#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : ศาสดาผู้ต้อนลูกแกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,422 ครั้ง
    7 ต.ค. 63

 










Chapter 9

 

 

 

 

            ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จมไปกับไหล่ของคนตรงหน้าอย่างไม่สนใจอะไรอีกแล้ว มือสองข้างสั่นเทา ทิ้งทั้งร่างกายลงอย่างไร้เรี่ยวแรงคอยให้อีกฝ่ายประคองเอาไว้ อ้อมแขนที่โอบกอดผมไว้ตอนนี้ช่างอบอุ่นจนเผลอนึกไปว่าอยากอยู่อย่างนี้ตลอดไป


            ใช้เวลาอยู่เกือบยี่สิบนาทีกว่าผมจะสามารถหยุดร้องไห้ได้ ผมที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมขยับไปไหนถูกไอ้หนาวลากเข้ามาในบ้าน ผมปรายสายตามองมันที่เดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้ มันนั่งลงบนโซฟาข้างๆพร้อมเอาผ้าเปียกหมาดๆเช็ดหน้าผมอย่างแรง


            ผมจดจ้องไปที่ใบหน้าแสนคุ้นเคย ในหัวพลันคิดไปถึงเรื่องต่างๆนานา ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ร้องไห้บ่อยเท่าไหร่นัก อย่างมากสุดก็แค่แอบร้องคนเดียวเพราะไม่อยากให้ใครเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็พยายามเก็บเอาไว้คนเดียวตลอด 


            “หนาว” ผมเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว


            “ว่าไง”


            “มึงไม่กลัวเลยหรอ”


            “กลัวอะไร”


            “กู”


            “ไม่กลัว กลัวทำไม”


            “กูเคยตัวเปื้อนเลือดขนาดนั้นกลับบ้านมาเลยนะ” ผมถามในสิ่งที่แอบสงสัยมาตลอด แม้มันจะบอกว่าเชื่อใจผม แต่ต้องเป็นคนยังไงถึงจะไม่แม้แต่ระแวงเลย “กูอาจจะไปทำเรื่องไม่ดีมาแล้วทำร้ายมึงหรือคนในครอบครัวมึงก็ได้”


            มือที่ถือผ้าขนหนูอยู่ชะงักไปเล็กน้อย


            “แล้วมึงจะทำมั้ยล่ะ?”


            “ไม่”


            “ก็แค่นั้น” มันยักไหล่ 


            “เพราะเชื่อใจกูหรอ”


            “เออ”


            “ทำไมวะ”


            “ไม่รู้ กูแค่รู้สึกอย่างนั้น”


            “เชื่อใจความรู้สึกของตัวเองขนาดนั้นเชียว” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ถูกไอ้หนาวเขกหัวไปทีหนึ่งนั่นยิ่งทำให้งุนงงไปกันใหญ่


            “อะไรของมึงเนี่ย กูไม่ระแวงมึงก็จะให้กูระแวงให้ได้ เป็นเหี้ยไร”


            “ก็...กูไม่เข้าใจ”


            “...


            “หนาว”


            “อะไรอีก”


            “เพราะมึงใจดีแบบนี้ไง”


            “แล้วมึงมีปัญหาอะไร”


            “เปล่า” ผมยกยิ้มบางพร้อมส่ายหน้าเบาๆ 


            “เออ” แล้วไอ้หนาวก็ลุกไปเอาผ้าขนหนูไปเก็บ “มึงโอเครึยัง”


            “ก็ดีขึ้นนิดหน่อย”

 

            ผมยื่นมือไปจับมือเดือนหนาว ปรายสายตาขึ้นมองดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นอย่างเว้าวอน

             


            “หนาว”


            “เรียกอะไรหนักหนา”


            “มึงจะอยู่กับกูมั้ย”


            “ถามทำไม”

            


            หัวใจของผมสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว มือเล็กกว่าบีบมือผมแน่น นั่งลงแล้วจ้องมองเข้ามาในดวงตาของผม ท่าทางที่หนักแน่นนั้นแตกต่างกับผมที่กำลังสั่นไหวเสียเหลือเกิน

 

            ถ้ากูบอกความจริงทั้งหมด มึงจะยังอยู่กับกูมั้ย”


            “เออ อยู่”


            “คิดหน่อยสิ”


            “ไม่ต้องหรอก”


            “...กู”


            “ถ้ามึงไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องฝืน”


            “ไม่” ผมส่ายหน้าเบาๆ “กูไม่อยากเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวแล้ว


            “...


            “เพราะตอนนี้ในใจกูเชื่อไปมากกว่าครึ่งแล้วมั้งว่าไม่ว่ายังไงมึงก็จะอยู่กับกู”


            “...


            “เพราะมึงเชื่อใจกูแบบไม่มีเหตุผล กูเลยจะเชื่อใจมึงบ้าง”


            “เออ”


            “กู...เป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งมาเฟีย”


            “อ๋อ”


            “ทำไมดูไม่แปลกใจเลยอะ”


            “ก็...ไม่รู้ว่ะ” ไอ้หนาวยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง ขมวดคิ้วทำท่าทางครุ่นคิด “กูก็ไม่ได้คิดไว้หรอก แต่กูไม่แปลกใจ ใช่ ไม่แปลกใจ มีอะไรให้แปลกใจวะ”


            “แต่กูเป็นมาเฟียเลยนะ”


            “อ่าฮะ”


            “แต่งานของกูมันผิดนะหนาว”


            “อ่า...เอางี้” คนตรงหน้าทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา “กูเป็นคนนอก กูไม่เคยไปข้องเกี่ยวหรือรู้เรื่องมาเฟีย กูไม่รู้เรื่องโลกของมึงว่าแท้จริงแล้วมันเป็นยังไง เพราะฉะนั้นกูจะไม่ตัดสินว่ามันผิดหรือถูก”


            “...


