[TWICE] SWEETEST SENTIMENT : MiChaeng

ตอนที่ 14 : Chapter 12 : Face to Face

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    30 ก.ย. 59




Chapter 12 : Face to Face



 


            ตั้งแต่เมื่อไรที่การเจอหน้าใครบางคนกลายเป็นเรื่องยาก

            ตั้งแต่เมื่อไรที่การมองหน้าใครบางคนทำให้รู้สึกไม่เป็นตัวเอง


            ระหว่างเรากลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร





           

 

            ถึงไม่ต้องมีใครบอกทุกคนก็รู้กันดีว่า เมียวอิ มินะ เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างรักความสมบูรณ์แบบ อย่างน้อยเธอก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองออกนอกเคหสถานหรือแบกหน้ามาเรียนด้วยสภาพเหมือนอิเพิ้งโทรม ๆ ลืมความสวยไว้บนห้อง




            กระทั่งวันนี้




            ใบหน้าซีดเซียว ตาลอยและท่าเดินเหนื่อยหน่ายประหนึ่งซอมบี้กลับชาติมาเกิดนั่นดึงดูดสายตาซานะได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เพื่อนสาวก้าวขาเข้าห้องเรียนกระทั่งทิ้งร่างปวกเปียกลงบนเก้าอี้ด้านซ้ายมืออย่างคนหมดสภาพ 




            “หน้าเธอดูซีด ๆ นะ ไหวป่ะเนี่ย” เสียงใสแฝงความกังวลของสาวผมสว่างพาลให้อีกคนที่กำลังนั่งเคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์เงยหน้าขึ้นมาด้วย โมโมะเลิกคิ้วแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นอันที่จริงไม่เคยคาดคิดด้วยซ้ำว่าจะได้เห็นมินะในสภาพนี้




            “ลืมกินข้าวเช้าเหรอมินะ เอาเบอร์เกอร์หน่อยมั้ย”




            มินะยิ้มเนือยพลางส่ายหน้า ขณะที่กำลังจะเปล่งเสียงบอกว่า ไม่เป็นไรคนมีน้ำใจก็เอื้อมมือหยิบห่อแฮมเบอร์เกอร์ยี่ห้อดังจากกระเป๋า แล้ววางบนโต๊ะของเธออย่างยัดเยียด




            “ไม่ต้องเกรงใจน่า ฉันมีสำรองอีกชิ้น”




            “ขอบใจมากนะโมโมะแต่ฉันกินข้าวมาแล้ว” มินะเลื่อนห่อแฮมเบอร์เกอร์คืนสู่เจ้าของ “แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ”



            “อ้อ งานคณะอ่ะเหรอ”



            “อื้อ”




เนื่องจากการแสดงละครเวทีคณะที่วางแผนซุ่มซ้อมกันยาวนานหลายเดือนกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเป็นอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก ยิ่งใกล้ถึงวันแสดงเท่าไร การซ้อมยิ่งจริงจังและดำเนินอย่างหนักหน่วงมากขึ้นเท่านั้น



ทั้งหลังเลิกเรียน และวันหยุดเสาร์อาทิตย์




เธอคงสนุกกับมันอยู่หรอก หากไม่ติดปัญหาว่าชีวิตนักศึกษาปีสามไม่สบายเหมือนครั้งปีหนึ่งปีสองแล้วเมื่อระดับการศึกษาสูงขึ้น ทุกอย่างก็ยิ่งยากเพิ่มไปอีกขั้น หลังจากซ้อมเสร็จเธอยังต้องเจียดเวลาทบทวนบทเรียนควบคู่ไปกับการทำงานที่อาจารย์แต่ละคลาสมอบหมายไว้โดยพร้อมเพรียง ราวกับกลัวว่าเหล่าลูกศิษย์ที่น่ารักจะเฉาตายเพราะไม่มีงานทำ




            “เมื่อวานซ้อมหนักมากเลย กว่าจะถึงหอก็เกือบเที่ยงคืน ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งได้นอนแค่แป๊บเดียวเอง” ระบายความอัดอั้นด้วยน้ำเสียงและท่าทางเหนื่อยหน่ายเสร็จก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ไม่เหลือภาพลักษณ์ใดให้แคร์ทั้งสิ้น




