#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 18 : Chapter 17 : ความรักทำอะไรได้บ้าง?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,615 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63









Chapter 17




 

 

 

            นี่ผมทำเชี่ยอะไรลงไปวะ


            ทันทีที่เห็นหนาวถอดเสื้อสมองมันก็ขาวโพลนไปหมด มาได้สติอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าหนาวมันต้องถอดเสื้อแบบนี้ออกไปข้างนอก คนอื่นๆที่กำลังซ้อมมวยอยู่ก็จะได้เห็นภาพเดียวกับที่ผมเห็น ในจังหวะนั้นผมคิดอยู่อย่างเดียวว่าไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ต้องไม่มีใครเห็นหนาวถอดเสื้อ!


            ผมกำลังคิดอยู่ว่าทำยังไงดี จู่ๆความคิดว่าต้อง ปวดท้องโผล่ขึ้นมากะทันหัน ผมแสดงได้อย่างแนบเนียนอย่างแทบไม่อยากจะเชื่อตัวเอง คงเป็นเพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ เล่นใหญ่เอามือกุมท้อง ทำเป็นตัวงอจนลงไปกองกับพื้นราวกับว่าปวดท้องจนทนไม่ไหวแล้วเพื่อให้หนาวรีบพากลับบ้านโดยเร็ว


            มีข้อดีอย่างหนึ่งคือได้รู้ว่าหนาวมันเป็นห่วงผมแค่ไหน พอคิดว่าหนาวเป็นห่วงมันก็รู้สึกดีขึ้นมา แต่ข้อเสียใหญ่หลวงคือสภาพของผมดูน่าสมเพชมาก ต้องให้ไอ้จ๊าบมาช่วยพยุง ตอนนั้นผมไม่อยากแม้แต่จะมองหน้ามันด้วยซ้ำเพราะเขินตัวเอง และหนาวก็ได้เห็นสภาพที่ไม่เท่ของผมอีกครั้ง


            เฮ้อ เพื่อไม่ให้ใครเห็นหนาวโป๊แล้ว ผมยอมเป็นไอ้ขี้แตกว่ะ


            กลับมาถึงบ้านก็ถูกพามานอนพักบนเตียงในห้องของแฝด เพราะเป็นคนป่วยเลยต้องมานอนพักบนเตียง แน่นอนว่าผมรู้สึกประหม่าอย่างถึงที่สุดที่ต้องมานอนบนเตียงของหนาว แค่ตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วมันให้กอดเอวผมยังทำไม่ได้เลย ผมทำได้แค่จับชายเสื้อมันเท่านั้น


            มานอนบนเตียงของคนอื่นแบบนี้มันจะดีหรอวะ คงไม่แย่เท่าไหร่ถ้าเป็นเตียงของหนาวคนเดียว แต่นี่เป็นเตียงของเหนือด้วย ไม่รู้ว่าฝั่งเตียงที่ผมนอนอยู่ตอนนี้เป็นฝั่งของใคร ผมเอาแต่นอนนิ่งไม่กล้าขยับ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วย กลัวว่าถ้าสูดหายใจเข้าแล้วเอากลิ่นของเหนือติดจมูกเข้าไปด้วยมันจะไม่ดี เหมือนว่าผมนอกใจหนาวยังไงไม่รู้

            ผมดีใจนะที่รู้ว่าทุกคนในบ้านแคร์ผม แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแย่ที่ทำให้ต้องลำบาก ป้าแมวกำลังทำข้าวต้มให้ส่วนหนาวก็กำลังไปซื้อยา


            แล้วถ้าจู่ๆอาการก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็วนี่มันจะดูแปลกไปไหมวะ เพราะตอนแรกกูใหญ่มาก อีกนิดนึงจะแกล้งเป็นลมใส่แล้ว คงต้องแกล้งป่วยไปอีกสักพักแล้วค่อยบอกว่าอาการดีขึ้น แล้วยาที่หนาวซื้อมาล่ะ เกลือแร่ยังพอไหวแต่ยานี่คงไม่ได้จริงๆ


            “ข้าวต้มมาแล้วจ้า” เสียงหวานๆของป้าแมวดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ มานั่งวางข้าวต้มลงบนโต๊ะอ่านหนังสือแล้วค่อยมาช่วยพยุงผมขึ้นนั่ง “ไม่ได้อยากอาเจียนใช่ไหม?”


            “ไม่ครับ” ผมส่ายหน้า


            “งั้นก็น่าจะกินได้ ลุกขึ้นมากินไหวไหม?”


