#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : พี่สิงห์กับร้านบิงซู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,676 ครั้ง
    8 ต.ค. 63





Chapter 10 : พี่สิงห์กับร้านบิงซู

 

 





♚♚♚

 





 

 

 

         ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ ผมทำงานอยู่ในห้อง ในขณะที่กำลังตั้งใจอ่านเอกสารในมืออยู่นั้นจู่ๆก็มีเสียงสายเรียกเข้าดัง ถอนหายใจเบาๆอย่างเบื่อหน่ายที่ถูกขัด หยิบมือถือขึ้นมาหวังว่ามันจะเป็นสายสำคัญจริงๆไม่อย่างนั้นคงทำให้ผมอารมณ์เสียน่าดู


            เมื่อเห็นเบอร์ที่บันทึกเอาไว้โชว์ขึ้นมา ผมเบิกตาโตอย่างตกใจ


            น้องเสือของพี่สิงห์


            ไอ้เสือโทรมา...


            มันโทรมาทำไมวะ


            เชี่ย


     เชี่ยๆๆๆๆ ครั้งแรกเลยปะวะที่มันเป็นฝ่ายโทรหาผมก่อน มีอะไรรึเปล่าวะ หรือจะโทรมาด่า ไม่สิ หรือกูตาฝาด ผมลองขยี้ตาก็ยังเห็นว่าเป็นไอ้เสือโทรมาจริงๆ 


            ผมลูบหน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อตั้งสติ กระแอมเล็กน้อยเพื่อให้น้ำเสียงเป็นปกติ กลั้นหายใจก่อนจะกดรับ


            “มีอะไร” ผมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์และคิดว่าตัวเองนั้นทำเสียงนิ่งใช้ได้แล้ว


            (สิงห์)


            เรียกชื่อด้วย...


            “มีอะไร”


            (มึง...วันนี้ ไม่สิ ช่วงนี้มึงว่างมั้ย อ่า ช่วงไหนก็ได้ มึงว่างช่วงไหน) 


            “มึงมีอะไรล่ะ” ผมยังคงถามย้ำเพราะไม่เข้าใจว่ามันจะถามเรื่องเวลาว่างของผมทำไม 


            (กูมีเรื่องจะคุยกับมึง แบบจริงจัง)


            คำพูดนั้นของปลายสายทำผมชะงักไปทันที ในใจคิดไปต่างๆนานาว่ามันมีเรื่องอะไรจะคุยกันแน่


            “อืม มึงนัดมาสิ”


            (มึงว่างช่วงไหนล่ะ?)


            “นัดมาได้เลย”


            (วันนี้)


            “ได้ ที่ไหน กี่โมง”


            (บ่าย เดี๋ยวแชร์โลร้านให้)


            “อืม”


            แล้วมันก็วางสายไป ผมที่กลั้นหายใจและเผลอเกร็งมาตลอดการคุยกัน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมคลายไหล่ลง พลันรู้สึกได้ว่าหัวใจในหน้าอกกำลังเต้นรัว มือสองข้างสั่นอย่างควบคุมไม่ได้


            ไอ้เสือนัดผมออกไปคุยเรื่องจริงจัง...


            ไอ้เสือนัดผมไปกินข้าว!


            ผมรีบกดโทรหาไอ้เบน ทันทีที่มันรับผมก็ตะคอกใส่ปลายสายจนมันตกใจ


            “เบนมีเรื่องใหญ่แล้วรีบมาหากูเดี๋ยวนี้!


            (เรื่องใหญ่หรอ กูทำงานอยู่เนี่ย)


            “ไม่ต้องทำแล้ว!


            (ได้ไง มึงเป็นคนสั่งกูมาทำ) น้ำเสียงของไอ้เบนดูกระวนกระวายนิดหน่อย รอบข้างมีเสียงเอะอะโวยวายเต็มไปหมด


            “กูก็สั่งให้มึงหยุดได้”


            (อะไรวะ แม่ง)


            “รีบมา!


            (เออๆ)


            “รีบ!


            (เออ รอแป๊บ!) แล้วมันก็รีบวางสาย ผมทิ้งงานตรงหน้าแล้วลุกจากเก้าอี้ ลุกลี้ลุกลนไม่รู้ว่าควรทำยังไง เดินวนอยู่รอบโต๊ะสักพักก่อนจะคิดได้ว่าควรไปเลือกชุด เดินตรงไปยังห้องแต่งตัวแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ไล่สายตามองหาชุดที่คิดว่าเหมาะ


            ใส่สูท ต้องใส่สูท 


            ผมหยิบสูทตัวใหม่ออกมา เป็นสูทตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งตัดและยังไม่เคยใส่ไปไหน ผมลองสวมแล้วส่องดูตัวเองในกระจก ไม่รู้ว่าโอเครึยังเลยถอดออกแล้วลองสวมอีกหลายๆตัว ไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เป็นไอ้เบนที่เปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ


            “มีไร เรื่องใหญ่อะไรทำไมถึงเอาแต่แต่งตัวอยู่นั่น”


            “ไอ้เสือนัดกูออกไปกินข้าว!


            “ฮะ?”


            “ไอ้เสือ นัดกูออกไปกินข้าวตอนบ่าย มึงมาช่วยเลือกชุดหน่อย”


            “นี่คือเรื่องใหญ่ของมึงหรอ?” ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงอย่างเซ็งๆ หดไหล่ลงราวกับผิดหวังและหมดแรง เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าและนั่งลงบนโซฟา “กูไม่น่ารีบมาเลย... ทำไมวะ ทำไมกูถึงต้องมีเจ้านายอย่างนี้ด้วย!     ไอ้บราค่อน!


