[Fic Jujutsu Kaisen/JJK](oc)『Can you guys let me die?!』

ตอนที่ 2 : 『Ex-fxcking-cuse me?!』II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    26 ม.ค. 64

 

ว้าว~เรียนมาได้สองเดือนก็ย้ายไปเรียนวัดซะแล้ว​ วะซั่น

.

.

.

.

.

 

 

ติ๊ดๆ!….ติ๊ดๆ!

 

“อืม~ น่ารำคาญ…..

เสียงนาฬิกาปลุกดังไปทั่วห้องนอนทำให้ร่างของเด็กสาวเจ้าของห้องรู้สึกรำคราญเพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะได้กลับมานอนที่ห้องก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน มือเรียวพยายามเอื้อมแขนที่ปวดร้าวไปปิดมัน เมื่อทำได้สำเร็จเจ้าตัวก็ยกผ้าห่มมาคลุมโปงนอนต่อ เพราะยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากแถมเธอก็ไม่คิดที่จะลุกจากเตียงแสนรักนี้เพราะความขี้เกียจ

แต่เมื่อเธอนอนไปได้สักพัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่ในห้องแห่งนี้นอกจากเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียง ชายผ้าห่มเกิดรอยมือขึ้นราวกับว่ามาคนจำมันเอาไม่แน่นทั้งๆที่ไม่มีมือหรืออะไรมาจับมัน

 

 ฟึบ!​ ติ๊ดๆ!….ติ๊ดๆ! 

 

“โอ้ยยยยยยยย! เจ้ปล่อยให้หนูนอนเถ๊อะ!!”ผ้าห่มที่อยู่ๆก็ถูกกระชากออกไปแม้จะไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากเธอ และเสียงนาฬิกาที่กลับมาปลุกอีกครั้งทั้งที่ปิดไปแล้ว เด็กสาวตวัดตาไปมองผ้าห่มลายต้าวอ้วงก็อตซิล่าสีน้ำเงินของตนที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศทั้งๆที่มันไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น

เพราะมันไม่ใช่ฝีมือของใครนอกจาก‘ผีกระเทย’ที่อยู่ในห้องเธอไง!!

“ไม่ได้! ถึงจะขี้เกียจขนาดไหนก็ต้องตื่น!”

“แต่หนูเหนื่อยนิเจ้! เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว!”

“แล้วใครมันขี้เกียจกลับห้องเพราะไม่อยากเจอไอ้ตุ๊กแกนั่นล่ะยะ! ลุกมาเดี๋ยวนี้เลยนะไปหาอะไรทานแล้วกินยาซะ!!”

“แต่นี่มันตี 5 นะเจ้!!”

ฉันที่ฉุดกระชากผ้าห่มสุดรักจาก‘เจ้มิซึ’ผีกระเทยเจ้าของห้องคนเก่าที่ฉันมาอยู่ แต่แรงคนที่ร่างกายระบมไปหมดหรือจะสู้แรงผีกระเทยกลายเป็นฉันที่พ่ายแพ้ไป ฉันจำใจต้องลุกจากเตียงเพราะเจ้แกเล่นจ้องตาเขียวปั๊ดทำนองว่าถ้าไม่ลุกเจ้จะลากขาฉันออกจากห้อง

นี่ผีหรือแม่ครับเนี่ยถามจริง?

หลังจากเมื่อวานที่ฉันสามารถออกจากจากโรงเรียนได้อย่างยากลำบากไปยังคลินกรักษาใกล้ๆก็เอาเรื่อง เพราะเดินที่ก็ปวดไปหมดจนไปเจอคลินิกที่ใกล้จะปิดเลยเข้าไปใช้บริการ แม้ว่าเจ้าของคลินิกจะย้ำว่าให้ฉันไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่กว่า แต่ฉันก็ไม่เอาด้วยเหรอตื้อให้เขาทำแผลให้จนยอม

จะให้ไปโรงพยาบาลเหรอ? 

ไม่อะ ขี้เกียจคลินิกใกล้กว่าเยอะ

“วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า?”

“ไม่อ่ะเจ้ยังเจ็บระบมไปหมดแบบนี้ มันขี้เกียจออกไปไหนแล้ว”

ฉันพูดพลางอ้าปากงับช้อนจากเจ้มิซึที่ตักโจ๊กสำเร็จรูปให้ฉันกิน เพราะแขนฉันมันยังระบมอยู่ขยับไม่ค่อยได้แค่จะยกแขนก็ปวดแล้ว เจ้แกเลยอาสาที่จะป้อนโจ๊กให้ฉันกินไปก่อน

ถ้าใครมาเห็นคงเป็นช้อนโจ๊กลอยได้นั้นแหละ 

“กินข้าวกินยาเสร็จก็ไปอาบน้ำซะล่ะเรา”