            “ครับ” ผมพยักหน้าแล้วค่อยๆลุกจากเตียงแล้วเดินไปนั่งบนโต๊ะเพื่อกินข้าวต้ม ส่วนป้าแมวนั่งลงที่ปลายเตียง


            “แล้วพรุ่งนี้จะไปสอบไหวไหมเนี่ย” น้ำเสียงของป้าแมวเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างชัดเจน จนทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมา


            “สบายมากครับ ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว”


            “งั้นหรอ หรือเราจะไปคุยกับคุณครูดี เผื่อว่าจะขอสอบทีหลังได้”


            “ไม่เป็นไรครับ ผมไหว” ผมหันไปส่งยิ้มให้ป้าแมว ยิ่งตอกย้ำความคิดเดิมๆที่มีอยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนใจดี อ่อนโยนแล้วก็อบอุ่นมากจริงๆ


            แม่ผมไม่ได้เป็นแบบนี้เลย ถึงแม้จะชอบเรียกผมกับไอ้สิงห์ว่าพี่ อย่างเช่นพี่เสือ พี่สิงห์ แต่เราไม่ได้สนิทกัน ผมรู้สึกว่าแม่มีบทบาทน้อยมากในชีวิตผม แม่ไม่เคยแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อทำ ไม่เคยคัดค้านเวลาผมถูกทำโทษ ไม่เคยปกป้อง อย่างเดียวที่ผมรู้คือแม่ชอบที่จะเห็นพวกเราอยู่ในกรอบ อย่างเช่นเวลากินข้าวอยู่กับครอบครัวห้ามเสียงดัง ต้องมีมารยาทเป็นโต๊ะอาหาร


            แม่ผมเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกภายนอกแตกต่างกับป้าแมวโดยสิ้นเชิง ป้าแมวเป็นผู้หญิงตัวเล็ก มักจะสวมชุดสบายๆ ดูเป็นแม่บ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง ชอบเปียผม ไม่ได้แต่งหน้า ท่าทางใจดีและอ่อนหวาน ไม่มีพิษมีภัยกับใคร คล้ายๆกับเหนือ ไม่สิ ต้องบอกว่าเหนือคล้ายป้าแมวมากกว่า


            ป้าแมวเป็นยังไงแม่ผมตรงกันข้ามทั้งหมด จะว่าไปนอกจากลักษณะภายนอกกับนิสัยบางส่วน ผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนในครอบครัวเลย ไม่ว่าจะเป็นความหลังของพ่อกับแม่ เจอกันครั้งแรกที่ไหน เจอกันได้ยังไง สมัยเด็กหรือตอนวัยรุ่นทั้งสองคนเป็นยังไง กับไอ้สิงห์ก็เหมือนกัน ผมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย


            ผมกินข้าวต้มจนหมดป้าแมวก็เก็บถ้วยเปล่าแล้วเดินออกจากห้องไป


            “ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยคำขอบคุณรั้งท้าย ป้าแมวไม่ตอบอะไรแค่หันมายิ้มให้ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง เป็นหนาวที่เพิ่งซื้อยากลับมา “นานจังวะ หน้าโรงเรียนนี่เองไม่ใช่รึไง”


            “คนเยอะเฉย” หนาวบ่น “พี่คนก่อนหน้าถามอะไรไม่รู้กับเภสัช คุยโคตรนาน”


            “อ๋อ”


            “กินข้าวยัง”


            “กินละ ป้าแมวทำข้าวต้มให้”


            “โอเค นี่ยาสองอย่างกินหลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น” หนาวว่าพร้อมหยิบซองยาออกมาให้ดู “ยาแก้ปวดเกร็งกับยาฆ่าเชื้อ”


            “โอเค” ผมพยักหน้า หนาวเทน้ำใส่แก้วเปล่าให้ ผมหยิบยาออกมาอย่างละเม็ดแล้วเอาใส่ปาก อมไว้ใต้ลิ้นแล้วกินน้ำตาม


            ...ขมสัดๆ


            “เออ นี่ตังค์ทอนมึง” หนาวก้มลงไปหยิบเงินในกระเป๋ากางเกง ผมใช้จังหวะคลายยาไว้ในมือแล้วเอาซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง หนาวยื่นตังค์ทอนมาให้


            “ไมทอนเยอะจัง”


            “ยามันไม่ได้แพงขนาดนั้น หมดนี่ร้อยกว่าบาทเอง”


            “อ๋อ” ผมพยักหน้าแล้วเก็บตังค์ทอนใส่กระเป๋า “เออหนาว ถามไรหน่อยดิ”


            “หือ?”


