หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 6 : บทที่.5 [รีไรท์] ด้ายแดงที่ถูกตัดขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,217 ครั้ง
    19 ก.ย. 62


อาเมี่ยว อาเมี่ยว ตื่นได้แล้ว

 

อือขอนอนต่ออีกนิดได้ไหมเฟยเมี่ยวครางในลำคอแผ่วเบา พลางปัดใบหน้าและริมฝีปากที่เริ่มวุ่นวายกับซอกคอเขา เขาลืมตาขึ้นมาเหลือบมองไปทางนาฬิกาที่ผนังห้อง สิบโมงเช้า นายจะรีบปลุกฉันไปหาบิดานายเหรอ ฮุ่ยจวิน!!

 

งัม

 

อืออออ

 

โอ้ย!!เฟยเมี่ยวกระชากหัวคนที่อยู่ดีๆ ก็มากัดคอเขาเสียแรงจนฮุ่ยจวินร้องโอดโอย

 

หิวก็ไปหาอะไรกิน อย่ามากวนเวลานอน!!เขาถลึงตาดุใส่ แต่ฮุ่ยจวิน หรือ อาจวินกลับลูบศีรษะตัวเองพลางเบะปากใส่เขา

 

นายไม่ยอมตื่นนี่น่า ไหนสัญญาว่าจะไปเที่ยวด้วยกันไงฮุ่ยจวินมองคนที่เตรียมจะหลับอย่างตัดพ้อ จนคนที่ตั้งท่าจะนอนต่อต้องถอนหายใจ ขยี่หัวตัวเองแล้วบ่นงึมงัมเดินเข้าห้องน้ำไป

 

ให้ตายเถอะ กลางคืนนายก็ไม่ยอมให้ฉันนอน กลางวันยังจะกวนใจฉันอีก คอยดูนะ อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ฉันจะกลับไปนอนบ้าน หรือไม่ก็ไปค้างห้องคนอื่นไม่สนใจนายแล้ว….”

 

ฮุ่ยจวินยกยิ้มส่ายหัวให้กับคนขี้บ่นของเขา ก็เห็นบ่นอย่างนี้ทุกที แต่ก็ยอมตามใจเขาทุกครั้ง แล้วก็ไม่เห็นเคยทำอย่างที่พูดเลย เอาเถอะไม่ทำน่ะดีแล้ว เพราะถ้าเกิดอาเมี่ยวทำขึ้นมาจริงๆ คนที่จะบ้าตายคนแรกคงเป็นตัวเขาเองนี่แหละ

 

เฟยเมี่ยวและฮุ่ยจวินโตมาภายใต้การเลี่ยงดูขององค์กร ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ในทีมเดียวกันเป็นคู่หูที่ตัวติดกันแทบตลอดเวลา ความสัมพันของทั้งคู่เริ่มต้นจากเพื่อนสมัยเด็กสู่การเป็นคู่เดท ความหมายในที่นี้คือเขาเป็นเพียงหนึ่งในคู่นอนหลายๆ คนของอาเมี่ยวเท่านั้น ถึงอีกฝ่ายจะอยู่กับเขามากที่สุดตามใจเขามากที่สุด แต่ฮุ่ยจวินรู้ดีว่า ทุกอย่างที่เฟยเมี่ยวแสดงออกมานั้นก็เป็นเพียงการเอาใจใส่ในฐานะคู่เดทคนหนี่ง อาจจะพิเศษตรงที่มีคำว่าเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนร่วมงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อีกฝ่ายเลยรักษาน้ำใจเขามากหน่อย ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้โดนถีบออกนอกห้องไปแล้ว

 

เฟยเมี่ยวเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็ไม่เห็นฮุ่ยจวินในห้องแล้วเตียงนอนก็ถูกเก็บเรียบร้อย และมีเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายเตรียมเอาไว้ให้เขาวางไว้ที่เตียง เฟยเมี่ยวอมยิ้มพลางหยิบเสื้อผ้ามาใส่  ‘อะ….ไม่อยากเคยชินเลยจริงๆ นะให้ตายสิ

 

กับข้าวสองสามอย่างง่ายๆ ถูกฮุ่ยจวินทำขึ้นเป็นมื้อเช้าของเขาทั้งคู่ เฟยเมี่ยวเป็นคนกินง่ายทุกอย่างที่ไม่ใช่ผักเขากินได้ทั้งนั้น แต่ที่ฮุ่ยจวินทำมันผักทั้งนั้นเลย….

 

อาจวินนายแกล้งฉันอยู่ใช่ไหม?” เฟยเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น เขาเกลียดผักยิ่งกว่าอะไร อาจวินเองก็รู้ทำไมยังทำล่ะ นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ

 

เพื่อสุขภาพไง นายโตแล้วนะควรทานผักบ้าง

 

แหวะ”  ปากบอกแบบนั้นแต่พอฮุ่ยจวินตักผักมาให้ก็กินอย่างว่าง่าย จนคนทำยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข

 

แล้วตกลงว่าวันนี้เราจะไปไหนกัน? “ เฟยเมี่ยวเปิดบทสนทนาใหม่อีกครั้ง พลางเขี่ยจานผัดผักบุ่ง เผื่อว่าฮุ่ยจวินคนดีจะมีเมตตาใส่เศษหมูมาให้สักชิ้นสองชิ้น

 

สวนสนุก

 

หะ….”  เอาจริงดิ …..  

 

นายไม่อยากไปเหรอฮุ่ยจวินทำหน้าหงอยเหมือนสุนัขที่เจ้าของไม่ยอมพาออกไปเดินเล่น เฟยเมี่ยวกลอกตาไปมา ก็เป็นเสียอย่างนี้

 

เลิกทำหน้าหมาใส่ฉัน ตัวควายๆ ของนายไม่เหมาะกับหน้าตาแบบนั้น ไปก็ไปสิพูดเหมือนรำคาญนักหนา แต่สุดท้ายก็ยอมตอบตกลง อาเมี่ยวน่ะใจดีที่สุดแล้ว

 

เที่ยงตรงพวกเขาก็มาถึงสวนสนุกที่ว่า ฮุ่ยจวินพาเขาวิ่งวุ่นไปทั่ว ขึ้นอันนั้นลงอันนี้ไม่หยุด ตอนนี้ก็มานั่งพักกันที่หน้าบ้านผีสิง

 

หิวน้ำหรือเปล่า? “ ฮุ่ยจวินถามพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อให้เฟยเมี่ยวอย่างเบามือ เขาตื่นเต้นและมีความสุขมากที่อาเมี่ยวยอมมาเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้ เพราะมันเข้าแผนที่วางไว้เป๊ะ

 

หิวสิ ฉันคอแห้งมาก นายช่วยไปซื้อน้ำให้ฉันหน่อยเฟยเมี่ยวยิ้มอ่อนให้คนตรงหน้า

 

ได้สิ

 

เอาน้ำเปล่าแล้วก็โค้ก1แก้ว อ้อ แล้วก็นายแวะซื้อป๊อปคอร์นรวม3รสให้ฉันด้วยนะ ฉันเห็นมันขายอยู่ตรงหน้าทางเข้า

 