“คร้าบ แม่~”ฉันขานรับเจ้าตัวแล้วงับโจ๊กที่ยื่นมาให้ ที่เจ้พูดแบบนั้นเพราะว่าฉันยังอยู่ในชุดนักเรียนไม่ได้เปลี่ยนเพราะพอกลับมามันก็ไม่มีแรงจะไปอาบน้ำแล้ว พอหัวถึงหมอนหลับไปเลย

หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จแล้วก็มีเจ้มิซึที่ค่อยส่งยาและผ้าพันแผลมาให้ฉันพันแต่ถ้าตรงไหนฉันเอื้อมไปไม่ถึงเจ้แกก็จะเป็นคนจัดการให้ ผ่านไปสักพักฉันกับเจ้ก็มานั่งดูทีวีกันบนโซฟากลางห้องอย่างเบื่อหน่าย(แค่ฉัน) เพราะตอนเช้ารายการส่วนมาจะเป็นพวกข่าวเช้ากับพวกข่าวพยากรณ์อากาศซะส่วนใหญ่ ก็เลยเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอช่องที่ต้องการ

 

ติ๊งน๊อง~!

 

“เฮ้ออ~! ค่ะๆมาแล้วค่า!”ฉันถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างเบื่อหน่ายแล้วเหลือบไปมองนาฬิกาอย่างหัวเสียเล็กน้อยแล้วลากสังขารตัวเองไปเปิดประตู

ใครมันมากดกริ้งตอนหกโมงเช้าวะ ถามจริง!

“มีอะไรหรือเปล่าคะ-นายมัน?!”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ตรูมาทำอะไรที่นี่วะ?

ฉันเอ่ยถามตัวเองในใจอย่างเหม่อลอยพลางมองไปรอบๆที่เป็นโรงเสาศพ วิญญาณบางส่วนเองก็วนเวียนอยู่แถวนี้เหมือนมีห่วงมั้ง ข้างๆฉันเองก็มีวิญญาณของคุณยายคนหนึ่งในชุดยูคาตะอยู่ในท่าสงบเรียบร้อย แล้วเหมือนแกจะรู้ว่าฉันมองอยู่เลยหันมามองฉันเช่นกัน

“หนูเห็นยายเหรอจ๊ะ?”

“….ค่ะ หนูเห็น”

“ตายจริง! ไม่มีใครเคยเห็นฉันมานานมากแล้วนะเนี่ย ดีจริงๆที่หนูเห็นยายเหงามากเลยล่ะจ๊ะ”คุณยายเอามือข้างนึงปิดปากตนเองเล็กน้อยเป็นการอุทานและแสดท่าทีดีใจ ก็เข้าใจอยู่หรอกคนที่เห็นผีแบบฉันมันไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น

“ค่ะ หนูเข้าใจตนอื่นๆก็บอกแบบนี้มาเหมือนกัน”

“เหรอจ๊ะ ว่าแต่ไปโดนอะไรมาน่ะเราทำไมตัวถึงมีแต่ผ้าพันแผลล่ะ บาดเจ็บมาหรอจ๊ะ?”ฉันที่ได้ยินแกถามแบบนั้นก็ดูสภาพตนเองเท่าไร เพราะวันนี้ฉันใส่เสื้อฮู้ดตัวเกงแต่ถกแขนขึ้นเลยเห็นผ้าพันแผลที่โผล่ออกมา รวมถึงที่ขาเองก็เช่นกันเพราะฉันใส่กางเกงขาสามส่วนบานเล็กน้อยมา ส่วนข้อเท้าก็มีผ้าพันเอาไว้เหมือนกัน

ก็ไม่ต่างจากมันมี่เท่าไร

“อุบัติเหตุน่ะค่ะไม่มีอะไรมาก-”

“เธอเมื่อตอนนั้นนิ! สบายดีสินะ”อิตาโดริสังเกตเห็นคนๆนึงที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งหน้าโรงเผาศพ แล้วตนนั้นจำได้แม่นว่าเป็นเด็กสาวเมื่อคืนที่เข้ามาช่วยพวกรุ่นพี่ของเขาเอาไว้แล้วเธอก็หาไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

เด็กสาวผมสีดำปีกอีกาสั้นรวบขึ้นโชว์ทรงอันเดอร์คัทเช่นเดียวกับเขา สภาพของเธอนั่นไม่ค่อยต่างจากฟุชิงุโระเท่าไรนัก ใบหน้าที่มีพลาสเตอร์แปะเอาไว้ที่ศีรษะเองก็มีผ้าพันแผลพันไว้ เมื่อเธอได้ยินเสียงเรียกจากหน้านิ่งๆเหมือนปลาตายก็เบะปากเล็กน้อยแล้วค่อยๆมองมาที่เขาทำนองว่านี่นะเรียกสบายดี? และลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่ดูเฉื่อยๆนิดๆ แล้วหันไปโค้งตัวเล็กน้อยตรงที่ว่างข้างๆเธอ

