#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : ลัทธินิยมน้ำตาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,958 ครั้ง
    28 ก.ย. 63














Chapter 8 : ลัทธินิยมน้ำตาล

 













 

 

            รุ่งเช้าของวันเสาร์ ผมตื่นตั้งแต่เช้าเหมือนเคยเพื่อช่วยป้าแมวเปิดร้าน ทั้งที่อากาศค่อนข้างสดใสแต่กลับมีคนๆหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหม่อหมองลง ไอ้หนาวนั่งอยู่แถวโต๊ะไม่ยอมมาช่วยกันล้างผัก สายตาจดจ้องไปที่กระเป๋าสตางค์ที่ว่างเปล่าของตัวเอง เทกระเป๋าลงพลันเหรียญบาทร่วงกราวลงมา


            “เฮ้อ”


            “มึงอย่ามัวแต่อู้ มาช่วยกันล้างผักหน่อย”


            “เฮ้อ”


            “เป็นไรหนักหนา”


            “เป็นคนที่โดนแม่โกง...อย่างโจ่งแจ้ง” มันบ่นอิดออกพร้อมถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า มันดูเฉื่อยๆตั้งแต่ตื่นมาแล้ว อาศัยจังหวะที่ป้าแมวกับเหนือไม่อยู่แถวนี้แอบอู้ไม่ยอมมาช่วยกันล้างผัก “วันนี้วันเสาร์”


            “อ่าฮะ”


            “มึงรู้จักร้านเบอร์รี่แบร์ไหม”


            “ไม่”


            “ร้านคาเฟ่ที่อยู่อีกซอยหนึ่ง”


            “แล้ว?”


            “กูชอบบิงซูของที่นั่นมาก แล้ววันนี้มันก็มีบิงซูเข้ามาใหม่แถมลดราคาแค่วันนี้วันเดียวด้วย”


            “อ๋อ มึงชอบบิงซูหรอ?”


            “ใช่ แต่ร้านนั้นค่อนข้างแพง กูเลยเก็บเงินมาหลายวันแล้ว เมื่อวานก็กะลงทุนให้เงินมันงอกเงย ที่ไหนได้โดนโกง” มันบ่นอย่างเซ็งๆ “เฮ้อ ไปอ้อนแดน แดนจะเลี้ยงมั้ยน้า ไม่สิ เห็นว่ากำลังเก็บเงินซื้อหนังสืออยู่ หรือว่าจะลองอ้อนแม่ดี ไม่ได้ จะไปง้อคนที่โกงเราไม่ได้นะหนาว เฮ้อ”


            “กูเลี้ยงเอง”


            “ฮะ?”


            “กูเลี้ยงไง แต่ตอนนี้มาช่วยกูล้างผักก่อน”


            “จริงอะ”


            “เออ”


            “เฮ้ย บ้า เกรงใจ” ไอ้หนาวโบกมือเล็กน้อยแต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้น รีบลุกขึ้นเดินมาช่วยผมล้างผักแทบจะทันที “แต่สตอเบอร์รี่สมูสตี้ก็อร่อยเหมือนกันนะ ของโปรดเลย”


            “เออ กูเลี้ยงอันนั้นด้วย”


            “เย่มึงนี่มันเพื่อนที่ประเสริฐจริงๆ” คนข้างๆเอ่ยชมพร้อมตบบ่าผมเบาๆ ผมหันสายตาไปมองยังใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี แต่แทนที่จะรู้สึกดีกลับรู้สึกแปลกๆในใจนิดหน่อยอย่างบอกไม่ถูก


            ช่วงสายหลังจากที่ลูกค้าออกไปกันหมดแล้ว ผมกับไอ้หนาวก็ไปยังคาเฟ่ที่ว่าด้วยกัน ส่วนป้าแมวกับเหนือบอกว่าจะคอยเฝ้าร้าน บรรยากาศร้านสีชมพูสดใส ตกแต่งแบบหวานฉ่ำจนผมรู้สึกเคอะเขินเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามานั่ง ไอ้หนาวพาผมไปนั่งในมุมร้าน


            “นี่โต๊ะประจำกูเลย” บอกพร้อมยื่นเมนูที่วางอยู่ข้างโต๊ะมาให้


            “สั่งเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”


            “แหม กูก็ไม่ควรเกรงใจตัวเองหรอกเนอะ” ผมว่าก่อนจะก้มลงมองรายการเมนู ตัวผมเองที่ไม่ได้โปรดปรานของหวานเท่าไหร่นักได้แต่สั่งกาแฟไป เห็นไอ้หนาวเขียนเมนูยาวเหยียดลงในกระดาษจดแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ “สั่งอะไรขนาดนั้น กินหมดหรอ?”


