[Fic Jujutsu Kaisen/JJK](oc)『Can you guys let me die?!』

ตอนที่ 3 : 『Ex-fxcking-cuse me?!』III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 314 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

 

นักเรียนคนที่ 4 กับบททดสอบสุดเอ็กคูลซีบและโจรขโมย วะซั่น

.

.

.

.

.

 

 

เอี้ยด~

 

โกโจที่รอเด็กสาวที่เข้าไปด้านในเมื่อพบอาจารย์ใหญ่ หันไปตามเสียงเปิดประตูก็พบกับเด็กสาวที่เขารออยู่นั้นยังอยู่ในสภาพดีไม่มีร่องรอยต่อสู้มาเหมือนกับยูจิ เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้วโค้งตัวเล็กน้อย แต่สิ่งที่เธอพูดออกมาทำให้เขายกยิ้มออกมา

“…..จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะคะ‘โกโจเซนเซ’

“แสดงว่าผ่านสินะ”

“….”เด็กสาวไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าตอบไปแค่นั้นและกำลังระลึกชาติเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้านใน

 

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้

 

หลังจากที่ฉันได้เดินเข้ามาแล้วรอบๆก็ไม่ค่อยต่างจากด้านในของวัดแบบญี่ปุ่นเท่าไรนัก ภายในเองก็ส่องสว่างเล็กน้อยเพราะแสงจากเทียนตามเสาต่างๆไล่มาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่ชายคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอ

“ซาโตรุล่ะ?”

คุณลุงกำลังเย็บตุ๊กตาแถมน่ารักซะด้วย…

ตรูควรรู้สึกยังไงดีวะเนี่ย....

“…นั่งเป็นนางเอกละครน้ำเน่าโดนแม่ผัวแกงอยู่ด้านหน้าประตูค่ะ”

“งั้นเหรอ…ฉัน‘ยากะ มาซามิจิ’เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้…แล้วเธอล่ะ”ยากะซังหยุดทำตุ๊กตาแล้วเงยหน้าขึ้นมามองฉันดีๆ ฉันเลยโค้งและเอ่ยแนะนำตัวเองตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น

“ธารนิล เตชะสินธุ์ค่ะ ขอฝากตัวด้วยนะคะ”

“เธอมาทำอะไร?”ฉันชะงักไปเล็กน้อยแต่น่าแปลกที่เหมือนฉันจะเข้าใจมัน

“….นั่นสินะ หนูก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่…คงเพราะถูกบังคับให้มามั้งคะ”ฉันเงยหน้าขึ้นมาแล้วเหม่อมองอย่างไร้จุดหมายเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ทั้งๆที่ฉันควรจะนอนอยู่ที่ห้องพักที่มิยาจิแท้ๆ

“ถูกบังคับมางั้นเหรอ?”ยากะซังลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยถามฉันอีกครั้ง

“แปลว่าเธอจะเข้าเผชิญหน้ากับคำสาป เพราะถูกบังคับมางั้นเหรอ?”

“….”

สอบตก!

“….ขอเหตุผลด้วยค่ะยากะซัง”แม้ว่าฉันจะได้ยินว่าฉันสอบตกอันนี้ก็พอเดาได้อยู่แล้ว แต่ฉันอยากรู้อะไรมากกว่านั่นอีก

ยากะจ้องมองไปที่ดวงตาสีน้ำหมึกที่ไม่มีแววของความตื่นตระหนกแบบอิตาโดริแต่อย่างใด สิ่งที่ดวงตาคู่นั้นแสดงออกมามีเพียงความเรียบเฉยเช่นด้วยกับท่าทางของเด็กสาว ที่ยังคงยืนนิ่งไปเลิ่กลั่ก

“เธอจะมาเรียนรู้คำสาปหรือจดจำวิธีปัดเป่าคำสาปไปทำไมในเมื่อเธอ‘โดนบังคับให้ทำมัน’ ทุกวันนี้ผู้คนที่เธอไม่รู้จักล้มตายลงไปทุกๆวันไม่ว่าจะจากคดี,อุบัติเหตู,โรคภัยร่วมถึงคำสาป”เขาเดินเข้าหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอแม้ว่าเขาจะกดดันเธอแต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมสักนิด

“นักคุณไสยต้องอยู่คู่กับความตายอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่ความตายของตนเองแต่บางครั้งก็ต้องฟาดฟันร่างเนื้อของคำสาป โดยมองคนที่ถูกสาปฆ่าตายมันเป็นงานที่ไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่นัก แต่ความบ้านิดหน่อยกับแรงจูงใจที่สูงจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้…..‘แต่เธอไม่มีมัน’

“….แล้วยังไงคะ”

“หืม?”

“ถึงจะถูกบังคับมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตข้างหน้าหนูอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ใครก็รู้….จริงอยู่ที่ความตายเป็นสิ่งที่ลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นหนูหรือคุณหรือใครก็ตามแต่ในเมื่อมันเป็นสัตจธรรมของมนุษย์ที่มีเกิดย่อมมีดับสูญ มันอยู่ที่ว่าจะเร็วหรือช้าก็แค่นั้น”ดวงตาสีน้ำหมึกที่ไม่ละไปจากดวงตาใต้กรอบแว่นของผู้ใหญ่ที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ ดวงตาสีน้ำน้ำหมึกใสที่ไร้ซึ่งความลังเลในคำพูด

แต่ถึงอย่างนั้นกลับความชินชาบางอย่างที่แฝงอยู่ในนั้น

“หนูคิดว่าถึงจะถูกบังคับมา แต่ถ้ามันสามารถทำให้คนๆหนึ่งสามารถตายได้อย่างสงบและถูกต้องหรือไม่ต้องมาตายก่อนวัยอันควรเพราะพวกคำสาป…ก็คงดีเพราะ…”

“เพราะอะไร?”