“เอ๋ จะว่าไป…หน้าเธอคุ้นๆจังเลยแฮะ”เขาเอ่ยทักขึ้นเพราะได้มองหน้าชัดๆเลยทำให้เขารู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“ฉันเป็นเพื่อนร่วมห้องนายนั่นแหละ…จะไม่รู้ก็ไม่แปลกเพราะเราไม่เคยคุยกัน”เธอพูดขึ้นด้วยใบหน้าสักกะตาย แต่ก็ปลงในเวลาเดียวกับแบบว่าเขาคงไม่ค่อยได้สังเกตเห็นเธอเท่าไรนักแต่ว่าแค่นั้นเขาก็ถึงกับบางอ๋ออย่างเข้าใจ

“อ๋อ! งั้นเหรอฉัน‘อิตาโดริ ยูจิ’นะเธอ…?”อิตาโดริเอ่ยแนะนำตัวแต่ก็ต้องชะงักเพราะเขาไม่รู้ชื่อของเธอ

“ธารนิล เตชะสินธุ์แต่เรียกธารก็ได้ฉันไม่ถือสา”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะธาร เธอเรียกฉันว่ายูจิก็ได้นะ”

“เคร….แล้วคุณ?”เธอพยักหน้าเป็นอันเข้าใจก่อนจะหันไปหาคนที่อยู่ข้างๆเขา

“โอ้! จริงสิเธอคงพึ่งเคยเจอผมครั้งแรก ผม‘โกโจ ซาโตรุ’เป็นอาจารย์ของโรงเรียนไสย์ศาสตร์ครับ หรืออาจารย์ประจำชั้นของเมงุมิคุงนั่นเองครับธารจัง~”

โกโจแนะนำตัวเองกับเด็กสาวหน้าปลาตายอย่างเป็นมิตร เธอก็แค่โค้งตัวกล่าวคำทักทายแค่นั้นไม่ได้พูดอะไรมากนัก แล้วก็ยืนนิ่งแบบนั้นเงียบๆจนเขาคิดขึ้นมาได้ว่าลักษณะแบบนี้มันคล้ายคนแถวนี้

โกโจขอตั้งฉายาเธอว่าเมงุมิเบอร์สองแล้วกัน

“เธอคงรู้เหตุผลที่ผมให้เมงุมิคุงไปตามเธอมาใช่มั้ยครับธารจัง~”

ฉันมองร่างสูงของโกโจซังที่ทำท่าระริกๆอย่างร่าเริงปนหมั่นไส้น่าเตะแต่ก็ทำได้แค่คิดท่องไว้คิ้วกระตุกได้แต่เท้าอย่าเจือกกระตุกไปเสยหว่างขาเขาเด็ดขาด พยักหน้าเข้าใจพลางเหลือบไปมองเจ้าของชื่อที่ยืนหลับตานิ่งอย่าง‘ฟุชิงุโระ เมงุมิ’ จำได้ใช่มั้ยไอ้ตอนด้านบนน่ะว่ามันตัดไปทันทีที่ฉันเปิดประตู

ใช่! ไอ้หัวแม่นนั่นแหละที่เป็นคนมากดกริ๊งหน้าห้องฉัน! เล่นเอาตกใจมากว่ามันหาบ้านฉันเจอได้ไงวะครับ? แต่ช่างมันไปเพราะเหตุผลที่หมอนั้นมาหาฉันก็เพราะเป็นคำสั่งของผู้ที่เป็นอาจารย์ของเขาหรือก็คือร่างสูงประหนึ่งเสาไฟฟ้าและผ้าปิดตาสีดำของเขาที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมสีขาวของเขาชี้ฟ้าเป็นลูกขนไก่

มองเห็นได้ไงครับถามจริง

ที่มาก็คือต้องการให้ฉันย้ายเข้าไปเรียนที่‘โรงเรียนไสยศาสตร์’ในฐานะนักเรียนชั้นปี 1 เช่นเดียวกับเมงุมิ เพราะคนที่สามารถมองเหตุสิ่งที่เรียกว่าคำสาปนั้นมีน้อยมากๆ และเมื่อเขาเล่าเรื่องของฉันให้โกโจซังฟังเขาเลยต้องการให้เมงุมิมาชักชวนให้เข้ามาเรียนด้วยกัน ส่วนตัวของโกโจซังจะเป็นคนชักชวนอิตาโดระ-เอ๋ย! ยูจินั่นเองถามว่าเอาด้วยมั้ย? 

ก็ต้องเอาด้วยแล้วล่ะเพราะหมอนี่เล่นยื่นเรื่องลาออกให้ฉันไปแล้วไง!

มัดมือชกจังฟร่ะ พ่อคู๊ณ~!