เค้าเหนื่อย เค้าง่วง เค้าอยากนอนง่ะ




            โมโมะกลืนเบอร์เกอร์คำสุดท้ายลงท้อง และเริ่มแกะห่ออีกชิ้นที่เพิ่งถูกมินะปฏิเสธ “ก็ยังอุตส่าห์มาเรียนนะ ซ้อมเหนื่อยขนาดนั้น ถ้าเป็นฉันคงโดดไปแล้ว”




“หมดสภาพขนาดนี้ คงไม่ใช่แค่เหนื่อยนิดหน่อยล่ะมั้ง” ซานะแค่นหัวเราะในลำคอ ยกมือขึ้นลูบหัวน้องเล็กของกลุ่ม “ยังไงก็เหอะอย่าโหมซ้อมหนักจนลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะ ไม่อยากมีเพื่อนไม่สวย”




            “จะพยายามนะ” เพราะมินะยังก้มหน้าแนบแขนกับโต๊ะอยู่ เสียงที่ออกมาจึงอู้อี้ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ แต่ซานะก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาพักอันน้อยนิดของเพื่อนมากกว่านี้จึงหันไปคุยกับโมโมะกระทั่งอาจารย์เข้าห้องและเริ่มการบรรยาย มินะก็กระเด้งตัวขึ้นมา ตบแก้มเรียกสติเบา ๆ สองสามที แล้วคว้าปากกาตั้งใจจดเลคเชอร์อย่างรู้หน้าที่




            หากรับบทเป็นนักศึกษาดีเด่นได้ไม่ถึงครึ่งคาบ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างสมุดก็สว่างวาบ ส่งสัญญาณแจ้งเตือนข้อความเข้าใหม่ให้เธอนึกแปลกใจว่าใครกันที่ทักแชทเวลานี้




 

GodJihyo

เฮ้ มินาริ     10:37

เมื่อวานซ้อมเป็นไงบ้าง     10:37


           


            จีฮโย?

 


MINA

10:38     ทุกคนก็ตั้งใจดี ไม่มีปัญหา

10:39     มีอะไรหรือเปล่า



 

            รีบเข้าประเด็นทันทีด้วยรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าไม่ใช่คนประเภทชอบทักพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่น่าจะเป็นเวลาเรียนเช่นนี้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ ภาวนาไม่ให้จีฮโยแจ้งข่าวร้ายหรืออะไรก็ตามที่จะบั่นทอนจิตใจ เช่น ใกล้ถึงวันจริงแล้ว วันนี้ขอซ้อมถึงห้าทุ่มอีกนะ ทำนองนั้น



            แค่คิดก็อยากจะร้องไห้แล้ว



 

GodJihyo

เรื่องที่เธอเคยขอให้ฉันช่วยตามให้ไง     10:41

งานนิทรรศการประจำปีของพวกเอกฟิล์ม     10:41

ที่น้องสาวเธออยากได้อ่ะ     10:41

ฉันได้บัตรมาละนะ     10:42

 



            มินะขมวดคิ้ว นึกทบทวนความทรงจำว่าตัวเองเคยมีน้องสาวหรืออยากเข้าร่วมงานนิทรรศการของเอกข้างเคียงที่ทุกคนต่างร่ำลือกันว่าหาบัตรยากเสียยิ่งกว่าจองคอนเสิร์ตตั้งแต่เมื่อไรก่อนที่เครื่องหน้าสวยคมของเด็กสาวไต้หวันจะค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในหัว



อ้อ เกือบลืมไปเลยแฮะ



มันเป็นหนึ่งในข้อตกลงระหว่างเธอกับจื่อวีนี่นา



 

MINA

10:43     ขอบใจนะ

10:43     น้องสาวฉันต้องดีใจมากแน่ ๆ

 



GodJihyo

เดี๋ยวเย็นนี้ฉันแวะเอาไปให้ที่ห้องซ้อมนะ     10:44

เจอกันนน     10:44

 




            เมื่อแน่ใจว่าบทสนทนาจะจบลงตรงนี้ คนมีน้องสาวเฉพาะกิจก็ลอบถอนหายใจแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ เลื่อนนิ้วหาประวัติการแชทกับจื่อวีซึ่งถูกแชทของคนอื่นเบียดจนตกไปไกล



            ที่น่าตลกคือแชทจื่อวียังไม่ไกลเท่าของแชยอง




            เด็กนิสัยไม่ดีที่บ่นหงุงหงิงงอแงเป็นลูกแมวอดกินขนมตอนช่วงแรกที่เธอบอกว่าจะไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยเพราะต้องซ้อมหนัก ไม่มีเวลาเลิกซ้อมที่แน่นอนแต่ก็ไม่เคยทักแชทหรือโทรมาหากันก่อนบ้างเลย