“….ชีวิตมันมีค่ายังไงล่ะค่ะ”ยากะนิ่งเงียบไปสักพักแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม ทำเอาเด็กสาวนึกสงสัยที่จู่ๆเขาก็ผละจากเธอไปนั่งทำตุ๊กตาก่อน

“ซาโตรุจะเป็นคนนำทางเธอไปที่หอพัก และอธิบายเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภับต่างๆของโรงเรียนให้เธอฟัง”

“….ขอบคุณค่ะ”เธอโค้งตัวขอบคุณยากะเขาพยักหน้ารับคำขอบคุณ

ขอต้อนรับสู่โรงเรียนไสยเวท

 

จบการย้อนความ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“ที่นี้คือห้องพักของเธอนะครับ”หลังจากที่เขาอธิบายเกี่ยวกับส่วนต่างๆของโรงเรียนรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยด้วย ห้องขนาดไม่เล็กแล้วไม่กว้างจนเกินไปพนังห้องเป็นที่ฟ้าซีดสบายๆที่ถือว่าห้องกำลังดีสำหรับฉันเลยน่ะ

“ถูกใจเหรือเปล่า?”

“ค่ะ ก็ไม่ต่างจากห้องที่อพาท์เม้นท์เท่าไหร่นัก”ฉันตอบเซนเซไปพลางเดินสำรวจภายในห้อง ห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัวคงเป็นแบบอาบรวมตามแบบฉบับของวัดนั่นแหละแต่ฉันก็ไม่ถือสาขอแค่ได้อาบก็พอแล้ว

“พรุ่งนี้ตื่นแต่เราจะออกไปข้างนอกกันนะ”

“มีทดสอบเหรอคะ?”

“เปล่า พรุ่งนี้เราจะไปรับนักเรียนปี 1 คนที่ 4 กันครับแล้วก็เธอเป็นผู้หญิงเหมือนธารด้วยนะ”

“เหรอค่ะ….”

“นอกจากนั้นอาคารข้างๆนี้ก็เป็นห้องพักของเมงุมิกับยูจิ พวกปี 1 ก็ควรอยู่ใกล้ๆกันครึกครื้นดีใช่มั้ยล่ะ-”

“ครึกครื้นไปคนเดียวเถอะค่ะ”

“ฮึก! ธารจังจะเย็นชาเกินไปแล้วนะครับ ผมอุสาหวังดีอยากให้ปี 1 ได้สนิทกันแท้ๆไม่เห็นจะต้องไล่ผมออกไปก็ได้นิ กระซิกๆ”โกโจทรุดลงไปกับพื้นแล้วทำเสียงสะอึกสะเอือนราวกับโดนแม่ผัวแกงอีกครั้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวราวกับว่าจะให้เธอเห็นใจ

“…..”ใบหน้าปลาตายแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าแหยงแกและหรี่ตามองร่างสูงของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของเธออย่าง‘ปลงตกและเอื่อมระอา’กับชายคนนี้ แล้วชี้ออกไปที่ด้านนอกห้อง

ประตูอยู่ทางนู้นค่ะโกโจ ซาโตรุซัง

“ธารจังโหดร้ายยยย”

นี้ตรูได้อาจารย์สมองเด็กสามขวบใช่ป่ะ? ==

หลังจากที่โกโจเซนเซออกไปแล้วเขาบอกว่าชุดนักเรียนของฉันจะได้ในวันพรุ่งนี้เช้า และถ้ามีอะไรให้โทรมาบอกเขาได้ เมื่อฉันแน่ใจแล้วว่าเขาไม่อยู่แถวนี้แล้วฉันก็วางกระเป๋าเป้สายเดี่ยวทรงสามเหลี่ยมมาวางไว้บนเตียง ล้วงมือเข้าไปหยิบสร้อยข้อมือออกมาวางไว้

“เขาไม่อยู่แล้วล่ะเจ้”สิ้นคำพูดร่างวิญญาณสาว(?)ของเจ้มิซึก็ออกมาจากสร้อยข้อมือ มองสำรวจไปรอบๆห้องพักห้องใหม่

“ขนาดกำลังดีสำหรับอยู่ได้หนึ่งคนเลย ดีแล้วเหรอที่เอาเจ้มาด้วยน่ะ?”มิซึหันไปถามเด็กสาวที่กำลังนั่งเอาคัตเตอร์กรีดแทปบนกล่องออกและจัดห้องพลางๆ

“ถ้าหนูไม่ทำแบบนี้คนต่อไปที่มาเช่าอยู่ก็คงได้เรียกหมอผีมาไล่เจ้แน่ๆ อยู่กับหนูที่นี้จนกว่าเจ้จะไปเกิดใหม่ก็ได้”

“หนูธาร….แงงง!”มิซึรู้สึกซาบซึ้งเลยลอยด้วยความเร็วมากอดฉันอย่างแรงแต่ก็ทะลุฉันไปแถมออกไปนอกห้องอีกต่างหาก เพราะฉันไม่ทันตั้งตัว แต่มันก็แลกมากับความรู้สึกเย็นยะเยือกและโหว่งๆภายในกายเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มีผีมาทะลุผ่านตัวฉันไป

ขนลุกดีแท้แต่ก็ชินไปเสียแล้ว

“แงงงงงง เจ้รักหนูที่สุดเลยยยย”เจ้มิซึยังคงไม่ย่อท้อกลับมากอดฉันจนได้ ฉันก็เลยต้องกอดเจ้แกตอบไป

“เลิกร้องไห้ได้เลยเจ้เดี๋ยวก็หมดสวยหรอก มาช่วยหนูจัดของดีกว่า”

“ฮึก! อื้ม”และเวลาก็ล่วงเลยไปจนใกล้ค่ำทั้งฉันและเจ้มิซึก็ช่วยจัดห้องจนเสร็จหมดทุกอย่างเว้นแต่…..

