"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."
ขอให้คุณจำอะไรไว้ซักอย่าง..... ‘คนที่ไม่เคยทำผิด ก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย’ ความเลวแน่นอนคนเราถ้ายังเป็นมนุษย์ก็ต้องมีกันบ้าง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นบ่อเกิด เพราะความคิดคนเรานั่นแหละที่ทำให้เกิดความดีหรือความเลว
“น้องฉัน...ทำไมมันนักเลงงี้ฟะ- -”เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำเป็นประกายซอยสั้นระต้นคอตัดกับผิวสีขาวซีดราวกับเพิ่งผุดขึ้นมาจากสุสาน ส่ายหน้าเบาๆอย่างเอือมๆเมื่อเด็กหญิง 2 คนออกไปตบกันข้างนอก ดวงตาสีเขียวน้ำซุปใสทอประกายไปด้วยความเอือมระอา ขณะลอบถอนหายใจเบาๆ
“มาน่า - -” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินสั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลภายใต้แว่นกรอบสี่เหลี่ยม ที่ทอประกายเอือมๆในน้องสาวตัวเองไม่แพ้กัน
“ต้องรีบไปลากคอกลับมา ก่อนมันจะได้แผล”เด็กหนุ่มผมสีดำนามราเวน ใช้พลังของตนเองเปลี่ยนมีดกางเขนในมือให้กลายเป็นง้าวแล้วเดินออกไป “วันนี้แหละต้องเอามาน่าคืนมา”ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินนาม ราเวน เช่นกัน หยิบตำราสนุมไพรแล้วเดินตามราเวนอีกคนออกไป
ด้านนอกปราสาทมีร่างสาวน้อย 2 คนกำลัง ‘ซัด’ กันอยู่อย่างไม่มีใครยอมใคร- -;; ราเวนผมสีดำขลับเป็นมันฟาดง้าวเข้ากลางวงสาวน้อย 2 คนด้วยดวงตาแสนอำมหิต “ไอ้เวียยยยย หยุดแสดงกิริยามารยาทนักเลงน้าเฟ้ยยย”น้ำเสียงเข้มตวาดลั่น “มาน่า กลับตัวกลับใจซะทีเถอะน่า”ราเวนอีกคนเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“หนวกหู!!ตอนนี้พี่เป็นแค่ตัวกลับฉากเงียบไปเลย!!!>O<”รารีเวียตะโกนกลับ “พี่กลับไปเลย ฉันพอใจที่ฉันเป็นอยู่!! ตีกันต่อมา E-ตากุ้งยิง”โรสบลัดตะโกนกลับด้วยเสียงดังไม่แพ้รารีเวีย ทั้ง 2 คนจ้องตากันเกิดกระแสไฟฟ้าเปรี๊ยะๆ พี่ทั้ง 2 มองหน้ากันราวกัยนัดกันไว้ “เอาไงดี”ราเวนผมดำถามคนผมน้ำเงิน “ส่งพวกนี้เข้าโรงเรียนสตรีถ้าจะดี”อีกคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“ความคิดเข้าท่า นายรวบหัวเดี๋ยวรวบหางให้ จับแน่นๆอย่าให้ยัยตัวป่วนดิ้นหลุด”เด็กหนุ่มผมดำสั่งคู่ซัฟพอร์ด- - “โอเค”ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินพยักหน้ารับก่อที่ตั้งคู่จะแยกกันไปจับเด็กแสบทั้ง 2 แยก(เปอร์เซ็นการซัฟพอร์ด 100%) “ไปอยู่โรงเรียนสตรีประจำ”ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินบอกกับโรสบลัดทันทีที่รวบตัวเธอได้
“ยอมซะดีๆ ไอ้น้องเวง”ราเวนผมดำกระซิบข้างหู “ปล่อยน้า พี่เฮงซวย!!!”สาวน้อยผมขาวตะโกนลั่นพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากการพัธนาการ “พี่เวน!! ปล่อยเวียสิช้า~น จะฆ่าE-หลาบ เอ๊ย!!!”รารีเวียตะโกนพร้อมชี้หน้าโรสบลัด (Hes:โอ๊ย คู่นี้ปวดแก่น-*-) (Train:ง่ะ) “ฉันก็จะฆ่าแกเหมือนกันแหละ E-ตากุ้งยิง!!!”