            แผดเสียงดังโวยวาย ยกมือสองข้างขึ้นเชิงว่า นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย


            “ไม่ เบน มึงต้องตกใจก่อนสิ ไอ้เสือมันไม่เคยนัดกูไปกินข้าวเลยนะ แค่โทรมามันก็แทบไม่เคย คุยกับกูก่อนก็แทบไม่มี นี่มันควรได้รับการจารึกลงในหนังสือประวัติศาสตร์แล้วเบน มึงว่าชุดนี้เป็นไงวะ”


            “...อืม ก็จริงที่มันน่าแปลกใจ” ไอ้เบนว่าเสียงอ่อนลงอย่างปลงตก “มันไม่ดูทางการไปหรอวะ แค่นัดกินข้าวเองไม่เห็นต้องใส่สูทเลย”


            “ไม่ กูต้องใส่สูท”


            “อ่า นั่นตัดใหม่หรอ ไม่เคยเห็น”


            “ใช่ เป็นไง” 


            “เหมือนจะไปเจรจาธุรกิจพันล้าน”


            “ก็ดี ถือว่าเหมาะสม”


            “...แล้วน้องมันได้บอกมั้ยว่าจะนัดทำไม จู่ๆก็นัด แปลกมาก” อีกฝ่ายตั้งท่าสงสัย ผมหันไปมองมันด้วยแววตาสงสัยไม่ต่างกัน 


            “นั่นน่ะสิ บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไรแค่บอกว่าเป็นเรื่องจริงจัง”


            “แล้วนัดร้านไหน”


            “ไม่รู้ บอกจะส่งโลมา”


            “อ๋อ มึงดูร้านก่อนมั้ย ค่อยตัดสินใจว่าจะใส่ชุดแบบไหน จะได้เข้ากับบรรยากาศ”


            “ไม่จำเป็น” ผมยืนยันเสียงแข็ง ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องใส่สูทเท่านั้น 


            “ทำไมถึงนัดกันนะ มีแผนอะไรรึเปล่า” เลขาของผมขมวดคิ้วคิดอย่างจริงจัง “ทั้งที่เกลียดหน้ามึงจะตาย เจอในบ้านก็หลบหน้าตลอดแต่ครั้งนี้ถึงกับนัดไปกินข้าว มึง หรือว่าน้องมึงจะลวงมึงไปฆ่าวะ”


            “...” ผมชะงักมือที่กำลังติดกระดุมเสื้อสูท หันไปมองทางคนที่นั่งอยู่บนโซฟาหลังจากมันเอ่ยข้อสันนิษฐานแปลกๆออกมา “ไม่มั้ง มันอาจจะสารภาพรักกับกูก็ได้ แบบว่าขอโทษที่ปากแข็งมาตลอด ความจริงแล้วรักพี่สิงห์มากๆ”


            “คนปากแข็งคือมึง ไอ้ชิบหาย” ไอ้เบนเสยผมอย่างเซ็งๆ “แล้วนัดไปสองคนหรอ”


            “ไม่รู้ว่ะ มันไม่ได้บอกว่าจะพาใครไปด้วยนะ”


            “อาจจะพาเพื่อนที่เป็นหัวหน้าแก๊งไปด้วยก็ได้”


            “...พามาทำไม”


            “ก็จะลวงมึงไปฆ่าไง!


            “ทำอะไรกูไม่ได้หรอก” ผมว่าอย่างไม่คิดอะไร ไม่ว่ามันจะมีแผนอะไรแปลกๆอย่างที่ไอ้เบนว่าจริงๆ ผมก็มั่นใจว่าเด็กพวกนั้นไม่มีทางทำอะไรผมก็ได้


            “มั่นใจได้ไง”


            “มึงทำงานกับกูมาตั้งนานเบน”


            “ก็รู้ว่ามึงเก่ง แต่มึงมันบราค่อนไง เกิดมันใช้จุดอ่อนของมึงให้เป็นประโยชน์ล่ะ กูว่าถึงตอนนั้นมึงทำอะไรไม่ได้แน่”


            “...เออว่ะ งั้นเบน”


            “อะไร”


            “เตรียมคนไปคุ้มกันด้วย สี่คนพอ”


            “ได้” เลขาฯของผมตอบรับคำแล้วออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อจัดการทันที ใช้เวลาแค่ไม่นานมันก็เดินกลับเข้ามา “เรียบร้อย เตรียมรถแล้วด้วย”


            “อืม”


            “ยังไม่ได้ชุดอีกหรอ”


            “มึงช่วยเลือกหน่อย”


            “ตัวนี้มั้ย” ไอ้เบนเดินเข้ามาหยิบสูทตัวหนึ่งที่ผมลองใส่ไปรอบหนึ่งแล้ว “คิดไปคิดมาก็ใส่เป็นทางการไปเลยก็ได้ จะได้ดูน่าเกรงขาม พวกนั้นจะได้ไม่กล้าทำอะไร”


            “ใช่” ผมพยักหน้า รับสูทที่ไอ้เบนยื่นให้มา “อืม สรุปตัวนี้แหละ”


            “เออ ให้กูไปด้วยมั้ย”


            “ไป”


            “ครับหัวหน้า” ไอ้เบนแกล้งว่า “งั้นกระผมขออนุญาตไปเตรียมตัวเพื่อไปคุ้มกันเจ้านายบราค่อนกินข้าวกับน้องชายก่อนนะครับ”


