[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 15 : Chapter 13 : Make me Melt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    8 ต.ค. 59




Chapter 13 : Make me Melt




 

ถ้าไอติมละลายยามสัมผัสอากาศภายนอกตู้เย็น

นั่นหมายความว่าคุณไอติมกำลังเขินหรือเปล่านะ?





 

วันนี้อากาศดีแฮะ




จองยอนลอบคิดในใจขณะมองบรรยากาศภายนอกร้านผ่านกระจกใสอย่างเหม่อลอย ช่วงเวลายามสายเช่นนี้ยังพอเห็นผู้คนเดินกันประปรายตามทางเดินบ้างก็เดินคนเดียว บ้างก็เดินเป็นกลุ่ม บางคนลากขาเอื่อยรับอากาศ บางคนเร่งรีบหน้าตาตื่นประหนึ่งสวมวิญญาณนักวิ่งโอลิมปิค มีตั้งแต่คนใส่ชุดธรรมดา ๆ ยันดูภูมิฐานอย่างพวกพนักงานบริษัท




อย่าเข้าใจผิดเชียวเธอไม่ใช่พวกโรคจิตประเภทที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นอะไรเทือกนั้น มันเป็นแค่ความสนุกอย่างหนึ่งที่ได้นั่งมองผู้คน แล้วจินตนาการต่อว่าจุดหมายปลายทางของเขาอยู่ที่ไหน




บางทีมันอาจเป็นผลกระทบจากการทำงานที่นี่ล่ะมั้ง



ช่วงเปิดร้านแรก ๆ ก็นั่งว่างได้แบบนี้แหล่ะ



แต่พอถึงช่วงเที่ยงเมื่อไร เธอจะยุ่งกับมวลมหาประชาลูกค้าที่ถาโถมเข้ามาต่อเนื่อง และถึงจุดพีคสุดอีกครั้งตอนเย็นเชื่อเถอะว่ามันจะวุ่นวายมากเสียจนเธอแทบไม่มีเวลาหายใจเลย




“จองยอนอา อ้ามมม”




“ห๊ะ” คนผมสั้นสะดุ้งโหยง รีบเหลียวมองตามทิศทางของเสียงก็พบตะเกียบคีบชิ้นอาหารถึงสีสันสดใสไปหน่อยแต่ก็น่าจะเป็นอาหารบางอย่างจ่อตรงหน้า “เดี๋ยว ๆ นี่คืออะไรเนี่ย”



ผู้มาใหม่ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่าย



“สุดยอดความภาคภูมิใจของฉัน นาบงหมายเลขยี่



“ยี่สิบเอ็ด” จองยอนต่อประโยคได้โดยอัตโนมัติ ตามประสาคนมีบุญได้ลิ้มรสเมนูนาบงก่อนใครทุกครั้งตั้งแต่หมายเลขหนึ่งยังไม่นับรุ่นปรับปรุงหนึ่งจุดหนึ่ง สองจุดหนึ่งและอีกมากมายตามความขยันของเจ้าของสูตร “เอ้า จุดเด่นของเมนูคราวนี้คืออะไรคะเชฟอิม”




นายอนวางตะเกียบคืนจานและเริ่มต้นการสาธยายซึ่งเท้าความไปถึงจุดเริ่มต้นของไอเดียซึ่งจองยอนต้องยอมรับเลยว่าเข้าหูบ้าง ไม่เข้าหูบ้าง หากเธอเลือกจะนั่งเฉย ๆ พยักหน้า เออออตามกับทุกถ้อยคำ




เวลาเพื่อนของเธอตั้งใจอธิบายอะไรแบบนั้นมันโคตรน่ารักเลย




“เป็นไงบ้าง” นายอนถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หลังจากส่งหมายเลขยี่สิบเอ็ดอันแสนภูมิใจเข้าสู่ปากหนูทดลอง เอ๊ย เพื่อนสนิทผู้ไว้วางใจได้ซึ่งตีหน้าเรียบเฉยจนยากจะคาดเดา และไม่ยอมอ้าปากเลยกระทั่งกลืนมวลอาหารทั้งหมดลงคอ



“ฉันบอกไม่ถูกเลยว่ารสชาติมันเป็นยังไง”



อห นี่เป็นคำสุภาพของ ไม่อร่อย หรือเปล่า




“งั้นเหรอ” รอยยิ้มสดใสหายวับทันตา เมื่อความมั่นใจถูกทำลายลงอีกครั้ง เธอก็ก้มหน้าลงแล้วเอานิ้วจิ้มโต๊ะบ่นงึมงำอย่างสิ้นหวัง



