หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 5 : บทที่.4 [รีไรท์] ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เพียงแต่อาจจะโหดร้ายไปสักหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,488 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

เฟยอวี่คำนับคุณชายหานขอรับ" เฟยเมี่ยวย่อกายลง คำนับอย่างนอบน้อม มีรอยยิ้มบางพลางหลุบตาลงต่ำ เพื่อหลบสายตาที่คุณชายหานจ้องมองมาอย่างเอียงอาย

 

อายบิดามันสิ!!

 

ไอ้ลูกเต่าแซ่หานนี่พอเห็นหน้าคนงามเท่านั้นแหละ มองอย่างกับจะกระโดดมาขย่ำเขาให้ได้ นอกจากสายตาน่ารังเกียจแล้ว รูปลักษณ์ของอีกฝ่ายก็เป็นอะไรที่ทำเขาแทบลมจับ ตั้งแต่เปิดประตูห้องเข้ามา คนแน่หรือ มองอย่างไรก็ตือโป๊ยก่ายที่เขาเคยดูในไซอิ๋วชัดๆ  ให้เขาเป็นหลิ่งเฟยอวี่จริงๆ ก็ไม่ขออยู่ในห้องที่มีทั้งเตียงนอนหมอนมุ่งกับหมูตัวนี้เด็ดขาด

 

"เฟยเอ๋อร์เราหาใช่คนอื่นคนไกลไม่ เจ้าก็อย่าได้มากพิธิไปเลย" ว่าแล้วหานเจี่ยฟงก็เข้าไปประคองมือน้อยๆ ของคนงามให้มานั่งข้างตนอย่างแนบชิด

 

อดทนไว้เฟยเมี่ยวอดทน  เพื่ออาจวิน  เพื่ออาจวิน

 

"เฟยอวี่ขอบคุณ คุณชายหานขอรับ" ในหนังจีนมันพูดกันประมาณนี้แหละมั้ง  ใช่ไหมระบบ

 

ระบบ [ เยี่ยม ผู้เล่นสามารถเป็นหลิ่งเฟยอวี่ได้อย่างแนบเนียนแล้ว ]

 

'แล้วไม่มีแบบเพิ่มค่าความแนบเนียนบ้างเหรอ'

 

ระบบ [ ตอนนี้ยังไม่มีนโยบายการเพิ่มค่าต่างๆ อีกในการทำเควส ]

 

ทีค่าอะไรไร้สาระเนี่ย เพิ่มขึ้นมาดีนักละ!

 

"เจ้านี่ช่างขี้เกรงใจเสียจริง..."  เฟยเมี่ยวทำเพียงยิ้มบางให้คนด้านข้างเท่านั้น

 

"อะ...ใช่แล้วข้านี่ช่างขี้หลงขี้ลืมยิ่งนัก เมื่อสามวันก่อนท่านพ่อของข้าเพิ่งกับมาจากทางใต้ ได้สร้อยไข่มุขล้ำค่ามาหนึ่งเส้น ข้าเห็นแล้วก็นึกถึงเจ้าขึ้นมา วันนี้มาพบจึงนำมันติดตัวมาเพื่อมอบให้เจ้าด้วย เจ้าลองดูว่าชอบหรือไม่"  หานเจี่ยฟงนำกล่องเครื่องประดับขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นมาตรงหน้าเขา  พอลองเปิดดูก็เห็นสร้อยไข่มุขสีขาวใสหนึ่งเส้นดูจากสายตาแล้วน่าจะขายได้หล...แฮ่ม  น่าจะมีราคามากทีเดียว

 

"ของมีราคาค่างวดเช่นนี้....เกรงว่าจะไม่เหมาะกับเฟยอวี่แล้วขอรับ" เฟยเมี่ยวพูดพลางทำสีหน้าเกรงอกเกรงใจเสียยกใหญ่

 

หานเจี่ยฟงยกยิ้มจนหน้าบาน คนงามของเขานอกจากหน้าตาจะงดงามหมดจดแล้ว กิริยามารยาทการวางตัวก็งามเสียยิ่งกว่าพวกบรรดาแม่เสือสาวที่บ้านเขาเสียอีก ทั้งไม่ละโมบโลภมากเหมือนคณิกาที่เขาเคยพบมาเลยสักคนเดียว เฟยเอ๋อร์ข้าจะต้องแต่งเจ้าเป็นฮูหยินรองให้ได้คอยดูเถอะ

 

"เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร  ข้าให้สร้อยไข่มุขนี้แก่เจ้า  ส่วนเจ้าเล่นหนึ่งบทเพลงให้ข้าฟัง" หานเจี่ยฟงรีบยื่นข้อเสนอ พลางหากำไรให้ตัวเองด้วยการจับมือของหลิ่งเฟยอวี่ไปลูบเบาๆ อะ  มือของคนงามช่างนุ่มนวลเสียจริง....

 

เฟยเมี่ยวนับหนึ่งถึงร้อยในใจเป็นพันครั้ง เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอลุกขึ้นเตะเสยปายคางอีกฝ่าย

ข้อหาเอามือหมูๆ นั่นมาจับมืองามๆ ของหลิ่งเฟยอวี่ให้แปดเปื่อน  

 

"....ก็ได้ขอรับ" เฟยเมี่ยวลุกขึ้นเดินไปยังกู่ฉินที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง  แต่แล้ว

 

!!!!

 

ไอ้หมูตอนบัดซบนี่น่าตายนัก!

 

เขาตัวแข็งทื่อเมื่อครู่นี้  ไอ้คุณชายหมูตอนนั่นมันจับก้นเขา...

 

เฟยเมี่ยวกัดกรามดังกรอดอย่างอดทนอดกลั่น  แล้วหลบสายตาเดินไปนั่งประจำที่แล้วปรับสีหน้าใหม่อย่างรวดเร็ว  พลางทอดสายตายั่วยวนและรอยยิ้มหวานหยดให้แก่หานเจี่ยฟง 

 

ทางด้านหานเจี่ยฟงที่เห็นหลิ่งเฟยอวี่มิได้โวยวายกับการกระทำรุ่มร่ามของตน ทั้งยังส่งสายตายั่วยวนตนถึงเพียงนี้ก็รำพองใจยิ่งนัก  คนงามมีใจให้มันเป็นแน่แล้ว

 

เจ้าลูกหมูหานเจี่ยฟง หากวันนี้บิดาไม่ได้ถลกหนังเจ้าออกมา ก็อย่ามาเรียกข้าว่าท่านเฟยเมี่ยวเลย!

 

นิ้วเรียววางลงบนสายของกู่ฉินแผ่วเบา พลางใช้ความคิด 'อะ...ขอร้องละความสามารถของคนงาม ช่วยให้ผมเล่นเพลงได้จนจบที่เถอะ' นิ้วเรียวเริ่มดีดเป็นทำนองเพลงที่เคยฟังจะซีรี่ย์จีนโบราณที่ฉายช่วงดึก เฟยเมี่ยวอดทึ่งไม่ได้กับสกิลการดีดกู่ฉินครั้งแรกของตนเอง

ในตอนนี้แค่คิดเป็นทำนองในหัวก็สามารถดีดออกมาเป็นเพลงได้แล้ว เขาเพลิดเพลินกับความสามารถใหม่จนถึงขนาดร้องคลอไปกับเสียงกู่ฉินอย่างหลงลืมตัว

 

เสียงกู่ฉินใสกระจ่างสร้างเสียงที่ไพเราะราวสวรรค์เสกสรรค์ขึ้น หานเจี่ยฟงที่ได้ฟังก็ตกตะลึงเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งฝัน แม้แต่มี่ถงและคนอื่นๆ ที่อยู่นอกห้องที่บังเอิญได้ยินเสียงนี้ยังต้องลุกขึ้นหาต้นตอที่มาของผู้บรรเลง ว่าเป็นบุปผางามผู้ไดกันที่สามารถบรรเลงเพลงที่แสนไพเราะชวนฝัน ทั้งยังอ่อนหวานนุ่มนวลเช่นนี้ได้

 

แม่เล้าหลิ่งที่กำลังเดินขึ้นมาบนชั้นสองก็แทบหอบกระโปรงวิ่งมาหน้าห้องรับรองของคุณชายหาน  เสียงเพลงที่งดงามเช่นนี้ เสียงร้องที่อ่อนหวานเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฟยเอ่อร์ของนางที่เป็นผู้บรรเลง  เฟยเอ๋อร์ของนางนั่นทั้งงดงามและมีความสามารถ พรสวรรค์ในการวาดภาพดีดฉินแม้แต่การประพันธ์บทเพลงแปลกใหม่ก็มีน้อยคนนักที่จะกล้าวิจารณ์ว่าไม่ดี บุตรบุญธรรมของนางเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นผู้หนึ่งในแคว้นเว่ยเลยก็ว่าได้ บทเพลงนี้แม้ไม่เคยได้ยินก็ยังรู้ได้ว่าบุตรชายต้องเป็นผู้แต่งขึ้นมาเป็นแน่ เฟยเอ๋อร์ของแม่เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก  (ท่านแม่ท่านโดนหลอกแล้ว) 

 

แปะๆๆๆ

 

เสียงเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือสนั่นหวั่นไหว เฟยเมี่ยวที่เพิ่งได้สติกับมาผงะแทบตกเก้าอี้ คนมาจากไหนมากมายขนาดนี้กัน เขาจำได้ว่าเมื่อครู่นี้มีแค่เขาคุณชายหมูตอนและมี่ถงที่ยืนอยู่หน้าประตูแต่นี่ พื้นที่ว่างในห้องจนถึงหน้าห้องแทบไม่มีที่จะเดินแล้ว  แล้วไอ้สายตาเคลิบเคลิ้มนั่นมันอะไร…..  นี่เขาเผลอทำอะไรแปลกๆ ไปเหรอ?