            “มาเฟียก็มีโลกของมาเฟียซึ่งมันเป็นคนละโลกกับคนธรรมดา เอาข้อตัดสินของคนธรรมดาไปตัดสินไม่ได้หรอก อันนี้เป็นสิ่งที่กูคิดนะ สำหรับกูแล้วโลกนี้เป็นสีเทา มันไม่ได้มีด้านเดียวเป็นดำหรือขาว มีอะไรมากมายที่อยู่เบื้องหลังที่พวกเราไม่รู้และทุกอย่างไม่ได้มีด้านเดียว”


            “...


            “แต่มึงก็คือมึง เสือ ไม่ว่าลับหลังมึงจะไปทำอะไรมา แต่สำหรับกูมึงคือคนที่กูไว้ใจมาก ขอแค่มึงไม่หักหลังกูก็พอ”


            “...หนาว”


            “ทั้งหมดที่กูรู้เกี่ยวกับมึง มึงคือไอ้เสือ ไอ้เหี้ยเสือที่เอาแต่แกล้งกูไปวันๆ ถึงจะปัญญาอ่อนแต่ทำอะไรก็เสือกเก่งไปจนหมดบางครั้งกูก็อิจฉา สันดานเสียไปบ้างแต่มึงเป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างอยู่เสมอ ไอ้เสือที่กูรู้จักเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นไอ้เสือที่เป็นมาเฟีย กูก็ไม่รู้แล้วเพราะไม่เคยเจอ”


            “...


            “กูก็ยังยืนยืนคำเดิมนะว่ามึงกลับที่นี่ได้เสมอ”


            ไอ้หนาวว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ


            “หมายความว่า...มึงจะไม่ทิ้งกูใช่ไหม”


            “เออดิ เพิ่งจะเข้าใจหรอ”


            “มึงทำกูอยากร้องไห้อีกรอบแล้ว”


            “อยากร้องก็ร้อง การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย”


            “น้ำตากูแห้งหมดแล้ว” ผมว่า ยกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขด้วยคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมา ภายในอกมันเอ่อล้นไปด้วยความอบอุ่นที่ได้รับมา “ขอบคุณนะ”


            “ขอบคุณเหี้ยไรเยอะแยะวะมึงเนี่ย”


            “เมื่อกี้ยังอ่อนโยนกับกูเลยอะ อารมณ์เปลี่ยนไวจัง”


            “ก็รำคาญมึงอะ ทำไม การที่กูบอกว่าจะอยู่กับมึงนี่มันแปลกมากหรอ”


            “แปลก” ผมว่าเสียงเบา หรี่ตาลง อีกฝ่ายขมวดคิ้วอย่างสงสัย


            “ทำไม...หรือว่า ไม่มีใครอยู่กับมึงเลยหรอ”


            “...


            “เพื่อนมึงอะ มิกฟิวส์”


            “พวกมันไม่รู้เรื่องนี้” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “กูไม่กล้าบอก”


            “แล้วทำไมถึงบอกกู”


            “ก็บอกแล้วไงว่ากูจะเชื่อใจมึง เหมือนมึงที่เชื่อใจกูทั้งที่ไม่มีเหตุผล” ผมพูดทวนซ้ำอีกรอบ “วันนั้นที่กูตัวชุ่มเลือดกลับมา”


            “...


            “ตอนนั้นสมองกูว่างเปล่ามาก กูคิดอะไรไม่ออกเลย รู้ตัวอีกทีก็กลับมาที่นี่แล้ว” ผมเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงอิดโรย “คงเพราะกูชอบที่นี่มากมั้ง กูอยากได้บ้านที่อบอุ่น มาพูดกับมึงแบบนี้คงฟังดูแปลก แต่กูอยากให้ที่นี่เป็นบ้านของกูจริงๆ”


            “อ่า...


            “กูชอบบรรยากาศบนโต๊ะกินข้าว รวมตัวนั่งดูหนังหรือเล่นด้วยกันก่อนนอน ชอบที่คุยเล่นกันโดยไม่ต้องคิดมากอะไร เป็นห่วงเป็นใยกันกระทั่งเรื่องเล็กๆ มีแต่ความหวังดีที่ไม่หวังผลประโยชน์อะไร ไม่มีคำพูดจาแย่ๆหรือแม้แต่การทำร้ายกัน”


            “ทำร้าย?”


            “กูเป็นลูกคนเล็ก ขอโทษที่โกหกว่าไม่มีพี่น้อง กูแค่ไม่อยากนับญาติกับมัน”


            “อ่า อืม เข้าใจ”


            “พี่ชายกูชื่อลีโอหรือเรียกว่าสิงห์ สิงห์มันเกิดมาเป็นลูกพ่อจริงๆ มันเป็นคนที่เก่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะถูกสั่งให้ทำอะไรมันก็ทำได้ดีหมด ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าแก๊งสาขาย่อยไปแล้ว”


            “...