อุตส่าห์คิดว่าคราวนี้จะแก้หน้าได้แล้วเชียว




“ไม่เห็นต้องเครียดเลยเมนูปกติทั่ว ๆ ไปเธอก็ทำอร่อยดีออก ทำไมต้องยึดติดกับสูตรใหม่พวกนั้นด้วย”




“ฉันแค่อยากท้าทายตัวเอง” พูดทั้งที่ยังก้มหน้า “มันน่าสนุกดีนะที่ได้ลองครีเอตเมนูใหม่ ๆ ไม่เหมือนใคร แบบที่คนทั่วไปไม่คิดว่าจะมีแบบนี้ในโลกและก็อร่อยด้วยแต่สงสัยว่าฉันจะครีเอตเกินไปหน่อยมั้ง มันถึงออกมาแย่ทุกที” ท้ายประโยคน้ำเสียงหม่นลงอีกหน่อยพาลให้ใจคนฟังอ่อนยวบตามไปด้วย



หากจองยอนปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเธอแอบอมยิ้มเอ็นดูให้กับความตั้งใจของเพื่อนสาวฟันกระต่าย



“ไม่หรอกน่า”



“...”




“อย่างนาบงหมายเลขเก้าจุดสองเมื่อวันก่อนมันก็อร่อยดี”



ถ้าคิดในมุมมองของเธอหรืออาจจะรวมถึงคนทั่วไปด้วย โดนวิจารณ์บ่อยขนาดนี้คงยอมแพ้ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ แล้วแต่ไม่ใช่สำหรับนายอนที่ยังคงยืนหยัดตั้งใจครีเอต ปรับปรุงสูตรของตัวเองตลอดเวลา



แล้วแบบนี้ใครจะทนใจร้ายทำลายความพยายามของเจ้าหล่อนได้ล่ะ




“อยากทำอะไรก็ทำ ตราบใดที่คุณจอนไม่ว่าและถ้าครัวไม่ระเบิดก่อนอ่ะนะ”




“ย๊า! ยูจองยอน” นายอนเงยหน้าขึ้นทันที ไม่ว่าเปล่ายังแถมด้วยฝ่ามือหนัก ๆ ฟาดเข้าเต็มไหล่จนแทบร้าวกระนั้นผู้ถูกกระทำก็หาได้แคร์ไม่ มิหนำซ้ำยังมีหน้ามาหัวเราะลั่นใส่กันอีก “ตกลงจะปลอบใจหรือจะแซะกันแน่”




ถามไปงั้นเอง



เพราะลึก ๆ ลงข้างในใจแล้วเธอก็รู้ดีว่าต่อให้จองยอนบ่นนั่นบ่นนี่เป็นยายแก่สักเท่าไร



สุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ช่วยชิมอาหารของเธอจนหมดครบทุกครั้งอยู่ดี



ครั้งนี้ก็เหมือนกัน




“สวัสดียามสาย!” แล้วทุกความคิดก็ต้องสะดุดเมื่อได้ยินเสียงสดใสพร้อมประตูร้านที่ถูกผลักเข้ามา เผยให้เห็นร่างสมส่วนของสาวญี่ปุ่นอันคุ้นเคย หล่อนหันซ้ายหันขวามองสภาพร้านที่ปราศจากลูกค้าแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย




“ฉันมาเร็วไปเหรอ ร้านยังไม่เปิดเหรอ”



“เปิดแล้ว” นายอนรีบผุดลุกขึ้นไปต้อนรับลูกค้า “ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยล่ะ”



โมโมะมองนาฬิกาของร้าน



“สิบเอ็ดโมงก็ไม่ค่อยเช้านะพี่”



โอ้ย ซื่อเหลือเกินแม่คุณ



“ฉันหมายถึง” นิ่งไปครู่หนึ่งระหว่างค้นสมองนึกคำพูดให้คนตรงหน้าเข้าใจ “ทำไมมาเร็วกว่าปกติ”




“วันนี้อาจารย์ปล่อยเร็วฉันไม่มีอะไรทำเลยแวะมานั่งเล่นที่นี่ก่อน อุตส่าห์ออกมาเรียนทั้งที ยังนั่งตากแอร์คณะไม่คุ้มค่ารถเลย” เนื้อประโยคคล้ายจะบ่น หากสีหน้าแช่มชื่นประหนึ่งถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง



คาบเช้าก็ปล่อยเร็ว คาบบ่ายก็โดนยกเลิกเพราะอาจารย์ยุ่งกับงานสถาปนาคณะซึ่งจัดขึ้นในวันนี้



ชีวิตดี๊ย์ดีย์




ด้วยความสัตย์จริงตอนแรกเธอแอบเคว้งคว้างเป็นขอนไม้กลางมหาสมุทรอยู่นิดหน่อยเพราะโดนซานะทิ้งไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนวิชาโทตอนบ่าย ส่วนมินะยิ่งไม่ต้องพูดถึง พออาจารย์ปล่อยปุ๊บก็รีบวิ่งไปเตรียมตัวที่หอประชุมสำหรับการแสดงตอนเย็นทันที



ถามว่าในฐานะเพื่อนสนิทเธอจะไปให้กำลังใจมั้ย?ตอบได้เลยว่าไม่



          ถึงจะคบหากันมานาน แต่พวกเธอก็ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนประเภทที่เวลาใครมีงานอะไรจะต้องตามไปให้กำลังใจทุกครั้งและต่อให้คราวนี้เป็นงานที่เลิกช้าค่อนไปทางดึกสักเท่าไร เธอก็ไม่ห่วงหรอกว่ามินะจะเดินทางกลับได้โดยปลอดภัยหรือเปล่า




            ก็เพื่อนคนเก่งของเธอโม้ตลอดคาบเช้าเลยว่าจะมีเด็กรอกลับด้วยกันหลังจบงาน




 

---------------------------------------------------------------------------------

 




“จะไม่ไปฉลองด้วยกันจริง ๆ เหรอมินาริ” จีฮโยถามก่อนที่พวกเธอจะแยกทางกัน ด้วยหวังว่าเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย “อาจารย์ปาร์คอุตส่าห์เลี้ยงทั้งที โอกาสนี้ไม่ได้มีง่าย ๆ นะ”




หลังจากผ่านมรสุมชีวิตอย่างยาวนาน ในที่สุดการแสดงละครเวทีครั้งยิ่งใหญ่เนื่องในวันสถาปนาคณะก็เวียนมาถึงและจบลงอย่างสวยงามเพื่อตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของเหล่าทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง อาจารย์ปาร์คผู้เป็นหัวหอกของงานนี้จึงตั้งใจพาทุกคนไปเลี้ยงฉลองปิดท้าย



ด้วยความสัตย์จริงเธอเองก็อยากจะไปร่วมฉลองกับทุกคนอยู่หรอก หากไม่ติดว่า




“โทษทีนะ พอดีว่าเย็นนี้ฉันมีนัดแล้ว” พูดจบก็เหลือบมองร่างเล็ก ๆ ที่กำลังนั่งเอนหลังพิงพนัก แกว่งขาราวกับเด็กประถมบนม้านั่งไม่ไกลจากจุดที่พวกเธออยู่



แชยองไม่ได้เสียเงินซื้อบัตรเข้ามาดูเธอแสดงละครเวทีหรอก



เด็กนั่นก็แค่มานั่งรอเธอข้างนอกตั้งแต่หลังเลิกเรียนเพื่อกลับด้วยกันตามนัด




“นั่นน้องสาวเธอเหรอ”



“ไม่ใช่”



“ฉันเห็นน้องเขานั่งรอตรงนั้นนานมากเลยนะ” ว่าพลางหรี่ตาราวกับกำลังจับผิดผู้ต้องหาคดีร้ายแรง “ถ้าไม่ใช่น้องสาว ทำไมต้องรอเธอนานขนาดนี้ด้วย”




“ก็บอกว่าไม่ใช่น้องสาว” มินะยืนยันพลางยิ้มหวาน ก่อนที่ประโยคถัดมาจะลดระดับความดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน “นั่นน่ะว่าที่แฟนในอนาคต”




เหยดเขร้



ความมั่นหน้านี้




“ร้ายนะเธอ แอบซุ่มกินเด็กก็ไม่บอก” ประธานสาวเบ้ปาก มองบนให้กับความมั่นหน้าออกตัวแรงแซงทุกทางจนน่าแช่งให้แหกโค้งสักทีของเพื่อนที่เธอเคยหลงนึกผิดว่าเรียบร้อยดุจผ้าพับไว้



