#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : คิดจะล้มเจ้าต้องป๊อกเก้าเท่านั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,412 ครั้ง
    26 ก.ย. 63




Chapter 7 : คิดจะล้มเจ้าต้องป๊อกเก้าเท่านั้น

 

 

 






 

♕♕♕

 

 






 

            เวลาเกือบหนึ่งทุ่มของวันศุกร์หลังจากเลิกซ้อมชมรมแล้วผมรีบตรงดิ่งกลับบ้านทันทีเพื่อเก็บของ เป็นพวกเสื้อผ้าที่ซื้อมาแล้วแต่ไม่เคยได้ใส่สักทีเพราะซื้อมาเยอะเกินจนใส่ไม่ทัน ไอ้หนาวบอกว่าชอบสไตล์การแต่งตัวของผม ผมเลยตั้งใจจะเอาไปให้ถ้ามันอยากได้


            ตอนแรกมันท่าทางลังเลเพราะเกรงใจ แต่พอผมบอกว่าผมคงไม่ได้ใส่อีกแล้ว จะเก็บเอาไว้เฉยๆคงน่าเสียดายแย่มันจึงตอบตกลงทันทีอย่างตื่นเต้น


            ไม่อยากให้คนรอกินข้าวต้องคอยนานจึงพยายามเลือกให้เร็วที่สุด ผมเลือกเฉพาะตัวที่คิดว่าเหมาะกับไอ้หนาว ตอนหยิบออกมาดูก็นึกภาพไปด้วยว่าถ้ามันใส่แล้วจะออกมาเป็นยังไง


            เสียงเปิดประตูดังขึ้น ผมหันขวับไปมองทันทีพลันรอยยิ้มบนใบหน้าหายไปเมื่อเห็นเป็นคนที่ไม่อยากเจอที่สุด ไอ้สิงห์ถือวิสาสะเอากุญแจสำรองมาเปิดพรางเดินเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาตจากผม


            “มารยาทไม่มีรึไง” อดไม่ได้จึงว่าออกไป หลังจากที่ถูกมันบังคับเอาปืนจ่อหัว ผมก็ไม่กลับบ้านอีกเลย นับเป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบหลายวัน 


            มันไม่ตอบอะไรแค่ปิดประตูแล้วเดินมานั่งตรงโซฟาพร้อมกวาดสายตามองไปรอบห้อง ท่าทางคงจะไล่ออกไปยาก ผมจึงรีบเก็บของเพื่อที่จะได้ออกไปแทน


            “ของในห้องหายไปเยอะเลยนี่”


            “มึงรู้ได้ไง?” ผมขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัยว่ามันรู้ได้ไงว่าของในห้องของผมหายไป “มึงแอบเข้าห้องกูหรอ?”


            “กูมีเรื่องต้องคุยกับมึง” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ผมหยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว “ก่อนหน้านี้ที่มึงไปอยู่กับฟิวส์ยังเห็นมึงกลับบ้านบ้าง แต่หลังๆมาแทบไม่กลับเลยมันหมายความว่ายังไง”


            “ไม่หมายความว่าไง” ผมตอบอย่างไม่สนใจ


            “ทำไมถึงได้ติดไอ้เด็กคนนี้นัก?”


            “ไม่เกี่ยวกับมึง”


            “พวกนั้นรู้รึเปล่าว่ามึงเป็นมาเฟีย?” คำถามของคนอยู่ด้านหลังทำเอาผมเผลอหยุดมือไปอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาทำตัวเป็นปกติ “ไม่รู้?”


            “...


            “หึ หรือว่ารู้แต่กำลังหลอกใช้ผลประโยชน์จากมึง”


            “ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีกว่า” ผมพูดเสียงแข็ง ไอ้สิงห์ลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้ คนตัวสูงกว่าปรายสายตามองผมด้วยแววตาเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง


            “แล้วมึงล่ะรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวนั้นบ้าง?”


            “หมายความว่าไง” ผมหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจแต่กลับถูกมองด้วยแววตาแบบเดียวกัน


            “พวกมึงคงไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกๆหรอกใช่ไหม?” คำพูดของมันยิ่งทำให้ผมสับสน “เตือนไว้ก่อนว่าอย่าแม้แต่จะคิด”


            “อะไรของมึง”


            น้ำเสียงและสีหน้าของมันจริงจังราวกับตั้งใจจะเตือนจริงๆ นั่นยิ่งทำให้ผมงุนงงไปมากกว่าเดิม หันกลับมารีบยัดเสื้อที่เลือกเอาไว้ใส่กระเป๋าโดยไม่สนใจว่ามันจะยับเพราะไม่อยากคุยกับไอ้สิงห์แล้ว รู้สึกได้ถึงสายตาที่ทิ่มแทงจากคนที่ยืนมองอยู่ ทำเอารู้สึกกระอึกกระอ่วนเป็นบ้า


            “เสือ”


            “...


