและเลยไปยังจื่อเทาเสมือนพวกเขาสามคนสื่อสารกันด้วยสายตาอย่างเข้าใจและไม่ต้องการให้คนนอกอย่างเขารับรู้

แต่...เฉินพยายามประวิงเวลาหากทั้งสามคนไม่ให้เขาไปด้วย แต่แรงบีบที่ข้อมือเขาเป็นสัญญาณเตือนว่าคนบีบไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ และหากยังไม่ทำตามแล้วละก็เขาต้องเจออะไรที่น่ากลัวกว่านี้แน่นอน

ดวงตาสีทองของลู่หานจ้องมาที่เฉินจนรู้สึกขนลุกวาบ

ชายคนนี้อันตรายกว่าซื่อชุนมากกนัก

...และเขาก็หันหลังกลับไม่ได้แล้ว


.


.


.



ริมทะเลสาบกว้างสุดลูกตาในวันนี้ต่างไปจากคราวก่อนที่ได้มา ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ซิ่วหมินรู้สึกว่าร่างกายของเขาอุ่นขึ้นหรือไม่ก็คงจะมาจากตัวเองที่ยังไม่หายไข้ดีนัก ดวงตากลมมองไปยังผิวน้ำที่สะท้อนแสงสีเงินจากพระจันทร์อันลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้ายามราตรี สายลมที่พัดมาเบาๆทำให้เกิดเสียงของต้นไม้ไหวราวกับจะเป็นดนตรีขับกล่อมให้ค่ำคืนนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป

ซื่อชุนหยุดยืนอยู่ข้างคนที่ชื่นชมทัศนียภาพอย่างใจจดใจจ่อ ตอนนี้เขารู้สึกอยากจะหยุดเวลาไม่ให้เดินเอาเสียเลยเพราะว่าเขามีความสุขมากจนกลัวว่าเวลานั้นจะเดินเร็วเกินกว่าที่ใจต้องการ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาอย่างยาวนานใช่ว่าเขาจะไม่เคยมีความรักหรือมีคนเคียงข้างกาย หากแต่ทุกครั้งก็จบลงไปตามกาลเวลาของมันและเขาไม่เคยหวนนึกถึงอดีตเหล่านั้นเลย

แต่กับซิ่วหมินมันเหมือนกับความประทับใจในครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องราวกระทั่งได้พานพบเจอกันด้วยเพราะพี่ชายของเขาจากไป ความอ่อนแอที่ถูกซ่อนภายใต้น้ำแข็งอันหนาวเหน็บนั้นเป็นสิ่งที่ดึงดูดและท้ายที่สุดเขาก็ถอนตัวไม่ขึ้น

มันทำให้เขาอยากจะปกป้อง

หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือครับซิ่วหมินหันมาถามเพราะรู้สึกจะถูกมองหน้าอยู่ คิ้วเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

ข้าแค่สงสัยว่าคนไม่หายไข้ดีทำไมอยากออกมาข้างนอกแบบนี้

ผมว่า...ที่นี่สวยดีและผมก็อยากมาอีกครั้งซิ่วหมินตอบแล้วหันหน้ากลับไปจ้องมองทะเลสาบเบื้องหน้าอีกครั้ง ซื่อชุนยกยิ้มให้กับคำตอบแล้วสวมกอดร่างเล็กจากข้างหลังหลวมๆ

ข้าดีใจที่เจ้าชอบ

แต่ที่จริงตอนนั้นผมก็โกรธนะครับที่หลอกผม ซิ่วหมินปล่อยให้อีกคนกอดอย่างตามใจแล้วพูดถึงเรื่องคืนนั้นที่ซื่อชุนกำลังจะทำให้เขาตายแต่กลับพามาที่แห่งนี้แทนที่จะได้ตายตามอี้ฝานไป

ตอนนั้นข้าแค่คิดว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าเลิกร้องไห้ ซื่อชุนตอบแล้วก้มลงไปซบที่ซอกคอของคนในอ้อมกอดราวกับเด็กน้อยจนซิ่วหมินต้องเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ซื่อชุนกับอี้ฝานแม้จะเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้เหมือนกันแต่นิสัยต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และเขาก็คิดว่าซื่อชุนมีความอ่อนโยนไม่ต่างจากผู้เป็นพี่แม้จะชอบใช้คำพูดเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนไม่อ่อนโยนก็ตาม