            “ป้าแมวกับพ่อมึงไปเจอกันได้ยังไง”


            “ทำไม?” อีกฝ่ายขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก “ทำไมจู่ๆก็ถามอะ”


            “แค่อยากรู้เฉยๆ กูพึ่งนึกขึ้นได้ว่ากูแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อแม่กูเลย นอกจากนิสัยบางอย่างกับลักษณะภายนอก ความหลังเกี่ยวกับว่าเมื่อก่อนเคยเป็นยังไง เจอกันที่ไหน รักกันได้ยังไงหรือความจริงแล้วไม่ได้รักกันเลยก็ไม่รู้ อาจจะแค่แต่งงานเพราะผลประโยชน์ เอาจริงก็ไม่ได้ดูอยากอยู่ด้วยกันเท่าไหร่นะ”


            “อ๋อ” หนาวพยักหน้า “อืม งั้นไหนๆก็ไหนๆ เล่าให้หมดเลยดีกว่า”


            “อ่าฮะ”


            “สตอรี่ของพ่อกับแม่กูเนี่ยมันจะดูละครๆหน่อยนะ พ่อกูชื่อดิน เป็นลูกชายคนกลางของตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะ ประมาณว่าอยู่บ้านก็เรียกคุณชายอะไรทำนองนั้น ส่วนแม่กูก็เป็นผู้หญิงธรรมดาจากครอบครัวธรรมดา ตายายกูทำไร่ทำสวน ฐานะปานกลางพอส่งแม่เรียนได้ แม่กูก็เป็นลูกคนเดียว ทั้งสองคนไปเจอกันที่มหาวิทยาลัย”


            “โห พ่อกูนี่คนฮอตเลย ป็อบปูล่า แหมก็คุณชายดินอะเนาะ”


            “เหมือนมึงกำลังแซวพ่อมึงอยู่เลยอะ”


            “ใช่” หนาวพยักหน้ายิ้มขำ “พ่อกูจะเขินมากเวลากูแซวเรื่องนี้อะ ยิ่งพ่อเขินกูยิ่งแซวทุกวัน เรียกคุณชายดินเช้าเย็นอะ คุณชายดินไม่ไปทำงานหรอครับวันนี้ คุณชายดินกินข้าวรึยังครับ”


            “มึงนี่มัน” ผมส่ายหน้าเบาๆและเผลออมยิ้ม “ต่อๆ”


            “แม่กูเข้าไปเป็นเด็กปีหนึ่งก็สวยไง น้องแมวปีหนึ่งคณะบริหาร แม่นิสัยดีด้วยแหละ หนุ่มๆมารุมจีบรวมถึงพ่อด้วย พ่อจีบแม่อยู่หลายเดือนนะกว่าแม่จะใจอ่อน ตอนคบกันแม่ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อมาจากบ้านตระกูลใหญ่ พอแม่รู้ก็ลำบากใจแหละกลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอ”


            “...อ่า” ผมพยักหน้าเชิงว่าเข้าใจแล้วรอฟังต่อ


            “คุยกับพ่อเรื่องนี้ไปๆมาๆ พ่อก็บอกว่าจะพาไปหาผู้ใหญ่ อย่างน้อยๆก็ให้เขารับรู้ว่าคบกันอยู่เหมือนพ่อพยายามแสดงให้แม่รู้ว่าพ่อจริงจังนะ แต่พอไปถึงให้มึงเดาว่าเป็นยังไง”


            “เขากีดกัน?”


            “ถูก เขากีดกันเพราะเขาเลือกคู่หมั้นไว้ให้พ่อแล้ว พ่อไม่ยอมก็ทะเลาะกันอยู่นานอะ จนกระทั่งพ่อตัดสินใจย้ายออกมา บ้านหลังนั้นก็ตัดพ่อออกจากตระกูลอย่างเด็ดขาด พ่อไม่ได้เอาทรัพย์สินอะไรมาจากบ้านหลังนั้นเลย มาเริ่มใหม่จากศูนย์กับแม่”


            “ก็ช่วยกันทำงานเก็บเงิน พอมีกูกับแดนพ่อก็บอกให้แม่เลิกงานมาเป็นแม่บ้านเฉยๆ เพราะการเลี้ยงลูกยิ่งเป็นลูกแฝดมันเหนื่อย”


            “ทุกอย่างมันก็ดีมาเรื่อยๆจนกระทั่งกูขึ้นมอสอง พ่อล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งขั้นรุนแรง คืองงมากอะทั้งที่พ่อดูสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด พวกเราเลยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีรักษาพ่อเพราะอยากให้พ่ออยู่กับเรา ทั้งที่พ่อบอกแล้วว่าให้เก็บเงินไว้ใช้ดีกว่า” หนาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “แล้วพ่อก็ตาย บ้านกูเป็นหนี้ จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา”


            “หืม?” ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ผู้ชายคนหนึ่ง?


