「Fanfiction Vampire Twilight 」 La Luna Azul [ END ]

ตอนที่ 15 : Chapter 13 | After a storm comes a calm

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    14 มี.ค. 63


Chapter 13 | After a storm comes a calm
ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ



          พระอาทิตย์ขึ้นอยู่หลังหมู่เมฆเมื่อประมาณสองถึงสามชั่วโมงที่ผ่านมา ป่าเปลี่ยนจากสีดำมืดกลายเป็นสีครามแจ่มใส  เจคอบทำหน้ากล้ำกลืนฝืนทน กระชับเนคไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่   ไล่สายตาตรวจสอบสภาพตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วได้แต่กรอกตาถอนหายใจ  วันนี้ไอคนที่อยู่หน้ากระจกไม่ใช่เจ้าหน้าโง่อีกต่อไป  แต่เป็น—เรียกไงดีล่ะ ดูดี? ภูมิฐานเกินกว่าที่จะเป็นตัวเจคอบ แบล็ก

 

          บอกตรงๆสูททักซิโด้สีแดงเข้มที่ เอ่อ—โฮเม่เลือกให้  มันเข้ากับเขาไม่เลว แต่มันโคตรอึดอัดและคิดว่าพวกฝูงหมาป่าได้เห็นสภาพนี้ มีหวังได้หัวเราะฟันหักแน่ๆ อีกทั้งเขายังโดนแวมไพร์หนุ่มสั่งกำชับว่าห้ามทำเสื้อขาดเด็ดขาด  ทำไงได้ ก็สูทมันโคตรพงเลยนี่   เอาเถอะทนนิดหน่อย  อย่างน้อยๆมันก็ช่วยไม่ให้เขาเป็นไองั่งในงานเลี้ยงแต่งงานของเบลล่า  เจคอบติดกระดุมข้อมือพลางชายตามองการ์ดเชิญแต่งงานสีครีมที่วางแผ่อยู่บนเตียง  เขาหยิบมันขึ้นมา  อ่านชื่อของคนสองคนอย่างเงียบงัน 

 

          ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงอย่างมัวหมอง มีความรู้สึกชาหนึบที่กลางอกเข้าแทรกซึม ทว่า—มันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดปานทุรนทุรายเหมือนครั้งก่อนๆ

 

          พร้อมรึยังเจคอบ.....โว้ว! หล่อมากไอลูกชาย”   สักพักบิลลี่ก็เข้ามาในห้อง  เขาเผลออุทานที่เห็นลูกชายจอมหัวรั้นในชุดสูท

 

          เจคอบหลุดจากความคิด กระตุกมุมปากเล็กน้อย ออกแนวฝืนยิ้ม  ไม่ได้พูดอะไร

 

          ไปเหอะลูกชาย ป่านนี้พวกโอเดนเนลล์รอพวกเราอยู่ที่งานแล้ว”  บิลลี่พูด พร้อมเข็นวิลแชร์ออกไปอย่างกระฉับกระเฉง

 

          พอมาถึงงานเลี้ยงแต่งงาน หลังจากที่ผ่านพิธีสวมแหวนและกล่าวคำอวยพร  เจคอบนิ่วหน้า  ที่นี่ช่างเต็มไปด้วยกลิ่นหอมเลี่ยนชวนอ้วกของพวกดูดเลือด  เขาจ้องไปที่คู่บ่าวสาว เบลล่ายิ้มให้เขาและเขาก็ยิ้มตอบกลับ  คู่บ่าวสาวควงคู่มาต้อนรับครอบครัวเขาอย่างออกนอกหน้า  รู้อะไรไหมถึงจะดูน่าหมันไส้ แต่เขาขอแสดงความยินดีด้วย 

 

          “ยินดีด้วยนะหนูเบลล่า”   บิลลี่อวยพร

 

          ขอบคุณบิลลี่”  เบลล่ายิ้มตอบ เบนสายตามองเจคอบ  เจค......ดีใจที่นายยอมกลับมา

 

