#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 19 : Chapter 18 : คนโง่ของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,100 ครั้ง
    19 ธ.ค. 63








Chapter 18 : คนโง่ของเธอ

 

 





 

 

            สัปดาห์แห่งการสอบมิดเทอมครั้งแรกของการขึ้นเรียนชั้นมอปลาย สำหรับผมแล้วถือว่ารอดได้อย่างหวุดหวิดเพราะได้เพื่อนๆและแดนช่วยติวให้ก่อนสอบ แม้ว่าการติวจะไม่ได้ช่วยให้ทำข้อสอบได้หมดทุกข้อแต่ถ้าไม่ได้ติวคะแนนสอบของผมต้องออกมายับจนน่าอนาถอย่างแน่นอน


            วันนี้เป็นวันเสาร์ วันหยุดที่มักจะตื่นสายและนอนกลิ้งอยู่บนเตียงพักใหญ่ กว่าจะขุดตัวเองให้ลุกจากเตียงแล้วลงมากินข้าวข้างล่างก็ปาไปเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว เห็นแม่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่


            “แดนกับเสืออะแม่?”


            “แดนอ่านหนังสืออยู่ที่สวนหลังบ้าน ไทเกอร์นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านมั้ง”


            “อ๋อ” ผมพยักหน้า “แม่หนูยืมที่คาดผมหน่อยสิ”


            แม่เดินไปหยิบที่คาดผมมาให้ให้เพราะมันเริ่มยาวจนน่ารำคาญ “อย่าลืมไปตัดผมนะ”


            “อื้อ เดี๋ยวไป เดี๋ยวชวนไอ้เสือด้วย” ผมว่า วันที่แม่ไปตลาดกับแดน แม่พาแดนไปตัดขนหัวเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ผมและไอ้เสือที่น่าจะควรต้องไปร้านตัดผมได้แล้ว 


กินข้าวและอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปหาไอ้เสือที่แม่บอกว่านั่งอยู่หน้าบ้าน เห็นมันกำลังนั่งหันหลังให้อยู่ สายตาจ้องมือถือและใส่หูฟัง ผมเดินเข้าไปหาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ถอดหูฟังข้างหนึ่งออกมาแล้วใส่ให้ตัวเอง คนถูกแย่งหูฟังสะดุ้งโหยง “ฟังไรอยู่อะ?”


            ไอ้เสือรีบปิดเพลงทันที ผมนั่งลงข้างๆมัน


            “เฮ้ย ปิดทำไม คุ้นๆนะเพลงนี้”


            “...” มันไม่ตอบอะไรแค่รีบกดเลื่อนไปเพลงอื่น แต่ไม่ทันหรอกผมเห็นชื่อเพลงไปแล้วเรียบร้อย


            “รักครั้งแรก?” ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นชื่อเพลงขึ้นบนหน้าจอ “มึงฟังเพลงนี้ด้วยอ่อ?”


            “มิกส่งมา”


            “ใช่หรออออ” ผมเริ่มแซวอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ ยกแขนเอาข้อศอกสะกิดมัน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมันเปิดเพลงฟัง วันนี้นึกครึ้มยังไงมานั่งเปิดเพลงรักครั้งแรกฟังคนเดียววะเนี่ย “เดี๋ยวนี้หัดมีความรงความรักแล้วหรอวะ ไม่เล่าให้กูฟังบ้างเลยนะ”


            “ก็เหี้ยละ มิกมันแชร์มาในกลุ่มไลน์จริงๆ”


            “จริงอ่าา เสือออ” ผมจงใจลากเสียงยาวเพื่อแกล้งมัน คนถูกแซวขมวดคิ้วส่ายหน้าเบาๆราวกับว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระ “กูไม่เอาไปบอกใครหรอก เชื่อใจกูได้”


            “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”


            “อะๆ เชื่อก็ได้” ผมยักไหล่ รู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่มันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ถ้าไอ้เสือมันเกิดชอบใครสักคนขึ้นมาคงน่าสนุกน่าดู ผมจะแซวมันทั้งวันเลย ถ้าเป็นคนรู้จักจะเป็นพ่อสื่อให้ด้วย “เปิดเพลงต่อดิ คิดถึง ไม่ได้ฟังนานแล้วเพลงนี้”


            “เคยฟังด้วยหรอ”


            “เพลงประกอบหนังไง แฟนฉันอะ”


            “ไม่เคยดู”


            “ต้องลองดู”


            “หนังเป็นยังไง”


            “ก็รักครั้งแรกอะ เหมือนชื่อเพลง” ผมว่าพลางย้อนนึกถึงหนังที่เคยดูสมัยเด็ก “เด็กสองคนบ้านใกล้กัน รักครั้งแรกตอนยังเป็นเด็ก ยังไม่ประสีประสา เรียบง่ายและจริงใจ จะเป็นรักที่เราไม่ลืมเลย”


            “มึงเคยมีหรอ?”


            “ไม่เคย” ผมส่ายหน้า “ไม่ถึงกับรักอะ เคยมีแค่ชอบแบบน่ารักดีเฉยๆ เพื่อนในห้องตอนมอต้น”


            “ชอบกับรักต่างกันยังไง?”


            “กูดูเชี่ยวชาญหรอวะ” ผมถามกลับ “ไม่รู้ว่ะ เคยอ่านเจอเขาบอกว่าถ้าชอบนานกว่าสี่เดือนมันจะกลายเป็นความรัก”


            “...อ๋อ”


            “แต่มันอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาก็ได้ เออ อีกอันหนึ่งเขาบอกว่าถ้าเราชอบดอกไม้เราจะเด็ดมันมาดู แต่ถ้ารักดอกไม้เราจะอยากดูแลมัน”


            “อยากดูแลหรอ?”


            “ช่าย เขาว่างั้นนะ”


            “แล้วมึงอะ”


            “ทำไม?”