หน้าทางเข้าเลยเหรอ แต่…” ฮุ่ยจวินทำหน้าลำบากใจ ไม่ใช่ไม่อยากไปซื้อให้ แต่ตรงนี้กับทางเข้าน่ะมันไกลกันมากๆ เลยนี่น่า

 

ฉันรบกวนนายเหรอเฟยเมี่ยวหน้าตาบึ่งตึงขึ้นมาทันที เมื่อกำลังจะถูกขัดใจ

 

ไม่เลยฉันจะไปซื้อให้นาย นั่งรออยู่ตรงนี้นะห้ามไปไหนเฟยเมี่ยวยิ้มกว้างส่งให้เป็นการขอบคุณ และตกลงว่าจะเป็นเด็กดีนั่งรอตรงนี้

 

พอฮุ่ยจวินไปพ้นสายตารอยยิ้มกว้างเมื่อครู่ก็ค่อยๆ หุบลงพร้อมกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้น

 

ออกมา”  

 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินไม่เข้ากับบรรยากาศสนุกสนานของสวนสนุก เดินออกมาหาพลางนั่งลงข้างๆ เขาแล้วเอ่ยเสียงติดตลก

 

เขาเหมือนแฟนคุณเลยว่าไหมเฟยเฟยเฟยเมี่ยวถลึงตาดุกดเสียงต่ำอย่างอดกลั่นห้ามยุ่งกับเขา

 

แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นมองแล้วอมยิ้มอะไรกันผมก็แค่เห็นคุณเที่ยวเล่นทั้งยังจับมือถือแขนกับเขาอย่างสนิทสนม ก็เลยพูดหยอกคุณเล่นเท่านั้นเอง

 

นายสะกดรอยตามฉันมา?”  เฟยเมี่ยวหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด แต่อีกคนก็ไม่ได้สำนึกเลยว่ากำลังทำให้เขาไม่พอใจ

 

ไม่เอาน่าอย่าโกรธเลยได้ไหม  การมาเที่ยวกับเพื่อนไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอก ผมเป็นคนใจกว้างไม่ถือสาว่าคุณจะมีคู่เดทสักกี่คนอยู่แล้ว “ 'ถงเหยียนใช้แขนโอบบ่าเฟยเมี่ยวมาใกล้ ริมฝีปากละเลียดจูบแผ่มเบาไปตรงซอกคอของเขา แล้วกระซิบเสียงแผ่ว

 

แค่ไม่ชอบให้คุณมีกลิ่นของคนอื่นเท่านั้นเองว่าแล้วก็กัดเข้าที่ซอกคอของเฟยเมี่ยวเต็มแรง

 

เฟยเมี่ยวจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อระบายความเจ็บ ในใจเขาอยากจะสับผู้ชายตรงหน้าให้เป็นพันเป็นหมื่นชิ้น ถ้าไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายยังมีประโยชน์อยู่เขาทำไปนานแล้ว และจะไม่ทำอย่างลังเลใจแม้แต่น้อย

 

รีบจัดการทุกอย่างแล้วถอนตัวออกจากองค์กรนั่นสักที ผมอยากจะควงคุณออกหน้าออกตาจะแย่แล้วอีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วลุกขึ้นเดินจากไป พร้อมๆ กับที่ฮุ่ยจวินเดินกลับมาพอดี

 

ฮุ่ยจวินที่กลับมาถึงก็เห็นเฟยเมี่ยวยิ้มให้ แล้วใช้แขนเสื้อซับเหงื่อให้เขา แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มมันแตกต่างจากก่อนที่เขาจะไปซื้อน้ำนิดหน่อย หรือเขาจะคิดมากไปเอง

 

นี่ของที่นายสั่งได้แล้วเฟยเมี่ยวแค่รับน้ำเปล่ามาดื่ม ส่วนอย่างอื่นเขาไม่ได้แตะต้องเพราะไม่ได้อยากกินตั้งแต่แรก แค่หาข้ออ้างให้ฮุ่ยจวินออกไปไกลๆ เท่านั้นเอง เขารู้สึกได้ว่ามีคนสะกดรอยตามเขาตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในสวนสนุกแล้วจริงๆ ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นถงเหยียนด้วยซ้ำ ดีแล้วที่กันอาจวินออกไปได้ เรื่องนี้อาจวินไม่ต้องรับรู้จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยคงปลอดภัยกว่า

 

เราไปกันเถอะเฟยเมี่ยวจับมือของฮุ่ยจวินไว้แน่น เขารู้สึกเหมือนมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้กุมมือนี้ไว้ยังไงก็ไม่รู้  เขายิ้มให้กับความคิดบ้าบอของตัวเอง ถึงยังไงเขาก็ต้องบอกเรื่องที่ตั้งใจไว้กับอีกฝ่ายด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ไปอ่านเอาจากจดหมายนั่นหรอก (ถึงจะเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองก็เถอะ) เขาอยากรีบทำงานนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด และจะได้ทำให้เรื่องของเขากับฮุ่ยจวินมันถูกต้องสักที  

 

พวกเขาสองคนเที่ยวเล่นกันจนถึงช่วงที่สวนสนุกปิด ตอนแรกเฟยเมี่ยวจะกลับเลยเพราะเหนื่อยมาก แต่ฮุ่ยจวินก็ลากเขามาที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง พอไปถึงหน้าร้านก็มีพนักงานสาวออกมายืนต้อนรับ

 

คุณลูกค้าเชิญทางนี้ค่ะ”  เฟยเมี่ยวนึกแปลกใจ ก็ที่พนักงานนำทางเขาไปน่ะมันเป็นส่วนของห้องส่วนตัวที่เห็นวิวแม่น้ำ และมีความเป็นส่วนตัวมาก ไม่ใช่โซนด้านนอกที่ใช้รับรองลูกค้าทั่วไป เขากระตุกแขนฮุ่ยจวินที่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนเขาเบาๆ แล้วเอ่ยถามอีกฝ่าย

 

นายเล่นอะไรเนี่ยแต่ฮุ่ยจวินแค่อมยิ้มปริศนาแล้วกระซิบว่า  “ความลับเป็นคำตอบกลับมาให้เขา

 

พอมาถึงห้องที่ว่า เฟยเมี่ยวก็แทบอ้าปากค้าง ด้านในถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวที่เขาชอบเต็มไปหมด การจัดสรรที่ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้คงเป็นฝีมือคนข้างๆ เขาแน่นอน ฮุ่ยจวินเป็นผู้ชายที่ยิ้มง่ายอัธยาศัยดียิ่งเวลาอยู่กับเขาความยิ้มเก่งของอีกฝ่ายก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกถึง20%เชียวละ  

 

ปัง

 

เซอร์ไพรส์พลุกระดาษที่ถูกดึงออกใกล้ๆ พร้อมเสียงนุ่มหวานของฮุ่ยจวินปลุกเขาขึ้นมาจากภวังค์และภาพต่อมาที่เขาได้เห็นต่อจากสวนดอกกุหลาบขนาดย่อม ก็คือฮุ่ยจวินทึ่ยืนถือเค้กแบล็คฟอเรสต์ที่เขาชอบพร้อมเปลวเทียนที่ถูกจุดขึ้น ภาพนั้นเรียกรอยยิ้มดีใจให้แต่งแต้มบนใบหน้าของคนที่ชอบทำหน้าตาเบื่อหน่ายได้ไม่ยากเย็นนัก และรอยยิ้มนั้นก็กว้างขึ้นอีกเพียงเพราะอีกฝ่ายเริ่มร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เขาเหมือนอย่างที่เคยทำในทุกๆ ปี

 

“Happy birthday to you, Happy birthday to you “

 

เสียงนุ่มหวานร้องเพลง Happy birthday ให้เขาพลางก้าวเดินตรงมาทางเขาช้าๆ  เอาเวลาไหนไปเตรียมอะไรแบบนี้กันนะ….