มิน่าล่ะ เธอถึงไม่เคยเห็นมินะเดทกับใครในมหาวิทยาลัยสักที ทั้งที่คนทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ต่างชื่นชมในเสน่ห์ที่เหลือล้น มีคนเข้ามาขายขนมจีบไม่ซ้ำหน้าและก็แห้วกลับไปทุกราย



หลายคนสงสัยและเฝ้าถามตลอดว่าต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบแค่ไหนกันถึงจะครองใจมินะไปได้



วันนี้เธอรู้แล้ว



แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง




หยอกล้อกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่มินะจะขอตัวออกมาเพราะไม่อยากให้แชยองนั่งรอนานกว่านี้ บวกกับความหิวโหยที่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นทั้งที่เวลาปาไปเกือบสองทุ่มแล้ว




เนื่องในโอกาสที่ภาระชีวิตหมดไปอีกหนึ่งอย่าง มินะจึงตัดสินใจชวนแชยองฉลองความสำเร็จด้วยการแวะกินมื้อดึกกันข้างนอกถ้าคุณเดาว่ามันจะเป็นพวกภัตตาคารอาหารหรูหรา ดินเนอร์ใต้แสงเทียนหรือคาเฟ่น่ารัก ๆ บอกเลยว่าผิดทั้งหมด




ก็แค่ร้านอาหารข้างทางย่านกลางคืนธรรมดา ๆ เท่านั้น




“แอ๊วอันอี้อี่เอ็นอังไออ้าง”



ห๊ะ?



มินะขมวดคิ้ว นึกทบทวนประโยคเมื่อครู่ในใจว่าเป็นเพราะเธอหูฝาดหรือมันเป็นภาษาเกาหลีขั้นสูง กระทั่งเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ เต็มปาก



“กินให้หมดก่อนค่อยพูดก็ได้ เดี๋ยวก็สำลักหรอก”



“แค่ก แค่ก”



นั่นไง ไม่ทันขาดคำ



แม้ใจหนึ่งจะนึกสมน้ำหน้า แต่อีกใจก็กลัวว่าแชยองที่ไอหน้าดำหน้าแดงจะสำลักตายก่อนได้เป็นแฟนเธอตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ จึงรีบส่งน้ำให้แล้วย้ายฝั่งไปช่วยลูบหลังจนเสียงไอเริ่มจางลง ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำใสติดหางตาอย่างน่าสงสาร




“เมื่อกี้ฉันถามว่าวันนี้พี่เป็นยังไงบ้าง”



“ก็สนุกดี” มินะย้ายกลับมานั่งที่เดิม และเริ่มเล่าเฉพาะเรื่องน่าสนใจที่เจอในวันนี้ ตั้งแต่ตอนที่โมโมะร้องอวดครวญงอแงเพราะว่างงาน ความวุ่นวายหลังเวที รวมถึงบรรยากาศผ่อนคลายภายหลังแสดงจบจนรุ่นน้องบางคนเผลอร้องไห้ “แล้วเธอล่ะ ตั้งใจเรียนหรือเปล่า”



“อันนี้อร่อยจัง”



เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย



“แชยอง” ปรามเสียงเข้มประหนึ่งคุณแม่ดุลูกสาว



“แน่นอนอยู่แล้ว พี่คิดว่าฉันเป็นคนยังไงกัน” แชยองหัวเราะพลางยักไหล่ ดวงตาพราวระยับ เหยียดรอยยิ้มเป็นเส้นตรงซึ่งดูกวนประสาทมากกว่าน่าเอ็นดู “วันนี้ฉันไม่โดนครูดุ ไม่มีเรื่องกับใครด้วยนะ เก่งมั้ยล่า”



“เก่งมากกกกก” ในเมื่อคนน้องกล้าอวยตัวเองขนาดนี้ คนพี่ก็ให้ท้ายกันไปสิไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้นยีหัวคนฝั่งตรงข้ามอย่างมันเขี้ยวจนผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง



“ทำไมชอบลูบหัวจังเนี่ย ฉันไม่ใช่หมานะ” ทั้งที่ปากว่าแบบนั้น แต่คนอายุน้อยกว่าก็ไม่ได้ขยับหัวหรือปัดมือเธอออกแต่อย่างใด ซึ่งมินะก็ไม่มั่นใจว่าเป็นเพราะแชยองเคยชินกับการโดนลูบหัวบ่อยครั้งแล้ว หรือเป็นเพราะลึก ๆ แล้วก็ชอบกันแน่



