คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 326 : 12 แอนทีโลปสุดสง่างาม


     อัพเดท 26 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,568 Overall : 294,854
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 326 : 12 แอนทีโลปสุดสง่างาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2051 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


12) บุ๊ชบั๊ก

                บุ๊ชบั๊กนั้นคือแอนทีโลปขนาดกลางที่พบได้มากที่สุดในพื้นที่กึ่งซาวันน่าแห่งแอฟริกา   พวกมันสามารถพบได้มากตามแม่น้ำ, ป่า, และพื้นที่ๆมีพุ่มไม้หนาทึบ   บุ๊ชบั๊กเป็นสัตว์หากินกลางคืน   แต่ในบางครั้งก็จะโผล่มาให้เห็นในตอนเช้าตรู่หรือตอนบ่ายๆ   บุ๊ชบั๊กมีขนสีน้ำตาลอ่อนไปถึงน้ำตาลเข้มโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ๆพวกมันอาศัยอยู่   บุ๊ชบั๊กตัวผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นแอนทีโลปขนาดกลางที่อันตรายที่สุด   เพราะตัวที่บาดเจ็บนั้นจะหลบอยู่ในพุ่มไม้แล้วจึงเข้าทำร้ายนักล่าเมื่อเข้ามาใกล้โดยการเสียบด้วยเขาแหลม    บุ๊ชบั๊กนั้นสูงประมาณ 90 ซม.โดยวัดจากไหล่และหนักประมาณ 45-80 กก.   ตัวผู้นั้นคือเพศเดียวที่มีเขา   ซึ่งมีความยาวประมาณ 25-51 ซม.และชี้ไปด้านหลัง   บุ๊ชบั๊กนั้นอาจจะไม่ใช้นักวิ่ง   แต่พวกมันก็เป็นนักว่ายน้ำชั้นเยี่ยมและสามารถกระโดดข้ามรั้วที่สูงถึง 1.8 เมตรได้

                บุ๊ชบั๊กนั้นแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ได้แก่เคเวล (Tragelaphus scriptus) และอิมบาบาล่า (Tragelaphus sylvaticus)   เคเวลนั้นมีขนาดเล็กว่าและมีขนสีออกแดงหรือเหลืองน้ำตาล   พวกมันมีลายเด่นชัด   อิมบาบาล่านั้นมีขนาดใหญ่กว่าและมีสีขนแตกต่างกันไปตามสถานที่อยู่   ลายของพวกมันนั้นมักจะเป็นจุดๆมากกว่า

http://en.wikipedia.org/wiki/Bushbuck





11) วอเตอร์บั๊ก

              วอเตอร์บั๊กคือแอนทีโลปขนาดใหญ่ที่มีร่างกายตันๆหนักเกินขนาดที่มักจะอยู่รวมเป็นฝูงเล็กๆซึ่งมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้   พวกมันสามารถพบได้ในทุ่งหญ้ากึ่งซาวันน่าในทวีปแอฟริกา  วอเตอร์บั๊กนั้นไม่ได้เป็นสัตว์ที่รักน้ำมากเหมือนชื่อเพราะชื่อนั้นมาจากการที่พวกมันจะลงน้ำเมื่อโดนนักล่าไล่ตาม   ซึ่งเจ้านี่ก็เป็นนักว้ายน้ำที่เก่งฉกาจซะด้วย  นอกจากนั้น   วอเตอร์บั๊กนั้นก็อาจจะต้องเดินทางไกลออกไปจากน้ำเพื่อหาอาหาร   วอเตอร์บั๊กนั้นสูง 1.2-1.4 เมตรโดยวัดจากไหล่, ยาว 1.4-2.4 เมตร+หาง 10-45ซม., และหนัก 160-300 กก.   ตัวผู้นั้นคือเพศเดียวที่มีเขาซึ่งอาจจะยาวถึง 1 เมตรและและขดเป็นเกลียว   พวกมันมีขนยาวหยาบสีน้ำตาลแดงซึ่งจะเข้มขึ้นเรื่อยๆเมื่ออายุมากขั้น   เจ้านี่มีต่อมเหงื่อที่จะหลั่งสารกันน้ำออกมาซึ่งทำให้เนื้อของพวกมันมีกลิ่นตุๆถ้าไม่โดนแล่อย่างถูกวิธี   ซึ่งกลิ่นนี้ก็คือการป้องกันตัวอย่างหนึ่งของเจ้าแอนทีโลป