 

ระบบ  [ ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่เปิดใช้ ค่าความยั่วยวนได้สำเร็จ ]

 

[ ค่าความยั่วยวน +50 แต้ม  ]

 

"..."

 

ก็บอกว่าอย่าเปิดใช้อะไรแปลกๆ โดยไม่ถามผมก่อนไงระบบ!!

 

เอ่อ …..”  เฟยเมี่ยวจนด้วยคำจะกล่าวแล้ว

 

ช่างไพเราะเหลือเกิน….”  หานเจี่ยฟงเอ่ยชมคนงามเสียงดัง  นอกจากจะงามเป็นหนึ่งแล้ว ฝีมือการดีดกู่ฉินและขับร้องของหลิ่งเฟยอวี่ก็เป็นหนึ่งในใต้หล้า

 

เอ่อ...เฟยอวี่ต้องขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องระคายหูแล้ว”  เขาลุกขึ้นแล้วคำนับอย่างอ่อนช้อย พลางหลบสายตาล่าเหยื่อของบุรุษในห้องทั้งหลายอย่างเอียงอาย

 

ไม่เลยคุณชายหลิ่ง  ฝีมือในการดีดกู่ฉินของท่านนั้นเลื่องลือไปทั่วสามแคว้น ใต้หล้านี่ไม่มีใครกล้าเทียบเคียง วันนี้ผู้แซ่จินมีโอกาสได้ฟังเองกับหูเกรงว่าคำเล่าลือที่ได้ยินมา จะยังพรรณนาความสามารถของท่านได้ไม่ถึงสองส่วนเลยกระมัง”  ผู้ที่พูดขัดการถ่อมตนของเฟยเมี่ยวคือ คุณชายชุดขาวที่ยืนถัดจากหานเจี่ยฟงไปประมาณสามคนกั้น

 

ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้คือ….” เฟยเมี่ยวยิ้มเล็กน้อย เว้นจังหวะให้อีกคนแนะนำตัว

 

"เสียมารยาทแล้ว  ข้ามีนามว่าจินเหลียง’ “

 

ที่แท้เป็นคุณชายจิน ข้าน้อยหลิ่งเฟยอวี่ คุณชายกล่าวชมเฟยอวี่เกินไปแล้วขอรับ

 

มิได้ๆ ผู้มีความสามารถไม่กล่าวชื่นชมได้อย่างไรทั้งสองคนต่างเกี่ยงกันไปมาโดยที่ไม่สนใจบรรยากาศรอบข้างเลย ว่าตอนนี้มีคนทำไหน้ำส้มแตกไปสองคนแล้ว  

 

หนึ่งบุรุษองอาจผ่าเผย ถึงภายนอกจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาสามัญแต่ถ้ามองดูดีๆ เนื้อผ้ากับเป็นผ้าไหมชั้นดีจากแคว้นหยาง  แคว้นที่โด่งดังเรื่องผ้าไหมอันญมณี และเกราะอ่อนที่ใช้สวมใส่ชั้นในเพื่อออกรบ ทั่วทั้งร่างยังมีกลิ่นอายแห่งความสูงศักดิ์ กับหนึ่งบุรุษผู้งามล่มเมือง ทั้งยังความสามารถโดดเด่นเป็นหนึ่งไม่มีสอง พอมายืนคู่กันอย่างนี้ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเอื้อมไม่ถึง และดูเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยกยิ่งนัก  

 

แม่เล้าหลิ่งที่ยืนมองภาพตรงหน้าพลางยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ 'ลูกข้า  นี่ลูกชายข้าเองนางไม่คิดหวังเรื่องลูกสะใภ้มานานแล้ว ด้วยรูปลักษณ์ของลูกชายนาง หาลูกเขยคงจะเหมาะเสียกว่า  ก็ผู้หญิงที่ไหนจะอยากแต่งงานกับบุรุษที่งดงามกว่าตนเองเล่า  ยิ่งมาเห็นคุณชายท่านนี้ยืนเคียงข้างบุตรของนาง  ทำไมนะนางถึงคิดว่าคู่ควร ช่างคู่ควรกันราวกิ่งทองกับใบหยกเสียจริง หากมีวาสนาได้มีลูกเขยหน้าตาหล่อเหล่อเช่นนี้ มีสง่าราศรีเช่นนี้ นางก็ตายตาหลับแล้ว

 

 แต่ฝันของนางก็ต้องสลายไปต่อหน้าต่อตา พร้อมกับเสียงแหลมทั้งแรงกระชาก ที่ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางถึงกับเซถอยหลังไปซบอกที่เต็มไปด้วยไขมันหมูๆ ของคุณชายหานเจี่ยฟง  นางถลึงตาดุอย่างลืมตัว  เจ้าลูกหมูน่าตายกล้าดีอย่างไรมากระชากแขนอันบอบบางของเฟยเอ๋อร์ของข้า  ก่อนที่นางจะสัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่แตะเบาๆ ที่แขนของนาง พอเห็นว่าเป็นใคร นางจึงสงบใจลงได้ แล้วรีบปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มตามเดิมเพราะที่นี่แขกอยู่กันเยอะ นางจะทำขายหน้าไม่ได้ อีกอย่าง  แววตาของมี่ถงในยามนี้ก็พร้อมจะฆ่าหานเจี่ยฟงได้ทุกเมื่อแล้ว

 

โอ้ย…”  เจ็บ  ร่างกายเซกระทันหันจนไปปะทะกับอกหมูๆ ของคุณชายหาน  ไอ้ลูกหมูที่น่าตายจะดึงทำไมมันเจ็บ

 

อยู่ต่อหน้าข้า เจ้ากล้าส่งสายตาให้ชายอื่นหรือ  ส่วนเจ้าอย่าได้วุ่นวายกับว่าที่ภรรยาของผู้อื่น!หานเจี่ยฟงรู้สึกโกรธจนลมออกหู  ไอ้หน้าละอ่อนนี่เป็นใครกล้าบังอาจมายุ่งกับคนของเขา ในถิ่นของเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่  รู้เสียบ้างว่าแถบนี้ใครใหญ่ที่สุด!!

 

ภรรยาหรือจินเหลียงเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางหน้าร้อน หลิ่งเฟยอวี่งดงามถึงเพียงนี้ กลับคิดตบแต่งให้แก่คนอ้วนอัปลักษณ์เช่นนี้ ทั้งการปฏิบัติตัวที่ไม่ต่างจะกุ๊ยข้างถนนไม่แน่คุณชายหลิ่งอาจถูกบังคับก็เป็นได้

 

 คุณชายท่านค่อยพูดค่อยจากันได้หรือไม่ ข้อมือของคุณชายหลิ่งเขียวช้ำแล้วไม่ได้หากเป็นการบังคับฝืนใจจักเป็นเรื่องดีได้อย่างไร คุณชายหลิ่งคงต้องเศร้าใจเป็นแน่ แค่คิดว่าใบหน้างามนั้นจะมีน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเขาก็รู้สึกทนไม่ได้ขึ้นมา หรือนี่จะเป็นรักแรกพบที่เสด็จพ่อเคยเอ่ยถึง ถ้าเช่นนั้นข้าจะปกป้องเจ้าเองอวี่เอ๋อร์ของข้า!

 

ถ้าเฟยเมี่ยวรู้ถึงความมโนระดับนี้ของจินเหลียง คงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเป็นแน่…..

 

หานเจี่ยฟงที่ถูกความหึงหวงครอบงัม เมื่อถูกเตือนสติก็รีบปล่อยแขนของหลิ่งเฟยอวี่พลางละล้าละลัง ขอโทษขอโพยเรียกหาผู้ติดตาม เพื่อไปจัดหายามารักษารอยช้ำม่วงที่ข้อมือของคนงามที่เกิดจากฝีมือของตน

 

เฟยเอ๋อร์ข้าขอโทษ  ข้าโกรธเจ้าหึงหวงเจ้า นั่นเพราะข้ารักเจ้านะเฟยเอ๋อร์  เจ้าอย่าได้โกรธเคืองข้ามันควรจะเป็นภาพว่าที่สามีภรรยาง้องอนกันด้วยความรักความเข้าใจ แต่เฟยเมี่ยวกับรู้สึกปั่นป่วนในท้องเหมือนจะสำรอกเอาขนมน้ำชาที่เพิ่งกินเพิ่งดื่มเข้าไปออกมาเสียให้หมด คนที่ยังเหลือภายในห้องก็คิดมิต่างกัน….