            “หมดดิ กูอดอยากมานาน”


            “นึกว่ามึงมากินบ่อยๆซะอีก เห็นบอกว่าชอบ”


            “นานๆที ส่วนมากกูเอาเงินเก็บไปเติมเกม ของหวานก็อยากนะแต่เกมสำคัญกว่า”


            “กินให้หมดแล้วกัน” ผมสั่งในฐานะคนจ่ายเงิน 


            “เออ รู้แล้วน่า สั่งกลับบ้านด้วยบางอันอะ เอาไปฝากแม่กับแดน”


            ใช้เวลาสักพักกว่าของที่สั่งไปจะถูกนำเสิร์ฟ คิดว่าเป็นเพราะตอนนี้ร้านคนเยอะ ผมมองไอ้หนาวที่กินบิงซูอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมจิบกาแฟไปด้วย


            “ไม่กินหรอ”


            “กูไม่ค่อยชอบของหวาน”


            “ตอนแรกกูก็ไม่ค่อยชอบ แต่มึงต้องลอง” อีกฝ่ายยื่นช้อนมาให้ “แล้วมึงจะเข้าสู่ลัทธินิยมน้ำตาล”


            “อ่า” ผมรับช้อนมาแล้วตักบิงซูเข้าปาก พบว่ามันค่อนข้างอร่อย หวานกำลังดี แต่ยังไงก็ไม่ได้ชอบถึงขนาดจะกินได้เยอะเท่าไอ้หนาว มองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามตักกินแพนเค้กบ้าง ซอฟต์ครีมบ้าง ผมสังเกตแล้วว่าเวลามันหิวหรืออยากกินอะไรมากๆมันจะตะกละตะกลามของจริงเลย อย่างเมื่อวานก็รีบกินจนสำลักเพราะหิวแถมถ้าไม่ได้กินจะอารมณ์ไม่ดีด้วย “มึงกินซกมกมากเลยอะ”


            ผมเอื้อมไปหยิบทิชชู่ให้เมื่อเห็นว่ามันทำซอฟต์ครีมตกใส่เสื้อ ไอ้หนาวรับไปเช็ดลวกๆอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่แล้วกินต่อ ผมมองภาพนั้นอย่างเพลิดเพลิน


            “ช่วยกินหน่อยดิ” ไอ้หนาวว่าเสียงอิดออดเมื่อมันเริ่มอิ่มแล้ว “กูหวานตาเหล่แล้วตอนนี้”


            “ไม่ กูบอกว่ามึงสั่งก็ต้องกินให้หมด”


            “เสือออ”


            “ตอนสั่งมึงหิวจนตาลายอะ”


            “งั้นห่อกลับบ้าน”


            “บิงซูมึงจะห่อยังไง แดกให้หมด อย่างน้อยๆก็บิงซูอะ” ผมว่าตั้งใจจะแกล้งเล่นๆ พยายามกลั้นขำเอาไว้ มันยู่ปากอย่างไม่พอใจแล้วตักกินบิงซูจนหมด “แดกเก่งจังวะ”


            “ไอ้เหี้ย น้ำตาลกูขึ้นแน่ๆ ยังไม่ต้องกลับบ้านนะ พากูไปตรวจน้ำตาลในเลือดก่อน”


            “ไปจริงมั้ยล่ะ?”


            “กูล้อเล่น ไม่เป็นไรหรอกชิวๆ” มันยักไหล่ จู่ๆมันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดูอย่างแปลกใจ “ใครวะ”


            “อะไร?”


            “ใครไม่รู้แอดกูมา”


            “มันไม่มีชื่อหรอ?”


            “ใช้ตัวเอฟ”


            “เอฟ?”


            “มึงรู้จักปะ?” คนนั่งตรงข้ามถามแล้วยื่นมือถือให้ผมดู พบว่ารูปดิสค่อนข้างคุ้นจนต้องหยิบมือถือของตัวเองออกมาดูบ้าง เหมือนว่าผมจะมีไลน์นี้เป็นเพื่อนด้วย


            “อ๋อ”


            “รู้จัก?”


            “ไอ้ฟิวส์ไง”


            “อ่า” ไอ้หนาวพยักหน้าแล้วรับมือถือคืนไป “รับแล้วทักมาทันทีเลยว่ะ”


            “ทักว่า?”


            “ส่งสติ๊กเกอร์มา บอกว่าสวัสดีครับด้วย”


            “สวัสดีครับ?” ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ทำไมไอ้ฟิวส์ต้องบอกว่าสวัสดีครับกับไอ้หนาวด้วย ปกติก็กู-มึงใส่กันตลอดไม่ใช่หรอ 


            “เออ กูส่งสติ๊กเกอร์ไปพอละ” ไอ้หนาวว่าก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง เรียกเก็บเงินแล้วค่อยกลับบ้านกัน เอาของที่ซื้อมาฝากให้ป้าแมวกับเหนือเรียบร้อยก็มาช่วยงานที่ร้านต่อ หลายชั่วโมงผ่านไปถึงจะได้พัก ไอ้หนาวที่เพิ่งได้หยิบมือถือขึ้นมาดูก็ขมวดคิ้วทันที “เสือ”


            “ไร”


            “ไอ้ฟิวส์มันเป็นไรกับกูมากปะ?”


            “มันทำไมวะ”


            “มึงดู” แล้วมันก็ยื่นหน้าจอแชตให้ผมดู


 

            f. : ส่งสติ๊กเกอร์

            สวัสดีครับ


Dn. : *ส่งสติ๊กเกอร์


            f. : ทำอะไรอยู่ครับ

            ยุ่งอยู่รึเปล่า

            ทำงานอยู่แน่ๆเลย วันนี้ที่ร้านคนเยอะหรอ ()

            เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆ!