ข้าขอถามเจ้าอีกเรื่องได้ไหม

อะไรเหรอ

หมอนั่น....อี้ฝานน่ะ เคยได้ดูดเลือดเจ้าบ้างไหม ซื่อชุนถามเสียงอู้อี้เพราะยังซบหน้าอยู่ที่คอร่างเล็กกว่าอยู่ มือแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิมเหมือนลุ้นว่าคำตอบเป็นเช่นไร

มันสำคัญมากนักหรือครับ

ตอบสิ ซื่อชุนทำเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิมกระนั้นการกระทำที่เหมือนจะอ้อนมากกว่าสั่งนั่นทำเอาซิ่วหมินต้องขำออกมา

ท่านอี้ฝานไม่เคยทำเช่นนั้นครับ

เพียงเท่านั้นคนถามก็ลอบยิ้มให้กับตัวเองเพราะคำตอบนั่นคือสิ่งที่ต้องการได้ยิน เขารู้ว่าพี่ชายของตนไม่นิยมล่าเพื่อดื่มเลือดด้วยความสนุกเช่นเดียวกับตน แต่ใครจะรู้ว่าในช่วงที่กระหายอยากมากๆสิ่งมีชีวิตเช่นพวกเขาจะอดทนได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นหากอี้ฝานไม่เคยลิ้มรสเลือดอันหวานหอมนี่ก็เท่ากับว่าเขาคือคนแรกที่ได้ลิ้มลอง

อีกครั้งที่เขารู้สึกนำพี่ชายที่ตนถูกเปรียบเทียบมาตลอดชีวิต

ท่านคงไม่คิดจะดูดเลือดผมจนตายใช่ไหมซิ่วหมินถามเพราะนึกถึงเรื่องที่เฉินเล่าให้ฟังตอนไปที่หมู่บ้านได้ มีคนถูกดูดเลือดจนตายและนั่นก็คงเป็นฝีมือซื่อชุนแน่นอน

ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่นิยมดูดเลือดใครจนตายถ้าคนๆนั้นไม่ใช่คนที่ข้าหมายจะฆ่าคนถูกถามตอบแล้วละใบหน้าออกมาจากคอของถาม เขาจับให้ร่างเล็กหันหน้ามามองกันตรงๆเพื่อยืนยันในคำพูดนั่น

แต่ในหมู่บ้านมีคนตายเพราะถูกดูดเลือดนี่ครับ

นั่นไม่ใช่ข้า ซื่อชุนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำเช่นนั้นอันที่จริงเขาไม่ได้ดื่มเลือดมาตั้งแต่มาถึงที่นี้ เลือดที่เขาได้ลิ้มรสล่าสุดก็เป็นเมื่อวานจากคนตรงหน้าซึ่งเรียกได้ว่าชิมมากกว่าดูดเลืิอดอย่างที่เคยทำด้วยซ้ำ

แล้วใครกันที่ทำเช่นนั้น ซิ่วหมินมองดวงตาสีแดงนั้นด้วยความสงสัย เขารู้ว่าซื่อชุนไม่ได้โกหกแน่นอนแต่เฉินเองก็คงไม่โกหกเขาเช่นกันเพราะตอนนั้นเฉินยังไม่ได้เจอซื่อชุนด้วยซ้ำ

ซิ่วหมิน เรารีบกลับที่ปราสาทดีกว่า ซื่อชึนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลอย่างมาก ลำพังแค่มีพวกหมาป่าอยู่ละแวกนี่ก็น่าเป็นห่วงมากพออยู่แล้วยังมาเจอว่ามีคนตายเพราะถูกดูดเลือด

แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่ทำแบบนั้นคือสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกันกับเขา

นั่นหมายความว่าอันตรายอยู่รอบๆตัวเขาและซิ่วหมิน

ครับแม้ซิ่วหมินจะอยากอยู่ต่อแต่เพราะรู้สึกได้ถึงความเครียดที่แสดงออกจากทางใบหน้าไหนจะแรงบีบที่ข้อมือเขาเป็นเชิงบอกว่าควรจะกลับไปที่ปราสาทเดี๋ยวนี้

 