            “มันชื่อชัช มันบอกว่ามันแอบชอบแม่มานานแล้วและอยากดูแลพวกเราแทนพ่อที่เพิ่งเสียไป บอกว่าจะช่วยจ่ายหนี้ให้ ช่วยค่าจัดงานศพพ่อด้วย คือตอนนั้นมันลำบากมากจริงๆอะ สุดท้ายแม่ก็ตัดสินใจแต่งงานกับมัน ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าหนี้นอกระบบคงไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่”


            “กูเพิ่งรู้” ผมว่าเสียงเบาอย่างอึ้งๆกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เพิ่งรู้เรื่องที่ป้าแมวแต่งงานใหม่แล้ว เรื่องหนี้ด้วย เพิ่งรู้ว่าหนาวผ่านอะไรที่ลำบากขนาดนี้มาก่อน “แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน”


            “ในคุก”


            “...


            “ข้อหาชิงทรัพย์ อีกสี่เดือนมันจะออกมาแล้ว”


            “...


            “นี่แหละประเด็นที่กูตั้งใจจะบอกมึง” คนตรงหน้าสูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนกำลังเตรียมใจอยู่ “อีกสี่เดือนถ้ามันออกมาแล้ว กูไม่รู้ว่ามันจะกลับมาที่บ้านนี้รึเปล่า แต่กูคิดว่ามันน่าจะกลับ มึงอาจไม่โอเคเท่าไหร่”



            “เฮ้ย กูไม่เป็นไร” ผมตอบกลับไปทันที ถ้าหมายถึงว่าจะมีคนไม่รู้จักเข้ามาในบ้านเพิ่มอีกคนแล้วทำให้ผมอึดอัดน่ะ ไม่เป็นไรหรอก


            “เสือ” หนาวกดเสียงต่ำลง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “คือมันมีอะไรมากกว่านั้นด้วย”


            “ยังไง?”


            “ช่วงก่อนที่มันจะเข้าคุกประมาณเดือนหนึ่ง มันชอบไปเมาเหล้าแล้วมาทำร้ายพวกกูเว้ย” ท่าทางของหนาวดูเหมือนว่าไม่อยากจะบอกเรื่องนี้เท่าไหร่ ผมนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แต่เมื่อทำความเข้าใจได้แล้วความโกรธก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาแทนที่ทันที


            “มันทำร้ายมึง? ป้าแมวกับเหนือด้วยหรอ?”


            “เออ ถึงกลัวว่ามึงอาจจะไม่โอเคไง มันอาจจะทำร้ายมึงด้วยก็ได้”


            “กูจัดการเอง” ผมว่าขึ้น หนาวขมวดคิ้วมอง “มึงห่วงอะไรเนี่ย ลืมที่กูเคยเล่าไปแล้วหรอ”


            “อ่า...มึงเป็นมาเฟียนี่นา” หนาวพูดเสียงเบา “แต่กูไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนอะ”


            “ไม่เป็นไร” ผมยืนยันเสียงแข็ง “มึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยนะ กูจะจัดการมันให้เอง”


            “...แต่”


            “ตอบแทนที่ช่วยดูแลไง เรื่องแค่นี้เองสบายมาก แค่คนๆเดียวมันจะทำอะไรได้วะ” ผมทำท่าทางสบายๆราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เพื่อหวังให้หนาวสบายใจขึ้น และเป็นอย่างที่คิด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลคลายลงบ้างแล้ว


            “มันจะไม่ลำบากมึงจริงๆใช่ไหม”


            “จะลำบากอะไรวะ กูเป็นฮีโร่ปกป้องประชาชนอยู่แล้วมึงก็รู้ นี่ใคร อัศวินรัตติกาลนะเว้ย” ผมว่าเชิงขำๆ อีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย


            “เออจริงด้วย” พอเห็นอีกฝ่ายกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิมผมก็ใจชื่นขึ้นเยอะ


            “สรุปไม่ต้องเครียดนะ ให้กูจัดการเอง” ผมย้ำคำเดิมจนกว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลง


            “อืม...โอเค งั้นก็ได้ ขอบคุณมากๆเลยนะ” หนาวกุมมือผมพร้อมเขย่าไปมา ยิ้มกว้างจนดวงตากลายเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว “ขอบคุณจริงๆ แต่ว่าอย่าฝืนเกินไปล่ะ”


            “เออ”


            “งั้นกูไปติวสอบกับแดนต่อก่อนนะ มึงพักผ่อนไปแล้วกัน”


            “โอเค”


            ผมตอบไปแค่นั้น มองหนาวที่เดินออกจากห้องไป กลับมานั่งเงียบๆคนเดียวพลางนึกถึงสิ่งที่หนาวเพิ่งเล่าให้ฟัง สูดลมหายใจเข้าลึกพยายามบอกตัวเองว่าต้องอดทนเก็บความรู้สึกโกรธเอาไว้ก่อน

           

 

           



          .....