            “กวนตีน เออ เบน” ผมเอ่ยเรียกรั้งเอาไว้ก่อนมันจะเปิดประตูออกไป “กูว่าจะเซ็ตผมด้วย”


            “...ขนาดนั้นเลยหรอ”


            “เออ”


            “ได้ เดี๋ยวจัดการเรียกคนมาทำให้”


            “อืม”


            แล้วไอ้เบนก็เดินออกไป ผมไปอาบน้ำแต่งตัว นั่งรออยู่ในห้องจนกระทั่งช่างทำผมเข้ามาช่วยเซ็ตผมให้ มองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก สภาพตอนนี้เหมือนกำลังจะไปเจรจาธุรกิจพันล้านอย่างที่ไอ้เบนว่าจริงๆ


            เช็กดูโทรศัพท์พบว่าไอ้เสือส่งโลเคชั่นร้านมาแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าจะพาเพื่อนไปด้วยอีกคนหนึ่ง


            พามาจริงๆด้วย...แล้วพามาทำไมวะ


            ทั้งที่ควรจะได้คุยกันแค่สองคน คนอื่นจะมาเกะกะเพื่ออะไรวะเนี่ย!


            ถึงจะเซ็งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่นานก็ถึงเวลาจึงขึ้นรถแล้วไปยังที่ร้าน ยิ่งใกล้ร้านเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก 


            “สิงห์”


            “อะไร”


            “ร้านที่มึงส่งมาไม่ผิดแน่นะ”


            “ก็ไอ้เสือส่งร้านนั้นให้กู ทำไม”


            “มึงรู้มั้ยว่าเป็นร้านอะไร”


            “ไม่ กูไม่ได้สนใจเท่าไหร่”


            “...อ่า อืม”


            “ทำไม”


            “ไม่ ไม่มีอะไร แค่กูสงสัยว่าปักหมุดผิดรึเปล่า”


            “ไม่รู้สิ”


            รถขับผ่านโรงเรียนของไอ้เสือมาไม่ไกลก็เลี้ยวเข้าซอยมาจอดที่หน้าร้านๆหนึ่ง ผมปรายสายตามองเห็นเป็นร้านที่ตกแต่งเต็มไปด้วยสีชมพู


            “ผิดร้านรึเปล่า” ผมถาม คนขับยืนยันว่าถูกต้องแล้ว


            “ถูกแล้วแหละ” ไอ้เบนยืนยันอีกเสียง “กูถึงถามไงว่าน้องมึงปักหมุดถูกรึเปล่า”


            “คงไม่ผิดหรอก” ผมว่า เปิดประตูลงจากรถแล้วจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ เบนเองก็ลงมาด้วย แล้วรถสีดำสองคันก็เคลื่อนตัวออกไปเพื่อจอดในมุมที่ไม่สะดุดตา ผมสั่งให้คนอื่นจับตารอดูอยู่ด้านนอก ส่วนเบนก็จะให้มันไปนั่งโต๊ะอื่น


            ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป สายตาของทุกคนในร้านหันมามองผมเป็นตาเดียว ด้านในร้านยังคงตกแต่งด้วยสีชมพูเป็นหลัก 


ที่นี่คงเป็นร้านขนมหวาน...และแน่นอนว่าผมไม่เคยเข้าร้านขนมหวานมาก่อน


            “สิงห์ มึงไม่ต้องดึงหน้ามากก็ได้ โคตรเด่นเลยไอ้สาด ใส่สูทสีดำจัดเต็มมาขนาดนี้” ไอ้เบนกระซิบบอก เบนใส่แค่เสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนเท่านั้นเลยไม่ดูสะดุดตาเท่าไหร่ ต่างกับผมที่ใส่สูทสีดำทั้งตัว สอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ทำสีหน้าเคร่งขรึมด้วยความเคยชิน ด้วยความที่ผมสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรด้วยทำให้ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยืนอยู่ในร้านขนมหวานที่ไม่มีความเข้ากันเลยแม้แต่น้อยอย่างนี้


            “ปกติ”


            “สัดเอ๊ย คนเขากลัวหมดแล้ว”


            มันก็คงจริงอย่างที่ไอ้เบนว่า หลายคนที่หันมาแล้วเผลอสบตากับผมรีบหลบตาอย่างรวดเร็ว ท่าทางเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก หลายคนกระซิบกระซาบกัน พนักงานคนหนึ่งกุลีกุจอรีบมาต้อนรับทันที ใบหน้านั้นถอดสีอย่างเห็นได้ชัด เธอโค้งตัวลงจนหลังแทบขนานกับพื้น


            “ชะ...เชิญค่ะ คุณลูกค้า”


            ผมไม่ตอบอะไรแค่ปรายสายตามอง พลันผู้หญิงคนนั้นก็ตัวแข็งทื่อ แอบได้ยินเบนถอนหายใจออกมาเสียงเบา ผมเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจอะไรแค่กวาดสายตามองหาไปทั่วร้าน


            ลูกค้าทุกคนในร้านก้มหน้า สายตาหลุบต่ำลงโดยอัตโนมัติ นี่เป็นปฏิกิริยาปกติที่ผมได้รับและแน่นอนว่าผมชอบมัน หลายคนรีบเก็บของอย่างกระวนกระวาย 


            “เลิกกวาดสายตามองไปทั่วได้แล้ว” ไอ้เบนยังคงกระซิบเตือน “สายตาน่ากลัวชิบหาย”


            “กูแค่หาน้องกู” และมองไปรอบๆร้านเพื่อดูการจัดวางและทางเดินรวมถึงหาคนที่น่าสงสัยด้วย เผื่อว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา “สงสัยจะยังไม่มาแฮะ”


            “นั่งก่อนเถอะ” ไอ้เบนกระตุกชายเสื้อผมอย่างแรงดึงให้ไปนั่งด้านในสุด มันนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “สิงห์ มึงกลัวคนไม่รู้รึไงว่าเป็นมาเฟียอะหะ?”