            “ต่างกับกูที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ความทรงจำวัยเด็กของกูมันเลือนรางมาก สมองกูมันคงไม่อยากจำเท่าไหร่เพราะมันเจ็บปวด กูไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้เหมือนไอ้สิงห์หรอก”


            “แต่มึงก็สู้เก่งมากเลยนะเว้ย”


            “ก็ยังไม่เท่ามัน”


            “โห”


            “จะเป็นให้ได้ระดับที่พ่อหวัง กูคงต้องฝึกอีกเยอะ ครูฝึกคนหนึ่งเคยบอกว่ากูเองก็มีพรสวรรค์เหมือนกันแค่เพราะกูไม่ชอบ กูเลยพยายามต่อต้าน”


            “เออ กูว่าต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน”


            “...” ผมเลิกคิ้วมองคนที่ตั้งใจฟังเรื่องเล่าอย่างแปลกใจ “ทำไมต้องอินขนาดนั้น”


            “เอ้า กูก็ตั้งใจฟัง ต่อๆ”


            “กูก็พยายามต่อต้านจริงๆนั่นแหละ แต่กูก็รู้นะว่ากูคงไม่มีวันหนีไปได้ตลอดหรอก นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกูถึงกลัวคนรอบข้างจะทิ้งกูไป”


            “อ๋อ เข้าใจ” ไอ้หนาวพยักหน้ารัวๆ “กลัวว่าคนอื่นจะตกใจที่รู้ว่ามึงเป็นมาเฟียแล้วทิ้งมึงไปว่างั้นเถอะ”


            “อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นก็ได้” ผมว่าไปตามตรง “คนสำคัญของกูไม่มีทางปลอดภัยหรอก หนาว รู้อย่างนี้แล้วมึงจะยังอยู่กับกูหรอ”


            “...


            “กูไปตอนนี้เลยก็ได้นะ เพื่อความปลอดภัยของมึงด้วย” ผมว่าก่อนที่มันจะทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ

            “ปกป้องกูสิ”


            “ฮะ?”


            “ได้ไหม ถ้าพวกกูสำคัญกับมึงจริง มึงปกป้องพวกกูได้ไหม”


            “...หนาว” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แต่แววตาของมันกลับบอกว่าไม่ได้ล้อเล่น 


            “มิกกับฟิวส์ก็เหมือนกัน มึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเป็นอะไรไปหรอก มึงแค่ปกป้องให้ได้ก็พอแล้ว”


            “ไม่ได้” ผมตอบออกไปแทบจะทันที ถอนหายใจออกมาอย่างกังวล “หนาวมึงไม่เข้าใจ กูทำไม่ได้”


            “มึงทำได้เชื่อกูสิ มึงเก่งจะตาย”


            “ปกป้องพวกมึงจากมาเฟียแก๊งอื่นหรอ มึงอย่ามาพูดอะไรง่ายๆ ตัวกูคนเดียวทำไม่ได้หรอก มันต้องมีอำนาจมากพอด้วย แล้วกูจะไปมีอำนาจอย่างนั้นได้ยังไงถ้ากูไม่กลายเป็นมาเฟีย”


            “งั้นตอบกูอย่างหนึ่งสิ แล้วตัวมึงเองล่ะ”


            “หมายความว่ายังไง”


            “มึงบอกว่าตัวเองคนเดียวไม่มีอำนาจสู้กับแก๊งอื่น ปกป้องใครไม่ได้ แล้วตัวมึงเองล่ะ มึงปกป้องได้รึเปล่า” 


            “...


            “ไม่ได้เหรอ?”


            ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ


            “อันนี้กูแค่พูดความคิดเห็นในส่วนของกูนะ ถึงมึงจะทิ้งพวกกูไปแล้วอยู่คนเดียว แต่ตัวมึงคนเดียวทำอะไรไม่ได้ มึงไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ที่สู้กับมาเฟียทั้งแก๊งได้ไม่ใช่หรอ มึงอยู่คนเดียวแล้วยังไง ความจริงที่ว่ามึงเป็นลูกชายมาเฟียก็ลบออกไปไม่ได้ มึงก็ยังโดนหมายหัวอยู่ดี มึงคนเดียวท่ามกลางอันตรายพวกนั้นมันยิ่งแย่กว่าอีกนะ”


            “...


            “ถ้ากูเป็นแก๊งอื่นที่มีความแค้น เห็นลูกชายหัวหน้าแก๊งอยู่คนเดียว ฝีมงฝีมือก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย กูจะรีบจัดการเลย แต่ถ้าเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งที่เก่ง มีอำนาจ น่าเกรงขาม มีฝีมือ ถ้าให้จัดการกูคงคิดเยอะหน่อยแหละ”


            “...


            “แล้วถ้ามึงไม่อยากปกป้องพวกกูนะเสือ ไม่เป็นไร มึงทิ้งพวกกูไปเลยก็ได้ แต่มึงอย่าทิ้งขว้างตัวเอง ปกป้องตัวเองจากอันตรายให้ได้ กูขอเท่านี้แหละ”


            “หนาว...” 