               : เห็นข้อความนี้แล้วช่วยตอบกลับด้วยนะครับบบ

 

 

            “อะไรของมันวะ” ผมถามกลับอย่างงุนงงเช่นเดียวกัน “หรือมันทักผิดคน”


            “แต่มันถามว่าวันนี้ที่ร้านคนเยอะหรอ”


            “เออว่ะ พูดครับอีกต่างหาก ขนลุก” ผมว่า พยายามคิดว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ หรือว่าแค่แกล้งไอ้หนาวเล่นเฉยๆ “ไอ้ฟิวส์จะพูดสุภาพกับผู้หญิง”


            “แต่นี่กูนะ กูเอง”


            “...หรือว่ามันชอบมึง”


            “ฮะ!” ไอ้หนาวลั่นเสียงดังอย่างตกใจ ทำเอาป้าแมวกับแดนหันมามองด้วย คนถูกมองยิ้มแห้งและโบกมือเชิงว่าไม่มีอะไร ทั้งสองคนจึงค่อยเลิกสนใจ “ไอ้ฟิวส์ กู ?”


            “...แต่มัน” 


            มันชอบเหนือไม่ใช่หรอ


            ผมเผลอขมวดคิ้วทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา ในใจพลันรู้สึกไม่พอใจแปลกๆ


            เป็นเพื่อนกันมานานทำไมต้องโกหกกูด้วยวะฟิวส์


            หางตาเหลือบไปเห็นไอ้หนาวก้มหน้าพิมพ์ตอบยุกยิกๆ


            “มึงตอบมันว่าไง”


            “ก็ถามก่อนว่าทักมามีไร”


            “อ่า”


            “ตอบเร็วสัด!” ไอ้หนาวว่าอย่างแปลกใจ ผมเขยิบไปยืนด้านหลังเพื่อแอบมองที่พวกมันคุยกัน ไอ้ฟิวส์ตอบกลับมาว่าเพราะอยากคุยด้วยพร้อมสติ๊กเกอร์เขิน


            นึกภาพสีหน้ามันออกเลย ถึงเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแต่อยากเอาตีนขยี้หน้ามันจริงๆ


            “มันถามว่าจำผมได้ไหม ชื่อฟิวส์ที่มากินที่ร้านกับไทเกอร์บ่อยๆ”


            “อ้างกูด้วย”


            “อยู่ชมรมเดียวกับหนาว”


            “หืม?” เลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นอย่างนั้น “หมายความว่าไงวะ?”


            “อยู่ชมรมเดียวกับหนาว หมายความว่ามันคิดว่าตัวเองไม่ได้คุยกับกูอยู่...มันจะทักหาแดนหรอ?”


            “เออ เป็นไปได้ มันคงยังไม่รู้ว่าพวกมึงใช้ไลน์เดียวกัน”


            “...แล้วคือมัน ชอบแดน?”


            “ใช่” ผมขายเพื่อนทันทีอย่างไม่จำเป็นคิด


            “อ่า...ไอ้สัดนี่ มากินข้าวที่ร้านกูบ่อยๆเพราะเหตุผลนี้แน่นอน ทักมาขนาดนี้ต้องเจอกูแล้ว!” ไอ้หนาวว่าอย่างใส่อารมณ์


            “ขอคุยก่อนได้ปะ”


            “ทำไม?”


            “มันปากแข็งไม่ยอมรับว่าชอบเหนือไง กูจะง้างปากมัน”


            “ยังไง”


            “ยืมมือถือหน่อย” ผมรับมือถือจากไอ้หนาวมา แผนชั่วที่คิดจะแกล้งไอ้ฟิวส์ที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัวทำเอาผมหุบยิ้มไม่ได้ “หึ”


            “มันจะไม่โกรธเอาหรอ”


            “รู้จักกันมาสิบกว่าปี”


            “ก็เลยรู้ว่าไม่โกรธ”


            “โกรธ”


            “อ้าว”


            “หยอก ไม่เป็นไรหรอก” ผมว่าก่อนจะกดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์บนหน้าจอมือถือ

 

Dn. : อ๋อ จำได้

 : ฟิวส์ใช่ป่าว

f. : ครับ จำกันได้ด้วย 

            : *ส่งสติ๊กเกอร์

            ว่างแล้วหรอครับ

Dn. : อื้ม ช่วงนี้ไม่มีคน

คนจะเยอะอีกทีก็ช่วงเย็น

f. : ทำอะไรอยู่หรอครับ

Dn. : นั่งเฉยๆ

ฟิวส์ล่ะครับ?



 

            “แม่งเขินตัวม้วนแน่ๆ” ผมว่าพรางพยายามกลั้นขำเมื่อนึกถึงสภาพของไอ้ฟิวส์ตอนนี้

 



 

f. : ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ5555

            อ้อ แต่คุยกับเหนืออยู่

            ตอนเย็นขอไปฝากท้องด้วยได้ไหมม

 

Dn. : ได้ๆ

อร่อยล่ะสิ555555

 

            f. : อร่อยมากกกก

            : คนขายก็น่ารัก

      : *ส่งสติ๊กเกอร์

 

“ส่งสติ๊กเกอร์เขินมาด้วยนะไอ้เวร” ไอ้หนาวเอ่ยปากด่าอย่างอดไม่ได้

 

Dn. : 5555555

: ไม่หรอก

ยังไงก็ขอบคุณนะ

f. : ครับ 

ส่งสติ๊กเกอร์

ถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ

Dn. : อะไรหรอ

f. : เหนือมีแฟนรึยัง


 

“เอาว่ะ มันเริ่มจู่โจมแล้ว” ผมว่า


 

Dn. : ยังหรอก ทำไมหรอ

 

f. : อื้ออ เปล่าๆๆ

ถามเฉยๆ


 

“ทำไมมันบอกว่าเปล่าอะ” คนข้างๆเอ่ยถาม


“มันเขิน” ผมตอบ


Dn. : ฟิวส์ล่ะ?