 

“Happy birthday Happy birthday”

 

ให้ตายเถอะ ตอนนี้เขารู้สึกปวดแก้มมากเลยมีความสุขจัง

 

“Happy birthday to you”  

 

เสียงเพลงจบลงพร้อมกับฮุ่ยจวินที่มายืนอยู่ตรงหน้าเขา

 

อธิฐานเร็ว”  ฮุ่ยจวินยิ้มมองคนที่หลับตาลงอธิฐานขอพรในวันเกิด เขาเฝ้ามองภาพแบบนี้ทุกปี ตั้งแต่ได้รู้จักกับอีกฝ่ายจนถึงตอนนี้ และเขาก็รู้สึกว่าตัวเองโลภมากที่อยากจะเฝ้ามองภาพของอาเมี่ยวที่หลับตาขอพรในวันเกิดแบบนี้ไปอีกทุกปี  ตลอดไป…..

 

ฟู~~

 

เปลวเทียนดับลงฮุ่ยจวินก็เอ่ยถามขึ้น

 

อธิฐานว่าอะไรเฟยเมี่ยวยิ้มจนตาเป็นสระอีแล้วตอบ

 

ฉันขอให้นายมีความสุข/ขอให้ฉันมีความสุข" สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมา  ก็นะ อาเมี่ยวน่ะแทนที่จะอธิฐานเพื่อตัวเองทุกปีกลับขอเพียงให้เขามีความสุขในทุกๆ วันก็พอ เขาเคยถามอีกฝ่ายว่าทำไมถึงขอแบบนั้น ก็โดนอาเมี่ยวชักสีหน้าเบื่อหน่ายใส่แล้วตอบว่า

 

'ฮุ่ยจวินเจ้าคนโง่ เพราะนายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของฉัน ฉันถึงอยากให้นายมีความสุขไงเล่า

 

คำว่าเพื่อนของอีกฝ่าย เหมือนกำแพงที่กั้นเราเอาไว้ไม่ให้เดินผ่านเข้าไปใกล้มากไปกว่านี้ แต่จะผิดไหมนะถ้าวันนี้เขาอยากจะทำตัวเป็นคนโง่งมอย่างที่อาเมี่ยวชอบว่า แล้วพังกำแพงที่อาเมี่ยวพยายามสร้างมาตลอด

 

อาเมี่ยว…” ฮุ่ยจวินเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่ว

 

เฟยเมี่ยวที่มัวแต่สนใจเค้กที่อีกฝ่ายส่งให้ก็หันกลับมาหา พลางจะถามว่าเรียกทำไม แต่ก็ต้องกลืนคำถามลงคอไปเมื่ออยู่ดีๆ ฮุ่ยจวินก็คุกเข่าลงบนพื้นมีกล่องเครื่องประดับทรงสี่เหลี่ยมทำจากไม้กล่องเล็กในมือ พอเปิดออกด้านในก็เป็นแหวน'คู่เรียบๆ สองวง และที่น่าตกใจกว่าก็คือ คำพูดของฮุ่ยจวินที่พูดออกมา

 

แต่งงานกับฉันนะ” 'แต่งงานคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงช่างสั่นคลอนหัวใจที่แสนเย็นชาของเขาเหลือเกิน ฮุ่ยจวินคนคนนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาสำหรับเฟยเมี่ยวแล้ว เป็นเหมือนพระอาทิตย์ที่แสนเจิดจ้าคอยส่องแสงนำทางชีวิตที่ว่างเปล่าของเขาให้มีความหมาย

 

เป็นที่พึ่งพาให้ในยามที่เขาหมดแรงที่จะต่อสู้กับปัญหา เป็นเพื่อนที่เขามอบความรักความห่วงใยให้มากกว่าในฐานะเพื่อน ถึงแม้เจ้าทึ่มนี่จะชอบคิดเองเออเองว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยก็เถอะ

 

ถ้าหาก  ถัาหากว่าคำพูดนี้พูดออกมาหลังจากนี้ไปอีกสัก1ปี ถึงตอนนั้นเขาคงจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย อาจจะแถมการปล่อยโฮให้เจ้าทึ่มฮุ่ยจวินกอดปลอบด้วยก็ได้ แต่ตอนนี้….  

 

ภาพในอดีตฉายชัดถึงความทรงจำครั้งหนึ่งที่เคยคุยกันไว้

 

อาเมี่ยวโตขึ้นนายอยากทำอะไรฮุ่ยจวินถามเฟยเมี่ยวในขณะที่อีกฝ่ายกำลังกินขนมอยู่

 

งืม...นอนตอบเสร็จก็กลับไปเคี้ยวขนมต่อ ฮุ่ยจวินยิ้มขำก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายต่อ

 

คนเราแค่กินกับนอนไม่ได้ โตขึ้นนายต้องมีความรับผิดชอบทำงานหาเงินดูแลตัวเองให้ดีเด็กชายเฟยเมี่ยวทำตาโต

 

เหรอ  แล้วโตขึ้นนายอยากทำอะไรล่ะ”  เขาถามพลางหยิบขนมในจานของฮุ่ยจวินมากิน เพราะของตัวเองกินหมดแล้ว  ฮุ่ยจวินมองคนที่เนียนถามเขาแต่มือกลับหยิบขนมเขาไปกินหน้าตาเฉย แล้วส่ายหัวให้กับความตะกละของอีกฝ่าย เลื่อนจานขนมหลบมือของเฟยเมี่ยวที่จะมาฉกขนมอีก แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดจะขบขันเล็กน้อย เพราะอาเมี่ยวทำแก้มป่องใส่เขาด้วยความขัดใจ

 

ฉันอยากมีชีวิตที่เรียบง่าย มีบ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเอง มีครอบครัวที่รอฉันกลับบ้านหลังเลิกงาน มีภรรยาที่รักฉันมากๆ อืม มีลูกชายลูกสาวหน้าตาน่ารักสัก2คน แค่นั้นแหละที่ฉันต้องการ

 

แค่นั้นเหรอ? “ เฟยเมี่ยวเอียงคอถามอีกฝ่าย เขาได้ยินเพื่อนหลายคนที่ถูกรับมาเลี้ยงดูที่องค์กรพูดกันว่า อยากมีบ้านหลังใหญ่มีรถสวยๆ ขับมีเงินเยอะๆ มีคนนับหน้าถือตาก้มหัวให้  แต่ฮุ่ยจวินกลับต้องการอะไรที่เรียบง่ายขนาดนั้น แถมอีกฝ่ายยังดูมีความสุขมากเวลาที่พูดเรื่องนี้ เขาขมวดคิ้วมุ่นแล้วเอ่ยถามฮุ่ยจวินด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