ถ้าคิดว่าเป็นอย่างหลัง จะดูเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่านะ




ด้วยเป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้ใช้เวลาด้วยกันยาวนานเหมือนเมื่อก่อน พวกเธอผลัดกันเล่าเรื่องที่แต่ละคนเจอในช่วงหลายที่ผ่านมา วิจารณ์รสชาติอาหารทั้งที่แม่ครัวก็ยืนอยู่ไม่ไกล นินทาหญิงวัยกลางคนแต่งหน้าจัดคนนั้น และอีกหลายหัวข้อซึ่งสุ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คล้ายเพลงที่ถูกแรนด้อม




พวกเธอกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ แน่นอนไม่มีใครรื้อฟื้นถึงเรื่องคืนนั้น เฉกเช่นว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันเคยเกือบจะเกิดอะไรขึ้น




ไม่กล้าถาม เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร



ไม่กล้าถาม เพราะกลัวคำตอบที่ได้รับ



มันคงเป็นตลกร้ายน่าดูหากอีกคนบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด



หรือว่าเธอควรจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง?




“รีบกลับห้องหรือเปล่า” มินะพูดโพล่งอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยภายหลังเดินออกจากร้าน



“ไม่อ่ะ” แชยองส่ายหน้า ตอบโดยที่ไม่เสียเวลาดูนาฬิกาด้วยซ้ำ “ทำไมเหรอ”




“ฉันอยากเดินเล่นก่อน”

 




---------------------------------------------------------------------------------

 

 



“ดึกป่านนี้ยังจะกินไอติมอีก พี่ไม่หนาวบ้างเหรอ”



“แล้วเธอจะสั่งด้วยทำไม”



“ก็กลัวพี่กินคนเดียวแล้วเหงาไง เลยสั่งมากินเป็นเพื่อน” แชยองลอยหน้าลอยตาตอบ ตักเนื้อไอติมในถ้วยพลาสติกเข้าปากคำโต เอนหลังพิงกับพนักม้านั่ง “ส่วนเงินที่พี่จ่ายค่าไอติมเมื่อกี้ก็ถือว่าพี่เลี้ยงฉันเลยละกันเนอะ ขอบคุณค่า”



นังเด็กนี่



            มองค้อนใส่เด็กสาวผมสั้นที่ยังคงเพลิดเพลินกับการกินไอติมฟรียามดึกทั้งหมั่นไส้ทั้งเอ็นดูจนอยากจะหยิกแก้มตุ่ย ๆ นั่นสักที




            ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงที่พวกเธอเดินเล่นด้วยกันตามทาง เริ่มตั้งแต่ย่านการค้าผู้คนพลุกพล่าน ไร้แผน ไร้จุดหมาย แค่เดินไปเรื่อย จวบจนกระทั่งถึงทางเดินเงียบสงบ คนเริ่มบางตา และมีเพียงแสงสลัวจากเสาไฟซึ่งตั้งเรียงรายอยู่เท่านั้น




            สถานที่ ๆ พวกเธอนั่งพักแวะกินไอติมถ้วยในเวลานี้




            แชยองจัดการทุกอย่างเกลี้ยงได้เร็วเหลือเชื่อ เผลอแป๊บเดียวเด็กสาวก็วางถ้วยพลาสติกเปล่าลงบนม้านั่ง ยังไม่โยนทิ้งทันทีแม้ว่าถังขยะจะอยู่ใกล้นิดเดียวขณะที่ในถ้วยของมินะยังเหลืออีกครึ่งค่อน ความกดอากาศเริ่มต่ำ และลมเย็นปะทะผิวจนเริ่มรู้สึกชา




            ถูกของแชยองกินของเย็นตอนนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย



            แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ เธอก็คงไม่มีข้ออ้างให้มานั่งเล่นด้วยกันก่อนกลับ




            “หนาวแล้วใช่มั้ยล่ะ” เสียงเย้าแหย่จากด้านข้างช่วยเรียกสติให้หลุดจากภวังค์ มินะสบตากับเจ้าของเสียงที่ปั้นหน้ายิ้มแฉ่ง ก่อนจะก้มลงและพบว่ามือข้างที่ถือถ้วยไอติมกำลังขึ้นสีแดงระเรื่อจากความเย็น