            “กูก็ปกติ”


            “เออ แต่ไม่ปกติสักวันไม่ได้หรอ ทำตัวให้เป็นคนธรรมดากลมกลืนกับคนอื่นน่ะ”


            “ใส่สูทแล้วอินเนอร์มันมาว่ะ ถ้าใส่ชุดธรรมดาคงไม่เป็นขนาดนี้” ผมว่าไปตามตรง เพราะทุกครั้งที่ใส่สูทคือตอนออกไปทำงานหรือมีนัดสำคัญ วันธรรมดาที่ไม่ได้ทำอะไรก็จะแต่งตัวปกติ แค่วันนี้ดันใส่สูทมามันก็เลยชิน


            “ถ้ารู้ว่าเป็นร้านบิงซู กูคงจะบอกให้มึงแต่งตัวธรรมดามา”


            “บิงซู?”


            “บิงซู ใช่ ทำไม”


            “มันคืออะไร”


            “...


            “แต่กูรู้ว่ามันคือร้านขนมหวาน”


            “ก็แน่ล่ะ” ไอ้เบนถอนหายใจออกมาพร้อมหยิบแผ่นกระดาษมากางบนโต๊ะ “เข้าสู่การติวมาเฟียสู่เส้นทางของขนมหวาน นี่คือบิงซู คล้ายๆน้ำแข็งไส อ่า มันเป็นน้ำแข็งที่ปั่นละเอียด ใส่อะไรเพิ่มเข้าไปก็ได้ อย่างอันนี้บิงซูโอริโอ้ เวร ไม่รู้จักโอริโอ้อีกมั้ง”


            “...” ผมมองภาพที่ไอ้เบนชี้อย่างไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร 


            “เฮ้อ เกิดมาก็จับแต่ปืนอะเนาะคนเรา”


            “แล้วตกลงมันคืออะไร แล้วทำไมไอ้เสือถึงนัดกูมาร้านนี้” 


            “อันนั้นกูก็ไม่รู้ สรุปนี่คือบิงซูนะ ใส่สตอเบอร์รี่ก็ได้ สตอเบอร์รี่ รู้จักใช่ไหม?”


            “รู้” ผมพยักหน้า


            “นี่คือโทสต์ ขนมปัง น่าจะพอรู้จักแหละ”


            “อ่า”


            แล้วไอ้เบนก็นั่งอธิบายเกี่ยวกับเมนูในร้านไปเรื่อยๆ มีทั้งที่เคยเห็นผ่านตามาบ้างในโรงแรมที่เขาเอามาเสิร์ฟให้ แต่หลายอย่างก็ไม่รู้จักจริงๆ


            “น้องมึงมาแล้ว” ไอ้เบนกระซิบแล้วรีบลุกออกไปนั่งโต๊ะอื่นทันที ผมปรายสายตามองเห็นไอ้เสือในชุดลำลองกับเด็กอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เพื่อนของไอ้เสือขมวดคิ้วมองผมเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด สะกิดกระซิบกระซาบถามกันอยู่สักพักค่อยเดินมาหา ทั้งสองนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม


            ไอ้เสือท่าทางปกติแค่ดูอารมณ์เสียนิดหน่อย ส่วนอีกคนตัวเกร็งและล่กอย่างมาก


            “เดือนหนาวงั้นเหรอ?” เป็นผมที่เอ่ยถามออกไป น้ำเสียงเรียบจนกระทั่งตัวผมเองยังแปลกใจ สงสัยเพราะในใจลึกๆแล้วไม่ค่อยชอบเด็กคนนี้ล่ะมั้ง ก็มันเป็นคนที่แย่งน้องชายผมไป แถมไม่พอยังมีโอกาสที่มันจะกำลังคิดแผนร้ายหลอกใช้น้องผมอีกด้วย


            “ฮะ อ่า เอ่อ ครับ เดือนหนาวเองครับผม” ยิ้มแห้งพร้อมยกมือขึ้นเกาหัว ท่าทางงี่เง่าแบบนี้ดูไม่เหมือนคนกำลังคิดร้ายอะไร แต่อาจจะแค่แกล้งหลอกให้ตายใจก็ได้ ผมเห็นมานักต่อนักแล้ว คนที่ต่อหน้าแกล้งทำเป็นใสซื่อแต่ความจริงแล้วตรงกันข้าม


            ปรายสายตามองอย่างละเอียด ทรงผมนักเรียนธรรมดา เสื้อยืด...ของไอ้เสือ? หน้าตาก็ไม่ถึงกับโดดเด่นอะไร ผมหันไปมองไอ้เสือบ้าง แต่มันกำลังเบนสายตาไปทางอื่นจงใจไม่มองผม


            “สั่งอะไรรึยังครับพี่” น้ำเสียงนั้นเรียกให้ผมหันสายตากลับไปมอง เมื่อสบตากันเด็กคนนั้นก็สะดุ้งจนคิ้วกระตุก “พี่เคยมากินร้านนี้รึยัง”


            “ไม่เคย”


            “อ่า งั้นผมขอแนะนำ บิงซูเมล่อนมาใหม่อร่อยมากเลยพี่ เอ่อ สมูสตี้ก็อร่อย ถ้ามาเฟียเขากินสมูสตี้น่ะนะ มาเฟียกินสมูสตี้มั้ยวะ” ประโยคท้ายเสียงเบาลงแล้วหันไปถามไอ้เสือแทน 


            “ไม่รู้” ไอ้เสือตอบ


            “มึงถามสิ” เปลี่ยนเป็นกระซิบแต่ผมก็ยังได้ยินอยู่ดี


            “มึงสิถาม”


            “เสือมึงถาม มึงคุยกับพี่มึงบ้าง”


            “...


