Hestia
ดู Blog ทั้งหมด

The Sakura kingdom - 13 Year old Mix Story

เขียนโดย Hestia

- Chapter  1 -

"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."

           

   'Am I not destroying my enemies when I make friends of them ? '

       ยามค่ำคืนของที่นี่ไร้แสงดาว หมอกหนาลอยละล่องตามท้องถนนที่มืดสลัว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้การแต่งแต้มเหมือนมีคนเอาผ้าสีดำมาปิดทุกอย่างเอาไว้ ถนนดูทอดตัวยาวไม่จบสิ้น แต่ผู้มาเยือนใหม่กลับไม่รู้ว่า ที่นี่มันที่ไหน ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสีดำที่เหมือนกระดาษสีรัตติกาลเสียมากกว่า ถึงไม่มีดวงจันทร์หรือดวงดาว ก็มีเสน่ห์ในตัวมันเองได้

               
ร่างบอบบางของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีจิวเวรี่ ที่ปกติมักจะทอประกายท่ามกลางแสงแดดอย่างงดงามเป็นสีรุ้งคริสตัลบัดนี้เมื่อไร้ซึ่งแสงจันทร์มันจึงแค่เงาแวววาวเป็นสีขาวมุกดาหาร หยักศกอ่อนๆยาวลงมาถึงเอวคอดเล็กบาง ซึ่งถูกมัดครึ่งหัวไว้ด้วยริบบิ้นสีดำเส้นเล็กยาว ผิวของเด็กสาวขาวใสบริสุทธิ์เหมือนหิมะ ดวงหน้ารูปไข่กับใบหน้างดงามน่ารักราวเทพธิดาน้อยๆ ที่น่าทะนุถนอมยิ่งนัก.... นัยน์ตาสีอำพันคานาเรียดั่งแก้วกระจกจันทราชวนมอง ดูน่ารักบอบบาง หากแต่กลับเต็มไปด้วยความสง่างามยิ่ง

               
สาวน้อยใส่ชุดไว้ทุกข์......ดูน่าเศร้าสลดและมืดมน
แต่ก็ดูสวยงามเมื่ออยู่บนร่างเธอ

               
ชุดกระโปรงสีดำยาวเลยเข่าไปเล็กน้อยติดระบายสีขาวที่ชายกระโปรงพลิ้วบางและติดตรงชายกระโปรงด้วยลูกไม้สีขาว คอปกเสื้อสีดำผูกริบบิ้นสีขาวเส้นยาว และกลัดเข็มกลัดการ์เน็ตขลิบทองทรงรีตั้งเอาไว้ตรงกลางริบบิ้น  แขนเสื้อยาวรัดด้วยริบบิ้นสีขาว กับโบว์คาดเอวสีขาวเส้นยาวขลิบสีดำตรงปลายๆ เด็กสาวสวมถุงน่องสีดำ....กับรองเท้ารัดข้อเท้าสีดำเช่นกัน.....แม้จะสวมชุดไว้ทุกข์แต่เธอก็ราวกับตุ๊กตาแก้ว....อันแสนเปราะบางที่พร้อมกับจะแหลกสลายหายไปทุกครั้งที่สัมผัส

               
ร่างบางนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่มีที่ไป หลงทางซะแล้วสิเรา...ที่นี่ที่ไหนเนี่ย
??? T^T

               
ทำไมเราถึงต้องมาเจอเรื่องแบบอยู่เรื่อย......


ตึก.....ตึก......ตึก


หา
?......


เสียงฝีเท้า.... จะเป็นไปได้ยังไงเรายังไม่ได้เดินเลยนี่นา.......
!!!

