"There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
'Am I not destroying my enemies when I make friends of them ?'
ยามค่ำคืนของที่นี่ไร้แสงดาว หมอกหนาลอยละล่องตามท้องถนนที่มืดสลัว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้การแต่งแต้มเหมือนมีคนเอาผ้าสีดำมาปิดทุกอย่างเอาไว้ ถนนดูทอดตัวยาวไม่จบสิ้น แต่ผู้มาเยือนใหม่กลับไม่รู้ว่า ที่นี่มันที่ไหน ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสีดำที่เหมือนกระดาษสีรัตติกาลเสียมากกว่า ถึงไม่มีดวงจันทร์หรือดวงดาว ก็มีเสน่ในตัวมันเองได้
ร่างบอบบางของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีจิวเวลรี่ ที่ปกมักจะทอประกายท่ามกลางแสงแดดอย่างงดงามเป็นสีรุ้งคริสตัลบัดนี้เมื่อไร้ซึ่งแสงจันทร์มันจึงแค่เงาแวววาวเป็นสีขาวมุกดาหาร หยักศกอ่อนๆยาวลงมาถึงเอวคอดเล็กบาง ซึ่งถูกมัดครึ่งหัวไว้ด้วยริบบิ้นสีดำเส้นเล็กยาว ผิวของเด็กสาวขาวใสบริสุทธิ์เหมือนหิมะ ดวงหน้ารูปไข่กับใบหน้างดงามน่ารักราวเทพธิดาน้อยๆ ที่น่าทะนุถนอมยิ่งนัก.... นัยน์ตาสีอำพันคานาเรียดั่งแก้วกระจกจันทราชวนมอง ดูน่ารักบอบบาง หากแต่กลับเต็มไปด้วยความสง่างามยิ่ง
สาวน้อยใส่ชุดไว้ทุกข์......ดูน่าเศร้าสลดและมืดมน แต่ก็ดูสวยงามเมื่ออยู่บนร่างเธอ
ชุดกระโปรงสีดำยาวเลยเข่าไปเล็กน้อยติดระบายสีขาวที่ชายกระโปรงพริ้วบางและติดตรงชายกระโปรงด้วยลูกไม้สีขาว คอปกเสื้อสีดำผูกริบบิ้นสีขาวเส้นยาว และกลัดเข็มกลัดการ์เนทขลิบทองทรงรีตั้งเอาไว้ตรงกลางริบบิ้น แขนเสื้อยาวรัดด้วยริบบิ้นสีขาว กับโบว์คาดเอวสีขาวเส้นยาวขลิบสีดำตรงปลายๆ เด็กสาวสวมถุงน่องสีดำ....กับรองเท้ารัดข้อเท้าสีดำเช่นกัน.....แม้จะสวมชุดไว้ทุกข์แต่เธอก็ราวกับตุ๊กตาแก้ว....อันแสนเปราะบางที่พร้อมกับจะแหลกสลายหายไปทุกครั้งที่สัมผัส
ร่างบางนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่มีที่ไป หลงทางซะแล้วสิเรา...ที่นี่ที่ไหนเนี่ย??? T^T
ทำไมเราถึงต้องมาเจอเรื่องแบบอยู่เรื่อย......
ตึก.....ตึก......ตึก
หา?......
เสียงฝีเท้า.... จะเป็นไปได้ยังไงเรายังไม่ได้เดินเลยนี่นา.......!!!
ดวงคู่โตใสกระจ่างสีอำพันหวานเหมือนแก้วกระจกจันทราเบิกกว้าง เด็กหญิงมองไป
รอบๆ....ตึกรามบ้านช่อง.....ไม่มีคน แล้วจะมีเสียงฝีเท้าไปได้ยังไง
ตึก....ตึก.......ตึก.......ตึก
เสียงฝีเท้ามัน....เริ่มเดินใกล้เข้ามา.....โดยไม่รอช้าร่างบางรีบลุกขึ้นยืนทันทีก่อนจะรีบออกวิ่ง ชุดกระโปรงสีดำพริ้วเพราะแรงลมที่เข้ามาปะทะ เด็กสาวผู้งดงามยังคงได้ยินเสียงฝีเท้า แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าของเธอเอง....มันจะคงปกติถ้าเสียงฝีเท้ามันไม่.....