เสียงฝีเท้ากระทบไปที่พื้นเป็นจังหวะดังก้องไปในโถงใหญ่ของปราสาท ดวงตาสีแดงมองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวังในขณะที่ยังโอบร่างของซิ่วหมินไว้ข้างกายแน่น เขารู้สึกถึงความผิดปกติทันทีที่เขากลับมาที่ปราสาทของพี่ชายที่ตอนนี้มันเป็นของเขาไปแล้ว ความมืดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณทำให้มองเห็นอะไรได้ยากกระนั้นสัมผัสทั่วร่างกายบอกว่ามันมีอะไรบางอย่างอยู่แถวนี้

ผมจะไปจุดเทียน ซิ่วหมินบอกเพราะรู้สึกว่าความมืดแบบนี้ทำให้มองเห็นอะไรได้ยากแต่ซื่อชุนกลับดึงร่างเขาไม่ให้เดินไป ดวงตาที่แผ่ความเครียดออกมาทำให้ซิ่วหมินทำตามอย่างว่าง่าย

ข้าจะพาเจ้าไปซ่อนตัว ตอนนี้สิ่งเดียวที่ซื่อชุนนึกออกคือห้องลับที่เขาใช้หลับนอนมาตลอดหลายวันนี้ เขามั่นใจว่าที่แห่งนั้นจะเป็นที่ปลอดภัยมากกว่าจนกว่าเขาจะจัดการอะไรบางอย่างที่อยู่แถวนี้ให้เรียบร้อย

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเดินต่อก็ปรากฏเงาสีดำทะมึนไหววูบเหนือร่างของทั้งสองก่อนที่มันจะโถมลงมาที่ซื่อชุนจนล้มลงไปเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ซิ่วหมินเบิกตาโพลงเมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้แล้วเห็นร่างของหมาป่าสีทองยืนอยู่เหนือร่างของซื่อชุน

ลอบกัดสมเป็นหมาเลยนะซื่อชุนเอ่ยเยาะแม้ตอนนี้สภาพของเขาจะตกเป็นรอง

ก็ดีกว่าพวกขี้ขลาดเอาแต่ซ่อนตัวนะ หมาป่าตัวนั้นสวนกลับ น้ำเสียงของมันทำให้ซิ่วหมินจำได้ว่าเป็นตัวเดียวกับที่หมายจะฆ่าเขาเมื่อคืน คิดดังนั้นแล้วก็เงื้อมือขึ้นเพื่อจะสร้างน้ำแข็งเข้าช่วยเหลือซื่อชุนแต่ความเย็นยะเยียบที่จ่ออยู่ที่ลำคอทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

อย่าดีกว่าถ้ายังไม่อยากให้ข้าบั่นคอเจ้าทิ้ง เสียงเรียบๆนั่นเอ่ยใกล้ๆใบหู ซิ่วหมินปรายหางตาไปมองท่ามกลางความมืดพอจะทำให้เห็นลางๆว่าเป็นชายร่างสูงกว่าเขาไม่มากกำลังใช้กรงเล็บแหลมคมผิดมนุษย์ทั่วไปจ่อที่คอของเขา และแน่นอนว่ามันได้ตัดคอเขาขาดก่อนที่จะใช้พลังแน่นอน

หมาป่าตัวเมื่อวาน...ซิ่วหมินพึมพำเบาๆ แม้จะแปลกใจว่าหมาป่าตัวเมื่อวานทำไมถึงมีร่างเป็นมนุษย์ได้ก็ตาม

เจ้าควรจะขอบคุณเฉินที่ขอร้องไม่ให้ข้าฆ่าเจ้า

เฉิน?” ซิ่วหมินเอ่ยชื่อนั้นด้วยความงุนงง ทำไมหมาป่าตนนี้ถึงรู้จักเฉินได้กัน เมื่อคืนวานเขาได้แยกกับเฉินจนไปเจอหมาป่าสองตัวนี้มิใช่หรือ ซิ่วหมินกำมือตัวเองแน่นด้วยความโกรธเมื่อนึกว่าเฉินอาจจะเจอหมาป่าพวกนี้ทำอะไรเข้าจนเจ็บตัวหรือเปล่า

ปล่อยคนของข้าซะไอ้สัตว์หน้าขน ซื่อชุนตะโกนในขณะที่ใช้เท้าถีบร่างหมาป่าสีทองนั่นให้ออกไปจากตัวเขาเสียหลังจากนั้นก็ดีดนิ้วเป็นคำสั่งเพื่อเรียกฝูงค้างคาวเช่นเดียวกันเมื่อวานมาจู่โจมอี้ชิง

