[Fic Jujutsu Kaisen/JJK](oc)『Can you guys let me die?!』

ตอนที่ 1 : 『Ex-fxcking-cuse me?!』I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    18 ม.ค. 64

 

ขี้เกียจเป็นเหตุสังเกตได้ วะซั่น

*ไรท์แก้ข้อมูลบางส่วนของนางเอกไปในข้อมูลเบื้องต้นแล้วจะกลับไปอ่านใหม่ก็ได้นะ

.

.

.

.

.

 

 

แฮร่!!

 

“แกอีกแล้วเรอะอิหน้าตุ๊กแก๊?!!”ร่างของเด็กสาวส่วมฮู้ดทับชุดนักเรียน ผมสีดำปีกอีกาสั้นที่รวบขึ้นโชว์ทรงอันเดอร์คัท กำลังวิ่ง4x100หนีสัตว์ประหลาดลายจุดที่หน้าเหมียนตุ๊กแกแถวบ้านเกิดขนาดใหญ่ประหนึ่งจระเข้ พลางสบถคำออกด่าเป็นภาษาบ้านเกิดไปตลอดทางเช่นกัน

แต่แล้วเจ้าตัวก็หยุดวิ่งพร้อมหยิบไม้เบสบอลเหล็กที่โผล่พ้นกระเป๋านักเรียนออกมา ตั้งท่าเตรียมพร้อมของ*แบตเตอร์(คนที่ตีลูกเบสบอล) สองเท้ากางออกให้อยู่เท่าระดับไหล่สองมือชิดกันและจับไม้ให้แน่น ดวงตาสีน้ำหมึกจ้องมองไปยังเจ้าตัวประหลาดที่กำลังพุ่งตัวมางับเธอ

 

เปรี้ยง!!

 

ไม้เบสบอลเหล็กที่กระแทกเข้าที่หน้าของมันเมื่อมันเข้ามาใกล้เด็กสาว ร่างของมันปลิวกระเด็นไปไกลพอสมควรเพราะแรงที่หวดมานั้นก็ไม่ใช่เล่นๆ มันปลิวไปนอนแมะอยู่ใต้ต้นไม้แล้วสลายหายไป เด็กสาวถอนหายใจดังเหอะอย่างนึกสมเพชไอ้ตัวที่ชอบมาวิ่งไล่เธอบ่อยๆ

“เหอะ! ไปคุยกับรากมะม่วงไปนะไอ้ตุ๊กแกเวร”พร้อมแจกนิ้วกลางให้ฟรีๆไปอีกหนึ่งนิ้ว

.

.

.

.

.

.

.

.

“อรุณสวัสดิ์นะธาร!”

“อรุณสวัสดิ์จ้าา”เด็กสาวผมสีดำปีกอีกาเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมห้องของตนเองด้วยเสียงออกยานๆตามอารมณ์คนขี้เกียจ

สวัสดีทุกคน ใช่ ฉันคุยกับพวกเธอคนอ่านนั่นแหละ พวกเธอคงเห็นจากข้อความด้านบนแล้วว่าก่อนมาโรงเรียนฉันเจออะไรมาและจะไม่ขอพูดซ้ำอีกครั้ง เอาเป็นว่ามาแนะนำตัวกันใหม่แล้วกัน

อะแฮ่ม! สวัสดีฉันชื่อ‘ธารนิล เตชะสินธุ์’แต่เรียกฉันสั้นๆว่า‘ธาร’ก็ได้ถึงชื่อจะเหมือนผู้ชายแต่ฉันเป็นผู้หญิงนะเฟ้ยอย่าพึ่งเข้าใจผิด และใช่ฉันเป็นคนไทยครอบครัวของฉันย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นตอนที่ฉันอายุได้ 8 ขวบเพราะพ่อได้ย้ายมาทำงานที่ญี่ปุ่นเมืองเซนไดจังหวัดมิยางิเลยต้องย้ายตามมา 

ปัจจุบันอาศัยอยู่คนเดียวในอพาร์ทเม้นท์ที่มี‘ประวัติคนเคยฆ่าตัวตาย’ ที่มาอยู่เพราะค่าเช่ามันถูกกว่าห้องแบบปกติแถมทำเลดีซะด้วยทำไมถึงไม่มีใครมาเช่ากันนะ?

