#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 20 : Chapter 19 : ไม่ชอบไก่เปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,931 ครั้ง
    8 ม.ค. 64






Chapter 19 : ไม่ชอบไก่เปล่า

 

 




 

            ผ่านฤดูฝนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายนอากาศค่อนข้างเย็น ได้ยินมาว่าปีนี้จะหนาวกว่าปีก่อนๆซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีเพราะได้เห็นหนาวใส่เสื้อกันหนาวของผมแทบทุกวัน


            ผมอยู่กับหนาวมาได้ประมาณเจ็ดเดือนแล้ว กลายเป็นเรื่องชินตาของคนอื่น เวลาเห็นหนาวก็ต้องเห็นผมอยู่ด้วยเสมอนอกจากเวลาเรียน


            ความจริงกำหนดการที่ไอ้ชัชมันจะออกจากคุกคือเดือนที่แล้ว ช่วงนั้นทั้งบ้านเต็มไปด้วยความกังวลและความเครียด พอเวลาผ่านไปแล้วมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความกังวลเหล่านั้นก็ค่อยๆคลายลงไปบ้างแต่ไม่ถึงกับวางใจเลยทีเดียว หนางยังคงระแวงอยู่ทุกวันว่ามันจะกลับมาเมื่อไหร่ มันมีแผนอะไรกันแน่หรือว่ามันจะหายไปจริงๆ


            แทบไม่ได้ติดต่อกับที่บ้านเลย เรียกว่าไม่ได้ติดต่อเลยดีกว่า ผมโทรไปบอกสุขสันต์วันเกิดไอ้สิงห์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะหนาวคะยั้นคะยอบอกว่าผมควรจะสานสัมพันธ์กับมันเอาไว้บ้าง นอกจากโทรศัพท์สายเดียวนั้น เราก็ไม่ได้พูดคุยหรือเจอหน้ากันอีกเลย


            ตอนแรกผมนึกว่าพอผมคุยกับไอ้สิงห์เรื่องงานแล้วผมจะถูกเรียกใช้งานบ่อยขึ้น แต่เปล่า ทุกอย่างเงียบสงบจนน่าแปลกใจ มันเงียบสงบยิ่งกว่าก่อนหน้านี้อีก ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คิดจะเป็นฝ่ายติดต่อไปก่อนอยู่ดี


            หลังจากคืนนั้นที่ไอ้จ๊าบมันร้องห่มร้องไห้มาหาหนาว ผมรู้สึกราวกับว่าความเป็นเพื่อนของเราถูกตอกย้ำอีกครั้งหนึ่ง หนาวทั้งกอดปลอบเหมือนที่ทำกับผม ไปส่งไอ้จ๊าบคุยกับพ่อเหมือนที่ไปส่งผมคุยกับไอ้สิงห์ ตอนนั้นผมทั้งน้อยใจและโมโห หมายถึงโมโหไอ้จ๊าบนะ คืนนั้นมันโดนผมถีบตกตเตียงไปตั้งหลายครั้งโดยผมแกล้งทำเป็นว่าละเมอจนมันต้องระเห็จไปนอนโซฟา


            หลังจากนั้นผมก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าถ้าผมไม่ทำอะไร ระหว่างเรามันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่พัฒนาแต่ก็ไม่พังทลาย เพราะไม่รู้ว่าก้าวออกไปจากพื้นที่ตรงนี้แล้วผมจะมีที่ให้ยืนรึเปล่า เหมือนฟิวส์ ฟิวส์เพิ่งสารภาพรักกับเหนือเมื่อประมาณเดือนก่อน เหนือเป็นคนแรกที่ไอ้ฟิวส์มันชอบนานขนาดนี้ ปกติแทบไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ


            เหนือปฏิเสธมันอย่างนุ่มนวลว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า ตลอดหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้นฟิวส์จมอยู่กับความเศร้า เอาแต่ซึม แดกนมเป็นลังๆ ตัดพ้อว่าใครมันจะเป็นเพื่อนกับคนที่ชอบได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ได้ นี่คือตัวอย่างของการพยายามก้าวผ่านเฟรนด์โซนแต่ดันไม่มีพื้นที่ให้เหยียบต่อก็เลยร่วงลงไปตายห่า


            ไอ้ฟิวส์แม่งทำผมใจฝ่ออีกกว่าเดิมอีก ไอ้ชิบหาย


            ใครใช้ให้มึงโดนเหนือปฏิเสธว่ะ ทำไมมึงไม่สมหวังอะ กูจะได้มีกำลังใจหน่อยไง สัดเอ๊ย 

            ส่วนนายมิกกี้นั้นสมหวัง...บรรยากาศรอบตัวสดใสแตกต่างกับไอ้อีกคนมาก มิกเวลาอินเลิฟแม่งโคตรน่ารำคาญเลยแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยินดีกับมันด้วย 


            ส่วนผม...เพื่อนที่ดีของเธอ 


            เพื่อนที่แทบจะบ้าตายในทุกวันเพราะหวงเธอไม่ได้


            และในวันนี้ผมกำลังจะขยับไปอีกก้าวหนึ่ง แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ใช่ก้าวที่ยิ่งใหญ่แต่มันถือว่าเป็นก้าวที่ดี ผมชวนหนาวไปดูหนังที่โรงหนังมันเป็นสิ่งที่คนมักจะทำในเดตแรก (เท่าที่ผมหาข้อมูลมา) แต่ว่าในขณะเดียวกัน เป็นเพื่อนกันชวนกันไปดูหนังได้ ไม่ได้ดูผิดปกแต่อย่างใด


            แม้ว่าปกติแล้วเราจะดูหนังที่บ้านด้วยกันตลอด แต่ผมคิดว่าการไปดูหนังที่โรงต้องให้ความรู้สึกอีกแบบแน่นอน พอชวนก็ได้รู้ว่าหนาวมันก็อยากไปดูเหมือนกันเพราะมันไม่ได้ไปดูหนังที่โรงมานานแล้ว ครั้งสุดท้ายคือตอนเด็ก โรงหนังมันอยู่ไกลพอสมควรทำให้ไม่ได้ไป


            หนาวบอกให้ผมเลือกหนังเลย แต่หนังช่วงนี้ที่เข้าโรงมันไม่ได้มีให้เลือกหลากหลายแนวขนาดนั้น ส่วนมากเป็นหนังสยองขวัญที่หนาวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เลยจบลงที่หนังสืบสวนสอบสวน


            "กูว่าตัวอย่างแม่งดูน่ากลัวยังไงไม่รู้" หนาวว่าขึ้นในขณะที่เรากำลังจอดรถที่ลานจอดรถของห้าง หนาวในวันนี้ใส่ชุดลำลองธรรมดาทั่วไป แค่เสื้อยืด กางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบ ซึ่งผมชอบนะ มันดูเรียบง่ายเหมาะกับเดือนหนาวดี น่าเสียดายนิดหน่อยที่วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อผม "สืบสวนแน่นะ?"