            “มึงท่าทางจะชอบที่นั่นน่าดูเลยสิ”


            “แล้วทำไม”


            เมื่อจัดการเรื่องเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็หมุนตัวตั้งใจจะเดินออกไปจากห้องแต่กลับถูกไอ้สิงห์ขวางเอาไว้ก่อน


     “เหมือนมึงจะชอบซะจนลืมอะไรบางอย่างไปนะ” 


            “อะไร?” คำพูดของมันเมื่อกี้ทำให้ผมรู้สึกสนใจนิดหน่อย


            “ไม่คิดว่าพวกนั้นน่าสงสารบ้างหรอถ้าต้องเดือดร้อนเพราะมึง”


            “...


            “ยังไงมึงก็หนีความจริงที่ว่ามึงเป็นลูกของมาเฟียไม่พ้นหรอก กูเตือนว่าให้มึงถอยออกมาตั้งแต่ตอนนี้ก่อนจะเป็นมึงที่ถูกหักหลังแทน ถ้ามึงแคร์ มึงก็ต้องยิ่งคิดถึงความปลอดภัยพวกนั้น...ไม่ใช่รึไง?”


            “...


            “เลิกยุ่งซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า รวมถึงมิกกับฟิวส์ด้วยก่อนที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” ไอ้สิงห์ว่าพร้อมหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง เหลือเพียงผมที่ยืนนิ่งงันกับความจริงที่เผลอหลงลืมไป 


            รู้สึกตัวอีกทีผมก็รีบเดินออกมาจากห้อง คว้ามอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมทีจุดหมายคือบ้านของไอ้หนาวแต่ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าควรจะไปที่ไหน ในหัวมันมีคำพูดของไอ้สิงห์วนเวียนอยู่เต็มไปหมด 


            มาจอดตรงที่เดิมที่มักจะมาเมื่อไม่รู้ว่าต้องไปไหน ที่เดียวกับที่เคยพาไอ้หนาวมา นั่งลงอย่างเหม่อลอยหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ


            สิ่งที่ไอ้สิงห์พูดคือความจริงที่ผมหนีไม่พ้น ไม่ว่ายังไงผมก็คือลูกชายของหัวหน้าใหญ่แก๊งมาเฟีย ความจริงข้อนี้คือเหตุผลข้อเดียวที่ทำให้ชีวิตของผมแตกต่างจากคนอื่น


            ผมเริ่มถามตัวเองอีกครั้งว่าถ้าทุกคนรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของผมเป็นใคร พวกเขาจะยังยินดีที่อยู่กับผมไหมเพราะคงไม่มีใครที่ไหนอยากยุ่งกับมาเฟีย ยิ่งถ้าผมให้ใจไปมากเท่าไหร่ ตอนโดนหักหลังก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น และถ้าเวลานั้นมาถึงจริง ผมคงไม่โทษที่พวกเขาเลือกจะทิ้งผมหรอก


            อีกอย่างคนที่เกี่ยวข้องกับผมก็มีโอกาสที่จะตกอยู่ในอันตรายไม่ก็เดือดร้อน อย่างที่ไอ้สิงห์ว่า...ถ้าผมแคร์จริงๆผมก็ควรถอยออกมาเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา


            แม้แต่มิกกับฟิวส์ก็ไม่รู้เรื่องนี้เพราะผมไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอก ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่ามันถูกต้องแล้วหรอที่คนอย่างผมจะมีเพื่อน มันดูเห็นแก่ตัวเกินไปรึเปล่าที่ยังอยากอยู่กับพวกมัน คิดจะห่างออกมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแต่เอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้และทำเป็นไม่สนใจความจริงข้อนี้ไป


            มิกกับฟิวส์ที่รู้จักและคบกันมานาน พวกมันไม่เคยแม้แต่จะถามกับบางการกระทำที่น่าสงสัยของผม ถึงในใจลึกๆจะคิดว่าพวกมันคงไม่ทิ้งผมหรอกแต่อดไม่ได้ที่จะกลัว


            ผมชอบบ้านของไอ้หนาวมากจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เหมือนว่าพอเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเราจะมักหลงลืมความทุกข์ไป พอมาคิดดูแล้วผมก็ไม่เหมาะกับที่นั่นจริงๆนั่นแหละ ถ้ามีใครเป็นอะไรไปเพราะผม ผมคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง


            “เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมพ่นควันออกมา มองบุหรี่ในมือพรางนึกไปถึงคนที่บอกว่าจะไม่สูบเพราะพี่ชายไม่ชอบ ป่านนี้ทุกคนจะยังรอผมกลับไปกินข้าวอยู่ด้วยมั้ยนะ 


            ยกมือขึ้นยีหัวตัวเองอีกครั้งจนผมยุ่งเหยิง ผมยังคงขี้ขลาดเกินกว่าจะตัดสินใจได้ ไม่ว่ากับมิกฟิวส์หรือบ้านของไอ้หนาว ผมไม่รู้จริงๆว่าควรทำยังไง ผมชอบที่ได้อยู่กับทุกคนมากๆแต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนั้นเลย


            ในขณะที่กำลังเหม่อลอยมองท้องฟ้ายามค่ำคืนนั่นเอง ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หยิบออกมาดูพบว่าเป็นไอ้หนาวโทรมา


            ...ผมกดปิดเสียงแล้วคว่ำหน้าจอมือถือลง


            ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมคุยหรือเจอหน้าใครเลย...