                วอเตอร์บั๊กแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่วอเตอร์บั๊กธรรมดา (หรือวอเตอร์บั๊กอีคลิปเซ็น) และวอเตอร์บั๊กดีฟาซซ่า   โดยวอเตอร์บั๊กธรรมดานั้นจะมีวงแหวนสีขาวตรงก้นเป็นเอกลักษณ์   ซึ่งในตำนาน   เจ้านี่ได้วงแหวนสีขาวนี้มาจากการขึ้นเรือโนอาห์   โดยที่นั่งชักโครกบนเรือโนอาห์นั้นได้ถูกทาด้วยสีขาวที่ยังไม่แห้ง   แต่เพราะเจ้าวอเตอร์บั๊กจอมดื่มน้ำนี้ไม่สามารถรอให้สีแห้งได้    มันจึงต้องดื่มน้ำจากชักโครกและได้วงแหวนสีขาวมา   ส่วนวอเตอร์บั๊กดีฟาซซ่านั้นจะมีแถบสีขาวตรงสะโพกด้านหลังทั้ง 2 ข้าง

http://en.wikipedia.org/wiki/Waterbuck




 

10) ไนอาล่า
 
               ไนอาล่านั้นคือแอนทีโลปขนาดกล่าง (มีขนาดระหว่างบุ๊ชบั๊กและคูดู) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พุ่มไม้หนาและพื้นที่ตามแหล้งน้ำที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ในแอฟริกาตอนใต้   พวกมันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Nyala angasii หรือTragelaphus angasii   ไนอาล่านั้นมีลักษณะคล้ายคูดู   และตัวเมียนั้นก็มักจะถูกจำสับสนกับบุ๊ชบั๊ก   แต่อย่างไรก็ตาม   ไนอาล่านั้นคือแอนทีโลปเขาเกลียวที่ทั้ง 2 เพศมีความแตกต่างกันมากที่สุด   โดยตัวผู้นั้นมีขนหยาบๆสีเข้มและมีแผงขนบนหลังกับใต้ท้อง, มีลายอ่อนๆตามตัวและมีเขาเป็นเกลียวยาว 60-83 ซม.มีปลายสีเหลือง   ส่วนตัวเมีย (และพวกอายุน้อย) นั้นมีขนสีน้ำตาลสนิม, มีลายตามตัวที่สามารถเห็นได้ชัด, และไม่มีเขา   ทั้ง 1 เพศยาว 1.4-1.9 เมตร+หางพุ่มๆยาว 40-55 ซม., และหนัก 55-140 กก.   ตัวผู้นั้นสูงถึง 1.1 เมตรโดยวัดจากไหล่   ส่วนตัวเมียสูง 90 ซม.   พวกมันมีลายสีขาวรูป V พาดระหว่างลูกตาทั้ง 2   ไนอาล่ามีต่อมขนตรงเท้าซึ่งทำหน้าที่ในการหลั่งสารออกมาในขณะเดิน

                นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าไนอาล่านั้นได้เริ่มวิวัฒนาการขึนเมื่อ 5.8 ล้านปีก่อนในช่วงปลายยุคไมโอซีน   พวกมันเป็นสัตว์ขี้อายที่มักจะหลบหน้านักท่องเที่ยว   ไนอาล่านั้นจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนที่ต้องออกมาในพื้นที่เปิด   เมื่อภัยมาถึง   พวกมัน (ตัวเมีย) จะร้องเตือนเพื่อนๆด้วยเสียงเหมือนสุนัขเห่าแหลมสูง   นอกจากนั้น   เจ้านี่ก็จะคอยฟังเสียงเตือนของอิมพาล่า, บาบูน, และคูดูเหมือนกัน

http://en.wikipedia.org/wiki/Nyala




 

9) โรน
 
               โรน (Hippotragus equinus - Hippotragus แปลว่า “ม้าหน้าแพะ”   equinus แปลว่า “ม้า”) นั้นคือแอนทีโลปที่ใหญ่เป็นที่ 4 ของทวีปแอฟริกา   พวกมันอาศัยอยู่ใกล้ๆแหล่งน้ำในทุ่งหญ้าซาวันน่าของแอฟริกาทางตะวันตก, ตอนกลาง, ตะวันออก, และตอนใต้   เจ้านี่มีหน้าตาคล้ายๆม้าซึ่งทำให้ถูกเรียกอีกชื่อว่าม้าแอนทีโลป    โรนมีความยาว 1.9-2.4 เมตรจากหัวถึงโคนหาง+หางยาว 37-48 ซม.และสูง 1.3-1.4 เมตรโดยวัดจากไหล่   ตัวผู้หนัก 242-300 กก.ส่วนตัวเมียหนัก 223-280 กก.   โรนนั้นถูกตั้งชื่อตามสีขนของพวกมัน   เจ้านี่มีขนใต้ท้องสีอ่อน, ขนคิ้วกับแก้มสีขาว, และหน้าดำ   พวกมันมีแผงคอสั้นๆสีอ่อนปลายสีเข้มและรูจมูกสีแดง   ตัวผู้มีเขาเป็นเกลียวยาวถึง 1 เมตรและโค้งไปข้างหลัง   ส่วนตัวเมียนั้นมีเขาสั้นๆ   พวกมันอาศัยกันเป็นกลุ่มที่ประกอบไปด้วยสมาชิกประมาณ 20 ตัวโดยมีตัวเมียเป็นจ่าฝูงและมีตัวผู้ 1 ตัว