ผีในห้องก็ออกจะเฟรนลี่ดีแท้ๆ

หืม? ผีในห้องเหรอ? อ๋อใช่ลืมบอกไปพอดีฉันสามารถ‘มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น’มาตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วล่ะหรือถ้าจะเรียกแบบเข้าใจง่ายๆเลยนะคือฉันมีสัมผัสที่ 6 นั่นแหละ

เหตุผลที่ฉันรู้ตัวว่ามีมันก็คือ ฉันเห็นคุณยายใจดีคนหนึ่งที่จะค่อยมาเล่นกับฉันก่อนจะรู้อีกที่ว่าแกเสียไปแล้ว ที่ตราตึงใจที่สุดคงเป็นตอนที่พึ่งย้ายมาใหม่ๆดีใจมากที่ได้ไปเที่ยวทะเลญี่ปุ่นครั้งแรก ฉันที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการสร้างปราสาททรายกับผีเด็กที่เคยจมน้ำตาย แล้วลองมองไปที่ทะเลที่กำลังมีเพื่อนร่วมชั้นกำลังเล่นกัน

ดันไปเห็นคุณพี่ยมทูตโต้คลื่นอยู่พร้อมกับเคียวคู่ใจของเขาที่ใช้แทนไม้พาย

 

 

ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มเห็นแปลกขึ้นตั้งแต่ผียันตัวประหลาดแบบที่เจอเมื่อเช้า ไอ้ตัวนั้นมันชอบวิ่งไล่ฉันทุกเช้าจนฉันหมดความอดทนฟาดมันไปหนึ่งทีนั่นแหละหวังว่ามันจะไม่มาอีกนะ ขี้เกียจวิ่งแต่เช้าแล้ว มันเหนื่อยนะเห้ย

กลิ่นไรหอมๆวะ

“….อิหยังวะนิ?”ฉันที่กำลังเดินมานั่งที่โต๊ะก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างหอมๆ ก่อนลองมองหาที่มาของกลิ่นหอมๆนี้ก่อนจะเหลือบไปเห็นเพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับ

“….นายไม่กลัวเซนเซจับได้เหรอว่าเอา‘หม้อชาบู’กินในห้องเรียนน่ะ?”หม้อชาบูเดือดๆแถมในมือยังคีบเนื้อที่กำลังสุกได้ที่อีก

หิวมาจากไหนฟร่ะ?

“ไม่อ่ะ ก็คนมันหิว…..เอาป่ะ?”

“….เอาดิ”

ไม่ห้ามแถมไปแจมด้วยล่ะ วะซั่น

.

.

.

.

.

.

.

.

“เจอกันวันจันทร์นะ”

“เจอกันวันจันทร์”

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนนักเรียนทุกคนรวมถึงอาจารย์บางท่านอาจจะกลับบ้านกัน ยกเว้นพวกคนที่มีชมรมที่จะไปที่ชมรมของแต่ละคน รวมถึงฉันที่เป็นเวรทำความสะอาดห้องวันนี้ก็เช่นกัน

หลังจากตอนเช้าที่นั่งกินชาบูกับเพื่อนที่นั่งหลังห้องด้วยกันไป แน่นอนว่าเก็บทุกอย่างเรียบร้อยก่อนที่โฮมรูมจะเริ่ม ลากยาวมาถึงเวลาเรียนก็ไม่มีอะไรพิเศษมากพวกผีในโรงเรียนก็ไม่ได้ออกมาสร้างความวุ่นวายให้ใคร