            "หรือมึงอยากดูเรื่องอื่นอะ"


            "เรื่องอื่นแม่งผีจ๋าเลยไอ้เหี้ย"


            "มึงกลัวผีหรอ?"


            "มีใครบ้างไม่กลัว"


            "กูไง"


            "จริงอะ"


            "จริง ทำไมมึงกลัวอะ เคยเจอแล้วหรอ?" ผมถามกลับ


            "ไม่เคยเจอน่ะดีแล้ว" หนาวส่ายหน้า เดินนำออกไปจากลานจอดรถ "มึงจองหนังยังอะ"


            "ยัง ว่าจะมาจองหน้าโรง ไม่รู้ไงว่าเราจะมาทันรึเปล่า ไหนจะกินข้าวอีก"


            "อ๋อ" อีกฝ่ายพยักหน้า ผมขี่มอเตอร์ไซค์คันเดิมมา ส่วนหนาวก็เป็นคนซ้อนพร้อมหมวกกันน็อคที่ผมซื้อให้สำหรับหนาวโดยเฉพาะ เป็นหมวกกันน็อคสีส้มเพราะหนาวชอบสีส้ม มันไม่เคยบอกหรอกว่าตัวเองชอบสีไหน ผมสังเกตเอา "เออมึงรู้ยัง เมื่อวานไอ้แม็กมาสารภาพรักกับแดนด้วยนะ"


            "หือ? จริงอะ เดือนก่อนเพื่อนกูก็อกหักไปแล้ว ไอ้แม็กเป็นไง"


            "เป็นเพื่อนกันดีกว่า"


            "เยดแม่ ประโยคเดียวกันเป๊ะเลย" ผมว่า "แม็กมันเป็นไงบ้าง"


            "ก็ซึมๆ เห็นเพ้อลงเฟซอยู่" หนาวตอบ "ตอนแรกนึกว่ามันแค่มาม่อเล่นๆซะอีก แต่พอเห็นแม่งเศร้าจริงแล้วแซวไม่ลงเลย"


            "เหนือไม่คิดชอบใครบ้างเลยหรอวะ"


            "ไม่มี กูยังคิดอยู่เลยว่าสุดท้ายแล้วแดนจะมีแฟนรึเปล่า อาจจะเป็นหนุ่มโสดจนแก่ไปเลยก็ได้"


            "เหมือนมึงอะนะ" ผมเอ่ยแซว อีกฝ่ายหันมาทำหน้าเซ็งใส่ "ก็มึงบอกเองอะว่าใครชอบมึงก็โง่แล้ว"


            "มันต้องมีคนหลงผิดบ้างแหละว้า" หนาวยู่ปาก


            ผมยิ้มขำให้กับคำพูดของหนาว นอกจากโง่แล้วล่าสุดกูยังหลงผิดด้วย 


            "แต่ถึงมีมึงก็ไม่เอา"


            "ยังไม่ใช่ตอนนี้ไง-เอ๊ย มึง ไก่ทอดลดราคาว่ะ" หนาวว่าขึ้นในขณะที่หางตาเหลือบไปเห็นป้ายโปสเตอร์ขนาดใหญ่หน้าร้านไก่กอด "ตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เ-ดโด้ มึงสนใจปะ"


            "มึงอยากกิน ก็ได้"


            "เขามีข้าวเหนียวปะวะ"


            "ฮะ?"


            "กูไม่ชอบไก่เปล่า กูต้องการข้าวเหนียว"


            "น่าจะมีแค่ข้าวสวย เป็นเซ็ตข้าวอะ แต่เซ็ตข้าวมันไม่ได้ลดราคานะ"


            "เอาไงดี" หนาวเอามือลูบคางทำท่าทางครุ่นคิด "กูไม่เคยกินร้านนี้เลยอะ อยากลองมานานแล้ว"


            "ก็กินดิ ลังเลไรอะ"


            "แล้วมึงอะ มึงอยากกินปะ"  

        

            "อยาก" ผมพยักหน้า ดูท่าทางแล้วหนาวคงกลัวว่าจะเป็นการบังคับผมกินด้วย "โคตรอยากแดกเลย"


            "โอเค งั้นกินร้านนี้แหละ" แล้วเราก็พากันเดินเข้าไปในร้าน "มึง กูไม่เคยสั่งอะ มันสั่งยังไง"


            "เดี๋ยวกูสั่งให้ เอาเซ็ตที่ลดราคาใช่ไหม?" ผมหันไปถาม ได้รับการพยักหน้ามาแทนคำตอบ "ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนก็ได้ คิวมันยาวอยู่"


            "โอเค" อีกฝ่ายพยักหน้างึกๆก่อนจะเดินไปหาโต๊ะที่ว่างอยู่แล้วนั่งรอ ผมยืนต่อคิวอยู่สักพักกว่าจะได้อาหารมา ยกถาดเดินไปนั่งกับหนาว "เยอะไปปะวะ จะกินยังไงให้หมด"


            "ไม่หมดก็ห่อกลับได้นะ"


            "จริงอะ เออ ดีว่ะ แต่ไม่มีข้าวเหนียวจริงดิ?"


            "ทำไมวะ"


            "ก็ถ้ากินแค่กับแล้วไม่กินข้าวด้วยจะเป็นพยาธินะ" หนาวขมวดคิ้วว่าขึ้นก่อนจะหลุดขำออกมา "ตอนเด็กๆพ่อกับแม่บอก"


            ...น่าเอ็นดูจังวะ


            "เขาแค่ไม่อยากให้มึงกินแค่กับรึเปล่า"


            "ก็คงใช่แหละ แต่มันติดแล้วอะ ถ้าไมได้กินข้าวด้วยมันจะรู้สึกแปลกๆ"


            "ถ้ามีข้าวด้วยคงกินไม่หมดหรอก แค่ไก่ก็เกินอิ่มแล้ว"


            "เออจริง"


            แล้วเราสองคนก็ลงมือกินไก่ทอดที่สั่งมา แค่นั่งมองหนาวกินอย่างเอร็ดอร่อยก็รู้สึกอิ่มขึ้นมาแล้ว "อร่อยดีอะ มึงไม่กินหรอ?"