                โรนนั้นมักจะถูกจำสับสนกับเซเบิ้ล (จะพูดถึงทีหลัง)   แต่เซเบิ้ลนั้นมีขนสีเข้มกว่า   พวกมันเป็นสัตว์กล้าหาญที่ไม่อาจจะตั้งหลักสู้กับนักล่า    รวมถึงสิงโต   โดยใช้เขาแหลมๆเป็นอาวุธ   แมวใหญ่หลายชนิดนั้นได้ตายลงจากการต่อสู้กับเจ้าแอนทีโลปนี้   โรนสามารถวิ่งได้เร็วถึง 56 กม.ต่อชม.

http://www.arkive.org/roan-antelope/hippotragus-equinus/

http://www.seaworld.org/animal-info/animal-bytes/animalia/eumetazoa/coelomates/deuterostomes/chordata/craniata/mammalia/artiodactyla/roan-antelope.htm




 

8) เกเรนุก
 
                   เกเรนุก (Litocranius walleri) หรือวอลเลอร์กาเซลนั้นคือแอนทีโลปคอยาวตัว “แคบ” เว่อร์ที่มีหน้าตาเหมือนอิมพาล่าผสมกับยีราฟ (ซึ่งทำให้ได้ชื่อเล่นว่า “แอนทีโลปคอยีราฟ”)   ในที่จริง   คำว่า “เกเรนุก” นั้นมาจากภาษาโซมาลีแปลว่า “คอยีราฟ”   พวกมันเป็นสัตว์กินหญ้าสปีชีส์เดียวในสกุล Litocranius ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่พุ่มไม้แห้ง, ไม้แคระ, และพื้นที่ทะเลทรายแห่งแอฟริกาตะวันออก   ซึ่งเจ้านี่ก็สามารถยืนบนขาหลังและยืดคอยาวๆไปกินพืชที่อยู่สูงซึ่งมีแต่ยีราฟเท่านั้นที่สามารถเอื้อมถึงได้ (1.8-2.4 เมตร)   เกเรนุกนั้นไม่กินน้ำเพราะพวกมันได้น้ำในปริมาณที่เพียงพอแก่ความต้องการจากพืชพันธุ์ที่กินเข้าไปอยู่แล้ว   ซึ่งความสามารถนี้ช่วยให้เจ้านี่สามารถอยู่รอดได้ในพื้นที่แห้งแล้ง   เกเรนุกนั้นมีหูและลูกตาใหญ่ไม่สมส่วนกับลำตัว   ตัวผู้คือเพศเดียวที่เขาโค้งไปข้างหลังยาว 25-44ซม.และมีคอเป็นมัดกล้ามมากกว่า   ทั้ง 2 เพศนั้นมีขนสีน้ำตาลและใต้ท้องสีอ่อน   พวกมันมีหางสั้นๆปลายสีดำ   เกเรนุกนั้นมีความยาว 1.5 เมตรจากหัวถึงหาง, สูง 80-105 ซม.โดยวัดจากไหล่, และหนัก 30-45 กก.    พวกมันมีต่อมตรงข้างหน้าลูกตาที่จะปล่อยสารเหมือนน้ำมันมีกลิ่นออกมาเพื่อใช้ในการป้ายไปกับพืชพันธุ์เพื่อทำอาณาเขตและทำเครื่องหมายบนตัวเมียเมื่อเวลาผสมพันธุ์