ยกเว้นแม่งจะมีอิพวกบ้ามันไปท้าอ่ะนะ

“เรียบร้อย วัยจันทร์เจอกันนะธารจัง”

“เคร จะเอาอะไรมาอีกล่ะฟุคุริ?”ฉันที่กำลังเช็ดกระดานอยู่ก็ตอบรับคำของเพื่อนตี้ชาบูเมื่อเช้าไป แล้วถามกลับไปว่าวันจันทร์จะเอาอะไรมากินอีก

หม้อแกงกระหรี่”เขาหันมายกนิ้วโป้งให้เป็นอันว่ารู้กัน

“เยี่ยม แล้วเจอกัน”ฉันก็ยกกลับตอบพร้อมนึกถึงรสชาติของแกงกระหรี่ฝีมือของหมอนั้น

พูดแล้วหิวว่ะ

เมื่อมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีก็ออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย ฉันก็สาวเท้าไปยังด้านหลังโรงเรียน แต่ก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นตัวประหลาดหน้าเหมือนปลาดุกที่อยู่แถวสนามของชมรมรักบี้ที่เหมือนจะมีสมาชิกล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล รู้สึกเขาจะบอกว่าเป็นเพราะเห็บเนี่ยแหละ

แต่ความรู้สึกของฉันมันบอกว่าอีหน้าปลาดุกนั้นเป็นต้นเหตุ

“….รู้สึกอยากกินปลาดุกย่างแปลกๆว่ะ”

ถึงฉันจะสนใจเจ้านั้นไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี​ เลยไม่อยากเอามาใส่ใจให้มันรกสมองเปล่าๆ เมื่อเดินมาเรื่อยๆฉันก็มาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งแถวๆสนามกีฬาที่มีบรรดาชมรมสายกีฬาอยู่กัน ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงมาตรงนี้นะเหรอ?

มานอน

ใช่ มานอนไม่ใช่ใต้ต้นแต่เป็นบนต้นต่างหากว่าแล้วก็กระโดดขึ้นไปนอนแป๊ป บนต้นถึงจะเสี่ยงตกลงมาแต่ฉันมานอนบนนี้บ่อยไม่เคยตกสักครั้งเดียวแถมตรงนี้ทำเลดีลมพัดบ่อยสบายดี แล้วทำไมไม่ไปชมรมเหรอ? คำตอบง่ายๆเลยนะ

ฉันไม่มีชมรม 

อาฮะไม่มีชมรมเพราะไม่มีชมรมที่หน้าสนใจเลยยังเป็นผีไม่มีศาลให้สถิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ แถมโรงเรียนนี้ก็ไม่ได้เคร่งเรื่องมีชมรมหรือไม่มี ฉันก็ไม่มีอยู่มันซะเลย แม้จะมีบางชมรมมาทาบทามให้เข้ารวมด้วยเช่นชมรมเบสบอลแต่ฉันก็ไม่เข้าเหตุผลง่ายๆเลยนะ

ฉัน-ขี้-เกียจ

สั้นๆได้ใจความเนอะ

“เฮ้อ~ ขอสักงีบแล้วกันขี้เกียจกลับบ้านไปเจออิตุ๊กแกเวรตุ้งแช่ใส่”ฉันเอนตัวลงนอนบนกิ่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดและสามารถรับน้ำหนักของฉันได้ ส่วนกระเป๋านักเรียนก็ใช้แทนหมอนแก้ขัดไป แต่ว่าพอหลับตาลงไปได้สักพักก็มีเสียงเอะอะของพวกญี่ปุ่นมุงจนต้องลืมตามาดูว่าอะไร

“ทางนี้ๆ ทาคางิเซนเซชมรมกรีฑากับอิตาโดริแห่งมอต้นตะวันตกจะแข่งกันล่ะ!”

“เอ๋? แข่งอะไรล่ะ?”

