คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 211 : 5 สัตว์ที่โดนโคลนมากที่สุด


     อัพเดท 29 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,559 Overall : 294,845
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 211 : 5 สัตว์ที่โดนโคลนมากที่สุด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9809 , โพส : 0 , Rating : 80% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ถ้าคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการโคลนนิ่ง   คุณก็อาจจะคิดว่าเจ้า “สตาร์,” “สนัปปี้,” “ซีซี,” และ “แอนด์ไอ” นั้นคือสัตว์ที่โดนเจ้าของตั้งชื่อซะสุดโลก...คุณก็ถูกครึ่งนึงล่ะนะ...เพราะชื่อเหล่านี้คือชื่อของหมู, สุนัข, แมว, และลิงตามลำดับ   ซึ่งเจ้าสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์โคลนตัวแรกของสปีชีส์นั้นๆ  

ถ้าพูดถึงโคลนนิ่ง   คุณก็คงจะรู้จักเจ้า “ดอลลี่” อยู่แล้ว   ซึ่งเจ้านี้ก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรกที่โดนโคลนด้วยความสำเร็จโดยการใช้เซลล์ของแกะโตเต็มวัย   ถึงแม้ว่าดอลลี่นั้นคือสัตว์โคลนไม่กี่ตัวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก   มันก็ไม่ใช่สัตว์โคลนตัวแรกเพราะตำแหน่งนี้เป็นของลูกอ๊อดที่ถูกโคลนในปี 1952 (2495)   นอกจากดอลลี่แล้ว   สัตว์โคลนเป็นโหลๆตั้งแต่สัตว์ธรรมดาอย่างวัวไปจนถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างกระทิงก็ได้กำเนิดขึ้นมาหลังจากนั้น   การโคลนนิ่งสัตว์นั้นมีประวัติที่ยาวนานหลังจากที่เจ้าลูกอ๊อดโคลนตัวแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว   U.S. Food and Drug Administration's (FDA) นั้นได้ประกาศว่าอาหารที่ทำมาจากสัตว์โคลนอย่างวัว, หมู, และแพะนั้นปลอดภัยต่อการบริโภคซึ่งกระบวนนี้ก็กำลังเป็นที่สนใจในวงการ   การโคลนนิ่งนั้นประโยชน์อื่นๆอีกนอกจากการช่วยให้ชาวนามีเบอร์เกอร์และเบคอนกินอย่างสม่ำเสมอ   ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์, การค้นคว้าทางการแพทย์, ยา, และการสร้างอวัยวะ, หรือแม้แต่การสงวนเจ้าสุนัขคู่กายให้ดำรงอยู่ตลอดไป   ความเป็นไปได้ที่จะมีสำเนาของเจ้าสี่ขานี้ทำให้บางคนรู้สึกดีใจในขณะที่บางคนรู้สึกเป็นกังวล   นอกจากนี้   การโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงนั้นก็อาจจะทำให้คุณสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงโคลนมีจำนวนอยู่เท่าไหร่แล้ว   หรือคุณอาจจะสงสัยว่าแฮมเบอร์เกอร์ที่เพิ่งกินไปได้ถือกำเนิดขึ้นมาในจานเพาะหรือเปล่า   การนับจำนวนสัตว์โคลนนั้นยากเกือบจะพอๆกับการโคลนนิ่งเอง   ซึ่งการโคลนนิ่งสัตว์นั้นไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนไว้อย่างเป็นทางการ   และทางแล็ปเองก็ไม่จำเป็นต้องรายงานทุกๆครั้งที่สัตว์โคลนถือกำเนิดขึ้น   สัตว์โคลนสปีชีส์ที่มักจะถูกขึ้นทะเบียนนั้นก็คือสัตว์ที่จะกลายเป็นอาหารซะมากกว่า  