แล้วถ้าเป็นภรรยาของนาย จะได้กินขนมอร่อยๆ ที่นายทำไหม”  ว่าแล้วก็เหลือบมองขนมในจานอีกฝ่าย ฮุ่ยจวินรู้สึกแปลกใจที่อยู่ดีๆ อาเมี่ยวก็ถามอะไรแบบนี้แต่ก็ยอมตอบ

 

แน่นอนสิ ถ้าเขาชอบ ฉันจะทำให้เขากินทุกวันเลยก็ยังได้

 

ฉันตัดสินใจแล้ว!!อยู่ดีๆ เฟยเมี่ยวก็ตะโกนออกมาเสียงดัง ทั้งยังพุ่งเข้าไปกอดคอฮุ่ยจวินแน่นแล้วพูดเสียงดังฟังชัดโตขึ้นฉันจะแต่งงานกับนาย !!”  

 

ฮุ่ยจวินนิ่งอึ่งไปกับการจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวของเฟยเมี่ยว เขาเค้นเสียงในลำคอตอบออกไปได้เพียงแค่คำว่าหะ…?”

 

เฟยเมี่ยวที่เห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนไม่ได้ฟังตน ก็หน้าหงิกกล่าวด่าทอฮุ่ยจวินทันทีฮุ่ยจวินเจ้าทึ่ม ฉันบอกว่าฉันจะแต่งกับนายเป็นเจ้าสาวของนาย เป็นภรรยาของนาย แล้วนายก็ห้ามกลับคำพูดต้องทำขนมอร่อยๆ ให้ฉันกินทุกวันด้วย!!

 

พูดเสร็จก็ฉกขนมของฮุ่ยจวินไปทั้งจานแล้ววิ่งหนีอีกฝ่ายไปทันที ทิ้งให้ฮุ่ยจวินสติหลุดอยู่อย่างนั้น นานเหมือนกันกว่าที่จะเรียกสติกลับเข้าร่างได้ รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยา พร้อมทั้งเสียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ

 

'ได้ พอถึงตอนนั้นฉันจะทำขนมให้นายกินทุกวัน ใช้ชีวิตอยู่กับนายตลอดไปเลย

 

เฟยเมี่ยวหลับตาลงพยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมาอย่างสุดความสามารถ  แล้วลืมตาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ลูกน้องของถงเหยียนสะกดรอยตามเขามาถึงที่นี่ จะอธิบายอะไรก็ทำไม่ได้ วันนี้มีเรื่องผิดพลาดมากเกินไปเขาไม่น่ารับปากอาจวินเรื่องออกมาเที่ยวด้วยกันเลย ไม่ควรปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ขนาดนี้ เขาหลงลืมเรื่องถงเหยียนไปได้ยังไงกัน เฟยเมี่ยวนายมันบ้าที่สุด ถ้ารู้ว่าจะจบด้วยฉากนี้เขาน่าจะยืนยันที่จะกลับบ้านไปเลย ตั้งแต่ถงเหยียนเข้าไปหาเขาในสวนสนุกแล้ว ทำไมถึงยังมาที่นี่อีกกันนะ  

 

ฮุ่ยจินที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไปนานก็ใจฝ่อขึ้นมานิดหน่อย อาเมี่ยวไม่ยอมตอบแถมไม่ยิ้มเลยด้วย เขากำลังจะกลั้นใจถาม แต่เสียงเรียบนิ่งที่ปกติควรเป็นเสียงติดรำคาญหรือเบื่อหน่ายกลับตอบคำถามที่ถามไปก่อนหน้านี้ ด้วยคำตอบที่ทำเอาเขาแทบลุกไม่ไหว

 

ไม่…”  เฟยเมี่ยวพูดแค่นั้นไม่มีการอธิบายคำว่าไม่อะไรต่อ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที

 

อาจวินฉันขอโทษ  แต่เพื่อความปลอดภัยของนายฉันต้องทำ…..

 

(ตัดภาพออกเป็นสองส่วน)

 

ฮุ่ยจวินยังคุกเข่าอยู่บนพื้นเขาก้มหน้ามองดูแหวนคู่ที่สั่งทำเพื่อวันนี้ เงยหน้ามองดอกกุหลาบสีขาวที่เขาบรรจงจัดเองกับมือทุกดอก น้ำตาหนึ่งหยดไหลตกกระทบลงบนแหวนเงินถูกปฏิเสธเหรอเนี่ย อาเมี่ยวนายเนี่ยใจร้ายจังนะ จะปฏิเสธกันทั้งทีก็บอกเหตุผลกันบ้างสิเขายกยิ้มเย้ยหยันให้กับความคิดเพ้อฝันของตัวเอง ที่คิดว่าอาเมี่ยวอาจจะตกลง จากนั้นก็กอดเข่าซบหน้าลงไปเก็บซ่อนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ใครได้เห็นอีก

 

เฟยเมี่ยวพอเดินออกมาพ้นห้องนั้น น้ำตาที่พยายามเก็บซ่อนไว้ก็พังลงมา เขาเดินไปตามทางเดินพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด เขารู้สึกได้ว่ามีคนพยายามเข้ามาเพื่อถามไถ่ว่าเขาเป็นอะไร รู้สึกได้ว่าตัวเองเดินชนใครต่อใครไปทั่วแต่จิตใจเขาตอนนี้ไม่ได้โฟกัสที่ตรงนั้นเลย เขาปฏิเสธฮุ่ยจวินไปแล้ว  ปฏิเสธทั้งที่อยากแต่งแทบตายแต่เขาจะพังทุกอย่างที่ทุ่มเทไปตลอด1ปีนี้ไม่ได้ ทุกอย่างมันกำลังจะจบแล้ว งานนี้เสร็จเขาก็จะชดใช้หนี้บุญคุณขององค์กรหมด และทั้งเขาและอาจวินก็จะได้รับอิสระภาพอย่างแท้จริง ถึงตอนนั้นเขาจะขอทำตามใจตัวเองบ้างล่ะ  ฮุ่ยจวินเจ้าทึ่มนายรอฉันก่อนนะต้องรอฉันก่อน อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นฉันสัญญาว่าจะรีบกลับไปชดใช้ความรู้สึกที่นายต้องเสียไปในวันนี้ ด้วยชีวิตที่เหลือทั้งหมดของฉัน

 

หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้พบฮุ่ยจวินอีกเลย หัวหน้าบอกว่าอาจวินขอพักงานแบบไม่มีกำหนดเขารู้ว่าอีกฝ่ายอยากหลบหน้ากัน  ถ้าเป็นเขาเจอแบบนั้นก็คงเกลียดจนอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีกแล้ว มาคิดอะไรตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วคงได้แต่รีบทำงานให้เสร็จแล้วไปง้ออีกฝ่ายล่ะนะ

 

'เจียงผิงนั่งมองลูกน้องถอนหายใจรอบที่ล้านของวัน เรื่องของฮุ่ยจวินก็ได้แต่ตบบ่าอีกฝ่ายเพื่อเป็นการปลอบใจ

 

เอาน่า จัดการเรื่องนี้เสร็จเมื่อไหร่ นายก็จะมีเวลาไปง้ออาจวินเต็มที่เลยไงเฟยเมี่ยวถลึงตามองคนเป็นหัวหน้าตนเองอย่างดุดัน แล้วเริ่มบ่น

 

เต็มที่กับผี!!  ลาไม่มีกำหนด ที่ห้องก็ไม่อยู่ อาฝูบอกว่าเมื่อ1อาทิตย์ก่อนอาจวินบินไปอิตาลี ผมจะเอาอะไรไปง้อเขา บอสก็พูดได้สิบอสไม่ได้มาอยู่ในสถานะการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบผมนี่ แล้วถ้าอาจวินขอเปลี่ยนตัวกับสาขาทางโน้นละจะทำยังไง บอสรับผิดชอบไวไหม  แม่ง!!