            “เสือ เราตกลงกันว่าไง”


            “เออๆ มึงแดกสมูสตี้ปะ” แล้วไอ้เสือก็หันมาถามผมหลังจากโดนคะยั้นคะยอ ผมมองอย่างแปลกใจกับการกระทำของเด็กนี่เล็กน้อย 


            “เออ” ผมตอบไปทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าสมูสตี้มันคืออะไร


            “ครับ งั้นเอาเป็นสมูสตี้อะไรดี”


            “อะไรก็ได้”


            “อ่า ครับ เอ่อ แล้วพี่กินหวานมั้ย แต่ไม่น่าจะกินหรอกมั้งเข้มขนาดนี้... เอ่อ โทษครับ ตื่นเต้นไปหน่อย” คนว่าเกาหัวอย่างเขินอาย กลับกลายเป็นว่าถูกไอ้เสือมองด้วยแววตาเอ็นดูซะอย่างนั้น ผมที่ถูกไอ้เสือมองด้วยแววตารังเกียจมาตลอดรู้สึกอิจฉาตาร้อนอย่างบอกไม่ถูก เผลอมองไอ้เด็กเดือนหนาวอย่างคาดโทษ พอมันรู้ตัวว่าโดนผมมองอยู่ก็ทำตัวลีบยิ่งกว่าเดิม


            “อยากสั่งอะไรก็สั่งเลย” ผมว่าเพราะเบื่อที่ต้องมาโดนถามว่ากินอะไรมั้ยทั้งที่ไม่ได้อยากกินเลยสักอย่าง


            “มีของคาวด้วยนะพี่ แบบว่าสปาเก็ตตี้ สเต๊กงี้”


            “...


            “พี่มึงตึงใส่กูทำไมอะ” เป็นอีกครั้งที่หันไปกระซิบถามคนข้างๆ “เขากลัวไม่เท่หรอ”


            “...


            อยากจะบอกว่ากูได้ยินนะ


            และแล้วการสั่งเมนูก็ผ่านพ้นไป เหลือแค่พวกเราสามคนท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด แน่นอนว่าที่มันตึงเครียดนั้นเป็นเพราะผมเอง


            “มึงมีอะไรจะพูด” ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป เดือนหนาวเอาศอกกระทุ้งไอ้เสือ


            “มึง”


            “อะไร”


            “พี่มึงคุยด้วยเนี่ย”


            “เออ ได้ยินแล้ว”


            “แล้วจะทำเมินทำเหี้ยอะไร ตอบเขาไปสิ”


            “...” ไอ้เสือขมวดคิ้ว สีหน้าไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก “มึง”


            “อะไร”


            “กูไม่ชอบมึง”


            “...


            เฮื้อออออออออ!!!


            ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสำลึกเลือดออกมา ถึงอย่างนั้นใบหน้ายังคงนิ่งอยู่ ท่าทางภายนอกดูไม่ได้หวั่นไหว แต่ภายในเจ็บซ้ำไปหมดแล้ว


            นัดกูออกมาเพื่อบอกว่าไม่ชอบกูอย่างนั้นหรอ!! มันจะใจร้ายเกินไปหน่อยรึเปล่า!!


            “แล้วยังไง” ผมถามกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย


            “ไอ้เหี้ยเสือ มึงพูดอย่างนี้แล้วจะคุยกันรู้เรื่องไหม กูบอกว่าไง” คนที่นั่งข้างๆยังคงพยายามเตือนไอ้เสือ หมายความว่าเป็นมันสินะ ที่หว่านล้อมให้ไอ้เสือมาคุยกับผม


            ...กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ไอ้เด็กคนนี้


            “เฮ้อ เออๆ” ไอ้เสือกลับมานั่งยืดตัวตรง “นี่เป็นครั้งเดียวที่กูจะคุยกับมึงแบบจริงจัง ไม่อคติ ไม่ใส่อารมณ์ ถ้าครั้งนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่อง กูก็ไม่คุยแล้ว”


            “อ่า” ผมตอบอย่างเข้าใจ อีกฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนกำลังพยายามเตรียมใจ ส่วนผมก็เอาแต่รอลุ้นว่ามันจะคุยเรื่องอะไร แน่นอนว่าใจผมอ่อนลงไปแล้วเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ มันลงทุนนัดผมออกมาขนาดนี้ ไม่ว่าจะขออะไรก็จะให้ 


     บ้าน รถ บริษัทหรอหรือว่าเกาะส่วนตัว เอาทรัพย์สินทั้งหมดกูไปเลยมั้ยล่ะ!


            ไอ้เสือไม่ยอมพูดออกมาสักทีจนผมเกือบจะเก็บสีหน้าตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่


            “กู”


            มึงพูดสักทีได้ไหม!!


            “กูไม่อยากให้มึงพูดไม่ดีใส่กูอีกแล้วอะ”


            “...