…ไม้ข่อยอยู่ไสวะ?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“เด็กปี 1 มีแค่สี่คนมันน้อยไปไหม?”

“งั้นที่ผ่านมาพวกนายเคยเห็นคนที่มองเห็นคำสาปไหมล่ะ?”

“ก็…ไม่นะ”

“เพราะแบบนั้น นักคุณไสยมันถึงได้น้อยยังไงล่ะ”

“อ๋อ….งี้เอง”ฉันร้องเข้าใจก่อนที่จะงับไอติมการิการิรสโซดาเข้าปาก

เช้าวันต่อมายูจิเป็นคนมาปลุกฉันมี่ห้องเพื่อเรียกไปอาบน้ำและรับชุดนักเรียนก่อนที่เราจะไปออกไปรับนักเรียนคนที่ 4 ตามที่โกโจเซนเซบอกเอาไว้ที่ฮารากุจุ แต่รอมาสักพักแล้วจนฉันกับยูจิไปซื้อการิการิคุงมากินก็ยังไม่เห็นมาเลย โอ๋ะ! เห็นผีกระโดดไปให้รถชนอีกแล้วแฮะกี่รอบแล้วว่ะเนี่ย…. 

แถมเมื่อวานไม้เบสบอลคู่ใจก็หายไปอีก…ฮวย

“นี้ๆ ธาร”

“ว่า…”

“ฉันว่าจะถามตั้งแต่ที่รร.แล้ว ทำไมถึงเอาเชือกมาพันไว้ที่มือล่ะ?”ยูจิว่าพลางชี้มาที่มือของฉันที่พันเอาไว้ด้วยเชือกเส้นหนาทั้งสองข้าง

“นี้เหรอ? เขาเรียกว่า‘เชือกคาด’น่ะเป็นเชือกที่คนไทยสมัยก่อนใช้ชกแทนนวมน่ะ”ฉันอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับเชือกที่พันมือฉัน ตอนที่ฉันกำลังเก็บของในห้องที่อพาท์เม้นท์ฉันดันไปเจอกล่องเก็บของเก่าๆของฉัน ด้านในมันเป็นกางเกงมวยกับเชือกคาด

เห็นแบบนี้ก่อนย้ายมาที่ญี่ปุ่นฉันก็เคยเรียนมวยไทยนะ ก่อนย้ายมาที่นี้พ่อครูหรือคุณปู่ข้างบ้านของฉันแกเปิดค่ายมวย พอปู่แกเห็นว่าฉันชอบไปแอบมองพวกเด็กในค่ายฝึกกันก็เลยชวนมาฝึกด้วยตั้งแต่เด็กๆ

แถมไหนๆงานแบบนี้ก็อันตรายก็เอามาปัดฝุ่นสักหน่อยแล้วกัน

“เธอต่อยมวยเป็นเหรอ?”เมงุมิถามฉันอย่างสงสัย

“เป็น แต่ไม่ได้ต่อยมานานแล้วคงขึ้นสนิมหมดแล้วล่ะ”

“หรอ..นี้ๆธารว่างๆช่วยสอนฉันหน่อยได้มั้ย?”

นี้ตรูเมาไอติมหรือยังไงไอ้หูกับหางหมาชิบะนั่นมันอิหยังว่ะ

เด็กสาวผมสีดำปีกอีกาจ้องมองไปยังดวงตาสีน้ำตาลเฮเซลนัทแกมเหลืองนิดๆของเด็กหนุ่มผมสีพีชที่กำลังส่องประกายอย่างออดอ้อน จนเธอเหมือนเห็นภาพหลอนว่าตนตรงหน้าตนนั้นมีหูและหางของเจ้าสุนัขประจำแดนอาทิตร์อุทัยอย่างชิบะอินุกัน

“รอกันนานมั้ยเอ่ย~ ชุดนักเรียนส่งมาทันสินะ”ไม่นานคนที่หันพวกเธอทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงจนได้

“โอ้! ไซส์พอดีเลยล่ะ ใช่มั้ยธาร”

“อืม…แต่ของหนูกับยูจิมันต่างกับเมงุมินิดหน่อยนะคะ”ฉันชี้มาที่ฮู้ดของฉันกับยูจิ

ชุดนักเรียนของฉันมันดูคล้ายกับของยูจิมากๆ ต่างกันเพียงแค่ว่าฮู้ดของฉันมันเป็นสีเทากับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าประมาณคืบหนึ่งได้มั้ง แต่กางเกงมันเป็นแบบบานจนดูเหมือนกระโปง ฉันเลยใส่กางเกงเลกกิ้งขายาวเลยเข่าไปคืบสีดำเอาไว้ด้านใน นอกนั้นก็เหมือนกัน

โดยเฉพาะรองเท้าที่บังเอิญใช้สีเดียวกันอีกแต่คนละยี่ห้อ

“เครื่องแบบนักเรียนขอกับทางรร. เขาก็จะช่วยแต่งเติมหลายๆอย่างให้ตามต้องการให้น่ะ”

“เอ๋?/….”ฉันกับยูจิที่ได้ยินแบบนั้นก็หันมามองหน้ากันทำนองว่าพวกเราไม่ได้ขออะไรไปเลยนิ

“แต่ผมกับธารไม่ได้ขออะไรไปนะ?”ฉันพยักหน้าเห็นด้วยแล้วงับการิการิคุงคำสุดท้ายเข้าปาก

“ก็ผมเป็นคนสั่งทำให้เองนี่นา”คำตอบของเซนเซทำเอาฉันปลงกับนิสัยแบบนี้ของเขา….แต่ก็คงต้องทำใจนั่นแหละก็ในเมื่อหลวมตัวมาเป็นศิษย์ของเขาแล้วนิ แถมยูจิเองก็เหมือนกันเลยบอกไปว่าช่างมันเถอะ

“ระวังตัวด้วยล่ะ โกโจเซนเซเขาชอบมีนิสัยแบบนี้”นายเตือนไม่ทันแล้วล่ะเมงุมิ

“ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมมารวมกันที่ฮารากุจุล่ะครับ?”