            “กับคนที่เคยชอบ อยากดูแลไหม”


            “ไม่ถึงขนาดนั้น แค่คิดว่าเขาน่ารักดีเฉยๆ” ผมตอบ “เปิดเพลงหน่อยดิ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นเพลงเลยนะ” ​ย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามันยังไม่เปิดเพลง ปลายนิ้วเรียวกดเลื่อนไปต้นเพลงแล้วกดเริ่มเล่น ผมโยกไปมาเล็กน้อยพร้อมจังหวะเพลงที่ไม่ได้ฟังนาน





 

แอบมองไปเจอฉับพลันนั้นเธอ

ก็เหม่อมองสบสายตา

เธอต้องอุราให้ฉันคิดรักเมื่อแรกเราพบกัน

 

 

            ผมพึมพำเสียงเบาไปตามเนื้อร้อง รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกคนข้างๆมองอยู่ แต่พอหันไปกลับเห็นว่ามันมองอีกทางอยู่ต่างหาก 




 

ความรักมันเรียกร้อง

ทุกเวลาให้ฝันถึงวันก่อน

อยากบอกเธอรักครั้งแรก





 

“เพลงโคตรหวานเลย” ผมเอ่ยขึ้น “มิกมันคิดไงแชร์มาวะ”


“มันชอบสาวอยู่ไง”


“มันเพ้อหาเขาว่างั้น มีความรักแล้วมันจะเป็นยังไงวะ มันจะฟังเพลงรักแล้วอินขนาดไหน” ผมถามเล่นๆ หันไปสบตากับอีกคนที่มองมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว “อะไรวะ?”


“อยากมีหรอ?”


“ไม่เชิง แค่อยากรู้” ผมตอบไปตามความคิด 


เสือเงียบไปพักใหญ่ก่อนจู่ๆจะเรียกชื่อผมออกมา “หนาว”


“ว่า?”


“ถ้ามีคนมาชอบมึงจะทำไงวะ?”


“อืม” ผมเม้มปาก ขมวดคิ้วในเวลาครุ่นคิดอยู่สักพัก “ไม่น่าจะมีนะ”


“สมมติว่ามีไง”


“ใครจะมาชอบกู” ผมหลุดขำออกมา ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าจะมีใครมาชอบตัวเอง “คนเยอะแยะไม่ไปชอบ มาชอบกูเฉย”


“แล้วมึงจะทำยังไง”


“ปฏิเสธแหละ”


...” อีกฝ่ายนิ่งไป “ทำไมวะ”


“เคยบอกมึงไปแล้วนี่ว่าตอนนี้กูยังไม่คิดจะมีแฟนหรืออะไร ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย”


“ไม่ใช่ตอนนี้แล้วตอนไหนอะ”


“นั่นดิ ไม่รู้ว่ะ” ผมตอบไปอย่างชิลๆ ไม่ได้รีบมีอะไรขนาดนั้น มันจะมาก็มาเองนั่นแหละ “ถามจังเยอะวะ หรือว่ามึงไปรู้อะไรมา?”


“รู้อะไร?” มันถามกลับ


“แบบว่ามีคนรู้จักมึงมาชอบกูเงี้ย แล้วมึงก็มาเนียนถาม” ผมหรี่ตามองก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรส่ายหน้าเบาๆ “เออ ไม่ใช่หรอก กูพูดเล่นเฉยๆ”


...


“ใครมันจะมาชอบกูวะ คนโง่อะดิ”


...

 

 

 

 





 

.....

 

Tg. : อยู่ดีๆโดนด่าว่าโง่เฉย

f. : ??

 

 

.....

 








 

“เออมึง กูว่าวันนี้จะไปตัดขนหัว ไปด้วยกันปะ?” 


“ขนหัวอะไรวะ ผมสิผม” เสือเอ่ยแย้ง


“มันก็คือขนหัวปะล่ะ?”


“ก็ เออ ได้เดี๋ยวไปตัด” มันว่าขึ้นพร้อมลูบหัวตัวเองเบาๆ “ที่ใส่ที่คาดผมเพราะผมยาวหรอ?”


“เออ มันน่ารำคาญ นึกว่ามึงจะไม่ทักซะแล้วนะเนี่ย” ผมยกสองมือขึ้นลูบผมพร้อมยักคิ้วให้มัน “เป็นไง หล่อปะ เสียดายที่โรงเรียนไม่ให้ใส่ ไม่งั้นทุกคนคงได้เห็นเดือนหนาวในฉบับที่เท่กว่าเดิม”


“ได้หมดแหละ”


“คือมึงกำลังจะบอกว่ากูจะใส่หรือไม่ใส่ที่คาดผมก็หล่อหมดใช่ไหม?”


“ยังไงก็ส้นตีนเหมือนเดิมอะ”


“ควาย” ผมด่าพร้อมหลุดขำไปด้วย “แต่กูไม่อยากตัดเกรียนเลยอะ เรียนรด.ก็ต้องกลายเป็นเด็กเกรียน เฮ้อ” ผมถอนหายใจรู้สึกเซ็งอย่างถึงที่สุดเมื่อนึกได้ว่าเมื่อถึงวันที่เริ่มฝึกรด.ก็ต้องตัดผมเกรียน


“กูไม่มีปัญหา ทรงไหนกูก็หล่อ” อีกฝ่ายยักคิ้วพร้อมยกยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ ผมเบะปากอย่างอดไม่ได้ 


“รด.ประกาศผลแล้วหรอ?”


“เออ ประกาศที่เว็บโรงเรียนเมื่อคืน”


“หรอ กูยังไม่ได้ไปเช็กเลยอะ”


“กูดูให้แล้ว มึงผ่าน กูผ่าน เพื่อนคนอื่นก็ผ่านแต่น่าเสียดายที่แดนไม่ผ่าน” ผมหดไหล่ “แต่คุยกันแล้วว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยๆตอนกูไปเข้าค่ายสองอาทิตย์แม่ก็จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว แต่แดนก็ต้องไปเสี่ยงอะ ถึงอย่างนั้นแดนไปจับใบดำใบแดงก็คิดว่ามีโอกาสรอดเยอะอยู่”


“เหนือดวงดีหรอ?”