            สิ้นคำพูดของไอ้เสือ ทั้งโต๊ะถูกความเงียบเข้าครอบคลุมอยู่เกือบนาที ผมนิ่งอึ้งไป ตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่พอใช้เวลาประมวลสักพักก็เข้าใจ ยกมือขึ้นป้องปากตัวเองเอาไว้เพราะกลั้นยิ้มไม่อยู่

            ไม่อยากให้กูพูดไม่ดีใส่อีกแล้วหรอ


     โห...ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้!! ใจอยากจะดึงมันมากอดแล้วลูบหัวเบาๆแต่ก็ห้ามตัวเองเอาไว้


            “หัวเราะเยาะกูหรอ” น้ำเสียงของไอ้เสือเต็มไปด้วยความผิดหวัง ได้ยินอย่างนั้นผมหุบยิ้มทันที “เหอะ กูว่าแล้ว มึงก็เอาแต่ดูถูกกู กูไม่น่าคิดจะมาคุยกับมึงเลยสิงห์ ยังไงมึงก็คงไม่มีทางทำตามคำขอของกูอยู่แล้ว ตอนนี้คงสมเพชกูมากล่ะสิ”


            ด้วยนิสัยเสียของผมทำให้เกือบจะตอบออกไปแล้วว่าใช่และยกยิ้มเย้ยมันเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ยังดีที่ห้ามไว้ได้ทัน


            ไม่ได้ ไม่ได้ๆๆ มึงจะทำตัวเหี้ยไม่ได้แล้วสิงห์นี่คือโอกาสเดียว โอกาสเดียวที่เราจะได้กลับไปคืนดีกันเหมือนเมื่อก่อน มึงจะพลาดโอกาสแบบนี้ไม่ได้!


            “ไปเถอะหนาว” ไอ้เสือว่าพร้อมลุกขึ้น


            “ไม่ใช่” ผมทำน้ำเสียงให้ออกมาฟังแล้วดูดีที่สุดเพื่อไม่ให้มันเข้าใจผิดอีก พยายามไม่กวนตีนมันเหมือนที่ผ่านมา “นั่งลงก่อน”


            มันนั่งลงตามที่ผมบอก ผมหยิบแก้วที่เต็มไปด้วยของเหลวสีฟ้าตรงหน้าขึ้นมาจิบแก้เขิน แทบจะสำลักออกมาเพราะความหวานแต่ยังเก๊กขรึมเอาไว้ได้อยู่


            “ทำไมล่ะ?” ผมถามกลับ


            “ก็กูไม่ชอบ ไม่รู้ดิ กูแค่อยากให้เราคุยกันดีๆ บางครั้งมันไม่มีเรื่องต้องให้เราทะเลาะกันเลยด้วยซ้ำแต่มึงก็เอาแต่กวนตีนกูอยู่ได้” ไอ้เสือว่าด้วยน้ำเสียงที่พยายามใจเย็น “หรือว่ามึงเกลียดกูมากขนาดที่ว่าคุยกันดีๆไม่ได้เลย?”


            “ไม่” ผมตอบออกไปทันที “มึงล่ะ?”


            “กูทำไม”


            “มึงไม่ได้เกลียดกูหรอกรึไง”


            “กูไม่ได้เกลียดมึง” อีกฝ่ายส่ายหน้า “กูแค่เกลียดสิ่งที่มึงทำกับกู”


            “...


            ผมหันไปหาไอ้เบนที่นั่งอยู่ไกลออกไป มันกำลังดูดน้ำลอบมองมาทางนี้อย่างสนใจ 


     เบนมึงได้ยินมั้ยว่าน้องไม่ได้เกลียดกู


     ผมกรีดร้องอย่างเงียบเชียบอยู่ในใจ หยิบแก้วน้ำมาจิบอีกครั้งเพราะไม่รู้จะเอามือไปไว้ไหน 


     “กูก็ไม่ได้เกลียดอะไรมึงหรอก” ผมตอบ 


     และความจริงแล้วกูรักมึงมากๆเลยล่ะ 


     “ได้ กูจะไม่พูดจาไม่ดีใส่มึงอีก”


     “...


     “ทำไม”


     “เปล่า แปลกใจเฉยๆ ไม่คิดว่ามึงจะพูดง่ายขนาดนี้”


     “เรื่องง่ายๆแค่นี้เอง” ผมว่าพร้อมยักไหล่ ไม่รู้หรอกว่าจะทำได้มั้ยเพราะเดิมสันดานผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่รับปากไปก่อน บอกตัวเองว่าต้องพยายามเพราะน้องขอร้องขนาดนี้แล้ว


     “อ่า อืม นอกจากเรื่องพูดก็ยังมีเรื่องที่มึงชอบตัวเหี้ยๆใส่กูด้วย”


     “อ่า ไม่ทำแล้ว มีอะไรอีก”


     “หืม?”


     “มีแค่นี้หรอที่จะพูด”


     “มีอีกเรื่อง”


     “ว่ามา”


            “กูตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานกับที่บ้าน”


     “...” คำพูดของน้องชายทำเอาผมชะงักไปเพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน “ทำไม”


     “มึงเคยบอกว่ากูไม่ควรมีเพื่อนหรือคนสำคัญ”


     “ใช่”


     “เพราะพวกนั้นจะตกอยู่ในอันตราย แต่ตอนนี้กูตัดสินใจแล้ว กูไม่อยากเสียใครไปไม่ว่าทางไหน เพราะกูจะปกป้องพวกเขาเอง”


     “...