“เจ้าตัวบอกอยากให้เป็นที่นี่น่ะ เพราะงั้นเราไปหาเจ้าตัวกันเถอะ~”

“ครับ/ครับ!/…..”

“ธารจังไม่ขานรับด้วยเหรอ?”โกโจหันไปมองเด็กสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มที่เงียบไม่ขานตอบเหมือนดีสองคน เจ้าตัวก็ทำแค่มองร่างสูงแล้วตอบไปว่า

“…ขี้เกียจค่ะ”

อินดี้หน้าตาย…

คงเป็นคำนิยามที่พวกเขาทั้งสามคนสามารถบรรยายความเป็นเธอได้ในตอนนี้

พวกเราสี่คนเดินเข้ามาตรงทางเดินอันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินซื้อของกันในควั่ก แถมระหว่างทางยูจิเองก็ซื้อของมากินด้วย รวมถึงฉันที่ซื้อทาโกยากิกับน้ำแอปเปิ้ลปั่นมากิน จนกระทั่งเราเดินมาเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมเครื่องแบบของโรงเรียนจูจูทสึ

ทำให้ของเธอเป็นกระโปงแล้วของฉันมันเป็นกางเกงฟร่ะ?//เหลือบไปมองตัวต้นเหตุ

“จากนี้พวกเราต้องเข้าไปคุยกับแม่นั่นเหรอ? น่าอายยังไงไม่รู้”

“นายก็ด้วยเว้ย/นายก็ด้วยเฟ้ย”เมงุมิกับฉันพูดพร้อมกันเมื่อเหลือบไปมองยูจิที่สวมแว่นกันแดดทรงตัวอักษรที่เขียนไว้ว่าROOK กับในมือที่ข้างนึงถือป๊อปคอร์นกับเครปเย็นหน้าสตอเบอร์รี่กับกล้วยหอม

จนกระทั่งโกโจเซนเซเป็นคนทักเธอคนนั้น ทำให้พวกเราต้องเดินไปยังแถวๆโซนตู้คอร์เนอร์ราคา 400 เยนให้เธอได้เก็บของของเธอ เมื่อเรียบร้อยแล้วเราก็กล่าวแนะนำตัวกัน

‘คุงิซากิ โนบาระ’จงดีใจซะที่มีผู้หญิงมาเพิ่มอีกคนแล้ว”โนบาระเอ่ยแนะนำตัวด้วยท่าทางที่ดูเชิดๆ แต่ก็ช่างมันเพราะคนเรามันรู้หน้าไม่รู้ใจกันอยู่แล้ว

“ฉันอิตาโดริ ยูจิมาจากเซ็นไดน่ะ”

“ฟุชิงุโระ เมงุมิ”

“….ธารนิล เตชะสินธ์ุจะเรียกว่าธารก็ได้​”

“ไม่ใช่คนญี่ปุ่น?” 

“อา​ฮะ​ ฉันเป็นคนไทยย้ายมาอยู่ที่เซ็นไดเหมือนหมอนี่น่ะ” 

พอพวกเราสามคนกล่าวแนะนำตัวกันไปโนบาระมองพวกเราอย่างวิเคราะห์ แล้วก็ถอดหายใจออกมาแล้วพูดว่าเธดไม่มีวาสนาเรื่องสภาพแวดล้อมเอาซะเลย

“มองหน้าคนอื่นแล้วถอดหายใจด้วยแหนะ”

“ตอนฉันเจอนายก็ถอดหายใจเหมือนกันนั่นแหละ”

“เอ๋! ตอนไหนอ่ะ”ตอนนายทักฉันว่าสบายดีใช่มั้ยทั้งๆที่สภาพฉันก็ไม่ต่างจากมัมมี่ที่โรงเผาศพนั่นแหละยะ

“จากนี้ไปเราจะไปไหนกันเหรอครับ?”เมงุมิหันไปถามโกโจเซนเซที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้าตัว ก่อนที่จารย์แกจะหัวเราะออกมาอย่างนึกสนุก

ไม่น่าไว้ใจสุดๆ

“ปี 1 อุตส่าห์มารวมกันครบ 4 คนทั้งที มิหน้ำซ้ำสามในสี่ยังเป็นคนต่างถิ่นด้วย งั้นก็ต้องไปใช่มั้ยล่ะ….เที่ยวโตเกียวน่ะ”

“โตเกียว! โตเกียว! โตเกียว! วี เลิฟ โตเกียว!”

“เอ๋?/….”เมงุมิกับฉันร้องออกมาอย่างไม่เชื่อสักเท่าไรว่าเซนเซจะพาเราเที่ยวจริงๆ

แต่กลับอีกสองคนที่เหมือนจะตื่นเต้นกัน ว่าอยากไปเที่ยวไหนกันอย่างโนบาระอยากไปเที่ยวTDL(โตเกียวดิสนีย์แลนด์)แต่ก็โดนยูจิปัดไปเพราะมันอยู่ที่จังหวัดชิบะ ยูจิเลยเสนอว่าอยากไปที่ไชน่าทาวน์แต่ก็โดนโนบาระปัดไปเช่นกันเพราะมันอยู่ที่โยโกฮามะ

มันก็อยู่ที่โตเกียวไม่ใช่เหร๊อ?