          เจคอบแค่พยักหน้า  ปล่อยให้พ่อและเซ็ธคุยจิปาถะกับเอ็ดเวิร์ด  ตอนนี้เขาไม่สนแม้กระทั่งว่าเบลล่าจะคุยอะไรกับเขา เขาสนเพียงแต่การควานหาร่างของเด็กสาวผู้หนึ่ง  เจคอบฉีกยิ้มเต็มปาก  เดินเลยผ่านหญิงสาวไป ทำเอาเธอหน้าเสีย เป็นงงกับการกระทำที่เขาแสดง

 

          หมาป่าหนุ่ม เดินเนิบนาบหาแผ่นหลังบาง ที่ส่งเสียงเจื้อแจ้ว คุยอย่างออกรสกับแขกในงาน  เขาโน้มหน้าลง กระซิบข้างหูทักทาย   อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอคุณผู้หญิง

 

          คลีเมนไทน์สะดุ้ง รีบหมุนตัว  เจคอบให้ตายสิ.....ตกใจหมด”   และแอบตีแขนเขาไปหนึ่งที

 

          “ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้”  เจคอบหัวเราะอย่างชอบใจ  ก่อนจะเปลี่ยนท่าที ยื่นมือให้เด็กสาว   จะให้เกียรติเต้นรำกับผมได้รึเปล่าคุณผู้หญิง

 

          “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”   เธอจับมือเขาและดึงไปกลางฟอล ที่อลิสกับแจสเปอร์กำลังโชว์สเต็ปการเต้นรำ  เรียกได้ว่าแวมไพร์คู่นี้ช่างเท้าไฟเหลือเกิน

 

          อ่อ......แล้วก็พูดจาปกติได้ไหมเจค พูดสุภาพเกินมันทำฉันขนลุก”  รู้หรอกว่าเขาจงใจ แต่มันน่าขนลุกจริงๆ

 

          เจคอบกับเธอก้าวขาและหมุนตัวไปตามจังหวะดนตรี  เสียงเมโลดี้รวดเร็วจากเปียโน กลองและแซกโซโฟนทำให้เขาสนุกสนาน   เจคอบรู้ว่าตัวเองกำลังยิ้มออกนอกหน้า  เขากำลังมีความสุขสุดๆแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน  และเขาก็เพิ่งมาสังเกตว่าเจ้าตัวแสบที่เมื่อครู่เหยียบเท้าเขา วันนี้แต่งตัวสวยขนาดไหน  เธออยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนสายเดี่ยวเรียบง่าย  สวมตุ้มหูไข่มุขและสร้อยเส้นเล็ก  ดูสบายๆ ไม่สะดุดตา

 

          ผมสีน้ำตาลอ่อนที่เคยยาวปกคลุมแผ่นหลัง ถูกตัดสั้นเท่าประบ่า  อ่า.....ใช่   เขาเป็นคนตัดให้เธอเอง หลังจากที่เธอตามมาขอร้องให้เขากลับบ้านในวันนั้น  แม้ตอนแรกเขาจะคัดค้านตอนที่เธอเอ่ยขอร้อง แต่ตอนนี้เขาคิดถูกที่ยอมทำตามคำขอของคลีเมนไทน์  เธอดูสดใสและยิ้มง่ายขึ้น  เหมือนครั้งแรกที่เขาพบเธอที่ลำธาร  การตัดผมมันเหมือนกับคลีเมนไทน์ได้ตัดบางอย่างออกไป


          เธอตัดมันได้ง่ายดายเหมือนตัดผม ซึ่งต่างกับเขาที่ยังหลงเหลือความอาวรณ์อยู่ลึกๆ


          และพวกเราได้ทำสัญญากันว่าจะคบกันแบบคู่มิตร  มันไม่ใช่การคบกันฉันหนุ่มสาวที่แสวงหาการรักไคร่ แต่พวกเราจะอยู่กันแบบเพื่อนที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน   ปลอบใจ ให้กำลังใจ  พูดคุยเมื่ออีกคนเจ็บปวดหรือมีปัญหา  จะไม่มีทางเกินเลยไปมากกว่านั้น เพราะพวกเราต่างรู้ดีว่าลึกๆยังไม่ลืมความรักครั้งก่อน  แต่ก็ไม่เก็บมาทรมานตัวเองให้เจ็บปวดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา   การทำแบบนี้มันทำให้พวกเราทั้งคู่มีความสุขมากกว่าที่ควรเป็น 