หลังจากที่คุณอ่านบทนำแล้ว   คุณก็คงจะรู้อะไรเกี่ยวกับการโคลนนิ่งขึ้นมาหน่อย   ซึ่งบทความต่อไปนี้   ไม่มีใครสามารถรู้ได้แน่ชัดว่าสัตว์ 5 ชนิดต่อไปนี้ที่ถูกโคลนมากที่สุดจริงหรือเปล่า   แต่พวกมันก็คือสัตว์ 5 ชนิดที่สมควรจะถูกกล่าวถึงอย่างแน่นอน

 


5) สัตว์เลี้ยงโคลน
 

ลูกแมวโคลนตัวแรกชื่อ ซีซี (ย่อมาจากก๊อปปี้ แคท) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2001 (2544)  หลังจากนั้น   ในปี 2005 (2548)   นักวิทยาศาสตร์ในประเทศเกาหลีใต้ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาได้สร้างสุนัขโคลนตัวแรกสำเร็จ   เจ้าสุนัขโคลนตัวนี้เป็นสุนัขสายพันธุ์อัฟกัน ฮาวนด์ชื่อสนัปปี้   หลังจากนั้น   สุนัขโคลนอย่างน้อย 40 ตัวและแมวโคลนไม่รู้จำนวนก็ได้ถูกโคลนมาเรื่อยๆหลังจากนั้น   ในเดือนกรกฏาคม 2008 (2551) BioArts International ได้ประกาศประมูลสุนัขโคลน 4 ตัวแรกให้แก่ผู้ที่ประมูลด้วยเงินมากที่สุด   นอกจากนั้น   โปรแกรมชื่อ "Best Friends Again" ก็ได้เสนอรางวัลโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงฟรีให้แก่ผู้ชนะในการประกวด “Golden Clone Giveaway   ซึ่งผู้ชนะนั้นก็คือสุนัขช่วยเหลือในเหตุการณ์ 11 กันยายนที่ได้ชื่อว่า “สุนัขที่คู่ควรต่อการโคลนมากที่สุด”   เมื่อเราสามารถโคลนสัตว์เลี้ยงได้   คนเป็นร้อยๆคนก็ได้จ่ายเงินเป็นพันๆเหรียญสหรัฐต่อปีเพื่อการเก็บรักษาเนื้อเยื่อของสุนัขหรือแมวเพื่อการโคลนในภายภาคหน้า   ถึงแม้ว่าการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงนั้นจะเป็นที่นิยม   บริษัทโคลนนิ่งชื่อ BioArts นั้นก็กล่าวไว้บนเว็บไซต์ว่าโปรแกรม Best Friends Again เป็นการบริการที่จำกัดและอาจจะดำเนินต่อไปหรือไม่ก็ได้      เพราะผู้ใช้บริการเป็นพันๆที่ต้องการสงวนสัตว์เลี้ยงสุดรักไว้ตลอดกาลคนนี้เอง   สัตว์เลี้ยงโคลนถึงได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่  5   การโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่เทคโนโลยีนั้นจะก้าวหน้าพอที่จะโคลนสัตว์เลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้

ในเวลาไม่นานมานี้   บริษัท RNL Bio จากเมืองโซล ประเทศเกาหลีได้เปิดโอกาสให้การทำธุรกิจการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงให้เป็นจริงขึ้นมาหลังจากการกำเนิดของลูกสุนัข 5 ตัวในปี 2008 ซึ่งเป็น “บริการการโคลนนิ่งสุนัขเชิงพาณิชย์ที่ประสบความสำเร็จ”   ทีมในบิรษัทนี้ได้โคลนสุนัขมากกว่า 20 ตัวเรียบร้อยแล้วและกำลังวางแผนที่จะโคลนสุนัขประมาณ 300 ตัวต่อปี   ถ้าคุณมีเงิน $150,000 (ประมาณ 4.6 ล้านบาท) ให้ใช้และมีสุนัขสุดรักให้โคลน   คุณก็อาจจะลองไปเที่ยวที่เกาหลีใต้ก็ได้




4) แกะและแพะโคลน (มากเท่าๆกัน)
 