            อา มิน่าล่ะถึงรู้สึกชาหนึบแปลก ๆ




            หากยังไม่ทันจะได้คิดวิธีแก้ปัญหา ถ้วยในมือก็ถูกดึงลอยออกมา ตอนแรกเธอนึกว่าแชยองจะแย่งไปกินเพื่อรักษามาตรฐานความเป็นเด็กกวนประสาทแต่ผิดคาด เพราะเด็กสาวกลับวางมันลงบนพื้นที่ว่างระหว่างพวกเธอแทน




            “กลัวฉันแย่งหรือไงถึงได้ไม่ยอมวางเนี่ย”



            แล้วดึงมือเย็นเฉียบของเธอไปกุมไว้



            “ชแชยอง”



            “มือพี่เย็นมากเลยอ่ะ”



            แต่แก้มพี่ร้อนมากเลยค่ะตอนนี้



          ร้อนจนเหมือนว่าจะละลายหายไปได้ตอนนี้เลย



            มินะก้มหน้างุด เม้มปากแน่นด้วยหลากหลายความรู้สึกตีกันวุ่นอยู่ตอนนี้ เขิน ตื่นเต้น ดีใจ แปลกใจ? หน้าร้อนผ่าว หัวใจทำงานหนักหนักเกินไปจนเธอนึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียง หากดูเหมือนว่าแชยองจะมัวสนใจแต่ส่งผ่านความอบอุ่นจากฝ่ามือทั้งสอง หวังบรรเทาความหนาวให้มือของเธอซึ่งเย็นเฉียบกว่าเก่า



            “หายหนาวยัง?



            “ยัง” พอมินะส่ายหน้า มืออบอุ่นของแชยองก็ยิ่งกุมแน่นขึ้นจนคนมือเย็นแทบจะเป็นลมอยู่ตรงนั้น เธอยังรู้สึกเขินไม่เป็นตัวของตัวเองทุกครั้งในสถานการณ์แบบนี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอจับมือกันก็ตาม




            บ้าจริงทำไมเพิ่งสังเกตกันนะ



            ไม่ว่าเหตุการณ์ใด แชยองมักเป็นคนที่คว้ามือเธอไปกุมไว้ก่อนเสมอ




            ลอบอมยิ้มบางให้กับความคิดนั้นที่ผุดในหัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเขินเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นสายตาของอีกคนกำลังจ้องมาราวกับว่าแอบมองกันอยู่นานแล้ว



            “พี่กินต่อเหอะ เดี๋ยวมันละลายหมด เสียดายแย่” เฉกเช่นเด็กอนุบาลโดนจับได้ว่าแอบทำความผิด แชยองดึงมือออกอย่างเก้อ ๆ ซุกกลับเข้ากระเป๋าเสื้อนอกด้วยไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนดี แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็ต้องเอามันออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนอายุมากกว่ากำลังจะโยนถ้วยไอติมที่เพิ่งกินหมดทิ้งถังขยะ



            “พี่จะทำอะไร”



            “ทำไมอ่ะ กินหมดแล้วก็ทิ้งไง”



“รู้มั้ยว่าถ้วยพลาสติกแบบนี้เก็บไว้ใช้ใส่ของได้อีกนะ” เป็นอีกครั้งที่แชยองแย่งถ้วยไอติมจากมินะ แล้วหยิบปากกาดำในกระเป๋าขึ้นมาขีดเขียนภาพบางอย่างลงไป ยกยิ้มมุมปากอย่างภูมิใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นโชว์ผลงาน “เอ้า เสร็จละ”




ภาพวาดลายเส้นหยาบ ๆ ทว่าใส่เอกลักษณ์ทางหน้าตาไว้ชัดเจนชนิดที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นใคร



“ฉันเหรอ”



“ก็ต้องเป็นพี่สิฉันจะวาดป้าคนขายไอติมทำไม”



ซนแชยอง วันนี้แกกวนฉันกี่ครั้งแล้ว ตอบ




แต่คนโดนยอกย้อนก็ทำได้เพียงนึกค่อนขอดในใจ ด้วยแชยองยังเหลือความดีความชอบที่ช่วยกุมมือเธอเมื่อครู่ ระหว่างนั้นสายตาก็พลันเหลือบเห็นอีกถ้วยวางอยู่ จึงเอื้อมมือหยิบแล้วแย่งปากกามาวาดภาพบ้าง ซึ่งกินเวลาเล็กน้อยตามประสาคนไม่ค่อยถนัดงานสายนี้



เมื่องานออกมาเป็นที่น่าพอใจแล้วมินะก็ยกมันขึ้นมาให้เจ้าของถ้วยดู



“เป็นไง”