 

ก่อนที่ศึกชิงนางนี้จะทำให้บุตรชายนางช้ำไปทั้งตัวแม่เล้าหลิ่งก็เดินออกมาไกล่เกลี่ยให้สถานะการสงบลง

 

เอาละๆ ขอโทษขอโพยกันก็แล้ว ดนตรีก็ฟังจบแล้ว ก็ขอเชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกลับลงไปด้านล้างเถอะเจ้าค่ะ ใครที่จองตัวนางโลมของหออวิ้นเหมยเอาไว้ พวกนางไปนั่งรอนอนรอที่ห้องแล้วเจ้าค่ะ ใครอยากดื่มสุราฟังดนตรีต่อเชิญชั้นหนี่งเลยเจ้าค่ะ" แม่เล้าหลิ่งหันมองทางจินเหลียง  "ส่วนท่าน ข้าคือหลิ่งฮวาเป็นเจ้าของหออวิ้นเหมย 

คุณชายจินอย่าหาว่าคนแก่เสียมารยาทต่อท่าน แต่เชิญท่านลงไปชั้นหนึ่งเถอะเจ้าค่ะห้องนี้คุณชายหานได้จองไว้แล้ว ส่วนหากท่านอยากจะพบปะพูดคุยกับเฟยเอ๋อร์ของเรา ค่อยจองคิววันหน้าเถอะเจ้าค่ะวันนี้คงไม่สะดวกรับแขกแล้ว เอาไว้ข้าจะจองคิวไว้ให้ท่านเป็นพิเศษพรุ่งนี้เลยเป็นเช่นไร

 

อย่าหาว่านางลำเอียงเลย แต่นางอยากได้ลูกเขยรูปงามมากกว่าชายในร่างหมู….

 

ไม่ได้!!หานเจี่ยฟงตั้งท่าจะโวยวายอีกครั้งกับถูกสายตาแม่เล้าหลิ่งจ้อมมองอย่างดุร้าย ทำให้ต้องกลืนคำพูดลงท้องไปโดยดี   ยัยแก่หนังเหี่ยวนี่เห็นว่าจะเป็นว่าที่แม่ยายข้าหรอก จะยอมไว้หน้าเจ้าสักครั้ง เฟยเอ๋อร์แต่งกับข้าเมื่อไหร่ค่อยมาคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง

 

ก็ได้  ถ้าเช่นนั้นคุณชายหลิ่งแม่เล้าหลิ่งจินเหลียงขอลา”  จินเหลียงมองคนที่ตนหมายปองอีกนิด ก็เห็นดวงตาสุขใสแสนบริสุทธ์จ้องมองตอบกลับมา อะ  คืนนี้ข้าคงต้องฝันถึงเจ้าแล้ว

 

เฟยเมี่ยวมองตามร่างสูงของจินเหลียงจนลับสายตา ในใจเกิดความเสียดายเล็กน้อยขึ้น อาหารตาของข้าไปเสียแล้ว

 

อะแฮ่ม…” มี่ถงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสตินายของตน  นายน้อยคุณชายจินไปนานแล้วขอรับ จะเสียดายอะไรขนาดนั้นเล่า  ข้าก็หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่อะไรท่านมองข้าก็ได้!

 

เอาละคุณชายหานตอนนี้เชิญท่านกลับไปก่อน ส่วนเรื่องคำตอบของเฟยเอ๋อร์ ข้าค่อยให้คนนำจดหมายส่งให้ท่านทีหลังแม่เล้าหลิ่งพูดอย่างไม่มีเยื่อใย กล้าทำเฟยเอ๋อร์ของข้าเจ็บ เรื่องเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันก็เลิกคิดไปได้เลย….

 

ไม่ได้/ไม่ได้สองเสียงดังประสานกัน หนึ่งคือเฟยเมี่ยวที่ยังไม่ได้แก้แค้น สองคือเพ่ยลี่หลานที่ยืนมองเหตุการณ์มาตลอด เขาถือถาดขนมที่หลิ่งเฟยอวี่ทำขึ้นมา ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทุกคนเข้าไปห้อมล้อมเจ้าเด็กหน้าตายนั่นจนเขายังไม่มีโอกาศได้ปรนนิบัติคุณชายหานเลย ไหนจะคุณชายจินรูปงานผู้นั้นที่ดูเหมือนว่าจะหลงกลมารยาของหลิ่งเฟยอวี่ไปอีกคน  ช่างเป็นตัวน่าตายนักจะไม่เหลือผู้ชายดีๆ ไว้ให้ผู้อื่นบ้างเลยหรือไร 

 

ส่วนเฟยเมี่ยวตอนนี้หัวใจพองโต เพราะความยินดีที่จะได้เอาคือหานเจี่ยฟง ทั้งจัดการเพ่ยลี่หลานไปพร้อมๆ กัน  ในที่สุดก็มาสักที……

 

ลี่หลาน?” แม่เล้าหลิ่งนึกแปลกใจที่นายโลมอันดับต้นๆ ของหออวิ้นเหมยอย่างเพ่ยลี่หลาน เหตุใดจึงมายืนถือถาดขนมบัวหิมะอย่างโง่งมอยู่ตรงนี้ได้

 

ข้า...ข้าเอาขนมมาให้คุณชายหานขอรับ”  ลี่หลานหลบตาแม่เล้าหลิ่งพลางกล่าวถึงเหตุผลที่มาที่นี่

 

ขนม?” หานเจี่ยฟงมองถาดขนมบัวหิมะในมือของเพ่ยลี่หลาน พลางหันกลับมามองหน้าหลิ่งเฟยอวี่เจ้าทำหรือ

 

ข้า…”

 

เป็นข้าทำเองขอรับ!" เพ่ยลี่หลานรีบแย่งตอบ เพราะกลัวหลิ่งเฟยอวี่จะพูดความจริงออกไป  

 

ข้าไม่กินหานเจี่ยฟงพูดอย่างไม่ต้องคิด ไม่ใช่ฝีมือคนงามเขากินไม่ลง  

 

เพ่ยลี่หลานถลึงตาดุร้ายข่มขู่หลิ่งเฟยอวี่ให้ช่วยพูด

 

เฟยเมี่ยวเม้มริมฝีปากแน่นพลางทำสีหน้าลำบากใจ แต่ในใจนั้น  แน่นอนว่าเขาเต็มใจช่วยเป็นอย่างยิ่ง

 

คุณชายหานขอรับ  หากเฟยอวี่จะขอกล่าวอะไรสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”  เขาใช้น้ำเสียงที่คิดว่ามีความออดอ้อนอยู่ในนั่นถึงสามส่วนเพื่อพูดคุย

 

ได้อยู่แล้ว  เจ้าพูดหานเจี่ยฟงแพ้ทางคนงามที่สุด มีอะไรบ้างที่คนงามต้องการแล้วเขาหามาให้ไม่ได้

 

เฟยอวี่นั้น แต่เดิมเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ท่านแม่เมตตาซื้อมาจากขอทานเฒ่าเพื่อช่วยต่อชีวิต นอกจากท่านแม่แล้วเฟยอวี่ไม่มีญาติที่ไหนอีก พี่ลี่หลานโตมากับเฟยอวี่ในหออวี้นเหมย ก็เปรียบเสมือนพี่น้องในใจของเฟยอวี่พี่ลี่หลานนั้นเป็นพี่ชายที่คอยดูแลเฟยอวี่เป็นอย่าง'ดี'มาตลอด วันนี้พี่ลี่หลานมาหาเฟยอวี่บอกว่าอยากเป็นคนทำขนมบัวหิมะนี้ให้ท่านด้วยตนเอง เฟยอวี่มีหรือจะขัดใจพี่ชายที่แสนดีคนนี้ได้ ทั้งยังได้เห็นความพยายามที่พี่ลี่หลานทุ่มเทเพื่อให้ขนมจานนี้ออกมาดีที่สุด เฟยอวี่เพียงอยากขอให้เห็นแก่เฟยอวี่สักครั้ง ลองชิมขนมที่พี่ลี่หลานทำสักคำได้หรือไม่ขอรับเจอคนงามร่ายยาวความประทับใจในวัยเด็กขนาดนี้ไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป

 

หลังจากฟังบทละครที่เฟยเมี่ยวแต่งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ทั้งสี่คนที่ยังอยู่ในห้องนี้ ก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันไป

 

หานเจี่ยฟงซาบซึ้งในความกตัญญูรู้คุณของหลิ่งเฟยอวี่ยิ่งนัก

 

แม่เล้าหลิ่งมองลูกชายตนอย่างนึกแปลกใจ บุตรชายเป็นคนเช่นไรมีหรือนางที่เลี้ยงมากับมือจะไม่รู้  ยิ่งกับเพ่ยลี่หลานที่แทบจะหาเรื่องรังแกอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา 'เสมือนพี่น้อง?’ เกรงว่าแค่คนรู้จักอีกฝ่ายยังไม่อยากเป็นกับบุตรชายตนเลยกระมัง

 

มี่ถงมองนายน้อยอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดต้องช่วยคนนิสัยเสียเพ่ยลี่หลานด้วยเล่าขอรับนายน้อย…..?