 

นายใจเย็นหน่อยได้ไหม ขอแค่งานนี้สำเร็จ แค่อิตาลีนายจะตามไปง้อเมียเมื่อไหร่ก็ได้เห็นเฟยเมี่ยวองค์ลงเขาก็เริ้มเหงื่อตก คนๆ นี้เคยสนที่ไหนว่าใครเป็นใครแค่เผลอไปทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจนิดหน่อยก็โดนเล่นงานจนไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว

 

ขนาดประธานองค์กรยังเคยเจออิทธิฤทธิ์ของอาเมี่ยวมาแล้ว เพราะดันมีตาแต่ไม่ดูทะเล่อทะล่ารุกเข้าไปจีบอาจวินต่อหน้าต่อตาอาเมี่ยวเลยผลสุดท้ายก็เลยถูกอาเมี่ยวสั่งด้วย 'ควบคุมจิตใต้สำนึกให้คายความลับเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อย ต่อหน้าภรรยากลางงานเลี้ยงขององค์กร เลยทั้งโดนเบื้องบนลดตำแหน่งสั่งย้ายไปประจำอีกเขตเพราะสร้างความวุ่นวายทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียงทแถมโดนเมียทุบตีเกือบตาย แล้วเขาที่เป็นคนออกคำสั่งให้ปิดเรื่องภารกิจในครั้งนี้เป็นความลับจนอาจวินหนีไปอิตาลีจะรอดไหมเนี่ย

 

 เจียงผิงก็พอจะรู้ถึงความสัมพันของฮุ่ยจวินและเฟยเมี่ยวอยู่บ้าง ทั้งสองคนเรียกได้ว่าเป็นคู่เดทกันเรียกแบบหยาบๆ ก็คู่นอนนั่นแหละ ถึงเฟยเมี่ยวจะเปลี่ยนคู่นอนบ่อยแบบคนรักสนุกแต่กับฮุ่ยจวินกลับดูพิเศษกว่าทุกคน เพราะได้เข้าไปวุ่นวายกับพื้นที่ส่วนตัวที่อาเมี่ยวห่วงนักหวงหนา แล้วยังความพิเศษอื่นๆ ที่อาเมี่ยวให้แค่ฮุ่ยจวินคนเดียวอีก  

 

ส่วนไอ้เรื่องใครผัวใครเมียอันนี้เดายากเพราะทั้งสองคนก็สูงพอๆ กันอาจวินอาจจะตัวบางกว่าอาเมี่ยวนิดหน่อยเขาก็เดาๆ เอาจากการกระทำ และคำพูดเม้าท์มอยของคนในองค์กรที่พูดถึงสองคนนี้มาอย่างเช่นฮุ่ยจวินมักทำอาหารให้อีกฝ่ายกิน งานบ้านจุกจิกก็ฮุ่ยจวินเป็นคน ทำเรียกได้ว่าแทบจะปรนนีบัติรับใช้ทุกอย่างดูเป็นภรรยาที่ดีในอุดมคติของใครหลายๆ คนจนน่าอิจฉา

 

พรวดด

 

แค่กๆ  คะ  ใครบอก!!”  เขารีบถามพลางไอจากการสำลักกาแฟ  เมีย? ฮุ่ยจวินเนี่ยนะ  เอาอะไรคิดกันให้ตายเถอะ

 

อะไร”  เจียงผิงลูบหลังคนที่อยู่ดีๆ ก็ลำลักกาแฟออกมาทั้งยังไอไม่หยุด

 

ใครบอกบอสว่าอาจวินเป็นเมียผม?”

 

เจียงผิงขมวดคิ้วมุ่น  อ้าวหรือว่าข่าวลือที่ทั้งสองคนเป็นอะไรกันมันไม่จริง  บ้าน่าจริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก แล้วทำไมอาเมี่ยวถึงพูดอย่างนี้ละ

 

ก็ฉันเห็นพวกนาย….”



ฮุ่ยจวินน่ะ  เป็นสามีผมต่างหาก รุกน่ะบอสฮุ่ยจวินเป็นรุก”  น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่จริงจังของเฟยเมี่ยวทำเอาเจียงผิงชะงักไป  เมื่อกี้ว่าอะไรนะ

 

หะ...นายว่าไงนะ”  เขาคิดว่าเขาฟังผิด  เฟยเมี่ยวอมยิ้มมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เขาก็พอจะรู้แหละว่าคนอื่นพูดว่าฮุ่ยจวินเป็นเมียเขา แต่ทั้งเขาและอาจวินไม่ได้สนใจจะอธิบายอะไรก็เลยปล่อยผ่านไปไม่คิดว่าบอสก็เข้าใจแบบผิดๆ ไปด้วย  เอาเถอะถือว่าเปิดตัวไปเลยก็แล้วกัน

 

สามี  อาจวินน่ะเป็นสามีของผมโอเคนะ  เข้าใจแล้วก็ช่วยแก้ข่าวให้ผมด้วยไปละ...”   

 

เจียงผิงรู้สึกเหมือนเพิ่งบรรลุสัจธรรมอีกข้อของโลกใบนี้  เอาจริงดิ   คนเรามองแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ สินะ

 

แต่เฮ้ย เดี๋ยวอาเมี่ยวแล้วประชุมตอนบ่ายละ!

 

ไม่ทำขี้เกียจแล้ว….”  เจียงผิงอ้าปากพะงาบๆ มองลูกน้องที่จะกลับบ้านหน้าตาเฉย  นี่ทำงานนะเฟ้ยไม่ใช่เล่นขายของ!