“ดีกว่ากูมากเลยแหละ” ผมบอกไปตามตรง “ถ้ากูจับใบดำใบแดงนะมึงเอ๊ย ต่อให้ให้โอกาสกูจับแปดครั้งก็จะแดงแปดครั้ง”


“เออ แต่ดวงมึงเหี้ยจริง ตีบวกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แตก เป็นไปได้ไงวะ” 


“เห็นปะ แม่งโคตรหัว-วยเลย” ผมบ่นอย่างอดไม่ได้เมื่อนึกถึงเกมที่ไอ้เสือพูดถึง แม่งโคตรน่าเจ็บใจเลย เรานั่งเล่นคุยกันไปอีกสักพักค่อยออกไปตัดผมที่ร้านแถวโรงเรียน เพราะเป็นวันหยุดทำให้ต้องรอคิวนานเลยกลับมาเอารถแล้วไปหาร้านอื่นที่อยู่ไกลออกไปแทน พอเสร็จก็ชวนกันไปร้านเกมต่อ


ช่วงเย็นผมได้รับสายจากแม่พร้อมเสียงกรี๊ดกร๊าด งงอยู่เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตีบอสในเกมอยู่เลยไม่ค่อยมีสมาธิกับการฟังแม่ด้วย “แม่ แม่ช่วยสรุปมาที”


(แม่ถูกหวยสี่แสน!!)


“ฮะ!!” ผมร้องเสียงดังลั่นในร้านเล่นเอาทุกสายตาหันมามองผมเป็นตาเดียว ผมยิ้มแห้งเชิงขอโทษทุกคนก่อนจะทิ้งเกมไว้แล้วรีบออกมาคุยโทรศัพท์ต่อข้างนอก “ยังไงนะแม่”


(เลขวันเกิดไทเกอร์ไง ถูกรางวัลที่สอง สองใบ สี่แสน!!!)


“จริงหรอ!! แม่อ๊ากกไม่ได้อำใช่ปะ แม่ หนูจะกรี๊ดจริงๆแล้วนะ!” ผมว่าอย่างดีใจปนตกใจสุดขีด ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรงโครมคราม


(จริงแม่จะล้อหนูเล่นทำไม แม่ดีใจกับแดนสองคนเนี่ย รีบกลับมาดูเร็ว)


“คุยกับแดนหน่อย เผื่อแม่แกล้งหนู”


(โอ๊ย เด็กคนนี้ อะๆ แดนมาคุยกับเดือนหน่อย)


(ว่าไงหรอ?) เปลี่ยนเป็นแดนถือโทรศัพท์แทน


“เราถูกหวยจริงหรอ?”


(จริง แม่กรี๊ดใหญ่เลย กระโดดจนแดนกลัวว่าข้อเท้าจะพลิกอยู่แล้ว)


“เฮ้ยเชี่ยยสี่แสนเลยหรอโหยยย แม่งเอ๊ยอยู่ดีๆโชคก็หล่นทัน ถูกเลขวันเกิดไอ้เสือจริงหรอ?”


(อื้ม)


“เดี๋ยวรีบกลับไปหา” ผมรีบวางสายอย่างตื่นเต้น วิ่งกลับเข้าไปในร้านเพื่อกดออกจากเกมแล้วปิดคอม ลากไอ้เสือกลับบ้านทันทีโดยไม่ได้บอกอะไร อีกฝ่ายทำท่าทีไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยอมพาผมกลับบ้านแต่โดยดี


กลับมาถึงบ้านผมพุ่งเข้าไปหาแม่ก่อนทันที เช็กเลขหวยอีกครั้งกับเว็บเพื่อความแน่ใจ สรุปว่า เราถูกหวยจริงๆ!


“อ๊ากกก สี่แสน!!” ผมตะโกนเสียงดังอย่างห้ามตัวเองไว้ไม่อยู่ “เสือออออ เราถูกหวยเพราะเลขวันเกิดมึงเลยนะ!! เชี่ยยย มึงนี่มันตัวนำโชค เสืออออออ เย้มึงสุดยอดเลยอะ มึงยอดเยี่ยม มึงเจ๋งแจ๋ว มึงคือคนหล่อเท่อย่างแท้จริง กูยกตำแหน่งคนหล่อเท่ให้เลย!!” ผมยิ้มกว้างจนปากแทบถึงหู ไอ้เสือถูกผมกระโดดเข้าไปกอดโดยไม่ทันตั้งตัว มันยืนเกร็งปล่อยให้ผมกอดอยู่อย่างนั้น


“ฮือออ ขอบคุณนะมึงงง เพราะเลขวันเกิดมึงแท้ๆเลยอะ”


“ใช่ ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะไทเกอร์ ป้านี่โชคดีจริงๆเลย” แม่ยิ้มจนตาหยีเดินเข้ามาใกล้แล้วจับมือไอ้เสืออย่างเบามือ “แม่ซื้อมาทั้งวันเกิดพ่อ ตายาย วันเกิดตัวเอง ของเดือนแดนก็แล้วไม่เคยถูกเลยสักครั้ง ซื้อวันเกิดไทเกอร์ครั้งเดียวก็ถูกเลย แถมยังรางวัลใหญ่ด้วย”


ผมละอ้อมกอดออกจากคนที่ยืนนิ่งอยู่ “มึงดีใจหน่อยสิ! รางวัลที่สองเลยนะเว้ย สี่แสนอะสี่แสน!!


“สี่แสน?” เสือทวนคำ “แล้วขอบคุณทำไมอะ กูไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย”


“ก็ต้องขอบคุณสิ เลขวันเกิดมึงไม่ใช่หรอ?!