            "กินดิ" 


            กินเสร็จก็เข้าไปดูหนัง ผมตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเพิ่งเคยมาดูหนังกับหนาวในโรงเป็นครั้งแรก มันเป็นหนังสืบสวนสอบสอนอย่างที่ดูตัวอย่างมา ตอนแรกเนื้อเรื่องดำเนินเป็นเส้นตรง ยังไม่ค่อยมีอะไร จนกระทั่งถึงจุดพีกที่มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง


            โดยปกติแล้วเวลาดูหนัง ผมมักจะไม่ค่อยดูหนัง ผมชอบดูหนาวมากกว่า หนาวเป็นคนที่แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ตกใจ ดีใจ มีความสุขหรือเศร้าไปกับหนัง พอเห็นปฏิกริยาของหนาวแล้วมันสนุกกว่าดูหนังจริงๆซะอีก


             มีหลายจังหวะที่หนาวสะดุ้งแล้วหันมาเอาหน้ามุดกับแขนของผม สำหรับผมแล้วมันคือข้อดีของฉากตกใจในหนังนะ เพราะเราดูกันแค่สองคน หนาวไม่มีคนอื่นให้ซบเลยต้องมาซบผมไง


            "เหี้ยแม่ง ศพเดินได้แม่งน่ากลัว มันไปยัง"


            "ไปแล้ว" ผมบอกไปตามตรง หนาวค่อยหันหน้ากลับทางเดิม หนังฉายไปเรื่อยๆ เนื้อเรื่องเป็นไปตามที่ผมเดาไว้ทั้งหมดเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ ต่างจากคนข้างๆที่อ้าปากค้างไปแล้วไม่รู้กี่รอบ


            ฉากสุดท้ายหนาวลุ้นจนเผลอเอามือจิกหลังมือของผม ผมพลิกมือของตัวเองขึ้นแล้วจับมืออีกฝ่ายไว้ หนาวไม่รู้ตัวก็เลยจับมือผมตอบ 


            จับมือแน่นเลย...สงสัยจะลุ้นจริงๆ


            พอหนังจบผมก็คลายมือออกอย่างเร็ว หนาวพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ถอนลมหายใจพร้อมคลายคิ้วที่ขมวดเป็นผม "ฮู่ว ไอ้สัด ลุ้นชิบหาย ตอนแรกฉากสุดท้ายคิดว่าพระเอกจะตายซะแล้ว แบบมาพลิกช็อตสุดท้ายงี้"

            "เออ นั่นดิ กูก็ลุ้นเหมือนกัน"


             หนาวหันมาหาผมก่อนเบนสายตาลงไปมองที่มือของตัวเองที่จับมือผมแน่น รีบปล่อยมือออกทันที 


            "โทษทีมึง กูลุ้นไปหน่อย"


            "ไม่เป็นไร" ผมยิ้มตอบ เราพากันเดินออกมาจากโรงหนัง ตลอดทางหนาวชวนผมคุยเรื่องหนังอย่างออกอรรถรส เหมือนว่าโรงคุยไม่ได้ทำให้เจ้าตัวอัดอั้นมาตลอดรอจนกว่าหนังจะจบ เพราะตอนดูหนังด้วยกันที่บ้านเราก็คุยกันตลอด "กูก็ตกใจเหมือนกันนะ ตอนเฉลยเรื่องพ่อพระเอกอะ"


            "ใช่มะ อึ้งสัด แต่กูว่าช่วงแรกๆมันเอื่อยไปหน่อย จนกูรู้สึกว่าย่อฉากแรกลงแล้วเพิ่มฉากหลังที่มันตื่นเต้นน่าจะดีกว่า"


            "อืม กูก็คิดเหมือนมึงเลย"


            "แต่นางเอกตายโคตรน่าสงสาร เอ๊ย มึง ร้านคอมนี่นา แวะหน่อยได้ปะ"


            "เอาดิ" 


            หนาวเดินเข้าไปในร้านขายคอมและอุปกรณ์ด้วยความตื่นเต้น ท่าทางสนอกสนใจ หนาวเป็นคนชอบเล่นเกมนั่นส่งผลให้มันอยากได้คอมเป็นของตัวเองบ้าง ป้าแมวบอกว่าถ้าเกรดรวมตอนมอสี่ได้สามจุดห้าขึ้นจะซื้อให้ ถือว่าเป็นการกระตุ้นที่ดีทีเดียว หนาวมันตั้งใจเรียนขึ้นมากๆเลย


            มันนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับคอมมาได้หลายเดือนแล้ว เห็นว่าตั้งใจจะประกอบเอง


            "พี่ครับ การ์ดจอค่ายนี้อันล่าสุดมารึยังอะครับ ผมเห็นข่าวว่าจะมาเดือนนี้นี่นา" หนาวหันไปถามพี่พนักงานด้วยแววตาเป็นประกาย ผมเห็นอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก อยากจะซื้อการ์ดจอที่ว่ามาให้ซักห้าสิบอัน ให้หนาวมารองนอนเล่น


            "ของยังไม่เข้าไทยเลยน้อง ที่เมืองนอกเขาก็ขาดตลาดเหมือนกัน กว่าจะเข้าไทยพี่ว่าเดือนหน้า"


            "อ๋อ โอเคครับ" หนาวพยักหน้าก่อนจะหันมาทางผม "ทันเนาะมึง กว่ากูจะได้คอมก็อีกหลายเดือนอะ"


            "ใช่" 


            "มึงว่ากูซื้อแบบมีท่อน้ำดีไหมวะแล้วใช้เคสใสเอา จะได้เห็นท่อน้ำข้างในแบบเท่ๆ กูจะเอาสีกระพริบจนตาลายเลย"


            "ก็ได้นะ แต่มันแพงไม่ใช่หรอวะ"


            "นั่นดิ แพงกว่าหลายพันเลย กูเอางบตรงนี้ไปลงกับอย่างอื่นดีกว่า" หนาวพาผมเดินไปดูอย่างอื่นต่อ พอดูจนหนำใจแล้วก็เดินออกมาจากร้าน หนาวชวนผมไปกินไอศกรีมซึ่งแน่นอนว่าผมตามใจหนาวอยู่แล้ว 


            ในระหว่างที่นั่งกินไอศกรีมแล้วคุยเล่นไปเรื่อยเปื่อย ผมตัดสินใจถามเรื่องหนึ่งออกไป


            "เออ หนาว"


            "หืม?"


            "ทำไมเหนือถึงปฏิเสธไอ้ฟิวส์กับไอ้แม็กว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่าวะ?"


            "ก็เป็นเพื่อนกันดีกว่าไง" หนาวตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก


            "ทำไมต้องให้เป็นเพื่อนอยู่อะ"


            "ก็อยากเป็นแค่เพื่อน"


            "เราจะเป็นเพื่อนกับคนที่เราชอบได้จริงหรอ"


            "ไม่รู้ว่ะ ไม่เคยชอบเพื่อนด้วย" อีกฝ่ายเว้นจังหวะคิดสักพัก "อาจจะแล้วแต่คน ทำไมวะ?"