                เกเรนุกนั้นแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่เกเรนุกเหนือ (L.w. walleri) และเกเรนุกใต้ (L.w. sclateri)

http://en.wikipedia.org/wiki/Gerenuk

http://www.awf.org/content/wildlife/detail/gerenuk





7) คูดู

                   คูดูนั้นคือแอนทีโลปที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากอีแลนด์   พวกมันมีความสูงถึง 1.2 เมตรโดยวัดจากหัวไหล่และหนักได้ถึง 270 กก.   เจ้านี่คือแอนทีโลปที่สามารถทำเสียงได้ดังที่สุด   พวกตัวผู้นั้นจะแสดงความเหนือกว่าโดยเอาขนาดเป็นตัววัด    คูดูนั้นคือสัตว์เล็มกินขี้อายที่สามารถพบได้ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพุ่งไม้และเนินเขา   อาหารของเจ้านี่ได้แก่ใบไม้และยอดไม้   เมื่อตกอยู่ในอันตราย    พวกมันมักจะวิ่งหนี   แต่อย่างไรก็ตาม   เจ้านี่ก็สามารถอยู่นิ่งๆได้เป็นเวลานาน   ซึ่งลายบนร่างกายนั้นก็ทำหน้าที่ในการพรางตัวได้อย่างดี   คูดูสามารถกระโดดได้สูงถึง 1.8 เมตรและเป็นนักแตะตัวฉกาจที่สามารถแตะคอสุนัขป่าหรือสุนัขแจ๊กเกิ้ลหักได้   ตัวเมียสามารถวิ่งได้เป็นกิโลๆโดยไม่หยุดพัก   คูดูมักจะป้องกันตัวด้วยการเอาโคนเขาฟาดมากกว่าที่จะเป็นการเสียบด้วยเขา   คูดูตัวผู้นั้นมีเขาเป็นเกลียวที่ยาวได้ถึง 183 ซม.   ส่วนตัวเมียนั้นไม่เขาและมีขนาดเล็ก   เขาของคูดูนั้นถูกใช้ทำเป็นเครื่องดนตรีต่างๆ   เช่นแตรในกีฬาฟุตบอลที่มีชื่อเรียกว่าคูดูเซลล่า   เนื้อของคูดูนั้นมีลักษณะคล้ายกับเนื้อกวาง (คนเขียนเคยกินเนื้อกวางแล้วขอบอกว่าอร่อยมาก   มิน่าล่ะพวกนักล่าทั้งหลายถึงล่ากันจัง) ที่มีรสคล้ายๆตับหน่อยๆ   เนื้อของพวกมันมีไขมันน้อยและแห้งซึ่งทำให้ต้องปรุงอย่างระวังไม่งั้นจะออกมาเป็นเนื้อแดดเดียวเคี๊ยวยากได้   แต่ถ้าเนื้อคูดูถูกปรุงอย่างถูกวิธีแล้วก็จะกลายเป็นอาหารไขมันต่ำชั้นเยี่ยมรักสุขภาพจานนึงเลย

คูดูนั้นมีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่ลายขาวพาดลูกตาทั้ง 2 ตรงหน้าผากและหัวที่มีสีเข้มกว่าส่วนอื่นๆของร่างกาย   คูดูแบ่งออกได้เป็น 2 สปีชีส์ได้แก่   คูดูใหญ่ (Tragelaphus strepsiceros) และคูดูเล็ก (Tragelaphus imberbis)   คูดูนั้นสามารถพบได้มากกว่าญาติอีกประเภทที่สามารถพบได้ในแอฟริตะวันออกเท่านั้น   นอกจากขนาดแล้ว   คูดูทั้ง 2 ประเภทนั้นแตกต่างกันตรงลายสีขาวที่อยู่บนสีข้าง   โดยคูดูใหญ่นั้นมีลาย 6-7 ลายและมีแผงคอยาวกว่า   ส่วนคูดูเล็กมีลายมากถึง 14 ลาย   นอกจากนั้น   คูดูเล็กก็ไม่ต้องพึ่งน้ำมากเท่ากับคูดูใหญ่อีกด้วย   และพวกมันก็วิ่งเร็วกว่าญาติตัวโต

http://www.outtoafrica.nl/animals/engkudu.html?zenden=2&subsoort_id=1&bestemming_id=1

