คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 327 : 10 สัตว์เรืองแสงจากวิทยาศาสตร์เพื่อวิทยาศาสตร์


     อัพเดท 28 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,526 Overall : 294,812
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 327 : 10 สัตว์เรืองแสงจากวิทยาศาสตร์เพื่อวิทยาศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3130 , โพส : 0 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


แมงกะพรุนคริสตัล

เรืองแสงได้อย่างไร??? จากธรรมชาติด้วยโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียว (Green Fluorescent Protein - GFP)
  
                       แมงกะพรุนคริสตัลนั้นคือแมงกะพรุนเรืองแสงได้ชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในน่านน้ำทางชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ   พวกมันมีร่างกายที่สามารถมองทะลุผ่านได้   แมงกะพรุนคริสตัลนั้นสามารถสร้างแสงกระพริบสีน้ำเงินได้โดยการปล่อยแคลเซียม (Ca2+) ออกมากเพื่อทำปฏิกิริยากับโฟโต้โปรตีนชื่อเอควาริน   จากนั้น   แสงสีน้ำเงินก็จะถูกเปลี่ยนเป็นแสงสีเขียวโดยโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียว

เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 1961 (พ.ศ. 2504)   นักค้นคว้าโอซามุ ชิโมมุระจากห้องทดลองชีววิทยาทางทะเลในรัฐแมสซาชุเซ็ทท์   ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สังเกตเห็นว่าโมเลกุลหนึ่งในแมงกะพรุนแก้วนั้นสามารถเรืองแสงออกมาเป็นสีเขียวสว่างเมือนำเอาไปวางใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต   หลังจากการแยกโมเลกุลนั้นออกมาจากตัวอย่างจำนวน 10,000 ตัว   ชิโมมุระก็ได้พบโปรตีนที่เป็นแหล่งกำเนิดของแสง   ในวันหนึ่งที่หลอดไฟในห้องทดลองดับ   นักค้นคว้าร่วมงานของชิโมมุระนั้นได้สังเกตเห็นว่าโปรตีนนี้สามารถถูกนำเอาไปเชื่อมกับโปรตีนอื่นๆ   ซึ่งความสามารถนี้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ในการทำเครื่องหมายโปรตีนที่ต้องการด้วยแสงสีเขียวนี้   หลังจากการค้นพบนี้   โปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียว ก็ได้ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อทำเครื่องหมายกระบวนการที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า   อย่างการแพร่กระจายของโรคมะเร็งหรือพัฒนาการของเซลล์ประสาท   และชิโมมุระกับเหล่าเพื่อนร่วมงานนั้นก็ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2008 (พ.ศ. 2551) ในสาขาเคมี   นอกจากการทำเครื่องหมายต่างๆแล้ว   โปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวก็ยังถูกใช้สร้างสัตว์และพืชแปลกๆมากมาย   เช่น   ลูกสุนัข, ลิง, หนู, ปลา, และสัตว์เรืองแสงอื่นๆ   ในที่จริง   สัตว์เกือบทั้งหมดที่จะกล่าวถึงต่อๆไปนี้เกิดขึ้นมาจากโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวชื่อดังของเจ้าแมงกะพรุนนี้ทั้งนั้น  