            "กูสงสัยเฉยๆ แล้วถ้าไอ้ฟิวส์มันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเหนืออะ"


            "ก็ไม่ได้เป็นเพื่อนไง"


            "แล้วจะเป็นไรอะ"


            "ก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย ให้เป็นเพื่อนแล้วแต่ไม่อยากเป็นเพื่อน ให้ทำไงอะ"


            "ทำไมคิดว่าเป็นเพื่อนมันดีกว่า ทำไมไม่ลองดู เป็นแฟนกันมันอาจจะดีกว่าก็ได้นะ"


            "ก็ไม่รู้อีก สำหรับแดนแล้ว แดนไม่ได้คิดอะไรกับสองคนนั้นไง เป็นแฟนดีกว่ารึเปล่าไม่รู้ รู้แค่ว่าไม่อยากเป็น"


            คำตอบของหนาวทำเอาผมอึ้งไปเล็กน้อย "แล้วถ้าเป็นมึงอะหนาว สมมติมีเพื่อนมาชอบมึงบ้าง มึงจะทำไง"


            "โห..." อีกฝ่ายนิ่งสักพัก "ถามว่าเพื่อนสนิทแค่ไหนดีกว่า"


            "สนิทมากเลยอะ"


            "กูคงตอบเหมือนแดนอะ กลับมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า แต่อย่าชอบกูเลย กูไม่อยากเสียเพื่อน" 


            "..."


            "ถามทำไมวะ"


            "สมมติไง อยากรู้ว่าในสถานการณ์เดียวกับเหนือ มึงจะรับมือยังไง"


            "อ๋อ แต่ฟิวส์กับแม็กไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับแดนขนาดนั้นนี่ แค่เพื่อนทั่วไปมากกว่า สนิทจริงต้องแบบโปกับตุลย์อะที่อยู่ด้วยกันทุกวัน แบบนั้นแดนคงคิดมากพอสมควรแหละ ไม่อยากเสียเพื่อนด้วย ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเพื่อนด้วย"


            ผมถามหนาว "แล้วถ้า...มึงดันไปชอบเพื่อนสนิทบ้าง มึงจะทำยังไงวะ?" 


            "..." อีกฝ่ายนิ่งไปอีกครั้ง ตักไอศกรีมช็อกโกแลตเข้าปากคำใหญ่ "คงพยายามเลิกชอบมั้ง"


            "...ทำไมวะ"


            "ไม่รู้ว่ะ คิดดูแล้วแม่งยากไปหมดเลยอะมึง"


            "ก็จริง" ผมทำเป็นพยักหน้าอย่างเข้าใจ "มึง"


            "ว่า?"


            "ไม่มีไร"


            "เอ้า"


            "สั่งเพิ่มไหม เหมือนมึงจะยังอยากแดกอีกนะ"


            "เยี่ยมเลย แสนรู้ใจ" หนาวชูนิ้วโป้ง


            ผมยกยิ้มมุมปากให้ เรียกพนักงานมาเพื่อสั่งเพิ่ม เมื่อกินเสร็จและเดินเล่นจนพอใจแล้วก็ได้เวลากลับ 


            อย่างน้อยๆที่ได้เนียนถามในวันนี้ก็ได้รู้ว่าหนาวคิดยังไงเรื่องการชอบเพื่อน ไม่ต่างกับที่เคยคิดเอาไว้เลย แต่พอมาได้ยินหนาวตอบเข้าจริงๆก็เล่นเอาทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน


            มึงบอกว่าอย่ามาชอบมึงเลย ไม่อยากเสียเพื่อน...แบบนั้นแล้วจะให้กูทำยังไงได้ล่ะ


            จะให้เลิกชอบอย่างที่มึงว่างั้นหรอ?...ไม่มีทาง นอกจากจะทำไม่ได้แล้ว กูก็จะไม่มีวันทำด้วย


            เฮ้อ ถามไปให้ตัวเองใจเสียไปทำไมวะกู

            

 


            .....

 

 


            วันนี้เป็นวันที่โรงเรียนของเราคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากมีงานฟุตบอลสานสัมพันธ์ เป็นงานที่จัดขึ้นระหว่างโรงเรียนเรากับอีกโรงเรียนที่ไม่ค่อยถูกกัน ไม่ค่อยถูกกันในทีนี้คือเด็กนักเรียนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อย


            บางพวกที่รุนแรงหน่อยคือแค่เจอหน้ากันก็ไล่ต่อยกันแล้ว อาจารย์เลยคิดจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อหวังว่าความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองโรงเรียนจะดีขึ้น ถึงผมจะไม่คิดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ทำยังไงได้ อาจารย์เขาตกลงกันมาได้แบบนี้และฝากโค้ชมาอีกทีหนึ่ง


            "จำแผนของเราได้ใช่ไหม?" โค้ชเอ่ยขึ้นในขณะที่พวกเรากำลังวอร์มกันอยู่ข้างสนาม เราใส่เสื้อบอลสีน้ำเงินของโรงเรียน เป็นเสื้อทีมอย่างเป็นทางการ อีกฝั่งของสนามเป็นเสื้อสีแดง "ทำเหมือนที่ซ้อมมาและที่สำคัญคือ...พยายามอย่าไปหาเรื่องฝ่ายนั้น หลีกเลี่ยงได้ก็เลี่ยง"


            "ครับ!" พวกเราขานรับ ผมคิดว่าลูกทีมของผมไม่มีคนไหนอยากมีเรื่องกันในสนามหรอก พวกเราไม่มีทางเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแน่


            "ไทเกอร์"


            "ครับ"


            "ครูฝากดูแลคนอื่นๆเหมือนเดิมนะ ระวังเป็นพิเศษด้วย"


            "ได้ครับ" ผมตบปากรับคำ โค้ชยิ้มให้พร้อมตบบ่าผมเบาๆ และการแข่งครึ่งแรกก็เริ่มขึ้น ผมเป็นกองหน้าเหมือนเคย หนาวเองก็เช่นกัน ท่าทางของหนาวมันดูจะประหม่านิดหน่อยเพราะเพิ่งเคยได้เล่นต่อหน้าคนดูเยอะขนาดนี้ ผมตบไหล่มันเพื่อให้กำลังใจ 


            "ไม่เป็นไร ทำตัวสบายๆไว้ มึงทำได้อยู่แล้ว"


            "เออ" อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเสียงนกหวีดจะดังขึ้น ผมสังเกตว่าถึงจะประหม่าอยู่บ้างแต่หนาวก็ยังทำได้ดี ทีมเราเล่นได้ดีอย่างที่เคยซ้อมหนักกันไว้ ครึ่งแรกจบลงด้วยคะแนนของเรานำอยู่สอง-ศูนย์


            รวมตัวตอนพัก คุยเรื่องแผนอีกครั้งแล้วลงสนามในครึ่งหลัง ผ่านไปไม่กี่นาทีผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แปลกไป อีกทีมเริ่มเข้าประชิดและโดนตัวมากขึ้น ผมเห็นมิกโดนชนไหล่ในตอนวิ่งตามลูก


            มิกขมวดคิ้วทำหน้าตึงขึ้นมาทันทีแต่ไม่ได้พูดอะไร แค่วิ่งตามบอลไปต่อเท่านั้น เหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นอีกสองครั้งจนผมมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจอย่างแน่นอน