 

หลังจากที่เฟยเมี่ยวและสมาชิกในองค์กรที่ร่วมกันทำภารกิจลับในครั้งนี้อีกสามคนเสียชีวิต จากเหตุการวางระเบิด ฮุ่ยจวินที่รู้ข่าวก็รีบบินกลับมาจากอิตาลีทันที เขาก็แค่อยากหลบหน้าอาเมี่ยวสักพักตัดช่องทางการติดต่อกับอีกฝ่ายเพื่อให้ตัวเองได้มีเวลารักษาแผลจากความผิดหวัง ใครจะไปคิดว่าเวลาแค่สองสามอาทิตย์ที่เขาพยายามจะหายไป กลับกลายเป็นว่าอาเมี่ยวเป็นฝ่ายจากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับมา

 

ณ.ตอนนี้ องค์กรลับสากล แผนก (ควบคุมและป้องกันอาชญากรรมจากผู้มีพลังพิเศษ) กำลังเจอพายุอารมณ์ลูกใหญ่จากฮุ่ยจวิน โดยมีคนที่โดนพายุลูกนี้ซัดเข้าที่หน้าเต็มๆ อย่างเจียงผิง ยืนหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเอง ข้าวของภายในแผนกยกเว้นโต๊ะทำงานประจำของเฟยเมี่ยวพังระเนระนาด

 

จะ ใจเย็นก่อนสหาย อาจวินนายสงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหมเจียงผิงโผล่หน้าออกมาจากหลังโต๊ะ มองดูคนที่พยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน แล้วเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

ใจเย็น นายยังมีหน้ามาบอกให้ฉันใจเย็นเหรอ!!ฮุ่ยจวินยิ่งเห็นหน้าคนเป็นหัวหน้าตน ความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ พอกลับมาถึงเขาก็ตรงมาที่องค์กรทันทีเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าอาเมี่ยวตายแล้วจริงๆ เขาภาวนามาตลอดทางตั้งแต่สนามบินที่อิตาลีจนมาถึงที่นี่ ว่าข่าวที่ได้รับจากเพื่อนร่วมงานจะไม่เป็นความจริงอาเมี่ยวอาจจะแค่แกล้งให้เขากลัวแล้วรีบกลับมาหา พอมาถึงอาเมี่ยวก็จะพูดว่า 'อาจวินเจ้าทึ่ม นายหลงกลแล้ว

 

แต่สวรรค์ไม่ยอมฟังคำขอของเขาสภาพศพของอีกฝ่ายทำให้เขาแทบเสียสติ อาเมี่ยวของเขาคล้ายคนที่หลับไปเพียงแต่ที่คอมีรอยนิ้วมือใหญ่ที่เป็นหลักฐานว่า อีกฝ่ายถูกบีบคอจนตาย ไหนจะรอยกระสุนที่ยินเข้าไปฝังลึกตรงตำแหน่งหัวใจอีกหนึ่งนัด รอยถลอกตามหน้าและตัวจากแรงระเบิด ถ้าจะบอกว่าสภาพศพดูดีกว่าอีกสามคนที่เหลือ เขายังไม่อยากได้ยินใครมาปลอบด้วยคำพูดนี้เลย

 

 และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เสียสติแล้วจริงๆ ตอนที่เจียงผิงมาสารภาพกับเขาว่าส่งอาเมี่ยวและเพื่อนร่วมทีมอีกสามคน ไปทำภารกิจลับที่ทางเบื้องบนสั่งมา เหตุการณ์วางระเบิดในครั้งนี้มันไม่เหมือนการก่อความวุ่นวายธรรมดา แล้วมีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตแต่มันคือการเจตนาฆ่าโดยตั้งใจ เพราะทั้งสี่คนที่ทำภาระกิจในครั้งนี้ตายหมด…..

 

นายส่งเมียฉันไปตาย!!เขาว่าพลางสะบัดคนที่จับแขนเขาไว้ทั้งสองข้าง ตรงเข้าไปกระซากคอเสื้อเจียงผิงมาแล้วต่อยลงไปบนใบหน้าอีกฝ่ายไม่ยั้งแรง เจียงผิงเจ็บเขารู้แต่มันไม่เจ็บเท่าตอนที่เขาต้องมาเห็นสภาพคนรักของตัวเองตายไปอย่างไม่เป็นธรรมหรอก มันเทียบกันไม่ได้เลย

 

พอแล้วอาจวิน พอ! นายจะต่อยบอสให้ตายเลยหรือไงเหอชิง หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมเข้ามาดึงฮุ่ยจวินออกจากเจียงผิง ที่ตอนนี้เลือดอาบหน้าแล้ว

 

เออ ตายไปเลย อาเมี่ยวก็ไม่อยู่กับฉันแล้ว นายเป็นคนส่งเขาไปตาย แล้วนายจะอยู่ไปเพื่ออะไรอีก!!ทุกคนนอกจากเหอชิงไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ฮุ่ยจวินในตอนนี้เลย ในความสัมพันอันคลุมเครือของฮุ่ยจวินและเฟยเมี่ยวนั้น ฮุ่ยจวินแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นคนรักของตน พวกเขารู้ถึงเรื่องนั้นดี ที่ผิดคาดจนน่ากลัวคือเพราะการตายของเฟยเมี่ยวในครั้งนี้ทำให้ฮุ่ยจวินที่แสนจะอ่อนโยนยิ้มง่ายจนได้ฉายาว่าเจ้าชาย ถึงกับกลายร่างเป็นหมาบ้าไล่กัดบอสเจียงจนสภาพดูไม่ได้อย่างนี้ ในบรรดาสมาชิกขององค์กรลับ ฮุ่ยจวินเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่มีพลังพิเศษ ตอนสอบคัดเลือก เขาใช้ความสามารถทางกายและความอัจฉริยะของตัวเองสอบเข้ามาด้วยคะแนนสูงที่สุดของตารางรายชื่อ ขนาดพวกที่มีพลังพิเศษบางคนยังเอาชนะเขาไม่ได้เลยแต่ด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเหมือนเจ้าชายผู้อบอุ่นสง่างาม และฝีมือที่ไร้ที่ติทุกคนจึงยอมรับเขาในฐานะหนึ่งในสมาชิกของหน่วยอย่างง่ายดาย

 

ฮุ่ยจวินทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง เขามองเจียงผิงที่หน้าตาเต็มไปด้วยเลือดจากฝีมือของตัวเอง แล้วเอ่ยถามอย่างเย็นชาทำไมต้องเป็นอาเมี่ยว

 

เจียงผิงยกมือกุมใบหน้าที่เริ่มชาหลังจากโดนต่อย เขาคิดว่าหน้าเขาคงจะเบี้ยวผิดรูปไปแล้ว เขาไม่ได้โกรธอีกฝ่ายที่ทำแบบนี้ กลับกันเขาคิดว่าถ้าตอนนี้เขาเป็นอาจวินเขาคงไม่ทำแค่ต่อย การตายของเพื่อนร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ขององค์กรเพราะทั้งสี่คนฝีมือถือว่าอยู่ในระดับที่10ปีจะเจอสักคน ถ้าให้พูดในอีกฐานะที่ไม่ใช่หัวหน้า เขาก็เหมือนสูญเสียเพื่อนและน้องชายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เขาเองก็เสียใจแต่ก็คงไม่กล้าเอาความเสียใจไปเทียบกับความเจ็บปวดที่ฮุ่ยจวินต้องเผชิญ เจียงผิงถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นโดยมีเพื่อนประคองไว้

 

“...ตามฉันมาเขาพูดแค่นั้น ก่อนที่จะเดินนำฮุ่ยจวินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

 