http://www.interestingfunfacts.com/fun-facts-about-kudu.html






6) อิมพาล่า
 
                   อิมพาล่า (Aepyceros melampus) นั้นคือแอนทีโลปขนาดกลางที่พบมากที่สุดในแอฟริกา (อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าซาวันน่าของแอฟริกาตะวันออกและทางใต้) ด้วยจำนวนประชากรถึง 2 ล้านตัว   พวกมันได้ชื่อว่าเป็น “แมคโดนัลด์” แห่งพุ่มไม้เพราะลายรูตัว M สีดำบนก้น   คำว่า “อิมพาล่า” นั้นมาจากภาษาซูลูแปลว่า “กาเซล”   พวกมันสูง 75-95 ซม.โดยวัดจากไหล่   ตัวผู้หนัก 40-80 กก.ส่วนตัวเมียหนัก 30-50 กก.   ทั้งสองเพศมีขนสีน้ำตาลแดงโดยสีข้างสีอ่อนและใต้ท้องสีขาว   อิมพาล่าสีดำนั้นมาจากยีนด้อยซึ่งหายากมาก   ตัวผู้นั้นมีเขาเป็นเกลียวรูปพิณที่ยาวได้ถึง 90 ซม.ส่วนตัวเมียไม่มีเขา   พวกมันสามารถอยู่รอดได้นานเป็นสัปดาห์โดยไม่ดื่มน้ำถ้าพืชพันธุ์ที่กินอยู่นั้นให้น้ำเพียงพอ   เมื่อตกอยู่ในอันตราย   อิมพาล่าทั้งฝูงจะเริ่มกระโดดไป-มา (ข้ามกันและกันและทุกอย่างที่ขวางหน้า) และวิ่งซิ๊กแซ๊กเพื่อทำให้นักล่างุนงง (และเพื่อความสุขของตัวเอง)   พวกมันคือสัตว์ที่คล่องแคล่วว่องไวที่สามารถกระโดดได้สูงกว่า 3 เมตรและไกลกว่า 10 เมตร   นอกจากนั้น   เจ้านี่ก็ยังสามารถวิ่งได้เร็วถึง 90 กม.ต่อชม.   ในขณะวิ่งหนีนักล่า   อิมพาล่านั้นจะแตะขาหลังเพื่อปล่อยกลิ่นออกมาจากต่อมตรงส้นเท้า (ขนสีดำๆใกล้ๆกีบ) เพื่อทำให้ฝูงอยู่รวมกันโดยไม่กระจัดกระจายออกไป   นอกจากนั้น   ต่อมกลิ่นก็ยังมีไว้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามอีกด้วย   พวกมันมีชื่อเสียงในเรื่องการทำเสียงเหมือนสิงโตคำรามที่สามารถทำให้ช้างกลัวได้

                อิมพาล่าแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่อิมพาล่าหน้าดำ (A.m. petersi) และอิมพาล่าธรรมดา (A.m. melampus)   คำว่า Aepyceros มาจากภาษากรีกแปลว่า “เขาสูง” และ melampus แปลว่า “เท้าดำ”

http://en.wikipedia.org/wiki/Impala

http://animals.nationalgeographic.com/animals/mammals/impala/





5) ออริกซ์ 

                      เมื่อพูดถึงออริกซ์   หลายคนก็คงนึกภาพเจ้าแอนทีโลปขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลทรายหรือพื้นที่ทะเลทรายอย่างแน่นอน   ซึ่งเจ้านี่ก็ได้ชื่อว่าเป็น “จิตวิญญาณแห่งทะเลทรายในร่างของแอนทีโลป”   ออริกซ์นั้นไม่เพียงแต่จะอาศัยอยู่ในทะเลทราย   พวกมันยังสามารถพบได้ในทุ่งหญ้าซาวันน่าและพื้นที่ป่าอีกด้วย (ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง)   ออริกซ์นั้นสามารถอยู่ได้เป็นเวลานานโดยปราศจากน้ำ   ซึ่งพวกมันก็มีระบบการเดินเลือดพิเศษที่ช่วยในการอาศัยอยู่ในพื้นที่ร้อนจัดและมีน้ำน้อยโดยความสามารถในการทำให้เลือดที่ไหลไปที่สมองเย็นลงได้และความสามารถในการเพิ่มอุณหภูมิร่างกายเพื่อป้องกันการเสียเหงื่อ   ออริกซ์มีขนสีอ่อนและหน้าดำ   เขายาวๆเป็นเกลียวรูปร่างเหมือนหอกของพวกมัน (ทั้ง 1 เพศมีเขา) นั้นเกือบจะตรง (ยกเว้นสิมิทาร์ออริกซ์ที่มีเขาตรงเหมือนดาบชื่อเดียวกัน) และมีความยาว 70-85 ซม.   โดยตัวเมียนั้นจะมีเขาที่ยาวกว่าแต่ผอมกว่าตัวผู้   เขาของออริกซ์นั้นเป็นอาวุธที่อันตรายมาก   ซึ่งสิงโตก็เคยโดนเขาแหลมนี้เสียบจนตายมาแล้ว   เพราะความสวยงามของเขา   ออริกซ์นั้นจึงถูกล่าเพื่อเขา “ยูนิคอร์น” จนเกือบจะสูญพันธุ์  ออริกซ์นั้นสูง 1 เมตรขึ้นไปโดยวัดจากไหล่, ยาว 1.9-2.4 เมตร+หางยาว 45-90 ซม., และหนัก 100-300 กก.   พวกมันสามารถวิ่งได้เร็วถึง 60 กมต่อชม.และลูกเกิดใหม่นั้นก็สามารถวิ่งได้ทันทีหลังจากลืมตาดูโลก