 

          และเข้มแข็งมากพอที่จะเผชิญกับปัญหา  มันเหมือนกับตอนที่เขาออกมาจากถ้ำยามรุ่งสางที่ฝนหยุดตกและไม่มีขี้เมฆบดบัง  เจคอบจำได้ว่าท้องฟ้าในตอนนั้นสวยและเจิดจ้ามากกว่าที่ทั้งชีวิตจดจำได้  นี่สินะที่เรียกว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ

 

          ทว่า......มันก็มีเรื่องที่ทำให้เขาสติหลุดอีกครั้งจนได้

 

          เมื่อจบงานเลี้ยงวิวาห์เขาเพิ่งมารู้ว่าเบลล่าจะไปฮันนีมูนกับเอ็ดเวิร์ด เขายืนนิ่งงัน ตัวร้อนรุ่มไม่ต่างกับหม้อต้มน้ำที่กำลังเดือดปุดๆ  มองดูคู่บ่าวสาวผ่านพายุข้าวสารที่ผู้ร่วมพิธีปาใส่ไปยังรถที่ประดับด้วยดอกไม้และริบบิ้น  เขารู้ว่าเบลล่าบ้าและสิ้นคิดขนาดไหน แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะบ้าถึงขนาดไปฮันนีมูนสองต่อสองกับแวมไพร์ 

 

          เขาอดทนข่มกลั้นอารมณ์ไม่ไหวแล้ว เสื้อสูทเริ่มปริแตก เจคอบกำลังก้าวขาเดินออกไป หมายจะกระชากเบลล่ามาคุยให้รู้เรื่องหรือบางทีเขาอาจจะพังทุกอย่างให้พินาศไปเลยก็ได้  ทว่า—คลีเมนไทน์กลับลากแขนเขา พาหลีกหนีออกมาจากผู้คนที่ยืนตรบมือส่งคู่บ่าวสาวไปฮันนีมูน  เด็กสาวพาเขามาคุยที่ป่าใกล้ๆกับบ้านของพวกคัลเลน

 

          นายจะบ้าเหรอเจค!”  คลีเมนไทน์ตะคอกเสียงแข็ง หลังจากที่รับรู้ถึงเสียงเสื้อผ้าขาดดังแควกกับมวลความร้อนจากตัวเจคอบ  เธอคิดได้ทันทีว่าควรพาหมาป่าหนุ่มออกมาจากที่ส่งตัวให้เร็วที่สุด  นายไม่ควรแปลงเป็นหมาป่าต่อหน้าฝูงชนและฉันจะไม่ยอมให้เสื้อสูทขาดเป็นชิ้นๆแน่

 

          “ปล่อย.......”   เจคอบสะบัดวงแขน ไม่สนใจสิ่งที่เด็กสาวพูด อย่างไรเขาก็ต้องดึงตัวเบลล่ามาคุยให้รู้เรื่อง แต่—เขากลับถูกร่างเล็กกระชากคอลงมา

 

          เจคอบเบิกตากว้าง สัมผัสนุ่มนิ่มเย็นเหยียบแตะที่มุมปาก โอเค—คลีเมนไทน์จูบเขา คิดว่าคงจูบเพื่อให้เขาหยุดอยู่ตรงนี้  ซึ่งมันได้ผล  มันทำให้เขาตกใจจนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังโมโหยิ่งกว่าหมาบ้า  เจคอบหลับตาลง ยืนนิ่งๆจนร่างเล็กผละออกไปเอง  เธอขมวดคิ้ว คลายมือออกจากปกเสื้อสูทแล้วยกแขนเช็ดปากตัวเองลวกๆจนลิปสติกเลอะข้างแก้ม จิกตาใส่แบบไม่ลดละ นั่นหมายความว่าเธอกำลังโมโหเขา

 

          อืม.....เช็ดปากขนาดนั้น บางทีถ้าคลีเมนไทน์ลำบากใจ เธอควรจับเขาทุ่มกับหินผาคงดีกว่า

 

          สงบใจลงยัง”   เธอถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

 