 

f. : ยังครับ ยังงง

ไม่มีใครเลยยยย


Dn. : อ๋อ อื้มๆ

 

f. : งั้นเราขอจีบเหนือได้ป่าว


Dn. : ตรงๆงี้เลยหรอ?

f. : ตรงๆเลย

จองไว้ก่อน คนชอบเธอเยอะ


Dn. : ฟิวส์ชอบเราหรอ?

f. : ชอบสิ

ขอจีบขนาดนี้แล้วเธอ


 

Dn. : ไหนบอกไม่ชอบเหนือไง

f. : ฮะ? ใครบอก


Dn. : ไทเกอร์อะ

f. : มันก็ว่าไปเรื่อยแหละ


 

“โห ไอ้เหี้ยนี่” ผมหลุดขำออกมาเสียงดังให้กับคำพูดของไอ้ฟิวส์ ต่อหน้ากูปฏิเสธจะเป็นจะตาย ทีงี้เสือกมาบอกว่ากูพูดไปเรื่อย 


f. : แทนตัวเองว่าเหนือแล้วน่ารักจัง5555555

Dn. : ว่าไปเรื่อยก็เหี้ยแล้ว

f. : ฮะ?

Dn. : มึงบอกกูว่าไม่ได้ชอบเหนือ 

ไอ้เวร555555555555555555

ไม่ได้ชอบหรอกนะว่าแต่จีบได้เปล่า เธอน่ารักจัง จองเอาไว้ก่อนคนชอบเธอเยอะ

เธอหาพ่องไอ้สัด555555555555555555555

พี่ฟิวส์ไม่เคยทำกูผิดหวังเลยว่ะ


f. : ....

ไอ้เหี้ยเสืออออ!!!!


Dn. : อ้าว ไม่เรียกเค้าว่าเธอแล้วหรอเตง

เสียใจอ่า ทำไมหยาบคายจัง


f. : เตงที่หน้า!

: -วยยยยย สรุปกูคุยกับมึงมาตลอดเลยหรอ??


Dn. : เออ

แหม เล่นซะเขิน 

:  กูก็ยังไม่มีแฟนนะฟิววววว


f. : ไปตายเถอะไอ้เหี้ย

แล้วมึงเล่นไลน์เหนือได้ไง

กูว่ากูไม่ได้แอดผิดนะ


Dn. : แฝดใช้มือถือเครื่องเดียวกัน

กูอยู่กับไอ้หนาว


f. : เวร

มึงแม่งเหี้ยๆๆๆๆ

อย่าเอาไปบอกคนอื่นนะสัด


Dn. : กูแคปเรียบร้อย


f. : เสืออออไอ้เหี้ยยยยยยย

มึงเจอกูแน่ไอ้เวร!!


 

Dn. : มาดิ ร้านนี้คนขายน่ารักไม่ใช่หรอออ


f. : สัด

แล้วอย่างนี้กูจะได้คุยกับเหนือได้ไง


Dn. : ไม่รู้ว่ะอันนี้

 : ใช้มือถือด้วยกันแต่ไอ้หนาวจับมือถือเครื่องนี้ตลอด

มึงน่าจะอดได้คุยกับเหนือแล้วล่ะ

แต่ลืมไป มึงไม่ได้ชอบเขานี่

ไม่ได้คุยก็ไม่เป็นไรหรอก555555555555555555


f. : -วยนะ

เอาดีๆ กูต้องส่งจดหมายหรือนกพิราบหรอหรือยังไง


 

“เออ หนาว แล้วถ้าจะคุยกับเหนือต้องทำยังไงวะ” ผมถามแทนเพื่อนฟิวส์ผู้น่าสงสาร


“ทักมาก็ได้คุยแต่กับกูเท่านั้นแหละ”


 

Dn. : ไอ้หนาวบอกว่าทักมาก็ได้คุยแต่กับมันเท่านั้นแหละ

f. : ใครอยากคุยกับมึง!


 

“ไอ้เหี้ยนี่” ไอ้หนาวว่าพร้อมหลุดขำออกมาเสียงดัง “งั้นเดี๋ยวกูถามแดนให้ว่าชอบฟิวส์มั้ย ถ้าชอบก็จะให้คุย”


Dn. : หนาวบอกว่าจะถามเหนือให้ว่าชอบมึงมั้ย ถ้าชอบก็จะให้คุย


f. : โห ไอ้เหี้ย...