“หรอวะ แต่ก็ เออ ยินดีด้วยนะ” คนตรงหน้าค่อยๆคลี่ยิ้มบาง “มึงแม่งโคตรดูมีความสุขเลยอะ”


“แน่นอนดิ เนาะแดนเนาะ ฮิฮิ”


“ใช่” แดนพยักหน้าแล้วหันมาส่งยิ้มให้ไอ้เสือ “ขอบคุณนะ”


“เอ่อ อื้ม ไม่เป็นไร เราก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว” เสือตอบอย่างเก้ๆกังๆ เหมือนประหม่าทเพราะถูกขอบคุณเยอะเกินไปยังไงยังงั้น


“แล้วแม่จะเอาเงินทำอะไรอะ?” ผมหันไปถามแม่


“รีโนเวทร้านไง ให้กว้างขึ้น รับลูกค้าได้เยอะขึ้น ตกแต่งสวยๆให้น่าเข้ามานั่งกินอาหาร” แม่ว่า ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย มันเป็นอย่างเดียวที่น่าลงทุนในตอนนี้ ไม่สิ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องลงทุนเลยแหละเพราะมันเป็นธุรกิจเดียวที่เลี้ยงปากท้องของพวกเรา เราพยายามปรับปรุงร้านอยู่ตลอดด้วยเงินเก็บที่มี ปรับไปทีละอย่างสองอย่าง แต่ถ้าได้เงินก้อนใหญ่มาแบบนี้ก็สบายแล้ว ปรับให้กลายเป็นร้านใหม่ไปเลยก็ยังได้


“ช่วยกันคิดเนาะว่าเราจะปรับร้านยังไง เดี๋ยวแม่จะหาช่วงมาคุยด้วยว่าต้องใช้งบกับเวลาเท่าไหร่ อ้อ เตียงของไทเกอร์ด้วย”


“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ไอ้เสือตอบขึ้นมาทันที


“ไม่หรอก นี่ก็เป็นเพราะไทเกอร์นำโชคมาให้บ้านเรานะ แม่ก็คิดอยากซื้อให้นานแล้วแหละ ให้นอนโซฟาตลอดก็ไม่ดีเท่าไหร่”


ไอ้เสือทำท่าเหมือนจะปฏิเสธอีกครั้ง ผมจึงช่วยพูดให้ “เอาน่า รับไปเถอะ เตียงมันไม่ได้แพงขนาดนั้นนะมึง หลักพันต้นๆก็มี อย่าเกรงใจนักเลย”


“อ่า...เออ ก็ได้”


ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ที่เสือบอกว่าจะช่วยเรื่องไอ้ชัช ผมถามมันว่าขอเอาไปบอกแม่กับแดนได้ไหมเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องเป็นกังวล ไอ้เสือลังเลอยู่นานกว่าจะตอบตกลงโดยไม่ให้ผมบอกรายละเอียด ให้บอกไปแค่ว่ามันจะช่วยและมีกำลังมากพอที่จะช่วยโดยไม่เดือดร้อนตัวเอง


ตอนแรกแม่กับแดนไม่สบายใจอย่างมาก แม่โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่อ่อนแอจนปกป้องครอบครัวไม่ได้ ต้องมาทำให้คนอื่นลำบากอีก แดนเองก็กังวลเหมือนกัน แต่คุยกันไปคุยกันมาทั้งสองคนก็ยอมรับความช่วยเหลือจากไอ้เสือมัน เพราะผมบอกว่าเสือมันเต็มใจช่วยและรับปากแล้วว่าจะไม่ฝืนตัวเอง


เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเราจริงๆ ถ้าไม่ได้ไอ้เสือพวกเราคงนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำเพราะเอาแต่เครียดเรื่องนี้ ตอนนี้ก็สบายใจไปได้แล้วเปราะหนึ่ง แม่ที่เชื่อเรื่องโชคลาภคงเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าไอ้เสือมันเป็นคนนำพาโชคดีมาให้บ้านเรา ตัวผมเองก็เชื่อเหมือนกันว่าพวกเราโชคดี เหมือนว่าตั้งแต่เสือมันมาอยู่ด้วยมันก็มีแต่อะไรดีๆเกิดขึ้น



 

.....

 



เรานัดคุยกับช่างเรื่องรีโนเวทร้าน ตกลงกันว่าจะปูพื้นและทาสีกำแพงใหม่ กำแพงด้านหนึ่งเปลี่ยนเป็นกระจกและทำสวนย่อมด้านนอกเพื่อให้มองเห็นวิวของสวนตอนกินข้าวและไม่ดูอุดอู้จนเกินไป เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้เพื่อให้เข้ากับร้านใหม่และทำครัวใหม่ด้วย เมื่อคุยรายละเอียดกับช่างเสร็จพวกเราก็ไปเลือกซื้อของ ทั้งของรีโนเวทร้านและของใช้ในบ้านรวมถึงเตียงใหม่ของไอ้เสือด้วย


“โคมไฟนี่สวยดีแฮะ” ผมหยุดมองโคมไฟตั้งพื้นอันหนึ่งที่วางอยู่ สะดุดตากับความสวยของมัน ไอ้เสือจึงหยุดดูด้วย “แต่มันคงไม่เหมาะกับร้านหรือบ้าน”


“ไว้ค่อยซื้อก็ได้ ตอนมีบ้านเองอะ”


“โห นานขนาดนั้นคงมีรุ่นใหม่ออกมาแล้วแหละ” ผมบอก พากันเดินไปดูของอย่างอื่นต่อ เมื่อเลือกทุกอย่างได้แล้วก็มาที่เตียงของเสือเป็นอย่างสุดท้าย “มึงชอบนอนแบบไหนอะ?”


“กูได้หมด”


“ไทเกอร์ลองมาดูอันนี้สิ” แม่เอ่ยเรียกพร้อมกวักมือให้ไปดูเตียงคู่หลังหนึ่ง “เตียงคู่ไปเลยดีกว่านอนสบายดี เผื่อว่าเดือนเล่นเกมกับไทเกอร์อยู่ข้างล่างแล้วขี้เกียจขึ้นมานอนข้างบนก็นอนกับไทเกอร์ไปเลย”


“ครับ” ไอ้เสือพยักหน้า ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงที่แม่บอก “เป็นไง?”