            ถ้าไม่ได้เจอกันอีกมันคงจะดีกว่า ผมพยายามปลอบใจตัวเองว่าต้องทำเพื่อพวกเขา ที่ผ่านมายังไม่เกิดอะไรขึ้นถือว่ายังโชคดี แต่ผมคงไม่โชคดีไปตลอด ควรรีบตัดใจก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างที่ไอ้สิงห์เตือนจริงๆ


ผมจะบอกไอ้มิกกับไอ้ฟิวส์ยังไงดีวะ ลาออกจากโรงเรียนแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นเลยดีไหม แล้วกับไอ้หนาวล่ะ จะไม่ได้เล่นเกมกับมันอีก จะไม่ได้กินข้าวด้วยกัน จะไม่ได้เจอทุกคนอีกแล้วหรอ...


            “...เฮ้อ”


            ผมเอาแต่เหม่อลอยคิดไปถึงเรื่องต่างๆ รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่าหน้าจอมือถือยังคงสว่างอยู่ ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วไอ้หนาวยังคงโทรพร้อมแชตมาไม่หยุด


            สุดท้ายผมก็ตัดสินใจกดรับ ตั้งใจจะบอกมันว่าวันนี้คงไม่ได้กลับไปหาแล้ว


            “หนะ-


            “ไอ้เหี้ย!!” คำแรกที่ปลายสายตะคอกกลับมาทำเอาผมสะดุ้งโหยง “ไอ้เสือ ไอ้สัดคนอย่างมึงที่ปล่อยกูหิวข้าวมันไม่เจริญหรอกนะมึงจำคำกูไว้เลย ข้าวเย็นชืดหมดแล้วไอ้ห่านี่ ไอ้เวร แล้วเป็นเหี้ยอะไรไม่ยอมรับโทรศัพท์ กูโทรไปเป็นร้อยสาย มีธุระอะไรก็บอกก่อนดิ มึงรู้มั้ยว่ากูหิว!!


            “...ใจเย็นก่อน”


            “มึงรีบกลับมาเลยนะ กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่”


            “กูคงไม่ได้กลับอะ”


            “ฮะ!! มึง!! มึงว่าไงนะ!! กูโทรหามึงเป็นสิบ-ยี่สิบนาทีเพื่อฟังคำตอบว่า อ๋อ กูคงไม่ได้กลับอะ ถุย ส้นตีนเถอะ  มึงเป็นเหี้ยอะไรกูถามว่ามึงเป็นเหี้ยอะไรของมึง!


            “โทษที กู...” ผมนิ่งไปเพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ


            “มึงทำไม ฮะมึงมันทำไมกลัวกูล่ะสิ ไม่ต้องกลัวหรอก วันจันทร์กูจะสั่งลูกน้องกูรุมยำตีนมึง”

            “...


            “เงียบหาพ่อมึงหรอ!! ไอ้เสือตอบกู”


            “หนาว...


            “อะไร!” ไอ้หนาวยังคงกระแทกเสียงดังกลับมาจนผมต้องเอามือถือห่างออกจากหูไปเล็กน้อย “หมายถึงมึงหนาวหรอ เสียงสั่นชิบหาย”


            “หนาว...กู”


            “อะไรของมึงพูดสิ!


            “ขอโทษ...กูกลับไม่ได้แล้วว่ะ” จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นแต่ก็ถูกจับได้อยู่ดี


            “ทำไม! มึงอยู่ไหนเนี่ย”


            “อยู่...นี่แหละ”


            “เอ๊ะไอ้นี่ กวนตีนซะด้วย” น้ำเสียงของไอ้หนาวแผ่วลงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “หรือว่ามึงถูกจับหรือตกอยู่ในอันตราย ชิบหาย มึงพูดไม่ได้ใช่ไหม ไม่ต้องห่วง ถ้ามึงต้องการความช่วยเหลือให้มึงร้องว่า ‘โอ๊ย’ แล้วกูจะโทรหาตำรวจทันทีเลย!


            “ไม่ๆ กูไม่ได้โดนจับ กูโอเค เอาเป็นว่ากูไม่กลับนะ” ผมรีบตัดบทกำลังจะกดวาง แต่ทว่าปลายสายกลับตะคอกออกมาเสียงดังจนผมสะดุ้งอีกครั้ง


            “มึงกลับบ้านไอ้ควายยยยยยย!