                คำว่า “ออริกซ์” นั้นมาจากภาษากรีกแปลว่าแอนทีโลป   ออริกซ์นั้นแบ่งออกเป็น 4 สปีชีส์ได้แก่สิมิทาร์ออริกซ์ (Oryx dammah) ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในธรรมชาติแต่ยังสามารถพบได้ในที่เลี้ยงทั่วโลก   ในที่จริง   เจ้านี่คือออริกซ์ที่พบได้มากที่สุดในสวนสัตว์, ออริกซ์แอฟริกาตะวันออก (Oryx beisa), เจ็มส์บ๊อก (Oryx gazella) ที่มีจำนวนมากที่สุดและเป็นออริกซ์ขนาดใหญ่ที่สุด, และอาราเบียนออริกซ์ (Oryx leucoryx) ที่เป็นสปีชีส์ขนาดเล็กที่สุด

http://en.wikipedia.org/wiki/Oryx

http://www.sandiegozoo.org/animalbytes/t-oryx.html






4) สปริงบ๊อก
 
               สปริงบ๊อก (Antidorcas marsupialis) หรือสปริงบั๊กนั้นคือกาเซลชนิดเดียวที่พบได้ทางตอนใต้ของแม่น้ำแซมเบซี   โดยเจ้ากาเซลขนาดกลางนี้อาศัยอยู่ในแอฟริกาทางตะวันตกเฉียงใต้   พวกมันคือนัก “สปริง” ชั้นยอดและมีสายตายอดเยี่ยม   โดยเจ้านี่สามารถวิ่งได้เร็วถึง 97 กม.ต่อชม.และกระโดดได้สูง 4 เมตรไปได้ไกล 15 เมตร   สปริงบ๊อกมีร่างกายสีน้ำตาล-น้ำตาลเข้ม-ขาว   พวกมันสูง 70-90 ซม., ยาว 120-142 ซม., หนัก 25-50 กก., และมีเขายาว 35-50 ซม.   ตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าและมีเขาหนากว่าตัวเมีย   ส่วนตัวเมียนั้นมีขาผอมกว่าและมีเขายาวกว่าตัวผู้

                คำว่า “สปริงบ๊อก” นั้นมาจากภาษาดัชท์แปลว่าแอนทีโลป/แพะนักกระโดด   ชื่อทางวิทยาศาสตร์ “marsupium” ของพวกมันนั้นมาจากภาษาละตินแปลว่า “กระเป๋า” ซึ่งหมายถึงแผ่นผิวหนังเหมือนกระเป๋าที่ตั้งอยู่ตรงกลางหลังไปถึงโคนหาง   เมื่อตัวผู้โชว์พลังเพื่อดึงดูดตัวเมียหรือเพื่อขมขู่ศัตรู   มันจะย้ำเท่า, งอหลังแล้วกระโดดไปในอากาศ, และชูแผ่นหนังพับนั้นขึ้นซึ่งทำให้ขนขาวๆใต้หางชูขึ้นเป็นเหมือนพัดและปล่อยกลิ่นรุนแรงออกมา   พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่าพรองกิ้ง   สปริงบ๊อกนั้นคือม้าสค๊อตของทีมรักบี้ประเทศแอฟริกาใต้ชื่อ “บ๊อกกี้” พวกมันก็ยังเป็นทั้งสัญลักษณ์กับสัตว์ประจำประเทศแอฟริกาใต้อีกด้วย

http://en.wikipedia.org/wiki/Springbok




 