“อิตาโดริเหรอ?….เพื่อนร่วมห้องเรานิหวา…ช่างแม่งยังไงก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว”พูดจบฉันก็เตรียมตัวนอนอีกรอบนึง

 

คลืน~!

 

“?!! อะไรวะน่ะ”ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ความรู้สึกกดดันที่แรงมากจนฉันขนลุกมันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มีบางอย่างอันตรายอยู่ใกล้ๆ สายตากวาดมองไปรอบๆก็พบว่ามันมืดแล้ว ที่ฉันหลับไปนอนเลยเหรอเนี่ย…..

 

ตึ่ง!! 

 

“เชี้ย! เสียงดังมาจากไหนวะ?!”ฉันรีบลงมาจากต้นไม้ทันทีที่ได้ยินเสียงของการสั่นสะเทือนอย่างแรง​ มือรีบคว้าเอาไม้เบสบอลเหล็กตัวเก่งในกระเป๋า​ออกมาตั้งท่าพร้อมรับมือกับอะไรก็ตามที่จะพุ่งเข้าโจมตี

 

คลืน~!!

 

“?!! อาคารเรียนเหรอ?!”ความรู้สึกกดดันที่แผ่มาจากอาคารเรียนทำเอาฉันขนลุกหนักกว่าเดิม ไม่นานก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังมาจากด้านใน ทำให้ฉันรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมากแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูอาคารที่ใกล้ที่สุด

ยังมีคนอยู่ในโรงเรียนนอกจากฉันเหรอ?!

“บัดซบ! ประตูล็อค!”ฉันรีบกวาดสายตามองหาทางเข้าไปข้างในตัวอาคารอย่างร้อนรน ฉันจะมัวชักช้าไม่ได้เพราะคนที่ติดอยู่ด้านในกำลังแย่

เดี๋ยวนะ…แถวนี้ได้ข่าวว่ากล้องวงจรเสียนิ? 

“….งี้ก็สวยสิ”

 

ปัง!!

 

“สำเร็จ!”

เมื่อฉันสามารถทำเปิดประตูได้สำเร็จโดยการเอาไม้เบสบอลง้างฟาดไปที่กระจดของประตูแล้วเอื้อมมือไปปลดล็อคเพราะประตูมันล็อคจากด้านใน เมื่อเข้ามาได้แล้วฉันก็รีบสับเท้าวิ่งอย่างไวเพื่อตามหาคนที่ติดอยู่ในนี้

ต้องรีบหาก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้! 

.

.

.

.

.

.

.

.

“แดกนี้ไปซะ!!”

 

เปรี้ยง!!

 

“?!!/?!!”เสียงกัมปนาทของไม้เบสบอลเหล็กที่ฟาดมาที่กลางหัวของตัวประหลาดนี้อย่างจัง ทำให้มันชะงักและเผลอคายทั้งสองคนออกมาอิตาโดริที่ได้สติก็รีบคว้าตัวรุ่นพี่ทั้งสองและเบี่ยงตัวออกไปทางด้านขวา

“มองอะไรไอ้ก้อนวิปริต~ อยากโดนอีกเปรี้ยงเหรอห๋ะ?”เจ้าของไม้เบสบอลเหล็กเอ่ยและยกยิ้มท้าทายเจ้าคำสาปที่หันมามองอย่างโกรธเคือง ฟุชิงุโระและอิตาโดริมองเจ้าตัวเองที่ไม่ได้มีท่าทีที่จะกลัวตัวประหลาดตรงหน้าตนแถมง้างไม้เตรียมพร้อมแล้วด้วย

 

ตู้ม!