ข้าไม่คิดจะถูกเล่นงานด้วยอะไรเดิมๆหรอกนะ อี้ชิงกระโดดหลบค้างคาวอย่างว่องไวในขณะที่วงแขนยังรัดร่างของซิ่วหมินเอาไว้แน่น เพราะต้องรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้แก่เฉินแม้จะอดคิดไม่ได้ว่าหากฆ่าทิ้งจะทำให้เขาสู้ได้ง่ายกว่า

คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าต่างหาก จื่อเทาในร่างหมาป่ากระโดดเข้าใส่ซื่อชุนอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะความไวที่ต่างกันมาก

น่ารำคาญชะมัดซื่อชุนเอ่ยมาด้วยความโมโหเพราะตอนนี้เขาสนใจแต่ซิ่วหมินที่ถูกจับอยู่เท่านั้น ดวงตาสีแดงฉายแววขุ่นเคืองและเริ่มไม่มีสมาธิจนซิ่วหมินประเมินภาพตรงหน้าด้วยความเครียด หากซื่อชุนยังเป็นห่วงเขาอยู่เช่นนี้ละก็อาจจะเสียท่าให้คู่ต่อสู้ได้

คิดดังนั้นดวงตากลมจึงหลับลงเพื่อจะใช้พลังด้วยเพราะว่าตอนนี้ร่างกายเขายังไม่ฟื้นตัวเต็มทีดังนั้นต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิม ต้องขอบคุณหมาป่าที่กำลังโอบรัดร่างเขาเอาไว้เช่นนี้ทำให้เขาพอมีวิธีสลัดให้หลุดได้ด้วยความเย็นตัดชนิดติดลบ เพียงชั่วครู่ร่างของซิ่วหมินก็แผ่ความเย็นยะเยือกออกไปหาจนอี้ชิงต้องละมือออกมาก่อนจะถูกแช่แข็งเอาได้

เจ้าเป็นตัวอะไรกัน!”อี้ชิงผละร่างออกมาเมื่อไอความเย็นแผ่ออกมาเป็นวงกว้าง

ซิ่วหมินไม่ตอบแต่หันไปทางซื่อชุนเพื่อตั้งใจจะไปช่วยแม้ร่างกายของตนเริ่มจะฟ้องว่าไม่อาจใช้พลังไปมากกว่านี้ได้แล้ว ขาทั้งสองเริ่มสั่นระริกจนเหมือนจะยืนไม่ไหวและยังไม่ทันที่ซิ่วหมินได้เดินไปช่วย ดวงตาก็พลันก็เห็นร่างของจื่อเทาถูกเหวี่ยงมาทางเดียวกับอี้ชิง

เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ซื่อชุนคว้าร่างเล็กให้ประชิดตน ดวงตาสีแดงสำรวจไปทั่วเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่ได้ถูกทำร้าย ซิ่วหมินส่ายหน้าให้เพื่อเป็นคำตอบว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร

เจ้ารีบไปซ่อนตัวก่อน หมาป่าพวกนี้อันตราย

ไม่ครับ ยิ่งอันตรายพวกเราควรต้องช่วยกัน

แต่ร่างกายเจ้ายังไม่หายดี อีกอย่างข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคยต่อสู้ มันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้าซื่อชุนบอกเสียงเครียดเพราะเขามั่นใจว่าแม้ซิ่วหมินมีพลังอันน่าเหลือเชื่อแต่ไม่เคยถูกฝึกฝนให้ต่อสู้ เขารู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอและประมือกันแล้ว หากคู่ต่อสู้เป็นมนุษย์ธรรมดาก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ตอนนี้เบื้องหน้าเขาคือหมาป่าที่เป็นคู่ปรับตลอดการของผีดูดเลือด แน่นอนว่าความสามารถในการต่อสู้นั่นมากมายยิ่งนักเขามั่นใจว่าซิ่วหมินไม่มีทางล้มพวกมันได้แน่นอน

แต่...