พอเข้ามา เจียงผิงก็ยื่นกล่องกระดาษสีม่วงอ่อนขนาดใหญ่ที่ผูกด้วยริบบิ้นสีเดียวกันให้กับฮุ่ยจวิน

 

ฮุ่ยจวินรับมันมาดู บนกล่องมีโน๊ตเล็กๆ ที่มีลายมืออันแสนคุ้นเคยเขียนเอาไว้ว่า 'ถึงอาจวิน

 

เขาแกะริบบิ้นออก แล้วเปิดกล่องอย่างเบามือข้างในมีลูกแก้วสีใสและสีม่วงเข้มปะปนกันอยู่เต็มกล่อง โดยที่ลูกแก้วส่วนใหญ่เป็นสีม่วง และมีจดหมายหนึ่งฉบับวางอยู่ด้านบน ทำให้ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว

 

ฉันให้นายฮุ่ยจวินยื่นลูกแก้วสีม่วงเข้มให้เฟยเมี่ยวที่ขมวดคิ้วมุ่นมองเขาอย่างมึนงง

 

ลูกแก้ว...นายเอามาให้ฉันทำไม?” เขาถามพลางเอาลูกแก้วมาส่องดูใกล้ๆ เป็นสีม่วงเข็มแต่กลับโปรงแสงมองทะลุได้สวยดีแฮะ

 

ถ้าวันไหนที่ฉันทำให้นายมีความสุข นายต้องเก็บลูกแก้วนี่ใส่โหลไว้1ลูก เป็นรางวัลให้ฉันขออะไรจากนายก็ได้ลูกแก้ว1ลูก เท่ากับรางวัลแห่งความดี1ข้อ

 

แล้วถ้านายทำให้ฉันโกรธหรือเสียใจล่ะเฟยเมี่ยวยังคงถามต่อให้รางวัลอีกฝ่ายก็ดี แต่เขาว่ามันดูเสียเปรียบไปหน่อยนะ

 

งั้น ฉันจะให้ลูกแก้วสีใสนายด้วย ถ้าวันไหนฉันทำเรื่องที่ไม่ดีต่อนาย ให้นายเก็บใส่โหล1ลูก แล้วนายก็สามารถขอให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อชดใช้ ลูกแก้ว1ลูกเท่ากับ1คำขอ

 

งั้น...ขอต่อยหน้านายได้ไหม?” ฮุ่ยจวินชะงักไปกับคำขอนี้ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

ฮ่าๆ ขอได้สิ แต่ฉันจะไม่ทำตัวไม่ดีให้นายหาเรื่องมาทุบตีฉันหรอกนะเขาว่าพลางเอาหัวหนุนตักของเฟยเมี่ยวที่นั่งอยู่บนโต๊ะ เฟยเมี่ยวยิ้มขำกับท่าทางออดอ้อนน่าตีของอีกฝ่าย แล้วมองลูกแก้วสีสวยในมืออย่างมีความสุข 'ฉันก็ไม่ได้อยากจะหาเรื่องทุกตีนายเสียหน่อย

 

เขาเปิดจดหมายช้าๆ ไล่อ่านทุกตัวอักษรด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

ถึงอาจวิน….

ถ้านายได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าฉันคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว ความจริงไม่อยากให้นายต้องมาเห็นจดหมายนี่เลยนะ แต่ก็เขียนเผื่อไว้ดีกว่าเพราะอะไรก็ไม่แน่นอนจริงไหม ความจริงฉันก็แค่กลัวน่ะ กลัวว่าถ้าแผนการทุกอย่างมันผิดพลาดฉันจะไม่ได้บอกความรู้สึกที่มีกับนาย อ้อแล้วก็อย่าไปต่อยบอสล่ะ เพราะฉันเป็นคนบังคับให้เขาใส่ชื่อฉันในภารกิจครั้งนี้เองแหละฮ่าๆ

อาจวินนายรู้ไหมว่าที่ผ่านมาฉันน่ะชอบนะชอบเวลาที่นายยิ้มให้ ชอบเวลาที่มีนายคอยดูแล เคยคิดอยากพูดคำว่าขอบคุณเป็นร้อยครั้งแต่มันก็พูดไม่ออกเลยแต่ฉันรู้ว่านายเข้าใจ ใช่ไหม?

ฉันไม่เคยบอกนายเลยว่าไอ้เมนูผักที่นายชอบยัดเยียดให้ฉันกินน่ะมันอร่อยมากแค่ไหน ไม่เคยพูดว่าเวลามีนายกอดไว้มันอุ่นใจมากแค่ไหน ไม่เคยพูดว่าคิดถึงเวลาที่นายต้องไปทำงานไกลจากฉัน ไม่เคยบอกว่าการตื่นขึ้นมาแล้วเจอนายเป็นคนแรกในตอนเช้ามันทำให้ฉันมีความสุขมากแค่ไหน และอีกหลายร้อยอย่างที่ไม่เคยได้บอกและคงไม่มีโอกาสได้บอกแล้ว ตอนนี้ฉันไม่รู้จะเขียนอะไรต่อแล้ว ฉันนึกไม่ออกแล้วล่ะ เอาเป็นว่าฉันคืนลูกแก้วให้นาย มันถือเป็นตัวแทนแห่งความสุขและความทุกข์ที่ฉันกับนายเคยได้ผ่านมันมาด้วยกัน ขอโทษนะที่ไม่ได้คืนให้ด้วยมือตัวเอง มีอีกอย่างที่ไม่เคยพูดออกไปเลย และคิดว่าคงเป็นคำพูดเดียวที่นายรอที่จะฟังมันมาตลอด

 

อาจวินฉันรักนาย…..

 

ฮุ่ยจวินเก็บจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วหันไปมองเจียงผิงพลางกล่าวอย่างเย็นชา

 

เหตุผลที่อาเมี่ยวขอเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วยตัวเองคืออะไร

 

แลกกับสัญญาการตัดขาดกับองค์กรของนายกับเขา

 

ฮุ่ยจวินหลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกเจ็บปวดกัดกินหัวใจจนเป็นแผลเหวอะหวะ ในที่สุดเขาก็ได้คำว่ารักจากอาเมี่ยวแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับเพียงบอกเขาผ่านการเขียนและเขาคงจะไม่มีวันได้ยินจากปากของอาเมี่ยวอีกแล้ว นายชอบบอกว่าฉันเป็นเจ้าทึ่มบ้างล่ะ คนโง่บ้างล่ะ แล้วทำไมถึงได้ทำอะไรโง่ๆ แบบนี้คนเดียวโดยไม่บอกอะไรฉันเลย ทำไมต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวด้วย

 

องค์กรมีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุไว้ว่า เด็กที่ถูกองค์กรรับมาเลี้ยงดูจะต้องทำงานให้กับองค์กรเท่านั้น ไม่สามารถไปทำงานอย่างอื่นนอกเหนือจากคำสั่งขององค์กรได้ ถึงจะได้รับอิสระแต่มันก็เป็นแค่อิสระในกรงใหญ่เท่านั้นไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่าง ชีวิตต้องอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลาเพราะงานที่ทำพัวพันถึงผู้มีอิทธิพลในโลกมืดมากมาย

 