เกินมาก้าวนึง....
เหมือนมีคนเดินตามมาเพียงแต่ไม่รู้ว่าใคร
"หูฝาดน่า...หูฝาด ก็ไม่มีใครตามมาเลยนี่นา"สาวน้อยผู้งดงามหยุดวิ่งทันที....ค่อยๆหันไปมองข้างหลัง ไม่มีใครแต่มีเสียงฝีเท้า.....คนเป็นไม่ได้วิ่งตามมา......
งั้นคนตายก็วิ่งตามมาได้สิ
ดวงตาที่ดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์สั่นระริกก่อนจะค่อยๆ....หันกลับมาเผชิญข้างหน้า ปราสาท... มันสูงเทียมเมฆสีนิล....ราวป้อมปราการ สีของมันกลมกลืนกับท้องฟ้ายามนี้ได้พอดี หอคอยสูงชะลูดรายล้อมรอบตัวประสาท ดูราวกับเมืองขนาดย่อม ประตูทางเข้าที่เด็กสาวยืนอยู่ตรงหน้าลักษณะของมันเป็นซุ้มขนาดใหญ่ เมื่อมองผ่านเข้าไปภายในนั้นมืดมิดยิ่งนัก......สีดำกับหมอกจางๆ และไอเย็นๆที่ทำเอาหนาวสั่นได้
"เซอร์รี่"น้ำเสียงหวานใสไพเราะกังวาลแจ่มสว่างเอ่ยเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงที่มักหายไปบ่อยๆ ปรากฏร่างสุนัขตัวเล็กๆสีขาว ลายจุดสีดำ เหมือนลูกหมาตัวน้อยที่น่าเอ็นดู ปีกนกของมันกางออกสีขาวอมฟ้าดูแปลกตา และโบว์สีแดงขนาดใหญ่ที่ผูกไว้ที่ลำคอ หมาน้อยเอียงคอมองเด็กสาวก่อนจะหันไปมองปราสาทด้านหน้า
"ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่เข้าไปในนั้นเด็ดขาด!"หมาน้อยนาม เซอเบอร์รัส ยื่นคำขาดกับผู้เป็นนาย พร้อมส่ายหน้า "มันชวนขนหัวลุกเกินไป!"เสียงเล็กๆนั้นเอ่ยบอกสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ พร้อมทำหน้ามุ่ย ปราสาทร้างชัดๆต้องมีผีแน่ๆ "อยากจะอยู่ข้างนอกก็ตามใจ ฉันว่าข้างในน่าจะดีกว่า"ร่างบอบบางน่าทะนุถนอมราวแก้วใสค่อยๆเดินเข้าทิ้งหมาน้อยเอาไว้เพียงผู้เดียว
เซอเบอร์รัส =[]=
(-_- ) หันซ้าย
( -_-)หันขวา
ครื..ด.....ด(ßเสียงลม)
"ว้ากๆๆๆๆๆๆ อัสตี้ รอข้าด้วยยยยยยยยย"ปีกนกสีขาวอมฟ้าของหมาน้อยน่ารักรีบบินตามเด็กสาวเข้าไปในปราสาททันที ทางเดินปูพรมสีแดงชั้นดีมีห้องมากมายเรียงรายอยู่ ดวงตาสีอำพันคานาเรียคู่โตสั่นระริก "ปราสาทร้างแน่หรอ?"น้ำเสียงหวานใสถาม เหมือนเสียงของธรรมชาติ เสียงใสไม่มีที่ติ... "ถามข้าแล้วข้าจะไปรู้เรอะ"
ปราสาทวังเวงและน่ากลัว....รู้สึกได้ถึงลมเย็นๆยะเยือกจากภายนอกที่ผ่านมาปะทะร่าง
เด็กสาวเริ่มรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง......
เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันอาจจะทำให้ผู้มาที่เยือนประสาทหลอนเอาได้ง่ายๆ หมาน้อยเกาะหัวเจ้านายพร้อมกับตัวสั่นงกๆด้วยความกลัว...ผี
ครืด..ด.....ด
เสียงลมพัดผ่านมาชวนทั้งขนหัวลุกและเย็นสันหลัง เซอเบอร์รัสจึงตะโกนออกมาอย่างสติแตกว่า... "ว้ากๆๆๆๆๆๆผี!" แทบจะในทันทีหมาน้อยร้องออกมาลั่นปราสาท พร้อมกับรีบบินหนีสุดชีวสิตด้วยความตื่นตูม เดือดร้อนเด็กสาวที่มาด้วยกันต้องวิ่งตาม น้ำเสียงใสไร้ที่ติพยายามอธิบายให้ฟังว่านั่นเป็นแค่ เสียงลม
"เซอร์รี่ รอฉันด้วย"น้ำเสียงแจ่มสว่างยังคงพยายามตะโกน(ตะโกนเสียงดังมากที่สุดของเด็กสาวคือ ดังกว่าเสียงกระซิบนิดหน่อย) ร่างบางในชุดกระโปรงสีดำไว้ทุกข์รีบจ้ำอ้าวตามหมาน้อยมีปีกอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่เด็กสาวเป็นคนวิ่งช้า ยิ่งบรรยากาศมืดมิดแบบนี้ มองไม่เห็นทาง ยิ่งวิ่งช้าหนัก ประมาณว่า ไม่ต้องซุปเปอร์เต่าก็ชนะได้
เด็กสาวผู้งดงามกับหมาน้อยวิ่งกันมาถึง 4 แยก(แต่ไม่ ไฟแดง ท่านเทรนบอกงั้น- -) บรรยากาศทั้งมืดทั้งหนาว ร่างบางตะครุบตัวสุนัขจอมตื่นตูมได้ทันก่อนที่มันจะทำอะไรบ้าๆ พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอก "เซอร์รี่แย่ที่สุด!"น้ำเสียงไพเราะราวระฆังแก้วใสศักดิ์สิทดิ์เอ็ด หมาน้อยที่ได้แต่ส่ายหน้าขอขมาในอ้อมกอดอบอุ่นอ่อนโยนนั้น "ตอนที่วิ่งมา ฉันรีบมากจนจำทางกลับไม่ได้แล้ว"ประโยคจากเจ้านายเล่นเอาหมาน้อยเบิกตาโพลง
"จำทางกลับไม่ได้!! งี้ก็หลงอ่ะดิ ที่นี่มันซับซ้อนหยั่งกะอะไรดี"หมาน้อยมีปีกเช่นเดียวกับเทวฑูตถึงกับตะโกนออกมาลั่นปราสาทอีกครั้ง เสียงสะท้อนดังลั่นไปทั่วจนร่างบอบบางต้องหันมาเอ็ด "อย่าตะโกนสิเซอร์รี่!"
รอบๆตัวพวกเขาเต็มไปด้วยห้องรายล้อม เด็กสาวส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเลือกเปิดประตู ห้องที่ใกล้ที่สุด... ห้องที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์ พื้นหินอ่อนสีขาวดำลายตารางหมากรุก หน้าต่างเพดานห้องประดับประดาด้วยกระจกสี หากแต่ห้องนี้นั้นมืดมิด มีเพียงไฟจากแสงเทียนเท่านั้นที่จุดให้ความสว่าง
"ท่าทางจะไม่ใช่ปราสาทร้างนะ...เรารีบหาทางออกกันดีกว่า"น้ำเสียงราวนางฟ้าเอ่ยพร้อมกระชับร่างหมาน้อยในอ้อมกอดให้แนบแน่น "ดูยังไงก็ปราสาทร้างชัดๆ สงสัยไฟเนี่ยผีจุดมั้ง"เซอเบอร์รัสพึมพำกับเจ้านาย เด็กสาวไม่รู้จะตอบอะไรดี มีเพียงความเงียบเท่านั้น
"หลงทางงั้นหรอ?"น้ำเสียงนั้นเย็นและน่ากลัวเอ่ยขึ้นจากห้องที่มืดมิด เสียงมากจากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง สาวน้อยกับหมาน้อยจ้องตากันแทบจะในทันที "เมื่อกี้เซอร์รี่พูดหรอ?" "เปล่านี่ อัสตี้นั่นแหละพูดรึเปล่า?"......ถ้าที่นี่เป็นปราสาทร้าง.....ก็ไม่น่าจะมีคนเป็น
งั้นคนตายล่ะมีมั้ย?