            คำพูดของไอ้หนาวทำให้ผมนิ่งค้างไปอยู่พักใหญ่ มาคิดดูแล้วทุกอย่างถูกต้องทั้งหมด ผมคิดแค่ว่าตัวเองจะต้องหนีออกมาเพราะไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่นั้น ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป แม้แต่ตัวเองผมคงปกป้องไม่ได้


            “ขอโทษนะถ้ากูพูดแล้วมันทำให้มึงรู้สึกไม่ดี” น้ำเสียงของคนตรงหน้าอ่อนลง “มึงไม่อยากไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้นหรอกกูรู้ ดูจากที่มึงร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายวันนั้นก็เข้าใจแล้ว แต่กูแค่เป็นห่วง”


            “ไม่ต้องขอโทษหรอก กูเข้าใจ ถ้าไม่ได้มึงช่วยเตือนกูคงไม่คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ขอบใจนะ”


            “ขอบใจกูอีกละ”


            “เป็นไร ไม่ชอบคำขอบใจรึไง”


            “ก็เปล่า แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรพิเศษ”


            “พิเศษดิ” ผมว่า “มึงทำให้กูมีความกล้ามากขึ้นอีกนิดนึง”


            “ยังไงวะ”


            “ก็ถ้ามึงไม่พูดเหตุผลแบบนั้นให้กูฟัง กูก็คงเอาแต่จะหนีปัญหาเพราะคิดไม่ได้ ความจริงแล้วกูก็สามารถรักษาทุกคนไว้ได้นี่นา”


            “อืม”


            “เฮ้อ แต่กูไม่ชอบแบบนี้เลยจริงๆ”


            “ก็นะ กูว่าอย่างน้อยๆคนเรามันก็ต้องมีสักอย่างแหละที่ไม่ชอบในชีวิตตัวเอง ทุกคนเกิดมาก็ต้องเจอปัญหาไม่มากก็น้อยกันหมด เจอปัญหาที่แตกต่างกันรวมถึงขีดความอดทนก็ไม่เท่ากันด้วย แต่อย่างเดียวที่เหมือนกันคือคนเราเลือกเกิดไม่ได้”


            “มันก็จริง”


            “ยกตัวอย่างนะ ไม่ได้จะเปรียบเทียบอะไร อย่างกูอะ กูก็ไม่ได้ชอบทุกอย่างในชีวิตกูไปซะหมดนะเว้ย กูไม่ชอบที่บ้านกูติดหนี้ไม่มีเงิน ไม่ชอบที่ไม่มีพ่ออยู่ด้วยมีแค่แม่ แม่ต้องทำงานหนักคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว ยืนทำอาหารทั้งวัน โดนไฟโดนควันจนบางครั้งก็แทบจะเป็นลม”


            “...


            “มึงล่ะชอบอะไรในตัวเองบ้าง”


            คำถามของไอ้หนาวทำเอาผมชะงักไปเล็กน้อย


            “กูหล่อ”


            “...


            “กูหล่อมากๆจนบางครั้งกูก็เหนื่อยใจ กูเรียนเก่ง กูเล่นกีฬาได้ทุกอย่าง กูยิงปืนแม่นด้วย เรื่องศิลปะการต่อสู้ก็เก่ง กูคิดว่าตัวเองเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่ายพอสมควร ใส่ใจความรู้สึกเพื่อน กูตลกด้วยบางครั้งอะ”


            “เออ ไอ้หล่อ แหม” ไอ้หนาวเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ “เห็นมั้ย มึงก็มีทั้งส่วนที่ชอบและไม่ชอบในตัวเองเหมือนคนอื่นๆ”


            “แต่ของกูมันแก้ไขไม่ได้เลยไง ของมึงยังแก้ได้” ผมแย้ง อย่างน้อยๆที่ไอ้หนาวยกตัวอย่างมามันก็แก้ไขได้


            “แต่เรื่องพ่อแก้ไขไม่ได้นะ”


            “...


            “สักวันแม่ก็ต้องจากกูไปเหมือนกันและกูคงไม่มีวันทำใจได้ แต่สุดท้ายแล้วกูก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เหมือนว่าชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เรายอมรับได้และไม่ใช่ทุกเรื่องที่แก้ไขได้ ไม่ใช่ทุกปัญหาที่จะมีทางออกแต่มันก็มีทางให้ก้าวเดินต่อไป”


            “...อืม”


            “กูดูมีสาระสัดๆเลยว่ะคืนนี้”


            “จริง”


            “ก็นั่นแหละเสือ ลองคิดดูเยอะๆก็ได้ว่าจะเอายังไง”


            “ไม่ต้องคิดแล้วแหละ”


            “ยังไง?”


            “อย่างที่มึงบอกมาทั้งหมด และกูก็ไม่อยากหนีอะไรอีกแล้วด้วย กูจะปกป้องทั้งตัวเองและทุกคนที่สำคัญสำหรับกู”


            “ตัดสินใจเร็วไปปะวะ คิดเยอะๆดิ” 


            “เอ้า มึงพูดให้กูคิดได้ พอกูคิดได้มึงกลับบอกให้กูคิดเยอะๆ”


            “ก็มันเป็นทั้งชีวิตมึงไง กูแค่พูดในมุมมองของกู”


            “มึงเหมือนศาสดาสำหรับกูแล้วตอนนี้ ขอบคุณที่ต้อนลูกแกะที่กำลังหลงทาง” ผมแกล้งทำเป็นซาบซึ้ง “แล้วกูต้องทำยังไงต่ออะ”


            “อ้าว อันนี้ก็ไม่รู้”


            “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยสนใจเลยไง”


            “พี่มึงไง ถามพี่มึงสิ” ไอ้หนาวเสนอ


            “ไม่ กูไม่อยากลดตัวไปคุยกับมัน เสนียดปาก”


            “ขนาดนั้นเลยหรอวะ” ไอ้หนาวหลุดขำลั่นออกมา “อะไรที่ทำให้มึงเกลียดเขาขนาดนั้น”


            “มันกวนตีน ชอบถากถางเยาะเย้ยกู”


            “อ๋อ”


            “มันก็คงเกลียดกูเหมือนกันแหละ ถ้ามันรักกูเหมือนมึงรักเหนือก็คงดี” ผมว่าพร้อมถอนหายใจออกมา แต่พอนึกภาพผมกับไอ้สิงห์รักกันก็แทบอ้วก


            “ตอนแรกพวกกูก็ไม่ได้รักกันเลยนะ”


            “หืม?”