“….เธอไม่ตื่นเต้นเหรอ?”เมงุมิหันมาถามเด็กสาวข้างๆเพราะส่วนสูงที่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนเขาเลยไม่ต้องก้มมองเธอ เธอไม่ได้มีท่าทางที่ตื่นเต้นเหมือนกับอิตาโดริทั้งๆที่มาจากเซ็นไดเหมือนกันแถมเธอยังเป็นชาวต่างชาติด้วย

“…ก็ไม่นะ เพราะยังไงก็ได้หมด”ฉันยักไหล่ตอบไปเพราะฉันมันก็เป็นคนง่ายๆอยู่แล้วจะไปเที่ยวไหนก็ได้แหละแต่อาจยกเว้นไว้บางที่นะ แถมฉันเองก็เคยมาเที่ยวในโตเกียวกับพ่อแม่แล้วครั้งนึงด้วยเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่

“ถ้างั้นเราจะประกาศสถานที่ให้รู้ครับ”เมื่อสิ้นคำพูดของผู้อาวุโส(?)เพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม ทั้งโนบาระและยูจิก็หยุดทะเลาะกันแล้วทำท่าคุกเข่าลงกับเพื้นราวกับทหารชั้นผู้น้อยที่รอรับคำสั่งของผู้เป็นนาย

“รปปงงิ!”

“รป-ปง-งิ?!”โนบาระและยูจิที่หันมามองหน้ากันอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าจะไปที่ไหน เพราะที่รปปงงิที่ฉันเคยได้ยินมา เห็นบอกว่าเป็นที่เย้ายวนใจสายเที่ยวเพราะมีความเป็นสากลนิยมและหรูหราอลังกาล มีทั้งพิพิธภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส, ร้านอาหารติดดาวมิชลิน และร้านแบรนด์เนมอันหรูหราหลายแห่งตั้งอยู่ แถมยังเป็นย่านการค้าที่พลุกพล่านขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในโตเกียว มีทั้งร้านอาหาร, บาร์และคลับต่าง ๆ มากมายที่เปิดให้บริการไปจนถึงกลางดึกอีกด้วย

“….นายคิดเหมือนฉันมั้ยบี 1”ถึงจะอย่างนั้นฉันกับเมงุมิก็หันมามองหน้ากันราวกับว่ามีความคิดเหมือน

“….คิดเหมือนกันเหมือนกัน”

ไม่ได้พาไปเที่ยวแน่ๆ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

และ~…ก็เป็นไปตามคาด

“มีคำสาปอยู่ด้วยนะครับ/มีคำสาปไม่ใช่เหรอคะ”

“ไอ้คนตอแหล!/ไอ้คนตอแหล!”

“ไม่ใช่รปปงงิด้วยซ้ำไป!”

“เห็นใจคนต่างถิ่นเป็นของเล่นหรือไง?!”

“แต่ธารยังไม่เห็นบ่นเลยนะครับ รายนั่นเป็นคนต่างชาตินิ-”

“เพราะรู้อยู่แล้วยังไงล่ะคะ ว่าเซนเซไม่มีทางพามาเที่ยวแน่ๆ”ฉันตอบเซนเซทันควักทำเอาเซนเซ นอยไปสักพักเพราะฉันไม่เล่นด้วย

“อะแฮ่ม! ใกล้ๆนี้มีสุสานขนาดใหญ่อยู่น่ะ แล้วพอมีตึกร้างซ้ำเข้าไปเลยเกิดคำสาปขึ้นมา”

“สุสานนี่มีออกมาง่ายๆจริงๆด้วยเหรอ?”ยูจิเอ่ยถามเพราะไม่เข้าใจ ส่วนฉันก็พอนึกออกว่าเพราะอะไรเลยนึกขึ้นได้ว่าทุกๆที่มันมีเรื่องผีนั่นแหละไม่ว่าจะสุสาน,โรงเรียน,โรงพยาบาลรวมถึงตึกร้างหรือบ้านร้าง

อิคำสาปนี้แม่งอยู่ได้ทุกที่จริงๆ

“เดี๋ยวสิ หมอนี่ไม่รู้กระทั่งเรื่องแบบนี้เหรอ?”โนบาระเอ่ยถามอย่างสงสัยก่อนที่เมงุมิจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น นั่นทำให้โนบาระทำท่าทางขยะแขยกยูจิเพราะกินวิตถุต้องสาประดับพิเศษเข้าไป และบอกว่าด้านอนามัยของยูจิต่ำมาก

“เรื่องนี้ฉันเห็นด้วย/….เซม”

“เอ๋!!”ยูจิหันไปมองอีกสองคนที่เห็นด้วยกับโนบาระ

จะนิ่งเหมือนกันไปแล้วนะสองคนนี่เนี่ย

“ผมอยากรู้ว่าพวกเธอทำได้แค่ไหน เอาเถอะ ก็เหมือนกับทดสอบภาคปฏิบัตินั่นแหละนะ”โกโจเซนเซกูพูดขึ้นมาทำให้พวกเราพอเดาได้ว่าเหตุผลจริงของการมาที่นี้คืออะไร

“โนบาระ,ยูจิ ทั้งสองคนช่วยปัดเปาคำสาปในตึกนี้นะ”

“แหงะ!”