ไม่มีแต่ ตอนนี้ข้าเป็นเจ้าของปราสาทมิใช่หรือ เพราะฉะนั้นจงเชื่อฟังข้าซื่อชุนบอกพร้อมบีบไหล่เล็กแรงขึ้นเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจะไม่ยอมให้อีกคนมาช่วยเขาสู้แน่นอน

จงไปที่ห้องของอี้ฝาน หลังชั้นหนังสือมีกลไกพาเจ้าไปยังทางลับลงไปสู่ห้องใต้ดินได้ ซื่อชุนกระซิบบอกข้างใบหูพลางดึงร่างของซิ่วหมินไว้ข้างหลังก่อนจะก้าวเดินไปหาจื่อเทาและอี้ชิงที่ตอนนี้กำลังลุกขึ้นมาประจันหน้าอีกครั้ง ซิ่

วหมินมองภาพตรงหน้าด้วยความเครียด เขาไม่อยากทิ้งซื่อชุนไว้เพียงลำพังแต่เขาเองก็ไม่ควรอยู่เป็นภาระเช่นกัน

ได้โปรด...อย่าเป็นอะไรนะครับ

 

ร่างเล็กวิ่งหอบเพื่อพาตัวเองไปยังห้องของอี้ฝานตามคำบอกของซื่อชุน หลายปีมานี่เขาเคยมาที่ห้องนี้แทบนับครั้งได้เพราะเขาจะร้องไห้ทุกครั้งเมื่อนึกถึงเจ้าของของมันเสมอ ส่วนเฉินเก็เข้ามาเก็บกวาดบ้างในบางครั้ง ทั้งเขาและเฉินไม่เคยรู้ว่ามันมีทางลับเอาไว้ซ่อนตัวได้และอี้ฝานเองก็ไม่เคยเล่าให้ฟังว่ามันมีอยู่ แต่ในตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสงสัยหรือหาคำตอบอะไร เขาจะต้องซ่อนตัวแล้วรอซื่อชุนอยู่ที่นี่ เมื่อมาถึงที่หน้าห้องแล้วมือเล็กเปิดระตูเข้าไปอย่างเร่งรีบ

สวัสดี เจ้าเป็นใครกันนะ เสียงเอ่ยทักทำให้ร่างของซิ่วหมินชาวาบ แม้จะเป็นยามราตรีหากแต่แสงจันทร์ที่ส่องผ่านมายังหน้าต่างที่เปิดกว้างก็ทำให้เห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ในห้องนี้อย่างที่ไม่ควรเป็น เขามองเห็นดวงตาสีทองจับจ้องมาจนรู้สึกขนลุก

คุณเป็นใคร

นั่นสินะเสียงนั่นเอ่ยอย่างอารมณ์ดีขัดกับซิ่วหมินที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย ไม่ว่าอะไรก็ตามในที่แห่งนี้ที่ไม่ซื่อชุนตอนนี้ล้วนอันตรายหมด

ออกไปจากห้องของท่านอี้ฝานซะเมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการอย่างน้อยเขาควรจะแสดงตนว่าคนที่บุกรุกไม่มีสิทธิ์ที่จะยืนตรงนี้

โอ๊ะ! เจ้ารู้จักอี้ฝานด้วยเหรอ” เสียงนั่นแสร้งเอ่ยด้วยความตกใจ ซิ่วหมินพิจารณาคนตรงหน้าพลางนึกว่านอกจากซื่อชุนแล้วอี้ฝานยังมีญาติพี่น้องคนอื่นอีกอย่างนั้นหรือ ดวงตากลมมองเห็นเจ้าของดวงตาสีทองที่กำลังเดินตรงมาหาเขา ได้แสงจันทร์ส่องให้เห็นดวงหน้านั้นที่ดูหวานน่ารักจนเรียกได้ว่าไม่มีพิษภัยอะไร แต่ไม่รู้ว่าทำไมสัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าคนตรงหน้านี้อันตราย

ข้าควรจะแนะนำตัวก่อนสินะ เอาเป็นว่าสวัสดีอีกครั้งข้าชื่อลู่หานคนแนะนำตัวพูดพลางส่งรอยยิ้มน่ารักไปให้ แม้ซิ่วหมินจะลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็คิดว่าการบอกชื่อไปคงไม่เสียหายอะไร

ผมชื่อซิ่วหมิน

เอาละซิ่วหมิน เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าทำไมถึงรู้จักอี้ฝานหรือเจ้าก็เป็นผีดูดเลือดเข่นกัน