            “เจ็บหู!” ผมว่า รีบเช็ดน้ำตาที่คลอออกมาให้หมด “กูกลับไม่ได้จริงๆ”


            “ใครสนอะไอ้สัด มึงกลับมาเลยนะ แม่ไม่ยอมให้แดกข้าวเพราะรอมึงเนี่ย ไอ้ห่า อย่างน้อยๆก็มารับตีนกูเดี๋ยวนี้”


            “บอกว่ามีธุระ”


            “มีธุระเหี้ยไรต้องร้องไห้”


            “...


            “กลับบ้านได้แล้วไอ้สัด! กูเจ็บคอไปหมดแล้วเนี่ย แม่ง ฝากซื้อยาอมกลับมาด้วย เข้าใจไหม!!

 

 

 

            .....

 

 

            ผมกลับมาที่บ้านของไอ้หนาวหลังจากที่ถูกมันตวาดใส่อย่างโมโห การเตรียมใจพังลงไปจนหมดเมื่อได้ยินคำว่า กลับบ้าน’ 


            ในมือถือถุงยาอมแก้เจ็บคอที่แวะซื้อมาระหว่างทาง ไอ้หนาวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องจานข้าวเงยหน้าขึ้นมองผมทันทีเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป


            “มานี่!” มันตะโกนเรียกพร้อมวิ่งมาดึงมือผมไปนั่งที่โต๊ะ พอผมนั่งลงปุ๊บมันก็ตักข้าวใส่ปากปั๊บโดยไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียว 


            “อะ ยาอม แล้วนี่ก็เสื้อ” ผมว่า เห็นป้าแมวกับเหนือที่ดูละครกันอยู่เดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร


            “ค่อยว่ากัน แดกก่อน” ไอ้หนาวว่าในขณะที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก มันรีบตักเร็วจนสำลัก เหนือรีบยื่นน้ำให้มันที ผมเผลอหลุดขำออกมาให้กับสีหน้าที่ทรมานเพราะสำลักข้าว 


            ไม่มีใครถามว่าทำไมผมถึงกลับมาช้า บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยังคงเป็นเหมือนเดิมแต่ผมกลับเครียดและคิดมากจนแทบกินอะไรไม่ลง พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแล้วแต่คิดว่าทุกคนคงดูออก เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วทุกคนก็คุยกันว่าจะหาอะไรเล่นด้วยกันเพราะมันเป็นคืนวันศุกร์ พรุ่งนี้สามารถตื่นสายได้


            “นี่เสื้อให้กูหมดเลยหรอ” ไอ้หนาวว่าอย่างตื่นเต้นในขณะที่มองกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ไม่ให้เครียดจนเกินไปแล้วลุกขึ้นเดินไปหามัน 


            “ใช่ ลองเปิดดูสิ” ผมเอ่ยคำอนุญาต อีกฝ่ายเปิดดูทันที หยิบเสื้อออกมาตัวหนึ่งแล้วเอามาทาบกับตัวเอง “ลองใส่เลยก็ได้”


            “โอเค” แล้วไอ้หนาวก็สวมเสื้อแจ็คเก็จตัวนั้นทับไป ผมมองแล้วเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่ามันเหมาะกับไอ้หนาวมาก “เป็นไง แดน แม่ เป็นไงบ้างเหมาะมั้ย”


            “เหมาะมากเลย” เหนือเอ่ยชม ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ป้าแมวเดินเข้ามาใกล้แล้วจับดูเนื้อผ้าเบาๆ

            “โห เนื้อผ้าดีมากเลย คงแพงน่าดู เอาให้เดือนจะไม่เป็นไรหรอลูก?”


            “ไม่เป็นไรเลยครับ ไม่อย่างนั้นมันคงจะโดนเก็บอยู่ในตู้ตลอดไปแน่ๆ เอาให้หนาวดีแล้วครับ เหมาะกว่าผมใส่อีก” ผมยิ้มว่า ป้าแมวยิ้มตอบกลับมาก่อนไอ้หนาวจะหาตัวอื่นใส่อีก เมื่อมันเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดใส่ตู้แล้วเราก็มานั่งล้อมวงกัน ตอนแรกคิดว่าจะเล่นบอร์ดเกมแต่ไปๆมาๆกลับเป็นการเล่นไพ่แทน


            “แม่เป็นเจ้ามือเอง” ป้าแมวเสนออย่างภูมิใจ หยิบไพ่ทั้งสำรับมากรีด ผมที่นั่งตรงข้ามป้าแมวมองความชำนาญนั้นอย่างแปลกใจเล็กน้อย


            “จับตามองให้ดีนะคนนี้อะ” ไอ้หนาวเอียงตัวมาบอก


            “ทำไม”


            “บอกเลยว่าฉายาแมวเซียนไพ่ไม่ได้มาเล่นๆ”


            “เล่นเก่งหรอ”


            “หึ โกงเก่ง”


            “อะไรเดือน ใส่ร้ายแม่ หลักฐานก็ไม่มี” ป้าแมวว่าพร้อมยิ้มอย่างเขินอาย


            “รู้ว่าโกงแน่ๆอะแต่ไม่เห็นว่าโกงยังไง กับลูกยังโกงอะคิดดูเถอะ เนาะแดนเนาะ”