 

แต่ไม่ทันที่จะทันได้ปะทะกันอีกรอบมันก็ถูกจัดการโดยเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มเป็นที่เรียบร้อยไปเสียแล้ว

หลังจากที่ฉันเสียเวลาในการหาตัวครที่ติดอยู่ในอาคารเรียนแถมยังมีตัวประหลาดค่อยขวางทางอยู่จนฉันเริ่มหัวเสีย จนกระทั่งได้ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องอีกครั้งไม่นานก็ตามด้วยเสียงหอนของหมาจากชั้น 4 ก็รีบวิ่งสับเกียร์​หมามาทันที

ฉันเห็นตัวประหลาดที่เหมือนมีหลายๆตัวมารวมติดกันจนดูวิปริต​ เลยวิ่งพุ่งชาร์จ​เตรียมฟาด​ตรงกับที่ผู้ชายผมสีพีชพุ่งมาทางหน้าต่าง​ อย่างแรงจนกระจกแตกและฉันก็พึ่งสังเกตว่าคนที่กระโดดมาคืออิตาโดรินั่นเอง

มันขึ้นมาได้ไงวะ=_=

แถมเจ้าตัวประหลาดนี้ก็ดูถ้าจะโดนจัดการโดยผู้ชายที่ใส่ชุดสีดำคนนั้น​ไปแล้ว ที่หันไปคุยกับอิตาโดริแล้วปล่อยให้หมาป่าสองตัวตรงหน้าฉันกัดกินตัวประหลาดเข้าไป

โล่งไปที

“ไอ้ที่กำลังกินคำสาปอยู่นั่นมันอะไร?”

“ชิกิงามิของฉันเองนายมองเห็นด้วยสินะ? ปกติเขามองไม่เห็นคำสาปกันหรอกยกเว้นตอนที่ใกล้จะตายหรือสถานที่พิเศษแบบนี้น่ะ”ผู้ชายหน้าบูดเจ้าของหมาป่าอธิบายอะไรสักอย่างกับอิตาโดริ 

ส่วนฉันก็ไม่ได้สนใจสองคนนั้น เพราะกำลังป้อนเศษซากของตัวประหลาดให้หมาป่าทั้งสองตัว แถมทั้งสองตัวก็ยอมกินชิ้นในมือฉันทั้งยังยอมให้ฉันลูบหัวเกาคอเล่นด้วย แม้จะมีสายตาของเหลือบมามองเป็นช่วงๆก็ตาม

จะว่าไปไอ้ตัวประหลาดที่ฉันเจอทุกวันนี้เรียกว่าคำสาปสินะ

 

คลืน~! กรร!!

 

“?!! อันตราย!!”

 

ตู้ม!!

 

เพดานที่ถล่มลงมาตรงกลางระหว่างอิตาโดริและฟุชิงุโระจนเกิดขคนคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อควันเริ่มจางลงก็ทำให้เห็นเมงุมิทำกำลังโดนคำสาปขนาดใหญ่คว้าตัวเอาไว้

“นูเอะ!!-”เมงุมิยังไม่ทันได้เรียกชิกิงามิของตนก็ถูกเหวี่ยงเข้ากับกำแพงจนกระอักเลือดออกมา ทำให้เกียวคุเคนทั้งสองตัวของเขานั้นหายไป คำสาปขนาดใหญ่ตัวนะกำลังจะหันไปโจมตีเมงุมิอีกครั้งแต่ว่า

 

เปรี้ยง!!

 

“เธอ?!”เมงุมิร่างร่างของเด็กสาวเจ้าของไม้เบสบอลเหล็กที่วิ่งเข้ามาเอาไม้ตีแสกหน้าของคำสาปจนมันสะงัก เธอเอาตัวบังเขาเอาไว้และเผชิญหน้ากับคำสาปแล้วเหยียดยิ้มท้าทายออกมา

“เป็นไรไอ้หน้าปลาดุกเวร?”