          เพราะยังรับบทเป็นคนป่วยอยู่ทำให้ผมไม่ได้สามารถออกไปไหนได้ ทำได้แค่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้อง เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งหนาวมาปลุกให้กินข้าวเย็นเพื่อที่จะได้กินยา ไม่อยากให้ใครต้องลำบากยกข้าวขึ้นมาให้ ผมจึงบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วสามารถเดินลงไปกินข้าวด้วยกันได้


ในขณะที่กำลังกินข้าวกันอยู่จู่ๆป้าแมวก็เหมือนกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ พูดออกมาว่า “อื้อ ไทเกอร์ไม่สบายก็น่าจะนอนพักที่เตียงนะ นอนโซฟาคงไม่สบายตัวเท่าไหร่ แดนมานอนกับแม่ก่อนแล้วกัน”

หะ...หา?


ปะ ป้าแมวพูดว่าอะไรนะ!


“มะ ไม่เป็นไรหรอกครับ” ผมพูดแทรกออกไปก่อนที่ป้าแมวจะพูดอะไรบางอย่างต่อ คนถูกแทรกหันมามองอย่างงุนงงผมพยายามปรับน้ำเสียงให้ฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ล่กจนเกินไป “ลำบากเปล่าๆครับ ผมอาการดีขึ้นแล้ว นอนโซฟาเหมือนเดิมได้”


“ให้หายสนิทก่อนดีกว่า เดือนกับแดนโอเคไหม?”


“ครับ” เหนือพยักหน้าตอบพร้อมตักข้าวไปด้วย


“หนูยังไงก็ได้อะ” หนาวตอบอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ไม่ได้เอ่ยแย้งสักคำ ท่าทางเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ ในมุมมองของหนาวแล้วก็เหมือนนอนกับเพื่อนปกติ ไม่มีอะไรมาก แต่ลองคิดในมุมมองของผมดูสิแค่กอดเอวมันตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์กูยังทำไม่ได้เลยไอ้ชิบหาย


แต่ถ้าพูดโต้แย้งออกไปอีกคงไม่ดี ในเมื่อทุกคนมองว่าผมไม่สบายและคนไม่สบายก็ควรได้นอนพักบนเตียง ถ้าจะปฏิเสธก็ต้องมีเหตุผลที่พอจะฟังขึ้น ไม่อย่างนั้นหนาวมันต้องคิดว่าผมรังเกียจมันแน่ๆ


เอาน่าไอ้เสือ ใจกล้าหน่อยแค่นอนเตียงเดียวกันเองมันจะเป็นอะไรไปวะ

 

.....

 

 

น่ะ นอนไม่หลับเลยโว้ย...


ในห้องมืดสลัวเพราะมีแสงจันทร์ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามา มีเสียงเครื่องปรับอากาศกำลังทำงานอยู่ ตอนนี้เวลาห้าทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วเพราะพรุ่งนี้วันจันทร์มีสอบมิดเทอม อาจจะเป็นเพราะช่วงบ่ายเผลอหลับไปทำให้พอตกกลางคืนผมนอนไม่หลับ แต่สาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับน่าจะอยู่ที่คนข้างๆ


เพราะไม่ได้มืดสนิททำให้พอมองเห็น หนาวกำลังหลับปุ๋ยนอนตะแคงหันหลังให้ผมอยู่ ท่าทางหลับสบายเชียวต่างกับผมที่นอนตัวเกร็งไม่กล้าขยับไปไหนเลยแม้แต่น้อย


ได้ยินเสียงขยับตัวของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ประหม่ามากยิ่งขึ้น หัวใจของผมยังคงเต้นรัวไม่หยุดตั้งแต่ชั่วโมงก่อนที่เราปิดไฟเข้านอน ก่อนหน้านี้ยังนั่งเล่นกันอยู่ข้างล่างทำให้ยังไม่รู้สึกประหม่าเท่านี้ 


เพราะเอาแต่นอนเกร็งทำให้รู้สึกเมื่อยอย่างมาก ผมพยายามผ่อนความเกร็งลงและตัดสินใจตะแคงหันไปหาหนาว เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มีโอกาสมองมันตอนนอนอยู่อย่างนี้ 


หนะ...หนาวหลับอยู่ล่ะ


ผมยื่นมือไปเอานิ้วจิ้มลงบนแขนมันก่อนจะรู้สึกเหมือนว่าโดนไฟช็อต รีบชักมือกลับออกมาทันที คนถูกจิ้มแขนสบัดแขนข้างนั้นพร้อมส่งเสียงในลำคอเชิงว่ารำคาญ อาจจะคิดว่าโดนยุงกัดเข้า 


หลับอยู่จริงๆ...


ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น หนาวก็พลิกตัวตะแคงหันมามองทางนี้ ผมตกใจจนเกือบจะร้องออกมาแต่ก็หยุดปากไว้ได้ทัน


ใบหน้านั้นทั้งดูอ่อนโยนและงดงามในเวลาเดียวกัน ต่างออกไปจากตอนปกติที่ดูร่าเริงและสดใส ตอนหนาวหลับมันก็ดูน่าหลงใหลไปอีกแบบหนึ่ง ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกแผ่วเบานั้นทำให้ผมรู้สึกสงบลงโดยไม่รู้ตัว จากตอนแรกที่ตื่นตระหนกตอนนี้กลายเป็นว่าใจเย็นลงแล้ว


เผลอยกมือขึ้นเอานิ้วจิ้มแก้มคนตรงหน้าเบาๆ และส่งยิ้มหวานให้ทั้งที่ไม่มีใครเห็น


แก้มเธอนุ่มจัง


ความรักนี่มันแปลกดีจริงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมยังไม่เคยมองว่าหนาวน่ารักขนาดนี้เลย พอเป็นตอนนี้ไม่ว่าหนาวจะทำอะไรมันก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด ทั้งทำให้คิดถึง  มีความสุข ดีใจ กังวล กระวนกระวายหรือน้อยใจ ความรักนี่ทำได้ทุกอย่างเลยรึเปล่านะ มีอะไรที่ความรักทำไม่ได้บ้าง?


ผมยังคงนอนมองคนข้างๆอยู่ยังไม่อยากละสายตาไปไหน คราวนี้หัวใจไม่เต้นรัวเหมือนกำลังประหม่าอยู่อีกแล้ว มันกลายเป็นความรู้สึกอบอุ่นหัวใจแทน จดจ้องใบหน้าหวานอย่างตั้งใจราวกับว่าอยากให้ภาพทุกอย่างมันบันทึกไว้ให้ชัดเจน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปัดผมที่ปรกหน้าอยู่ออกพร้อมลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเบามือ


เราน่าจะได้เจอกันก่อน...เร็วกว่านี้สักหนึ่งปีก็ยังดี


เธอจะได้ไม่ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ ไม่ต้องมีเรื่องให้คอยกังวล ไม่ต้องมีความทรงจำไม่ดีฝังอยู่ในใจ ถ้าผมหาหนาวเจอเร็วกว่านี้ก็คงดี น่าเสียดายที่ตัวผมเองไม่เคยมองหาคนอื่นก่อน ไม่เคยสนใจเรื่องของคนอื่น คงต้องขอบคุณแล้วล่ะที่เธอตัดสินใจเข้าชมรม


ผมเอาแต่คิดเรื่องคนที่ทำร้ายหนาวตั้งแต่ช่วงบ่าย คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเผลอหลับไปนั่นแหละ ผมไม่รู้ว่าไอ้คนนั้นมันเป็นใคร ไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อและคิดว่าหนาวเองก็คงไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากกว่านี้เหมือนกัน คงไม่ต้องถึงกับต้องขอให้คนอื่นช่วยหรอก แค่ผมคนเดียวก็น่าจะจัดการได้ 


ตัวผมที่สงบจิตสงบใจได้แล้วกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง จู่ๆเดือนหนาวที่หลับอยู่ก็วาดแขนขึ้นมาแล้วพาดลงบนตัวของผม


!!


กะ กะ กะ...กอด?!


กอดหรอ!!


อะ...อ๊ากกกกกกกกกกกกก!


ผมชักมือที่กำลังลูบแก้มหนาวอยู่ออกอย่างรวดเร็ว กลับมานอนตัวเกร็งอีกครั้ง เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเริ่มสั่นและหัวใจเต้นแรง


กะ กอดเนี่ยนะรู้ตัวรึเปล่าหรือว่าแค่ละเมอเฉยๆ นี่มันรู้ไหมว่าคืนนี้นอนกับผม? มันก็ต้องรู้อยู่แล้วสิหรือว่าคิดว่าเป็นแดนเหนือ ปกตินอนกอดกันหรอ? เฮ้ย จริงอะ ไอ้เชี่ยนอนกอดกันจริงหรอ ถึงจะเป็นแฝดก็เถอะแต่มันไม่เกินไปหน่อยรึไงถึงขั้นนอนกอดกันเนี่ยนะ!


