คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 210 : 10 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับหนู


     อัพเดท 30 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,206 Overall : 294,492
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 210 : 10 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับหนู , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2634 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


10) หนูบ้าน

 
ถึงแม้ว่าหนูนั้นจะมีมากมายหลายสปีชีส์   หนูบ้านหรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่าหนูนอร์เวย์หรือหนูน้ำตาลนั้นคือหนึ่งในหนูที่พบได้ทั่วไปซึ่งคนรู้จักกันดี   หนูบ้านนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนแต่นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษชื่อ
 John Berkenhout เป็นคนให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ “Rattus norvegicus” แก่พวกมันเพราะเขาเชื่อว่าพวกมันอพยพมากจากประเทศนอร์เวย์    หนูบ้านเป็นหนึ่งในสปีชีส์ที่ใหญ่ที่สุดในวงศ์ Muroidea (วงศ์สัตว์ฟันแทะที่ประกอบไปด้วยหนู, แฮมเตอร์, เจอร์บิล, หนูหริ่งและญาติตัวอื่นๆ)   ตัวที่ใหญ่ที่สุดนั้นสามารถหนักได้ถึง  1 กก.   พวกมันเป็นหนูที่พบได้ทั่วโลกแต่จะพบได้มากตามเมืองใหญ่ๆในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ   เช่น   นิว ยอร์ค (ซึ่งประชากรหนูในเมืองนั้นมีมากตั้งแต่ไม่กี่แสนถึงเป็นล้านๆตัวโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ต่างๆ) และลอนดอนและเกือบจะทุกพื้นที่บนโลกยกเว้นอาร์กติกและแอนตาร์กติกา    เพราะจำนวนที่มากมาย   หนูบ้านนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรองจากมนุษย์  หนูบ้านนั้นสามารถสื่อสารกันด้วยอัลตร้าโซนิกหรือเสียงความถี่สูงเพื่อเตือนกันและกันให้รู้ถึงอันตรายหรือเพื่อเรียกคู่   พวกมันควบคุมอุณหูมิร่างกายโดยใช้หาง   หนูบ้านเป็นสัตว์ที่มีสายตาไม่ดี (ตาบอดสี) แต่มีประสาทสัมผัสทางการได้ยิน, กลิ่น, รสและสัมผัสที่ดีเยี่ยม   พวกมันอาจจะปีนไม่เก่งเท่าหนูดำแต่ก็เป็นนักว่ายน้ำที่ยอดเยี่ยม   นอกจากนี้   หนูบ้านก็ยังมีความจำดีเยี่ยมและมีฟันแข็งแรงที่สามารถตัดลวดทองแดงและอลูมินัมขาดได้   หนูตัวสีขาว (หรือเผือก) ที่เรารู้จักกันซึ่งมักจะโผล่มาให้เห็นในห้องทดลองนั้นก็คือหนูบ้านเวอร์ชั่นสัตว์เลี้ยงนั่นเอง  ซึ่งหนูขาวเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากเจ้าหนูขาวตัวแรกที่ถูกจับได้ในสุสานโดยนักจับหนูของควีนวิกตอเรียชื่อแจ๊ค แบล็ก (ไม่ใช่ดาราน่อ)    หลังจากการเพาะหนูขาวมาเป็น 300 รุ่น   เจ้าหนูทดลองเหล่านี้จึงมียีนที่เหมือนกันถึง 99% (มากกว่าสัตว์โคลนนิ่งซะอีก!!!)   เชื่อหรือเปล่าว่าหนูบ้านนั้นเป็นสัตว์รักสะอาดที่จะใช้เวลาเป็นชั่วโมงทำความสะอาดตัวเอ