      
ดวงคู่โตใสกระจ่างสีอำพันหวานเหมือนแก้วกระจกจันทราเบิกกว้าง เด็กหญิงมองไป
รอบๆ....ตึกรามบ้านช่อง.....ไม่มีคน แล้วจะมีเสียงฝีเท้าไปได้ยังไง


ตึก....ตึก.......ตึก.......ตึก


เสียงฝีเท้ามัน....เริ่มเดินใกล้เข้ามา.....โดยไม่รอช้าร่างบางรีบลุกขึ้นยืนทันทีก่อนจะรีบออกวิ่ง ชุดกระโปรงสีดำพลิ้วเพราะแรงลมที่เข้ามาปะทะ เด็กสาวผู้งดงามยังคงได้ยินเสียงฝีเท้า แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าของเธอเอง....มันจะคงปกติถ้าเสียงฝีเท้ามันไม่.....


เกินมาก้าวนึง....


เหมือนมีคนเดินตามมาเพียงแต่ไม่รู้ว่าใคร

               
"หูฝาดน่า...หูฝาด ก็ไม่มีใครตามมาเลยนี่นา"สาวน้อยผู้งดงามหยุดวิ่งทันที....ค่อยๆหันไปมองข้างหลัง ไม่มีใครแต่มีเสียงฝีเท้า.....คนเป็นไม่ได้วิ่งตามมา......


งั้นคนตายก็วิ่งตามมาได้สิ


ดวงตาที่ดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์สั่นระริกก่อนจะค่อยๆ....หันกลับมาเผชิญข้างหน้า ปราสาท... มันสูงเทียมเมฆสีนิล....ราวป้อมปราการ สีของมันกลมกลืนกับท้องฟ้ายามนี้ได้พอดี หอคอยสูงชะลูดรายล้อมรอบตัวประสาท ดูราวกับเมืองขนาดย่อม ประตูทางเข้าที่เด็กสาวยืนอยู่ตรงหน้าลักษณะของมันเป็นซุ้มขนาดใหญ่ เมื่อมองผ่านเข้าไปภายในนั้นมืดมิดยิ่งนัก......สีดำกับหมอกจางๆ และไอเย็นยะเยือกที่ทำเอาหนาวสั่นได้

               
"เซอร์รี่"น้ำเสียงหวานใสไพเราะกังวานแจ่มสว่างเอ่ยเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงที่มักหายไปบ่อยๆ ปรากฏร่างสุนัขตัวเล็กๆสีขาว ลายจุดสีดำ เหมือนลูกหมาตัวน้อยที่น่าเอ็นดู ปีกนกของมันกางออกสีขาวอมฟ้าดูแปลกตา และโบว์สีแดงขนาดใหญ่ที่ผูกไว้ที่ลำคอ หมาน้อยเอียงคอมองเด็กสาวก่อนจะหันไปมองปราสาทด้านหน้า

               
"ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่เข้าไปในนั้นเด็ดขาด!"หมาน้อยนาม เซอเบอร์รัส ยื่นคำขาดกับผู้เป็นนาย พร้อมส่ายหน้า "มันชวนขนหัวลุกเกินไป!"เสียงเล็กๆนั้นเอ่ยบอกสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ พร้อมทำหน้ามุ่ย ปราสาทร้างชัดๆต้องมีผีแน่ๆ  "อยากจะอยู่ข้างนอกก็ตามใจ ฉันว่าข้างในน่าจะดีกว่า"ร่างบอบบางน่าทะนุถนอมราวแก้วใสค่อยๆเดินเข้าทิ้งหมาน้อยเอาไว้เพียงผู้เดียว

               
เซอเบอร์รัส
=[]=

           
(-_-  )
หันซ้าย

               
(  -_-)หันขวา


ครื..ด.....ด
(ßเสียงลม)

           
"
ว้ากๆๆๆๆๆๆ อัสตี้ รอข้าด้วยยยยยยยยย"ปีกนกสีขาวอมฟ้าของหมาน้อยน่ารักรีบบินตามเด็กสาวเข้าไปในปราสาททันที ทางเดินปูพรมสีแดงชั้นดีมีห้องมากมายเรียงรายอยู่ ดวงตาสีอำพันคานาเรียคู่โตสั่นระริก "ปราสาทร้างแน่หรอ?"น้ำเสียงหวานใสถาม เหมือนเสียงของธรรมชาติ เสียงใสไม่มีที่ติ... "ถามข้าแล้วข้าจะไปรู้เรอะ"

      
ปราสาทวังเวงและน่ากลัว....รู้สึกได้ถึงลมเย็นๆยะเยือกจากภายนอกที่ผ่านมาปะทะร่าง

               
 เด็กสาวเริ่มรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง......