“อ้าว คำสาปมันปัดเป่าได้ด้วยคำสาปเท่านั้นนี่ ผมใช้คุณไสยไม่เป็นหรอกนะ?”ยูจิถามโกโจเซนเซไปรวมถึงฉันเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะฉันแค่เห็นผีกลับคำสาปเฉยๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะอธิบายว่าตัวของยูจิที่กินนิ้วของสุคุนะเข้าไปก็ไม่ต่างคำสาปไปแล้วครึ่งนึง และจารย์แกก็ให้เครื่องไสยเวท‘โทสะมะ’เป็นอาวุธที่มีไสยเวท อยู่ลักษณะของมันเหมือนกับมีดอีโต้ขนาดใหญ่แบบมีดพก

“คือว่า….แล้วหนูล่ะ?”ฉันที่ติดใจอย่างนึงก็คือทำไมถึงไม่มีชื่อของฉันในการจัดการคำสาปในตึกนี้ ทั้งยูจิ,โนบาระและเมงุมิก็เห็นด้วยเพราะฉันเองก็เป็นเด็กใหม่เหมือนกับอีกสองคน

“ก็ธารพิเศษกว่านี่นา~หรือว่าน้อยใจเหรอ? โอ๋ๆไม่ต้องน้อยใจนะครับเพราะผมได้เตรียมบททดสอบพิเศษกว่าทั้งสองคนเอาไว้แล้วครับ~”โกโจเดินเข้ามาลูบกลุ่มผมสีดำปีกอีกาเด็กสาวจนยุ่งเด็กสาวก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด…..

เคยลูบหัวลูกศิษย์อยู่ดีๆแล้ววูปป่ะจารย์?”แค่ส่งสารตาประมาณว่าอย่ามาเล่นหัวคนอื่นจะได้มั้ยเท่านั้นเอง

“ธารนิลซังใจร้ายยยยย! ผมแค่ลูบหัวปลอบใจเอง-”

“ไม่ต้องการค่ะ”

ทำไมลูกศิษย์คนนี่ไม่เป็นมิตรเอาซะเล๊ยยย~!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ผ่านมาได้สักพักแล้วหลังจากที่โนบาระและยูจิเข้าไปด้านในตึกร้าง ฉันกับเมงุมิแล้วก็โกโจเซนเซก็มานั่งรออยู่ตรงด้านหน้าอาคาร เซนเซก็อธิบายอะไรสักอย่างซึ่งฉันขี้เกียจฟังมันเอาง่ายๆก็ทดสอบความบ้าและเพี้ยนของโนบาระมั้ง….ช่างมันจำไปก็รกสมอง

“ฮ้าว~…..ง่วงดีแท้”เพราะไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเฉยๆฉันก็เริ่มรู้สึกง่วง

“ธารเห็นอะไรในตึกหรือเปล่าครับ?”โกโจเซนเซหันไปถามเด็กสาวที่นั่งทำหน้าง่วงนอนอยู่ข้างๆลูกศิษย์อีกคนของเขา เด็กสาวไม่ตอบอะไรเหม่อมองตึกร้างตรงหน้าของตนอยู่พักหนึ่งแล้วตอบเขา

“…..ชั้น 4 หน้าต่างบานที่สาม”สิ้นคำพูดทั้งโกโจและเมงุมิก็มองยังจุดที่เธอบอก

แต่ก็ไม่พบอะไร

“เห็นอะไรบ้างครับ”โกโจถามเธออีกครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอเป็นคนเดียวที่เห็น

“…วิญญาณ 3 ตนกำลังมองลงมาที่พวกเรา เขาคิดว่าพวกเรามาลองของเหมือนคนอื่นๆที่เคยมากัน”

“วิญญาณ? เธอเห็นเหรอ?”เมงุมิเอ่ยถามเธออย่างแปลกใจเพราะเขาไม่ยักกะเห็นอะไรนอกจากความว่างเปล่า

“เมงุมิคุงไม่เห็นก็ไม่แปลกหรอก ธารจังเขาเป็นคนเดียวที่สามารถมองเห็นทั้งวิญญาณและคำสาปได้ในเวลาเดียวกัน เพราะงั้นผมถึงบอกไงว่าธารจังพิเศษอาจพอๆกับยูจิคุงก็ได้”โกโจกล่าวชมและอวยความสามารถด้านนี้ของเด็กสาวชาวต่างชาติเพียงหนึ่งเดียว

“….มีเด็กติดอยู่ด้านใน”

“หืม? ว่าไงนะครับ?”

 

กรี๊ดดด!!

 

“เชี้ย!/ผมปัดเป่าเอง”เสียงของคำสาปที่กระโดดลงมาจากตึกชั้น 4 ทำเอาฉันที่กำลังจดจ้องอยู่กับผีที่อยู่ด้านในเผลออุทานออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เมงุมิจะเป็นคนอาสาที่จะปัดเป่ามัน แต่ก็โดนเซนเซรั้งไว้ก่อน

 

ฉึกๆๆ!

 

หนามอันแหล่มคมที่จู่ๆก็ทะลุออกมาจากตัวของคำสาปตนนั้นจนมันสลายหายไปพร้อมๆกับไอคำสาปที่ปกคลุมรอบๆตึกที่หายไป คงเป็นความสามารถของโนบาระมั้งฉันว่า ฉันลองมองไปที่ตึกอีกครั้งก็พบว่าวิญญาณที่อยู่ด้านใน

กำลังโค้งขอบคุณเราอยู่

พวกคำสาปเองก็คงมีผลกระทบกับวิญญาณสินะ

ไม่นานทั้งสองคนก็ออกมาจากตึกร้างพร้อมกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่โนบาระเล่าว่าไปเจอโดยบังเอิญเหมือนจะเข้ามาเล่นแล้วออกไปไม่ได้ขึ้นมา ซึ่งมันก็ตรงกับที่ฉันบอกทั้งสองคนไปว่ามีเด็กติดอยู่ข้างในก่อนที่อิคำสาปหน้าเหมียนเขียดจะกระโดดลงมานั่นแหละ

“เป่ายิงฉุบ!/เป่ายิงฉุบ!”