 

เพ่ยลี่หลานหลอบหัวเราะเยาะอีกฝ่ายในใจ  หึ  คนอ่อนแอเช่นหลิ่งเฟยอวี่ ข่มขู่นิดหน่อยก็ยอมแต่งเรื่องช่วยเขาสารพัดแล้วหรือ ช่างน่าหัวเราะยิ่งนักแต่ก็ดี  คนได้ประโยชน์ก็คือเขา

 

ก็ได้เมื่อหานเจี่ยฟงยอมตกลง เฟยเมี่ยวก็ร้องเย้ ในใจอย่างลิงโลด  พลางส่งรอยยิ้มหวานใสซื่อไปให้เป็นการขอบคุณ

 

มี่ถง ชงชากาใหม่กานี้ไม่ร้อนแล้วเขายกกาน้ำชาที่ตั้งอยู่ไปให้มี่ถงกับมือ  พอมือสัมพัสก้นกามี่ถงก็เลิกคิ้วมองนายน้อยของตนอย่างไม่เข้าใจ และได้รับสายตานิ่งๆ เป็นคำตอบพร้อมเน้นทีละคำ  “มัน ไม่ ร้อน แล้ว

 

มี่ถงก้มศีรษะให้เจ้านายตน พลางเดินออกไปเปลี่ยนชาใหม่ มองกาน้ำชาสลับกับมือตนเองอีกครั้ง มันจะไม่ร้อนได้อย่างไรเล่าขอรับ มือข้าแดงไปหมด หรือนายน้ำอยากดื่มชาจากน้ำเดือดๆ หรือไงกัน

 

พอมี่ถงกลับมาพร้อมชากาใหม่ เฟยเมี่ยวจึงยื่นขนมที่เพ่ยลี่หลานนำมาวางไว้ให้แก่หานเจี่ยฟง

 

!!!

 

เผ็ด!!!แค่กัดเข้าไปคำแรกรสชาติที่ควรเป็นไส้ถัวแดงกวนหอมหวาน กลับเป็นรสชาติของพริกและพริกไทยที่ทั้งเผ็ดร้อนเผาไหม้ในปาก และแสบจมูกเสียจนน้ำหูน้ำตาไหล

 

คุณชายหาน!!เสียงร้องตกใจของคนทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับที่เฟยเมี่ยวไปขอกาน้ำชาจากมือมี่ถง แต่เพ่ยลี่หลานกลับแย่งไปจากมือเขาเสียก่อนที่คุณชายหานจะได้ดื่มจากนั้นก็

 

ฉ่าาาา

 

เพล้ง

 

อ๊ากกกก!!!!”  เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทั้งหออวี้นเหมย หานเจี่ยฟงล้มลงไปนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นอย่างทุรนทุรายพลาง ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกุมใบหน้าที่โดนน้ำร้อนสาดใส่อย่างจังจนดวงตามืดบอดลง ดวงตาของข้า เขาจะพิการเช่นนั้นหรือ เขาหานเจี่ยฟงคนนี้จะต้องกลายเป็นชายพิการสูญเสียดวงตางั้นหรือ  

 

นายท่านขอรับ!!”  เหล่าข้ารับใช้ของหานเจี่ยฟงพากันเข้ามาถึงในห้อง ก็ตกตะลึงกับสภาพนายท่านของพวกมัน  แขนทั้งสองข้างที่ปิดใบหน้าแดงเถือกจากการถูกน้ำร้อนลวก พวกมันมองหน้ากันเหลอหลาถ้านายท่านเป็นอะไรไปนายผู้เฒ่าเอาพวกมันตายแน่  

 

ยืนเซ่ออยู่ทำไม!! ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้เป็นเสียงของแม่เล้าหลิ่ง ที่ได้สติจากการตกละลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่จนแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ  เรียกสติคนรับใช้พวกนั้น  พวกมันสองคนจึงรีบวิ่งออกไปตามหมอ ส่วนที่เหลือก็เข้าไปผยุงคนที่ยังร้องโอดโอยกุมใบหน้าตนเองไว้ให้ลุกขึ้นนั่ง หานเจี่ยฟงส่งเสียงร้องที่ฟังดูทั้งเจ็บปวดทรมานออกมา และพยายามอย่างมากที่จะขยับปากออกเสียงออกคำสั่งคนรับใช้ของตนด้วยความโกรธแค้น  

 

นำตัวเพ่ยลี่หลานไปโบย….โบยจนกว่ามันจะตาย!!!

 

สิ้นคำสั่งนั้นหานเจี่ยฟงก็สลบไปเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ลูกน้องที่ได้ฟังคำสั่งก็หมุนซ้ายหนุนขวาเพื่อหาคนที่เจ้านายตนสั่งให้โบย ก็เห็นคนงามยืนมองมาทั้งน้ำตาอยู่มุมห้องเงียบๆ พอจะก้าวเท้าเข้าไปจับกับมีชายร่างสูงอีกคนก้าวเข้ามาขวางพลางพยักหน้าไปอีกทางให้พวกมันมองตาม  ร่างบอบบางที่นั่งร้องไห้จนตัวโหยงอยู่บนพื้น  ที่แขนมีเลือดไหลเป็นทางยาวจากการโดนกาน้ำชาบาดทั้งยังโดนน้ำร้อนลวกไปครึ่งตัว สีหน้าหวาดกลัวสุดขีดจนแทบสิ้นสติของเพ่ยลี่หลาน อยู่ในสายตาของเฟยเมี่ยวตลอดเวลา 

 

ฮึก  ข้าไม่ได้ทำ! เป็นหลิ่งเฟยอวี่  หลิ่งเฟยอวี่เจ้าคนน่าตาย เจ้าขัดขาข้า!! เป็นเจ้าที่ทำร้ายคุณชายหาน

 

เพ่ยลี่หลานมองหน้าคนงามที่เอาแต่ร้องไห้โดยมีมี่ถงประคองอยู่อย่างอาฆาตแค้น เสแสร้งทั้งนั้น เพ่ยลี่หลานกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งมันใส่ร้ายข้าไปจับมันโน้น!! เหตุใดไม่ไปจับหลิ่งเฟยอวี่เล่า!!

 

จิตสังหารเบาบางที่คล้ายจะรัดตัวเขาไว้ ทำให้เพ่ยลี่หลานหยุดชะงักและถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาหยุดดิ้นรนจากการจับกุม แล้วหันกลับไปมองใบหน้าที่ตอนนี้ปราศจากความตกใจกลัวเสียขวัญ หรืออะไรก็ตามที่อีกฝ่ายพยายามสร้างขึ้น มีเพียงรอยยิ้มเบาบางบนใบหน้าและสายตาที่จ้องมองเหมือนเขาเป็นเหยื่อที่อีกฝ่ายต้องการขย่ำให้ตายคามือ  คนๆ นี้  ไม่ใช่หลิ่งเฟยอวี่ …..

 

ผ่านไปหนึ่งเค่อแล้วหลังจากที่เพ่ยลี่หลานถูกนำตัวไปโบย โดยมีแม่เล้าหลิ่งตามไปด้วย ตอนนี้เฟยเมี่ยวกลับมาอยู่ที่ห้องตามคำสั่งของแม่เล้าหลิ่ง เพราะหานฝูพ่อของหานเจี่ยฟงมารับเขากลับจวนไปรักษาแล้ว

 

มี่ถงยืนมองนายน้อยของตนด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิม วันนี้นายน้อยดูแปลกไปทั้งแต่งตัวด้วยชุดที่ดูมีสีสัน ทั้งที่ปกติจะสวมใส่เพียงสีขาว ท่าทางคำพูดคำจาทั้งที่ก็ดูเหมือนๆ กับทุกครั้งแต่กลับต่างออกไป แรกเริ่มเขาคิดว่าที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะเมื่อวานนายน้อยเกิดล้มป่วยกระทันหันมาวันนี้จึงดูแปลกไป แต่ไม่ใช่นายน้อยเฟยอวี่ไม่มีทางทำร้ายใครต่อให้คนผู้นั้นจะรังแกตนถึงเพียงไหน นายน้อยจะทำเพียงยิ้มรับแล้วกล่าวว่า 'พวกเขามิได้ตั้งใจมี่ถงเจ้าอย่าได้โกรธแทนข้า พวกเขาเพียงอยากแกล้งข้าเล่นก็เท่านั้น

 

มิมีทางที่จะให้ร้ายหรือทำร้ายผู้อื่น แต่คนผู้นี้ทำ เขาอยู่กับนายน้อยเฟยอวี่มาสิบสองปีใช้เวลาแทบจะทั้งหมดเพื่อเฝ้ามองอีกฝ่าย เขาไม่มีทางจำคนที่เขารักมาตลอดหลายปีผิดเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นสีหน้าของมี่ถงก็เย็นชาลงถึงแปดส่วน เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายทันทีแล้วถามเสียงเย็น

 

เจ้าเป็นใคร

 

!!!