            ขนาดแค่ทักง่าย ๆ ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่สะดวกสบายที่สุดในโลกยังไม่เคย ฉะนั้นไม่ต้องคาดหวังเลยว่าจะโผล่สักเสี้ยวหน้าให้เห็น ทั้งที่ห้องก็อยู่ข้างกัน ห่างเพียงหนึ่งผนังปูนกั้นเอง



            คดีเก่ายังไม่ได้สะสางเลยนะ




          ถามว่ายังเคืองเรื่องที่แชยองเอาตุ๊กตาให้โซมีต่อหน้ามั้ย? ก็ยอมรับว่านิดนึง เธอแค่เลือกปล่อยมันไปแล้วแสร้งทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น พยายามพร่ำบอกตัวเองว่ากะอีแค่ปัญหาเล็กน้อยพรรค์นั้นหรือจะบั่นทอนจิตใจกันได้




            โชคดีที่ช่วงนี้เธอกำลังเหนื่อยกับการซ้อม ยุ่งกับภารกิจหลายอย่างจนลืมคิดถึงเรื่องเล็กน้อยพรรค์นั้นอีกไม่นานมันคงโดนเรื่องอื่นทับหายไปตามกาลเวลา หวังว่านะ




             ถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง ละสายตาจากชื่อคนที่ไม่มีวันทักกัน ก่อนจะกดส่งข้อความถึงน้องสาวผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน แม้รู้ว่าเวลานี้ฝั่งมัธยมคงกำลังเรียนอยู่ไม่ต่างกันก็ตาม




แค่แจ้งข่าวทิ้งไว้คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง




 

MINA

10:47     จื่อวี

10:48     เพื่อนฉันตามเรื่องบัตรนิทรรศการอะไรนั่นได้แล้วนะ

           



            กดส่งเสร็จก็เป็นอันหมดธุระ เธอตั้งใจจะเก็บโทรศัพท์แล้วหันไปทุ่มเทสมาธิกับการเรียนต่อ โดยไม่ทันคาดคิดว่าแชทที่เพิ่งส่ง จะถูกอ่านและตอบกลับภายในระยะเวลาไม่ถึงนาที

 



Baby-Tzuyu

เย้     10:48

ขอบคุณ     10:48

 



            สัมผัสได้ถึงความร่าเริงแบบสุด ๆ ผ่านตัวอักษรมากเลยจ้ะ



 

MINA

10:48     ทำไมตอบเร็วจัง ไม่มีเรียนเหรอ

 



Baby-Tzuyu

วิชาน่าเบื่อ     10:49

 



MINA

10:50     แล้ว

10:50     เป็นยังไงบ้าง

 




            คงไม่ต้องขยายความเพิ่มเติมให้เสียเวลาว่าประโยคคำถามข้างต้นนั้นหมายถึงใครในเมื่อมันเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเธอสองคนต้องแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเช่นนี้




            จื่อวีรักงานด้านการถ่ายภาพ วาดความฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็กว่าเมื่อโตขึ้นจะต้องเข้าศึกษาต่อด้านนี้โดยตรงในระดับมหาวิทยาลัยให้ได้พอทราบว่าเธอเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของคณะที่เล็งไว้ แม้จะต่างสาขาวิชา แต่เด็กสาวก็เลือกหยิบมันขึ้นมาเป็นข้อต่อรองอย่างไม่ลังเล



            รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน หลักสูตร และกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะ รวมถึงโอกาสในการเข้าชมงานอย่างนิทรรศการประจำปีที่เหล่านักศึกษาเอกฟิล์มจัดขึ้นประชันฝีมือ ซึ่งร่ำลือว่าหาบัตรยากมาแต่ไหนแต่ไร




            แลกกับเรื่องทุกอย่างของแชยองที่เธออยากรู้ ตราบเท่าที่จื่อวีจะสืบหาคำตอบได้



            นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรู้เรื่องที่โซมีชวนแชยองไปดูหนังเมื่อหลายวันก่อน



            อย่างที่จื่อวีบอกตั้งแต่ตอนแรกนั่นแหล่ะของฟรีไม่มีในโลก



            ก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อดี




 

Baby-Tzuyu

ไม่มีอะไรพิเศษ     10:51



 

MINA

10:51     ขยายความหน่อยได้มั้ย

 