            “ใช่ คราวนี้จะจับตาดูอย่างดีเลย” เหนือว่าพร้อมจ้องไปที่มือของป้าแมวอย่างจริงจัง คนถูกมองหัวเราะร่วน “แล้วจะเล่นอะไรอะ”


            “เสือมึงเล่นไรเป็นบ้าง”


            “ได้หมด” ผมตอบอย่างว่าง่าย


            “งั้นเอาเป็นป๊อกเด้งไหม” ป้าแมวเสนอ “ปกติเราจะเล่นป๊อกเด้งกันนี่นาเพราะมันเล่นง่าย แต่แม่เก็บเงินจริงนะไม่อย่างนั้นมันจะไม่สนุก”


            “เอาปะ” ไอ้หนาวหันมาถาม ผมพยักหน้าแทนคำตอบ


            “โอเค งั้นเริ่มเลยเนาะ” ป้าแมววางไพ่ที่กรีดเสร็จแล้วลงตรงหน้า “ใครก็ได้ตัดเลย แล้วจะเล่นตาเท่าไหร่?”


            “เท่าไหร่ดีอะ อยากจะเล่นเยอะๆอยู่หรอกแต่ยังไงแม่ก็โกงหนูอยู่ดี”


            “แม่ไม่ได้โกงสักหน่อย”


            “หนูเอาสิบบาท” เหนือว่าขึ้นหลังจากที่นับเงินในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองแล้ว


            “แดนเพลย์เซฟหรอ?”


            “อื้อ”


            “ยังไงดีวะ งั้นหนูเอาสิบบาทเหมือนกัน รอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามือขึ้นหนูค่อยเล่นยี่สิบบาท เสือมึงอะ?”


            ตอนแรกผมตั้งใจจะเล่นตาละร้อยก็ชะงักไปเพราะเจอตาละสิบบาทของสองแฝด มันก็แค่เล่นกันในบ้านนี่เนาะไม่จำเป็นต้องลงเยอะขนาดนั้นหรอก


            “สิบบาทเหมือนกันก็ได้”


            “โอเค งั้นมึงเจิมเลยเสือ มึงตัดเลย” ไอ้หนาวว่า ผมจึงยื่นมือออกไปตัดไพ่แล้วยื่นให้ป้าแมว เจ้ามือยกยิ้มกริ่มแล้วเริ่มแจกใบทีละคน เมื่อครบสองใบผมก็เปิดขึ้นดูแล้วทิ้งไพ่ลงทันที


            “ป๊อกเก้า”


            “โห...ตาแรกก็เอาเลยว่ะ” ไอ้หนาวจิ๊ปากอย่างคิดหนักเมื่อมองไพ่ในมือของตัวเอง “อื้อหือ”


            “ใครเอาเพิ่มบ้าง”


            “หนูเอา”


            “หนูด้วย”


            สองแฝดได้รับไพ่เพิ่มไปคนละใบ


            “อะ เปิดเลย” 


            ไอ้หนาวทิ้งไพ่เลยพบว่ามันได้ห้าแต้ม ส่วนเหนือได้หกแต้ม ป้าแมวได้เจ็ด ผมได้สิบบาทส่วนแฝดเสียคนละสิบบาท เล่นไปเรื่อยๆยังไม่มีอะไรผิดดปกติหรือท่าทางโกงของป้าแมวอย่างที่ไอ้หนาวว่าไว้ ผมเองก็ไม่ได้โกงเหมือนกัน ใช้แค่ดวงล้วนๆ


            “ป๊อกแปดสองเด้ง” ป้าแมวว่าอย่างอารมณ์ดี


            “เอาล่ะ เริ่มแล้วสินะ” ไอ้หนาวบ่นอุบอิบพร้อมยื่นเหรียญสิบให้เจ้ามือสองเหรียญ ผมกับเหนือเองก็เหมือนกัน “แดนช่วยกันจับตามองนะ”


            “อื้อ”


            “โอ๊ย จับผิดแม่ตลอด” ป้าแมวว่าอย่างขวยเขิน ในขณะที่กำลังแจกไพ่และแฝดกำลังดูไพ่ของตัวเองนั่น ในจังหวะแค่พริบตาเดียวผมเห็นป้าแมวแอบเปลี่ยนไพ่ในมืออย่างรวดเร็ว มันเร็วมากจนผมตกใจว่าทำได้ยังไง มันต้องเป็นคนที่ฝึกปรือฝีมือจนเซียนแล้วเท่านั้น


            คนมีฝีมือมาแอบอยู่ที่นี่เองอย่างนั้นหรอ แถมยังใช้ทักษะที่ฝึกฝนมาของตัวเองในการโกงเงินลูกชายด้วย


            ผมไม่พูดอะไรแค่คอยลุ้นไพ่ในมือ เป็นแจ็กกับคิง พลันใจเต้นทันที


            “ผมขอเพิ่ม” ว่าอย่างรวดเร็วพร้อมรอลุ้นกรอบเหลืองอีกใบหนึ่งเพื่อให้ได้ตองเหลือง พลิกขึ้นมาดูต้องหดไหล่ทันทีเมื่อมันเป็นสิบ 


            ...บอดสนิท


            เห็นป้าแมวที่ยิ้มกว้างค่อยๆหงายไพ่ทีละใบของตัวเอง ผมเลิกคิ้วมองอย่างตกใจ


            ควีนสามใบ!!