ให้กูจีบเขาก่อนไม่ได้รึไง 

ไปถามตรงๆอย่างนั้นเขาคงจะชอบกูอยู่หรอกนะ


Dn. : ก็ไม่แน่

เหนืออาจะแอบปิ๊งมึงอยู่เหมือนกัน


f. : เฮ้อ

ทำไมเหนือไม่พกมือถืออีกเครื่องอะ

แบบนี้จะติดต่อคนอื่นยังไง

มันลำบากไม่ใช่หรอ


Dn. : ไม่นะ

หมายถึงไม่ใช่เรื่องของมึงอะไอ้สัด

แค่นี้นะลูกค้ามาละ

ยังไงก็มาได้นะ เพราะคนขายร้านนี้น่ารัก

แต่ฟิวส์ก็ไม่ได้ชอบเขาหรอกนะ อิอิ


f. : กวนตีน


 

ผมยื่นมือถือคืนไอ้หนาวเพราะลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาแล้ว นึกถึงไอ้ฟิวส์แล้วยังแอบขำอยู่เป็นระยะ ปากบอกเพื่อนว่าไม่ได้ชอบแต่ลับหลังเสือกแอบทักไลน์เขา แล้วเสือกโดนจับได้อีกต่างหาก น่าสงสารจริงๆเพื่อนผมคนนี้


และอีกอย่างไม่รู้ว่าไอ้ฟิวส์มันจะจีบเหนือสำเร็จรึเปล่า ดูเหมือนเหนือจะมีคนชอบเยอะอยู่แต่ท่าทางไม่ได้สนใจใครเลย เมื่อร้านปิดเราก็ช่วยกันเก็บโต๊ะและล้างจาน ในขณะที่นั่งล้างจานอย่างทุลักทุเลอยู่ข้างๆไอ้หนาวนั่นเอง ผมก็อดไม่ได้ที่จะถาม


“แล้วเหนือไม่ชอบใครบ้างหรอวะ”


“ทำไม มึงสนใจทำไม มึงชอบพี่กูอีกคนหรอ”


“ไม่เว้ย กูแค่ถาม แค่สงสัยอะ”


“ไม่นะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เกิดเห็นเหนือชอบหรือสนใจใครเลย ใครมาชอบกี่คนก็ไม่เอา เคยเห็นบอกว่าอยากตั้งใจเรียนก่อน”


“เยดเข้ ตอบแบบเด็กเรียน” ผมแซว “แล้วมึงอะ”


“กูหรอ”


“เออมึงแหละ”


“ไม่มีใครมาชอบกูอะ”


“ทำไมวะ”


“กูสิต้องถามว่าทำไมวะ” ไอ้หนาวถามกลับอย่างเซ็งๆ “ยิ้มเล็กยิ้มน้อยหาพ่อง เยาะเย้ยกูหรอ”


“เฮ้ยบ้า กูทำงั้นหรอ”


“เออ ไอ้เวร เดี๋ยวปั๊ดเอาชามตีหน้า” ขู่ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจล้างจานต่อ “แต่กูก็ไมได้สนใจอะไร ว่าไงดีวะ กูรู้สึกตัวกูตอนนี้ยังไม่พร้อมมีใคร กูยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย”


“อ๋อ”


“มึงเถอะ ที่ไม่มีแฟนหรือคนคุยเนี่ย แปลกชิบหาย”


“ไม่แปลก เอาตรงไหนมาบอกว่าแปลก” ผมตอบอย่างไม่สนใจเท่าไหร่นัก หยิบจานที่สกปรกมาล้างแต่ดันเผลอทำตกแตกซะได้ “อีกแล้วว่ะ”


“ไปถูพื้นไป” ไอ้หนาวว่าอย่างปลงตกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำจานตก แรกๆแตกระนาวเป็นแถวเลยแน่นอนว่าผมไปซื้อมาชดใช้แล้ว


“อยากช่วยล้างจานอะ”


“มึงไม่อยากถูพื้นล่ะสิ” คนข้างๆหรี่ตามองอย่างรู้ทัน “ไปถูพื้น”


“เออๆ รู้แล้ว” ผมถอดถุงมือยางออกแล้วเดินไปหยิบไม้กับน้ำยาถูพื้นมา เห็นเหนือกำลังพยายามยกถุงขยะจะเอาไปทิ้งแล้วรู้สึกสงสารเลยมีน้ำใจเข้าไปช่วย “เดี๋ยวเรายกไปให้ มันหนัก”


“ขอบใจ” เหนือยิ้มให้ ตอบแค่นั้นก่อนจะเดินไปทำอย่างอื่นต่อ พอมามองดูดีๆแล้วพบว่าแฝดก็ไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้น แค่เป็นคนนอกที่ไม่รู้จักมองผ่านๆจะแยกไม่ออก แยกได้เพราะรู้ว่าเหนือสวมแว่นแค่นั้น แต่จริงๆแล้วท่าทาง บุคลิก การพูดทุกอย่างจะแตกต่างกันไปทั้งหมดเลย


ตอนนี้แค่เห็นจากข้างหลังผมก็รู้แล้วอะว่าเป็นไอ้หนาว


เมื่อเก็บร้านเสร็จก็ไปกินข้าวและดูหนังที่เช่ามาด้วยกันคล้ายๆกับทุกวัน คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ผมนอนไม่หลับเพราะยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่ เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆผมทนไม่ไหวลุกออกจากโซฟาแล้วไปนั่งที่ม้านั่งนอกบ้าน


ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายคงจะเป็นการที่ทุกคนยอมรับในตัวผมและผมต้องสามารถปกป้องทุกคนได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นผมต้องเข้าสู่เส้นทางนั้นอย่างเต็มตัวไม่อย่างนั้นคงปกป้องใครไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีใครยอมรับได้ไหมและที่สำคัญคือมันเป็นเส้นทางที่ผมปฏิเสธและหลีกหนีมาตลอด ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่อยากแลกชีวิตของตัวเองกับมัน