Baby-Tzuyu

ก็ไม่มีอะไรพิเศษ     10:51

ยังโง่ ๆ ซื่อบื้อ ไม่เคยรู้อะไรกับเขาเหมือนเดิม     10:52




           

            มินะเม้มปาก เหลือบตามองอาจารย์ที่เริ่มบรรยายไปไกลหลายหัวข้อแล้วสลับกับหน้าจอแชทที่คับคล้ายคับคลาว่าจะหยุดลงเพียงตรงนี้แหงล่ะ คำตอบกว้าง ๆ จากจื่อวีไม่ช่วยให้เห็นภาพสักเท่าไร เธอจึงจรดปลายนิ้วพิมพ์คำถามเจาะลงรายละเอียดมากกว่านี้



            พอดีกับที่อีกฝ่ายส่งข้อความเพิ่มเติม



 

Baby-Tzuyu

ที่จริงก็มีนิดหน่อย     10:53

ช่วงนี้ดูเหมือนจะเหม่อๆ     10:54

ชอบมองโทรศัพท์ด้วย ไม่รู้เป็นอะไร     10:54       



 

 

---------------------------------------------------------------------------------

 

 



            ถ้าความคิดถึงฆ่าคนให้ตายได้



            แชยองมั่นใจเหลือเกินว่าป่านนี้เธอคงตายวันละหลายรอบ เพราะมัวแต่คิดถึงพี่สาวข้างห้องที่เคยแวะเวียนมากินข้าวเย็นและนั่งเล่นด้วยกันแทบทุกวัน แค่กิจกรรมธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษนั่นแหล่ะ ทำให้มินะแทรกซึมตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอได้โดยไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ




ตลกดีก่อนหน้านี้เธอก็อยู่ของเธอตัวคนเดียวได้สบาย ๆ



            แต่ตอนนี้เธอกำลังจะบ้าตายเพราะความเหงา



            เหงาเพียงเพราะไม่ได้เจอหน้าผู้หญิงคนเดียวติดต่อกันหลายวัน



            ตลกมาก ตลกสุด ๆ




            เธอไม่มีความรู้สึกแบบนี้ให้ใครมานานมากแล้ว



            และก็ไม่รู้ว่าต้องจัดการกับมันอย่างไร




            อันที่จริงทางแก้ปัญหานี้มันก็ง่ายอยู่แต่ไม่ใช่สำหรับมนุษย์ผู้ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แชยองแค่ไม่แน่ใจว่าตอนไหนคือเวลาที่สมควรทักไป ถ้าเช้าเกินจะรบกวนเวลาเรียนมั้ย เวลานี้จะรบกวนการกินข้าวหรือเปล่า เวลานั้นอาจจะรบกวนตอนซ้อม หรือถ้าดึกเกินไปก็อาจรบกวนเวลานอน




            แม้จะหาเวลาที่เหมาะสมได้ คำถามต่อมาคือ ควรทักว่าอะไรดี? เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย กินข้าวหรือยังต้องเป็นประโยคแบบไหนที่เธอจะไม่ดูเป็นเด็กน่ารำคาญ ยุ่มย่ามวุ่นวายกับชีวิตของอีกคนมากเกินไป




            ปกติเธอไม่ใช่คนคิดเยอะ ออกจะค่อนไปทางไม่เคยคิดอะไรด้วยซ้ำแค่ทำสิ่งที่อยากทำตามสัญชาติญาณชั่วครู่ ไม่ได้นึกพิจารณาไตร่ตรองก่อนเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาหรอก เพราะแบบนี้ไงถึงได้โดนคนรอบข้างด่าว่าซื่อบื้อ แล้วก็มีปัญหากับคนอื่นเขาบ่อย ๆ



            พอถึงคราวที่เธอต้องลองคิดอะไรเยอะ ๆ ดูบ้าง



            ทุกอย่างมันเลยยากไปหมด




ประคับประคองความคิดถึงพร้อมกับการพยายามไม่ให้ตัวเองเผลอข้ามเส้นบาง ๆ ที่กั้นระหว่างพวกเธอสองคนเอาไว้สุดท้ายเพราะมัวแต่กลัว เธอเลยทำอะไรไม่ได้สักอย่าง นอกจากนั่งอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้ความกระวนกระวายกัดกินหัวใจทีละนิด