http://en.wikipedia.org/wiki/Brown_rat

http://www.10-facts-about.com/Rats/id/41





9) หนูดำ
 

หนูดำนั้นได้ลดจำนวนลงเพราะญาติที่ใหญ่, แข็งแรงและดุร้ายกว่าซึ่งก็คือหนูบ้านนั่นเอง   ในปัจจุบัน   หนูดำ (Rattus rattus) นั้นมีถิ่นกำเนิดในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพบมากในแถบพื้นที่ป่าเขตร้อน   แต่ในอดีต   พวกมันสามารถพบได้มากในทวีปยุโรป   หนูดำนั้นมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของหนูบ้าน   โดยปรกติแล้ว   มันมีนำหนักที่สุดประมาณ 500กรัม   พวกมันมีร่างกายผอมกว่า, จมูกแหลมกว่า, หางยาวกว่า, และหูใหญ่กว่าหนูบ้านเมื่อเทียบกับขนาดร่างกาย   หนูดำนั้นคือพาหะนำโรคกาฬโรคในอดีตซึ่งต้นเหตุของโรคนั้นมาการที่หมัดดูดเลือดติดเชื้อจากแบคทีเรียชื่อ Yersinia pestis จากหนูดำ   และหมัดติดเชื้อที่อาศัยอยู่บนตัวหนูที่ตายแล้วนั้นได้กระโดดเข้าหามนุษย์และแพร่ ให้แก่มนุษย์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นล้านๆคน  กาฬโรคนั้นได้คร่าชีวิตคนไปทั้งสิ้น 200 ล้านคน  หนูดำนั้นเป็นนักปีนป่ายอันเก่งฉกาจและเป็นนักว่ายน้ำยอดเยี่ยมที่สามารถว่ายน้ำได้ติดต่อกันเกือบกิโล   นอกจากนี้   หนูยังยังสามารถรอดตายจากสารกัมมันตรังสีหรือแม้แต่การตกลงมาจากตึก 5 ชั้น   ได้เป็นสัตว์รบกวนที่ทำลายนกทำรังไปเป็นจำนวนมากทั่วโลก   พวกมันมีจำนวนมากเป็นพิเศษในประเทศนิว ซีแลนด์   หนูดำนั้นมักพบได้เป็นฝูงใหญ่โดยเฉพาะเวลาเก็บเกี่ยวที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์   หนูดำนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงได้ดีกว่าหนูบ้านเพราะพวกมันดุร้ายน้อยกว่าและก็ฉลาดกว่ากระต่าย, เจอร์บิล, หนูหริ่งหรือสัตว์สปีชีส์อื่นๆในวงศ์ 

http://en.wikipedia.org/wiki/Black_rat

http://www.seaworld.org/animal-info/animal-bytes/animalia/eumetazoa/coelomates/deuterostomes/chordata/craniata/mammalia/rodentia/black-rat.htm





8) แขกในบ้าน

 
การทำให้บ้านปลอดหนูโดยสิ้นเชิงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะเจ้านี้สามารถมุดผ่านรูที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับเหรียญควอเตอร์ได้ (ประมาณ 2.4ซม.)    จากข้อมูลของ
Mohs scale of mineral hardness   ฟันของหนูนั้นแข็งแรงกว่าเหล็กหรือเหล็กกล้าซะอีก (ด้วยแรงกัด 24,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ซึ่งทำให้มันแทะของอย่างกั้นถ่านและไม้หรือแม้แต่คอนกรีตและท่อตะกั่วได้อย่างสบาย   นอกจากนี้   ฟันเหลืองๆหนูนั้นก็ยังจะงอกขึ้นมาตลอดชีวิตซึ่งทำให้มันต้องเคี๊ยวอะไรตลอดเวลาเพื่อฝนฟัน   เมื่อหนูได้ตัดสินใจที่จะอยู่ในบ้านคุณแล้ว   มันก็เป็นการยากที่จะไล่ออกไป เพราะเจ้านี้ทั้งฉลาดและไม่ค่อยจะโผล่มาติดกับ  การใช้พิษนั้นดูจะเป็นวิธีที่ดีเพราะหนูไม่สามารถอ้วกออกมาได้   แต่การใช้พิษก็ยังมีผลข้างเคียงอีกด้วยเพราะอันตรายที่เด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆจะได้รับ   ถึงแม้ว่าพิษจะได้ผล    คุณก็ยังต้องมาปวดหัวกับหนูอีกเพราะมันมักจะไปขาดใจตายในที่ลับตาและสิ่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบ้านหลังจากนั้น