            “เดี๋ยวก่อนนนนตองแหม่มแม๊! เกินไปแล้วววววว” ไอ้หนาวโวยวาย สามคนที่เหลือในวงไพ่หลุดขำเสียงดังเหมือนกัน ที่มันตลกน่ะไม่ใช่เพราะอะไรนะ เพราะป้าแมวโกงทีไม่กะเนียนแล้วอะ โกงให้รู้ว่าโกง โกงทั้งทีก็ให้คุ้มค่า


            “อะ จ่ายแม่มาเลย ยกเว้นแดนที่ป๊อกไปแล้ว”


            “ไม่เอา ไม่จ่าย แม่โกงอะ!!


            “ไม่ได้ งั้นเดือนก็โกงแม่แล้วสิ”


            “แม่ จะโกงก็เอาแต่พอดี ตองแหม่มนี่มันเกินไป” เหนือว่าทั้งที่ยังพยายามกลั้นขำอยู่ “แล้วเดือนคือเล่นตาละสามสิบไปแล้วอะ”


            “แม่อะแม่หลอกให้หนูตายใจแล้วเชือดทิ้งครั้งเดียวหรอ!” หนาวยังคงโวยวายอยู่เพราะก่อนหน้านี้มันมือขึ้นมากเลยเล่นตาละสามสิบบาท พอโดนแบบนี้คงเจ็บหนักเอาเรื่อง ผมพอเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่าป้าแมวกะให้ไอ้หนาวตายใจก่อน พอขึ้นตาละสามสิบก็เริ่มโกงหนักขึ้นเรื่อยๆ 


            “แม่เปล่า เดือนออกปากเองนะว่าตาละสามสิบ อะ จ่ายมาๆ” แล้วพวกผมก็ต้องจ่ายให้ป้าแมวอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้หนาวพลิกไพ่ออกมาแล้วเห็นว่ามันบอดสนิทเหมือนกัน 


     “มึงก็บอดสนิทหรอ?”


     “เออ แล้วดูไพ่กูนะ” มันชี้ให้ดู เป็นโพธิ์แดงทั้งหมด  เลขสี่ หกและสิบ “ไอ้เหี้ยเอ๊ย หัวใจกูมันไม่มีความหมายเลยไอ้สัด”


     “สงสาร” ผมส่ายหน้าเบาๆอย่างเอ็นดู ส่วนเหนือโชคดีรอดไปเพราะป๊อกเก้าตั้งแต่แรกแล้ว คิดจะล้มเจ้าต้องป๊อกเก้าเท่านั้นสินะ แถมยังเป็นเจ้าที่ตองควีนสามใบด้วยอีกต่างหาก นับว่ารอดไปอย่างหวุดหวิด


     “หึ แม่นะแม่ หมดกันเงินเก็บหนูจะเอาไปกินขนมพรุ่งนี้” ไอ้หนาวบุ้ยปากอย่างไม่พอใจเมื่อมันหมดตัวจนต้องยืมเหนือไปก่อน 


     “ใครให้มึงเล่นตาละสามสิบล่ะ เจ็บหนักเลย” ผมว่า

     

     “การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย ถ้าไม่ลงมากพอ!” มันว่าเสียงหนักแน่น 


     “รวยแน่ แม่อะรวยแน่” เหนือบ่นพร้อมส่ายหน้าเบาๆ “แม่จะเปิดไพ่อะไรมาก็ไม่แปลกใจแล้วตอนนี้ หลังจากที่เจอตองแหม่มไป ว่าแต่แม่ทำได้ยังไงอะ หนูก็พยายามมองดูอยู่ตลอด”


     “มีคนเคยบอกไว้ว่าสำหรับการพนัน คนที่โดนโกงคือคนผิด” ป้าแมวว่าอย่างสบายอารมณ์พร้อมรวบไพ่ทั้งหมดมาไว้ในมือ


     “ใครบอก?” ไอ้หนาวถาม 

     

     “ยาย”


     “โหย ยายยยยยย งั้นแม่ก็ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าโกง!” 

     

     ป้าแมวไม่ตอบแค่ยักไหล่เล็กน้อยพร้อมยิ้มกรุ่มกริ่ม


            “เอาล่ะตานี้ใครจะตัดไพ่?”

 

 

 

 

 

            .....