            มันก็แค่



            บ้าเอ๊ย




            ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด พาลให้อารมณ์ทำการบ้านที่ปกติน้อยอยู่แล้วลดลงเหลือศูนย์ แชยองเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มพอดิบพอดี หยิบสมุด กระดาษใบงาน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนทั้งหมดใส่กระเป๋า ไม่แยแสว่ามันจะเป็นระเบียบหรือเปล่า




            นั่งแบบนี้ต่อไปก็ไม่ช่วยอะไรดีไม่ดีอาจสติแตกเผลอฉีกใบงาน นั่นล่ะปัญหาของแท้




ว่าแต่ห้าทุ่มแบบนี้คนห้องข้าง ๆ จะกลับมาหรือยังนะ




แชยองจ้องประตูห้องสลับกับโทรศัพท์มือถือที่กำลังนอนแอ้งแม้งบนเตียงอย่างชั่งใจ




ไม่เอาน่าซนแชยอง ลืมโทรศัพท์กับข้อความงี่เง่านั่นซะ



ของแบบนี้มันจะสู้เจอหน้าจริง ๆ ได้ยังไง



ห้องเป้าหมายก็อยู่ข้างกันนี่เองมันง่ายนิดเดียวแค่เคาะประตู




ก๊อก ก๊อก ก๊อก




รู้สึกตัวอีกที จิตวิญญาณกระวนกระวายก็พากายหยาบมาเคาะเรียกห้องข้าง ๆ อย่างสิ้นสมประดี ยืนนิ่ง ๆ มึน ๆ อยู่ตรงนั้น กะว่าถ้ารออีกหนึ่งนาทีแล้วยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เธอจะถือว่ามินะยังไม่กลับหรืออาจนอนหลับสนิทเพราะเหนื่อยจากการซ้อม




สิ่งเดียวที่ทำได้หลังจากนั้นคือหันหลังกลับเช่นเดียวกับเมื่อวาน



            เอ ยืนรอนานเท่าไรแล้วนะ ลืมจับเวลาซะด้วยสิ



          งั้นรอต่ออีกหน่อยละกัน




            “แชยอง?” ใจกระตุกวูบเมื่อจู่ ๆ แผ่นไม้หนาก็ถูกกระชากออกพร้อมการปรากฏตัวของสาวต่างชาติในชุดลำลอง เรือนผมสีอ่อนยุ่งเหยิงแห้งหมาด ๆ คลอเคลียล้อมผิวนวลเนียนใสไร้เครื่องสำอางที่แม้แฝงด้วยร่องรอยความอิดโรย มินะก็ยังดูสวยในสายตาเธออยู่ดี



            เอ๊ะเดี๋ยวนะ เมื่อกี้




“มีอะไรเหรอ” มินะเลิกคิ้วพร้อมรอยยิ้มกว้างประดับใบหน้า แววตาพราวระยับสดใส




            “...”




            ตอนนั้นเองที่แชยองเพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เตรียมบทพูดคนตัวเล็กหน้าถอดสี ริมฝีปากเม้มปิดแน่นประหนึ่งเด็กเพิ่งโดนผู้ปกครองจับได้ว่ากำลังกระทำความผิด



            เหตุผลที่ดีสำหรับการมายืนเคาะห้องคนอื่นตอนห้าทุ่ม



            “...”



            ถ้าตอบตามตรงว่าคิดถึงไม่อ่ะ คงไม่ดีแน่ ๆ




            “สู้ ๆ นะ”




            “อื้อ ขอบใจ” คนใกล้แสดงละครเวทีในอีกวันไม่กี่วันหลุดหัวเราะเสียงเบาในลำคอถึงถ้อยคำจะฟังดูทื่อ ๆ สมตัวคนพูด หากอย่างน้อยเธอก็ดีใจว่าในที่สุดแชยองก็ยอมเป็นฝ่ายทักหากันก่อนเสียที




            แน่นอนเธอเริ่มรู้สึกถึงความเป็นไปได้ตั้งแต่จื่อวีบอกว่าช่วงนี้แชยองมองโทรศัพท์บ่อยกว่าปกติแล้ว   



แบบนี้พอจะหวังนิด ๆ ได้มั้ยว่าคนตรงหน้าก็คงคิดถึงเธอเหมือนกัน




“จะเข้ามานั่งคุยข้างในก่อนมั้ย”