“มีดีแค่ความสูงทำปากเก่ง!!ฉันหมั่นไส้หล่อนตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้วย่ะยัยแหล!”รารีเวียตะโกนด่าโรสบลัดข้ามหัวพี่ชาย(Hes:เออด่ากันเข้าไป- -;;)(Train:ไม่แยกเร็วๆโลกแตกแน่) “ว่า-ไง-น้า~!!!ยัยปากปีจอ กะอีแค่มีตาเทพ เป็นเชื้อเจ้า มีพี่เป็นเชื้อพระวงศ์ ยัยจะมาอวดอีกเหรอ ห๊า!!! ยัยเบื้อก!”โรสบลัดไม่ยอมแพ้ทิ้งระเบิดลูกแรกใส่รารีเวีย
“ว่า-ไง-น้า~!!!(ล้อเลียน) โอ๊ย แหล จริงจริ๊งยัยเผือกเอ๊ย ผิวแบบนี้ ต้องเรียกหล่อน E-นังโมจิไส้เผือก ขึ้นรา-O-!!!!”รารีเวียทิ้งระเบิกลูกที่ 2 ใส่โรสบลัด(Hes:ข้าน้อยเห็นด้วยท่านเทรน- -)(Train:เฮ้ย ราเวน 2 ตัวนี้ จับพวกนี้แยกด่วน) “งั้นหล่อนก็โอเลี้ยงแหละ-*-”เด็กสาวผมสีขาวไม่วายกัดต่อ
“หาเรื่องเรอะ ยัยโมจิไส้เผือก-O-”เมื่อน้องสาวเอ่ยคำด่าครั้งต่อมาพี่ชายเจ้าของเรือนผมสีดำถึงกับทนไม่ไหว “เงียบสิฟะ ไอ้เวีย!!!” “แยกๆๆๆ”ราเวนอีกคนลากโรสออกไปไกลๆ “ปล่อยน้าราเวน ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยโอเลี้ยง!!”
เด็กหนุ่มผมสีดำลากเด็กหญิงผมสีน้ำตาลไปอีกทางเช่นกัน “เหนื่อยวุ้ย-*-” ราเวนพึมพำเบาๆ “ไม่รับฝากย่ะ ยัยเผือกตอแหล>O<”
รารีเวียมองโรสบลัดเหมือนอยากฆ่าให้ตายก่อนจะมองแขนแข็งเกร่งรัดคอเธออยู่ เด็กหญิงผมสีน้ำตาลยาวตัดสินใจกัดเต็มแรง
“ไอ้เวียแก>O<อย่ากัดๆๆๆ เจ็บน้า”เด็กหนุ่มผมสีดำเป็นมันโวยวายลั่น โรสบลัดเห็นดังนั้นก็เลยยกขาขึ้นและ.... “อ๊ากกกกกก มาน่าอย่าเตะ”
“แง่ง!!ปล่อยเค้าสิ เค้าจะไปหักคอยัยกะปิปลาร้านั่น>O<”รารีเวียตะโกนโวยวายลั่น “ย้ากกกก ปล่อยฉัน ฉันจะไปชำแหละยัยโอเลี้ยงปากปีจอ-*-!!”ทั้งคู่ด่ากันไปมาแม้จะถูกแยกอย่างไม่มีใครยอมใคร
“มาสิยะ!!ถ้าหล่อนกล้ายัยเผือกกกกกกกก”
“เอาเซ่!!ยัยโมจิไส้ถั่วดำ”
เด็กสาวผมสีน้ำตาลมัดหางม้าสะบัดราเวนแล้วหยิบปักตอคู่กายขึ้นมา “วันนี้ขอเป็นเด็กเลวซักวันนึง หึหึหึ ฉันจะกระซวกตับเธออกมาแกว่งเล่น”โรสบลัดเหยียบเท้าพี่ชายแล้วชักสปาต้าขึ้นมา “วันนี้จะทำให้ศพหล่อนเละ แล้วค่อยเอาไปหมกส้วมดีกว่า หึหึหึ”
“มามะ E-หลาบ มาหาแม่มา- -+++”