 

 

 

            สี่ชั่วโมงกับการเล่นไพ่ด้วยกันผ่านไปอย่างรวดเร็ว จบป๊อกเด้งก็เป็นเกมอื่นต่อจนรู้ตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันเข้านอน ผมที่นอนอยู่บนโซฟาตัวประจำกลับนอนไม่หลับเอาแต่พลิกไปพลิกมา ทนไม่ไหวเลยลุกออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก


            เพราะได้เล่นเมื่อกี้ทำให้ลืมเรื่องเครียดไปเสียสนิท เป็นสี่ชั่วโมงที่ผมสนุกมากจริงๆ พอเลิกเล่นแล้วเรื่องเครียดค่อยกลับมาวนเวียนอยู่ในหัวอีกรอบหนึ่ง


            ปรายสายตามองพระจันทร์ที่กำลังลอยคว้างอยู่ด้านบนถูกบังด้วยควันสีเทาของบุหรี่ บรรยากาศเงียบสงัดผมกลับไม่อาจสงบใจได้เลย


            “อ๊ากกกกกก!!” 


            มีเสียงร้องดังลั่นมาจากภายในบ้าน ผมตกใจรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปให้เร็วที่สุด เห็นไอ้หนาวยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ไม่ต้องรอให้สมองสั่ง ผมเข้าไปดึงมันมาอยู่ด้านหลังแล้วเอาตัวบังมันเอาไว้ กวาดสายตามองด้วยความกระวนกระวายกลัวว่าจะมีอันตราย


            “อะไรวะ” ผมถาม ไอ้หนาวจับชายเสื้อผมแน่น ตัวสั่นระริกจนรู้สึกได้ เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงหันกลับไปไล่สายตามองมันว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า “มึงเป็นอะไรไหม”


            “มะ...ไม่”


            “แล้วแหกปากทำไม?”


            ได้ยินเสียงฝีเท้ารีบย่ำลงบันไดมา เป็นเหนือกับป้าแมวในสภาพตื่นตระหนก ท่าทางตกใจจนตื่นแล้วรีบลงมาตามเสียง


            “เดือนเป็นอะไร” เหนือเข้ามาถามทันที ก่อนไอ้หนาวจะชี้เข้าไปในห้องน้ำ


            “เดือน เกิดไรขึ้นลูก”


            “มะ แมงมุม!


            “ฮะ?” ผมขมวดคิ้วมองอย่างงุนงง “แมงมุม?”


            “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก แค่เดือนกลัวแมงมุมน่ะ”


            “...อ๋อ”


            “มันอยู่ตรงไหน” เหนือถามพร้อมเดินเข้าไปในห้องน้ำ


            “หลังขวดแชมพู ระวังนะ!


            เหนือจับขวดแชมพูขึ้น เห็นแมงมุมตัวหนึ่งไต่ออกมาไปตามผนัง


            “ไปเอาไม้กวาดกับที่ตักผงให้หน่อยสิ” ได้ยินอย่างนั้น ผมจึงเดินไปหยิบไม้กวาดกับที่ตักผงมาให้เพราะเห็นว่าไอ้หนาวไม่ตามขยับไปไหนได้เลย เอาแต่ยืนขาสั่นพิงกำแพงอยู่อย่างนั้น 


            เหนือรับไม้กวาดไปเขี่ยแมงมุมให้ตกลงมาจากผนัง กวาดใส่ที่ตักผงแล้วเอาออกไปทิ้งข้างนอก


            “แดนสุดยอด! แดนเก่งที่สุด!” ไอ้หนาวว่าพร้อมยกนิ้วโป้งให้


            “อื้อ นอนเถอะ ขอโทษไทเกอร์ด้วยนะที่เดือนทำให้ตกใจ”


            “ไม่เป็นไรหรอก” ผมว่า “มึงกลัวแมงมุมหรอวะ เพิ่งรู้”


            “หึ มึง” ไอ้หนาวเดินเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบเสียงจริงจัง “อย่าแม้แต่จะคิดเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เข้าใจไหม!


            “หัวหน้าแก๊งสนิมย้อยกลัวแมงมุมจนขี้หดตดหาย คนอื่นรู้คงเขินแย่เลยดิ” ผมอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ คนตรงหน้ายู่ปากอย่างไม่พอใจ 


            “เอาเป็นว่าอย่าบอก!