เจ้าแกะดอลลี่นั้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ได้กุมหัวใจของคนทั่วโลกเมื่อวันที่มันถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1996 (2539)   เจ้าแกะตัวนี้ได้จุดประกายความสนใจในวงการโคลนนิ่งอย่างมาก   ดอลลี่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันร๊อสลินในประเทศสก๊อตแลนด์   มันได้กลายเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดลูกแกะ (ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ปรกติ) ถึง 6 ตัว   ชีวิตของดอลลี่นั้นอยู่ได้ไม่นานเพราะมันถูกฉีดยาให้หลับไปตลอดกาลเมื่อวันวาเลนไทนส์ของปี 2003 (2546) เพราะความเจ็บปวดจากโรคไขข้อและมะเร็งปอด   ดอลลี่ตายเมื่ออายุ 6 ปี

คนทั่วไปนั้นคงจะตื่นเต้นกับการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงเพื่อมาวิ่งเล่นในบ้านมากกว่าการโคลลนิ่งแพะแกะเพื่อมาวิ่งเล่นในฟาร์มเป็นแน่   แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์และนักเพาะพันธุ์แล้ว   การโคลนนิ่งแกะและแพะนี้เป็นอะไรที่สำคัญไม่แพ้กัน   ยกตัวอย่างเช่น   แกะนั้นสามารถถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้สร้างยาที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคของมนุษย์   ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างนี้ก็คือเจ้าลูกแกะชื่อ พอลลี่   มันถูกสร้างให้ผลิตนมที่มีโปรตีนที่ขาดโรคฮีโมฟีเลีย (โรคที่เลือดไหลไม่หยุด)   ในทางทฤษฏี   เจ้าแกะพอลลี่นี้สามารถใช้ในการสร้างยารักษาโรคในปริมาณมาก   นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว   การโคลนนิ่งแกะนั้นก็มีประโยขน์ในต่อชาวนาอีกด้วยเพราะการโคลนนิ่งนั้นสามารถสร้างแกะที่มีขนหนาเป็นพิเศษ   และพวกเขาก็สามารถเอายีนขนหนาของแกะมาดัดแปลงเพื่อให้กำเนิดแกะที่มีขนหนานุ่มในปริมาณมากเพื่อผลผลิตที่สวยงามและคุ้มค่า   การโคลนนิ่งแพะก็มีประโยชน์ในทางเดียวกัน   โดยแพะบางตัวนั้นถูกโคลนมาเพื่อผลิตนมและเนื้อคุณภาพดีในปริมาณมาก   แพะนั้นคือสัตว์ 1 ใน 3 สปีชีส์ที่ถูก FDA อนุญาตให้ใช้ในการบริโภคของมนุษย์เมื่อปี 2008 ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านักเพาะพันธุ์ทั้งหลายจะใช้โอกาสที่ได้มานี้ในการกำจัดลักษณะที่ไม่ต้องการของสัตว์ฟาร์มออกไป




3) หมูโคลน
 

ถ้าหมูทุกตัวสามารถสะกดคำได้เก่งเหมือนเจ้าวิลเบอร์ใน “Charlotte’s Web” คนทุกคนก็คงจะเอาหมูไปโคลนกันหมดแล้ว   แต่อย่างไรก็ตาม   หมูนั้นไม่สามารถสะกดคำได้หรอกนะ (ในภาพยนตร์นั้นก็เป็นผลงานของเจ้าแมงมุมชาร์ล็อตต่างหาก)   แต่พวกมันนั้นเป็นเบคอนหรือหมูน้ำตกที่อร่อยน่าดู   หมูเป็นสัตว์ที่โดนโคลนมากที่สุดเป็นที่ 3 ก็เพราะความที่อวัยวะของมันเหมาะกับการปลูกถ่ายอวัยวะให้มนุษย์ต่างหากล่ะ   การโยกย้ายเซลล์, เนื้อเยื่อ, หรืออวัยวะจากสปีชีส์หนึ่งไปยังอีกสปีชีส์นั้นเรียกว่า “xenotransplantation   และกระบวนการนี้ได้เป็นทางออกสำคัญเมื่อตอนอวัยวะหรือเซลล์สำหรับการปลูกถ่ายช่วยชีวิตขาดแคลน   โดยการเปลี่ยนแปลงยีนของหมูบริษัทชีวเวชภัณฑ์ชื่อ PPL Therapeutics ได้ทำการดัดแปลง DNA ของหมูเพื่อที่อวัยวะของมันนั้นสามารถใช้กับมนุษย์ได้   นอกจากนี้   เจ้าหมูดัดแปลงพันธุกรรมนี้สามารถถูกโคลนในปริมาณมากเพื่อการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อการแพทย์   เช่น   เซลล์สร้างอินซูลินเพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวานชนิด I   และการผลิตอวัยวะอย่างหัวใจและไต

