หนทางสู่การเป็นท่านจอมมาร [สนพ.NanaNaRis YBooks]

ตอนที่ 4 : บทที่.3 [รีไรท์] รักษาน้ำใจของมี่ถงก็เพื่อคนงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,242 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

 ยามซวี (19.00 น.-20.59 น.)

 

หลังจากที่นั่งทำใจเรื่องชีวิตของตนเองหลังจากนี้ได้ ไม่นานนัก 'มี่ถง' เด็กรับใช้ส่วนตัวของหลิ่งเฟยอวี่ก็เข้ามาบอกให้เขาเตรียมตัว เพื่อไปรอพบคุณชายหานตามนัดหมายในยามไฮ่ (21.00 น.- 22.59 น.) เท่ากับว่าเขาเหลือเวลาเตรียมตัวและแผนการเพื่อทำเควสอีกสองชั่วโมง เขาลอบสังเกตมี่ถงไปด้วยในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเทสมุนไพร์ต่างๆ ลงในอ่างไม้ใบใหญ่สำหรับอาบน้ำ

 

เฟยเมี่ยวมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงแต่ในใจกลับเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ได้อาบน้ำในอ่างไม้ใบใหญ่ ชุดที่มี่ถงเตรียมให้ก็เป็นชุดฮั่นฝูหลากหลายสี อีกทั้งยังมีเครื่องประดับศีรษะอีกมากมาย ก็แปลกใหม่ไม่เลวเลย เฟยเมี่ยวลอบสังเกตมี่ถงอย่างเงียบเชียบ มี่ถงเป็นคนตัวสูงคิดว่าน่าจะพอๆ กับเขาในร่างเดิม เฟยเมี่ยวคิดว่าหน้าตาของคนผู้นี้ถึงเรียกได้ว่าหล่อเหลา แต่ก็มิได้มีความโดดเด่นมากนัก เพียงแต่ท่วงท่าในการทำงานคล่องแคล่วว่องไว ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นคนขยันเอาการเอางานผู้หนึ่ง

 

ด้วยพื้นฐานของเฟยเมี่ยวนั้นเป็นคนขยันทำงาน มี่ถงสำหรับเฟยเมี่ยวแล้วคนผู้นี้ จึงถือได้ว่าน่าคบหาอยู่สองในสิบส่วนแล้ว

 

ในความทรงจำของหลิ่งเฟยอวี่ มี่ถงเป็นขอทานน้อยที่เขาได้พบโดยบังเอิญ ขณะที่ไปเดินตลาดกับแม่เล้าหลิ่ง

 

สิบสองปีก่อน

 

เด็กชายตัวน้อยกำลังโดนขอทานด้วยกันรุมทำร้าย เพื่อแย่งอาหารที่คนทำทานมาให้ด้วยความสงสาร หลิงเฟยอวี่ในเวลานั้น กำลังเดินผ่านมาทางนี้ แล้วเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เลยวิ่งเข้าไปกอดขอทานน้อยไว้ ใช้ตัวผอมๆ ของตนเองเป็นที่รองรับมือเท้าขอทานเกเรกลุ่มนั้นแทน โดยไม่คำนึงถึงตนเองเลยสักนิดว่าในตอนนั้นตนเป็นเพียงเด็ก6ขวบ

 

ความคิดเดียวที่มีในยามนั้น ก็เพียงเพราะไม่อยากเห็นใครต้องถูกรังแกอย่างที่ตนเองถูกกระทำ เวลาท่านแม่ไม่อยู่ก็เท่านั้น แม่เล้าหลิ่งที่กำลังเพลิดเพลินกับการเดินชมร้านรวงต่างๆ อยู่ในตอนนั้นแทบลมจับเมื่ออยู่ดีๆ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางก็สะบัดมือนางทิ้ง แล้ววิ่งฝ่าวงล้อมขอทานนับสิบเข้าไปกอดขอทานน้อยที่กำลังโดนทำร้ายอยู่

 

พอหาเสียงตนเองเจอนางก็รีบตะโกนเรียกคนให้ช่วย โชคดีแถวนั้นมีร้านข้าวสารที่มีคนงานชายอยู่มาก อีกทั้งเถ้าแก่ก็เป็นลูกค้าที่หออวิ้นเหมยพอเห็นนางเดือดร้อนเลยยื่นมือเข้ามาช่วย ในตอนนั้นนางโมโหแทบตายที่เด็กเหลือขอพวกนี้ทำร้ายเฟยเอ๋อร์ของนาง มีโทสะจนอยากจับเด็กพวกนี้มาหักแขนหักขาเสียให้เข็ด!!