7) ซอมบี้หนู
 

Toxoplasma gondii นั้นคือโปรโตซัวพาราไซส์ที่มีวงจรชีวิตในร่างกายของแมว   ถึงแม้ว่าโปรโตซัวนี้สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์อื่นๆ   ระบบขับถ่ายแมวนั้นคือเจ้าบ้านที่จำเป็นซึ่งเป็นแหล่งเจริญเติบโตและสำเร็จวงจรชีวิต   เพราะเหตุผลนี้   การหาเจ้าบ้านของ Toxoplasma gondii จึงเป็นอะไรที่ขี้โกงอย่างร้ายกาจมาก   โดยโปรโตซัวนี้จะเข้าไปอยู่ในตัวของหนูและไปเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมองส่งผลให้พื้นที่ในการติดใจทางเพศทำงานมากขึ้น   และในขณะเดียวกันก็ทำให้พื้นที่ในสมองที่ทำงานด้านความกลัวเป็นอัมพาต   ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ   หนูติดเชื้อนั้นติดใจหลงไหลกลิ่นของแมว   เช่น   ปัสสาวะ (ปรกติแล้วหนูจะหนีห่างจากปัสสาวะแมว) ซึ่งทำให้เจ้าหนูนี้ไม่กลัวแมวและตายเร็วขึ้นอย่างแน่นอน   มนุษย์นั้นก็สามารถเป็นที่อาศัยของ Toxoplasma gondii ได้ด้วย   โดยมนุษย์จำนวนประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรโลกมีโปรโตซัวนี้อยู่ในร่างกาย   ถึง Toxoplasma gondii จะคร่าชีวิตคนได้เป็นครั้งคราว   คนที่อ่อนแอต่อโปรโตซัวนี้มากที่สุดก็คือคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ, ผู้หญิงตั้งครรภ์, และลูกอ่อนภายใน (นี้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่สงสัยว่าจะมีครรภ์ถึงถูกบอกให้อยู่ห่างๆกระบะทรายแมวไว้)   Toxoplasma gondii นั้นเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆด้วยรวมถึง Schizophrenia (โรคจิตเภท)

http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2028805/Zombie-rats-Parasite-leads-rodents-death-making-sexually-attracted-smell-cats.html







6) หนูนั้นอึด
  

การแพร่กระจายของหนูไปทั่วโลกนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องโชคดีอย่างเดียว   เจ้าสัตว์จิ๋วเหล่านี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม   หนูสามารถอดน้ำได้นานกว่าอูฐ, สามารถตกลงมาจากตึก 5 ชั้นโดยไม่มีรอบขีดข่วน, สามารถรอดตายจากกัมมันตภาพรังสีในปริมาณมากได้และสามารถว่ายน้ำเป็นระยะทางเกือบกิโลผ่านน่านน้ำเปิดโดยไม่เหนื่อย   นอกจากนี้   หนูแต่ละรุ่นนั้นก็จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาพิษขึ้นมาซึ่งทำให้ยาเบื่อหนูไม่ได้ผลเสมอไป   หนูนั้นสามารถกินช๊อกโกแลตที่เป็นพิษกับสุนัขและแมวได้   หนูบ้านที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดนั้นสามารถจัดการเจ้าแมวบ้านของคุณได้อย่างสบาย





5) หนู=อาหารเย็น

 
ในขณะที่แมวบ้านหลายตัวนั้นสูญเสียความสามารถในการจับหนูไป   สัตว์อื่นๆหลายตัวนั้นก็ยังพึ่งหนูเป็นอาหารที่มีให้กินตลอด   นกฮูกและเหยี่ยว, งู, สัตว์ตระกูลวีเซิล, และสัตว์นักล่าตัวใหญ่อื่นๆนั้นล่าหนูเป็นอาหาร   นอกจากนี้   สุนัขบางสายพันธุ์นั้นก็ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อจับหนูโดยเฉพาะ   ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างก็คือสุนัขเทอร์เรียทั้งหลาย   ในหลายๆที่ทั่วโลกอย่างแอฟริกา, จีน, และพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   หนูนั้นถูกมนุษย์จับเป็นอาหาร   ส่วนหนูในพื้นที่อื่นๆนั้นเป็นทั้งอาหารและของต้องห้าม   ยกตัวอย่างเช่น   ในพื้นที่ของอินเดีย   หนูนั้นคืออาหารชั้นยอด   แต่อย่างไรก็ตาม   คนในพื้นที่นั้นนับว่าพวกมันเป็นพาหนะของพระพิฆเนศและบูชาเจ้าหนูเหล่านี้โดยการสร้างวัดชื่อ
Karni Devi ให้ซึ่งพระในนั้นมักจะให้นมและเมล็ดพืชแก่หนูเป็นอาหาร   หนูเผือกในวัด Karni Devi นั้นถือว่าเป็นพระแม่ทุรคากลับมาเกิดใหม่