ฮวย(ภาษาไทย)

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับธารจัง? ผมฟังไม่ออก-”

“เปล่าค่ะ คุณคิดไปเอง”

ข้อดีของการเป็นชาวต่างชาติคือสบถคำหยาบหรือด่าไปเขาก็ไม่เข้าใจกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“ธารจังเก็บของเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ?”

“ค่ะ ก่อนมาหาโกโจซังนั่นแหละค่ะ”

“เรียกผมว่าอาจารย์(เซนเซ)จะดีกว่านะครับ เพราะเดี๋ยวเธอก็เป็นนักเรียนของผมอยู่แล้ว-”

“ไม่ล่ะค่ะ ตอนนี้หนูยังไม่ใช่นักเรียนของคุณเพราะงั้นขอเรียกแบบนี้ไปก่อนนะคะ”โกโจนิ่งไปเพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เด็กสาวข้างๆเขาเอ่ยขัด แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทางสนใจเขาสักนิดแถมเดินไปหาเด็กหนุ่มผมสีพีชเสียแล้ว

ลูกศิษย์คนนี้ช่างใจร้ายจัง กระซิกๆ//ปลอมมาก

ฉันที่เดินหนีโกโจซังมาเพราะ‘รำคราญ’แกที่ทำท่าทางได้น่าถีบมาหายูจิที่สุสานแห่งหนึ่ง คงเป็นคนในครอบครัวเสียไปมั้งเมื่อเดินมาถึงก็เห็นเขากำลังนั่งพนมมือไว้อาลัยอยู่

แต่สิ่งที่ฉันเห็นไม่ได้มีแค่นั้น

ร่างโปร่งใสของชายชราร่างเล็กในชุดแบบญี่ปุ่นสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังของยูจิ มือที่เหวี่ยวย่นตามอายุค่อยๆลูบหัวของผู้เป็นหลานช้าๆและแฝงไปด้วยความอบอุ่นจนฉันที่มองด้วยตาเปล่ายังสัมผัสได้ถึงความรักและเอ็นดูจากชายชรา

“งั้นผมไปล่ะนะ ปู่”ยูจิลุกขึ้นยืนมองป้ายหลุมศพประจำตระกูลอิตาโดริเป็นครั้สุดท้ายและเอ่ยคำลาแต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาหา

“ครอบครัวเหรอ?”

“อืม ปู่ฉันน่ะแถมฉันคงไม่ได้กลับมาหาแกบ่อยๆแล้วล่ะนะ”

“…เหรอ”ฉันเหลือบไปมองที่ว่างข้างๆเขาที่มีร่างของปู่ของเขาพูดทำนองว่าไม่ต้องกลับมาเลยรีบตามแม่หนูนี้ไปได้แล้ว อย่ามาอาลัยอาวรณ์ตาแก่ที่ตายไปแล้วแบบฉันเลย

“งั้นเราไปกันดีกว่านะเซนเซคงรอเรานานแล้วล่ะ”

“อาฮะ….นายไปก่อนก็ได้ฉันขอเคารพหลุดศพปู่นายก่อนได้มั้ยยูจิ?”

“หืม ได้สิฉันรออยู่ตรงนู้นนะ”

“เคร…..”ฉันที่เห็นว่าเขาเดินออกไปจนลับตาแล้วก็ทำการเคารพหลุดศพของปู่ของยูจิ

“คงเป็นห่วงเขาสินะคะ”เมื่อเคารพเสร็จแล้วฉันก็หันมามองปู่ของยูจิที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน

“เห็นฉันด้วยเหรอแม่หนู?”วิญญาณของชายชรามองมาที่ฉันอย่างตกตะลึงเล็กน้อยที่ฉันสามารถมองเห็นเขาได้

“ค่ะ คุณคงเป็นห่วงยูจิสินะคะ”

“…..เฮ้อ~ ก็นะคงพูดไม่ได้ว่าไม่เป็นห่วงมัน ยูจิน่ะมันมีแค่ฉันคนเดียวพ่อแม่มันเสียไปตั้งแต่มันเกิด ฉันก็เลยเป็นห่วงมันน่ะ”สายตาที่เริ่มฟ้าฟางของคนแก่เหม่อมองท้องฟ้าสีครามพลางนึกถึงช่วงเวลาที่ตนนั้นเฝ้ามองหลานของตนตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยยันเติบใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ก่อนจะมาสบเข้ากลับดวงตาสีดำน้ำหมึกที่สะท้อนภาพได้ดั่งกระจกเงาและเอ่ยกับเด็กสาวออกมาว่า

“ฉันฝากดูแลหลานชายฉันได้มั้ยแม่หนู ถือว่าเป็นคำข้อจากวิญญาณแก่ๆแบบฉัน”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หลังจากออกมาจากสุสานกันแล้วพวกเราสามคนประกอบไปด้วยฉัน,ยูจิและโกโจซังก็อยู่บนรถไฟชั้นเฟิร์สคลาส(โกโจซังเปย์เลยยอมขึ้น)เพื่อเดินทางเข้าโตเกียวมาได้สักพักแล้ว ฉันมองคนข้างๆที่ดูจะตื่นเต้นกับวิวนอกหน้าต่าง