“โหย ไม่เห็นเหมือนเลยอ่ะ” แชยองแกล้งโวยวายอย่างไม่จริงจัง “ตัวจริงฉันสวยกว่าตั้งเยอะ”



จ้า



เอาที่สบายใจเลยจ้า




“ไม่เหมือนเธอก็ต้องเก็บไว้คืนของฉันมาด้วย” แลกเปลี่ยนถ้วยไอติมคืนสู่เจ้าของเสร็จสรรพ มินะก็ลุกขึ้นยืนพลางลอบมองภาพวาดใบหน้าตัวเองพร้อมลายเซ็นต์ชื่อย่อจิตรกรผู้สร้างสรรค์กำกับไว้มุมขวาล่าง ประกายตาสดใสพร้อมรอยยิ้มกว้าง




แชยองวาดรูปบนถ้วยของเธอ



ส่วนเธอวาดรูปบนถ้วยของแชยอง




จะถือว่าเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสเดตครั้งแรกก็แล้วกัน




“แชยอง”



“หืม ว่าไง”



“เราไม่เคยเที่ยวด้วยกันแบบนี้เลยเนอะ”



“ไม่เคยได้ไง ครั้งแรกก็ตอนที่ดูหนังกับเล่นเกมวันนั้นไง”




“ไม่ใช่สิ” มินะส่ายหน้า พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเคย “พี่มินะหมายถึงเราค่ะ”




“อ่านั่นสินะ” แชยองพึมพำเสียงเบาหวิว พยายามเบือนหน้าหวังซ่อนร่องรอยแดงที่ปรากฏบนผิวแก้มใส หากยังแอบปรายหางตาไปทางคนเพิ่งหย่อนระเบิดด้วยคำว่า เรา ที่กำลังยิ้มหวาน คงเพราะพอใจที่ได้เห็นด้านนี้ของเธอ




ก็แค่คำว่า ‘เรา’ เอง



ทำไมต้องเขินด้วยนะ





“แชงแชง”



“...”



“มือพี่มินะเย็นอีกแล้วล่ะ”



“...”



“ขอจับมือตอนเดินกลับนะคะ” ลงท้ายแบบนี้คงเป็นอะไรไม่ได้นอกเสียจากประโยคบอกเล่าหรือแค่แจ้งให้ทราบทำนองนั้น เพราะคนอ้างว่ามือเย็นถือวิสาสะตอบสนองความต้องการของตัวเองตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ




“ไม่เห็นจะเย็นเลย”




ปากบ่นอุบอิบแต่การกระทำช่างสวนทางเหลือเกิน




เพราะแชยองนั่นแหล่ะที่เป็นฝ่ายกระชับมือแน่นยิ่งกว่าเคย




ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สองคน



กับสองมือที่กอบกุมกันตลอดทาง




ถึงจะยังไม่ได้ถามถึง เรื่องวันนั้นก็ไม่เป็นไร




แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้เธอก็มีความสุขมากพอแล้ว




แค่นี้จริง ๆ



 

           

 

******************************************************************************

ว้ายย ทำไมคราวนี้อัพเร็วคะเนี่ย ปกติต้องสองสามสัปดาห์เป็นอย่างต่ำไม่ใช่หรา

/ชิงแซะตัวเองก่อนจะโดนคุณคนอ่านแซว

หลังจบตอนนี้ไปก็ลองไปค้นดูนะคะว่าแชยองเนียนจับมือมินะตอนไหนบ้าง

แต่ครั้งแรกไม่ใช่ที่โรงหนังแน่ ๆ จำได้มั้ยเอ่ย (ถึงเราจะอัพช้าจนหลายคนลืมเนื้อหาไปแล้วก็เถอะ)

ถ้ามีคนตอบถูกถูกไปก็ไม่ได้อะไรค่ะ ไม่มีอะไรจะให้ทั้งนั้ล 555555555555555555555555

ปล.เนื่องในโอกาสที่สงครามจองบัตรคอนจะมาถึง ก็ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีมีชัยนะคะ

ส่วนตัวเราไม่ได้ไปอยู่แล้ว ชะนีสายขี้เกียจอ่ะเนอะ 555555555555555555


#FicSweetest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #384 Mimi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:28