“มึงมาลองนั่งสิ เตียงมึงนะ” ผมว่า แล้วไอ้เสือก็นั่งลงข้างๆผม “มึงว่าไงอะ”


“เอ้า ทำไมถามกูอะ?”


“กูยังไงก็ได้อะ ถ้าเอาไว้เผื่อมึงจะมานอนด้วยก็ให้มึงเลือกแล้วกัน อีกอย่างก็ไม่ใช่เงินกูด้วย เกรงใจ” 


“อ๋อ ก็ได้แหละ แต่แข็งไปไหมวะ” ผมพึมพำกับตัวเองแล้วลุกไปนั่งเตียงที่อยู่ข้างๆกัน “เออ อันนี้พอดีเลย มึงมาลองดูดิ” แล้วเราก็ตกลงเลือกเตียงได้แล้ว ของทุกอย่างทางบริษัทจะจัดส่งไปที่บ้านให้ พวกเราเฝ้ารอทั้งของและการปรับปรุงร้านอย่างใจจดใจจ่อ

 

.....

 

การปรับปรุงร้านเริ่มต้นขึ้น ผมมีความสุขกับเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของมันไปในแต่ละวัน เพื่อนหลายคนที่เป็นลูกค้าประจำก็มาบ่นบ้างว่าคิดถึงกับข้าวฝีมือป้าแมวแต่ในขณะเดียวกันก็ลุ้นเหมือนกันว่าร้านจะออกมาในรูปแบบไหน แต่คงไม่ลุ้นเท่าผมหรอก 


ไอ้เสือได้เตียงใหม่แล้วด้วย วางอยู่ชั้นล่างแถวหน้าต่าง ใจก็อยากจะทำห้องใหม่ให้อยู่หรอกเผื่อว่าจะได้เป็นห้องรับแขกด้วย แต่ติดที่ว่าไม่ได้มีงบเยอะขนาดนั้นนี่สิ บางคืนที่เล่นเกมหรือดูหนังดูซีรีส์กับมันจนดึกขี้เกียจขึ้นไปนอนข้างบนก็นอนกับมันข้างล่างนี่แหละ ถือว่าลดความเสี่ยงที่จะตกบันไดลงเยอะ เพราะถ้าง่วงๆแล้วผมชอบซุ่มซ่าม


รออยู่นานกว่าร้านจะเสร็จ ติดขัดหลายอย่างอยู่เหมือนกันแต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยดี ผลออกมาอย่างที่คาดหวังไว้ เพราะร้านปิดทำให้เรามีรายได้จากแค่การขายน้ำเต้าหู้แผงลอยด้านหน้า แต่มันไม่ได้เดือดร้อนอะไรขนาดนั้นหรอกเพราะยังมีเงินเก็บอยู่ 


แม้จะเห็นร้านมันค่อยๆเปลี่ยนไปในแต่ละวัน แต่พอเห็นมันในสภาพที่สมบูรณ์เรียบร้อยก็อดตื่นเต้นและภาคภูมิใจกับร้านใหม่ไม่ได้ ลบภาพร้านแบบเก่าที่ค่อนข้างโทรมไปได้เลย พื้นก็ปูใหม่ กำแพงทาสีใหม่ ทำกระจกและสวนย่อมด้านนอก เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ให้เข้ากับร้าน รวมถึงเปลี่ยนเคาน์เตอร์ทำครัว เครื่องครัวรวมถึงพวกจานชามด้วย 


“สวนข้างนอกก็สวยอะ เราเลือกต้นไม้ได้ดีจัง” ผมเอ่ยชม “แดนมีสวนให้ดูอีกแล้วนะ”


“จะมาดูทุกวันเลย” แดนยิ้มกว้างอย่างดีใจ ผมชอบร้านที่รีโนเวทใหม่นี้มาก คิดว่าแม่กับแดนเองก็เช่นกัน ทุกคนล้วนมีท่าทางตื่นเต้นและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว “แม่จะเปิดร้านเมื่อไหร่หรอครับ?”


“น่าจะประมาณวันมะรืนนะแม่คิดว่า ถ้าลูกค้าเข้าเยอะๆก็ดีสิ ทำงานหนักหน่อยนะพวกเรา”


“อยากทำงานหนักมากเลย” ผมว่า ลูกค้าเก่าค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ถ้ามีลูกค้าใหม่มาเพิ่มอีกก็จะดีมากเลย “โปรโมทในเพจด้วยสิ เกือบลืมไปเลย!


“อือ ใช่ๆ ออกไปถ่ายรูปข้างนอกกันก่อนเถอะ” แดนเอ่ยชวน ความคิดที่ว่าเราควรเปิดเพจของร้านเป็นของไอ้เสือมัน ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเพราะคิดว่าร้านเราก็แค่ร้านอาหารตามสั่ง คนคงไม่สนใจเท่าไหร่หรอกมั้ง ลูกค้าส่วนมากก็เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเราไม่ก็คนแถวนี้ แต่ผลตอบรับกลับออกมาดีกว่าที่คิดเอาไว้ 


ที่ผลตอบรับออกมาดีเพราะมีเด็กนักเรียนมาช่วยรีวิวว่าอาหารอร่อยจริงๆ ใครผ่านมาแถวนี้ จะขับรถผ่านหรือมาทำธุระก็ช่าง ควรแวะมาชิมสักครั้ง ฝากคนในแก๊งสนิมย้อยแชร์ เด็กโรงเรียนอื่นเห็นพวกมันแชร์ไปก็สนใจแวะมากินบ้าง


เราถ่ายข้างหน้าร้าน ข้างในและบริเวณสวนย่อม เมื่อลงเพจเสร็จก็รอดูว่าคนจะว่ายังไง พบว่ามีหลายคนเลยบอกว่าจะมาอุดหนุน เรานั่งเล่นกันในร้านและคุยกันไปมาจนกระทั่งเย็นแล้ว แม่กับแดนกลับเข้าไปในบ้าน เหลือแค่ผมที่ยังอยากนั่งเล่นอยู่ตรงสวนย่อมอีกนิดนึง ไอ้เสือเลยนั่งเป็นเพื่อน


ผมคิดว่าผมกับไอ้เสือนี่ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาเลยนะ ยกเว้นแค่ตอนเรียนกับตอนนอน ถ้าอยู่ห้องเดียวกันคงติดกว่านี้อีก เสือมันกลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมไปแล้ว สำหรับผมแล้วมันเป็นคนที่ไว้ใจได้ คุยได้ทุกเรื่องและยื่นมือช่วยเหลือผมทุกครั้งเวลาที่ตกที่นั่งลำบาก สำหรับมันแล้วผมเองก็คงเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจอยู่ล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ตัวติดผมขนาดนี้หรอก


“มึงชอบร้านใหม่ปะ?”