     ไอ้เชี่ย...เติบโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะน้องเสือของพี่ 


     พี่ชายคนนี้น่ะภูมิใจในตัวมึงมากจริงๆ


     รู้สึกได้ว่าขอบตากำลังเห่อร้อน ผมปลื้มใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาซะตรงนี้แต่ไม่ได้เด็ดขาด ต้องอดทนเอาไว้ก่อน


     “มึงเป็นไร”


     “อะไร” ผมถามกลับ


     “ทำหน้าเครียดชิบหาย ทำไม ไม่อยากให้กูทำงานหรอ”


     “เปล่า ตัดสินใจดีแล้วหรอ”


     “กูทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” มันยักไหล่ “มึงบอกเองว่ากูหนีไม่ได้”


     “อืม เตรียมใจมาดีแล้วสินะ”


     “อืม”


     “แล้วจะทำไงต่อ”


     “กูสิต้องถามสิ กูต้องทำยังไง”


     “อ่า” 


     จริงด้วย มันไม่รู้อะไรเลยนี่หว่า


     “งั้นช่วงแรกกูจะคอยบอกมึงเองว่ามึงควรทำอะไร” ผมว่า “แล้วอย่าหนีเหมือนที่ผ่านมาอีก”


     “รู้แล้ว”


     “อืม แค่นี้ใช่ไหม?”


     “อ่า อีกเรื่อง เพื่อนกูสองคน มิกกับฟิวส์ ครอบครัวของไอ้หนาวสามคน ป้าแมว เดือนหนาวกับแดนเหนือ กูอยากให้มึงช่วยดูพวกเขาด้วย อย่าให้ตกอยู่ในอันตราย เพราะตอนนี้กูยังทำอะไรไม่ได้”


     “เข้าใจแล้ว”


     “ขอบคุณมึงมากนะ”


     “อืม งั้นกูไปก่อนแล้วกัน มีธุระ”


     ไม่ได้มีธุระเหี้ยอะไรหรอก แต่กูแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว


     “อืม เจอกัน”


     “...เจอกัน”


 

 

 



.....

 

 

 

 

“สิงห์ หยุดร้องไห้ได้แล้ว”


เบนนั่งอยู่ข้างๆกำลังลูบหลังปลอบใจผมที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในห้องทำงาน


“ฮึก ฮือออ เบน เบน น้องกูน่ะ ไอ้เสือน่ะ มันโตขนาดนี้ได้ยังไงวะ ฮืออ เด็กตัวน้อยที่ตีนเท่าช้อนในวันนั้นกลายเป็นคนที่โตขนาดนี้แล้วหรอ ฮึก”


“มันก็โตไปตามเวลาแหละ”


“ไม่ ไม่ใช่ ก่อนหน้านี้ไม่นานยังคิดอะไรไม่ได้เลย ยังเอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผลอะไรสักอย่างแถมยังไม่ฟังใครด้วย แต่ แต่ตอนนี้มันกลับบอกว่าอยากทำงานเพราะอยากปกป้องคนอื่น ฮืออออ นกตัวน้อยเริ่มปีกกล้าขาแข็ง กำลังจะบินออกไปจากอ้อมอกกูแล้ว”


...


“แถม แถม อึก มันยังบอกว่าขอบคุณกูด้วย เบนนนน มันบอกขอบคุณกูอะ ฮืออ”


“ดีแล้วนี่นา”


“ใช่ ดี ดีมากๆ บอกว่าเจอกันด้วย เจอกันอะมึง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันไม่อยากเจอกูเลยด้วยซ้ำ มึง เบน เบนนนน” ผมยังคงพูดพล่ามไม่หยุดแม้ว่าน้ำเสียงจะขาดหายไปบ้างเพราะสะอื้นอยู่ “บอกว่าไม่ได้เกลียดกูด้วย เห็นมั้ยเบน กูบอกแล้วว่าน้องไม่ได้เกลียดกู!


“เออ รู้แล้ว ดีแล้วมึง ดีแล้ว ได้ปรับความเข้าใจกันสักที”


“ฮึก ฮือ เอากูไปฆ่าตอนนี้ก็ไม่เสียดายเลย”


“ได้งั้นขอกูไปหยิบปืนแป๊บ”


“แค้นอะไรกูวะ”


“ตายไปก็ไม่ได้เจอน้องแล้วนะ คิดให้ดี”


“งั้นกูไม่ตายแล้ว กูจะอยู่กับน้องกูตลอดไป!


“จ้าๆ ทุกอย่างก็ราบรื่นดีออก จะร้องไห้อะไรหนักหนา”


“มึง ฮึก ไม่เข้าใจอะ ตอนนี้กูปลาบปลื้มใจมาก มากจนพูดทั้งหมดออกมาไม่ได้ต้องร้องไห้แทน มันเอ่อล้นอะมึงเข้าใจปะ”


“ไม่ใช่ไอ้สิงห์คนน้องไม่รักอีกต่อไปแล้วสินะ” ไอ้เบนว่า “เออแต่แค่บอกว่าไม่ได้เกลียด ไม่ได้บอกว่ารักนี่หว่า”


“เบนนนน”


“แต่ได้คุยกันดีๆก็ดีแล้ว เห็นปะกูบอกมึงตั้งแต่แรกแล้วว่าให้เลิกทำตัวส้นตีน”


“เป็นไอ้เสือที่มาคุยกับกูก่อนซะได้ เติบโตขึ้นมากแล้วจริงๆ ฮึก”


“อะ แล้วสรุปไอ้น้องหัวหน้าแก๊งเป็นไงบ้าง”


...