          มีวิธีที่ดีกว่านี้ อย่างอัดฉันให้กระเด็น”  เจคอบกลอกตา ทำไมกันนะทำไมรอบตัวเขาถึงมีแต่ผู้หญิงบ้าๆที่ชอบทำอะไรเหนือความคาดหมายแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเสมอ  อีกอย่างคู่มิตรเขาไม่จูบกันหรอกนะ

 

          “ฉันคิดไม่ทัน”  คลีเมนไทน์ตอบ  และฉันไม่ได้จูบที่ปากนาย มันแค่เฉียดๆมุมปากแค่นั้น อืม......แต่มันก็เป็นวิธีที่ได้ผลชะงักดี  ดีกว่าที่ฉันอัดนายให้น่วม เพราะต่อให้ฉันลงไม้ลงมือ นายก็คงไม่หยุดอยู่ดี”   เผลอๆเจคอบจะบ้ามากกว่าเก่าด้วยซ้ำ

 

           หึ หึ......ก็รู้นี่”  เจคอบกระตุกมุมปากหัวเราะ  เอื้อมมือปาดคราบลิปสติกสีพีชออกจากพวงแก้มนุ่มนิ่ม  คลีเมนไทน์.....ขอทำอะไรบางอย่างได้ไหม?”  และเขาก็คิดอยากจะลองทำบางสิ่งดู แล้วมันเป็นความคิดบ้าๆเสียด้วย

 

          ทำอะไรเหรอ?”  เธอยิ้มแป้นราวอยากรู้อยากเห็น  แต่แค่ชั่วกระพริบตา คลีเมนไทน์ก็แทบหยุดหายใจ เมื่อจู่ๆเจคอบพุ่งเข้ากอด โน้มหน้าลงประทับริมฝีปากแผ่วเบา  เธอเหลือกตาโต ลมหายใจอุ่นร้อนจากจมูกสันโด่งพ่นลดใบหน้า  โอ้—นี่เจคอบเกิดเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย!!? ที่อยากลองคือการจูบเธอเนี่ยนะ  เธอผลักเขาออก ในหัวสับสนมึนงง ไม่รู้ว่าตอนนี้ตื่นเต้น ตกใจหรือว่าโกรธกันแน่  เธอเกือบจะง้างหมัดใส่หน้าเจคอบ แต่ยามที่เห็นแววตาเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเขา ทุกความคิด ทุกอารมณ์ถูกเตะหลุดจากสมอง  และเขาก็ลงไปนั่งกอดเข่าแบบหมดอะไรตายอยาก

 

          ไหนบอกคู่มิตรไม่จูบกันไง?”  เธอเลือกที่จะไปนั่งข้างเจคอบ ถามด้วยเสียงจริงจัง นายไม่ควรลองอะไรแบบนี้นะ  นายรู้สึกผิด เสียใจ ทำอะไรไม่ถูก? เพราะจูบฉันแล้วเห็นหน้าเบลล่าลอยมาใช่ไหม  เฮ้อ.....อย่าตัดใจด้วยการเอาฉันมาทดแทนเบลล่าเด็ดขาด นายรู้ใจตัวเองดีนะเจค

 

          เจคอบที่นั่งงุดหน้าพยักศีรษะ  บางครั้งฉันก็อิจฉาเธอ

 

          “อิจฉา?”

 

          เขาเงยหน้าขึ้น  อิจฉาที่เธอทำใจได้และเข้มแข็งขึ้น

 

          คลีเมนไทน์หัวเราะในลำคอ  มันไม่ง่ายหรอกและไม่รู้ว่าผู้หญิงเป็นเหมือนฉันทุกคนไหม  แต่สำหรับฉัน......ฉันขอเปลี่ยนความเจ็บปวดและความสุขที่เขามอบ  ให้มันเป็นความทรงจำและบทเรียนราคาแพงดีกว่า

 

          “ประโยคฟังเหมือนจะลืมเขาได้ แต่ทำไมฉันสัมผัสได้ว่าเธอกำลังโกรธเขาแบบสุดๆ”  เขาไม่ได้คิดไปเอง แต่เจคอบสัมผัสถึงความเย็นยะเยือกที่ผ่านออกมาจากคำพูดของเด็กสาว มันเจือด้วยความแค้นแปลกๆพิกล  เหมือนว่าถ้าเธอเจอเขา เธอคงได้สับไอปลิงเผือกนั่นเป็นชิ้นๆ