3) แอดแด็กซ์
 
               แอดแด็กซ์ (Addax nasomaculatus) หรือแอนทีโลปเขาเกลียวนั้นคือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก (แต่สามารถพบได้ทั่วไปในที่เลี้ยง) ด้วยจำนวนน้อยกว่า 500 ตัวที่สามารถพบได้ในทะเลทรายซาฮาร่า   พวกมันสามารถอยู่รอดได้โดยปราศจากน้ำเป็นเวลานานโดยการรับน้ำจากอาหารและน้ำค้างบนพืช   นอกจากนั้น   แอดแด็กซ์ก็ยังมีสายพิเศษในกระเพาะที่ช่วยในการเก็บน้ำไว้ใช้ในเวลาจำเป็นอีกด้วยและพวกมันก็มีปัสสาวะเข้มข้นเพื่อรักษาน้ำ   แอดแด็กซ์เป็นสัตว์หากินกลางคืนที่จะหลบนอนตามร่มเงาของภูเขาทรายในตอนกลางวัน   ซึ่งภูเขาทรายนั้นยังช่วยป้องกันพวกมันจากพายุทรายอีกด้วย   แอดแด็กซ์เป็นญาติใกล้ชิดของออริกซ์   แต่เจ้านี่แตกต่างออกไปจากแอนทีโลปอื่นๆที่ฟันขนาดใหญ่รูป 4 เหลี่ยมและการไร้ต่อมบนหน้า   แอดแด็กซ์สูง 95-115 ซม.โดยวัดจากไหล่, ยาว 120-130 ซม.+หาง 25-35 ซม., และหนัก 60-125 กก.   พวกมันจะมีขนสีน้ำตาลเทาในหน้าหนาวและสีขาวหรือสีทรายในหน้าร้อน   แอดแด็กซ์มีขนสีน้ำตาลหรือดำรูป X บนจมูก   ทั้ง 2 เพศนั้นมีเขาเป็นเกลียวยาว 55-85 ซม.และขด 2-3 ครั้ง   พวกมันมีกีบเท้าใหญ่เพื่อเดินบนทราย   ซึ่งตรงเท้าทั้ง 4 นั้นมีต่อมกลิ่นตั้งอยู่    แอดแด็กซ์นั้นเคลื่อนไหวเชื่องช้าซึ่งทำให้มักตกเป็นเป้าหมายของนักล่าต่างๆ

                คำว่า “แอดแด็กซ์” นั้นมาจากภาษาอาราบิกแปลว่า “สัตว์ป่าเขาเบี๊ยว”   ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ nasomaculatus มาจากภาษาละตินแปลว่า “จมูกเป็นจุด”   ฝูงแอดแด็กซ์เลี้ยงขนาดใหญ่ที่สุดนั้นอยู่ในสวนสัตว์ฮานโนเวอร์ในเยอรมันนี

http://en.wikipedia.org/wiki/Addax




 

2) บองโก้
 
                     บองโก้คือแอนทีโลปป่าขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกา   พวกมันมีขนสีน้ำตาลแดง, ขาสีดำ, แถบสีขาวบนหน้าระหว่างลูกตาทั้ง 2, และมีลายสีขาว 10-15 ลายกับลายสีดำซึ่งช่วยในการพรางตัว   โดยตัวเมียนั้นจะมีขนสีสว่างกว่า   ขนของตัวผู้นั้นจะเข้มขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น   ขนสีแดงของบองโก้นั้นถูกถูออกมาได้ง่ายๆ   ทั้ง 2 เพศนั้นมีเขาเป็นเกลียวยาว 75-99 ซม.   แต่เขาของตัวผู้นั้นจะใหญ่และยาวกว่า   พวกมันนั้นจะถูกมนุษย์ล่าเพื่อเอาเขา   บองโก้สูง 1.1-1.3 เมตรโดยวัดจากไหล่, ยาว 2.15-3.15 เมตร+หาง 45-65 ซม., และหนัก 150-405 กก.   บองโก้นั้นเป็นสัตว์หากินกลางคืนขี้อายที่ตื่นกลัวได้ง่าย   พวกมันมักจะวิ่งหนีไปด้วยความเร็วและไปหลบอยู่ตามป่าไม้หนาทึบ   บองโก้นั้นมีลิ้นยาวเพื่อใช้ในการจับใบไม้   พวกมันอาศัยอยู่ในป่าที่มีน้ำเพียงพอ   ในถิ่นที่อยู่บางแหล่ง   ชนเผ่าพื้นเมืองนั้นเชื่อว่าการแตะบองโก้จะทำให้เกิดอาการชัก   เพราะความเชื่อนี้   เจ้าแอนทีโลปจึงไม้โดนล่าในพื้นที่นี้

บองโก้นั้นแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ย่อยได้แก่บองโก้ตะวันตกหรือบองโก้ที่ราบต่ำ (Tragelaphus eurycerus eurycerus) และบองโก้ตะวันออกหรือบองโก้ภูเขา (Tragelaphus eurycerus isaaci) ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก (มีจำนวนในที่เลี้ยงมากกว่า) ซึ่งสามารถพบได้ในพื้นที่ห่างไกลในตอนกลางของเคนย่าเท่านั้น   บองโก้ภูเขานั้นมีขนาดใหญ่กว่าและหนักกว่าญาติทางตะวันตก   ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Tragelaphus นั้นมาจากภาษากรีกแปลว่า “แอนทีโลป” และ eurycerus แปลว่า “เขากว้าง”

http://en.wikipedia.org/wiki/Bongo_(antelope)