อะไรซักอย่างทำให้ดวงตาคู่สีอำพันแก้วกระจกจันทราค่อยๆทอดไปมอง ท่ามกลางความมืด ที่ๆมีแสงเทียนส่องชัดที่สุด บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลาย ร่างหนึ่งกำลังนั่งชันเข่า ในความมืดมิดที่แสงไฟสาดส่องมากที่สุด ทำให้มองเห็นหน้านั้นได้ชัดเจน....
เด็กหนุ่มผมสีขาวซีดยาวประบ่าที่มัดไว้ด้านหลัง ผิวขาวซีดราวกับเพิ่งลุกขึ้นมาจากสุสาน นัยน์ตาข้างขวาแดงลิหิตราวกับมีเลือดคั่งอยู่ภายใน นัยน์ตาข้างซ้ายกลับเป็นสีขาวซีดสีเดียวกับเส้นผมไม่ผิด เสื้อเชิ้ตสีดำรัตติกาลกับเสื้อกั๊กไหมพรมสีขาวและอีกหลายๆอย่างที่ในความมืดมิดนี้มองไม่ออก
แต่ว่า แค่เห็นหน้าคนทัก 2 ผู้มาเยือนก็
"วิญญาณ / ผี"
ร้องออกมาคนละถ้อยคำ แต่เวลาในการพูดวินาทีเดียวแป๊ะๆ ร่างอันแสนเปราะบางราวแก้วกับร่างเล็กๆน่ารักของหมาน้อยถอยหลังชะงักทันที
"นั่นคนเป็นหรือคนตาย!"หมาน้อยถามเสียงกระซิบ "ไม่รู้...ไม่รู้จริงๆ แต่ที่แน่ๆ แผ่รังสีไม่ธรรมดาออกมา"เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายขณะตอบ เส้นผมของเธอยามต้องแสงเทียนทอประกายเป็น 7 สีเหมือนสายรุ้งแต่สีโทนหลักยังคงเป็นสีขาวมุกดาหารเช่นเดิม
"กระซิบอะไรกัน"น้ำเสียงนั้นถาม ให้บอกตรงๆมั้ย- -อยากรู้ไหมล่ะ 'โคตะระน่ากลัวเลย' แววตาคู่ 2 สีที่ทำให้คนมองกลืนน้ำลายไม่ลง ดวงตาที่ทรงอำนาจและแฝงไปด้วยความอำมหิตคู่นี้ ดูลึกลับ หากแต่ถึงแม้ว่ามันจะดูลึกลับ แต่....กลับไม่ดูน่าค้นหาซักเท่าไหร่ คงเพราะมันเหมือนลูกแก้วที่กลืนกินทุกอย่างหายไป
ดวงตาสีอำพันคู่ใสสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง บนดวงหน้าเด็กหนุ่มที่ดูน่าจะอายุมากกว่า... "ฉันว่าเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ที่ไหนมาก่อนนะ"น้ำเสียงหวานใสเอ่ยด้วยเสียงที่เบากว่าเสียงกระซิบด้วยซ้ำ เซอเบอร์รัสได้แต่พยักหน้าเบาๆอย่างเห็นด้วยสุดๆ "คนเดียวกับที่ข้าคิดรึเปล่า?" "น่าจะใช่นะ..." "สีผมกับสีตาไม่เหมือนกัน" "โคลนนิ่งตัดต่อพันธุกรรมมั้ง"
เด็กสาวค่อยๆเลื่อนนัยน์ตาคู่บริสุทธิ์ขึ้นสบนัยน์ตา 2 สีน่ากลัวนั่น ..... "เอ่อ....."น้ำเสียงไพเราะเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างอย่างกับเด็กหนุ่มที่ดูอายุมากกว่า "พี่คง....ไม่กัดหนูหรอกใช่มั้ยคะ?^^;;"ดวงตาคู่นั้นมองเด็กหนุ่มคู่กรณีเสียวๆ แล้วสาวน้อยก็พบว่า....เขาหายไปจากเก้าอี้เสียแล้ว
"ไม่ร้อกกกก...."เหมือนมีใครซักคนเข้ามาด้านหลัง แขน 2 ข้างกอดรัดร่างบอบบางเอาไว้เป็นการสวมกอด คนถูกกระทำถึงกับแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ แม้ว่าดวงหน้าจะขึ้นสีแดงระเรื่อก็ตามที "แม่ตุ๊กตาตัวน้อย...หึหึหึ"น้ำเสียงเด็กหนุ่มขณะหัวเราะ แต่พอสาวน้อยรู้ว่าเขาเรียกเธอว่าอะไร