 

เฟยเมี่ยวที่กำลังใช้ความคิดอยู่ดีๆ ก็ถูกผลักจนหลังติดกำแพง ทั้งยังโดนมี่ถงเอามีดจ่อที่คอก็อดทึ่งไม่ได้ ว้าว เมื่อครู่มันวิชาตัวเบาใช่หรือเปล่า เร็วจนมองตามไม่ทันเชียวละ เขายังไม่ทันได้ยินเสียงอีกฝ่ายขยับตัวเลยด้วยซ้ำ ผมอยากได้แบบนี้บ้างจังระบบ!

 

ระบบ [ ...ผู้เล่นควรห่วงสวัสดิภาพตนเองก่อน ]

 

มี่ถงที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวตนซ้ำ ยังทำหน้าทำตาราวกับได้พบเห็นของเล่นที่ถูกใจและน่าสนุกก็ขนวดคิ้วมุ่น มิกลัวหน่อยหรือ? เป็นผู้เยี่ยมยุทธท่านใดกัน จึงมิเกรงกลัวต่อคมมีดที่พร้อมจะคร่าชีวิตตนเองได้เช่นนี้

 

เจ็บเฟยเมี่ยวพึมพำเบาๆ เมื่อมี่ถงกดใบมีดลงบนคอของเขาจนเกิดร่องรอยบาดแผลเล็กๆ หากว่าเป็นร่างเดิมของเขา แผลเท่าแมวข่วนเช่นนี้เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ในร่างคนงามนี่สิประสาทสัมผัสการรับรู้ความเจ็บปวดของหลิ่งเฟยอวี่ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง เยี่ยมกับผีน่ะสิ!!

 

ข้าถามว่าเจ้าเป็นใครมี่ถงกดใบมีดลงบนคอระหงอีกครั้งเป็นการข่มขู่ ถึงอย่างไรหากจะให้เขาทำร้ายคนที่ใช้ใบหน้าของนายน้อยจนถึงตาย โดยไม่ถามเรื่องราวเขาก็คงทำไม่ลง

 

SOS ระบบ SOS แล้ว

 

ระบบ [ ผู้เล่นต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ ]

 

'ช่วยสิช่วย

 

ระบบ [ จ่าย50 แต้มเพื่อใช้บริการ ]

 

'นี่จะคิดทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมดเลยเหรอ!!

 

ระบบ [ ขอให้ผู้เล่นปลอดภัย ระบบปิดการใช้…]

 

'เดี๋ยวววว โว้ยเอาแต่ใจจริงๆ งั้นผมขอถามอะไรหน่อย แค่ถาม!! ได้ไหม

 

ระบบ [ เชิญผู้เล่นป้อนคำถาม ]

 

'ถ้ามีใครรู้ว่าผมไม่ใช่หลิ่งเฟยอวี่จะเกิดอะไรขึ้น

 

ระบบ [ ผู้เล่นมีโควต้าในการเปิดเผยสถานะเดิมได้ห้าครั้งโดยมีเงื่อนไขดังนี้ ]

[ 1.ผู้เล่นสามารถบอกได้เพียงชื่อของผู้เล่นเท่านั้น ]

[ 2.ห้ามบอกถึงการมีอยู่ของ 'ระบบปฏิบัติการ : การสร้างจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้อื่นได้ทราบโดยเด็ดขาด ]

[ 3.ห้ามผู้เล่นบอกกล่าวเรื่องราวในโลกเดิมของผู้เล่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนจบการทำเควสทั้งหมดเด็ดขาด ]

[ หากผู้เล่นไม่ปฏิบัติตามจะถูกหักแต้มที่สะสมมาทั้งหมดเหลือ0 และเข้าสู่สภาวะวิญญาณบาปไม่สามารถไปเกิดได้อีกทันที ]

 

ขายของก็แพงค่าแรงก็น้อย ยังจะหาเรื่องหักนั่นหักนี่แล้วยังจะไม่ยอมให้ไปผุดไปเกิดอีกเหรอ!!!

 

เฟยเมี่ยวกลอกตาใส่มี่ถงอย่างเบื่อหน่าย เอาเถอะมีโควต้าตั้งห้าครั้งใช้สักครั้งคงไม่เป็นไรมั้ง ก็ได้แต่หวังว่าบอกไปแล้วจะไม่เป็นบ้าไปเสียก่อนละนะ

 

เฟยเมี่ยวเฟยเมี่ยวตอบมี่ถงด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาไม่จำเป็นต้องแกล้งเป็นหลิ่งเฟยอวี่แล้วจะพูดยังไงก็คงได้ใช่ไหม

 

นามของข้าคือเฟยเมี่ยวมี่ถงหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

 

เช่นนั้นเฟยเมี่ยว เหตุใดเจ้าต้องปลอมตัวเป็นนายน้อยของข้านี่นายเห็นหน้างามๆ ของหลิ่งเฟยอวี่เป็นของปลอมเหรอ?

 

ข้าไม่ได้ปลอมตัว นี่เป็นร่างของหลิ่งเฟยอวี่จริงแท้แน่นอน เพียงแต่จิตวิญญาณนั้นมิใช่มี่ถงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตวาดเฟยเมี่ยวกับไปสุดเสียง

 

เจ้าหมายความว่าอย่างไร!! แล้วนายน้อยของข้าเล่า!!

 

ตายแล้วเฟยเมี่ยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน ก่อนจะบิดข้อมือของมี่ถงตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว จนมีดหลุดออกจากมือ เขาใช้เท้าเตะมันไปไว้ตรงมุมห้องแล้วหมุนตัวออกจากการกักขังของอีกฝ่าย

 

มี่ถงที่ได้สติกับมาจากความเจ็บตรงข้อมือก็รีบหันกลับมาจะจับตัวเฟยเมี่ยวเอาไว้ แต่กลับต้องชะงักค้างเสียก่อน

 

หยุดคำสั่งเดียวจากคนที่แอบอ้างว่าใช้ร่างของนายน้อยอยู่ กลับทำให้เขาขยับมิได้ นี้มันวิชามารอะไรกัน!!

 

เจ้าเป็นใครกันแน่!! ปล่อยข้า!! เจ้าฆ่านายน้อยของข้าแล้วแย่งชิงร่างมาเช่นนั้นหรือมี่ถงพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย

 

เฟยเมี่ยวถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเลยจริงๆ มี่ถง คนผู้นี้รักหลิ่งเฟยอวี่มานาน คนงามเองก็รู้แต่ก็ยังเลือกถนอมความรักเช่นพี่น้องไว้ คนที่มีความรู้สึกตรงกันแต่กลับไม่ได้รักกันช่างน่าเศร้านัก

 

ไปนั่งแล้วค่อยๆ พูดคุยกันจะเป็นไรไปมี่ถงเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย

 

แน่ละเขาสั่งยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว ควบคุมจิตใต้สำนึกเป็นพลังพิเศษที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตเขาสามารถควบคุมออกคำสั่ง หรือแม้แต่ครอบงำจิตใต้สำนักของอีกฝ่ายได้ทั้งนั้น ข้อแม้ในการใช้พลังก็มีเพียงสิ่งที่เขาควบคุมต้องได้ยินเสียงคำสั่งเท่านั้น หากว่าไม่ได้ยินก็จะไม่มีผล

 

เอาละ ที่ข้างจะพูดต่อจากนี้ เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจแล้ว ข้ามีนามว่าเฟยเมี่ยว แซ่เฟย ชื่อพยางค์เดียวคือเมี่ยว ส่วนเรื่องราวอื่นๆ ก่อนที่จะได้มาอยู่ในร่างนี้ข้าลืมแล้วเปล่าเขาโกหก

 

แล้วที่เจ้าบอกว่า….” มี่ถงมิได้กล่าวต่อทำเพียงเม้มปากแน่น

 

นายน้อยของเจ้า หลิ่งเฟยอวี่นั้น ตายแล้วเป็นความจริงมิเช่นนั้นข้าจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ที่บอกเจ้าได้มีเพียงข้าไม่ใช่คนที่ฆ่าหลิ่งเฟยอวี่แน่นอน และมิได้แย่งชิงร่างเขาเพราะเขาตายก่อนที่ข้าจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้

 

แล้ว แล้ว…” มี่ถงรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อตนอยู่กับนายน้อยแทบจะตลอดเวลา

 

นายน้อยตายได้อย่างไร

 

ถูกพิษ ในร่างของหลิ่งเฟยอวี่ยังมีพิษตกค้างอยู่ สาเหตุการตายก็คงจะมาจากพิษ

 

ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไรแล้วข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน….