            ผมพยายามตามบอลมาไว้ที่ตัวเองและหลีกเลี่ยงการปะทะให้ได้มากที่สุด เพื่อนในทีมคนอื่นไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงเพราะตอนนี้คะแนนเรานำอยู่แล้ว แค่ประคองไปให้ได้จนจบก็พอ


            ผมเลี้ยงหลบอีกฝ่ายจนกระทั่งทำประตูได้ โค้ชทีมนั้นขอเวลานอกทันที ผมใช้จังหวะนี้คุยกับทุกคน

            "พวกนั้นดูเหมือนว่าจะเล่นแรงขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปแลกขนาดนั้น เพราะคะแนนเรานำอยู่แล้ว เราจะใช้แผนการเล่นแบบป้องกันเพื่อเซฟตัวเอง เล่นเกมรับ"


            "ระวังตัวกันด้วย กูกลัวว่าพวกมันจะเล่นแรงกว่าเดิม" ผมพูดในสิ่งที่คิดเอาไว้ "อย่าให้ตัวเองบาดเจ็บนะ นี่เป็นแค่งานสานสัมพันธ์เฉยๆไม่ต้องซีเรียสมาก งานใหญ่ยังรอเราอยู่เดือนหน้า มาบาดเจ็บตอนนี้แม่งแย่แน่"


            ทุกคนในทีมขานเสียงรับราวกับว่าเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดแล้ว ไม่นานสัญญาณเริ่มเกมก็ดังขึ้น เรากลับไปลงสนาม เป็นอย่างที่คิด พวกมันเล่นแรงขึ้น คนประกบผมก็เยอะขึ้นด้วย


            ความกดดันในสนามเพิ่มขึ้น แม้จะบอกว่าไม่ต้องซีเรียสแต่ก็ไม่มีใครอยากแพ้หรอก ถึงจะพยายามเลี่ยงการปะทะแล้วมันก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ทั้งหมดอยู่ดี ผมถูกประกบหลายคนจนต้องส่งลูก เห็นเดือนหนาวอยู่ใกล้ที่สุดและมีจังหวะที่ส่งลูกให้มันได้พอดี


            ผมส่งลูกให้หนาวอย่างเร็วและแน่นอนว่ามันรับไว้ได้ คนแถวนั้นวิ่งตามลูก ผมเองก็เช่นกัน หนาววิ่งเร็วขึ้นมากจนพวกมันหลายคนวิ่งตามแทบไม่ทัน วิ่งฝ่าไปจนถึงประมาณหนึ่ง กำลังหาคนที่จะส่งบอลให้ต่อแต่สุดท้ายหนาวก็ตัดสินใจเตะเข้าประตู


            ลูกบอลถูกอัดด้วยแรงจนลอยขึ้นเหนือพื้น พุ่งเข้าสู่โกลอย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่จะได้ยินเสียงนกหวีด หนาวกลับล้มลง


            !!!


            ผมกำหมัดแน่นซัดไปยังหน้าของคนที่มันขัดขาของเดือนหนาว มันล้มลงไปกับพื้น เงยหน้าขึ้นมามองอย่างตื่นตระหนก ไม่ทันรอให้สมองสั่ง ผมนั่งลงคร่อมตัวมันแล้วซัดหมัดอย่างไม่คิดยั้งแรง


            ผมได้ยินเสียงความวุ่นวายขึ้นรอบตัวแต่ผมไม่ได้สนใจอะไร สนใจแค่คนที่บังอาจเข้ามาทำร้ายเดือนหนาว รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกล็อกจากด้านหลังแล้วดึงเพื่อห้ามปราม


            เป็นเดือนหนาว ใบหน้าแดงก่ำและเหนื่อยหอบ


            ผมขยับตัวหันไปหาอีกฝ่าย 


            "หนาว แผลมึงเป็นไงบ้าง"


            "เข่าถลอกเฉยๆ แต่มึงเถอะ ตัวหนักชิบหาย"


            "ดูหน่อย" ผมยื่นมือไปจับขาของหนาวดู อีกฝ่ายยอมยื่นขาให้ดูอย่างมึนงง รอยแผลขนาดใหญ่ยังมีเลือดไหลอยู่เลย "ทำแผลก่อนเถอะ รอนี่นะเดี๋ยวกูไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้"


            "ไม่ๆ สถานการณ์ตอนนี้คือไม่ได้" หนาวส่ายหน้าแรงๆ ผมหันไปมองรอบตัวพบว่าสถานการณ์ตอนนี้รุนแรงอย่างแท้จริง เกิดการตะลุมบอลเกิดขึ้น มีอาจารย์ผู้ชายหลายคนกำลังวิ่งเข้ามาหน้าตาแตกตื่น "เหมือนทุกคนเก็บกดมานานอะ ตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังที่โดนกระทบกระทั่งมาตลอด"


            "อืม"


            แค่พักเดียวเท่านั้นเหตุการณ์ก็สงบลง มีคนมามุงดูรอบสนามเต็มไปหมด โค้ชเรียกรวมตัวและให้ช่วยกันทำแผล อาจารย์ใหญ่มาอบรมสั่งสอนด้วยตัวเอง พวกเราทำแผลไปด้วยและโดนด่าไปด้วย


            ผมทำแผลที่หัวเข่าให้หนาวโดยคำพูดของอาจารย์ใหญ่ไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่คำเดียว หนาวขมวดคิ้วทำหน้าราวกับไม่สบายใจเท่าไหร่


            "ไม่เป็นไรหรอก"


            "จริงหรอวะ เขาขู่จะไล่พวกเราออกเลยนะ"


            "หรอ"


            "เออ มึงไม่ได้ฟังหรอเนี่ย"


            "ไม่เป็นไรหรอก"


            "ไม่เป็นไรได้ไง ถ้ากูโดนไล่ออกจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย" หนาวทำหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม ผมหันไปมองครูใหญ่ในจังหวะเดียวกับที่เขาถามว่าใครเป็นคนเริ่ม ผมลุกขึ้นยืนทันที


            "ผมเอง" ผมรับความผิดอย่างง่ายดาย "ผมเป็นคนบอกให้ทุกคนทำเอง" แล้วเสียงของเพื่อนทุกคนก็ดังขึ้น ทุกคนล้วนปฏิเสธบอกว่าผมไม่ได้บอกให้ทำ พวกเราต่างมีความผิดร่วมกัน นั่นทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก


            "กันต์ณธีร์ เธอในฐานะกัปตันทีมที่มีความสามารถตั้งแต่มอต้น ทำไมถึงทำแบบนี้"


            "พูดไปอาจจะไม่เชื่อ แต่พวกนั้นเล่นแรงกับพวกเราตั้งแต่ครึ่งหลัง และเริ่มทำร้ายคนในทีมของผม"


            "นั่นเป็นสิ่งที่นักกีฬาควรทำหรอ?"