หรือว่าปกติแล้วหนาวไม่ได้กอดเหนือ แต่หนาวมันตั้งใจกอดผมมันเป็นอย่างนั้นหรอเดือนหนาว จริงๆก็แอบมีใจให้กันใช่หรือไม่ถะ ถ้าชอบก็บอกกันดีๆก็ได้ไม่เห็นต้องมาแอบกอดแบบนี้เลย


ไม่สิ บ้าไปแล้วไอ้เสือ คิดอะไรของมึงเนี่ยตั้งสติหน่อยเถอะอาจจะแค่ละเมอน่าไม่มีอะไรหรอก เฮ้ย แต่แบบนี้ผมเสียหายปะวะ อยู่ดีๆก็มากอดกันแบบนี้มันต้องเรียกร้องให้รับผิดชอบไม่เป็นไรนะหนาวกูจะรับผิดชอบมึงเอง ขอให้ไอ้สิงห์มาช่วยสู่ขอหนาวจากป้าแมวมันจะยอมมามั้ยวะ ไม่เป็นไร ถ้าไอ้สิงห์ไม่มาก็ขอเองแม่งเลย!


ไม่ ไม่ๆ บอกว่าหนาวต้องรับผิดชอบกูแล้วทำไมกูต้องมาสู่ขอมันวะ มันสิต้องมาสู่ขอกู ใช่ ถูก มันต้องแบบนั้นแหละ โอเคตกลงแต่งครับ


อ๊ากกก ไม่ๆๆ ไม่ใช่แบบนั้น หนาวมันแค่ละเมอ โอเค มันไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมสูดลมหายใจเข้าลึกและถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเพื่อตั้งสติ ผมควรจะยกแขนมันออกจากตัวผมไหม ไม่ ไม่ควร ให้มันเอาแขนพาดแบบนี้ต่อไปดีกว่า เดี๋ยวมันเปลี่ยนท่านอนก็เอาแขนออกเองนั่นแหละ


ผมมองแขนที่พาดอยู่บนลำตัวของตัวเอง


...หนาวกอดผม!


ผมค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบมือถือมากดถ่ายรูปเอาไว้ จำเป็นต้องเปิดแฟลชไม่อย่างนั้นมันจะไม่เห็น แสงแฟลชสว่างแค่วูบเดียวโชคดีที่ไม่ทำให้หนาวรู้สึกตัว เมื่อถ่ายเสร็จก็เก็บมือถือไว้ที่เดิม แอบเอามือแตะๆแขนของหนาวแล้วยิ้มเล็กยิ้มน้อยกับตัวเอง


หนาวเลื่อนมือขึ้นมาวางบริเวณต้นคอกลับไหล่ของผมแล้วรวบแขนดึงผมให้เข้าไปใกล้ กลายเป็นว่าใบหน้าของเราทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น ใกล้จนได้กลิ่นหอมและสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ผมเบิกตากว้างมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง 


!!


ผมร้องเสียงเบาในลำคออย่างตกใจเมื่อคนตรงหน้าแทงเข่าใส่หน้าท้องผม พร้อมออกแรงที่แขนเพื่อล็อกคอผมเอาไว้


...มึงไม่ได้จะกอด แต่กำลังล็อกคอแทงเข่ากูอย่างนั้นหรอ!


ผมค่อยๆดันให้ตัวเองหลุดออกจากการล็อก ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงมองคนที่เพิ่งละเมอทำร้ายผมอย่างงุนงง เห็นหนาวยังคงหลับตาสนิทแต่คิ้วขมวดและกัดฟันแน่น มันดิ้นไปมา ผมคิดว่ามันน่าจะกำลังฝันว่าต่อสู้อยู่ กำมือจะเหวี่ยงหมัดใส่แต่ผมขยับหลบไปนั่งแถวปลายเตียงแทน สักพักก็หยุดและกลับมานอนนิ่งอีกครั้ง ผมขยับกลับมานั่งที่เดิม


เริ่มสงสัยแล้วว่ามันหลับจริงหรือแค่แกล้งหลับกันแน่ คนเรามันจะละเมอจนล็อกคอตีเข่าคนข้างๆได้เลยหรอวะ 


แม่ง ไอ้กูก็นึกว่าจะกอด หัวใจก็อุตส่าห์ละลายไปแล้วเชียว


ยื่นมือไปบีบแก้มมันเบาๆอย่างมันเขี้ยว สายตายังคงจดจ้องอยู่กับคนที่นอนอยู่อย่างเอ็นดู ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมยกยิ้มบางตรงมุมปาก


เฮ้อ เธอตอนนอนเนี่ยทั้งดูใสซื่อ บริสุทธิ์และไร้พิษภัยจริงๆเลยนะ


อย่างกับนางฟ้าตัวน้อยๆ


 

 

 

..................

 

 

 

ความรักทำอะไรได้บ้าง? 