            “ไม่ใช่พวกกูหรอก กูอะไม่รักแดนเลย”


            “ทำไมวะ”


            “ความจริงแล้วกูอะเป็นหัวโจกตั้งแต่เด็กเลยนะเว้ย” ไอ้หนาวเริ่มเล่าพร้อมทำท่าทางภาคภูมิใจ “แบบคิดว่าตัวเองเจ๋ง ไม่ยอมให้ใครมาแกล้งหรือรังแก กูสู้กลับตลอดจนเป็นหัวหน้าแก๊งเด็ก แต่แดนน่ะไม่ใช่ แดนอ่อนแอและยอมคน นั่นเป็นเหตุผลที่กูไม่ชอบแดนเลย ทั้งที่เป็นพี่แต่อ่อนแอชิบหาย”


            “มึงนี่มันเด็กเปรตจริงๆ”


            “สัด เออนั่นแหละ ยิ่งเห็นแดนทำเป็นเก่งแล้วกูยิ่งไม่ชอบ ไม่ว่าใครจะแกล้งหรือว่าอะไรก็เคยตอบโต้หรือขอความช่วยเหลือ”


            “แล้วมึงช่วยไหม?” ผมถาม


            “ไม่ช่วย”


            “เด็กเหี้ย”


            “เออรู้ตัวน่า ก็ตอนนั้นมันเด็กปะวะ เมื่อก่อนเลยไม่ค่อยสนิทกัน กูมักจะอยู่กับแก๊งเพื่อนกูมากกว่า”


            “อายุเท่าไหร่ตอนนั้น”


            “ประถมอะ”


            “ก็โตนิดนึงแล้วปะวะ”


            “ปอสอง-ปอสามเอง”


            “ก็โตนิดนึงแล้วอยู่ดี”


            “เอ๊ะมึงนี่” ไอ้หนาวว่าอย่างขัดใจ “แดนก็เอาแต่อ่านหนังสือไปวันๆ กูรู้สึกว่าพี่กูแม่งไม่เท่เลยไอ้สัด เป็นคนที่น่าเบื่อชิบหาย จนกระทั่งวันหนึ่งกูเห็นแดนโดนรุ่นพี่ตัวใหญ่ๆคนหนึ่งแกล้งหลังเลิกเรียน ไม่รู้ว่าเป็นมายังไงแต่กูก็เอาแต่แอบดู ไม่ยอมเข้าไปช่วยเพราะอยากรู้ว่าแดนจะทำยังไง”


            “เหนือรักคนอย่างมึงเข้าไปได้ยังไง”


            “เลิกขัดดี้ แต่มันก็มีแว๊บหนึ่งเหมือนกันที่กูจะเข้าไปช่วย แต่ก็กลัวเพราะอีกฝ่ายตัวใหญ่มาก สู้ไม่ได้แน่นอนเลยหนีไปเล่นกับเพื่อน”


            “แทนที่จะไปฟ้องครู”


            “เอ้า ก็ผมมันเด็กเหี้ยอะครับ” ไอ้หนาวว่าอย่างอดไม่ได้ “ไม่รู้ดิ ตอนนั้นกลัวมั้ง กลัวว่าเอาไปฟ้องผู้ใหญ่แล้วมันจะแย่กว่าเดิม กลายเป็นกูโดนแกล้งแทนงี้”


            “แล้วไอ้นั่นมันแกล้งยังไง”


            “ก็ดึงหู หยิก ไถเงิน ตัดสายกระเป๋าบ้าง ทำนองนั้น”


            “สำหรับเด็กแล้วมันก็เหี้ยอยู่นะ หมายถึงมึงอะเหี้ยจริงๆ”


            “แดนโดนไอ้เหี้ยนั่นแกล้งได้สักพักมั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งแดนน่าทนไม่ไหวเอาดินสอแทงขามัน”


            “โหดสัด” ผมว่าอย่างอึ้งๆ “อย่างเหนืออะนะ”


            “กูมารู้ทีหลังว่าที่แดนยอมโดนไอ้นั่นรังแกเพราะแดนปกป้องกูอยู่ จริงๆแล้วไอ้นั่นมันหมายหัวกูแต่แดนรู้ก่อน เลยไปทำข้อตกลงว่าให้ไปแกล้งแดนแทนแล้วปล่อยกูไป จนกระทั่งวันนั้นที่มันบอกว่าแกล้งแดนจนเบื่อแล้วจะมาแกล้งกูต่อ แดนเลยแทงแม่งซะเลย”


            “...โห ความรักของพี่ชายว่ะ ทำกูได้แต่อย่าแตะต้องน้องกู”


            “ใช่ปะ ตอนที่รู้คือกูร้องไห้จนแทบขาดอากาศตาย หลังจากนั้นมุมมองของกูต่อแดนก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิงเลย ก็แดนรักกูขนาดนั้น กูจะไม่รักแดนได้ยังไงอะ”


            “อืม ก็จริง”


            “จุดสำคัญคือเพราะกูมีอคตินั่นแหละทำให้เลือกที่จะมองข้ามไป บางทีมึงอาจจะเป็นเหมือนกันก็ได้นะ อคติกับพี่ชายเกินไปจนมองข้ามอะไรไปรึเปล่า”


