คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!!

ตอนที่ 209 : 10 เรื่องที่คุณเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนูบ้าน


     อัพเดท 26 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : JiPpieZz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JiPpieZz
My.iD: https://my.dek-d.com/JiPpieZz
< Review/Vote > Rating : 98% [ 8 mem(s) ]
This month views : 1,214 Overall : 294,500
684 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 589 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 209 : 10 เรื่องที่คุณเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนูบ้าน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4004 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คนบางคนนั้นอาจจะมีหนูไว้เป็นสัตว์เลี้ยง   แต่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ชอบที่จะมีหนูอยู่ในบ้าน (ไร้ท์เตอร์คนนึงล่ะ)   หนูนั้นทั้งแพร่พันธุ์มากอย่างกะกาฬโรคและนำกาฬโรคมาสู่มนุษย์มาเป็นพันๆปี   หนูที่สร้างความปวดหัวให้คนทั้งโลกอยู่นั้นก็คือ Rattus rattus และ Rattus norvegicus   ถึงแม้ว่าทั้งสองสปีชีส์นี้จะมีชื่อเรียกกันไปมากมาย   ชื่อคนเรียกกันมาที่สุดนั้นก็คือหนูดำและหนูบ้านตามลำดับ   หนูจอมสร้างปัญญหาทั้งสองสปีชีส์นี้มีสีขนและขนาดที่แตกต่างกัน   แต่พวกมันก็เต็มใจที่จะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ได้





10) หนูบ้านสามารถโตได้เท่าๆกับแมว
 

ในบางแห่งของโลกอย่างป่าฝนห่างไกลในปาปัว นิว กินีนั้นมีหนูบางสปีชีส์ที่สามารถโตได้ใหญ่เว่อร์เท่าแมว   ซึ่งเจ้าหนูที่ว่านั้นก็คือ “Bosavi woolly rat ที่ถูกพบในปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วชื่อโบซาวี่   เจ้าหนูตัวนี้ยาว ~82 ซม.และหนักมากกว่า 1.5 กก.   นอกจากนี้   ในปี 2009 ในรัฐฟลอริด้า   หนูขนาดใหญ่เว่อร์อีกตัวก็ถูกจับได้   แต่อย่างไรก็ตาม   มันก็ไม่ได้มีขนาดเท่าแมวเพราะมันหนักมากกว่า 1.5 กก.เล็กน้อยเท่านั้น   แล้วอีกอย่าง   เจ้าหนูที่ถูกจับได้นั้นก็ไม่ได้เป็นหนูบ้านที่เราพบทั่วไปแต่เป็นหนูยักษ์ชื่อ “Gambian pouched rat (Cricetomys gambianus)” ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและไม่ได้อยู่ในสกุลเดียวกับหนูบ้าน   หนูบ้านสองสปีชีส์ที่เราพบได้ทั่วไป Rattus rattus และ Rattus norvegicus นั้นหนักประมาณ 0.5-1 กก. ในขณะที่แมวนั้นหนักได้ถึง 3.5-4.5 กก.   ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นอะไรที่มากพอควรเลยทีเดียว    

http://en.wikipedia.org/wiki/Gambian_Pouch_Rat

http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1921586,00.html




9) แมวสามารถควบคุมประชากรหนูได้
 

เพราะความจริงที่ว่าแมวนั้นมีขนาดใหญ่กว่าหนู   มันก็อาจจะเป็นเรื่องหมูๆสำหรับแมวในการควบคุมประชากรหนูบ้าน   ถึงแม้ว่าเจ้าแมวจะคาบหนูมาเป็นของฝากน่าขยะแขยงให้คุณบางครั้งก็ตาม   มันก็ไม่สามารถควบคุมประชากรหนูบ้านได้อยู่หมัดเพราะหนูบ้านนั้นขยายพันธุ์ได้เร็วกว่ามากและพวกมันก็มักจะหลบหนีแมวเข้าไปอยู่ในที่แคบๆที่แมวไม่สามารถมุดเข้าไปได้   นอกจากนั้น   หนูบ้านตัวโตเต็มวัยที่มีสุขภาพดีนั้นมักจะมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับแมว   และตัวแมวเองนั้นก็มีความสนใจและความสามารถในการล่าหนูที่ไม่เท่ากัน   เพราะฉะนั้น   เราจึงสามารถสรุปได้ว่าแมวไม่สามารถควบคุมประชากรหนูในบ้านคุณได้   นอกจากนั้น   การที่คุณวางชามอาหารและน้ำของแมวทั้งไว้นั้นคือการดึงดูดหนูจากที่อื่นๆมารวมตัวกันในบ้านคุณมากขึ้น