1) เซเบิ้ล

               เซเบิ้ล (Hippotragus niger) นั้นคือหนึ่งในแอนทีโลปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกา   พวกมันอาศัยอยู่ในป่าซาวันน่าของแอฟริกาตะวันออกทางตอนใต้ของเคนย่าและแอฟริกาใต้   ทั้ง 2 เพศนั้นมีเขาแหลมเป็นเกลียวโค้งไปข้างหลังที่ยาวได้ถึง 1.5 เมตรและหน้าขาว-ดำ   ถ้าถูกคุกคาม   เซเบิ้ลนั้นจะเข้าเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างไม่เกรงกลัวโดยใช้เขาเป็นอาวุธ   ซึ่งแมวใหญ่หลายตัวก็ได้ตายไปเพราะเขาทั้ง 2 นี่   ตัวผู้นั้นจะมีขนสีเข้มกว่า   ส่วนตัวเมียและพวกอายุน้อยนั้นจะมีขนสีลูกเกาลัดที่จะเข้มขึ้นตามอายุ   ทั้ง 2 เพศมีท้อง, แก้ม, และคางขาว   พวกมันมัแผงคอหยาบๆบนคอและหลัง   เซเบิ้ลสูง 1.2-1.4 เมตรโดยวัดจากไหล่, ยาว 1.9-2.6 เมตร+หาง 37-76 ซม., และหนัก 150-270 กก.ตัวผู้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย    

เซเบิ้ลแบ่งออกเป็น 4 สปีชีส์ย่อยได้แกเซเบิ้ลธรรมดา (H. n. niger), เซเบิ้ลยักษ์ (H. n. variani) ที่สามารถพบได้ในแองโกล่าตอนกลาง   พวกมันมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก” ด้วยจำนวนในปัจจุบันประมาณ 200-400 ตัว, เซเบิ้ลแซมเบียน (H. n. kirkii),เซเบิ้ลรุสเวลท์ (H. n. roosevelti)

http://en.wikipedia.org/wiki/Sable_antelope






0) แบล๊กบั๊ค
 
                แบล๊กบั๊ค (Antilope cervicapra) คือแอนทีโลปหายากที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอนุทวีปอินเดีย   พวกมันเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตั้งแต่ปี 2003 พ.ศ. 2546) ด้วยสาเหตุหลักจากการบุกรุกป่า   แบล๊กบั๊คทั้งเพศผู้และเพศเมียนั้นมีขนสีแตกต่างกันไป   โดยตัวผู้มีขนสีน้ำตาลเข้ม, ดำและขาว   พวกมันมีเขายาวเป็นเกลียว 4 รอบยาวได้ถึง 79 ซม.   ส่วนตัวเมีย (และพวกอายุน้อย) นั้นมีขนสีน้ำตาลอ่อนและไม่มีเขา   แบล๊กบั๊คมีควายาว 1-1.5 เมตร+หาง 10-17 ซม., สูง 74-84 ซม.โดยวัดจากไหล่, และหนัก 25-35 กก.โดยตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย   แบล๊กบั๊คปรกติแล้วอาศัยเป็นฝูงประมาณ 15-20 ตัวโดยมีจ่าฝูงเป็นตัวเมีย   พวกมันมีความเร็วถึง 80 กม.ต่อชม.

                แบล๊กบั๊คคือสมาชิกสปีชีส์เดียวในสกุล Antilope    ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Antilope มาจากภาษาละตินแปลว่า “สัตว์มีเขา” และ cervicapr แปลว่า “กวางหน้าแพะตัวเมีย”   พวกมันแบ่งออกเป็น 4 สปีชีส์ย่อยได้แก่  A. c. cervicapra, A. c. rajputanae, A. c. centralis, และ A. c. rupicapra

http://en.wikipedia.org/wiki/Blackbuck

 

ที่มา - http://africafreak.com/blog/the-10-most-elegant-antelope-species-of-the-african-bushveld



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 326 : 12 แอนทีโลปสุดสง่างาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2051 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 562
สวยๆทั้งนั้น แต่ละตัว
ชอบแอดแด็กซ์
Name : MEME [ IP : 101.108.253.144 ]

วันที่: 4 พฤษภาคม 2556 / 23:31

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android