“มาเลยเซ่ นังโอเลี้ยง”
เด็กหญิงผมสีน้ำตาลฟาดปักตอผ่าหัวเด็กสาวผมสีขาว “เอามีดทื่อๆของหล่อนออกไปจากหน้าฉัน”เด็กสาวผมสีขาวแทงมีดทะลุหน้าอกเด็กหญิงผมสีน้ำตาล “งั้นเอาหัวใจแทนแล้วกัน”
รารีเวียดึงมีดของโรสบลัดออกพร้อมลาดเสียงกวนส้นตีน “แหมๆๆ แสบไม่ย่อยนะยะ หึหึ” “หล่อนก็เหมือนกันนั่นแหละ”ทั้ง 2 คนดูเหมือนจะเขม่นกันไม่เลิก “หึหึหึ”โรสบลัดเลียเลือดในมือ “เริ่มตัดส่วนไหนก่อนดีน้า~ดีน้า เจี๋ยนผิวเผือกๆนี่ซะ ฮี่ๆๆๆๆ”รารีเวียชักสีหน้าวิกลจริตมากมายพร้อมมองคู่กรณีที่ดึงกุหลาบเปื้อนเลือดออกมา “สมกับเป็น E-หลาบ นะ กร้อบ!”เด็กหญิงผมสีน้ำตาลหักนิ้ว
“กุหลาบงามแต่พิษร้ายแรงนะหล่อน หึหึหึ”
“ฮิๆ เค้าว่าที่ชอบกุหลาบน่ะ กระแดะ”
“เหรออออ”
“อย่ายานให้มากนัก ยัยลูกหมา”
“ยัยลูกกระจ๊อบ”
ทั้งคู่ยังคงด่ากันไม่เลิก รารีเวียแสยะยิ้มก่อนจะค่อย “ดีกว่าเห่าบ้อกๆก็แล้วกัน” โรสบลัดกัดฟันกรอด “นังแม่มดเอ๊ย”น้ำเสียงหวานสถบออกมาห้วนๆ เด็กหญิงผมสีน้ำตาลหัวเราะ “ฉันเป็นปิศาจ”เด็กหญิงแก้พร้อมกับยิ้มกวนๆ “พวกขายวิญญาณ เราเรียกว่าแม่มด”
“จะเรียกยังไงก็ช่างหล่อนก็ไม่ต่างจากฉันนักหรอก ยัยกะปิปลาร้า”รอยยิ้มแสยะไม่ได้หายไปจากใบหน้าของเด็กสาวนามรารีเวียเลยซักนิด
“พูดไปก็เปลืองน้ำลายมาตีกันมา”
น้องสาว 2 คนไม่กินเส้นกัน แต่พี่ชาย 2 คนกลับร่วมมือกันได้ดีจนน่าตกใจ
.................................................................................................................................................................................
สายลมเย็นยะเยียกพัดผ่าน บรรยากาศน่าอึดอัดของคน 2 คนที่กำลังแผ่รังศีมาคุมืดมน ในห้องที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์ เทียนหอมถูกจุดให้แสงสว่างเพียง 1 เดียวหน้าต่างเปิดอ้าเอาไว้รับลมภายนอกให้เข้ามา เด็กสาวเจ้าของดวงตาสีแก้วกระจกจันทรา ดูบริสุทธิ์ไร้สิ่งแปดเปื้อน งดงามกำลังสั่นระริก “ห้ามไปนะอัสเตรีย”คำพูดจากเด็กหนุ่มผมสีขาว เด็กสาวเลิกคิ้วครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอ...