ลิงวอก

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวไปใส่ในดีเอ็นเอของไข่โดยผ่านทางไวรัส
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? นักวิทยาศาสตร์จากศุนย์การต้นกว้าไพรเมทแห่งชาติเยอร์คิสในเมืองแอตแลนต้า   ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้ใช้โปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวในการศึกษาโรคฮั้นทิงตั้น   ซึ่งก็คือโรคทางพันธุกรรมที่จะเข้าทำลายเนื้อเยื่อประสาทและทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดังใจ   ในปี 2008 (พ.ศ. 2551)   เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ใส่ไวรัสที่คล้ายๆกับไวรัสเอชไอวีเข้าไปในไข่ของลิงวอกที่ยังไม่ได้รับการผสม   ซึ่งกระบวนการนี้ได้เปลี่ยนดีเอ็นเอ (รวมทั้งพันธุกรรมสำหรับโรคฮั้นทิงตั้น) ของไข่ไป   แต่อย่างไรก็ตาม   ไวรัสนี้ได้ก่อให้เกิดการสร้างโปรตีนที่ทำให้เจ้าลิงวอกที่เกิดจากไข่นั้นเรืองแสงเมื่อนำเอาไปไว้ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ตซึ่งทำให้ง่ายต่อการศึกษาผลกระทบที่โรคฮั้นทิงตั้นมีต่อสมองของลิง (ลิงวอกนั้นมีพันธุกรรม 95% เหมือนมนุษย์)







หมู

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวไปใส่ในตัวอ่อน (เอ็มบริโอ)
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้???   ทีมนักค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันนั้นได้เอาโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวไปใส่ไว้ในตัวอ่อนของหมูก่อนที่จะเอาไปฝังไว้ในร่างกายของหมู “แม่จำเป็น” อีกที   ซึ่งทำให้ลูกที่เกิดมานั้นมีสีออกเหลืองเมืออยู่ภายใต้แสงธรรมชาติและจะเรืองแสงสีเขียวเมื่ออยู่ภายใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต   การทดลองนี้คือการทดลองแรกที่ทำให้เจ้าหมูสามารถเรืองแสงได้ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย (ลูกตา, ฟัน, เท้า, ผิวหนัง, ฯลฯ)   แต่อย่างไรก็ตาม   พวกมันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างออกไปจากหมูทั่วไปเท่าไหร่เลย   เพราะหมูเป็นสัตว์ที่มีพันธุกรรมคล้ายๆมนุษย์   นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าพวกเขาจะสามารถใช้โปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวที่สังเกตได้ง่ายเพื่อตามรอยการพัฒนาการของสเต็มเซลล์โตเต็มวัยในหมู   นอกจากนั้น   เจ้าหมูก็อาจจะถูกใช้ในการศึกษาโรคของมนุษย์อีกด้วย






แมว

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีแดงไปใส่ในดีเอ็นเอของแมวโคลนโดยผ่านทางไวรัส
 
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 2007 (พ.ศ. 2550)   เหล่านักวิทศาสตร์ที่นำทีมโดยคอง อิล-คุนจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเกียวอิงแซง   ประเทศเกาหลีใต้นั้นได้ทำการโคลนนิ่งแมวบ้านสายพันธุ์เทอร์กิช แองโกล่าขนสีขาวและได้เปลี่ยนมันเป็นแมวเรืองแสง (ในรูปคือแมวธรรมดาที่ไม่เรืองแสงทางด้านขวาและแมวเรืองแสงทางด้านซ้ายเมื่อทั้ง 2 ถูกจับไปไว้ในห้องที่มีแสงอัลตร้าไวโอเล็ตส่อง)   กระบวนการนี้เริ่มต้นที่การแยกเซลล์ผิวหนังของแม่แมวออกมาและใส่ไวรัสที่มีโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีแดงเข้าไป   ซึ่งไวรัสก็จะไปเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของลูกแมวที่จะเกิดในภายภาคหน้าให้สามารถสร้างโปรตีนฟลูออรเสเซ้นท์สีแดงขึ้นมาได้   หลังจากนั้น  เซลล์แมวโคลนสำเร็จ (ที่อยู่ในรูปของตัวอ่อน) นี้ก็จะถูกนำไปใส่ไว้ในไข่ของ “แม่แมวจำเป็น”   นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้อาจจะไม่ใช้ผู้ที่ทำการโคลนนิ่งแมวหรือสร้างแมวเรืองแสงเป็นครั้งแรก   แต่พวกเขาก็คือกลุ่มคนที่โคลนนิ่งแมวเรืองแสงได้สำเร็จเป็นพวกแรก   นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้หวังว่าแสงสีแดงที่เรืองอยู่ในอวัยวะทุกส่วนของเจ้าแมวนั้นจะมีส่วนช่วยในการศึกษาโรคทางพันธุกรรม