            "แต่พวกนั้นต่อยผมก่อนนะ" หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมยืนขึ้น "ผมแค่จะเข้าไปห้ามเอง มันไม่ใช่ความผิดของกัปตันทั้งหมดหรอกครับ"


            "ใช่ๆ ผมยืนอยู่เฉยๆยังโดนตีเลย ผมยังไม่ได้ต่อยกลับสักหมัด"


            "ไทเกอร์บอกให้พวกเราระวังตัวเองแล้ว ยังบอกให้เล่นเกมรับด้วย เราไม่ได้บุกไปหาฝั่งนั้นเลยครับ!"


            "อันนี้ผมยืนยันให้เด็กของผมได้ครับอาจารย์ใหญ่" โค้ชว่าขึ้น "พวกเขาพยายามระวังแล้วจริงๆ บางคนแค่ป้องกันตัว บางคนอาจจะเลือดร้อนไปตามประสาเด็กวัยรุ่น ไม่มีฝั่งใดผิดหรือถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคุยกับโค้ชฝั่งนั้นแล้ว เราลงโทษตามความเหมาะสมดีกว่าครับ อาจจะหักคะแนนความประพฤติหรือเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน ไม่ต้องถึงกับไล่ออกหรอก"


            ครูใหญ่ยังคงมีท่าทางโมโห พูดย้ำคำเดิมว่ามันทำให้โรงเรียนเราเสียชื่อเสียง


            "แต่คนเริ่มคนแรกคือเธอ กันต์ณธีร์! เธอต้องรับผิดชอบ" และเสียงโวยวายจากเพื่อนร่วมทีมก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เธอจะมีคุณสมบัติของการเป็นกัปตันทีมได้ยังไงถ้าเธอทำตัวแบบนี้!"


            "ได้ครับ" ผมตอบไปอย่างสบายๆ "ไล่ผมออกจากโรงเรียนเลยก็ได้ครับ"


            "เฮ้ย เกอร์ ไม่เอาดิ"


            "เกอร์ ใจเย็นก่อน มันไม่ใช่ความผิดมึงคนเดียวเว้ย"


            หนาวเองก็ดูเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่โดนผมห้ามไว้ก่อน ผมส่ายหน้าเบาๆเชิงว่าไม่เป็นไรหรอก หนาวยิ่งทำหน้าเครียดมากกว่าเดิม 


            "ผมจะรับผิดชอบเองครับ" ผมยังคงยืนยันคำเดิม "ในฐานะกัปตัน ผมทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ"


            "เธอต้องออกจากชมรมฟุตบอล" 


            "แต่ครูใหญ่ครับไทเกอร์เป็นคนที่เล่นเก่งที่สุดในโรงเรียนแล้วนะครับ แถมยังทำหน้าที่กัปตันอย่างดีตลอดมา" โค้ชไม่ยอม "แข่งขันใหญ่เดือนหน้าเราอาจจะไม่ชนะถ้าไม่มีเด็กคนนี้นะ"


            "..." ครูใหญ่เงียบนิ่งไปพักหนึ่ง กัดฟันพูดออก "เธอจะถูกพักการเรียนหนึ่งอาทิตย์ หักคะแนนความประพฤติเจ็ดสิบคะแนนและพรุ่งนี้พาผู้ปกครองมาพบครูด้วย"


            "ส่วนคนอื่นถูกหักคะแนนความประพฤติคนละห้าสิบคะแนน"


            ผลสรุปของครูใหญ่เป็นอย่างนั้น ถูกอบรมอีกนิดหน่อยค่อยปล่อย เหลือแค่พวกเรานั่งรวมกันอยู่ตรงที่เดิมกับโค้ช


            "เสือ มึงโอเคไหมเนี่ย สรุปมึงยังต้องออกจากชมรมไหม?" หนาวถามอย่างเป็นกังวล


            "เออ ถ้าทีมเราไม่มีไอ้เสือก็ลำบากแย่ดิ" เพื่อนคนหนึ่ง "อย่างวันนี้ถ้าไม่มีมึงน่าจะใส่มวยตั้งแต่แรกแล้ว คือมึงพยายามแบกความเสี่ยงเอาไว้คนเดียวอะ"


            แล้วเสียงคุยกันเรื่องเพื่อนร่วมทีมก็ดังจอแจ คุยกันถึงเรื่องที่ทะเลาะวิวาทเมื่อกี้และเรื่องที่ครูใหญ่พูดด้วย


            "พวกมึง กูขอโทษนะที่เริ่มก่อน" ผมตัดสินใจเอ่ยคำขอโทษออกไป ทุกคนชะงักไปทันที


            "เฮ้ย มึงจะขอโทษทำเชี่ยอะไรเนี่ย พวกกูก็พยายามอดทนมาตลอดนั่นแหละ อีกอย่างมันขัดขาไอ้หนาวก่อนด้วย ไม่ใช่มึงเปิดก็คนอื่นเปิดแหละ ใครจะทนไหวว่ะ เล่นสกปรกชิบหาย"


            "เออจริง อีกอย่างหนึ่งพวกเราโดนหาเรื่องก่อน ตอนแรกมันจะเข้ามาถีบมึง ไอ้ฟิวส์ก็ไปห้ามแล้วโดนลูกหลง รับปากกับโค้ชกับมึงไว้แล้วไงว่าจะไม่เริ่มก่อน เพราะให้พวกมันเปิดก่อนนี่แหละปากกูแตกเลยไอ้ชิบหาย"


            "พวกมึงแม่ง" ผมยิ้มขำแล้วส่ายหน้าเบาๆ "ไม่มีใครเป็นอะไรหนักก็ดีแล้ว แผลน่าจะหายก่อนแข่งใหญ่"


            "แต่ไอ้หนาวอะดิ หัวเข่าด้วยไอ้เหี้ย มึงจะไหวไหมวะ?" เพื่อนคนหนึ่งหันมาถามไอ้หนาว


            "กูแค่เข่าถลอกไม่ใช่เข่าแตก สบายน่า" หนาวตอบปัด "หักห้าสิบคะแนนนี่ถือว่าเยอะไหมวะ"


            "ครึ่งหนึ่งอะ คะแนนเต็มร้อย โดนหักหมดก็ไล่ออก แต่ในสมุดปฐมนิเทศก็เขียนกฎของโรงเรียนไว้แล้วนะว่าถ้าทะเลาะวิวาทหักห้าสิบคะแนน"


            "อ๋อ ดีไป เหลืออีกตั้งห้าสิบ" หนาวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก "แต่ยังไม่มีใครตอบกูเลยว่าสรุปไอ้เสือมันต้องออกจากชมรมไหม?"