“มึงบอกว่าจะไปจับตามองไม่ใช่หรอ มีอะไรแปลกๆมั้ย”


...ไม่มี ไม่ ไม่รู้” ผมตอบตะกุกตะกัก ถามว่าได้สังเกตมั้ยก็ได้สังเกตบ้าง แต่พอเริ่มคุยกับไอ้เสือผมก็ลืมไปซะสนิทเลย


“ไร้ประโยชน์”


“เบนนนนน”

 

 

 











--------

เบน เบน เบนนนนนน


#ช่วงนี้เดือนหนาว



Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy




 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.676K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,196 ความคิดเห็น

  1. #11183 WanDayy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 00:56
    เอ็นดูพี่สิงห์เขานะคะ55555555
    #11,183
    0
  2. #11171 jxjxe1723 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 14:13
    พี่สิงห์ผู้คลั่งรักน้องเสืออออออออ555555555555555
    #11,171
    0
  3. #11134 Meikukio (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 00:15
    พี่สิงห์น่ารักอ่าาาา ขอคู่ให้พี่หน่อย เบนๆก็ดีนะ อิอิ
    #11,134
    0
  4. #10902 softless (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 14:16
    พี่สิงห์คนบอบบาง5555555555
    #10,902
    0
  5. #10844 Tmpy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 11:31
    เอ็นดูพี่สิงห์มากอะโอ้ย556656666
    #10,844
    0
  6. #10553 Promise69 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 21:37
    ไอพี่สิงห์!!! ไม่เหลือเลย 555555555ขำยาว5555555555555555
    #10,553
    0
  7. #10409 moiindyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 01:52
    กอดปลอบพี่สิงห์คนคลั่งน้อน
    #10,409
    0
  8. #10246 K.white wine (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 22:42
    พี่สิงห์ว้อยยยยยยยยยยย
    #10,246
    0
  9. #9978 IAMSHOMPOO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 18:08
    โถ่แง อ่านตแนยี้แลเวฝจฟุๆๆๆมากกี้ดมาก พี่สิงห์แบบฮือพ่อคนอ่อนไหว เราชอบอ่านของไรท์มากคับฮือ
    #9,978
    0
  10. #8230 I'm beautiful (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 00:49
    เปงเอ็นดูค้าบบบบ คุณพี่ทำไมตัลล้ากขนาดเน้🥺💞
    #8,230
    0
  11. #8187 kikss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 17:46

    เอ็นดูวพี่สิง ไม่ร้องน้าาา น้องไม่ได้เกลียดน้าาาาา แต่ขำพี่สิงกับร้านบิงซู โอ้ยยยยยยยย เข้ากันมั้ย 555555

    #8,187
    0
  12. #8134 waan4121 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 01:06
    พี่เเกก็รักของเขาอะเนอะ เลี้ยงมาตั้งเเต่ตีนเท่าฝาหอย🥺
    #8,134
    0
  13. #8109 lovelove25 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 15:34
    โคตรบราค่อนจัดๆเลยพี่สิงห์
    #8,109
    0
  14. #7964 bunnyt248 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:00
    พี่น้องสิงห์เสือน่ารักจัง
    ฆ่าคนได้ไงเนี่ยยยยย
    #7,964
    0
  15. #7558 pooh0410 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:49
    555555555 พี่สิงห์555555555555555 เอ็นดูพี่จังเลยยยยยยย
    #7,558
    0
  16. #7422 <n'j> (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:01
    ขำไม่ไหว55555555

    -พี่สิงค์โว้ยยยยย55555555555
    #7,422
    0
  17. #7383 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:05
    เอ็นดูพี่สิงห์
    #7,383
    0
  18. #7183 zienzio cb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 10:25
    เอ็นดูพี่สิงห์โคดน่ารักเลยยย
    #7,183
    0
  19. #7180 it's me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:52
    ขอยาดเกลียดการตั้งชื่อน้องในโทรศัพท์นะคะ ว้อยยยยย นี่มันมาเฟียจริงป่ะเนี่ยยยยยใพี่สิงห์ว้อยยยยมฮ่าๆๆๆ ละหวงน้องจัดๆ หวงเกิ๊นนน
    #7,180
    0
  20. #7169 Baitoey__ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 19:46
    'น้องเสือของพี่สิงห์' อ่ยยยยยน่ารักจังคะ55
    #7,169
    0
  21. #7155 Deftionary (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 01:29
    พี่สิงงงงง
    #7,155
    0
  22. #7111 ctpnch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 09:57
    พี่สิงห์คือไม่ไหววว น่ารักไม่ไหวว
    #7,111
    0
  23. #6934 P.chonn3 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 13:49
    โอ้ยยยยย พี่สิงห์555555
    #6,934
    0
  24. #6898 ornorn_ssnw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 10:06
    เอ็นดูพี่สิงห์อ่ะ สรุปนี่สิงห์หรือหมาเจอน้องพูดดีหน่อยร้องห่มร้องไห้เชียว เอ็นดูไม่ไหว เหมือนหมาตัวโตแต่ใจเร้กมาก555555
    #6,898
    0
  25. #6882 chompoo_tm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 10:57
    เอ็นดูพี่สิงห์ไม่ไหว555555

    คลั่งรักน้องอะไรขนาดนั้นอ่ะ
    #6,882
    0
  26. #6864 luuckyy♥ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 13:50

    เมมเบอร์แบบ น้องเสือของพี่สิงห์55555555555556น่ารักก

    #6,864
    1
    • #6864-1 0612272855(จากตอนที่ 11)
      26 ธันวาคม 2563 / 10:45
      ทำไมเราขำขนาดนี้กันนะ 55555555555555555555555555555
      #6864-1