               
เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันอาจจะทำให้ผู้มาที่เยือนประสาทหลอนเอาได้ง่ายๆ หมาน้อยเกาะหัวเจ้านายพร้อมกับตัวสั่นงกๆด้วยความกลัว...ผี


ครืด..ด.....ด


เสียงลมพัดผ่านมาชวนทั้งขนหัวลุกและเย็นสันหลัง เซอเบอร์รัสจึงตะโกนออกมาอย่างสติแตกว่า...
"ว้ากๆๆๆๆๆๆผี!" แทบจะในทันทีหมาน้อยร้องออกมาลั่นปราสาท พร้อมกับรีบบินหนีสุดชีวิตด้วยความตื่นตูม เดือดร้อนเด็กสาวที่มาด้วยกันต้องวิ่งตาม น้ำเสียงใสไร้ที่ติพยายามอธิบายให้ฟังว่านั่นเป็นแค่ เสียงลม

               
"เซอร์รี่ รอฉันด้วย"น้ำเสียงแจ่มสว่างยังคงพยายามตะโกน(ตะโกนเสียงดังมากที่สุดของเด็กสาวคือ ดังกว่าเสียงกระซิบนิดหน่อย) ร่างบางในชุดกระโปรงสีดำไว้ทุกข์รีบจ้ำอ้าวตามหมาน้อยมีปีกอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่เด็กสาวเป็นคนวิ่งช้า ยิ่งบรรยากาศมืดมิดแบบนี้ มองไม่เห็นทาง ยิ่งวิ่งช้าหนัก ประมาณว่า ไม่ต้องซุปเปอร์เต่าก็ชนะได้

               
เด็กสาวผู้งดงามกับหมาน้อยวิ่งกันมาถึง 4 แยก
(แต่ไม่ไฟแดง ท่านเทรนบอกงั้น- -) บรรยากาศทั้งมืดทั้งหนาว ร่างบางตะครุบตัวสุนัขจอมตื่นตูมได้ทันก่อนที่มันจะทำอะไรบ้าๆ พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอก "เซอร์รี่แย่ที่สุด!"น้ำเสียงไพเราะราวระฆังแก้วใสศักดิ์สิทธิ์เอ็ด หมาน้อยที่ได้แต่ส่ายหน้าขอขมาในอ้อมกอดอบอุ่นอ่อนโยนนั้น "ตอนที่วิ่งมา ฉันรีบมากจนจำทางกลับไม่ได้แล้ว"ประโยคจากเจ้านายเล่นเอาหมาน้อยเบิกตาโพลง

               
"จำทางกลับไม่ได้!! งี้ก็หลงอ่ะดิ ที่นี่มันซับซ้อนหยั่งกะอะไรดี"หมาน้อยมีปีกเช่นเดียวกับเทวทูตถึงกับตะโกนออกมาลั่นปราสาทอีกครั้ง เสียงสะท้อนดังลั่นไปทั่ว จนร่างบอบบางต้องหันมาเอ็ด "อย่าตะโกนสิเซอร์รี่!"

               
รอบๆตัวพวกเขาเต็มไปด้วยห้องรายล้อม เด็กสาวส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเลือกเปิดประตู ห้องที่ใกล้ที่สุด... ห้องที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์ พื้นหินอ่อนสีขาวดำลายตารางหมากรุก หน้าต่างเพดานห้องประดับประดาด้วยกระจกสี หากแต่ห้องนี้นั้นมืดมิด มีเพียงไฟจากแสงเทียนเท่านั้นที่จุดให้ความสว่าง