“เอ่อ.....พี่ มินามิ พี่เคคะ...”น้ำเสียงหวานใสกังวาลราวกับระฆังแก้วศักสิทธิ์ไพเราะลื่นหูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเสียงกระซิบเพียงเล็กน้อย “อะไร”ทั้ง 2 คนถามพร้อมกันน้ำเสียงฟังดูเข้มจนน่ากลัว
เพราะน้ำเสียงนั้นทำให้เด็กสาวตัวสั่นจนพูดไม่ออก
2 พี่น้องดวงตาสองสีจ้องตากันก่อนจะลากอัสเตรียกับซามาร่าออกไปจากห้องแล้วปิดประตู เด็กสาวทั้งสองนั่งลงหน้าห้องไม่นานก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากด้านใน
“อ๊ากกกกกกกกก”
“เสร็จฉันล่ะ!!”
ดูท่าทาง...มินามิกำลังเสียเปรียบ
“คงต้องคลายเวทก่อนมั้งเนี่ย....ไม่งั้นพี่มินามิแหลกแน่”เสียงใสราวแก้วระฆังใสพึมพำ “จะคลายก็คลายเร็วเรวววววววววววววววววววว”เสียงมินามิดังขึ้นลอดผ่านประตูอย่างได้ยินตามมาด้วยเสียงพี่ชายฝาแฝดของเขา “ฉันจะส่งแกไปลงนรกซะเลยยย”
สาวน้อยผู้งดงามราวกับตุ๊กตาแก้วเจียระไนที่น่าทะนุถนอมดีดนิ้วก่อนจะบอกกับคนข้างในด้วยน้ำเสียงระดับเดิม “คลายแล้วค่ะ” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มภายในห้องยิ้ม “ค่อยสูสีกันหน่อย ย้ากกกกก” “งั้นเหรออออ” สาวน้อยเจ้าของใบหน้างดงามและบริสุทธิ์ดูแล้วละสายตาได้ยากกำลังก้มลงเย็นอะไรซักอย่างด้วยความปราณีตและบรรจง “คุณอัสเตรียดื่มชามั้ยคะ?”ซามาร่าถามเสียงใส “ค่ะ^^”สาวน้อยตอบพร้อมรอยยิ้ม เด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวยจึงค่อยๆรินชาใส่ถ้วยให้ “นี่คะ” ก่อนที่เธอจะนั่งถักโครเชร์เป็นเพื่อน
เสียงโวยวายของสองพี่น้องลอดออกมาจากในห้องเป็นระยะๆเสียงแรกเป็นเสียงของเคต่อมาเป็นของมินามิ “ยอมแพ้รึยัง?” “ยังเฟ้ย!”ตามมาด้วยเสียงโลหะเสียดสีกัน เด็กสาวผมสีมุกดาหารหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างที่ดูราวกับตุ๊กตาแก้วทำอย่างปราณีตบรรจงจนดูเปราะบางน่าปกป้องนั่งถักอะไรซักอย่างในขณะที่กำลังฟังเสียงนั้นไปด้วย
“ครึกครื้นกันดีนะคะ^^”รอยยิ้มใสซื่อไร้เดียงสางดงามจนน่าหายใจคลี่ให้เด็กสาวผมสีน้ำตาลยาว “นั่นสิคะ ว่าแต่ทางบ้านคุณอัสเตรียเป็นยังไงบ้างคะ?”ซามาร่าถามพร้อมอรยยิ้มน่ารักอ่อนโยน
“ก็เรื่อยๆค่ะ....ไว้หนูเรียนจบเมื่อไหร่ จะมาช่วยงามทางบ้าน”
“หรอคะ ขยันจังนะคะ”
คำพูดของซามาร่า เรียกรอยยิ้มแห้งๆจากอัสเตรีย “มีกันอยู่แค่ 2 คนทำไงได้ล่ะคะพี่ซามาร่า”น้ำเสียงฟังดูเหงาเศร้าสร้อยจนน่าใจหายตอบเบาๆ “ขอโทษนะคะ”เด็กสาวผมสีน้ำตาลต้นสนก้มหน้าอย่างสำนึกผิด “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ^-^”รอยยิ้มอ่อนหวานคลี่บนริมฝีปากกระจับสีชมพูกุหลาบ ซามาร่าได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ค่ะ..”