“ชอบดิ” คนนั่งข้างๆพยักหน้า “สวยดี”


“มึงว่าลูกค้าจะเข้าเยอะปะ”


“ลูกค้าเก่าที่รอก็มีเยอะ แต่อาจจะมีหลายคนหายไปเพราะร้านมันปิดนาน”


“ก็จริง” ผมพยักหน้าเล็กน้อย “เออ เสือ กูว่ากูรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ”


“อีกละ” มันหรี่ตามองอย่างเบื่อหน่าย “คราวก่อนก็บอกรู้สึกไม่ดี ไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นเลย”


“เฮ้ย คราวนี้จริงๆ”


“เรื่องอะไรล่ะ?”


“ไอ้ชัช” ผมว่าขึ้น เพราะพักหลังมานี่ผมเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเวลาคิดถึงเรื่องนี้จริงๆ เหมือนจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นเลย “หรือว่าไม่รบกวนมึงแล้วดีวะ ไม่อยากให้มึงไปเสี่ยงอะ”


“เป็นห่วงกูไง๊?”


“เออดิ”


อีกฝ่ายผลักหัวผมเบาๆ “มึงนี่จะอะไรหนักหนา บอกว่าจะช่วยก็จะช่วยสิวะ กูตัดสินใจไปแล้วอีกอย่างไอ้ลางสังหรณ์มึงอะ ไม่เคยถูกเลย”


“ก็ได้ๆ” ผมยู่ปากว่าอย่างยอมแพ้ ปัดเรื่องนี้ออกไปจากหัว ผมคงคิดมากไปเองนั่นแหละมั้ง เรานั่งคุยเล่นกันไปสักพักค่อยออกไปล็อกประตูหน้าร้าน ในขณะที่กำลังจะกลับเข้าบ้านนั่นเองผมได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนเรียกมาจากด้านหลัง

“ลูกพี่!


“อ้าว จ๊าบ” ผมมองคนที่รีบวิ่งมาทางนี้อย่างงุนงง เย็นปานนี้แล้วมันมาทำอะไรวะแถมพาหมามาด้วย วิ่งออกกำลังกายหรอ ก็ไม่น่าจะใช่ รองเท้ายังใส่รองเท้าแตะอยู่เลย “มีอะไรรึเปล่า”


“ร้านใหม่เสร็จแล้วหรอ!” จ๊าบว่าอย่างตื่นเต้น ตาเป็นประกายเมื่อกวาดสายตามองข้างในร้าน “สวยสัด ช่วงร้านปิดไม่ค่อยได้ผ่านมาแถวนี้เลยไม่รู้ เปลี่ยนใหม่หมดเลยดิ ประตูข้างหน้าก็เปลี่ยนเป็นกระจกด้วย กูไม่พลาดอุดหนุนแน่นอน”


“เออ ขอบใจ แล้วสรุปมีอะไรวะ”


“ลูกพี่” มันเรียกผมอีกครั้ง คราวนี้ทำหน้าเศร้าและห่อไหล่ลง “โทษทีว่ะ ผมนึกถึงใครไม่ออกเลยที่อยู่ใกล้ๆ” น้ำเสียงของมันแผ่วลง ผมขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เข้าไปแตะไหล่มันเบาๆ


“เฮ้ย มึงเป็นไร ทำหน้าเศร้าทำไม”


อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแค่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้นั่นทำให้ผมตกใจ “เฮ้ย เชี่ย ใจเย็นก่อนมึง เข้าบ้านก่อนมา” ผมลากไอ้จ๊าบเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะหน้าบ้าน


“เสือฝากดูหมาหน่อยดิ” ผมอุ้มหมาอ้วนของไอ้จ๊าบ ตัวเดียวกับที่เคยตกน้ำในวันนั้นส่งไปให้ไอ้เสือ มันรับไปอย่างงุนงงแล้วนั่งลงที่ข้างๆ ผมหันมาสนใจไอ้จ๊าบต่อ มันเริ่มสะอึกสะอื้นแล้วร้องไห้ออกมา ผมไม่พูดอะไรแค่บีบมือมันแน่น รู้จักกันมาตั้งนานไม่เคยเห็นมันร้องไห้เลย ปกติมันจะร่าเริงตลอด มาเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ


“ฮึก ฮึก กู กูไม่อยากกลับบ้านแล้ว”


“ทำไม เล่าให้กูฟังได้ไหม?”