'ตุ๊กตาอีกแล้วหรอ!! นี่จะมีใครมองว่าฉันเป็น คน ไม่เลยใช่มั้ยเนี่ย มี๊T^T'(ßถูกเข้าใจผิดบ่อย)
มือเรียวเล็กน่าสำผัสค่อยๆแกมือเย็นๆของคนที่กำลังสวมกอดอยู่ "ผู้ชายกับผู้หญิงที่เพิ่ง
เจอกันมาทำแบบนี้มันไม่งามค่ะ"มือขาวค่อยๆแกะมือเย็นเฉียบออก เจ้าตัวฉีกยิ้มเสแสร้งสุดๆ "โอ๊ะ ลืมไปได้นะเรา"เด็กหนุ่มว่าขณะฉีกรอยยิ้มเป็นมิตรที่แสแสร้งขึ้นมา สาวน้อยผู้แสนซื่อ(สุดๆ - -)เห็นรอยยิ้มนั่นเข้า เลยคิดว่า คนตรงหน้าคงไม่ใช่คนไม่ดีอะไร
สาวน้อยได้แต่จ้องหน้าเขาขณะที่ความเงียบโรยตัว ทั้งเงียบทั้งวังเวงสุดๆ ไม่ต่างจากปราสาทผีสิง "เอ่อ..พี่แยกออกมั้ยคะ อะไรคือ บล็อกโคลี่ อะไรคือ ดอกกะหล่ำ"เสียงไพเราะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยคำถามที่เข้าตัวคิดว่าเวิร์คที่สุดแล้ว และตามมาด้วยรอยยิ้มที่แทบทำให้โลกหยุดหมุน
ดวงตา 2 สีอ่านยาก.... "ออกสิ บล็อกโคลี่สีเขียวแล้วก็เล็ก ดอกกะหล่ำจะใหญ่กว่า"คำตอบที่เด็กสาวได้แต่พยักหน้า (._.)(_ _)(._.)(_ _) "ขอบคุณค่ะ^-^"เสียงใสไร้ที่ติกล่าวขอบคุณขณะที่คู่สนทนากำลังจ้องหน้าเธออยู่
"บทสนาพวกเจ้านี่มันจืดชืดชะมัด ข้าเห็นแล้วรำคาญ ทำไม!? มองอะไรไม่เคยเห็นท่านเซอเบอร์รัสเรอะ"หมาน้อยบ่นๆ มอง 2 คนด้วยสายตาเซ็งๆ จะให้เขาเป็นตัวประกอบอีกนานแค่ไหนกันหา!?
"ไม่เคยตาย..."คำพูดแสนกวนประสาททำให้หมาน้อยมีปีกเพิ่มความโกรธาให้กับหมาน้อยเป็นเท่าตัว "ตอบไม่ตรงคำถามคำถาม ให้ตายสิ มนุษย์นี่ล่ะน้า-*-"เซอเบอร์รัสส่ายหน้าเบาๆอย่าเอือมๆ
"ประสาทเอ๊ย...."เจ้าของเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์สถบออกมาพร้อมคว้าเคียวสลักที่เลยส่วนสูงตัวเองไป ก่อนจะ แสยะยิ้ม "ให้ตัดส่วนไหนก่อนดีล่ะ หึหึหึ..."คำพูดแสนโรคจิตเปรยออกมาพร้อมกับหมาน้อยที่ตัวแข็งทื่อรีบวิ่งไปหลบหลังเจ้านาย "อัสตี้ๆๆๆ ช่วยข้าหน่อยTT^TT"สาวน้อยไม่ได้พูดอะไร เพราะโดนเด็กหนุ่มคู่กรณีของหมาน้อยตัดบท "หลบหลังผู้หญิง น่าสมเพชชะมัด"จิตสังหารแรงกล้าถูกส่งไปให้เซอเบอร์รัสที่ตัวสั่นเทา
"เอ่อ....พี่คะใจเย็นๆนะ^^;;"เสียงหวานใสเอ่ยพร้อมเจ้าของเสียงที่ดึงร่างเล็กๆมาไว้ในอ้อมกอด "ถ้าอัสเตรียไม่ทำให้ข้าอยู่ในร่าง 3 หัวข้าจะสู้ยังไงล่ะฟะ"คำค้านแก้ตัวของเซอเบอร์รัสดูเหมือนจะยั่วอารมณ์เสียมากกว่า "จะกี่หัวฉันก็จะทำแกเป็นหมาบะช่อล่ะเฟ้ย"เคียวในมือฟาดเฉียดๆจนคนโดนโจมตีสะดุ้งหนัก
หน้าอัสเตรียà -*-
หน้าเซอเบอร์รัสà =[]=