แต่ไม่ทันที่เธอจะง้างไม้เตรียมฟาดอีกรอบ ไฟฟ้าก็เกิดรัดวงจรจนเกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งชั้น คำสาปตัวนั้นเลยใช้จังหวะที่พุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนจนทะลุกำแพงไปยังดาดฟ้าของทางเชื่อมตึก ร่างของเมงุมิและธารต่างกระเด็นไปคนละทาง

“อึก! ไอ้…เวรเอ้ย…”

ฉันพยายามลุกขึ้นยืนโดยใช้ไม้เบสบอลพยุงตัวขึ้นเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้ก็แรงใช่เล่นแม้จะมีหมอนั้นอยู่รองรับด้านหลังฉันก็ตาม แต่ก็เล่นเอาหัวแตกกับร่างกายระบมไปหมดทั้งตัว 

รู้งี้ไม่น่าไปยิ้มท้าทายมันเลย!

“อิตาโดริ! ไม่เข้าใจรึไงว่าให้พาสองคนนั้นหนีไปน่ะ?!”

“นายเองก็อันตรายเหมือนกันไม่ใช่หรือไง!”อิตาโดริที่เข้ามาโจมตีเจ้าคำสาป แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็โดนมันลากไปกับพื้นและโยนออกไปแต่ก็สามารถกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

แต่เมื่อเขาพยายามโจมตีมันไปเท่าไรก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ จนสุดท้ายเขาก็ทุกมันจับตัวเอาไว้ พร้อมกับในปากที่คาบซากนิ้วเน่าเอาไว้เพื่อไม่ให้เจ้าคำสาปมันได้ไป

“เจ้าบ้า! ส่งมาให้ฉันไม่งั้นนายจะโดนกินไปด้วยนะ!”

 

ฟิ้ว~ปึก!!

 

“?!!”

ไม้เบสบอลเหล็กที่ถูกเขวี้ยงโดนมือของคำสาปจนหลุดไปข้างแต่มันก็ยังคงไม่ปล่อยตัวของเด็กหนุ่มไป เมงุมิหันไปมองคนที่เขวี้ยงมันมาอย่างตกตะลึงเพราะสภาพของเธอคนนั้นเองก็ไม่ได้ต่างจากตนเท่าไรนัก แม้ตัวเขาจะเจ็บจากการกระแทก แต่คนที่ถือว่ารับการโจมตีของคำสาปไปล้วนเป็นเธอ

“ปล่อยเขานะเว้ยไอ้ปลาดุกบัดซบ!!”

แต่พูดไปก็เท่านั้นเพราะมันได้ไม่หันมาสนใจเธอตามที่คาดเอาไว้ แถมยังกลับมาจับใหม่พยายามที่จะกินเด็กหนุ่มเข้าไปหากเจ้าตัวไม่เอาเท้ายันตรงฟันของมันเอาไว้

แต่คงอีกไม่นานหรอก

“ไอ้ตัวนั้นมันต้องการอะไร?!”

“นิ้วที่หมอนั้นคาบเอาไว้อยู่! อย่าให้มันได้ไปเชียวไม่งั้นเราได้ตายกันหมดแน่!!-”

“วิธีที่จะช่วยทุกคนก็มีอยู่ไม่ใช่หรือไง! แค่ให้ฉันนมีพลังไสยเวทก็พอใช่มั้ย ฟุชิงุโระ?!”

“อย่านะ!/อย่านะเจ้าบ้า!!”อิตาโดริไม่ฟังเสียงห้ามของทั้งสองคนแล้วกลืนเจ้านิ้วคำสาปนั้นเข้าไปในทันที

ไอ้เจ้าบ้านั้นไม่ได้ฟังที่พูดหรือไงว่าอย่าน่ะ!! ถ้านายกินมันเข้าไปแล้วไอ้ปลาดุกมันกินนายเข้าไปอีกทีมันไม่แย่หรือไง!-

 

ตู้ม!

 

อะเร๊ะ?

ฉันมองอิตาโดริที่ระเบิดจากมือของมันสามารถออกมาจากการจำกุมของเจ้าคำสาปปลาดุกนั่นสำเร็จอย่างตกตะลึง แต่เมื่อร่างของเขากลับมายืนบนพื้นได้อย่างเดิมด้วยท่าทางที่ดูแตกต่างออกไป 

“ระวัง!!”