“กูทะเลาะกับพ่อ ฮึก”


“ทะเลาะไรกัน เผื่อกูช่วยได้ กูเนี่ยสนิทกับแกเลย ศิษย์รัก” ผมถามเสียงเบา จ๊าบเริ่มร้องไห้หนักมากขึ้นและเล่าว่ามันทะเลาะกับพ่อเรื่องเรียนต่อ มันเล่าไปสักพักก็เริ่มจับใจความไม่ได้เพราะมันร้องไห้หนักเกินไป ผมจึงค่อยๆดึงมันมากอดปลอบพร้อมตบหลังเบาๆ “ไม่เป็นไรเว้ย ไม่เป็นไรจ๊าบ มีกูคนหนึ่งอะเข้าใจมึง จริงๆนะ”


            “ฮึก ฮืออ”


            ผมถอนกอดออกแล้วใช้สองมือจับไหล่มัน พยายามพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ


            “มึงคือมือขวาของลูกพี่สุดเท่อย่างกู มึงจะร้องไห้ทำไมเนี่ย โถ่เอ๊ยเสียชื่อแก๊งสนิมย้อยหมด กูจับมึงตัดนิ้วก้อยแล้วไล่ออกจากแก๊งดีไหมเนี่ย” ผมแกล้งว่าพร้อมหลุดขำ ทำให้คนที่ร้องไห้อยู่หลุดขำตาม “อยากเรียนอะไรก็เรียนสิวะไอ้เหี้ย คนเท่อย่างเราๆต้องทำให้เขาดูเว้ยว่าเราทำได้”


            “ฮึก ไอ้เหี้ยลูกพี่ ฮึก มึงแม่ง”


            “ตอนนี้พ่อมึงอาจจะแค่อารมณ์ไม่ค่อยดีเลยตะคอกใส่มึง ไว้แกอารมณ์ดีเราค่อยไปคุยกับแกก็ได้ คุยด้วยเหตุผลมึงอยากเรียนอะไร ขอให้แกเชื่อใจว่ามึงทำได้ ไม่ต้องเป็นห่วง เราต้องหนักแน่นเว้ยเพราะเราตัดสินใจแล้ว เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้”


            จ๊าบเริ่มหยุดร้องไห้ “แต่ แต่กูไม่อยากคุยกับพ่อแล้ว พ่อกูชอบใช้อารมณ์อะ เอะอะอะไรก็ด่ากูไว้ก่อน”


            “งั้นกูไปด้วย” ผมเสนอ “มึงจะได้ไม่ต้องโดนด่าคนเดียวไง”


            “...เอาดิ สบายอยู่แล้วกูอะ”


     “เชี่ย...ลูกพี่หนาว ไอ้เหี้ย สมแล้วที่กูติดตามลูกพี่มาตลอด” จ๊าบทำหน้าซาบซึ้งราวกับจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ 

            “เป็นไงอะ หล่อเท่เลยไหมล่ะกู” ผมยักคิ้วให้มัน “โอเคยัง?”


            “เออ ดีขึ้นละ เฮ้อ” อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับยกภูเขาออกจากอกสำเร็จ “มึงไปเป็นเพื่อนกูนะ”


            “เออ” ผมยืนยัน ไปเป็นเพื่อนไอ้เสือคุยกับมาเฟียก็ทำมาแล้ว แค่ไปคุยกับลุงเจิด เหอะ งานง่ายน่า “จะไปวันไหนก็บอกก่อน หรือจะให้ช่วยพูดตรงไหนก็บอก”


            “โอเค” จ๊าบพยักหน้ารัวๆ ส่งยิ้มกว้างอย่างดีใจ “เออ แต่ลูกพี่”


            “ว่าไง”


            “ขอค้างบ้านลูกพี่ได้ปะ กูยังไม่อยากกลับไปเจอพ่อตอนนี้”


            “ได้ดิ” ผมตอบตกลงแทบจะทันที โดยไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ “นอนกับไอ้เสือดิ เตียงมันว่างอยู่”


            “อ่า โอเค เสือ งั้นคืนนี้กูนอนด้วยนะเพื่อน”


            “...

 

 

Tg. : [ส่งรูปภาพ]

กูไม่รู้ว่ากูกับไอ้ตัวนี้ใครหมากว่ากัน

f. : หมาใครวะ 

แล้วมึงเอาหมาคนอื่นมาทำไม

Tg. : [ส่งรูปภาพ]

f. : หนาวกับจ๊าบ?

เชี่ยยยย กอดกันด้วยยยย

-ดโด้ เกิดอะไรขึ้นวะ

Tg. : จ๊าบมันมีปัญหามั้ง

หนาวเลยกอดปลอบ

อ้อมกอดนั้นเคยเป็นของฉัน

f. : เคยเป็นด้วยหรอวะ

Tg. : ไอ้เหี้ยจ๊าบแม่งมีปัญหา-วยไรวะ

มีปัญหาก็ใส่เดี่ยวกับกูได้นะไอ้สัด

f. : ตัดพ้ออยู่ดีๆ หัวร้อนเฉย

ใจเย็นก่อน หายใจเข้าลึกๆ

ท่องไว้ว่าเพื่อนกัน

 

Tg. : ท่องทุกคืน ยังมาให้กูท่องอะไรอีก

ชอบนักหรอตอกย้ำกันอะ

คำก็เพื่อน สองคำก็เพื่อน

อะไรนักหนา

f. : ไม่ใช่หมายถึงให้ท่องถึงมึงกับหนาว

: 55555555555555

หมายถึงหนาวกับไอ้จ๊าบ55555555นี่ก็ร้อนตัวจังเลย

 

Tg. : มันถึงขั้นต้องกอดเลยหรอวะ

คือปลอบเฉยๆไม่ได้?

ใจดีเหลือเกินนนน ใครก็รักก็หลงเธอหมดแล้วมั้ง

ไอ้เหี้ยเธอ

f. : ไอ้เหี้ยเธอ55555555555555

ความเอ็นดูผสมกับความโมโหหรอวะ5555

มึงไม่ต้องคิดมากเว้ย มันเป็นเพื่อนกัน

: เพื่อนเสียใจเราก็ต้องปลอบ ปกติ

Tg. : เออ เพื่อนกันดิ

กูก็เพื่อนกันเนี่ย

ไม่ได้พิเศษห่าเหว-วยไรเลยไอ้แม่เ-

 f. : อยากพิเศษก็จีบมาเป็นแฟนดิ

Tg. : ไม่เอา

f. : กากเองอะ

ช่วยไม่ได้

Tg. :  -วย

ไม่มาเป็นกูไม่รู้หรอก

f. : เออ ก็ไม่รู้ไง

Tg. : เออ เลิกกอดกันสักที

กว่าจะเลิกกอดเ-ดแม่

: เอ้า ไอ้จ๊าบ ไอ้หน้าหมา

f. : ทำไม

Tg. : มันขอค้างที่บ้าน

หนาวบอกให้มานอนกับกู

เชี่ยแล้วแม่งเสือกตอบตกลงอีก

กูนอนด้วยนะเพื่อน เหี้ยไรอะ

หรือมันจะวางแผนนอนบ้านนี้ยาวๆเหมือนกูวะ?