8) ประชากรหนูนั้นมีจำนวนมาก/น้อยขึ้นอยู่กับขนาดของเมืองหลวง
 

ตำนานเกี่ยวสัตว์ฟันแทะส่วนใหญ่นั้นมักจะโฟกัสไปที่จำนวนของหนูที่มีอยู่ต่อเมืองหลวงในแต่ละประเทศ   ซึ่งจำนวนนนี้ก็มักะใกล้เคียงกับประชากรมนุษย์ที่อาศัยในเมืองๆนั้น   แต่อย่างไรก็ตาม   ตำนานนี้เป็นเรื่องไม่มีมูลที่มีต้นกำเนิดมาจากการศึกษาที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุในต้นศตวรรษที่ 19 ที่คาดคะเนจำนวนประชากรหนูในประเทศอังกฤษว่ามีประมาณ 40 ล้านตัว   หรือ 1 เอเคอร์ต่อตัว   เพราะในขณะนั้นจำนวนประชากรคนอังกฤษมีประมาณ 40 ล้านคนเท่าๆกัน   ผู้คนจึงได้ส่งผ่านตำนานที่ว่าประชากรหนูในแต่ละเมืองนั้นมีจำนวนเท่ากับประชากรมนุษย์ในเมืองนั้นๆมาเรื่อยๆ   แต่ในความจริง   จำนวนประชากรหนูนั้นมักจะต่ำกว่าจำนวนประชากรมนุษย์โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่แต่ละที่




7) ชีสเป็นเหยื่อล่อหนูชั้นยอด
 

คนหลายคนนั้นมักจะคิดว่าชีสเป็นเหยื่อล่อหนูชั้นเยี่ยม   แต่ในความจริงนั้น   ยังมีอาหารอื่นๆอีกเยอะที่ล่อหนูได้ดีกว่า   ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้มักจะแนะนำให้ใช้เนยถั่วบวกกับเนื้อ, ช๊อกโกแลตหรือผลไม้แห้งล่อหนู   นอกจากนี้   คุณก็สามารถใช้สำลีในการดักหนูได้เหมือนกันเพราะหนูตัวเมียนั้นอาจจะพยายามขโมยเจ้าสิ่งนี้ไปทำรัง   กับดักหนูนั้นสำควรที่จะวางไว้ใกล้ๆผนังบ้านในที่ๆไม่ค่อยมีคนเดินผ่านหรือในที่มืดๆซึ่งหนูเคยเดินผ่าน   ส่วนการดักหนูให้สำเร็จนั้นสามารถเริ่มต้นได้โดยให้เหยื่อฟรีๆก่อนเพราะเมื่อหนูเจอที่หาอาหารที่ใหม่   มันจะกลับมาอีกรอบและเมื่อมันกลับมาอีกรอบนั้น   คุณก็จะจับเจ้านี้ได้อย่างง่ายดาย




6) เมื่อคุณจับหนูได้แล้วเรื่องก็จบ
 

คนเรานั้นมักจะประมาทในการคาดคะเนจำนวนหนูที่มีอยู่ในบ้านและไม่วางกับดักให้เพียงพอ   การกำจัดหนูออกจากบ้านให้ได้ผลนั้นควรจะถูกกระทำด้วยความระมัดระวังและคุณควรจะเรียกนักกำจัดสัตว์รบกวนมาช่วย   นอกจากนี้   การกำจัดหนูนั้นก็ควรจะถูกกระทำนานติดต่อกันช่วงระยะหนึ่ง   หลังจากนั้น   คุณก็ควรจะป้องกันที่อื่นๆที่หนูสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้อีกด้วยโดยการปิดรอยแยกทั้งจากข้างในและข้างนอกเพื่อที่หนูฝูงใหม่จะได้ไม่มุดเข้ามาหลังจากที่ฝูงเก่าโดนกำจัดไป




5) หนูเป็นสัญญาณของความสกปรก
 

หนูนั้นเป็นสัตว์ที่ชอบฉวยโอกาศมาก   เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าที่สกปรกที่เรารู้จักกันอย่างถังขยะมักจะดึงดูดหนู   พื้นที่สะอาดๆก็สามารถดึงดูดเจ้าหนูได้เหมือนกัน   หนูนั้นจะกินอาหารนก, อาหารสัตว์เลี้ยง, เมล็ดพืช, เนื้อ, ผลไม้, ผักหรืออะไรก็ตามที่มันสามารถเอื้อมอุ้งเท้าเล็กๆนั้นไปถึง (หรืออะไรก็ตามที่มันสามารถฉกฉวยมาได้)   หลังจากที่หนูได้เลือกพื้นที่ๆหนึ่งเป็นบ้านแล้ว   สถานการณ์นั้นก็จะกลายเป็นอะไรที่สกปรกไปโดยทันทีเพราะหนูนั้นสามารถส่งผ่านโรคเป็นโหลให้แก้สปีชีส์อื่นๆทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยผ่านทางหมัดหรือไรที่ติดเชื้อ