หนู

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวใส่ไปในเซลล์สร้างเสปิร์มของหนูเรืองแสง
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 2004 (พ.ศ. 2547)   ทีมนักค้นคว้าจากโรงเรียนสัตวแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียได้ค้นพบวิธีที่จะทำให้สเต็มเซลล์สร้างสเปิร์มของหนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้เรืองแสงยังคงสร้างเสปริ์มและคงอยู่ต่อไปได้   โดยทางทีมนั้นได้นำการนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวจากดีเอ็นเอของหนูตัวพ่อไปใส่ไว้ในเซลล์สร้างเสปิร์ม   หลังจากนั้น   เซลล์สร้างเสปริ์มนี้ก็ถูกนำไปใส่ไว้ในหนูที่เป็นหมันอีกต่อ   ซึ่งเจ้าหนูนี้ก็ได้กลายมาเป็นพ่อของลูกหนูเรืองแสง 3 ตัวอย่างน่าอัศจรรย์   เจ้าลูกหนูเรืองแสงเหล่านี้เรืองแสงเป็นสีเขียวภายใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต

 

หนู (2)

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีคราม, แดง, และเหลืองไปใส่ในดีเอ็นเอของตัวอ่อนหนู
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 2007 (พ.ศ. 2550) ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลับฮาร์วาร์ดได้สร้างหนู “สีรุ้ง” ขึ้นมาโดยการใส่โปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีคราม, แดง, และเหลืองไปในเอ็มบริโอหนู   ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ   เจ้าหนูนั้นจะมีนิวรอนในสมองเป็นสีหนึ่งใน 90 สี   นอกจากความสวยงามแล้ว   สมองแฟนซีนี้ก็ดูเหมือนจะช่วยนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาการทำงานของสมองอีกด้วย






แมงป่องจักรพรรดิ

เรืองแสงได้อย่างไร??? จากธรรมชาติด้วยเบต้า-คาร์โบไลน์
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? แมงป่องโตเต็มวัยนั้นจะเรืองแสงเป็นสีเหลือง-เขียวหรือสีฟ้าเมื่ออยู่ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต   ความสามารถนี้ได้ถูกพูดถึงครั้งแรกในปี 1954 (พ.ศ. 2497) ซึ่งเป็นหนทางสู่การสร้าง “ของตรวจจับแมงป่อง”   หรือแบล๊คไลท์    ที่ทำให้เจ้าแมงป่องที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามที่ต่างๆนั้นดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าก่อน (มันไม่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมา)   นักวิทยาศาสตร์นั้นสามารถใช้แสงอัลตร้าไวโอเล็ตเพื่อทำการศึกษาแมงป่องในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องไปคุกคามเจ้าสัตว์หากินกลางคืนนี้มากนักได้   ซึ่งการศึกษานี้อาจจะนำไปสู้หนทางหลีกเลี่ยงพวกมัน   ยกตัวอย่างเช่น   ในปี 1972 (พ.ศ. 2515) นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาแมงป่องที่อยู่บนต้นไม้สูงถึง 2.5 เมตร   ในการศึกษาเมื่อปี 2001 (พ.ศ. 2544) ของมหาวิทยาลับมาร์แชลนั้นกล่าวว่า   ในอดีต   แมงป่องอาจจะไม่ได้เป็นสัตว์หากินกลางคืน   โดยพวกมันอาจจะวิวัฒนาการเกราะสะท้อนลำแสงยูวีขึ้นมาเพื่อกันแสงแดด   ในทางตรงกันข้ามกับพวกตัวโตเรืองแสง   แมงป่องอายุน้อยนั้นไม่สามารถเรืองแสงได้เพราะฟลูออเรสเซ้นท์นั้นยังจะไม่พัฒนาขึ้นมาจนกว่าพวกมันจะโตพอ