f. : กูว่าไม่น่าใช่นะ

ไม่มีใครเขาหน้าด้านอยู่กินนอนบ้าน

คนอื่นเขาเป็นเดือนๆอย่างมึงแล้วไอ้สัด

Tg. : กูจะใช้โอกาสนี้กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจให้ได้

คืนนี้แหละ

ไอ้จ๊าบ สนิมย้อย มึงเหลือแค่ชื่อแน่

f. : 555555555555กูเริ่มสงสารจ๊าบแล้วอะ

เฮ้ย ไม่ดิ มึงน่าสงสารกว่ามันอีก

ได้แต่นั่งมองเธอกับมันกอดกัน

ชื่อเสือแต่ร้องอย่างหมา

Tg. : เอ๋งงงงงงงง

f. : 555555555555555จ๊าบอย่าเหยียบหางเพื่อนกู!!

 

 

 

 

 

 












#ช่วงนี้เดือนหนาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.1K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,497 ความคิดเห็น

  1. #11197 Meikukio (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 20:45
    เอ็นดู-ับเพื่อนตบมุขกันมันมาก ฮ่าๆๆ
    #11,197
    0
  2. #11092 G_D_G_errard (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 12:46
    เสืออออ
    #11,092
    0
  3. #10910 softless (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 16:47
    55555555555555555เราอะ เพ็คดรีกรีมันหวานนน
    #10,910
    0
  4. #10228 appfy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 12:32
    5555555555

    อ่านไปขำไป เหนื่อยยยยย
    #10,228
    0
  5. #9335 AnTANDAN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 14:31
    5555555555 เอ็นดูอ่ะ เสืออออ

    ชอบอ่ะ ในแชทเพื่อนคือโบ๊ะบ๊ะมาก 55555
    #9,335
    0
  6. #8477 ddmm417 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 23:08
    ไอเ-้ยเธอ5555
    #8,477
    0
  7. #8247 rnhaha (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 23:05
    แอแงเสือTT
    #8,247
    0
  8. #8217 SerinS. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 16:55
    เอ๋งดังมากเสือ
    #8,217
    0
  9. #8172 mumexwzp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 12:01
    วัยทีนกลุ่มนี่นี้มันจริงๆเลยตอกย้ำคำว่าเพื่อนกับไทเกอร์จริ๊งจริง
    #8,172
    0
  10. #8147 neesrieng (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 16:22
    นายฟีลมันสุดยอดโบ๊ะบ๊ะเลยว่ะ
    #8,147
    0
  11. #7978 bunnyt248 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:49
    กล้าสักทีพี่เสืออออ
    #7,978
    0
  12. #7661 TinyTNT (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:18
    ดีใจกับหวยแม่แมว และเด็กๆ และเสือที่ได้เตียง และจ๊าบที่จะได้มาเจิมเตียงเสือด้วย.
    #7,661
    0
  13. #7185 P.chonn3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:22
    เอ็นดูเธอของพี่เสือ55555
    #7,185
    0
  14. #7143 MesaKarawek (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 11:59
    นิยายขายตลก555555
    #7,143
    0
  15. #7086 0964106162 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 20:39

    สู้ต่อไปน่ะหมา เฮ้ย! เสือ สู้ๆ55555555555555
    #7,086
    0
  16. #6956 park-ohkunsila (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 08:02
    จ๊าบเหยียบหางเสือ
    #6,956
    0
  17. #6955 ParkSujinn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 23:41
    คิดถึงเจ้าไทเก้อคนป๊อดเจ้าเดือนหนาวคนมึนจังเลยค่ะ🥲🥲🥲🥲🥲
    #6,955
    0
  18. #6954 KronkanokKeanak (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 19:56
    อ้ยยยยยย

    ใจเหลวแล้ว น่ารักหนุบหนิบเลยคุณเสือ
    #6,954
    0
  19. #6953 lmllastw_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 11:23
    ไอเ-้ยเธอ5555555555555
    #6,953
    0
  20. #6952 ttnext (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 09:08
    ฮาทุกตอนเลย555555
    #6,952
    0
  21. #6951 mew7367 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 06:12
    โอ้ยยยยยยย..... ฮาตอนเสือตุยเเชทนร่เเหละ

    หึงอ่เนอะ55555

    หนาวเอ้ยเธอจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าเพื่อนเเอบติดไม่ซื่อ///

    มาต่อเร็วๆๆๆน้า///ช่วงนี้เดือนหนาว
    #6,951
    0
  22. #6948 nannyzaza11 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 20:14
    อยากเห็น พาสเดือนหนาวชอบเสือบ้างจัง
    #6,948
    0
  23. #6947 071727 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 09:45
    ทำไมพี่เสือไม่ลุยเหมือนพี่อาทิตย์เลย ลุยๆเหมือนพี่อาทิตย์ดาวตกหน่อยจีบให้เดือนหนาวสะดุ้งเลย
    #6,947
    0
  24. #6944 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 23:18

    ขออีกกก
    #6,944
    0
  25. #6939 WiangsimmaSomboo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 21:55

    อ่านวนไปค่าาาาเเต่งเนื้อเรื่องได้สนุกมากกกกกกก
    #6,939
    1
    • #6939-1 071727(จากตอนที่ 19)
      6 มกราคม 2564 / 09:39
      พี่เสืออย่าเข้าใจผิด ก็หนาวก็ไม่รู้นี่ ว่าพี่เสือคิดอะไรด้วย จะจัดการจ๊าบเลยเหรอพี่เสือ จ๊าบระวังตัวดีๆนะ555
      #6939-1