 

ฉึก!!

 

อิตาโดริยกมือตะวัดขึ้นฟ้าทำให้ร่างของเจ้าคำสาปถูกฉีกกระชากแล้วค่อยๆหายไป แต่ว่าบรรยากาศรอบตัวของหมอนั้นมันต่างออกไป

ความรู้สึกขนลุกที่ไล่ขึ้นมาจากกระดูกสันหลังที่ผุดขึ้นมา มันขนลุกเหมือนตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ความรู้สึกแน่นหน้าอกแล้วหายใจติดขัดจนฉันเอามือมาขยุ้มที่อก ราวกับต้องการให้มันหายแต่ก็ไม่ 

ดวงตาที่สั่นระริกของฉันมองไปที่ร่างของอิตาโดริที่ยืนนิ่งมาได้สักพัก แต่ด้วยความตาดีหรืออะไรก็ตามฉันสังเกตเห็นความผิดปกติบนร่างกายของหมอนั้นได้

รอยขีดสีดำที่ใบหน้าและข้อมือของหมอนั้นมาจากไหนกัน

เมฆที่บดบังดวงจันทร์ได้หายไปแสงสว่างจากดวงจันทร์เข้ามาแทนที่ ทำให้เมงุมิและธารนั้นได้สังเกตเห็นร่างของอิตาโดริได้ เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับที่ใต้ดวงตาก็ปรากฏดวงตาเช่นกัน 

“หึหึหึฮาฮ่าฮาฮ่า!! ฮ่า~…นึกแล้วเชียว!​ แสงสว่างน่ะมันต้องอาบด้วยร่างเนื้อนี่แหละ!”น้ำเสียงสดใสแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ทุ้มกว่าและแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม มือที่มือเล็บแหลมยาวฉีกกระฉากเสื้อออก เผยให้เห็นเลือนร่างที่มีกล้ามหน้าท้องและลวดลายบนตัวเช่นเดี๋ยวกับใบหน้า

“ผู้คนล่ะ? ผู้หญิงล่ะอยู่ที่ไหน?!”ดวงตาสีแดงเลือดที่กวาดมองรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจที่ตนได้มีร่างเนื้อเสียที

จนกระทั่งเขาได้มาสบเข้ากับดวงตาสีน้ำหมึกใสที่สะท้อนภาพของท้องฟ้ายามราตรีอย่างชัดเจนราวกับกระจกเงา เขามองดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นที่สั่นระริกด้วยความตื่นตนกอย่างถูกใจ เด็กสาวหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้เมื่อได้สบเขากับดวงตาสีแดงเลือดนั่น ภายในอกสั่นและเต้นแรงจนน่กลัวว่าจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเจ้าของดวงตาสีแดงกำลังเดินเข้ามาหาตน

“เจอตัวแล้ว-”

 

หมับ!

 

“ห๋า?”มือขวาของเขาจู่ๆก็ขยับมาคว้าหมับเข้าที่คางของเขาเองจนเขานึกแปลกใจ

“จะใช้ร่างคนอื่นเขาทำอะไรน่ะ? เอาคืนมา”

“นี่แก ทำไมถึงยังขยับได้กัน?”