            “เออๆ”


            “ดีมาก อย่าให้กูรู้ว่ามึงผิดคำพูดนะไอ้เสือ”


            “เออ เข้าใจแล้ว” ผมรับปาก ก่อนทั้งสามคนจะพากันเดินขึ้นไปชั้นบน ผมเดินกลับมานั่งบนโซฟา อดที่จะยิ้มออกไม่ได้


     นึกภาพเมื่อกี้แล้วรู้สึกเอ็นดูยังไงไม่รู้แฮะ


     ยืนขาสั่นอย่างกับลูกกวางเพิ่งเกิดใหม่แถมยังไม่ให้บอกใครเพราะเขินอีก


     มันใช่คนเดียวกับที่เกรี้ยวกราดตวาดเสียงดังลั่นใส่ผมเมื่อช่วงค่ำมั้ยนะ










       








     ------


     ตองแหม่มจะเป็นตำนาน

     #ช่วงนี้เดือนหนาว

 

 

 

 

            

            

            

 


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.412K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,360 ความคิดเห็น

  1. #10243 K.white wine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 21:54
    แม่แมวคือเซียนอะ55555
    #10,243
    0
  2. #9468 ttwachi_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 12:19
    ชอบมาก55555 เอฟซีแม่แมว1
    #9,468
    0
  3. #9399 Khanthasene (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:59
    มัมหมีน้องเดือนอย่างเราขอรับไม่ได้นะคะ! เราจะทุบหลังลีโอให้หนูเอง
    #9,399
    0
  4. #8205 oomka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 21:10
    หรือว่าบ้านเดือนหนาวจะไม่ธรรมดาจริงๆวะเชี่ยย
    #8,205
    0
  5. #7380 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:36

    แม่แมวเจ๋งอะ
    #7,380
    0
  6. #7178 it's me (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 10:19
    แม่แมวมีซัมติงงงงง ไหมเนี่ยยยย มำไหมโหดจังอ่พ ฮ่าๆๆๆ แล้วเป็นไงละเสือเจอหนาวตามกลับบ้านโหดจัดๆๆ แววกลัวเมียนี่มันมาตั้งแต่ตอนนี้นี่เอง ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #7,178
    0
  7. #6878 chompoo_tm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 23:58
    แม่แมวคือเซียนจนงง แต่แบบก็ไม่น่าจะอยู่แก๊งไหนรึเปล่าา หรือจะเป็นเหมือนที่พี่สิงห์บอก
    #6,878
    0
  8. #6872 crzoldyck7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 22:14
    ทำไมชั้นอยู่โหมดสงสารนะ สงสารไปหมดทุกคนเลย
    #6,872
    0
  9. #6639 N0ii2d (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 17:52
    แม่แมวคือเซียนโกงตัวจริง
    #6,639
    0
  10. #6638 N0ii2d (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 17:52
    แม่แมวคือเซียนโกงตัวจริง
    #6,638
    0
  11. #6617 mengnoijkanny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 01:04
    ชอบบ้านนี้อ่ะ คุณแม่เป็นเพื่อนเล่นลูก ทันกันหมด
    #6,617
    0
  12. #6603 RJ1448Rotjeep (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 16:11
    เรื่องนี้แม่ร้ายสุดสินะ5555
    #6,603
    0
  13. #6348 loocbomb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 22:46

    เซียนไพ่ตั้งแต่รุ่นยายปะเนี่ย

    #6,348
    0
  14. #6282 Jinjoo.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:14
    หรือว่าบ้านหนาวจะไม่ธรรมดาจริงๆวะ55555
    #6,282
    0
  15. #6178 BaiTong23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 10:54
    แม่คือร้ายมาก 55555
    #6,178
    0
  16. #5898 Fl2●$T (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 01:01
    แม่แมวคือไม่ใช่คนธรรมดา ครอบครัวนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่ลีโอสงสัย
    #5,898
    0
  17. #5870 MBPapure (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 18:06
    แม่เซียนมาก!!!!
    #5,870
    0
  18. #5848 bPAS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 09:37
    สรุปป้าแมวนี่ใช่คนธรรมดามั้ย ชักจะไม่แน่ใจ
    #5,848
    0
  19. #5836 NattharinJaiJai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 06:46

    อ่านแล้วยิ้มตามทุกตอน บางตอนขำจนแม่มองอ่ะ55

    ขอบคุณค่ะไรท์

    #5,836
    0
  20. #5691 สาววายนิสัยดีนะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 16:28
    ถ้าเราเป็นเสือนะ ป่านนี้ฆ่าตัวตายไปแล้ว โดดกดดันแบบนี้ ถึงสิงห์จะทำเพราะห่วงเพราะรักแต่ถามว่าคนรับรู้เหตุผลไหม ก็ไม่ น่าเศร้าจริง สงสารสิงห์เสือ
    #5,691
    0
  21. #5298 blackpinkmilk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 12:59
    เจ้าแม่ป๊อกเด้ง 🤣🤣🤣

    🐅 สู้ๆ นะ
    #5,298
    0
  22. #4852 Aomiez Aom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 23:15
    คุณแม่แมวฝีมือการโกงที่โลกต้องจดจำ
    #4,852
    0
  23. #4764 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 16:41
    5555แต่ละคน
    #4,764
    0
  24. #4763 Peoney_Black_Night (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 16:37
    รักน้องเกินปาย~สงสัยหลังจากคุยกับไทเกอร์เสร็จคงไปร้องให้ที่ไหนซักที่555
    #4,763
    0
  25. #4762 MYDREAM9599 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 12:43
    ขำพี่สิงห์55555
    #4,762
    0