4) หนูทดลอง
 

อย่างที่บอกไปว่า   หนูทดลองนั้นก็คือหนูบ้านเวอร์ชั่นเผือกนั้นเอง   หนูทดลองนั้นเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อมนุษยชาติมากเพราะความเสียสละ (อย่างไม่เต็มใจ) ของพวกมันนี้เอง   เราจึงได้ค้นพบอะไรมากมายที่จำเป็นต่อวงการแพทย์  หนูทดลองนั้นสามารถอดหลับอดนอนได้นานถึง 17-20 วันก่อนที่จะขาดใจตาย    การเพราะพันธุ์หนูทดลองสายพันธุ์ต่างขึ้นมาโดยเฉพาะนั้นเริ่มต้นใน Wistar Institute แห่งรัฐเพนซิลเวเนีย   หนูบางสายพันธุ์นั้นถูกเพาะพันธุ์ในสายเลือดเดียวกันเป็นรุ่นๆซึ่งผลที่ได้ก็คือ   หนูทดลองที่แทบจะเหมือนก๊อปปี้ออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสาร (ยีนเหมือนกัน 99%)   ซึ่งหนูทดลองสายพันธุ์เหล่านี้ก็ได้แก่ Wistar, Sprague-Dawley (เจ้าพันธุ์นี้สามารถให้กำเนิดลูกได้มากกว่า 20 ตัวต่อครอก!!!), และ Long-Evans   แต่อย่างไรก็ตาม   การเปลี่ยนแปลงยีนนั้นอาจจะส่งผลให้หนูที่ถูกเพาะพันธุ์ได้โรคที่เป็นเอกลักษณ์แถมมาด้วย   เช่น   หนูพันธุ์ Biobreeding ที่มีโรคเบาหวานชนิด I  และ หนูพันธุ์ Zucker ที่เป็นโรคอ้วน   ในปัจจุบัน   หนูนั้นถูกใช้ในการทดลองการเพาะเนื้อเยื่อที่เป็นกระบวนการที่เป็นข้อถกเถียงในเรื่องการทารุณกรรมซึ่งทำให้หนูสามารถสร้างเนื้อเยื้อที่สามารถเอามาใช้ในการปลูกถ่ายผิวหนังหรือกระดูกอ่อนให้แก่มนุษย์ได้   ในห้องทดลองบางแห่งนั้นได้เพาะพันธุ์หนูไร้ขนขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองและเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง




3) หนูยักษ์
 

สำหรับคนที่กลัวสัตว์ฟันแทะอย่างหนู   เจ้า Gambian Pouched Rat หรือ African giant pouched rat (Cricetomys gambianus) ก็คงจะเป็นฝันร้ายของคุณเลยล่ะ   เจ้าหนูสปีชีส์นี้มีรูปร่างคล้ายๆหนูบ้าน (แต่ไม่ได้อยู่ในสกุลเดียวกัน)   แต่มันสามารถหนักได้ถึง 1.5 กก.และยาวได้เกือบ 1 เมตร (แต่ครึ่งนึงนั้นก็หาง)   ในความจริง   เจ้านี้เป็นหนึ่งในสัตว์ในวงศ์ Muroidea (วงศ์สัตว์ฟันแทะที่ประกอบไปด้วยแฮมส์เตอร์, เจอร์บิล, หนูและหนูหริ่ง) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก   Gambian Pouched Rat นั้นมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา   พวกมันถูกจับกินเป็นอาหาร   และเพราะความฉลาดหลักแหลมสอนง่ายของมัน   เจ้าหนูยักษ์นี้จึงถูกใช้เพื่อบอกที่ตั้งกับระเบิด   ถึงแม้ว่า Gambian Pouched Rat จะมีขนาดใหญ่   มันก็เล็กพอที่จะไต่ขึ้นไปบนกับระเบิดได้โดยไม่ทำให้กับระเบิดทำงาน   นอกจากนี้   การศึกษายังพบด้วยว่า Gambian Pouched Rat นั้นสามารถตรวจจับวัณโรคได้เร็วกว่าวิธีการทางวิทยาศาสตร์บางวิธีของคนซะอีก    โดยมันจะตรวจสอบเสมหะของบุคคลนั้นๆแล้วจึงบ่งบอกว่าติดเชื้อหรือเปล่า   ถึงแม้ว่า Gambian Pouched Rat นั้นจะตัวใหญ่   มันก็เป็นมืตรกับผู้คนซึ่งทำให้เจ้านี้เริ่มจะเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยม (เจ้านี้มีแก้มป่องๆเหมือนแฮมส์เตอร์)  การเลี้ยง Gambian Pouched Rat นั้นเคยผิดกฏหมายมาก่อนหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเจ้านี้เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุของโรคที่เรียกว่า “monkeypox