“โถ่เว้ยยย!/วู้วฮู้ว!”

หลังจากที่พวกเราไปส่งเด็กคนนั้นแล้ว ตอนนี้ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีส้มไปซะแล้ว เมื่อมาถึงหน้าสถานีทั้งสองคนก็ทะเลาะกันเรื่องที่จะกินสเต็กหรือซูชิ เลยจบลงที่เป่ายิงฉุบโนบาระเป็นฝ่ายชนะไป ทำให้สรุปว่าไปกินซูชิกันที่กินซ่าแต่ยูจิก็บอกว่าอยากกินซูชิสายพาน

แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม…

“ฟุชิงุโระกับธารก็พูดอะไรหน่อยสิยะ!”

“ถ้าจะกินก็อยากกินร้านที่มันอร่อย ยังไงโกโจเซนเซก็เป็นคนเลี้ยง”

“….ฉันยังไงก็ได้”ฉันฮ้าวไปหนึ่งทีเพราะขี้เกียจฟังสองคนนี้เถียงกันว่าจะไปซูชิยังไงกัน สุดท้ายก็จบที่ร้านซูชิสายพานนั่นแหละ

ง่วงว่ะ…

“พูดภาษาแปลกๆอีกแล้ว”

“ภาษาไทยนั่นแหละ วันไหนขี้เกียจพูดก็พูดอังกฤษแม่ง”

อินดี้เกิน…

“แต่ว่า! ก่อนที่เราจะไปกินกันนั้น”โกโจเซนเซที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นมากลางวงสนทนาทำให้ทุกคนหันไปสนใจเจ้าตัว

“เราต้องทดสอบธารนิลซังก่อนนะคร้าบ~”อยู่ๆก็สัมผัสได้ถึงความชิบ is goneที่กำลังจะเข้ามายังตัวเองจากน้ำเสียงของเสาไฟฟ้าเดินได้อย่างหัวลูกขนไก่-เอ้ย! โกโจเซนเซ

เชื่อสิอิธารสัมผัสได้โดยไม่ต้องพึ่งพี่ริวจิตสัมผัสหรืออาจารย์เรนนี่

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไมตอนเดาหวยไม่ถูกอย่างนี้บางวะ

ตรงหน้าของฉันก็คือป่าที่มีไอคำสาปอยู่ด้านในแถมมาด้วยวิญญาณของคนที่มาฆ่าตัวตายอยู่ด้านใน ความรู้สึกขนแขนสแตนอัพกับคิ้วและตาขวากระตุกรัวๆอยากเตะคนที่ทำหน้าระรื่นอยู่ข้างๆอย่างโกโจ ซาโตรุ

“เห็นอะไรบ้างคร้าบ~ธารนิลซัง~”

“…ไอคำสาปกับวิญญาณของคนที่เคยมาฆ่าตัวตาย…แถมพวกเขากำลังกวักมือเรียกโนบาระด้วย”

“เอ๋! ฉะฉะฉันหรอ-เดี๋ยวก่อนนะเธอมองเห็นผีเหรอ?!”โนบาระชี้มาที่ตัวเองสลับกับป่าด้านหน้าตนที่มีแทปตำรวจกันไว้และติดป้ายว่าห้ามเข้า อย่างสบสันและตกตะลึงรวมถึงยูจิก็ด้วย

“ธะธะเธอรู้ได้ยังไง?”

“ฉันเห็นแล้วกัน….”

“ทำไมพวกเขาถึงกวักมือเรียกคุงิซากิล่ะ”เมงุมิเอ่ยถามคนข้างๆตนที่กำลังทำหน้าปลาตายบวกอารมณ์บ่จอยมากๆอยู่

เรียกให้เข้ามาฆ่าตัวตายด้วยกัน

“จ้างให้ก็ไม่เข้าไปยะ!!”โนบาระตะโกนใส่พวกผีที่อยู่ตรงหน้าป่า(ในสายตาฉันอ่ะนะ)

“เอาล่ะๆ ด้านในป่าแห่งนี้มีวัตถุคำสาปอยู่ด้านใน ดังนั้นธารช่วยเข้าไปเอาแล้วก็ปัดเป่าคำสาปด้วยนะครับ”โกโจเดินมาตรงหน้าของเด็กสาว

“ผมเอาไม้เบสบอลของธารไปลงอาคมไสยเวทไว้ให้แล้ว ฝากจัดการด้วยนะครับ”โกโจยื่นไม้เบสบอลเหล็กของฉันมาให้ ฉันลองจับและตีมาที่มือตัวเองเบาๆเพื่อเช็คว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปก่อนจะลองจับทั้งสองมือหวดลมเบาๆ….

“เซนเซเคยวูบเพราะศิษย์ป่ะ?”

“หืม? ก็ไม่เคยนะ-”

 

เปรี้ยง!

 

“เล่นแบบนี้มันอันตรายนะครับ!”