โกโจซังบอกว่าไหนๆฉันกับยูจิก็เป็นปีหนึ่งเหมือนกันทั้งคู่ก็ควรที่จะสนิทกันเอาไว้ แล้วจับฉันมานั่งข้างๆหมอนี้และตัวเองก็หนีไปนั่งด้านหน้าแทน มันทำให้ฉันต้องมานั่งข้างๆยูจิอย่างช่วยไม่ได้ทั้งๆที่ฉันอยากจะนอนสักตื่นเพราะเหมือนว่ายาที่พึ่งกินไปจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

“นี้ๆธารดูนั่นสิ! เธอเห็นหรือเปล่า?”

ทำไมเหมือนตรูเห็นหูกับหางหมาชิบะอินุออกมาจากหมอนี้วะ?

นี้ตรูง่วงเกินไปหรือยามันมีฤทธิหลอนประสาทฟร่ะ?????

“ม่ายอ่ะ ฉันไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างเหมือนนายนะยูจิ”

“ก็จริงว่าแต่….เธอเป็นชาวต่างชาติใช่มั้ย? ภาษาญี่ปุ่นเธอดีมากเลยนะ”ยูจิถามฉันขึ้นมาคงเพราะเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบๆมั้ง แถมฉันก็ไม่ใช้คนช่างพูดด้วยสิเขาคงอึดอันนิดหน่อยมั้ง

“ใช่ ฉันเป็นคนไทยแถมอยู่ที่นี้มา 8 ปีแล้ว ไม่แปลกถ้าฉันจะพูดได้คล่อง”

“เหรอ….เมื่อตอนนั้นขอบคุณนะ”

“หืม? เรื่องอะไร”ฉันหันมามองเขาดีๆอย่างสงสัยว่าเขาขอบคุณเรื่องอะไร

“ที่มาช่วยพวกรุ่นพี่น่ะ รวมถึงตอนที่ฉันถูกคำสาปจับตัวด้วยขอบคุณจริงๆนะ^^”

“….ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันแค่อยู่แถวนั้นพอดี”ยูจิที่ส่งยิ้มให้ฉันเป็นการขอบคุณฉันก็แค่ตอบไปแค่นั้นไม่ได้มีอะไรมาก เอ๋ จะว่าไปพูดถึงเมื่อตอนนั้นฉันอันนึกอะไรขึ้นมาได้

“นี่ยูจิ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?”

“หืม? ได้สิ”

“เมื่อตอนนั้น…หลังจากที่นายกินนิ้วนั่นเข้าไป แล้วจู่ๆนายก็เปลี่ยนไป….หมอนั้นใคร? ดูอันตรายน่าดู”ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าหลังจากที่ยูจิกินไอ้นิ้วเน่านั่นเข้าไป แล้วท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปไม่ว่าจะน้ำเสียงท่าทางแสดงออกเพราะอยู่ห้องเดียวกันเลยพอรู้ว่าหมอนี่คงไม่ใช่แบบเมื่อตอนนั้น

มันเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

“สนใจข้างั้นรึแม่นางน้อย?”

“…..”ฉันกับยูจินิ่งไปเมื่อมีเสียงของบุคคลที่สามแต่ฉันดันจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงเมื่อคืน

สายตาของฉันเลื่อนต่ำลงมาตรงบริเวณใต้ตาของยูจิ ตรงที่ควรเป็นขีดแผลเป็นกลับกลายเป็นว่ามีดวงตาสีแดงสดดั่งเลือดและที่แก้มก็มีปากโผล่ออกมาแทน เล่นเอาฉันพูดไม่ออกก่อนที่ยูจิจะเอามือตบมาที่แก้มตัวเอง

 

แปะ!

 

“โทษที บางทีหมอนี้ก็ชอบออกมาน่ะ”

“อะ…อ่า….ไม่เป็นไรมันก็…ก็แปลกดี”ฉันเองถึงแม้จะตกใจและแปลกกว่านี้ก็เจอมาแล้วคงจำได้เนอะยมทูตโต้คลื่นน่ะ

“อ่ะ! อีกแล้ว-”

“ถ้าเจ้าสนใจข้าล่ะก็ ข้าก็จะบอกชื่อของข้าให้เจ้าได้รู้”ตาและปากปรากฏขึ้นที่มือของยูจิแทน

“ชื่อของข้าก็คือ‘เรียวเมน สุคุนะ’แม่นางน้อย และเมื่อข้ายึดร่างเจ้าเด็กเวรนี้ได้เมื่อไหร่”ดวงตาสีแดงเลือดสบตาตรงๆกับดวงตาสีน้ำหมึกเงาวาว ที่ตอนนี้สะท้อนภาพมือที่มาดวงตาและปากราวกระจกเงาอย่างสนอกสนใจ

แม้จะดูธรรมดาแต่กลับน่าสนใจ

“ดวงตาคู่นั้นของเจ้าจะต้องเป็นของข้า‘แต่เพียงผู้เดียว’

“….ห๊ะ?”