 

          “นายแค่คิดไปเอง   คลีเมนไทน์แสยะยิ้ม แสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน เอาจริงๆ ถ้าเธอเจอปู่อีกครั้งไม่รู้จะสู้หน้าได้รึเปล่าหรืออาจสู้ได้แต่เธอคงขอเตะเขาให้ป่นปี้เป็นผุยผงดีกว่า ตอนนี้ก็แค่รอโอกาสพบกันอีกครั้ง  แต่เจอกันครั้งหน้าจะไม่มีแม่ลูกกวางคนเดิมอีกแล้ว

 

         ผู้หญิงน่ะ......เจ็บแล้วจำและฝังลึกเสียด้วยสิ

 

_________________________

 

          ที่อีกทวีปหนึ่งในยุโรป ณ อิตาลี เมืองโวลเตอร์รา ที่พำนักของเหล่าโวลตูรี่  ลึกลงไปที่ใต้ดิน  ห้องโถงกว้างที่ควรมีอาวุโสทั้งสามอยู่ บัดนี้เหลือเพียงไกอัสอยู่กับองค์รักษ์สองตน  เขาพลิกหน้ากระดาษเก่าอย่างเบื่อหน่าย ทอดถอนหายใจให้กับเวลาใกล้รุ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมง เขาเท้าศอกกับพนักแขนเก้าอี้ ผินหน้าและหลับตาลง มีแสงสีขาวสว่างวาบชวนแสบตา เมื่อเขาเปิดเปลือกตาขึ้นเพราะไม่อาจสงบใจ โถงหินก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นห้องมืดมิดว่างเปล่า

 

          เฒ่าหิมะเด้งจากเก้าอี้เก่าด้วยความฉงน กวาดสายตามองโดยรอบ  ทุกอย่างดูไม่มีอะไรเลยภายใต้ความมืดนี้  สักพักเขาก็เห็นแสงเล็กๆ พอเพ่งมองกลับมองเห็นเป็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังลอยมาหาเขา  ใกล้เข้ามาเรื่อยๆและเรื่อยๆ จนเธอมาอยู่เบื้องหน้าเขา เธอใส่ชุดนักบวชสีขาว ร่างกายโปร่งแสง  เธอกอดเขาและก็ทะลุผ่านร่าง

 

          นักบวชหญิงหายไปแล้ว—เพียงชั่วอึดใจก็มีภาพบางอย่างแล่นเข้าสู่โสทประสาท ทั้งรูป รส กลิ่น เสียงและความรู้สึก มันคือตัวเขาที่กำลังมองแผ่นหลังเล็กของใครบางคน  แล้วก็ตัดไปที่มือขาวซีดของเขากำลังลูบผมสีน้ำตาลอ่อนเล่น ผมนั้นช่างหอมหวนและลื่นมือ ภาพนั้นตัดไปตัดมาตีวนกันมั่วซั่วและก็หยุดนิ่งที่ใบหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง  ดวงตาสีน้ำทะเลทอประกายกับรอยยิ้มสดใสนั้นส่งมอบให้เขา   เสียงหัวเราะซุกซนนั้นช่างดังก้องกังวาน  ไกอัสจำได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าคือลูกครึ่งพิสดารของโจอาห์ที่เขาไม่ยอมรับ

 

          ทำไมเขารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงนั้น เหมือนเขารู้จักเธอมาก่อน ไม่สิ—บางอย่างมันบอกเขาว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น

 

          ไกอัส......

 

          เสียงหนึ่งสะกิดเรียกเขา ไกอัสลืมตาตื่น เขาเห็นอาเธโนโดร่ายืนมองด้วยความเป็นห่วง  เฒ่าหิมะยกมือกุมหน้า  มีความรู้สึกมึนงงตกค้าง  อะไร—เขาหลับเหรอเป็นไปไม่ได้เลยที่แวมไพร์จะสามารถหลับได้  แต่เมื่อครู่เหมือนเขาฝันเลย  ไม่สิ—มันดูสมจริงเกินกว่าจะเป็นฝัน  ไกอัสขมวดคิ้วหงุดหงิด มือข้างหนึ่งลูบคลำแหวนสีน้ำทะเลอย่างเผลอไผล  มันเป็นสีเดียวกับดวงตานั่น  เขาหรี่ตามองแหวนวงใหญ่ที่นิ้วโป้ง แหวนที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้มาจากที่ไหน  รู้แต่ว่าเขาไม่อยากถอดมันออกและหวงแหนเกินกว่าจะให้ใครสัมผัส