 

เฟยเมี่ยวมองคนที่ดวงตาแดงก่ำ พยายามสกัดกั้นน้ำตาอย่างยากลำบาก ในแววตาคู่นั้นมีทั้งความสับสนเสียใจ สิ้นหวัง และโกรธแค้น รวมอยู่มากมายจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด บางทีอาจจะเสียใจที่คนที่ตนรักตายจากไปโดยที่ยังไม่ได้บอกความในใจ หรือบางทีอาจจะแค้นเคืองตนเองที่ไม่สามารถปกป้องหลิ่งเฟยอวี่ได้ โกรธแค้นคนที่ฆ่าหลิ่งเฟยอวี่อย่างเลือดเย็น

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบไหน มันก็เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยพบเจอ หรืออาจจะเคยได้พบเจอมาแล้วแต่คนละความหมายกับสิ่งที่มี่ถงกำลังเผชิญอยู่

 

เฟยเมี่ยวลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ไม่ได้โต้แย่งว่าเขาโกหกสร้างเรื่อง หรือบางทีมี่ถงอาจจะรู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่ศัตรูละมั้ง ถ้าอย่างนั้นจะเป็นเพื่อนกันได้ไหมนะ

 

เฟยเมี่ยวประคองศีรษะของอีกฝ่ายให้แนบกับหน้าท้องของตนเอง อย่างไรเสียร่างกายที่เขาใช้ก็เป็นของหลิ่งเฟยอวี่ เสียสระตนเองให้อีกฝ่ายเก็บซ่อนความอ่อนแอสักพักคงไม่เป็นไร

อยากร้องก็ร้องเสียเถอะเขาลูกหัวมี่ถงอย่างอ่อนโยน

 

มี่ถงที่ถูกปลอบก็ราวกับได้รับการเยียวยา อาการเจ็บในอก เขาซุกหน้าลงกับหน้าท้องของเฟยเมี่ยวใช้มือทั้งสองข้างกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้แน่น เพื่อเป็นหลักยึดแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ บางทีเขาเพียงอยากหาที่ยึดเกาะไว้เพื่อไม่ให้ตนเองคลุ้มคลั่ง และจมลงไปกับความเสียใจก็เท่านั้นเองกระมัง

 

มี่ถงอ้อนวอนต่อฟ้าด้วยหัวใจที่คนึงหา นายน้อยขอรับ หากว่าท่านได้ยินที่ข้าพูดสักนิด มี่ถงอยากจะบอกท่านว่าข้ารักท่านขอรับ รักมานานเหลือเกิน ท่านอย่าได้กังวล ข้าจะล้างแค้นแทนท่านเอง ต่อให้ต้องลงไปลึกสุดขอบนรกอเวจี ข้าก็ขอสาบานว่าจะลากตัวคนที่มันฆ่าท่านออกมา แล้วมอบความทรมานให้แก่พวกมันอย่างสาสม ให้พวกมันได้รู้ว่าการขออยู่ก็ไม่ได้ขอตายก็ไม่ได้เป็นเช่นไร

 

นานทีเดียว กว่ามี่ถงจะยอมปล่อยให้เขาได้เป็นอิสระ ยืนจนปวดขาไปหมด...

 

ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่? “ เฟยเมี่ยวว่าพลางรินน้ำชาให้อีกฝ่าย มี่ถงเองพอมีสติมากขึ้นก็รู้สึกระอายยิ่งนักนี่ข้าร้องไห้เป็นเด็กเล็ก เช่นนี้ได้อย่างไรกันทั้งยังให้ใครก็ไม่รู้มาปลอบอีกหากว่านายน้อยรู้เข้าคง

 

มี่ถงเจ้าช่างขี้แยเสียจริง

 

ให้ตายเถอะ เป็นผู้ชายเสียเปล่าช่างขี้แยเสียจริงภาพคนสองคนซ้อนทับกัน ภาพแรกเป็นภาพนายน้อยเฟยอวี่ผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนตลอดเวลา กำลังยิ้มขำที่เขาร้องไห้เพราะอีกฝ่ายถูกรังแก เขาจำได้ว่าตอนนั้นคนนิสัยไม่ดีที่หออวิ้นเหมยรังแกนายน้อย แต่กลับเป็นเขาเองที่ร้องไห้เสียยกใหญ่จนนายน้อยต้องเข้ามาปลอบให้หยุด

 

 ส่วนอีกภาพคือนายน้อยเฟยอวี่ที่ภายในคือจิตวิญญาณของเฟยเมี่ยว ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาพลางทำหน้าเบื่อหน่ายเขาเสียเต็มประดา ช่างแตกต่างกันแต่กลัทำให้เขาหวั่นไหวเหมือนกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ๆ เจ้าปีศาจน้อยที่กลั่นแกล้งผู้อื่นนี่ จะทำให้เขาหวั่นไหวได้อย่างไร ต้องเป็นเพราะหน้าตาของนายน้อยเป็นแน่ที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้

 

ว่าแต่ เจ้าจำมิได้สักนิดเชียวหรือว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน

 

เฟยเมี่ยวส่ายศีรษะช้าๆ แทนคำตอบ

 

แล้วเหตุใดเจ้าต้องใส่ร้ายเพ่ยลี่หลานด้วยเล่า?”

 

หืมมมม เจ้าเห็นหรือ?” เฟยเมี่ยวเอียงคอถามอย่างน่ารัก แน่นอนละหน้างามๆ ของหลิ่งเฟยอวี่ทำอะไรก็ไม่ขี้เหร่หรอก พลางหาวหวอดอีกครั้งหนึ่ง ดึกแล้วยังไม่ได้นอนเลย นี่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?

 

มี่ถงส่ายหน้าแล้วกล่าวอย่างเนิบช้า

 

มิใช่เพียงข้า แต่นายหญิงเองก็เห็น

 

อะไรนะ!" ฉิบหายแล้ว….

 

แล้ว แล้วท่านแม่ว่าอย่างไรบ้างเฟยเมี่ยวเหงื่อแตกพลั่ก ความง่วงงุนเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง เมี่ยวเอ๊ยเมี่ยวทำไมปล่อยไก่ให้คนอื่นจับได้ง่ายๆ อย่างนี้ละ ถ้าแม่เล้าหลิ่งพูดไม่ง่ายอย่างมี่ถงจะทำยังไง

 

อยากรู้ก็ไปถามนายหญิงเองเถอะไอ้……

 

ไปเองก็ได้ใครสนเจ้ากันเฟยเมี่ยวเบะปากใส่อีกฝ่ายอย่างน่ารัก มี่ถงที่เห็นเช่นนั้นก็ส่งรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมาให้เฟยเมี่ยว คนผู้นี้ทั้งที่ดูร้ายกาจมากแท้ๆ กับแกล้งได้ง่ายดายกว่านายน้อยเฟยอวี่เสียอีก

 

แล้วหลังจากนี้ข้าต้องเรียกเจ้าว่าอย่างไร?” มี่ถงถามอย่างสงสัย อีกฝ่ายมิใช่นายน้อยเฟยอวี่แต่ร่างนี้เป็นของนายน้อยเฟยอวี่ เขาไม่รู้เลยว่าควรเรียกอีกฝ่ายอย่างไรดี

 

ข้าไม่ใช่เจ้านายของเจ้า ต่อไปนี้เวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคน ก็ให้เรียกว่าอาเฟยก็แล้วกัน ส่วนเวลาอยู่ข้างนอกก็ปฏิบัติเช่นที่เคยปฏิบัติต่อหลิ่งเฟยอวี่ เรื่องนี้ข้าขอร้องเจ้า ช่วยเก็บเรื่องที่ข้ามิใช่หลิ่งเฟยอวี่ไว้เป็นความลับได้หรือไม่ อาจจะยกเว้นท่านแม่เพราะไม่ว่าอย่างไรนางก็เห็นสิ่งที่ข้าทำแล้ว คงต้องไปพูดคุยกับนางเรื่องนี้กันอีกที ถือว่าข้าขอร้องในฐานะสหายสักคราได้หรือไม่?”

 

สหายอย่างนั้นหรือ...ก็ได้ข้าตกลงเป็นสหายกับคนที่อยู่ในร่างของนายน้อยหรือ แปลกดี….

 

ส่วนเรื่องที่เจ้าถามข้า ว่าใส่ร้ายเพ่ยลี่หลานเพื่ออะไรนั้น ก็เพื่อ…. “ เดี๋ยวนะ เพ่ยลี่หลาน ตายห่า!