ไม่ครับ ผมเป็นมนุษย์ซิ่วหมินเลี่ยงที่จะไม่บอกว่าตนเองมีพลังพิเศษออกไปเพราะเขาไม่ได้ไว้ใจลู่หานเท่าใดนัก

หืม แปลกนะมีมนุษย์อยู่ในปราสาทแห่งนี้ทั้งๆที่เจ้าของตายไปแล้ว

ท่านรู้!” เขาแปลกใจมากที่ลู่หานรู้เรื่องการตายของอี้ฝาน หรือว่าเขาจะสงสัยคนตรงหน้านี้มากเกินไปเพราะบางทีลู่หานอาจจะเป็นพี่น้องของอี้ฝานเหมือนกับซื่อชุและคงมาที่นี่เพื่อสำรวจหรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนที่ซื่อชุนก็มาที่แห่งนี้เช่นกัน

หึ ข้ารู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนฆ่าหมอนั่นลู่หานแสยะยิ้มจนใบหน้าน่ารักนั่นดูน่ากลัว หัวใจของซิ่วหมินเต้นระรัวกับคำพูดของลู่หาน แม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าอี้ฝานตายเพราะหมาป่าตามที่ซื่อชุนเคยบอก เขาคิดว่าต่อให้ลู่หานเอ่ยชื่อมาเขาก็ไม่รู้จักหมาป่าตนนั้นอยู่ดี

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องรับรู้...ซิ่วหมินคิดเช่นนั้น

"เจ้าอยากรู้หรือไม่ ซิ่วหมิน"

"ผมไม่อยาก..."

แต่ยังไม่ทันที่ซิ่วหมินจะได้กล่าวต่อให้จบประโยคเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น ดวงตากลมมองเห็นว่าเป็นซื่อชุนที่เปิดมันเขามา ทั่วร่างสูงนั่นสะบักสะบอมบ่งบอกว่าคงผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักกับจื่อเทาและอี้ชิง และเมื่อเห็นว่าร่างนั้นยืนโซเซอยู่เล็กน้อยก็ก้าวขาเดินออกไปหาหมายจะช่วยพยุง หากแต่ข้อมือเล็กกับถูกลู่หานฉุดรั้งเอาไว้จนไม่อาจเทำได้อย่างใจคิด

ท่านซื่อชุน” เสียงหวานเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เขาพยายามสะบัดมือให้หลุดออกมาแม้เรี่ยวแรงแทบจะไม่เหลือแล้ว

สวัสดีซื่อชุน ลู่หานเอ่ยทักคนมาใหม่แต่คนถูกเรียกชื่อกับเบิกตากว้าง อากัปกิริยาแสดงความตกใจที่ซิ่วหมินไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียวจากซื่อชุนทำให้เขาต้องสงสัย

เจ้า! ลู่หาน!”

ข้าตามหาเจ้าอยู่นานเชียว เอาละซิ่วหมินเมื่อครู่ข้าค้างคำตอบกับเจ้าอยู่นี่นะ ลู่หานดึงร่างของซิ่วหมินให้เข้ามาใกล้แล้วก้มลงไปใกล้ใบหู ในขณะที่ดวงตาสีทองนั้นจับจ้องไปดวงตาสีแดงของซื่อชุน


หมอนี่แหละที่เป็นคนฆ่าอี้ฝาน


สิ่งที่ได้ยินทำให้ร่างของซิ่วหมินและซื่อชุนนิ่งงัน


--------------------------------------------------------------TBC-------------------------------------------------------


Talk : Hello มีคนยังอ่านอยู่ไหมนะ 5555 รอบนี้มาช้ามากๆเลยขออภัยจ้า ช่วงนี้ติดภารกิจหลายอย่างและก็ปวดหลังมาก (โรคคนแก่555) เลยนั่งพิมพ์อะไรนานๆไม่ค่อยได้จ้า


Part นี้มีทั้งซีนหวานแหววจนอิจฉาเจ้างุนและพี่หมิน แต่จบด้วยดราม่า 5555 เอาละสิพี่หมินจะทำยังไงดีละแบบนี้

ปรบมือให้ตัวละครตัวใหม่ อาลู่ ด้วยจ้า แปะๆๆๆ มาทั้งทีก็มาร้ายเลย ซื่อชุนจะทำยังไงดีละที่นี้