ในขณะที่กำลังใช้สมองคิดอย่างหนักนั่นเอง ได้ยินเสียง แฮ่’ จากด้านข้างทำเอาสะดุ้งโหยงจนบุหรี่หล่นจากมือ เป็นสถานการณ์คุ้นๆเหมือนเคยเจอมาก่อน เป็นไอ้หนาวในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกแอบเดินย่องเข้ามาหา


“ตกใจหมดไอ้สัด” ผมอดด่าไม่ได้ “ไม่นอนรึไง”


“มึงสิไม่นอนรึไง มืดก็มืด มานั่งทำเท่ทำไมตรงนี้”


“นอนไม่หลับ” ผมว่าไปตามตรง “แล้วมึงอะ?”


“หิวดึกว่ะ ว่าจะไปตลาดโต้รุ่ง”


“อีกแล้วอ่อ”


“เออ ไหนๆก็ไหนๆ ไปด้วยกันปะ” ไอ้หนาวเอ่ยปากชวน ไม่ใช่ครั้งแรก มีหลายคืนที่มันหิวดึกแล้วแอบออกบ้านไปหาอะไรกินคนเดียว ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอมันระหว่างทาง แต่ตั้งแต่ผมเข้ามาพักอยู่ที่นี่ ผมก็มักจะสะดุ้งตื่นทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเพราะผมนอนอยู่ข้างล่าง เลยไปตลาดโต้รุ่งเป็นเพื่อนมันทุกครั้ง


“เออ”


ผมเอารถมอเตอร์ไซค์ของผมไปเพื่อไม่ให้เสียเวลา เมื่อซื้อของกินเล่นเสร็จก็รีบกลับทันที


“เสือๆ” ไอ้หนาวที่นั่งด้านหลังสะกิด “มีอะไรแปลกๆปะวะ”


“อะไร”


“ข้างหลังอะ เหมือนโดนตามเลย”


“ฮะ?” เพราะขี่ค่อนข้างเร็วทำให้ไม่ได้สังเกต ผมมองกระจกหลังเห็นแก๊งเด็กแว้นจำนวนหนึ่งขี่รถไล่ตามพวกเรามา “ชิบหาย โดนล่าว่ะ”


“ชิบหาย” ไอ้หนาวสบถคำเดียวกันออกมา “มึงไม่เป็นอัศวินรัตติกาลแล้วรึไง”


“ไม่ อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ตอนนี้”


ไม่ใช่ตอนที่มึงอยู่ด้วย...


“เอ้า”


“เสี่ยงไป” ผมว่าก่อนจะบิดให้เร็วกว่าเดิม เสียงท่อของแก๊งเด็กแว้นดังขึ้นราวกับพวกมันตั้งใจจะบิดตาม แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่น่าจะตามรถผมทันหรอก


“มันมาแก้แค้นมึงหรอ” ไอ้หนาวตะโกนถามเสียงดังเพราะมีเสียงลมกลบ


“ไม่รู้ว่ะ แต่มันจะมีคืนออกล่า”


“คืนออกล่า?”


“เออ คือแก๊งเด็กแว้นมันไม่มีแก๊งเดียวไง อย่างคืนนี้แก๊งนี้ออกล่า คนแก๊งอื่นที่เสือกออกมาเพ่นพ่านก็จะโดนเก็บ”


“แล้วเราเป็นคนแก๊งอื่นหรอ”


“เราเป็นแก๊งสนิมย้อยไง!


“เออว่ะแย่แล้ว มึงอย่าขี่ไปแถวบ้านนะ อันตรายว่ะ ล่อพวกมันไปทางอื่นก่อนได้ไหม” ไอ้หนาวว่า ผมพยักหน้า


“ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว” เมื่อคิดว่าทิ้งระยะห่างพอสมควรผมก็เลือกที่จะเลี้ยวหลบเข้าไปในซอยเล็ก จอดแล้วดับเครื่องรอให้พวกมันผ่านไปก่อน ไอ้หนาวทำสีหน้าแตกตื่นเหมือนว่านี่เป็นครั้งแรกที่โดนตามไล่ แม้จะหอบแฮ่กแต่ก็ไม่กล้าหายใจแรงกลัวโดนจับได้


“มันจะเห็นพวกเราปะวะ”


“ไม่เป็นไร” ผมกระซิบก่อนจะดึงไอ้หนาวมาหลบใกล้ๆ เอาตัวเองบังไว้เผื่อว่าพวกนั้นมาเห็นเข้าแล้วดันมีปืน


“เชี่ย ทำไมต้องล่าพวกเรา แก๊งกูมันแก๊งกระโปกนะเว้ย ไม่ได้แว้น ไม่ได้ทำอะไรจริงจังด้วยซ้ำ แต่แก๊งสนิมย้อยที่ไปกินหมูกระทะด้วยกันเป็นกิจกรรมหลักเท่านั้นเอง”


“เห็นใครน่าสงสัยมันก็เล่นหมดแหละ”


“เหี้ยชิบหาย แจ้งตำรวจๆ”


“เออ ไว้พวกมันไปก่อนค่อยแจ้ง” ผมว่า ก่อนจะได้ยินเสียงท่อรถดังมาแต่ไหลแล้วขี่ผ่านไปเป็นฝูง ค่อยโล่งออกหน่อย ไอ้หนาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมคลายไหล่ที่เกร็งออกมา “กลัวหรอ”