หนอนเนมาโทด

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวไปใส่ในดีเอ็นเอ
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 2005 (พ.ศ. 2548) กลุ่มนักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยยูท่าห์   ประเทศสหรัฐอเมรกานั้นได้ทำการศึกษาช่วงชีวิตของหนอนเนมาโทดโดยการแยกพันธุกรรมที่พวกเขาคิดว่าน่าจะควบคุมการกลืน, การวางไข่, และการถ่ายของเสีย   เพื่อทดสอบสมมุติฐาน   เหล่านักชีววิทยานั้นได้ทำเครื่องหมายพันธุกรรมของเจ้าหนอนด้วยโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวซึ่งส่งผลให้มันมีลำคอ, ลำไส้, และอวัยวะสืบพันธุ์ที่สามารถเรืองแสงเป็นสีเขียวได้   การทดลองนี้อาจจะดูไม่ค่อยสำคัญกับมนุษย์เท่าไหร่นัก   แต่ในความจริง   กิจกรรมต่างๆของมนุษย์นั้   อย่างการกลืน, การตกไข่, การให้กำเนิดลูก, และการถ่ายของเสีย   นั้นถูกควบคุมด้วยพันธุกรรมคล้ายกับพันธุ์กรรมในหนอนเนมาโทด   เพราะฉะนั้น   เจ้าหนอนเรืองแสงนี้ก็อาจจะช่วยในการศึกษาวิธีรักษาโรคต่างๆได้






สุนัข

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีแดงไปใส่ในดีเอ็นเอของสุนัขโคลนโดยผ่านทางไวรัส
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? นอกจากแมวเรืองแสงสีแดงแล้ว   กรุงโซลก็ยังเป็นที่ถือกำเนิดของสุนัขเรืองแสงสีแดงแห่งแรกอีกด้วย   โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลนั้นได้ประสบความสำเร็จในการสร้างเจ้าสุนัขนี้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2009 (พ.ศ. 2552)   เจ้าสุนัขตัวนี้มีชื่อว่า “รัปปี้”   ซึ่งเป็นชื่อผสมระหว่าง “รูบี้” และ “พัปปี้”   มันคือสุนัขตัวแรกที่ถูกโคลนด้วยความสำเร็จจากสุนัขที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม   การเรืองแสงของเจ้าสุนัขนี้คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการดัดแปลงทางพันธุกรรม   ความสามารถในการโคลนสุนัขที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมนั้นอาจจะช่วยในการพัฒนาการศึกษาโรคทางพันธุกรรมของมนุษย์ในสุนัข   เช่น   โรคพาร์กินสัน (โรคสั่นสันนิบาต)






ปลาม้าลาย

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียว, เหลือง, และแดงไปใส่ในดีเอ็นเอ
  
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ในปี 1999 (พ.ศ. 2542)   เหล่านักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ได้เริ่มทำงานกับปลาม้าลายและโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียว   ซึ่งพวกเขาก็หวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงเหล่าปลาให้เรืองแสงได้เมื่ออยู่ในน้ำที่มีสารเคมีเป็นพิษ   ในระหว่างนั้น   เหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ได้สร้างปลาม้าลายที่สามารถเรืองแสงได้ตลอดเวลา (เมื่ออยู่ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต) เป็นสีต่างๆ   ในปี 2003 (พ.ศ. 2548)   ทางรัฐบาลสิงคโปร์นั้นได้อนุญาตให้มีการซื้อ-ขายปลาอย่างถูกกฏหมาย   และหลังจากนั้น   เจ้าสัตว์เลี้ยงฟลูออเรสเซ้นท์กลุ่มแรกนี้ก็ได้ถูกวางขายในตลาด   และในปีเดียวกันนี้เอง   “จีโอฟิช” (ในรูป) ก็ได้เผยชมให้เราได้เห็นกันในสหรัฐอเมริกา   ในปี 2009 (พ.ศ. 2552)   ราคาขายปลีกของเจ้าปลาเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ $5-10 (ประมาณ 157-313 บาท)   ถึงแม้ว่าปลาเรืองแสงนี้จะไม่ได้มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์มากมายนัก   พวกมันก็ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างและการออกกฏหมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงดัดแปลงพันธุกรรม   ยกตัวอย่างเช่น   ในสหรัฐอเมริกา   การดัดแปลงพันธุกรรมนั้นเคยถูกจัดว่าเป็นเหมือนยามาก่อน