            “ไม่เป็นไรอ่ะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว พี่รีบพักเหอะ” แชยองค้อมหัว หมุนตัวกลับห้องด้วยไม่อยากรบกวนเวลาพักของมินะมากกว่านี้สำหรับสถานการณ์และเวลาที่จำกัด แค่ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียงกันแม้เพียงเล็กน้อย ให้รู้ว่าคนห้องข้าง ๆ ยังสบายดีก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายขั้นต้นแล้ว




            ก่อนที่ขาทั้งสองจะชะงักกึกกลางทางเพราะได้ยินเสียงแผ่วเบาลอยตามหลัง




            “แต่พี่มินะยังอยากคุยกับแชงแชงต่อนี่นา”




            โหมดเสียงสองทำงาน




            “อีกอย่างผมพี่มินะยังไม่แห้งด้วย” ว่าพลางไล้นิ้วเล่นกับปลายผมชื้น ยกยิ้มมุมปาก “อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนได้มั้ยคะ”




            โอกาสแบบนี้หากันได้ง่าย ๆ เสียเมื่อไร ในเมื่อลูกแมวน้อยมายืนซื่อบื้ออยู่ตรงหน้าทั้งที ถ้าเธอปล่อยไปก็นับว่าโง่เง่าเต็มทน มินะไม่รอคำตอบ ยื่นจับข้อมือแล้วจูงเข้าห้องเป็นการตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะได้อ้าปากปฏิเสธ




            “โห ห้องพี่รกจัง”




            “ก็พี่มินะยุ่งจนไม่มีเวลาเลยนี่คะ” มินะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเล็กหน้าโทรทัศน์ เมื่อแชยองนั่งตามจึงยอมปล่อยมือให้เป็นอิสระอย่างอ้อยอิ่ง “อยากให้บางคนช่วยจัดห้องเหมือนกันติดที่ว่าช่วงนี้คนนั้นเขาไม่ยอมมาหาพี่มินะเลยอ่ะค่ะ”



            “...”



            “ขนาดทักแชทหรือโทรง่าย ๆ ยังไม่เคย ใจร้ายจังเนอะ”



            “...”



            “แชงแชงคิดว่าพี่มินะควรทำยังไงกับเขาดีคะ”




            “ขอโทษ” แชยองรีบแก้ตัวเสียงอ่อย ด้วยเกรงว่าจะโดนหลอกด่ามากกว่านี้ “เห็นพี่บอกว่าซ้อมหนัก ฉันเลยไม่อยากรบกวนไงกลัวพี่จะรำคาญ”




            โถ แล้วพี่มินะเคยรำคาญแชงแชงตั้งแต่เมื่อไรเหรอคะ




            ความคับข้องใจที่ผ่านมาทั้งหมดถูกทำลายลงภายในเสี้ยววินาทีหลังได้ยินคำสารภาพจากปากจำเลยใครจะไปรู้ล่ะว่าเบื้องหลังเหตุผลมันน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้




            จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ต่างคนต่างเงียบ แค่นั่งมองหน้ากันด้วยไม่รู้จะทำอะไรได้ดีมากกว่านี้




            “แชงแชง”



            กระทั่งมินะเอ่ยขึ้น เสียงแผ่วแสดงถึงความลังเล



            “หืม”




“ขอกอดหน่อยได้



ผิดคาดแชยองไม่ได้ถามเหตุผล ไม่ได้แสดงท่าทีอิดออดหรือเขินอายกับคำขอไม่มีที่มาที่ไปแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เด็กสาวกลับเป็นฝ่ายเลื่อนกายเข้ามาใกล้แล้วคว้าตัวคนขอไปกอดทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ




พอเริ่มตั้งสติได้ มินะก็ฟุบหน้าลงบนไหล่ของอีกคน กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อเติมเต็มความรู้สึกทั้งหมดให้คุ้มค่ากับช่วงเวลาที่ห่างหายไปเสียนาน




“หลับแล้วเหรอพี่”




“เปล่า” ตอบเสียงอู้อี้เพราะยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากไหล่ “ขออยู่แบบนี้สักพักนะ”




แชยองลอบอมยิ้มกับตัวเอง ระหว่างยกมือข้างหนึ่งลูบเรือนผมสีอ่อนอย่างเผลอไผลปกติเธอไม่ใช่คนชอบสกินชิพ หลีกเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นทุกกรณี อย่างโซมีที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก ก็เพิ่งได้กอดคอเกาะแขนกันเมื่อราว ๆ สองปีที่แล้วนี้เอง