               
"ท่าทางจะไม่ใช่ปราสาทร้างนะ...เรารีบหาทางออกกันดีกว่า"น้ำเสียงราวนางฟ้าเอ่ยพร้อมกระชับร่างหมาน้อยในอ้อมกอดให้แนบแน่น "ดูยังไงก็ปราสาทร้างชัดๆ สงสัยไฟเนี่ยผีจุดมั้ง"เซอเบอร์รัสพึมพำกับเจ้านาย เด็กสาวไม่รู้จะตอบอะไรดี มีเพียงความเงียบเท่านั้น

               
"หลงทางงั้นหรอ?"น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกและน่ากลัวเอ่ยขึ้นจากห้องที่มืดมิด เสียงมากจากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง สาวน้อยกับหมาน้อยจ้องตากันแทบจะในทันที "เมื่อกี้เซอร์รี่พูดหรอ?" "เปล่านี่ อัสตี้นั่นแหละพูดรึเปล่า?"......ถ้าที่นี่เป็นปราสาทร้าง.....ก็ไม่น่าจะมีคนเป็น

               
งั้นคนตายล่ะมีมั้ย
?

       
อะไรซักอย่างทำให้ดวงตาคู่สีอำพันแก้วกระจกจันทราค่อยๆทอดไปมอง ท่ามกลางความมืด ที่ๆมีแสงเทียนส่องชัดที่สุด บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลาย ร่างหนึ่งกำลังนั่งชันเข่า ในความมืดมิดที่แสงไฟสาดส่องมากที่สุด ทำให้มองเห็นหน้านั้นได้ชัดเจน....

               
เด็กหนุ่มผมสีขาวซีดยาวประบ่าที่มัดไว้ด้านหลัง ผิวขาวซีดราวกับเพิ่งลุกขึ้นมาจากสุสาน นัยน์ตาข้างซ้ายแดงโลหิตราวกับมีเลือดคั่งอยู่ภายใน นัยน์ตาข้างขวากลับเป็นสีขาวซีดสีเดียวกับเส้นผมไม่ผิด เสื้อเชิ้ตสีดำรัตติกาลกับเสื้อกั๊กไหมพรมสีขาวและอีกหลายๆอย่างที่ในความมืดมิดนี้มองไม่ออก

               
แต่ว่า แค่เห็นหน้าคนทัก 2 ผู้มาเยือนก็

               
"วิญญาณ / ผี"      

               
 ร้องออกมาคนละถ้อยคำ แต่เวลาในการพูดวินาทีเดียวเป๊ะๆ ร่างอันแสนเปราะบางราวแก้วกับร่างเล็กๆน่ารักของหมาน้อยถอยหลังชะงักทันที

               
"นั่นคนเป็นหรือคนตาย!"หมาน้อยถามเสียงกระซิบ "ไม่รู้...ไม่รู้จริงๆ แต่ที่แน่ๆ แผ่รังสีไม่ธรรมดาออกมา"เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายขณะตอบ เส้นผมของเธอยามต้องแสงเทียนทอประกายเป็น 7 สีเหมือนสายรุ้งแต่สีโทนหลักยังคงเป็นสีขาวมุกดาหารเช่นเดิม

               
"กระซิบอะไรกัน?"น้ำเสียงนั้นถาม ให้บอกตรงๆมั้ย- -อยากรู้ไหมล่ะ 'โคตะระน่ากลัวเลย' แววตาคู่ 2 สีที่ทำให้คนมองกลืนน้ำลายไม่ลง ดวงตาที่ทรงอำนาจและแฝงไปด้วยความอำมหิตคู่นี้ ดูลึกลับ หากแต่ถึงแม้ว่ามันจะดูลึกลับ แต่....กลับไม่ดูน่าค้นหาซักเท่าไหร่ คงเพราะมันเหมือนลูกแก้วที่กลืนกินทุกอย่างหายไป