 

แปะ!

 

“พูดอะไรของนายเนี่ย?! ขอโทษอีกทีนึงนะธาร”ยูจิตบไปที่มือของตนเองอย่างแรงและโวยวายออกมาเล็กน้อย เมื่อสุคุนะพูดอะไรแปลกๆออกมาและกล่าวขอโทษคนข้างๆตนเองที่ตอนนี้เหมือนจะตกใจเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าไม่เป็นไรแทน

“ไม่เป็นไร…”เธอเอ่ยกับเขาก่อนที่จะหยิบเครื่องเล่นMP4ออกมาแล้วสวมหูฟังแบบครอบหูสีดำ

“จะนอนเหรอ?”

“ใช่….ถ้าถึงแล้วช่วยปลุกฉันหน่อยได้มั้ย?”

“อืม ได้สิฝันดีนะ”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“อื้อ….เอ๋ะเดี๋ยวนะ”ฉันที่รู้สึกตัวขึ้นมาพลางกระพริบปรับสายตาเมื่อมีแสงสว่างส่องมาโดนที่เปลือกตาของฉันแต่เมื่อมองไปรอบๆแล้วก็พบว่า……

ฉันไม่ได้อยู่บนรถไฟ

 

ฟึบ!!

 

ข่อยอยู่ไสวะ?!!”ฉันผุดขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนรถไฟ แต่เหมือนจะลุกเร็วไปหน่อยเลยหน้ามืดนิดๆแต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ฉันกวาดสายตาไปรอบๆห้องที่เหมือนห้องพยาบาลอย่างไงอย่างนั้น

“ตื่นแล้วหรอจ๊ะ รู้สึกเป็นอย่างไงบ้างหลับสบายดีมั้ย?”เสียงของพี่สาวคนหนึ่งดังขึ้นฉันจึงหันไปมองตรงมุมห้อง เป็นพี่สาวสวมชุดกราว์แบบคุณหมอแต่ขอบตาที่คล้ำอย่างกะหมีแพนด้า

คือ…คุณพี่ได้นอนบ้างมั้ยคะ?

“เออ ก็…..หายไปแล้ว?”ฉันที่พอลองฟังคำถามของพี่สาวแล้วก็สำรวจตัวเองก็สบว่าไม่ได้มีผ้าพันแผลแล้วแถมรู้สึกตัวเบาและสบายตัวด้วยราวกับว่าอาการปวดตัวก่อนหน้านี้ไม่เคยมี

“ฉันใช้ไสยเวทของฉันรักษาแผลเธอน่ะจ๊ะ ฉัน‘อิเอริ โชโกะ’เป็นอาจารย์พยาบาลประจำที่นี้น่ะจ๊ะ”

“อ๋อ…งี้นี้เอง ขอบคุณที่รักษาให้นะคะเซนเซ”

“จ๊ะ ว่าแต่ตอนตื่นมาเมื่อกี้พูดอะไรเหรอจ๊ะ?”

“คือ….หนูเผลอพูดภาษาตัวเองน่ะค่ะ”

“ไม่ใช่คนญี่ปุ่นสินะเรา”

“ค่ะ”

 

เอี้ยด~

 

“อ้าว~ตื่นแล้วเหรอครับธารจัง หลับสบายดีย”โกโจที่เดินเข้ามาในห้องและเห็นว่าเด็กสาวผมสีนิลปีกอีกานั้นตื่นแล้วก็เอ่ยถามออกมา 

เนื่องมาจากเมื่อพวกเขาได้เดินทางมาถึงที่หมายแล้วแต่ยูจิพยายามปลุกเด็กสาวขึ้นแต่ไม่ตื่นมา คาดว่าอาจเป็นเพราะฤทธิยาแล้วความเหนื่อยล้าสะสมทำให้หลับยาว ยูจิเลยจำเป็นที่จะต้องแบกเธอมาด้วยนั้นเอง

“ยูจิล่ะคะ?”ฉันถามโกโจซังออกไปเมื่อไม่เห็นคนผมสีพีชอยู่ด้วยกัน ไปห้องน้ำเหรอ?