แบคทีเรีย

เรืองแสงได้อย่างไร??? การนำโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีต่างๆไปใส่ในดีเอ็นเอ
 
เราได้อะไรจากการเรืองแสงนี้??? ทีมนักวิทยาศาสตร์จากอันดับแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 2008 จากโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวซึ่งประกอบไปด้วยโอซามุ ชิโมมุระ, มาร์ติน แชลไฟร์, และโรเจอร์ วาย. ซีนนั้นต้องการโชว์พาวในการค้นพบของพวกเขาอีกหน่อย   โดยพวกเขานั้นได้สร้างงานศิลปะนี้ขึ้นมาในห้องทดลองของซีนโดยการป้ายแบคทีเรียเรืองแสงต่างๆลงไป   หลังจากที่ชิโมมุระค้นพบโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวในปี 1956 (พ.ศ. 2499) และได้ลงพิมพ์การค้นพบในปี 1962 (พ.ศ. 2505)   เขาก็ได้ศึกษาโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวอย่างละเอียด   ชิโมมุระได้เรียนรู้ว่าโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งอะไรทั้งสิ้นในการเรืองแสง   แค่การฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตก็เพียงพอแล้ว   มาร์ติน แชลไฟร์   ผู้ชนะรางวัลโนเบิลคนที่ 3 นั้นได้เรียนรู้ว่าโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวนี้สามารถถูกใช้ในการศึกษาการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิต   แชลไฟร์ได้พิสูจน์ว่าแบคทีเรียมในลำไส้ชื่อ อี.โคไล นั้นสามารถเรืองแสงได้ด้วยโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์สีเขียวอย่างเดียวโดยไม่ต้องพึ่งอะไรอย่างอื่น   ซึ่งเขาก็ได้เริ่มนำโปรตีนนี้ไปใส่ไว้ในหนอนตัวแบน   โรเจอร์ วาย. ซีนนั้นได้พัฒนาโปรตีนนี้ขึ้นไปอีกโดยการดัดแปลงให้เป็นสีคราม, น้ำเงิน, และเหลือง   แต่อย่างไรก็ตาม   สีอื่นๆนั้นสามารถพบได้ในปะการังเรืองแสง   ซึ่งเขาก็ได้ผสมสีเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างโปรตีนเรืองแสงสีต่างๆ   เช่น “เอ็มพลัม,” “เอ็มสตรอว์แบร์รี่,” และ “เอ็มออเร้นจ์”   การคิดค้นของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 นี้คือการปฏิวัติทางการแพทย์, ชีววิทยา, และเคมี   ซึ่งโปรตีนฟลูออเรสเซ้นท์นั้นก็มีประโยชน์ในหลายๆด้าน   รวมถึงด้านศิลปะอย่างที่โชว์ในรูป  

 

 

ที่มา - http://news.nationalgeographic.com/news/2009/05/photogalleries/glowing-animal-pictures/#/crystal-jelly-gfp-glowing-animals_11833_600x450.jpg



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 327 : 10 สัตว์เรืองแสงจากวิทยาศาสตร์เพื่อวิทยาศาสตร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3130 , โพส : 0 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android