โกโจเรียกใช่มุเก็นของตัวเองแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆคนที่กำลังหวดลมอยู่ดีๆก็หวดลงต่ำแล้วเป้าหมายก็คือกลางหว่างขาของเขานั่นเอง ท่ามกลางความตะลึงของอีกสามคน เด็กสาวส่งเสียงชิออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่เหมือนมีอะไรบางอย่างมาหยุดไม้ของเธอ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันกับดวงตาสีน้ำหมึกที่จ้องมองไปยังดวงตาภายใต้ผ้าปิดตาอย่างโกรธเคืองและกดดันก่อนจะกล่าวเสียงเฮี้ยมออกมา

“คราวหน้าอย่ามา‘ขโมย’ของๆฉันโดยไม่บอก‘อีกเด็ดขาด’ เพราะครั้งต่อไปมันจะไม่จบที่‘ตรงนี้’ แต่เป็น‘หัวที่ด้านในสมองดันเท่าเด็กสามขวบ’ของคุณ!….เข้าใจนะคะ?”

“คะครับ”โกโจตอบเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะท่าทางของลูกศิษย์คนนี้ดูถ้าจะพูดจริงทำจริง

ลูกศิษย์คนนี้โหดจัง

เด็กสาวลดไม้ลงเปลี่ยนมาเป็นพาดบนบ่าแล้วเดินเข้าไปด้านใน ด้วยอารมณ์ที่ยังคงหงุดหงิดอยู่เพราะในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าไม้ของเธอหายไปไหนตั้งแต่เมื่อวาน จนลับหายไปด้านใน

“ธารตอนโกรธน่ากลัวชะมัด”ยูจิเอ่ยอย่างผวาพลางเสียวแทนผู้เป็นอาจารย์ที่เกือบโดนไม้เบสบอลเหล็กของคนที่หายไปฟาดเข้าที่จุดอ่อนของผู้ชายทุกคน

“ฉันสาบานเลยว่าจะไม่ทำให้เธอโกรธ”โนบาระเอ่ยเสริมแม้ตนเองจะไม่ใช่ผู้ชายก็ตาม แต่ไอ้หน้าที่เธอทำมันดันดูน่ากลัวไหนจะสายตาทิ่มแทงนั่นอีก

น่ากลัว….เพื่อนรวมชั้นคนนี้ถึงจะดูเฉื่อยๆแต่พอโกรธแล้วน่ากลัวชะมัด

 

--------------------------------------------------------------

คาร์แรคเตอร์ของธาร

สาวหล่อหน้าตายนั้นเองงง

เว็บที่ใช้:https://picrew.me/image_maker/522865

(ในเมื่อjujutsu เน้นหญิงหล่อผู้สวยทำไมเราจะทำให้ยัยธารหล่อไม่ได้!!)

อันนี้คือแบบที่ไรท์วาด

(ลายมือห่วยสิ้นดี)

จะจำแบบไหนก็ได้นะคะเพราะไรท์วาดออกมาให้เห็นชุดที่น้องใส่เฉยๆ

ไม่มีไรมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 314 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #97 Hiroyosha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 22:46
    อยสกเปนเมียยยยธารรร
    #97
    0
  2. #75 Sari-Sama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 17:55
    หล่อชิบ หล่อมาก หล่อแซงทุกตัวละครในเรื่องเลย5555555
    #75
    0
  3. #53 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:20
    นางเอกเราหล่อมาก! //เดี๋ยว555
    #53
    0
  4. #51 Kuro.Black (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 23:23

    รอตอนต่อไปเลยค่าา~
    #51
    0
  5. #50 หมีโค้ก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 03:09
    นางเอกนักเลงมากกก เลิฟ อิ_อิ
    #50
    0
  6. #49 minxxix (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 22:09
    เกือบตุยเย่แล้วมั้ยจารย์
    #49
    0
  7. #47 ZeroSixth (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 00:07

    ตอนนี้สอนให้รู้ว่าถ้ารักชีวิตอย่าคิดไปทำให้ธารโกรธ 555555

    #47
    0
  8. #46 ขรืดดดด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 18:38

    ใดๆคือธารหล่อมาก

    #46
    0
  9. #45 themoonshine_rik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 18:25
    มันต้องมีสักวันที่เสนเสใช้มุเก็นไม่ท้นแหละน่า55555555
    #45
    0
  10. #44 SParnzaza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 11:11

    โหดแท้ ถ้าเรียกมุเก็นไม่ทันนี่😅😅😅
    #44
    0
  11. #43 Godzilla249 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 09:27
    มาต่ออีกน้าาาาา
    #43
    0
  12. #42 LAZY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:49
    เสียววูบ55555555
    #42
    0
  13. #41 Koki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 23:57

    นางเอกหล่อ เท่ขนาดนี้ไม่ต้องมีแล้วนางเอกอ่ะ😁

    #41
    0
  14. #40 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:48
    พระเอกอะไร้ เรื่องนี้ไม่ต้องการพระเอก เพราะนางเอกหล่อมากกกกก
    #40
    0
  15. #39 Yakusoku (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:38
    สะเดาะเคราะห์หน่อยดีไหมคะโกโจเซนเซย์?
    #39
    0
  16. #38 Oazora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 21:19
    ชอบคาร์น้องมั๊กๆ รออยู่น้าจ้าาา
    #38
    0
  17. #36 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 21:09
    มาต่อเร็วๆน้าาา วุ้ฮู้ววว
    #36
    0
  18. #35 พี่ชายสามตา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:39

    ธารจังที่แสนเหล่ท่อ!!
    #35
    0
  19. #34 สายน้ำสายหนึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:38
    โชคดีไปนะจาร~ที่มีมุเก็นอ่ะ5555
    #34
    0
  20. #33 Jasper184 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:35

    น้องโหดเราชอบอ่ะ
    #33
    0
  21. #32 a2222222a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:17
    จารย์~จารย์ไม่ควรไผยงหบอกน้องงเล่นน่าาา
    #32
    0
  22. #31 chananart081698 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:13

    เกือบสูญพันแล้วโกโจ
    #31
    0