 

          เป็นอะไรรึเปล่าคะที่รัก”  อาเธโนโดร่าเอื้อมมือประคองใบหน้าผู้เป็นสามีอย่างห่วงหา  “ท่านดูกระวรกระวายและเงียบผิดปกติ

 

          “ข้ามิได้เป็นอะไรอาเธโนโดร่า”  ไกอัสปัดมือปฏิเสธ ช้อนร่างของภรรยามานั่งบนตัก จ้องดวงหน้างามพิลาศของเธอ แต่ยิ่งจ้องนาน เขากลับเห็นเด็กสาวครึ่งเผ่าพันธุ์เข้ามาแทนที่อาเธโนโดร่า  ไกอัสยกยิ้มมุมปาก เผลอพูดอย่างลืมตัวเสียงแผ่ว  คลีเมนไทน์…...

 

          อาเธโนโดร่านิ่วหน้า  คลีเมนไทน์หมายถึงเด็กครึ่งปลานั่นหรือที่รัก?”

 

          เขาสะบัดหน้า กระพริบตา เรียกสติตนเอง  อ่า.....ใช่”  ไกอัสเริ่มรู้สึกว่าตัวเขาเริ่มไม่ใช่ตัวเขาและดูไร้สติสัมปัชชัญญะ มันเหมือนจะล่องลอยได้ตลอดเวลา  อาเธโนโดร่า”  เฒ่าหิมะเอ่ยนามคู่นิรันดร์ ลังเลว่าควรจะถามเธอดีหรือไม่

 

          ข้าคิดว่าข้ารู้จักเด็กลูกครึ่งนั่น  ข้าบ้ารึเปล่า มันเหมือนข้ารู้จักนางมาก่อนที่จะเจอในวันแนะนำตัวของนาง”  เขามั่นใจ แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างหายไปและไม่ถูกต้อง

 

          ท่านแค่คิดมากไปไกอัส ข้าว่ามันไม่มีอะไรหรอก”   เธอประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มผู้เป็นสามี  อาเธโนโดร่าลุกออกจากตักของไกอัส  ข้าว่าข้าควรกลับหอคอยก่อนที่อาทิตย์จะขึ้นดีกว่า

 

          “เดี๋ยวข้าให้องค์รักษ์ไปส่งเจ้า”  ไกอัสพูดพลางกระดิกนิ้วสั่งองค์รักษ์ข้างตัวให้ไปส่งภรรยาของเขา

 

          ไม่ต้องหรอก ข้ากลับเองได้”  แต่อาเธโนโดร่าปฏิเสธและแวมไพร์สาวก็หายออกไปจากห้องโถงหิน

 

          อาเธโนโดร่าเคลื่อนตัวอย่างว่องไวกลับมาที่หอคอย เมื่อไม่มีผู้ใดมารบกวนในพื้นที่ของตน เธอสะบัดแขนปัดเครื่องประทินโฉมหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแตกเป็นเสี่ยง  แวมไพร์สาวหอบหายใจ กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งราวเสียสติ   ทำไม!!!”  เสียงคำรามจากแรงโทสะรอดไรฟัน แรงแค้นฉาบบนใบหน้างาม ดวงตาสีโลหิตของเธอแดงฉานมากกว่าเก่าจนกลืนกินตาขาว

 

          เกิดคำถามเกินพรรณนา แต่เมื่ออาเธโนโดร่าได้ระบายความโกรธกับข้าวของ เธอก็สงบใจตนเองให้เย็นลงได้ในที่สุด  แวมไพร์สาวจิกเล็บบนฝ่ามือ เล็บแหลมคมเสียดสีกับผิวมือแข็งกระด้าง  หน้าของนังเด็กครึ่งปลาเน่าลอยเข้ามาในหัว  ทำไมมันถึงได้เป็นมารตามหลอกหลอน แย่งชิงของของเธอไม่มีสิ้นสุด  ทั้งที่เธอสู้อุตส่าห์ทำให้เขาจำไม่ได้แล้วแท้ๆ ทั้งที่เขากลับมาอยู่ในอ้อมแขนเธออีกครั้ง  แล้วทำไมเขาถึงทำท่าจะจำเด็กนั่นได้อีก