 

#ช่วงนี้เดือนหนาว










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.615K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,202 ความคิดเห็น

  1. #11193 oooppppppooo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 09:05
    อื้อหือ...แอบรักมาได้ไงม.4ยันปี1
    #11,193
    0
  2. #11128 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 21:58
    ตอนนอนไร้พิษภัยแต่โดนแทงเข่าใส่อะนะ 5555555555555
    #11,128
    0
  3. #10908 softless (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 16:17
    งงม้ากกกกกคลั่งรักไม่ไหว
    #10,908
    0
  4. #10564 Promise69 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 14:25
    อหหห ขำ5555555555คนคลั่งรักอะ ให้เอามีดมาแทงก็ยังพูดว่าไร้พิษภัย เป็นพระเอกที่สติแตกง่ายมากเลย55555555555
    #10,564
    0
  5. #10263 K.white wine (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 23:05
    ไร้พิษภัยจริงดิพี่เสือ โดนแทงเข่าขนาดนั่นอะนะ55555 ช่วยไม่ได้เนาะคนมันคลั่งรักกกกกกก
    #10,263
    0
  6. #9334 AnTANDAN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 14:01
    คนคลั่งรักแหละ หนาวทำไรก็ไม่ผิด55555555
    #9,334
    0
  7. #9054 Maruko112 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 17:51
    55555555ไร้พิษภัยยย ว้อทททท!?!???! คนที่พึ่งโดนล็อคคอแทงเข่านี่นะ5555555 อานุภาพความรักความหลงนี้
    #9,054
    0
  8. #8466 ddmm417 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 22:35
    ฟิลเตอร์ของไทเกอร์ที่มองหนาวคือแบบซาลาเปามาก555
    #8,466
    0
  9. #8216 SerinS. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 04:32
    ขนาดเขาละเมอแทงเข่าใส่ยังมองฟิลเตอร์นุ่มนิ่ม ยอใจนายเลยไทเกอร์
    #8,216
    0
  10. #8171 mumexwzp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 11:38
    ไทเกอร์น่ารักจริงๆ
    #8,171
    0
  11. #7977 bunnyt248 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:32
    พี่เสือจะมีชีวิตรอดไปสอบมั๊ยยยย
    #7,977
    0
  12. #7660 TinyTNT (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:08
    ความรักทำอะไรได้บ้าง ก็ทำให้มีฟิลเตอร์มาปกปิดทุกอย่าง แค่หายใจก็น่ารักแล้ว55555
    #7,660
    0
  13. #7394 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 21:30
    เกอร์หลงมากจริงๆ แต่เดือนหนาวก็เป็นคนน่ารักมากๆ
    #7,394
    0
  14. #7365 Aomiez Aom (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 00:01
    อาการคลั่งรักมันเป็นแบบนี้เอง
    #7,365
    0
  15. #7171 mookmuthita1146 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:16
    ดูท่าจะหนัก55555
    #7,171
    0
  16. #7170 ์๊N U M B . (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 22:19
    เกิ้นนนนนนนน 5555555555555 คลั่งรักเดือนหนาวไม่ไหว
    #7,170
    0
  17. #7154 P.chonn3 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 23:54
    เป็นเอามาก55555
    #7,154
    0
  18. #6946 071727 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 09:05
    โอ๊ยพี่เสือนางฟ้าตัวน้อยอย่างเดือนหนาวเนี่ยนะ พี่เสือไม่ต้องตกใจไปแดนก็เคยโดน เดือนหนาวฟาดคอมาแล้ว ฮ่าๆๆ
    #6,946
    0
  19. #6945 071727 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 09:05
    โอ๊ยพี่เสือนางฟ้าตัวน้อยอย่างเดือนหนาวเนี่ยนะ พี่เสือไม่ต้องตกใจไปแดนก็เคยโดน เดือนหนาวฟาดคอมาแล้ว ฮ่าๆๆ
    #6,945
    0
  20. #6943 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 00:09
    ต้องมีช้ำในกันบ้างแหละ555++
    #6,943
    0
  21. #6915 jj1994 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 08:32
    นางฟ้าตัวน้อยๆ!!
    #6,915
    0
  22. #6907 11-12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:49

    ก็อุสาเขินเป็นเพื่อน-เสือมันกั้นยิ้มแก้มจะแตกฮ่าๆๆ แล้วให้พี่สิงห์มาขอเมียให้เหรอเดี๋ยวนะพี่มันม่ตรอมใจตายเหรอนะฮ่าๆๆ แล้วมีหึงแฝดด้วยนะ

    #6,907
    0
  23. #6903 BaiTong23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 18:44
    555555 ไร้พิษภัย?
    #6,903
    0
  24. #6892 crzoldyck7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 20:52
    ชั้นไม่คิดว่าเขาจะคลั่งรักได้มากขนาดนี้
    #6,892
    0
  25. #6877 lallapajinko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 23:44
    ทำให้คนตาบอด อันนี้จริงแน่ๆ
    #6,877
    0