“ยูจิคุงพึ่งสอบสัมภาษณ์กลับอาจารย์ใหญ่มาน่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องพักที่ผมเตรียมไว้ให้”โกโจเบี่ยงตัวเองออกเล็กน้อยเหมือนเปิดทางให้ 

ฉันเลยลุกจากเตียงและเก็บให้เรียบร้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณอิเอริซังและรับกระเป๋าเป๋าสะพายข้างของตัวเองมาจากเธอและเดินไปหาโกโจซังที่หน้าประตูห้องพยาบาล ฉันลองสำรวจรอบๆระหว่างทาง 

“ที่นี่คือโรงเรียนไสยศาสตร์เหรอคะ เหมือนอยู่วัดแปลกๆ”

“จะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลกหรอก เพราะโรงเรียนสอนไสยศาสตร์เฉพาะทางเป็นหนึ่งในองกร์ที่สอนวิชาคุณไสยที่มีเพียงสองสาขาในญี่ปุ่นคือโตเกียวกับเกียวโต ทั้งสองสาขาต่างใช้ฉากหน้าคือโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน”ฉันฟังโกโจซังอธิบายเกี่ยวกับโรงเรียนคร่าวๆก็พอเข้าใจนะแต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีอาคารต่างที่เหมือนกับวัดแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม

ยังไงก็โรงเรียนวัดชัดๆ==

“จะว่าไปผมขอถามอะไรเธอหน่อยได้มั้ย?”

“อะไรล่ะคะ”

“ธารจังเห็นพวกคำสาปมานานเท่าไรแล้วล่ะ?”

“….ตอน 5 ขวบค่ะ”

“ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่เกิดสินะ”

“ค่ะ แต่…..เอาจริงๆเห็นพวกคำสาปตอนที่ย้ายมาญี่ปุ่นได้สัก2-3เดือนเห็นจะได้มั้งคะ”

“หืม? ไม่ได้เห็นตั้งแต่ตอน 5 ขวบหรอกเหรอ?”โกโจซังชะงักไปเมื่อฉันบอกว่าเริ่มเห็นคำสาปจริงๆเมื่อไหร่

“ตอน 5 ขวบหนูเห็นวิญญาณคนตายรวมไปถึงพวกเทพารักษ์ตามสถานที่ต่างๆ…เห็นแปลกขึ้นก็ตอนมาที่ญี่ปุ่นนี่แหละค่ะ”โกโจซังเงียบไปแต่ก็ไม่ได้หยุดเดินแต่อย่างใด เขาพิจารณาสิ่งที่เด็กสาวข้างกายของเขาพูด

“แล้วตอนนี้เธอเห็นพวกเขาหรือเปล่า?”

“….ค่ะ เห็น มีทั้งคนที่ใส่ชุดแบบอาจารย์แล้วก็ชุดญี่ปุ่นสมัยก่อนด้วย ถึงชุดจะต่างกันแต่พวกเขาล้วนเป็นจูจูสึทั้งสิ้น….อาจารย์ไม่เห็นเหรอคะ?”ฉันเงยหน้าไปถามเขาอย่างสงสัย นี่เขาไม่เห็นวิญญาณพวกนี้เหรอ ทางเดินที่ฉันกับเขาเดินกันมันดูเงียบและไม่มีใครนอกจากฉันกับเขา

แต่ในความจริงมีดวงวิญญาณชายหญิงของเหล่าจูจูสึเดินกันอยู่

พวกเขาเดินสวนพวกเรากันตลอดแต่เพราะพวกเขาเป็นวิญญาณเลยไม่สามารถสัมผัสได้ แม้ว่าจริงๆฉันจะสามารถสัมผัสพวกวิญญาณได้ถ้าเกิดฉันต้องการจะสัมผัสมัน แต่ก็เลือกที่จะปล่อยพาไปเพราะพวกเขาก็เดินเลี่ยงพวกเราอยู่แล้ว

ถ้าพวกเขาไม่สร้างความเดือดร้อนฉันก็ไม่ยุ่ง

“ไม่ครับ ผมไม่เคยเห็นวิญญาณสักครั้งเพราะพวกจูจูสึนั้นเห็นแค่พวกคำสาปเท่านั้น ในประวัติศาสตร์ของจูจูสึ ไม่เคยมีจูจูสึคนไหนเคยเห็นทั้งวิญญาณและคำสาปในเวลาเดียวกัน ดูถ้าเธอจะเป็นคนแรกน่ะเนี่ย”

“มันไม่เหมือนกันสินะคะ”

“ใช่แล้วล่ะ เธอพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับคำสาปบ้างเหรอเปล่า?”โกโจซังเอ่ยถามฉันอีกครั้งและฉันก็พอจะนึกคราวจากเมงุมิได้หน่อยๆ

“เมงุมิพอจะบอกคร่าวๆให้แล้วค่ะ…หนูพอรู้แล้วล่ะว่าทำมั้ยไม่เหมือนกัน”เพราะว่าคำสาปเกิดจากความรู้สึกด้านลบของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นโกรธ,เกลียด,อับอาย,เศร้าโศก ฯลฯ แต่วิญญาณน่ะ