               
ดวงตาสีอำพันคู่ใสสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง บนดวงหน้าเด็กหนุ่มที่ดูน่าจะอายุมากกว่า...
"ฉันว่าเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ที่ไหนมาก่อนนะ"น้ำเสียงหวานใสเอ่ยด้วยเสียงที่เบากว่าเสียงกระซิบด้วยซ้ำ เซอเบอร์รัสได้แต่พยักหน้าเบาๆอย่างเห็นด้วยสุดๆ "คนเดียวกับที่ข้าคิดรึเปล่า?" "น่าจะใช่นะ..." "สีผมกับสีตาไม่เหมือนกัน" "โคลนนิ่งตัดต่อพันธุกรรมมั้ง"

               
เด็กสาวค่อยๆเลื่อนนัยน์ตาคู่บริสุทธิ์ขึ้นสบนัยน์ตา 2 สีน่ากลัวนั่น ..... 
"เอ่อ....."น้ำเสียงไพเราะเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างอย่างกับเด็กหนุ่มที่ดูอายุมากกว่า "พี่คง....ไม่กัดหนูหรอกใช่มั้ยคะ?^^;;"ดวงตาคู่นั้นมองเด็กหนุ่มคู่กรณีเสียวๆ แล้วสาวน้อยก็พบว่า....เขาหายไปจากเก้าอี้เสียแล้ว

               
"ไม่ร้อกกกก...."เหมือนมีใครซักคนเข้ามาด้านหลัง แขน 2 ข้างกอดรัดร่างบอบบางเอาไว้เป็นการสวมกอด คนถูกกระทำถึงกับแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ แม้ว่าดวงหน้าจะขึ้นสีแดงระเรื่อก็ตามที "แม่ตุ๊กตาตัวน้อย...หึหึหึ"น้ำเสียงเด็กหนุ่มขณะหัวเราะ แต่พอสาวน้อยรู้ว่าเขาเรียกเธอว่าอะไร

               
'ตุ๊กตาอีกแล้วหรอ!! นี่จะมีใครมองว่าฉันเป็น คน ไม่เลยใช่มั้ยเนี่ย มี๊T^T'(ßถูกเข้าใจผิดบ่อย)

               
 มือเรียวเล็กน่าสัมผัสค่อยๆแกะมือเย็นๆของคนที่กำลังสวมกอดอยู่
"ผู้ชายกับผู้หญิงที่เพิ่ง
เจอกันมาทำแบบนี้มันไม่งามค่ะ
"มือขาวค่อยๆแกะมือเย็นเฉียบออก เจ้าตัวฉีกยิ้มเสแสร้งสุดๆ "โอ๊ะ ลืมไปได้นะเรา"เด็กหนุ่มว่าขณะฉีกรอยยิ้มเป็นมิตรที่แสแสร้งขึ้นมา สาวน้อยผู้แสนซื่อ(สุดๆ - -)เห็นรอยยิ้มนั่นเข้า เลยคิดว่า คนตรงหน้าคงไม่ใช่คนไม่ดีอะไร

               
สาวน้อยได้แต่จ้องหน้าเขาขณะที่ความเงียบโรยตัว ทั้งเงียบทั้งวังเวงสุดๆ ไม่ต่างจากปราสาทผีสิง
"เอ่อ..พี่แยกออกมั้ยคะ อะไรคือ บล็อกโคลี่ อะไรคือ ดอกกะหล่ำ"เสียงไพเราะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยคำถามที่เข้าตัวคิดว่าเวิร์คที่สุดแล้ว และตามมาด้วยรอยยิ้มที่แทบทำให้โลกหยุดหมุน

               
ดวงตา 2 สีอ่านยาก....
"ออกสิ บล็อกโคลี่สีเขียวแล้วก็เล็ก ดอกกะหล่ำจะใหญ่กว่า"คำตอบที่เด็กสาวได้แต่พยักหน้า (._.)(_ _)(._.)(_ _) "ขอบคุณค่ะ^-^"เสียงใสไร้ที่ติกล่าวขอบคุณขณะที่คู่สนทนากำลังจ้องหน้าเธออยู่

               
"บทสนทนาพวกเจ้านี่มัน..จืดชืดชะมัด ข้าเห็นแล้วรำคาญ ทำไม!? มองอะไรไม่เคยเห็นท่านเซอเบอร์รัสเรอะ"หมาน้อยบ่นๆ มอง 2 คนด้วยสายตาเซ็งๆ จะให้เขาเป็นตัวประกอบอีกนานแค่ไหนกันหา!?