4) หนูที่โผล่มาในตอนกลางวันนั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
 

ถึงแม้ว่าบางคนนั้นอาจจะพูดว่าการเจอหนูในบ้านไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนก็ตามก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีทั้งนั้น   มันก็เป็นแค่ตำนานอีกเหมือนกันที่ว่าการเห็นหนูในตอนกลางวันนั้นเป็นสัญญาณว่าบ้านคุณโดนหนูรุกรานในขั้นวิกฤต   หนูนั้นปรกติแล้วเป็นสัตว์หากินกลางคืนแต่มันก็จะนอนเป็นเวลาไม่นาน   นอกจากนั้น   หนูก็ยังสังเกตได้ง่ายกว่าในเวลากลางวัน   หนูนั้นจะตื่นตัวมากที่สุดในช่วง 30 นาทีก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและ 30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก   แต่อย่างไรก็ตาม   มันอาจจะเคลื่อนตื่นตัวได้ในช่วงอื่นๆ   โดยเฉพาะในเวลาบ้านที่มีคนอยู่ซึ่งทำให้หนูตื่นตัวมากกว่าในตอนกลางคืน   หนูอาจจะโผล่มาให้เห็นในตอนกลางวันถ้าพื้นที่นั้นปลอดภัยหรือโดนหนูที่มีตำแหน่งสูงกว่าบังคับ   ซึ่งเหตุผลที่สองนี้เป็นเหตุผลที่บ่งบอกว่าคุณควรจะเริ่มการกำจัดหนูได้แล้ว  




3) หนูเป็นพาหะนำโรคเท่านั้น
 

ถึงแม้ว่าว่าหนูนั้นเป็นพานะนำโรคต่างๆซึ่งแพร่กระจายออกไปโดยผ่านทางพาราไซส์    เช่น   หมัดและไรที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ   พวกมันก็ยังนำอันตรายอื่นๆต่อสุขภาพมาฝากด้วย   หนูนั้นสามารถแพร่กระจายโรคร้ายแรงสู่คนได้โดยการกัด, การทำให้อาหารและน้ำปนเปื้อนไปกับเชื้อโรคที่มาจากขน   ปัสสาวะและของเสียของมัน   อาหารที่โดยปนเปื้อนและร่องรอยของหนูนั้นควรจะถูกนำไปทิ้งด้วยความระมัดระวังทันทีที่เห็น




2) ฉี่หนูเป็นพิษ
 

ปัสสาวะหนูส่วนใหญ่นั้นไม่เป็นพิษถึงแม้ว่ากลิ่นนั้นจะไม่ชวนให้ลองชิมก็ตาม   แต่ปัสสาวะที่เป็นพิษนั้นก็คือปัสสาวะที่มาจากหนูที่ติดเชื้อ   ปัสสาวะ, อุจจาระและของเหลวอื่นๆที่มาจากหนูติดเชื้อนั้นสามารถส่งผ่านโรคร้ายจากหนูสู่คนได้   ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ๆมีหนูอยู่แล้ว   คุณก็ควรจะระมัดระวังตัวเอง   คอยทำความสะอาดร่างกายอยู่เสมอและทำความสะอาดสิ่งของที่โดนหนูสัมผัสด้วยยาฆ่าเชื้อ




1) หนูไม่มีกระเพาะปัสสาวะ
 

หนูปัสสาวะบ่อยเพราะพวกมันสื่อสารกันและกันด้วยการทำรอยกลิ่น   ซึ่งกลิ่นนี้อาจจะเป็นเครื่องชี้บอกอาณาเขต, เป็นการบอกหนูอื่นๆว่าเมื่อไหร่ที่มันจะติดสัด, หรือบ่งบอกพื้นที่ๆปลอดภัยในการหาอาหาร   ถึงแม้ว่าการปัสสาวะไม่หยุดของหนูนั้นดูน่าขยะแขยง   คุณก็สามารถฝึกให้หนูเลี้ยงของคุณเองปัสสาวะเป็นเวลาได้   ถึงแม้ว่าการฝึกหนูให้ปัสสาวะเป็นเวลาและเป็นที่เป็นทางนั้นอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ 100%   มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดกลิ่นและเรื่องปวดหัวของคุณไปได้

 

ที่มา - http://animal.discovery.com/tv/rat-busters-nyc/top-10-rat-myths-08.html


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัตว์โลกน่ารัก น่ากลัว น่าเหลือเชื่อ!!! ตอนที่ 209 : 10 เรื่องที่คุณเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนูบ้าน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4004 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android