ตอนหน้าก็จะเป็นตอนจบของเรื่องนี้แล้วนะคะ ขอกำลังใจจากทุกคนด้วยนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นค่ะ xoxo


ปล. เมื่อไหร่ซื่อชุนจะได้ดูดเลืิอดซิ่วหมินนะ เป็นแวมไพร์ทั้งทีไม่เคยได้ดูดเลือดมาตั้งกะตอนที่หนึ่งแล้ว อาภัพสุดอะไรสุด 5555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #52 kim_lumin (@kim_lumin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:51
    อะไร!!!!!!!
    #52
    1
    • #52-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      10 สิงหาคม 2561 / 00:44
      อะไรเหรอ!!! 5555
      #52-1
  2. #45 happinessnitta (@happinessnitta) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:46
    หืออออออ
    วันนั้นเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ฮุนเป็นครฆ่าจริงๆหรอ ไม่นะ
    #45
    1
    • #45-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2561 / 19:11
      อ่านตอนจบแล้วเนาะ เฉลยแล้ว อิอิ
      #45-1
  3. #35 DagaMaka (@DagaMaka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:54
    ต่อค่ะ
    #35
    1
    • #35-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      15 กรกฎาคม 2561 / 17:03
      จะรีบมาต่อนะคะ ช่วยรอด้วยนะจ้า ^^
      #35-1
  4. #34 pongarin11 (@pongarin11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:48
    เอะอะจูบๆๆๆๆ หูยยยยยอิจฉาเลย555555
    #34
    1
    • #34-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      15 กรกฎาคม 2561 / 17:03
      เอะอะจูบๆ ไม่โดนดูดเลือดแต่ก็เปลืองตัวสุดเนอะซิ่วหมิน 555
      #34-1
  5. #33 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 02:50
    คดีพลิกทำไมชุนฆ่าพี่ รึพี่ช่วยชุนเลยตาย เฉินแกควรตาย นังงูพิษ
    #33
    1
    • #33-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      9 กรกฎาคม 2561 / 13:19
      อย่าว่าพี่เฉินนนนนนนนนนน 5555 เฉินแค่หวังดี
      #33-1
  6. #31 มินซอกกี้ (@bambammieee_exo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 10:17
    โอ้ยยยย เฉินหลงผิดสุด
    #31
    1
    • #31-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      9 กรกฎาคม 2561 / 13:16
      นางหวังดีแต่คิดแทนซิ่วหมินไปนิดนึงเนอะ อารมณ์ว่ากลัวไปทุกสิ่งอย่างเรื่องราวเลยบานปลายไปใหญ่เลย
      #31-1
  7. #30 Oil_niji (@Oil_niji) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 08:39
    ใช่ค่ะ เป็นทั้งตอนที่หวานน้ำตาลขึ้น ตัดจบที่ดราม่าซะงั้นเลยย ซิ่วหมินกับซื่อซุนเริ่มเปิดใจให้กันแล้วว แต่กลับมีหมาป่ามามห้ตื่นเต้น และลู่หานก็ออกมาพร้อมกับบอกว่าซื่อซุนเป็นคนฆ่าอี้ฟาน ก่อนหน้าที่อี้ฟานจะฆ่าต้องมีอะไรแน่เลย~ซื่อซุนถึงจำอะไรไม่ได้~ พาร์ทหน้าแวมไพร์ซื่อซุนคงจะได้ดูดเลือดแล้วนะคะ~ สู้ๆนะน้องฮุน ฮุนหมินๆๆ ไรท์เตอร์ก็สู้ๆนะคะ
    #30
    1
    • #30-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 7)
      9 กรกฎาคม 2561 / 13:16
      ขอบคุณนะค่าาาา อ่านเม้นแล้วชื่นใจ เม้นให้ทุกตอนเลย กอดๆ
      นั่นสิแม้แต่ไรท์เตอร์ยังสงสัยเลยว่าซื่อชุนจะได้ดูดเลือดตอนไหน หรือจะให้คุณซิ่วหมินเขารอดพ้นจากคมเขี้ยวแวมไพร์ดี 555

      ตอนหน้าตอนจบจะมาเคลียร์ปมให้หมดเลยจ้า

      ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^
      #30-1