เป็นเพียงแค่ดวงจิตของมนุษย์…ที่ดับสูญจากโลกใบนี้ไปแล้ว

“ถึงแล้วล่ะ”ฉันหยุดตามโกโจซังเมื่อมาถึงที่หมาย ตรงหน้าคือประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ค่อยๆเปิดออกช้าๆจนฉันคิดว่าถ้านี้เป็นตอนกลางคืนก็คงหลอนใช้ได้

“จากนี้เธอต้องเข้าไปเองนะ”

“ห๋ะ? คุณไม่ได้เข้าไปด้วยเหรอคะ?”ฉันหันขวับไปมองเขาแม้หน้าของฉันจะยังคงปลาตายเหมือนเดิมอย่างสงสัย

ไม่ใช่ว่าเขาต้องพาฉันเข้าไปด้านในด้วยหรอกเหรอ?

“ครับ พอดีผมขี้เกียจฟังอาจารย์ใหญ่บ่นแล้วน่ะ เพราะงั้นโชคดีนะธารจัง~”

สักวูบป่ะไอ้หัวลูกขนไก่นิ

ฉันรู้สึกได้ถึงคิ้วและเท้าที่กระตุกคล้ายอยากที่จะเตะเข้าที่หว่างขาของเขา เพราะเหตุผลของเขามันฟังไม่ขึ้นสักนิดแถมท่าทางก็ดูกวนส้นมากๆจนน่าถีบ

นี้ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้ใหญ่นะ…..

หมาซี้แม่มึงเถอะ

“พูดอะไรหรือ-”

“คุณคิดไปเองค่ะ”

“ใจร้ายยยย~”

“ปลอมมากค่ะ”ฉันไม่สนใจท่าทางปลอมๆที่ลงไปทรุดกับพื้นราวกับนางเอกละครน้ำเน่าที่โดนแม่ผัวหรือนางร้ายรังแกราวกับสาวน้อยอ่อนแอทั้งๆที่ตัวเองก็สูงอย่างจะเสาไฟฟ้าเดินได้ แล้วเดินเข้าไปด้านในปล่อยให้โกโจซังนั่งอยู่อย่างนั้นต่อไป

หวังว่าตอนสอบสัมภาษณ์คงไม่มีอะไรนะ

 

--------------------------------------------------------------

#saveโกโจ

ไม่มีไรมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #101 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 15:52
    ขอดีของชาวไทยคือมีคำหยาบมากมายให้ท่านไปเลือกสัน5555555
    #101
    0
  2. #67 oily_okb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 13:51
    ด่าได้โดนใจ55555
    #67
    0
  3. #48 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 13:01
    พิมผิดนิ เรียวเมน สุคุนะต่างหาก
    #48
    0
  4. #30 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 12:23
    อุ้บส์ ทำไมเห็นพี่เเกโดนด่าเเล้วเราสะใจ
    #30
    0
  5. #29 a2222222a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 10:24

    รอน้าาา
    #29
    0
  6. #28 SParnzaza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 13:23
    #saveโกโจ ก่อนที่เขาจะไปไปโต้คลื่นกับยมธูตโดยโดนน้องไล่ไป55555
    #28
    0
  7. #27 K02 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 12:06

    เอาอีก เอาอีก

    #27
    0
  8. #26 Godzilla249 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 09:10
    รออ่านอยู่นะคะ
    #26
    0
  9. #25 cherryzeed2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:50
    น้องคะ สนใจเอาไม้แบดที่ลูกขนไก่ไหมคะ? 😂😂😂 //รออ่านยาวๆค่ะ~//
    #25
    0
  10. #24 jutamams (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:53

    I love you งานดีมากก
    #24
    0
  11. #23 พระเจ้าโอตาคุ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:49
    " หัวลูกขนไก่" 5555วิดีโอในtiktokลอยมาเลยยยย
    #23
    0
  12. #22 Jasper184 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:07

    ชอบนางอ่ะ นางจะน่ารักไปไหนเนี่ย แล้วพี่สุ พี่ต้องการอะไรจากน้องค่ะ ต้องการดวงตาน้อง??
    #22
    0
  13. #21 Duan_1211 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 22:51
    ชอบนางเอก จะน่ารัก(?)ไปไหน
    #21
    0
  14. #20 Devil Blackrose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 22:07

    มาบ่อยๆสิคะจะเม้นให้
    #20
    0
  15. #19 ZeroSixth (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:54

    #Saveโกโจ ที่แท้ทรูของจริงงานนี้ จะว่าขำก็ขำ สงสารก็สงสาร 5555555555555 คนอ่านนี่เป็นเอามากพอๆกัน

    #19
    0
  16. #18 ไอ้ครึ่งๆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:51

    ดีเลย~~
    #18
    0
  17. #17 pinkle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:50

    สนุกมากค่าาา
    #17
    0
  18. #16 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:37

    สักป๊าปมั้ยโกโจซังงงง *กำหมัด*
    #16
    0