    อ่านแล้วรู้สึกอุ่นมากเลยค่ะตอนนี้

    #384
    0
  2. #223 smokybite (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 13:13
    คนเขียนคะะะ!! หายไปเดือนนึงแล้วค่า มาต่อไวๆเลยค่ะค้างมากลุ้นมาก นานๆทีจะเจอฟิคคู่ชิปที่อ่านแล้วยิ้มกล้างปากจะฉีกถึงหูขนาดนี้ กลัวคนข้างๆจะด่ามากว่าอีนี่บ้านึเปล่า 5555 คิดภาพตัวเองถ้าต้องจีบคนนิสัยแบบแชยองนี่คงไม่รอดอ่ะ 55
    #223
    0
  3. #221 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 03:02
    ชอบเวลามินะแทนตัวเองว่าพี่มินะ น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกมากกกกกกกกก55555555คาแรกเตอร์แชงแชงดูเงอะงะงงๆน่ารักน่าเอ็นดูมากเลยค่ะ โอ้ย อยากได้มาอยู่ข้างบ้านแบบนี้สักคน รออ่านตลอดเวลาค่ะ55555รีบมาต่อนะคะ
    #221
    0
  4. #220 minari0324 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 17:46
    มินะคนเจ้าเล่ห์กับว่าที่แฟนในอนาคต ไม่ไหวแล้ว..เขินอ่ะ..แอร๊ยยย >___<

    ปักหลักรอตอนต่อไปล่ะ
    #220
    0
  5. #219 คริคริคริ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 13:23
    เขินมากมายยยย 55555 อัพต่อไวๆนะ คิดถึงงงงง
    #219
    0
  6. #218 Baek_Tae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 23:11
    มินะกล้ามาก...ว่าที่แฟนในอนาคต ถามน้องยัง555555
    #218
    0
  7. #217 TaTRV (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 20:47
    ทูยอนตั๊ลล้ากกกกกกกกกกกกก หมั่นน้องเเชงจิงๆค่ะะะ ปากบ่ตรงกะใจเลยย ชอบเค้าก็บอกเค้าไปปป
    #217
    0
  8. #216 toto-ru (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 20:10
    โอ้ยยยยยยย พี่มินะมั่นหน้ามากกกกก แหม แฟนในอนาคตเลยนะ ถ่ามน้องเค้ายั้ง 55555
    ช่วงนี้มิแชงเค้าแอบจับมือกันบ่อย ยิ่งมาอ่านฟิค ยิ่งฟิน เขิล อร้ายยยยยยยย แล้วเมื่อไหร่พี่มินะคนมั้นหน้าจะทำมากกว่าจับมือน้องสักทีละคะ #มีความได้คืบจะเอาศอก 
    สุดท้ายนี้ เรารอไรท์อยู่ที่ท่าน้ำทุกวันเลย สู้ๆนะคะ 
    #216
    0
  9. #215 molerise (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 19:53
    อัพเร็วนะคะ 55555555 เขินอ่ะมิแชงนี่ก็เนียนไปเนียนมาเนียนกันจังโว้ย ชอบค่ะ
    #215
    0
  10. #214 vas (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 13:48
    เขินปนหมั่นไส้ แต่ก็ชอบในความหมั่นหน้าของมินะ ด้วยคำว่าแฟนในอนาคต 55555

    จับตอนแรกใช้ไฟดับรึเปล่า?? ใช้มั้ยหว๋า... สู้ๆนะค่ะ
    #214
    0
  11. #213 Miguri (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 13:13
    ตอนมีดบาดหรือป่าว จับมือครั้งแรก 55555

    >0<
    #213
    0
  12. #212 Mina_Minari (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 11:54
    หมั่นไส้มินาริได้ไหม แม่งโคตรขยันหยอด 555555555555
    #212
    0
  13. #211 JKhun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 06:59
    สำลักกับคำว่า ว่าที่แฟนในอนาคต แหม่ ร้ายนะคะ มั่นด้วย อยากจะถามจะมีใครขี้อ่อยเท่าคนพี่ไหมคะ นี่อ่านไปหมั่นไส้ไปค่ะ แต่ก็นะชอบค่ะ สนุกมาก บางทีก็แอบเขิน ไรท์ก็แต่งเก่งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะะ
    #211
    0
  14. #210 Sw33T1u11aBy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 05:31
    มาดึกไปนะ //ดึกปะ น่าจะนะ
    ยังดีที่โต้รุ่งไม่งั้นลืมอ่านเรื่องนี้แน่ 555555+ ปักรออ่านตอนต่อไปเช่นเดิมครัชชช
    #210
    0