กระนั้นโซมีก็ยังไม่เคยได้กอดเธอแบบนี้



เธอไม่เคยเริ่มแตะตัวใครก่อน



แต่ทุกเรื่องย่อมมีข้อยกเว้น




และมินะคือข้อยกเว้นสำหรับเธอ




โดยที่เธอไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นผู้หญิงคนนี้




เอียงหน้าพยายามมองข้อยกเว้นของตัวเองที่ยังคงก้มหน้านิ่ง นิ่งเสียจนเธอนึกว่าเจ้าหล่อนคงเผลอหลับเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อมไปแล้วจริง ๆ สมองอันน้อยนิดเริ่มประมวลผลว่าจะแบกคนตัวโตกว่าขึ้นเตียงอย่างไร




แต่เธอคิดผิด




เพราะทันทีที่ขยับกายเพียงเล็กน้อยเพื่อผละอ้อมกอด มินะก็เงยหน้าขึ้น




ดวงตาสองคู่เบิกกว้าง ลมหายใจติดขัดไม่เป็นจังหวะเฉกเช่นเดียวกับอัตราการเต้นของก้อนเนื้อข้างในอกซ้ายเมื่อรู้ว่าใบหน้าพวกเธอใกล้กันขนาดไหนใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่น ใกล้จนเห็นภาพเงาตัวเองสะท้อนข้างในดวงตาของอีกคน



ใกล้จนเธออยากรู้ว่ามันจะยังใกล้กว่านี้ได้อีกมั้ย



แล้วเมื่อถึงตอนนั้นความสัมพันธ์ของเราจะกลายเป็นอย่างไร



ที่แน่ ๆ คือมันจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม



มีระยะห่างเพียงนิดเดียวที่คั่นกลางระหว่างพวกเธอสองคนเอาไว้



และเธอก็ยังไม่พร้อมก้าวข้ามเส้นนั้น




ก่อนที่อะไรมันจะเกินเลยไปมากกว่านี้ แชยองก็เป็นฝ่ายผละตัวออกมาก่อน เบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนความเห่อร้อนบนผิวหน้า เช่นเดียวกับเจ้าของห้องที่ก้มหน้างุดจิกมือแน่นลงบนตักแน่นด้วยไม่รู้จะเอามันไปวางที่ใด




มินะเม้มริมฝีปากแห้งผากเธอคงเป็นนักโกหกชั้นยอดหากกล่าวว่าเมื่อครู่เธอไม่ได้คาดหวังให้มันเกิดอะไรขึ้นมากกว่าจ้องตาในระยะอันตราย ไม่อยากโกหกว่าสติสัมปชัญญะไม่ได้ถูกกระชากจนหมดสิ้นเมื่อลมหายใจอุ่นรดผิวหน้า



ไม่อยากโกหกว่าเธอไม่อยากจรดริมฝีปากทำลายระยะห่างอันน้อยนิดระหว่างเรา




“ฉันว่าพี่คงง่วงแล้วล่ะ” แชยองลุกขึ้นยืน แอบเหลือบสายตามองมินะที่ยังคงก้มหน้างุดอยู่ “ฝะฝันดีนะ”




“อื้อ”




 

น่าเสียดาย




เพราะสุดท้ายแล้วคืนนั้นก็ไม่มีใครข่มตาหลับได้เลยจนถึงเช้า

 




           

           

******************************************************************************


ที่หายไปคือขี้เกียจล้วน ๆ ค่ะ ไม่มีเหตุผลอื่นใดทั้งนั้ล

คุณคนอ่านคิดว่าช่วงสองตอนที่ผ่านมานี้มันออกจะหน่วง ๆ ใช่มั้ยคะ

รู้นะว่าแอบสาปแช่งคนแต่งในใจอยู่ 55555555555555555

งั้นเดี๋ยวเราจะง้อทุกคนด้วยตอนหน้าก็แล้วกันค่ะ

 

#FicSweetest 

หรือควรเปลี่ยนแท็กเป็น #เมื่อไรแชยองจะเลิกเล่นตัว #สงสารมินะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #383 Mimi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:20