จากข้อมูลของ European Food Safety Authority (EFSA) ผู้ซึ่งได้ทำการศึกษาผลผลิตที่ได้จากสัตว์โคลนและลูกๆเพื่อการบริโภคเมื่อไม่นานมานี้กล่าวว่า   หมูโคลนนั้นมีจำนวนอย่างน้อย 500 ตัวทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว   และก็เหมือนแพะ   ผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูนั้นได้รับอนุญาตจาก FDA ซึ่งชี้ให้เห็นว่า   จำนวนหมูโคลนนั้นจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต   ตราบเท่าที่การโฆษณาเกี่ยวกับการรักษาโรคร้ายในมนุษย์และ xenotransplantation ยังคงอยู่   หมูนั้นก็จะเป็นหนึ่งในสัตว์ที่โดนโคลนมากที่สุดในโลกไม่เปลี่ยนแปลง




2) ปศุสัตว์โคลน
 

คนบางคนนั้นอาจจะไม่เห็นด้วยกับการโคลนนิ่งด้วยเหตุผลของความปลอดภัยและจริยธรรม   คนเหล่านี้เถียงว่าการโคลนนิ่งที่สำเร็จ 1 ครั้งนั้นต้องแลกมากับการที่เอ็มบริโอ (ตัวอ่อน) เป็นพันๆต้องตายไป   นอกจากนี้   สัตว์โคลนก็ยังเกิดมาด้วยปัญหาทางสุขภาพที่ทำให้พวกมันตายเร็วขึ้นอีกด้วย   จากการการคาดคะเนพบว่า   มากกว่า 90% ของการโคลนนิ่งนั้นล้มเหลวและถึงแม้ว่าการโคลนนิ่งจะสำเร็จ   เจ้าสัตว์โคลนก็จะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน   ยกตัวอย่างเช่น   สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างกระทิงที่โดนโคลนในปี 2001 ที่มีชีวิตอยู่รอดได้นานแค่ 48 ชม.

ถึงแม้ว่าปศุสัตว์นั้นจะผลิตแก๊สมีเธนที่เป็นสาเหตุของโลกร้อนเป็นปริมาณมาก   เจ้าวัวเหล่านี้ก็คงจะไม่หายไปไหนเร็วๆนี้แน่นอน   โดยเฉพาะในเวลาที่ชาวนาสามารถโคลนปศุสัตว์ตัวที่ดีที่สุดเพื่อผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้   โคลนนิ่งนั้นก็เป็นวิธีที่ชาวนามักใช้ในการปรับปรุงยกระดับปศุสัตว์โดยการผสมพันธุ์สัตว์ที่มีลักษณะที่ต้องการแต่ง่ายกว่าเท่านั้นเอง   ซึ่งการโคลนนิ่งนั้นให้ปศุสัตว์ที่มีเนื้อนุ่ม, นมอร่อย, และสร้างสำเนาของเจ้าสัตว์เหล่านี้ไว้   ถ้าคุณคิดว่าการบริโภคปศุสัตว์โคลนนั้นทำให้อยากอ้วกแล้วก็ไม่ต้องตกใจไปหรอก  เพราะผลิตภัณฑ์ที่คุณจะบริโภคนั้นมาจากลูกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของเจ้าสัตว์โคลนพวกนี้มากกว่า   เพราะการโคลนนิ่งวัวนั้นมีค่าใช้จ่ายระหว่าง $10,000 - $20,000 (ประมาณ 300,000-600,000 บาท) เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายแค่ $50 (ประมาณพันห้าร้อยบาท) ด้วยการเพาะพันธุ์ธรรมดาแล้ว   เจ้าสัตว์โคลนเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อเพาะพันธุ์ซะมากกว่า   เมื่อไม่นานมานี้   บริษัทสัญชาติอเมริกัน 2 บริษัทได้แก่ Trans Ova Genetics และViaGen ได้ให้บริการโคลนนิ่งแก่นักเพาะพันธุ์ปศุสัตว์    โดยบริษัทViaGen นั้นได้โคลนวัวประมาณ 150 ตัวต่อปีในขณะที่บริษัท Trans Ova Genetics นั้นสามารถโคลนวัวออกมาได้ราวๆ 250 ตัวในปี 2007 (2550)   European Food Safety Authority คาดว่าปศุสัตว์โคลนทั่วโลกนั้นมีจำนวนประมาณ 4,000 ตัว