“ไม่ล่ะ ก็นี่มันร่างกายฉันนิ”

“อย่าขยับนะ! นายน่ะไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว”

เด็กสาวได้สติก็ตอนที่คนข้างๆตนนั้นตะโกนออกมาและตั้งท่าเตรียมที่จะสู้กับคนตรงหน้าที่รอยต่างๆเริ่มหายไปเสียแล้ว เธอใช้ช่วงเวลานั้นค่อยๆเดินชิดราวกั้น​เมื่อมั่นใจว่าความสนใจของทั้งคู่ไม่ได้อยู่ที่ตน ก็พยายามฝืนเดินเกาะราวไปหยิบไม้เบสบอลของตนแล้วเดินจากไปพอดีกับที่มาบุคคลเข้ามาใหม่

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“แฮ่กๆ! อัก!….เดินออกมาแบบนี้คงไม่เป็นไรมั้ง”

ฉันที่สามารถลากสังขารของตัวเองออกมาจากอาคารชั้นสี่ได้ก็มาหยุดพักอยู่ตรงใกล้ๆหน้าประตูโรงเรียนพลางหอบหายใจ เพราะกว่าจะลงมาได้ก็เอาเรื่องเพราะเหมือนว่าข้อเท้าจะช้ำตอนกระแทก

ไม่สิมันช้ำไปหมดทั้งตัวแล้วโชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดจะได้ไม่ต้องฝืนมาเรียน

“หวังว่าคงไม่ได้เจอเรื่องอะไรแบบนี้อีกนะ-”

“คร่อกกกกก! ฟี้~!”

“หืม?…………….”ฉันที่ได้ยินเสียงคล้ายคนนอนกรมเสียงดังมาจากที่ด้านซ้ายก็หันไปมอง ก็พบกับลุงยามที่นอนหลับอยู่ในป้อมอย่างสบายใจจนรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่ปูดอยู่ข้างขมับ

คือ……เขาสู้กันเสียงดังแถมตึกพังลุงไม่ตื่น นี้หลับหรือซ้อมวะครับ!!

กูไม่แปลกใจเล๊ยยย ว่าทำไมไม่มียามมาดูสักทีบักห่า!!

 

--------------------------------------------------------------

หวังว่าจะไม่สบสนนะคะที่ไรท์เขียนแบบบุรุษที่ 1 และสามสลับกันไป

ไม่มีไรมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #61 LADYBLUE/ASH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:25
    หุบยิ้มจนปวดแก้มค่ะ นางเอกคือขำมาก ชอบมากค่ะ
    #61
    0
  2. #15 Koki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 18:39

    นางเอกสายสตรองถูกใจมากแม่รักเลย~~มาต่ออีกนะค้าาาา

    #15
    0
  3. #14 KUNLuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 10:16
    แว้วววววมากกกก
    #14
    0
  4. #13 themoonshine_rik (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 20:39
    ฉันเลิ้ปเอเนอจี้นางมากเลย5555555555555
    #13
    0
  5. #12 Duan_1211 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:43
    ลั่นมากค่ะ55555
    #12
    0
  6. #11 jutamams (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 14:57
    นางเอกโคตรเฟี้ยวมากกก😎👍🏻👍🏻 (ปล.ไรท์เขียนได้ดีมากๆๆๆเลย รอตอนต่อไปนะคะ)
    #11
    0
  7. #10 SParnzaza (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 13:54
    อย่างลั่นตรงยทฑูต5555
    #10
    0
  8. #8 Lucia Damon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 02:20

    สุดยอดเลยไรท์เขียนออกมาได้ดีสุดๆ

    #8
    0
  9. #7 Marius Yo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 22:03
    มีตุ๊กแกไล่ตอนเช้าก็น่ากลัวนะเนี่ย555555
    #7
    0
  10. #6 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:50
    อ่านชื่อครั้งแรกนึกถึง ธานินทร์ อินทรเทพ เลยค่ะ555555555555
    #6
    1
    • #6-1 ลุนแลงอ้ะ(จากตอนที่ 1)
      13 มกราคม 2564 / 21:50
      If you know, you know #ดักแก่
      #6-1
  11. #5 ไอ้ครึ่งๆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 21:24
    ความอินดี้นี่มันอะไรกัน!!!!!
    #5
    0
  12. #4 Milovegot (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 20:11
    ยมทูตโคตรเฟี้ยวเลย 555555
    #4
    0