            "เดี๋ยวครูไปคุยกับครูใหญ่อีกทีหนึ่ง" โค้ชว่าขึ้น "ทีมเราไม่มีไทเกอร์คงลำบาก นอกจากจะเล่นได้ดีแล้วยังดูแลคนในทีมได้ด้วย"


            ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน


            ไม่นานพวกเราก็แยกย้ายกลับบ้าน กลับมาถึงบ้านแล้วป้าแมวก็ตกใจนิดหน่อยที่มีแผลกลับมา เหนือเองก็ด้วย พอเล่าทุกอย่างให้ฟังตอนแรกคิดว่าจะถูกป้าแมวตำหนิแต่เปล่าเลย


            "ไม่ได้เป็นอะไรมากก็ดีแล้วล่ะ ขอบใจไทเกอร์มากเลยนะที่ปกป้องเดือน" ป้าแมวหันมายิ้มหวานใส่ผม "เดือนก็เถอะ วิ่งยังไงให้เขาขัดขาได้เนี่ย"


            "เดี๋ยวนะแม่ ความผิดหนูหรอเนี่ย" หนาวมุ่ยหน้า


            "ล้อเล่น แต่แม่แปลกใจนะเนี่ยที่เดือนไม่ได้ไปร่วมวงกับเขา ปกติเรื่องต่อยตีนี่ไม่พลาดไม่ใช่หรอ?"


            "แม่ หนูไม่ใช่พวกอันธพาลขนาดนั้น ตอนนั้นก็โมโหแหละแต่ห้ามไอ้เสือดีกว่า เดี๋ยวไอ้หมอนั่นตายเอา"


            "ไทเกอร์ต่อยคนที่ขัดขาเดือนจนสลบเลยหรอ?" เหนือเอ่ยขึ้น ผมพยักหน้าแทนคำตอบ "อื้ม ขอบใจนะที่ช่วยแก้แค้นให้"


            "แก้แค้นเลยหรอแดน?" หนาวถาม


            "อื้ม ถ้าแดนอยู่ตรงนั้นก็คงโมโหไม่ต่างกัน ตอนอยู่บ้านทั้งแม่ทั้งแดนดูแลเดือนอย่างดี เป็นใครมาจากไหนกล้าดียังไงมาทำร้ายเดือนกันล่ะ อีกอย่างเดือนไม่ใช่คนที่จะไปทำร้ายใครก่อนอยู่แล้ว" เหนือว่าทั้งที่ปากยังยิ้ม "สรุปคือทั้งทีมโดนหักห้าสิบคะแนนใช่ไหม?"


            "อืม อีกเรื่องอีกครั้งหนึ่งก็คงโดนไล่ออก ถ้าหนูโดนไล่ออกแม่จะโกรธหนูไหม?"


            "ต้องดูก่อนว่าเดือนผิดรึเปล่า แต่ถึงเดือนผิดจริงแม่ก็คงโกรธไม่ลงอยู่ดีนั่นแหละ งั้นถ้าเดือนออกจากโรงเรียนแล้วเดือนจะทำยังไงต่อล่ะ?"


            "ย้ายโรงเรียนไงแม่"


            "แต่มันไกลนะ มีแค่โรงเรียนนี้แหละที่พอเดินไปเรียนได้ โรงเรียนต้องขึ้นรถไป" ป้าแมวว่า "เอาเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันก็ได้"


            "ครับ" หนาวพยักหน้า "แต่เสือ มึงโดนพักการเรียนกับเรียกผู้ปกครองด้วยหนิ?"


            "เออว่ะ" ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ โดนพักการเรียนหนึ่งอาทิตย์น่ะไม่เท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ยืมสมุดไอ้ฟิวส์มาดู แต่เรียนผู้ปกครองนี่สิ


            "ให้ป้าไปไหม?" ป้าแมวเสมอ "เดี๋ยวแม่จะเอาขนมไปฝากครูใหญ่ด้วย เผื่อเขาจะเอ็นดูหนู"


            "ไม่เป็นไรครับ" ผมยิ้ม ไม่อยากให้ป้าแมวมาต้องลำบากด้วยเท่าไหร่ "เดี๋ยวผมโทรบอกคนที่บ้าน"


            "โอเค ไม่ต้องเครียดมากนะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ครูใหญ่ก็หายโกรธแล้วเชื่อป้าสิ" ป้าแมวส่งยิ้มที่ทำให้รู้สึกสบายใจมาให้ ผมยิ้มตอบ เราคุยกันอีกพักใหญ่ค่อยแยกย้าย เหลือแค่ผมกับหนาวนั่งกันอยู่ข้างล่างเหมือนเดิม


            "มึงจะโทรให้ใครมา"


            "ก็ต้องพี่กูแหละมั้ง จะเป็นใครได้อีก" ผมว่าก่อนจะถอนหายใจ "เฮ้อ มันจะมาไหมนะ"


            "ถ้าไม่มาอะ"


            "นั่นดิ"


            "ให้แม่กูไปไหม"


            "ไม่อะ" ผมส่ายหน้า "ไม่อยากรบกวนป้าแมว ถ้าพี่กูไม่มาจริงๆก็คงต้อง...ต้องทำไรดีวะ จ้างคนอื่นมาเนียนเป็นผู้ปกครองหรอ"


            "แล้วตอนประชุมผู้ปกครองของใครมาอะ"


            "ไม่มี กูไม่ได้บอกที่บ้านเรื่องงานประชุมหรอก"


            "อ๋อ งั้นเอางี้ โทรถามพี่ ถ้าพี่มึงไม่มา จะให้แม่กูไป"


            "เฮ้ย ไม่เอาดิ รบกวนป้าแมว"


            "ไม่เป็นไรหรอกน่า แม่กูคุยกับคนเก่ง" หนาวยืนยัน ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง "โทรบอกเลยดิ ต้องไปพรุ่งนี้หนิ"


            "ตอนนี้กี่โมง"


            "จะสามทุ่มแล้ว


            "มันจะว่างไหมวะ?"


            "แชตหาก่อนก็ได้"


            "โอเค"

 





[ไอ้เหี้ยสิงห์]


 

                                                                                                                         Tg. : สิงห์

กูมีเรื่องจะขอร้องหน่อย

ว่างแล้วโทรมาทีนะ

ก่อนพรุ่งนี้

 






            แม้ในใจจะไม่อยากขอความช่วยเหลือจากมันเท่าไหร่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ดีกว่ารบกวนป้าแมว ผมหวังในใจว่าให้มันตอบก่อนพรุ่งนี้เช้า แต่ยังไม่ทันได้วางมือถือลง แชตขึ้นว่าอ่านแล้วและมันก็โทรมาทันที


            (มีอะไร) น้ำเสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากปลายสาย


            "เอ่อ พรุ่งนี้มึงว่างไหม"


            (มีอะไร)


            "กู...กูมีเรื่องนิดหน่อย"


            (เรื่องอะไร)


            "กูไปต่อยกับเด็กโรงเรียน มีเรื่องตอนเตะบอลกระชับมิตรกันอยู่ กูเป็นคนเริ่มด้วย ครูใหญ่เลยเรียกพบผู้ปกครองพรุ่งนี้"


            (โรงเรียนไหน)


            "ฮะ?"