    อัยซื่อบื้อเอ้ย อยากเอาสันหนังสือเคาะหัวน้องแชง555

    #383
    0
  2. #209 129s (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 21:14
    รออยู่น่าาาาาาาาา
    #209
    0
  3. #208 osaka okonomiyaki (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 12:44
    กรี๊ดเดดดดวกนก่ดดาดาดสกสดาดาดาดาดาดาดาดา ฮืออออออออออออออ โอ้ยยยยยบยยยเขินนนนนค่ะ เป็นฟิคที่อ่านแล้วรู้สึกดีตลอดเลยค่ะ พยามอ่านให้ช้าที่สุดทีละตัวอักษร ชอบความรู้สึกหน่วงๆน่ารักๆของฟิคนี้ ดีใจมากที่ไรท์อัพ55555อัพบ่อยๆนะคะ
    #208
    0
  4. #206 MYOUI (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:59
    คิดถึงไรต์มาก นึกว่าจะไม่มาต่อส้ะล้ะ แชงแชงเขินมินะใหญ่เลยยย
    #206
    0
  5. #205 aonnuch_zz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:18
    กรี๊ดดดดดดดดคิดถึงเรื่องนี้ มาทีเขินเลยค่ะ โหมดมุ้งมิ้งคือดี ไรท์มาต่อตอนหน้าเร็วๆน้าาาา
    #205
    0
  6. #204 ++Black_Hell++ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:08
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด น้องงงงงกอดดดดดดดมินะด้วยยยยยย ฮื้ออออออ นี่ว่าพัฒนาไปมากแล้วนะคะ อย่าเพิ่งหวังจูบกับน้องเลย 55555555 อดทนก่อนนะมินะ
    ปล. หมั่นไส้โหมดเสียงสองของมินะมาก 555555
    #204
    0
  7. #203 molerise (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 19:39
    แช๊งงงงงง มิน๊าาาา ข่มตากันไม่ลงเลยทีเดียว 55555 ไรท์มาอัพแล้วดีใจมากค่ะ รอตอนต่อไปค่ะะ
    #203
    0
  8. #202 29chaeng (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 18:45
    โอ้ยยยย อัพแล้ววว น้ำตาจิไหลTT
    น้องแชงนี่น่ารักน่าตีจริงๆเลย เด็กซื่อบื้อ!
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ มาต่อไวๆน้า ><
    #202
    0
  9. #201 Miguri (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 18:44
    กอดมาละเว้ยยยยย >< 
    ตอนหน้าจะอะไรหนอออ 5555
    #201
    0
  10. #200 Once-mina- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 14:31
    ไรท์กลับมาเเล้วว เตอนนี้มินัก็มีอิทธิพลกับเเซงแซงมากขึ้น เเละน่าจะมากขึ้นไปอีก

    มินะเปิดโหมดเสียงสองได้ผลเเหะเด็กเดินตามเข้าห้องเฉยเลย แล้วก็น่ะ เด็กมันไม่เข้าใจก็อ่อยขอกอดมันตรงๆซะเลยจบเรื่อง

    ลุ้นตอนต่อไปมาก ทั้งสองคนจะเป็นยังไงขอให้ได้ขอให้โดนด้วยเถอะ
    รอติดตามค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ.....
    #200
    0
  11. #199 vas (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 11:00
    ถึงกับมองใหม่หลายๆรอบว่าอัพจริงหรือฝันไป 555555

    แชงไม่พร้อมพี่เข้าใจ พี่เข้าข้างเพราะ หมั่นไส้โหมดเสียงสองของมินะล้วนๆ

    ถึงตอนนี้จะหน่วงแบบน่ารักก็เถอะ และเราจะรอเขาหวานกันค่ะ 555555
    #199
    0
  12. #198 PleKrasxo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 10:17
    เข้ามาอ่านอีกทีถึงขั้นคิดหนักว่านี่มันฟิคเรื่องอะไร เคยอ่านด้วยหรอ แล้วไปเฟบไว้ทำไม แล้วได้ไปเปิดอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นถึงได้รู้สึกคุ้นๆ 555
    #198
    0
  13. #197 ทาสรักเมียวอิ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 08:48
    จะรอต่อค่ะะะะ 
    //เขินแทนน้องแชงแชง 
    #197
    0
  14. #196 #171717 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 07:53
    อัพเช้ามาก 6โมงกว่า 55555555
    ก็ยังคงหมั่นไส้มินะโหมดเสียงสองอยู่ดีอ่ะค่ะ.. ห้องรกอยากหาคนมาจัดห้องให้ ออกตัวแรงเนอะะ แชยองก็ยังคงเป็นแชยอง แต่ถึงขนาดรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำกับมินะมันดูต่างจากคนอื่นๆ ทั้งการกอด การที่คิดมาก แชยองก็ยัง.... ดูจะกังวลใจ ก็น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายค่ะ55
    #196
    0