           
"
ไม่เคยตาย..."คำพูดแสนกวนประสาททำให้หมาน้อยมีปีกเพิ่มความโกรธาให้กับหมาน้อยเป็นเท่าตัว "ตอบไม่ตรงคำถามคำถาม ให้ตายสิ มนุษย์นี่ล่ะน้า-*-"เซอเบอร์รัสส่ายหน้าเบาๆอย่าเอือมๆ

               
"ประสาทเอ๊ย...."เจ้าของเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ สบถออกมาพร้อมคว้าเคียวสลักที่เลยส่วนสูงตัวเองไป ก่อนจะ แสยะยิ้ม "ให้ตัดส่วนไหนก่อนดีล่ะ หึหึหึ..."คำพูดแสนโรคจิตเปรยออกมาพร้อมกับหมาน้อยที่ตัวแข็งทื่อรีบวิ่งไปหลบหลังเจ้านาย "อัสตี้ๆๆๆ ช่วยข้าหน่อยTT^TT"สาวน้อยไม่ได้พูดอะไร เพราะโดนเด็กหนุ่มคู่กรณีของหมาน้อยตัดบท "หลบหลังผู้หญิง น่าสมเพชชะมัด"จิตสังหารแรงกล้าถูกส่งไปให้เซอเบอร์รัสที่ตัวสั่นเทา

               
"เอ่อ....พี่คะใจเย็นๆนะ^^;;"เสียงหวานใสเอ่ยพร้อมเจ้าของเสียงที่ดึงร่างเล็กๆมาไว้ในอ้อมกอด "ถ้าอัสเตรียไม่ทำให้ข้าอยู่ในร่าง 3 หัวข้าจะสู้ยังไงล่ะฟะ"คำค้านแก้ตัวของเซอเบอร์รัสดูเหมือนจะยั่วอารมณ์เสียมากกว่า "จะกี่หัวฉันก็จะทำแกเป็นหมาบะช่อล่ะเฟ้ย"เคียวในมือฟาดเฉียดๆจนคนโดนโจมตีสะดุ้งหนัก

               
หน้าอัสเตรีย
à -*-

      
หน้าเซอเบอร์รัสà =[]=

           
"
มี๊.......ใจเย็นๆนะ....ใจเย็น"อัสเตรียพยายามจะห้ามทัพแม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม "ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงก็หลบไปซะ"เด็กหนุ่มชัดเคียวกลับ น้ำเสียงเหี้ยมๆถูกส่งให้เด็กสาวที่จ้องมองเคียวอย่างวิเคราะห์ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เด็กสาวค่อยๆกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหลซิบ หมาน้อยในอ้อมกอดเห็นดังนิ้วถึงกับอุทานด้วยความตกใจ "เฮ้ยยยย เจ้าทำอะไรน่ะ!!" "ฆ่าตัวตายมั้ง"เด็กหนุ่มผมสีขาวเปรย

               
มือบอบบางค่อยๆยื่นไปข้างหน้าเด็กหนุ่มคู่กรณี
"อะไร จะให้ฉันตัดมือรึไง"อัสเตรียไม่ได้ฟังคำพูดเหล่านั้นเด็กสาวมองเคียวอย่างครุ่นคิดก่อนจะค่อยๆให้เลือดในมือเขียนอะไรซักอย่างบนเคียวสลัก "เขียนอะไรของเธอ"น้ำเสียงที่ส่งมาดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก "ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ อารมณ์ไม่ดีหรอคะ"เด็กสาวผู้งดงามส่ายหน้าเบาๆก่อนจะดีดนิ้ว ลายลักษณ์เลือดบนเคียวกระพริบเป็นสีทอง 3 ครั้งก่อนจะเลือนหายไป

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น