            “มองข้ามเหี้ยไร กูมองมันมีไรก็เห็นเป็นแค่ขี้ก้อนหนึ่งเท่านั้นแหละ”


            “ใจเย็น” ไอ้หนาวหลุดขำออกมาอีกครั้ง “เคยคุยกันรึยัง”


            “คุยอะไร”


            “ก็เรื่องที่เขาชอบพูดจาไม่ดีใส่มึงอะ มึงลองไปพูดตรงๆสิว่าไม่ชอบ ไม่ทำไม่ได้หรองี้”


            “กูด่ากลับขนาดนั้น มันควรรู้ว่ากูไม่ชอบ”


            “พี่มึงอาจจะเกลียดมึงจริงๆก็ได้กูก็ไม่รู้หรอก แต่อย่างน้อยๆลองคุยดู ครั้งเดียวอะ ครั้งเดียวพอเลย คุยด้วยเหตุผล ไม่อคติ ไม่ใส่อารมณ์”


            “ไม่”


            “ลองดู ครั้งเดียวพอ”


            “ไม่ คนที่จะใจเย็นต้องไม่เป็นกู”


            “แพ้ไม่เป็นหรอมึงอะ ยอมไม่ได้เลย” มันว่าอย่างเซ็งๆ “ครั้งเดียว นัดไปกินข้าว กูไปด้วยก็ได้อะ”


            “มึงจะไปด้วย?”


            “เออ ขอไปนั่งเสือกด้วยก็ได้เผื่อว่ามึงจะอึดอัด ถ้ามึงไม่โอเคเมื่อไหร่เราเอามีดแทงแม่งเลยดีมั้ยล่ะพี่มึงอะ”


            “ก็ดี ข้อเสนอนี้กูดีล” ผมตอบตกลงทันทีเมื่อได้ยินว่าเราจะเอามีดแทงไอ้สิงห์กัน 


            “ก็เหี้ยแล้ว พี่มึงเป็นมาเฟียเก่งขนาดนั้นจะแทงยังไงไหว โดนฆ่าก่อนอะดิ”


            “แอบใส่ยาพิษดีไหม”


            “เขาก็น่าจะรู้นะกูว่า เป็นถึงอะไรนะ หัวหน้าแก๊ง?”


            “หัวหน้าแก๊งสาขาย่อย”


            “ใหญ่มากเลยหรอแก๊งมึงอะ”


            “มาก” ผมตอบไปตามตรง “ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจว่ะ แต่ใหญ่มาก”


            “เท่ว่ะ แม่ง” ไอ้หนาวตบเข่าฉาด “แล้วสรุปไปนะ?”


            “ไม่รู้ว่านัดมันแล้วมันจะมามั้ย”


            “ลองดูก่อน”


            “เออ ก็ได้วะ แต่มึงต้องไปด้วยนะ”


            “เออ สบาย แค่เจอมาเฟียตัวเป็นๆเองกูจะไปกลัวอะไร้” คนตรงหน้าว่าพร้อมแกล้งทำเสียงสั่น ท่าทางเลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธ “นัดกันร้านบิงซูมั้ยล่ะ ลดทอนบรรยากาศอึดอัด”


            “ไอ้สิงห์กับร้านบิงซู?”


            “อ่าฮะ ทำไม พี่มึงไม่ชอบบิงซูหรอ บ้าน่า ใครๆก็ชอบบิงซูต่อให้เป็นมาเฟียโหดขนาดไหนก็ไม่อาจต้านทาน” มันทำสีหน้าจริงจัง “ว่าแต่กูต้องใส่สูทแล้วปาดเจลมั้ย”


            “ไม่ต้อง กับไอ้สิงห์ใส่อะไรไปก็ได้ ไม่ต้องให้เกียรติมันหรอก”


            “หน้าตาเป็นยังไงวะพี่มึง มีรูปปะ”


            “ไม่มี หน้าเหมือนกูนี่แหละแต่อายุยี่สิบสาม”


            “อื้ม โอเคๆ งั้นก็...ไม่มีอะไรแล้วนี่” ไอ้หนาวปล่อยมือที่เราจับกันจนร้อนออก “ออลเคลียร์ สบายใจ กูนอนละ ง่วงจัด”


            “อยู่ด้วยกันก่อนดิ” ผมเอ่ยรั้งไว้โดยไม่ทันได้คิด อีกฝ่ายหันมามองอย่างงุนงง ผมรีบหาข้อแก้ตัวทันที “กูว่าจะหาไรดู ดูด้วยกันมั้ย ไหนๆพรุ่งนี้ก็ยังเป็นวันหยุดอยู่”


            “...อื้ม ก็ได้” ตอบตกลงหลังจากทำท่าลังเลสักพัก “วันหยุดนอนไปก็เสียเวลาชีวิต งั้นกูไปเปลี่ยนเสื้อเลอะน้ำมูกของมึงก่อน มึงก็ต่อคอมกับทีวีไป”


            “เค”


            “ดูอนิเมะมั้ย” ผมถามทันทีเมื่อมันเดินลงมา ไอ้หนาวมานั่งข้างๆอย่างสนใจ


            “อนิเมะไร”


            “ไม่รู้ แต่เห็นเขาว่าสนุก มีสี่ซีซั่น ดูยันวันพุธนู่นแหละ”


            “เออก็ได้ ภาพดูสวยดี” ไอ้หนาวตกลงแล้วเราสองคนก็มานั่งดูอนิเมะด้วยกันบนโซฟา ห่มผ้าห่มผืนเล็กกันคนละผืน จากตอนแรกที่ค่อนข้างน่าเบื่อก็เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ ผมแอบมองคนข้างๆเป็นระยะ เห็นไอ้หนาวที่ขมวดคิ้วดูอย่างตั้งใจ บางครั้งก็อินจนออกสีหน้าท่าทางนั่นทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “แม่งพระเอกกูอย่างกากเลยไอ้สัด นี่พระเอกหรือกระสอบทราย”


            “แต่พระเอกเหมือนมึงดีนะ”


            “มึงจะบอกว่ากูเป็นกระสอบทรายหรอ!