เมื่อเข็มสีเงินในมือขาวบอบบางเย็บครั้งสุดท้ายเสร็จ เสียงใสไพเราะกังวาลก็เอ่ยออกมาหลังจากความเงียบโรยตัวไปเนิ่นนาน “เอาล่ะเสร็จแล้ว” ดวงตาสีฟ้าและชมพูเปลี่ยนมามองเด็กสาว “ไหนคะ?”
ดวงตาสีอันคานาเรียดั่งแก้วกระจกจันทราทอประกายแวววาวก่อนจะหยิบตุ๊กตาผ้าตัวน้อยที่เย็บอย่างบรรจงให้ดู “น่ารักจังค่ะ” เสียงใสเอ่ยชม “ขอบคุณค่ะ^^”
“เสร็จแล้วค่ะ หมวกให้คุณอัสเตรีย”เด็กสาวผมสีน้ำตาลเป็นประกายยื่นหมวกผ้าส่งให้ เด็กสาวผมสีคริสตัลพยักหน้ารับเบาๆพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน “ขอบคุณค่ะ”(บทสนทนามีอยู่แค่นี้เรอะ!!)
โครม!!
ร่างเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเป็นกระเซิงกระเด็นออกมาจากห้องคั่นกลาง 2 สาวที่มีใบหน้าตกใจ “...พี่มินามิ...”อัสเตรียพึมพำอย่างช็อกค้าง “มินามิเป็นอะไรมั้ย”ซามาร่ายื่นมือนุ่มนวลไปสัมผัสหน้าเด็กหนุ่ม “ฉันไม่เป็นไร” เด็กสาวผู้งดงามอีกคนไม่อยากขัดจังหวะเลยถอยออกมา “แขนเธอเลือดออกด้วย”เด็กสาวผมสีน้ำตาลจ้องมองแขนที่เลือดไหลซิบ “ฉันไม่เป็นไรน่า”
“คู่นี้น่ารักดีน้า คิกๆ”อัสเตรียหัวเราะเบาๆขณะมองมินามิที่วิ่งกลับไปสู้ต่อ ซามาร่าหันมามองเด็กสาวที่เดินออกไปซะไกล “คุณอัสเตรีย ไปทำอะไรตรงนั้นคะ?”
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น
- -นั่งปั่นเกือบทั้งวันเสร็จเเล้วโว้ยยยย
PS. Angels we have heard on high Sweetly singing oer the plains,And the mountains in reply Echoing their joyous strains.
อะไรก๊านนนน ข้างนอกซัดกันจะเป็นจะตาย ข้างในดันดื่มชาTT^TT อยากดื่มมั่งง่า(มิ่งไปแย่งชาเค้ากิน- -+)
นางเอกสองเรื่องนี้ ช่างเหมือนกันจริงๆ- -++
(บทสนทนามีอยู่แค่นี้เรอะ!!) <<<ถูก!!!
ง่ะ!! เฮ้ย แกจะทำอะไรของแกฟระ - -+
PS. Game Master Kids~-Za ประกาศให้โลกรูว่า ข้านี่ล่ะบอสแห่ง The Writer เปรี้ยง เปรี้ยง ซ่า ซ่า ข้านี่ล่ะบอสสสสสสสสสสสส~~~~~ (ใครหน้าไหนก็เอามิสเทียไป ไม่ได้ทั้งนั้น5555)
พอดีโรสกับเวียเค้าไม่ค่อยจะกินเส้นกันน่ะค่ะ^^ เเต่บทสนาทนาระหว่างอัสเตรียกับซามาร่าเนี่ย....มันน่าเบื่อจริงๆ- -เฮสเห็นด้วย ตอน 3 จะปั่นให้จบก่อนดปิดเทอมล่ะ
PS. Angels we have heard on high Sweetly singing oer the plains,And the mountains in reply Echoing their joyous strains.
PS. Game Master Kids~-Za ประกาศให้โลกรูว่า ข้านี่ล่ะบอสแห่ง The Writer เปรี้ยง เปรี้ยง ซ่า ซ่า ข้านี่ล่ะบอสสสสสสสสสสสส~~~~~ (ใครหน้าไหนก็เอามิสเทียไป ไม่ได้ทั้งนั้น5555)
เหอะๆ ท่าทางจะเป็นยำรวมมิตร