“หึ ใครกลัว กูเป็นหัวหน้าใหญ่นะเว้ย”


“เออๆ” แล้วผมก็โทรหาตำรวจแจ้งไปว่ามีแก๊งเด็กแว้นก่อความเดือดร้อนแถวนี้ เมื่อรอจนแน่ใจแล้วว่าพวกมันไม่เห็นแน่ๆก็ค่อยรีบขี่กลับบ้านโดยเลี่ยงทางเดิม


“ตื่นเต้นชิบหาย ตอนมึงบิดหนีคืออย่างกับในหนัง ดีนะไม่โดนยิงไล่มาเหมือนในหนังด้วย”


“ถือว่าโชคดีที่พวกมันไม่มีปืน”


“ถึงกับพกปืนด้วยหรอวะ”


“ก็มีนะ คือเราเรียกว่าเด็กแว้นก็จริง แต่บางแก๊งก็ใหญ่จริงๆที่มีหัวหน้าเป็นผู้ใหญ่อะ หัวหน้าบางแก๊งก็อยู่ในคุกนู่น”


“โห...” ไอ้หนาวทำหน้าอึ้ง “สนิมย้อยกูมันกระโปกจริงๆด้วย”


“ใช่”


แล้วพวกเราก็กลับมาถึงบ้าน มานั่งม้านั่งตัวเดิมแล้วช่วยกันแกะถุงของกินที่ซื้อมา 


“กุ้ยช่ายกูเละหมดเลย” คนข้างๆเบ้ปากว่า


“ช่วยไม่ได้นี่ เราต้องหนีเด็กแว้นนะ”


“เออ ก็แดกได้แหละ”


“ยุงเยอะชิบหาย” ผมบ่นเมื่อโดนยุงกัดตัวที่สองแล้ว “ทำไมกูนั่งคนเดียวไม่โดนกัดวะ”


“จะโทษว่ากูเป็นคนเรียกยุงว่างั้น”


“ใช่”


“ได้ แป๊บ” แล้วไอ้หนาวก็เดินหายเข้าไปในบ้านสักพัก ออกมาพร้อมยาจุดกันยุงแบบขดประมาณแพคนึง วางเรียงกันประมาณสิบกว่าอันแล้วจุดทีเดียว


“เดี๋ยว จุดอะไรขนาดนั้น ไม่ใช่ยุงหรอกจะตาย กูนี่แหละ”


“ไม่ยุงก็พวกเราอะ ตายกันไปข้าง” แล้วไอ้หนาวก็วางยาจุดกันยุงวางบนพื้นแล้วกลับมานั่งที่เดิม ควันจากยาจุดลอยขโมงจนนึกว่าไฟไหม้ “มึงชอบสูบบุหรี่ไม่ใช่หรอ นี่ไง ทำลายปอดเหมือนกัน ลองสูดดูเผื่อช่วยให้มึงหายติดบุหรี่”


“แล้วมาติดยาจุดกันยุงแทน?”


“อ่าฮะ”


“ตาย กูตายแน่ๆ ไอ้สัด” ผมปัดควันที่ลอยเข้าหา “หือ กูว่าเราเข้าไปนั่งข้างในดีกว่ามั้ย ไม่มียุงด้วย”


“ข้างนอกสิได้บรรยากาศ”


“พอเถอะ ไม่มียาทากันยุงรึไง”


“น่าจะหมด เหลือแต่ยาจุดนี่แหละ”


“จุดอันเดียวพอได้ไหม ถือว่ากูขอ”


“เอ้า ทำไมอะ เห็นชอบสูบบุหรี่”


“กูเลิกก็ได้ไอ้สัด” ผมว่าอย่างสุดจะทน 


“เลิกบุหรี่แหละ”


“เลิกคบกับมึงอะไอ้ชิบหาย” อดไม่ได้ที่จะตบมุขที่มันส่งมา ไอ้หนาวหลุดขำออกมาเสียงดังก่อนจะดับยาจุดกันยุงทิ้งเหลือไว้แค่อันเดียว “เออ ได้แดกอย่างสบายใจซักที”


“เออ”


นั่งคุยเล่นพร้อมกินไปเรื่อยๆ จู่ๆไอ้หนาวก็เอ่ยแทรกขึ้น


“เสือ”


“อะไร”


“กูมีไรจะบอก มันเป็นสิ่งที่กูคิดไว้และมันอาจจะไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เท่าไหร่” สีหน้าอีกฝ่ายกลายเป็นจริงจังขึ้นมานิดหน่อย “กูแค่อยากจะบอกว่ากูชอบที่มีมึงอยู่ด้วยนะ”


“?”


“แม่กับแดนด้วย”


...” ผมเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจเมื่อจู่ๆมันก็พูดเรื่องนี้ “ทำไมวะ”


“กลัวมึงคิดว่าพวกกูไม่อยากให้อยู่ไง” คนข้างๆว่าเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น “มีมึงอยู่ดีจะตาย มีคนช่วยทำงาน เล่นเกมดูหนังอะไรด้วยกัน ครึกครื้นชิบหาย”


“หรอ”


“เออ เพราะงั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น มึงกลับมาที่นี่ได้ตลอดเลยนะ


...