 

ไปเร็วมี่ถง!!เฟยเมี่ยวลากแขนมี่ถงวิ่งหน้าตั้งออกไปข้างนอก จุดมุ่งหมายคือด้านหลังหออวิ้นเหมยที่ใช้เป็นสถานที่โบยเพ่ยลี่หลาน พอมาถึงเขาก็ต้องรีบหยุดกระทันหัน เพราะแม่เล้าหลิ่งกำลังยืนดูเพ่ยลี่หลานอยู่ตรงนั้นด้วย เขายังไม่พร้อมจะมานั่งอธิบายอะไรให้นางฟังในตอนนี้หรอกนะ

 

มี่ถง เจ้ามีวรยุทธใช่หรือไม่ทางออกเดียวตอนนี้คงต้องพึ่งพาอีกฝ่ายแล้ว

 

มี่ถงเพียงมองหน้าเฟยเมี่ยวนิ่งๆ แล้วกล่าวเสียงเบาว่า 'มี

 

เช่นนั้นเจ้าไปเรียกท่านแม่ออกมา เรียกให้เงียบที่สุดเข้าใจหรือไม่มี่ถงพยักหน้าน้อยๆ และเพียงพริบตาเดียวก็ไปยืนอยู่ด้านหลังของแม่เล้าหลิ่งแล้ว  เมื่อมี่ถงกระซิบบอกเสร็จ แม่เล้าหลิ่งก็เดินหน้านิ่งเข้ามาแล้วกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า 'ข้าจะไปรอที่ห้องมันเหมือนฉันจะจับเธอขึันเขียงแล้วนะเฟยเมี่ยวแค่ก้มศีรษะให้อีกฝ่ายเป็นการรับคำ ก่อนที่แม่เล้าหลิ่งจะเดินจากไป จากนั้นเขาก็หันมากล่าวอย่างเรียบง่ายกับมี่ถงว่า

 

หากคนพวกนั้นจะตีข้า เจ้าก็ทุบตีพวกเขาก่อนได้เลยกล่าวเสร็จก็เดินเข้าไปทางที่มีชายฉะกันสามคนยืนอยู่ คนพวกนี้กำลังโบยเพ่ยลี่หลานที่คงสลบไปเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว โหดร้ายเสียจริง

 

หยุดตีได้แล้วเสียงหวานใสกล่าวอย่างเอื่อยเฉื่อย เขาอยากรีบไปนอนจะแย่แล้วนะ

 

มิใช่เรื่องของเจ้าอย่าได้ยื่นมือเข้ามายุ่งวุ่นวายทั้งสามคนที่ได้ยินเสียงสั่งตนก็หันกับมามอง เมื่อพบว่าเป็นผู้ใดก็เพียงทำหน้าตาดุร้ายใส่ เป็นแค่นายโลมที่คุณชายหานโปรดปรานชั่วครั้งชั่วคราว กล้าดีอย่างไรมาสั่งพวกมัน

 

เขาเจ็บแล้ว พวกเจ้าก็ควรหยุดเสียเฟยเมี่ยวปิดปากหาวหวอด เขาง่วงจะตายแล้วยังต้องมาคุยกับคนที่มีแต่กล้ามเนื้อไม่มีสมองพวกนี้อีกหรือ ระบบคุณควรเพิ่มสวัสดิการผู้เล่นให้ผม!! OT น่ะรู้จักไหม….

 

ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!!หนึ่งในสามคนนั้นก้าวเข้ามาผลักเฟยเมี่ยวจนหงายหลัง ดีที่มี่ถงรับไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นก้นของเขาต้องระบมแน่ ไอ้ลูกเต่าพวกนี้ กล้ามากนะกล้ามาก!!

 

คุกเขาลง!!ทั้งสามคนคุกเขาลงกับพื้นดังปึก ความเจ็บร้าวแล่นขึ้นมาตามขา ราวกับกระดูกจะแตกหักออกเป็นเสี่ยงๆ พวกมันได้แต่มองหน้ากันเหลาหลานี่มันเกิดอันใดขึ้น!!



คลานมานี่จากที่คุกเข่ากลับต้องหมอบคลานเยี่ยงสุนัขเข้าไปหาคนที่พวกมันเพิ่งดูถูกในใจไป

 

เจ้าทำอันใดกับพวกข้า!!พวกมันคลานมาหยุดอยู่แทบเท้าของเฟยเมี่ยว พยายามจะขยับตัวเท่าไหร่ก็ไม่เกิดผลจึงได้แต่ด่าทอต่อว่าเฟยเมี่ยวสารพัด นั่นยิ่งเพิ่มความรำคาญให้เฟยเมี่ยวเป็นอย่างมาก แต่ไหนแต่ไรมาเขาเกลียดความวุ่นวายเสียงดังจอแจเป็นที่สุด แล้วคนพวกนี้พูดอะไรกันนักหนาไม่รำคาญตนเองบ้างหรือไรหนวกหูเสียจริง

 

เงียบ แล้วตบปากตนเองเสียเขาสั่งอย่างเย็นชาแล้วบอกให้มี่ถงไปอุ่มเพ่ยลี่หลานขึ้นมา

 

แรงตบที่ใช้ตบปากตนเองนั้นหนักหนาเสียจนฟันหลุดออกมาทั้งแถบ เลือดสีแดงฉานไหลลงมาอาบตัว เฟยเมี่ยวที่ยืนมองภาพนั้นก็เกิดความอารมณ์ดีขึ้นมาถึงสามส่วน จึงออกคำสั่งสุดท้าย

 

หยุดตบได้ และพวกเจ้าจงลืมเรื่องที่ได้พบพวกข้าที่นี่เสีย จำไว้เพียงว่าพวกเจ้าได้โบยเพ่ยลี่หลานจนตายแล้วเท่านั้น

 

มี่ถงที่อุ่มเพ่ยลี่หลานออกมายืนดูอยู่ห่างๆ ส่ายหน้าให้กับความเจ้าอารมณ์ของอีกฝ่าย แม้จะไม่รู้ว่าเฟยเมี่ยวใช้วิชาอะไรในการควบคุมผู้อื่น แต่เขาก็ได้จดจำใส่ใจไว้แล้วว่าห้ามกวนอาเฟยเวลาง่วงนอนเด็ดขาด!!

 

เมื่อนำเพ่ยลี่หลานมาทิ้งไว้ในห้อง ทั้งยังให้หมอประจำหอมาตรวจดูอาการเรียบร้อยแล้ว เฟยเมี่ยวที่กำลังเดินๆ ไปที่ห้องแม่เล้าหลิ่งก็หันกลับมาหามี่ถงที่เดินตามหลังพลางกล่าวว่าเจ้าถามใช่หรือไม่ ว่าข้าใส่ร้ายเพ่ยลี่หลานเพื่ออะไร

 

มี่ถงเพียงพยักหน้าแล้วคอยดูอีกฝ่ายไม่ให้หกล้มไป ก็ทั้งพูดไปทั้งเดินถอยหลังไปจะไม่ให้ห่วงได้อย่างไรเล่า

 

เฟยเมี่ยวยิ้มกว้างพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

 

เพื่อใช้ในการแก้แค้นให้คนงามอย่างไรเล่า เพ่ยลี่หลานสำหรับเรื่องนี้ยังมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย…”

 

หลังจากที่เข้าไปอธิบายทุกอย่างให้ แม่เล้าหลิ่งฟังแล้วตอนแรกเฟยเมี่ยวยังคิดว่าอาจจะโดนฝ่ามือพิฆาตจากแม่เล้าหลิ่งแสกกลางหน้าเพราะมาอยู่ในร่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนาง แต่กลายเป็นว่านางกอดเขาร้องไห้อย่างหนักโทษตนเองที่ไม่สามารถปกป้องหลิ่งเฟยอวี่ได้จนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกว่าจะคุยจะปลอบกันเข้าใจก็เกือบเช้าแล้ว เขาถึงได้กลับมานอน

 

ตอนนี้ก็เป็นยามอิ่ว (17:00.-18:59น.) แล้วเฟยเมี่ยวเพิ่งตื่นเมื่อไม่นานนี้เอง เขาไม่ได้หลับแต่ซ้อมตายรอบที่สอง ก็คนมันไม่ได้นอนทั้งคืนนะ ขอนอนนานหน่อยไม่ได้เชียวหรือ และตอนนี้เขาก็กำลังทำเรื่องฝึกความอดทนอย่างการนั่งมองเพ่ยลี่หลาน ที่นอนคว่ำหน้าอยู่ทั้งที่ขยับแทบไม่ได้เลยแท้ๆ ยังจะพยายามขยับหนีเขาอีกหน้างามๆ ของหลิ่งเฟยอวี่มีอะไรให้กลัวนักหนา

 

พี่ลี่หลานข้าว่า ท่านทานอีกสักคำเถอะว่าพลางยื่นช้อนน้ำแกงคันที่สองไปให้อีกฝ่าย หลังจากที่คันแรกนั้นโดนเพ่ยลี่หลานปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ใครสั่งใครสอนให้ทำลายข้าวของไม่รักษาของกินกันนะ นิสัยเสียจริงๆ เดี๋ยวปั๊ด แฮ่ม เดี๋ยวก็ต้องไปเอาช้อนมาใหม่อีก

 

ข้าไม่กิน แค่กๆ เจ้าเป็นใครกันแน่นั่นไงแรงจะหายใจยังไม่มีเลย ยังจะฝืนตะโกนอีกเดี๋ยวก็ตายเร็วหรอก

 

ข้าก็บอกไปแล้วอย่างไรว่าข้าคือหลิ่งเฟยอวี่ พี่ลี่หลานท่านถูกตีจนเลาะเลือนแล้วหรือเขาว่าพลางส่งน้ำแกงช้อนที่สามให้อีกฝ่าย แต่ก็โดนอีกฝ่ายปัดทิ้งอีกทั้งยังปัดถ้วยน้ำแกงจนแตกกระจาย เฟยเมี่ยวท่องในใจเรียกสติที่ใกล้จะขาดเต็มที

 

คนป่วยครั้งที่หนึ่ง คนป่วยครั้งที่สอง…..