            (โรงเรียนที่มึงไปมีเรื่องด้วย โรงเรียนไหน)


            "โรงเรียน xxx ถามทำไมวะ"


            (แล้วมึงโดนอะไรอีกบ้างนอกจากเรียกผู้ปกครอง)


            "หักคะแนนความประพฤติแล้วก็พักการเรียนอาทิตย์หนึ่ง"


            (พรุ่งนี้กูไป กี่โมง)


            "...เอ่อ" ผมอึ้งไป ไม่คิดว่ามันจะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้ ตอนแรกที่เห็นมันถามนึกว่าจะด่าซะอีก "พักกลางวันแล้วกัน ประมาณเที่ยง"


            (อืม เจอกันตอนเที่ยง)


            "ได้...ขะ ขอบใจนะ" ผมกลั้นใจพูดคำว่าขอบคุณไปเพราะหนาวเอาแต่กระซิบว่าขอบคุณด้วย ขอบคุณด้วย


            (...) ไอ้สิงห์ไม่ตอบอะไรก่อนจะรีบวางสายไปอย่างรวดเร็ว


            "พี่มึงว่าไงบ้าง"


            "ก็จะมาแหละ พรุ่งนี้ตอนเที่ยง"


            "เขาว่าไงตอนมึงขอบคุณ"


            "ไม่ว่าไง รีบวางสายไปเลย กูว่ามันไม่ชอบหรอก แม่งคงได้ยินแล้วกระดากหูอะ ส่วนกูก็กระดากปากชิบหาย"


            "เอาน่า พูดไปอะดีแล้ว เฮ้อ หวังว่าพรุ่งนี้จะราบรื่นนะ... พี่มึงคงไม่ใส่สูทมาใช่ไหม"


            "..." 


            "ชิบหาย" หนาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง "กูว่าพรุ่งนี้โรงเรียนแตกตื่นแน่"

            

            

 

            

            

            

 

 

            

             



     #ช่วงนี้เดือนหนาว


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.931K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,337 ความคิดเห็น

  1. #10913 softless (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 18:08
    พี่สิงห์ร้องไห้เเล้งมั่ง น้องโทรมาขอร้องงี้55555555555555555
    #10,913
    0
  2. #10565 Promise69 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 14:56
    อย่าขอบคุณ!!เดี๋ยวอิพี่สิงห์แอบไปร้องไห้55555555
    #10,565
    0
  3. #10390 Jinjoo.K (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 15:06
    พี่สิงห์แอบไปร้องไห้ปลาบปลื้ม ดูออก555555555
    #10,390
    0
  4. #9471 ttwachi_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 23:42
    แง เอ็นดูพี่สิงห์มากก กลั้นเขินอยู่แหละ ดูออกกกก
    #9,471
    0
  5. #9401 bbussya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 13:58
    ชอบพี่สิงห์ 555555 น่ารักมาก
    #9,401
    0
  6. #9336 AnTANDAN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 15:07
    555555 พี่สิงห์กรี๊ดลั่นห้องแล้วม้างง เขินน้องแหละ
    #9,336
    0
  7. #8566 fernsutthikul (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 19:39
    พี่สิงห์เขินก็บอกก ห่วงน้องก็พูดด
    #8,566
    0
  8. #8517 ddmm417 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 08:24
    พี่สิงห์เขินน้อง5555
    #8,517
    0
  9. #8197 kikss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 16:01

    พี่สิงห์รีบวางสาย เพราะดีใจ เสือพูดขอบคุณแน่ๆ 555555555 คลั้งรักน้องชาย น้องชายก็คลั่งรักเดือนหนาว

    #8,197
    0
  10. #7973 หวีดดดดด!!! (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:49
    บอกเพื่อนเลี่ยงได้เลี่ยง แต่พอเธอคนนั้นโดนขัดขา นายก็กำหมัดซัดเขาเลยนะไทเกอร์
    #7,973
    0
  11. #7716 Phirawan-K (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:02
    พี่บันทึกชื่อน้องว่า น้องเสือของพี่สิงห์❤
    แล้วตัดมาที่น้องบันทึกชื่อพี่ดิ -เ-้ยสิงห์
    โถ่วววว พี่สิงห์😂
    #7,716
    0
  12. #7675 mojisky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:51
    พี่สิงห์ 555555555555
    #7,675
    0
  13. #7662 TinyTNT (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:30
    เอาละค่ะ ใครมาทำให้น้องพี่เค้ามีปัญหาคะ เดี๋ยวได้เจอๆ
    #7,662
    0
  14. #7388 allkul (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 23:25
    พี่สิงรีบวางสายเพราะร้องไห้แล้วแน่ๆ555
    #7,388
    0
  15. #7372 P.chonn3 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 01:48
    555555555พี่สิงห์เตรียมสูทแล้ววว
    #7,372
    0
  16. #7366 Mirror room (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 01:33
    พี่น้องคู่นี้น่ารักจังอ่านแล้วเขินแทน555555555555
    #7,366
    0
  17. #7345 BaiTong23 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 11:58
    พี่สิงห์คือร้อฃไห้แล้วแน่ 5555
    #7,345
    0
  18. #7340 kokujang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 00:50
    ชอบความพี่สิงห์มากๆอ่า น่ารักจังเลย😄😄😄😄😄
    #7,340
    0
  19. #7336 .DARk. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 20:42
    ความบราค่อนของเฮียสิงห์แกไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
    #7,336
    0
  20. #7309 nan.nnoka (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:26
    พี่สิงห์กัดปากกรี๊ดอยู่แน่ๆ แต่อีรร.นั้น กับผอ.น่าจะโดนหนักอยู่555555555
    #7,309
    0
  21. #7307 11-12 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 23:58
    555555

    ขำรอตอนหน้าเลยได้ไหมอะ แล้วดูความเมมชื่อที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวนั้นสิโถ่
    #7,307
    0
  22. #7188 jj1994 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 08:05
    พี่สิงห์ยังอยู่ดีมั้ย
    #7,188
    0
  23. #7187 sunmarine (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 05:54
    55555 คำว่าโรงเรียนไหน มีงง
    แต่ตอนนี้โรงเรียนนั้นหนาวแน่
    แดนหนาวไม่ต้องห่วงไทเกอร์หรอก
    พี่เค้ารักของเค้ายิ่งกว่าอะไร
    #7,187
    0
  24. #7186 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 05:31
    สิงห์ นายกรี้ดอยู่ใช่มั้ย ที่น้องขอบใจ // ไว้อาลัย รร.ตรงข้ามจ้าาา
    #7,186
    0
  25. #7175 KeavalinKort (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 04:37
    ครูใหญ่ จะโดนอะไรน๋า....
    #7,175
    0