 

          อาเธโนโดร่ายกเล็บขึ้นมากัด  สงสัยจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว

 

          เธอต้องหาวิธีอะไรบางอย่างมากำจัดเด็กนั่น  เธอจะไม่มีวันยอมยกไกอัสให้เพราะเขาเป็นของเธอ นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอทำให้เขากลายเป็นอมตะชน


︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱

TALK

       น้องอาจไม่เผ็ด ไม่แซบถูกใจแม่ๆ แต่น้องก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆให้ปู่เท่าไหร่แล้ว  เรียกได้ว่าเจอเมื่อไหร่ก็พร้อมบวกปู่ทุกเมื่อค่ะ  เจคอบก็ดีขึ้น ไม่ได้แข็งเป็นหินแต่ก็ไม่ฟูมฟายเหมือนในหนังหรืองี่เง่าเท่านิยายแล้ว  เบลล่าก็ยังคงคอนเซ็ปน่ารำคาญตามฉบับของนาง  และ และ และหลายๆท่านคงพอเดาเนื้อเรื่องได้แล้ว สุดท้ายขออภัยที่หายไปนานค่ะ  ไรต์ยังไม่จบสหกิจและพอจบก็ต้องมาเจอธีสิสค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลาปลีกตัวมาพิมพ์นิยาย ต้องขออภัยในความไม่สะดวกล่วงหน้าเลยนะคะ(กราบบบบ)  และขอบคุณรีดเดอร์ที่กดมาอ่านเช่นเคยค่ะ  ปล.เนื้อเรื่องอาจสับสนมึนงง ตามประสาความกาวของสมองไรต์ที่ไม่ค่อยได้นอนค่ะ ปล.2 การที่แขกปาข้าวสารใส่คู่บ่าวสาวจนกว่าจะผ่านเฉลียงและขึ้นพาหนะเป็นประเพณีส่งตัวไปฮันนีมูนฉบับของชาวตริสต์ค่ะ

           

 

         

 

         

 

         

 

         

 

         

 

         

 

         

 

          


         

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

364 ความคิดเห็น

  1. #237 LOVETOMHID (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 16:44
    บวกมันเลยน้องง
    #237
    0
  2. #226 elpanpon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:49
    คิดไม่ผิดจริงด้วย อึ้งมากตอนรู้ว่าเมียนางเป็นคนกัดนางเอก ที่มันทรงแบบ ตกหลุกรักตั้งแต่เป็นคน แต่เธอไม่ใช่คู่นิรันด์ไงเตง ขี้อิจฉาจริง
    #226
    0
  3. #223 32157 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 21:10

    เเนว3pก็ได้นะ
    #223
    0
  4. #222 32157 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 21:09
    อยากให้เจคคู่กับน้องจัง
    #222
    0
  5. #219 Summerine (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:48
    วงวานทั้งคู่5555
    #219
    0
  6. #199 เจ้าหมาขาว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 14:01

    แอบฟินที่น้องกระชากมาจุ๊บ ชอบเจคนะแต่ก็คิดว่าน้องยังรักปู่อยู่และ เราจะรออยู่ที่ท่าเรือก็แล้วกัน

    #199
    0
  7. #198 ซานต้าครอสไร้หนวด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 11:19

    ทีนี้รู้แล้วว่าที่ปู่จำน้องไม่ได้เพราะเมีย สงสัยเรื่องนักบวช คือ โผล่มาหลายตอนแล้วนะ
    #198
    0
  8. #197 0961497848zo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 06:54
    อยากเห็นน้องบวกกับปู่ แต่ก่อนจะได้บวกคงต้องบวกกับเมียปู่ที่กำลังมา555
    #197
    0
  9. #196 อลิซาเบส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 06:01

    รอตลอยเลย
    #196
    0
  10. #195 Michellious (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 00:33
    ปู่โดนเเน่5555555
    #195
    0