คำพูดของไอ้หนาวทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก เอาแต่นิ่งไปสักพักก่อนขอบตาจะเริ่มเห่อร้อน เม้มปากแน่นกลั้นน้ำตาไม่ใช่ไหล ในใจมีหลากหลายความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด แต่อย่างหนึ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนคือความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหน้าอก


“กูก็ไม่เข้าใจคำว่า กลับไม่ได้’ ของมึงหรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงอยากกลับ มึงก็กลับมาเถอะ ที่นี่ยินดีต้อนรับมึงตลอด เห็นมึงซึมๆตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่กูก็ไม่ได้อยากจะถามอะไร ไว้มึงอยากเล่ามึงค่อยเล่าก็ได้”


“หนาว...


“อะไร”


...กอดหน่อยได้ปะวะ”


“เออ อย่าเอาน้ำมูกเช็ดเสื้อกูพอ”


...ขอบคุณนะ”









#ช่วงนี้เดือนหนาว


Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.958K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,202 ความคิดเห็น

  1. #11123 Rungtiva (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 21:04
    เหมือนไบโพล่าอ่ะ หัวเราะอยู่ดีๆ กลับน้ำตาไหลตอนท้ายซ่ะงั้น5555555
    #11,123
    0
  2. #10901 softless (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 13:26
    เปนเอ่นดูเจ้าเสือมันนะ
    #10,901
    0
  3. #10244 K.white wine (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 22:12
    หนาวค่อยๆซึมเข้าไปในชรวิตเสือแล้ววววว
    #10,244
    0
  4. #9430 it's me (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 09:12
    แก๊งสนิมย้อย ฮ่าๆๆๆ ฟิวส์เอ็งพลาดแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ กะลังตลก เจอดราม่าตอนท้ายเป็นสงสารเกอร์เลย เฮ้อออ
    #9,430
    0
  5. #8238 rnhaha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 11:50
    ครอบครัวจริงๆเลยTT
    #8,238
    0
  6. #8206 oomka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 22:16
    เดือนหนาวแสนดีจังลูกแง
    #8,206
    0
  7. #8186 kikss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 17:03

    อยากไปอยู่บ้านเดือนหนาวด้วย อบอุ่น

    #8,186
    0
  8. #8132 waan4121 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 00:44
    น่ารักจังพี่น้อง เฮ่อพี่สิงห์กับเสือtt
    #8,132
    0
  9. #7381 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 23:02
    เดือนหนาวน่ารักจังเลย. ใจดีมากๆ
    #7,381
    0
  10. #6926 P.chonn3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 10:28
    นัองหนาวใจดีมากกๆๆ
    #6,926
    0
  11. #6873 crzoldyck7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 22:36
    ทำไมต้องโหดร้ายกะไทเกอร์กะพี่สิงห์ด้วย สงสาร2พี่น้อง
    #6,873
    0
  12. #6861 Acthh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 11:06
    น้องหนาวลูกแม่แสนดีเหลือเกิน
    #6,861
    0
  13. #6640 N0ii2d (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 18:10
    โหหหหหห อบอุ่นหัวใจเลย
    #6,640
    0
  14. #6619 mengnoijkanny (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 02:05
    ไม่แปลกใจ ทำไมเสือรักหนาวมากขนาดนั้น แต่ก็ติดเฟรนด์โซนแน่นหนาด้วย 555
    #6,619
    0
  15. #6479 madame_Gabrielle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 17:00
    งืออออ ♥️
    #6,479
    0
  16. #6283 Jinjoo.K (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:29
    ฟิวส์โคตรโป๊ะ วงวาร5555555555555555 แล้วตอนท้ายๆซึ้งมาก ถึงบอกไงว่าไม่แปลกเลยที่เกอร์จะรักหนาวมากขนาดนั้น รักขนาดที่ยอมรักข้างเดียวแบบขอแค่ได้อยู่ข้างๆดีกว่าบอกรักไปแล้วจะเสียหนาวไป
    #6,283
    0
  17. #6189 Kon--Kon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 19:17
    รู้เลยทำไมเสือรักหนาวชิพหาย
    #6,189
    0
  18. #6179 BaiTong23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 15:07
    ขำฟิวส์อ่ะ 55555
    #6,179
    0
  19. #6168 B.B.B.B.B (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 03:11
    เก็ทแล้วทำไทเกอร์ถึงได้คลั่งรักขนาดนั้น
    #6,168
    0
  20. #5863 AnTANDAN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 19:58

    ฮื้อออออ อ่านตอนท้ายน้ำตาไหลเลยยย มันอบอุ่นมากนะ

    #5,863
    0
  21. #5849 bPAS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 09:44
    ร้องไห้ ต่อไปคงรักกันน่าดูเลย
    #5,849
    0
  22. #5702 younggdumbb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 10:52
    แง้ อบอุ่นนน
    #5,702
    0
  23. #5308 1234567mama (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 14:10
    มีคนที่เข้าใจ มันดีมาก ดีมากจริงๆ
    #5,308
    0
  24. #5303 Aomiez Aom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 23:51
    กอดแล้วได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นมั้ยพี่เสือ
    #5,303
    0
  25. #5299 blackpinkmilk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 13:01
    แหม กอดที แล้วก็เอาใหญ่เลยนะ มีครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ง่ายขึ้น ใช้ม้า😏😏😏
    #5,299
    0