 

ไม่ ไม่ใช่ เจ้าไม่ใช่ เจ้าแกล้งข้าเจ้าใส่ร้ายข้า แค่กๆ หากเป็น หากเป็นเด็กสวะหลิ่งเฟยอวี่ มันมิมีทางกล้าทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้แน่ เป็นเจ้าเป็นฝีมือของเจ้าทั้งหมดเจ้าทำให้ข้าถูกโบยเกือบตาย เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่เจ้ามันปีศาจ!!!

 

เอาละ บิดาหมดความอดทนกับนายแล้ว นายอยากลองดีกับท่านเฟยเมี่ยวเวลาเข้าโหมดสายดาร์คมากนักใช่ไหม ได้ ได้เลย

 

เฟยเมี่ยวใช้มือบีบปายคางของเพ่ยลี่หลานให้เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาตรงๆ พลางสั่งให้หุบปากไว้

 

ข้าหรือแกล้งท่านเปล่าเลย ข้าหรือใส่ร้ายท่าน ขนมนั่นท่านก็เป็นคนเสนอตัวจะเอาไปให้คุณชายหานเอง ข้าเกี่ยวอะไรด้วยเขาออกแรงบีบคางของอีกฝ่ายแรงขึ้น จนเพ่ยลี่หลานน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวด หากแต่กลับไม่สามารถเปร่งเสียงใดออกมาจากลำคอได้เลย

 

เด็กสวะหรือ การที่ข้าอยู่แต่ในมุมของตนเองไม่ไประรานใคร ก็ทำให้ข้ากลายเป็นเด็กสวะเชียวหรือนี่ หากเป็นเช่นนั้น แล้วการที่ข้าจะปกป้องตนเองด้วยวิธีการเดียวกับที่พวกท่านเคยใช้ มันผิดที่ตรงไหนเล่า อีกอย่างนะพี่ลี่หลาน ที่ท่านถูกโบยเกือบตายแต่ยังไม่ตายและยังมีแรงมาด่าว่าข้าเช่นนี้ได้ ก็เป็นเพราะข้าที่ช่วยท่านเองไว้มิใช่หรือ หัดสำนึกบุญคุณคนเสียบ้าง และหากท่านจะแค้นท่านต้องแค้นคนที่สั่งโบยท่าน หาใช่ข้าที่ช่วยท่านไว้ไม่เฟยเมี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่มีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย ในแววตานั้นฉายชัดถึงความหวาดกลัวสุดขั่วหัวใจ เห็นดังนั้นเขาก็ยกยิ้มพอใจก่อนจะปล่อยคางของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ก่อนที่มันจะหักคามือเขาไปเสียก่อน

 

เพ่ยลี่หลานรู้สึกราวกับโดนกระชากวิญญาณออกมาจากร่าง ความหวาดกลัวหวั่นเกรงเพียงแค่อีกฝ่ายขยับร่างกายนี่มันอะไรกัน คนผู้นี้ใช่หลิ่งเฟยอวี่แน่หรือ เหตุใดแววตาที่เคยมีแต่ความเศร้าหมองกลับมีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาเช่นนั้นเล่า  แล้วเหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายถูกต้องกัน ข้าควรแค้นคนที่สั่งโบยข้าอย่างนั้นหรือ หานเจี่ยฟง!!

 

เฟยเมี่ยวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มคล้อยตามสิ่งที่ตนพูด ก็เริ่มใช้วิธีการต่อไปทันที

 

ไม่ต้องกลัว ข้าจะอยู่กับท่านเองพี่ลี่หลานเขาลูบหัวเพ่ยลี่หลานแผ่วเบา แล้วพยุงอีกฝ่ายขึันมาแนบอกอย่างอ่อนโยน เมื่อชาติก่อนเขาเคยมีคู่นอนมาแล้วทั้งรุกและรับ การจัดการกับคนอย่างเพ่ยลี่หลานให้มีความคิดเป็นไปอย่างที่เขาต้องการนั้นง่ายดายยิ่งกว่าพริบฝ่ามือ

 

ข้าเพียงอยากถามท่านสักหนึ่งคำถาม

 

“...ฮึก

 

ท่านอยากแก้แค้นคนพวกนั้นหรือไม่ไม่มีอะไรที่ชักจุงง่ายเท่าคนที่กำลังอ่อนแออีกแล้ว

 

“....”

 

ข้าจะช่วยท่านเอง

 

ระบบ [ ค่าความเสแสร้ง +10แต้ม ]

 

[ ค่าความน่าเกรงขาม +20แต้ม ]

 

 

พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408

เพจนักเขียน เถียนซิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.488K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1120 knunkim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 03:38

    อาเฟย.. ทำไมตอนท้ายเรื่อง so ผัวจังวะ

    #1,120
    0
  2. #1035 K.white wine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:29
    ร้ายกาจ นางร้ายกาจมากแม่
    #1,035
    0
  3. #1026 Nu Lunn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:49
    เริสมากลูก เริส! เริส!
    #1,026
    0
  4. #971 chalillxx_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 13:10
    แซ่บมากน้องชั้น
    #971
    0
  5. #924 bambybamby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 01:34
    ึคนวร้ายวร้ายยย
    #924
    0
  6. #915 DBJJKM97 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 10:15
    น้องเด็ดมากกกกโหดอ่ะน่ะ แต่ชอบระบบอ่ะ555
    #915
    0
  7. #903 PPSnook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 14:08
    น้องแบบควีนมากกก
    #903
    0
  8. #889 PongzMyStylez (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 12:53
    บดๆยั่วๆ
    #889
    0
  9. #852 Jupitersadd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:40
    อะควีนๆแซ่บๆ
    #852
    0
  10. #832 sayupung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 01:02
    ว้าวว มีความควีนสูงมากก
    #832
    0
  11. #821 0994051829 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 23:28
    อยากตบระบบมากเลยอ่ะ 555
    #821
    0
  12. #795 PinkMoon_62442 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:08
    มีค่าความตอแหลมั่ย 100000000000+
    #795
    0
  13. #775 มากิริจัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 15:05
    ชอบบบบบน้องงร้ายยยยย
    #775
    0
  14. #754 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 23:23
    หลอกเก่ง
    #754
    0
  15. #749 holypumpkin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 15:57
    มีคำผิดอยู่บ้างนะคะ แต่เนื้อเรื่องสนุกมากๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #749
    1
    • #749-1 Hanfeng(จากตอนที่ 5)
      3 ตุลาคม 2562 / 16:21
      ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องคำผิดด้วยเนื้อหาที่มีหลายแสนคำ เถียนซินต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ในเว็บจะไม่มีการแก้ไขคำผิดแล้วลงใหม่แล้วนะคะ เพราะเถียนซินทำไม่ไหว แต่จะมีการตรวจสอบพิสูจน์อักษรอีกครั้งก่อนตีพิมพ์เป็นรูปเล่มนะคะไม่ต้องห่วง ขอบคุณมากๆ ที่ชอบนิยายของเถียนซินนะคะ^^
      #749-1
  16. #742 Notty Kero (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:36
    สกิลติดตัวช่างร้ายกาจ
    #742
    0
  17. #723 Beeryaoi22 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 19:37

    ตกทาสได้ 1 อัตรา อิอิ

    #723
    0
  18. #686 Gorgonzola (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:46
    รว้ายกาจจจ
    #686
    0
  19. #662 ศรีเธา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 15:34
    ระอาย --> ละอาย
    ชายฉะกัน --> ชายฉกรรจ์
    #662
    0
  20. #642 Jeff69 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:43
    ชอบมาก เฟียซๆดุๆ
    #642
    0
  21. #602 Pimngaijakai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:45
    พระเอกค่าตัวแพงมากก
    #602
    0
  22. #586 C.BenChin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 21:40
    จอมมาร กำเนิดแล้ว
    มีความควีนสูงมากแม่
    #586
    0
  23. #441 หูยไรอ่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 15:53
    มี่ถงเป็นใครกันแน่น้า แอบมีวรยุทธได้ยังไง
    #441
    0
  24. #420 mikna1232 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 18:47
    ข้าพเจ้าคิดว่า พระเอกอาจจะเก่งกว่านายเอกเราก็ได้ อยากเจอแบบนายเอกตอบโต้ไม่ได้อ่ะ 55
    #420
    0
  25. #371 dream4try (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:01
    หึหลอกใช้เก่ง ชักจูงเก่งนี่มันความสามารถจอมมารชัดๆ
    #371
    0