"มี๊.......ใจเย็นๆนะ....ใจเย็น"อัสเตรียพยายามจะห้ามทัพแม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม "ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงก็หลบไปซะ"เด็กหนุ่มชัดเคียวกลับ น้ำเสียงเหี้ยมๆถูกส่งให้เด็กสาวที่จ้องมองเคียวอย่างวิเคราะห์ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เด็กสาวค่อยๆกัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหลซิบ หมาน้อยในอ้อมกอดเห็นดังนิ้วถึงกับอุทานด้วยความตกใจ "เฮ้ยยยย เจ้าทำอะไรน่ะ!!" "ฆ่าตัวตายมั้ง"เด็กหนุ่มผมสีขาวเปรย
มือบอบบางค่อยๆยื่นไปข้างหน้าเด็กหนุ่มคู่กรณี "อะไร จะให้ฉันตัดมือรึไง"อัสเตรียไม่ได้ฟังคำพูดเหล่านั้นเด็กสาวมองเคียวอย่างครุ่นคิดก่อนจะค่อยๆให้เลือดในมือเขียนอะไรซักอย่างบนเคียวสลัก "เขียนอะไรของเธอ"น้ำเสียงที่ส่งมาดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก "ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ อารมณ์ไม่ดีหรอคะ"เด็กสาวผู้ดงงามส่ายหน้าเบาๆก่อนจะดีดนิ้ว ลายลักษณ์เลือดบนเคียวกระพิบเป็นสีทอง 3 ครั้งก่อนจะเลือนหายไป
"อาคมจันทราเสื่อมสลาย...เคียวนี่ตวัดครั้งเดียว ในชั่วพริบตาก็ทำลาย 1 ใน 4 ส่วนของดวงจันทร์ได้"เด็กสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ดัง(กว่าเสียงกระซิบเล็กน้อย) เด็กหนุ่มตรงหน้าแสยะยิ้มชั่วร้าย "มินามิ เอ๊ย แกเสร็จฉันแล้ว หึหึหึ"สาวน้อยผู้งดงามหันขวับมามองเพราะไม่ทันฟัง "เมื่อกี้พี่พูดอะไรนะคะ?"
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น
PS. Angels we have heard on high Sweetly singing oer the plains,And the mountains in reply Echoing their joyous strains.
PS. ...การผจญภัยอันไม่สิ้นสุด มิตรภาพอันไร้ขอบเขต ความยากลำบากอันแสนสาหัส ความลี้ลับอันแสนซับซ้อน ตุ๊กตาผู้บรรเลงเพลงและนักฆ่าผู้ต้องสาปกับสวนสวรรค์แห่งตำนาน The Sakura kingdom...
เร็ว
PS. Angels we have heard on high Sweetly singing oer the plains,And the mountains in reply Echoing their joyous strains.
- -+ อัสเตรีย เหมือนตุ๊กตา ถูกต้องของจริง แท้และแน่นอน!!
ฟังธงเลย!! - -+
ก็สวยซะอย่างงั้นน่ะเนอะ^^
PS. Game Master Kids~-Za ประกาศให้โลกรูว่า ข้านี่ล่ะบอสแห่ง The Writer เปรี้ยง เปรี้ยง ซ่า ซ่า ข้านี่ล่ะบอสสสสสสสสสสสส~~~~~ (ใครหน้าไหนก็เอามิสเทียไป ไม่ได้ทั้งนั้น5555)
PS. Angels we have heard on high Sweetly singing oer the plains,And the mountains in reply Echoing their joyous strains.