http://en.wikipedia.org/wiki/Gambian_pouched_rat




2) ลูกหนู

หนูนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่มีฤดูผสมพันธุ์และหนูนั้นก็จะเกิดอารมณ์ทุกๆ 4-5 วันถ้าไม่ตั้งครรภ์   คู่หนูนั้นสามารถให้กำเนิดลูกได้ 5 ครอกต่อปี   ซึ่งแต่ละครอกนั้นก็จะประกอบไปด้วยลูกน้อยๆ 7-15 ตัว   ลูกหนูนั้นสามารถขยายพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 5 สัปดาห์   พวกมันอาจจะผสมพันธุ์กันเองถ้าไม่ถูกแยกเพราะหนูนั้นไม่จำญาติๆตัวเอง   เมื่อลองคิดเลขเล่นๆแล้ว   คู่หนูคู่เดียวนั้นสามารถให้กำเนิดลูกหลานได้มากเป็นแสนหรือล้านตัวต่อปี!!!   และหนูนั้นก็สามารถให้กำเนิดลูกอย่างนี้ไปได้เรื่อยๆจนอายุ 18 เดือนจนสิ้นสุดที่อายุ 2 ปี   การมีลูกดกนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหนูเพื่อทำให้เผ่าพันธุ์ดำรงต่อไปได้   ถึงแม้ว่าหนูจะมีอายุขัย 2-3ปี   หนูในป่านั้นปรกติแล้วจะไม่มีชีวิตรอดถึงปีที่ 2 ของชีวิตเพราะเปอร์เซ็นการตายของหนูในอาทิตย์แรกของชีวิตนั้นสูงถึง 95% โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่แต่ละที่   หนูเลี้ยงที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกนั้นตายเมื่ออายุ 7 ปี

http://www.ratfanclub.org/repro.html




1) ราชาแห่งหนู

“ราชาแห่งหนู” นั้นก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุที่ส่งผลให้หนู (ส่วนใหญ่จะเป็นหนูดำ) หลายตัวมาตายรวมกันโดยที่มีหางพันกันและกันอยู่   โดยหางของหนูเหล่านี้อาจถูกเลือด, โคลน, น้ำแข็ง,  หรือของเสียโปะไว้ด้วยกัน   หรืออาจจะถูกมัดไว้เป็นปม   ราชาแห่งหนูนั้นได้ถูกพบมาตั้งแต่ยุคกลางและความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่   ถึงแม้ว่าราชาแห่งหนูไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศเยอรมันนีที่เดียว   ตัวอย่างที่ได้ส่วนใหญ่นั้นมักจะมาจากประเทศนี้ซึ่งทำให้คนบางคนเชื่อว่าเหตุการณ์นี้คือปรากฏการณ์ทางวัตนธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้คน   ราชาแห่งหนูที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือกลุ่มซากหนู 32 ตัวที่พบในเตาผิงของเจ้าของโรงโม่ในเมือง Buchheim ประเทศเยอรมันนีในปี 1828 (2371)   ซึ่งในปัจจุบันสามารถไปดูได้ในพิพิธภัณฑ์ Mauritianum ในเมือง Altenburg ประเทศเยอรมันนี   ในอดีตกาล   ราชาแห่งหนูนั้นคือสัญลักษณ์ของความหายนะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายและโรคร้าย (อย่างกาฬโรค) ซึ่งกำลังจะเกิด   ส่วนผู้เชี่ยวชาญเรื่องยุคสมัยกลางนั้นสันนิษฐานว่า   ราชาหนูตัวจริงนั้นอาจจะนั่งอยู่บนหางที่ถูกมัดเป็นปมนั้นๆและคอยควบคุมการเคลื่อนไหวของเหล่าทาสหนู    คำว่า “ราชาแห่งหนู” นั้นถูกแปลมาจากภาษาเยอรมัน “Rattenkönig

http://en.wikipedia.org/wiki/Rat_king_(folklore)

 

ที่มา - http://listverse.com/2012/04/09/top-10-fascinating-facts-about-rats/

http://theophanes.hubpages.com/hub/Interesting-Facts-About-Rats


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 210 : 10 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับหนู , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2634 , โพส : 2 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 398
@คห. 397 ที่มาเดียวกันค่ะ

PS.  สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ---> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=687461
Name : JiPpieZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz [ IP : 99.231.191.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 เมษายน 2555 / 06:14
# 1 : ความคิดเห็นที่ 397

 http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=486572&chapter=444


เนื้อหาเดียวกันเลย 
เอามาให้ดูเฉยๆอ่ะ

Name : Aswin@mao21.24.118.81 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aswin@mao21.24.118.81 [ IP : 61.90.107.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 เมษายน 2555 / 04:20

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android