            “ไม่ หมายถึงพระเอกมันเป็นคนใจดีไง” ผมว่าไปตามความคิด ในเรื่องนี้พระเอกค่อนข้างอ่อนแอแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น แม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักหรือไม่สนิทกัน


            “แม่ง เห็นใครก็ช่วยเขาไปหมดไอ้ห่า เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”


            “เหมือนด่าตัวเองอะ”


            “แต่นางเอกอย่างเท่ โคตรโหด”


            “ไม่เห็นโหดเลย” ผมแย้ง 


            “โหดจะตาย ฟันไอ้นั่นหัวขาดเลยตัดภาพมาที่พระเอกกูเข่าอ่อนตัวสั่นงึกๆ”


            “ไม่ใช่ นางเอกไม่ได้ฟัน คนฟันคือเพื่อนพระเอก”


            “มึงจำผิดแล้ว นางเอกฟัน”


            “ไม่ใช่” ผมยังคงแย้ง พวกเราเถียงกันจนต้องเอื้อมมือไปกดหยุดอนิเมะเอาไว้ก่อน “มึงมั้งจำผิดอะ นางเอกผมสีแดงไง”


            “ผมสีน้ำตาล เดี๋ยวนะ” ไอ้หนาวยกมือปราม “มึงคิดว่าหัวแดงคือนางเอกหรอ”


            “แล้วมึงคิดว่าหัวน้ำตาลหรอ”


            “ใช่สิ หัวน้ำตาลเป็นคนปกป้องพระเอกมาตลอดเลยนะ อยู่กับพระเอกตั้งแต่แรกเลย ทำไมจะไม่ใช่นางเอก”


            “แต่กูว่าพระเอกชอบหัวแดง เป็นเพื่อนสมัยเด็กด้วย พระเอกพยายามปกป้องคนนี้แทบตายแต่กับหัวน้ำตาลอะแทบไม่ได้ปกป้องอะไร”


            “ก็เก่งอยู่แล้วจะปกป้องอะไรอะ” ไอ้หนาวยังคงเถียง “มึงดูโปสเตอร์ เด่นหราขนาดนี้ยังไงก็นางเอก”

            “หัวสีแดงก็เด่นเหมือนกัน เห็นทั้งตัวเลยเห็นมั้ย”


            “กูว่าเราเสิร์ชเลยดีกว่า” อีกฝ่ายเสนอเพื่อจบการเถียงกัน ผลจากการค้นหาพบว่าดูเหมือนคนอื่นก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นนางเอก คนเขียนก็ไม่ได้เฉลยให้เดากันเอาเอง เป็นประเด็นหลักที่คนถกเถียงกันในหัวข้อของอนิเมะเรื่องนี้เลย “แม่งเอ๊ย อนิเมะสร้างความแตกแยกนี่หว่า”


            “ยังไงกูก็ว่าหัวแดง”


            “อะ เรามาดูกัน ว่าแต่สี่ซีซั่นนี่จบเลยมั้ย?”


            “เหมือนจะไม่ ไม่อย่างนั้นคนจะยังเถียงกันอยู่หรอว่าคนไหนนางเอก”


            “เออว่ะ”


            แล้วพวกเราก็ดูอนิเมะกันต่อไปเรื่อยๆ กดหยุดไว้เพื่อมาคุยกันบ้างเป็นระยะ เวลาตีสี่กว่าๆไอ้หนาวเริ่มทนความง่วงไม่ได้ โงนเงนอยู่สักพักก่อนจะผล็อยหลับไปโดยเอียงตัวมาซบกับผม


            ด้วยระยะที่ใกล้จนแนบชิดติดกันจนผมสักได้ถึงลมหายใจและไออุ่นจากร่างกาย ผมยกมือขึ้นลูบแก้มมันเบาๆอย่างเอ็นดู ใจอยากจะกอดให้แน่นแล้วหลับไปพร้อมกันแต่คงทำไม่ได้ พลันกลิ่นหอมอ่อนๆก็ลอยขึ้นมาแตะจมูกทำให้เผลอเอาจมูกไปกดลงบนเส้นผมนุ่มนั่นโดยไม่รู้ตัว เวลาผ่านไปแค่พักเดียวหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ


            ...ในวินาทีนั้นผมตระหนักขึ้นมาได้ว่ามันเกิดอะไรบางอย่างผิดแปลกขึ้นกับผม มองคนที่นอนซบตัวเองอยู่อย่างไม่เข้าใจ ยกมือขึ้นจับหัวใจของตัวเองที่เต้นถี่รัวอย่างเป็นกังวล


            นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น


            “หนาว”


            “...


            “ไอ้หนาว!


            “ฮะ อะไร!