ส่งข้อมูลงานทั้งหมดที่อาเมี่ยวทำค้างไว้ให้ฉัน ฉันจะรับช่วงต่อเองเจียงผิงเบิกตากว้าง ที่อาเมี่ยวต้องตายก็เป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้ว

 

แต่ว่า…”

 

เป็นงานสุดท้ายสัญญาขออิสรภาพของอาเมี่ยวก็จะสมบูรณ์ หลังจากนั้นฉันจะตัดขาดกับองค์กรวางมือจากโลกฝั่งนี้ตลอดชีวิต

 

เจียงผิงเงียบไปหลังจากที่ฮุ่ยจวินพูดจบ เขาคงต้องทำตามที่อีกฝ่ายว่ามาเพราะยังไงองค์กรก็คงไม่ปล่อยมือจากเรื่องนี้

 

ขอให้นายปลอดภัยเขากล่าวกับฮุ่ยจวินอย่าวห่วงใย แต่กลับได้รับเพียงความเงียบและความเย็นชาจากอีกฝ่าย

 

อาเมี่ยวนายคอยดู ฉันจะแก้แค้นให้นาย ใครที่มันพรากนายไปจากฉัน ฉันจะไม่ให้มันได้ตายดีแน่ ฉันสาบาน



ในช่วงเวลาของความตาย ดวงวิญญาณของเฟยเมี่ยวกำลังออกเดินทางไปในที่อันแสนไกล เฉินเยว่มองร่างที่ไร้วิญญาณของเฟยเมี่ยวด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้ "ถ้าเป็นคุณ จะให้คำตอบที่ผมต้องการได้ไหมนะ…"



พูดคุยกับเถียนซินได้ที่

ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408

เพจนักเขียน เถียนซิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.217K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1121 knunkim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 03:55

    โหหหหหห😭😭.... นํ้าตาไหลไม่หยุดเลย ทำไมมันหน่วงขนาดนี้ว่าแต่.. เฉินเยว่ใครคะ

    #1,121
    0
  2. #1100 littlefoolmoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 02:56
    ไม่รู้หรอว่าเวลานอนร้องไห้แล้วหายใจไม่ค่อยออกอ่ะ เดี๋ยวเราก็ได้ตามอาเมี่ยวไปหรอกT^T
    #1,100
    0
  3. #1036 K.white wine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:07
    น้ำตาไหลเป็นปี๊บ เอ๊ะหรืออาจวินจะเป็นผู้ถูกเลือกคนสุดท้ายของระบบ
    ว่าแต่ ใครคือเฉินเยว่
    #1,036
    0
  4. #1028 PorPeaKitcharoen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:34
    ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนกันไหมแต่ตอนอ่านตอนนี้ตอนที่อาจวินรู้ว่าอาเฟยตายเราร้องไห้จะเป็นจะตายตามเลยอะ
    #1,028
    1
    • #1028-1 Hanfeng(จากตอนที่ 6)
      22 เมษายน 2563 / 22:35
      กอดค่ะ เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ด้วยนะคะ ฮึ้บๆ
      #1028-1
  5. #1000 RhongTood (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:45
    ใครวะ WHO is เฉินเยว่
    #1,000
    0
  6. #972 chalillxx_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 13:47
    ตัวละครเกลื่อนมากแม่
    #972
    0
  7. #969 ErahElttil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 14:45
    เฉินเยว่คือใคนก่อน
    #969
    0
  8. #925 bambybamby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 02:04
    เฉินเย่วนี่ใครเนี่ยยยยย
    #925
    0
  9. #917 DBJJKM97 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 16:33
    สงสารอาจวิ้นง่าาาร้องตามเลยนยยยย
    #917
    0
  10. #904 PPSnook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 15:38
    สงสารเขาเนอะ
    #904
    0
  11. #861 dewwiizodiac (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 14:52
    น้ำตาไหลเลย
    #861
    0
  12. #853 Jupitersadd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 23:04
    ร้องเฉยเลยTTเราบ่อน้ำตาตื้นหรอนี่55555 สงสารทั้งอาจวินและเฟยเมี่ยวมากๆๆๆ
    #853
    0
  13. #833 sayupung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 01:21
    แงง แล้วเราจะอินกับพระเอกของเรื่องได้ยังไงแบบนี้TT สงสารอาจวินนน
    #833
    1
    • #833-1 Hanfeng(จากตอนที่ 6)
      18 พฤศจิกายน 2562 / 01:24
      อ่านดูก่อน ใจเย็นๆ นะคะ อาจจะมีอะไรๆ มากกว่าที่เห็น
      #833-1
  14. #803 cCONTRAa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 16:51
    เอ้ะเฉินเย่วคือใครรร
    #803
    0
  15. #799 Parichat1009 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 07:40
    ฮาเร็มป่ะคะ
    #799
    1
    • #799-1 Hanfeng(จากตอนที่ 6)
      13 ตุลาคม 2562 / 12:47
      ไม่ฮาเร็มค่ะ
      #799-1
  16. #784 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:08
    สงสารทั้งคู่เลย ไรท์บรรยายได้เข้าถึงอารมณ์รมสุดๆ
    #784
    1
    • #784-1 Hanfeng(จากตอนที่ 6)
      8 ตุลาคม 2562 / 14:24
      ขอบคุณค่ะ^^
      #784-1
  17. #776 มากิริจัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 17:17
    ใครคือเฉินเย่วอ่ะ
    เศร้ามากกกกกสงสาร
    #776
    0
  18. #770 Dar699699 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 19:44

    ร้องไห้หนักมาก ตาบวมหมดเลย
    #770
    0
  19. #755 พี่สาวยองแจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 23:27
    แง เสียจายยยยย
    #755
    0
  20. #743 Notty Kero (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:47
    ถึงจะรู้ล่วงหน้าของเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้แล้วแต่มาเจอตอนนี้ซ้ำอีกรอบก็บ่ชอบใจเล้ยยยย
    #743
    0
  21. #719 ♣hotchoc♣ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 01:06
    ร้องไห้หนักมากกกกก
    #719
    0
  22. #706 Whatever it is (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 13:38
    สงสารรรร
    #706
    0
  23. #666 J'Sun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:23

    ชุดสูทสีขาว?ระบบ? เอ ไม่ใช่สิระบบเป็นผู้หญิง เอ๊ะ หรืออะไร ยังไง จูนสมองแป้ปป

    #666
    0
  24. #603 Pimngaijakai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:16
    สงสารเฟยเมี่ยวว
    #603
    0
  25. #559 BEAUTY_SPV (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:08
    จริงๆมันต้อง"สิ้นสูญมนุษย์"ไหมนะ เราก็ไม่มั่นใจนะไรท์55แต่คิดว่า"สูน"มันแปลกๆอะ;-;
    #559
    1
    • #559-1 เยว่ซิน/NightTime(จากตอนที่ 6)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:27
      น่าจะสูญนั่นแหละค่ะ 555+ ถ้าอ่านแล้วแปลกๆ ขอโทษนะคะ ช่วงแรกคำผิดซินเยอะมาก ยังไม่ได้กลับไปแก้ไขเลย รอรีไรท์เนอะ ขอบคุณค่ะ
      #559-1