1) หนูโคลน
 

เจ้าสัตว์ทดลองยอดนิยมตลอดกาลนี้เป็นที่ต้องการมากขึ้นหลังจากการเริ่มต้นของการโคลนนิ่งสัตว์   หนูโคลนตัวแรกนั้นเกิดมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วในเดือนกรกฏาคมปี 1998 (2541)   มันมีชื่อว่าคูมูลิน่าและมันก็ไม่ได้มาตัวเดียวเพราะนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างดอลลี่นั้นต้องพยายามถึง 277 ครั้งก่อนที่การโคลนนิ่งคูมูลิน่านั้นจะประสบผลสำเร็จ   คูมูลิน่าคือหนูที่ตัวแรกในหนูที่เหมือนกันแด๊ะ 10 ตัวที่ถือกำเนิดขึ้นมา   ภายใน 5 เดือนหลังจากนั้น   นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างคูมูลิน่าก็ได้สร้างหนูโคลนขึ้นมาอีกมากกว่า 60 ตัว   เพราะความที่หนูนั้นเป็นสัตว์ที่เป็นที่ต้องการในการทดลองทางการแพทย์   ความเป็นไปได้ที่จะมีสัตว์ฟันแทะซึ่งมีพันธุกรรมเหมือนกันแด๊ะอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นสร้างผลกระทบต่อวงการแพทย์ไม่น้อยเลยทีเดียว   หลังจากการกำเนิดของคูมูลิน่า   การโคลนนิ่งหนูนั้นก็ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น   โดยการศึกษาในปี 2007 ได้ค้นพบเทคนิคที่จะทำให้การโคลนนิ่งมีอัตราการประสบความสำเร็จเกือบ 5 เท่าของอัตราการโคลนนิ่งดั้งเดิม   95% ของสัตว์ที่ถูกใช้ในการค้นคว้านั้นก็คือหนู (mice), หนู (rat), และนก   ซึ่งจำนวนนี้ก็คือหนูโคลนตัวเล็กๆเป็นพันๆ   ถึงแม้ว่าจำนวนหนูโคลนนั้นจะไม่เป็นทางการและทางแล็ปก็ไม่ได้ถูกกำหนดให้รายงานจำนวนสัตว์ที่พวกเขาโคลน (หรือใช้)    นักวิทยาศาสตร์นั้นก็จะใช้เทคนิคการโคลนนิ่งเพื่อการศึกษาอย่างแน่นอน   ถึงแม้ว่าข่าวนี้จะทำให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการทดลองในสัตว์   มันก็ทำให้เจ้าสัตว์ตัวเล็กๆนี้เป็นที่ 1 ในสัตว์ที่ถูกโคลนมากที่สุด

 

ที่มา - http://curiosity.discovery.com/topic/genetic-engineering/5-cloned-animals.htm



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 211 : 5 สัตว์ที่โดนโคลนมากที่สุด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9809 , โพส : 0 , Rating : 80% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android