            “ง่วงก็ไปนอนข้างบนไป”


            “ฮะ อ๋อ เออๆ ฝันดีมึง” แล้วไอ้หนาวก็ลุกขึ้น เซนิดหน่อยเพราะความง่วงและเดินขึ้นบันไดไป ผมมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายใจพร้อมในใจเกิดความรู้สึกเสียดายขึ้นมาอย่างเต็มอก ข้างกายว่างเปล่า ไออุ่นจากร่างกายนั้นหายไปแล้ว


            ไม่น่าปลุกเลย...


            ...


            !!!


            นอน!


            นอนดีกว่า!


            นอนได้แล้วตีสี่แล้ว!


            ผมกดปิดทีวีกับคอม ทิ้งตัวลงนอนอย่างแรงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัว พยายามนอนอย่างร้อนใจ พลิกตัวซ้ายขวาอยู่นานเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ พอหลับตาก็มีทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของไอ้หนาวหลอกหลอนอยู่เต็มไปหมด หัวใจก็เต้นแรงไม่ยอมสงบลงสักที รู้สึกร้อนวาบหวามในอกอย่างบอกไม่ถูก


            ไอ้เหี้ยหนาว! มึงทำอะไรกับกูเนี่ย!

 

 













          ------


          ปล.แก้อายุพี่สิงห์เป็น 23 นะคะ (ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าห่าง 7 ปี) ไม่ใช่ 43 เราพิมพ์ผิดค่า


         #ช่วงนี้เดือนหนาว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.422K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,165 ความคิดเห็น

  1. #10245 K.white wine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 22:27
    อาการของคนคลั่งรักกำลังจะมา
    #10,245
    0
  2. #9409 Khanthasene (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:58
    ความรู้สึกนี่ก็นะ มาเกิดตอนกำลังจะหลับ ฝันร้ายที่สุดในใจฉัน
    #9,409
    0
  3. #8239 rnhaha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 12:09
    เอาแล้วววววว><
    #8,239
    0
  4. #8133 waan4121 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 00:55
    เเหน่ะะะ
    #8,133
    0
  5. #7963 bunnyt248 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:36
    พี่เสือเริ่มแล้วววว
    หนาวเตรียมตัวนะ
    #7,963
    0
  6. #7851 kkaojaoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:17
    หนาวแสนดีมากๆๆๆๆ;-; ไรท์แต่งดีมากเรยคับ
    #7,851
    0
  7. #7382 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 23:39
    เสือตกหลุมแล้ว
    #7,382
    0
  8. #7373 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 03:40
    เมะเรื่องไร;-;
    #7,373
    0
  9. #7179 it's me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:38
    แล่วววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วววววว พี่เสือคนกากตกหลุมหนาวแล้วววววววว ฮ่าๆๆๆ
    #7,179
    0
  10. #7140 MesaKarawek (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 03:11
    นึกถึงภาพที่สิงได้ยินน้องชวนไปร้านบิงซู คือสิงต้องช็อคมากหรือไม่อาจจะวิ่งโร่ไปหาเบนเเล้วพูดด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักสุดๆอ่ะ
    #7,140
    0
  11. #6910 sc_1276 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:33
    นี่มีแค่เราใช่มั้ยที่สงสัยว่าอนิเมะเรื่องไรอะ😅
    #6,910
    0
  12. #6874 crzoldyck7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 22:59
    ตายแล้วววววลูกชาย แอบหลงรักเขาซะแล้ววววววว
    #6,874
    0
  13. #6645 N0ii2d (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 19:04
    อาววววว จังหวะตกหลุมรักมันมาเรื่อยๆ ว่ะ
    #6,645
    0
  14. #6355 loocbomb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 23:22

    โอ๊ยยย ทำไมเขิล 5555

    #6,355
    0
  15. #6284 Jinjoo.K (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:46
    อีพี่เตรียมปิดประเทศเลี้ยงแล้วแน่ๆ น้องนีดเจอว่ะ55555555555555
    #6,284
    0
  16. #6190 Kon--Kon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 19:27
    พี่สิงร้องไห้ขาเใจแล้วน้องมองเปงก้อนขี้ 😂😂😂
    #6,190
    0
  17. #6181 BaiTong23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 15:29
    อยากรู้ว่าพี่สิงจะทำยังไงเลย
    #6,181
    0
  18. #5850 bPAS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 09:52
    อย่างแรกนึกภาพตอนพี่สิงห์รู้ว่าน้องอยากปรับความเข้าใจคงดีใจจนร้องไห้จ้าแน่ๆ6666655555555555 ส่วน-เสือ!!!!! เอ็งมันร้าย!
    #5,850
    0
  19. #5515 Paengphattha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 01:32
    พี่สิงร้องไห้แล้วนะเสือ ก้อนขี้อะ55555555555
    #5,515
    0
  20. #5450 071727 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 06:06
    เริ่มแล้วเริ่มมีอาการแล้ว หนาว พูดได้ดีมาก
    #5,450
    0
  21. #5317 EATWELL (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 13:10
    แงโมเม้นตกหลุมรัก
    #5,317
    0
  22. #5300 blackpinkmilk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 13:03
    ทำให้เธอตกหลุมรักไง เจ้าเสือ😍😍😍
    #5,300
    0
  23. #5276 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 22:54
    ใจเต้นแล้ว555
    #5,276
    0
  24. #5273 CallTaM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 21:45
    ลูบแก้มอย่างเอ็นดู เดี๋ยวเด้อออออออออออออเสืออออออออ
    #5,273
    0
  25. #5261 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 08:06
    ชอบเขาแล้วอะเด้
    #5,261
    0