 

แต่นางก็ต้องหักห้ามใจแล้วรีบอุ้มบุตรชายไปหาหมอเสียก่อน หลิ่งเฟยอวี่ก็แสนดื้อรั้นก่อนสลบไปยังจะขอร้องให้นางช่วยขอทานน้อยผู้นั้นอีก แล้วนางจะทำอย่างไรได้เล่า คำขอของเฟยเอ๋อร์นางไม่เคยขัดเลยสักครั้ง จึงจำใจต้องพาขอทานน้อยนั่นไปด้วย

 

โชคดีที่บุตรชายของนางเพียงฟกช้ำธรรมดามิได้มีอาการอย่างอื่นด้วย ไม่เช่นนั้นนางคงต้องกลับไปตีขอทานเกเรพวกนั้นให้ตายแน่! พอฟื้นขึ้นมาหลิ่งเฟยอวี่ก็ถามหาขอทานน้อยทันที ทางด้านขอทานน้อยที่ได้ยินว่าผู้มีพระคุณฟื้นแล้ว ก็รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะอยู่ข้างเตียง จนหลิ่งเฟยอวี่ต้องรีบห้ามปรามไว้ไม่เช่นนั้นหัวน้อยๆ นั่นต้องแตกเลือดอาบเป็นแน่

 

พอลองพูดคุยถึงได้รู้ว่าขอทานน้อยนั้นไม่มีที่ไป เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เร่ร่อนไปเรื่อย ค่ำไหนนอนนั่น ขอทานเลี้ยงกาย หลิ่งเฟยอวี่รู้สึกสงสาร จึงขอให้แม่เล้าหลิ่งรับขอทานน้อยไว้ที่หออวิ้นเหมยด้วย แต่หออวิ้นเหมยมิใช้สถานสงเคราะห์คนยากจะรับมาดูแลฟรีๆ ก็ไม่ใช่นิสัยของหลิ่งฮวานัก แต่ด้วยเพราะเป็นคำขอของบุตรชาย ทั้งขอทานน้อยผู้นี้ก็ดูน่าจะอายุไล่เลี่ยกับบุตรชายของนาง นางจึงยื่นข้อเสนอให้แก่ขอทานน้อยว่าให้มาทำงานเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของหลิ่งเฟยอวี่ แลกกับที่พักข้าวสามมื้อเงินอีกหนึ่งตำลึงต่อเดือน

 

ขอทานน้อยที่รับฟังแม่เล้าหลิ่งพูดอย่างตั้งใจ เมื่อฟังจนเข้าใจแล้วก็น้ำหูน้ำตาไหล กล่าวขอบคุณนายน้อยขอบคุณนายหญิงไม่หยุด จนแม่เล้าหลิ่งรำคาญจึงปล่อยให้เด็กทั้งสองได้พูดคุยกันตามลำพัง หลิ่งเฟยอวี่ยิ้มใจดีส่งให้ขอทานน้อยที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด จากนั้นจึงกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า

 

"เจ้ามีชื่อหรือไม่?"

 

"มะ...ฮึก ไม่ขอรับ" ขอทานน้อยตอบกลับ พร้อมพยายามกลั้นก้อนสะอึก และเช็ดน้ำตาที่หน้าออกอย่างลวกๆ

 

"งั้น....ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าดีหรือไม่" ถึงท่านแม่จะบอกว่ารับเด็กคนนี้มาเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของเขาก็เถอะ แต่ในสายตาของหลิ่งเฟยอวี่ เขามองว่าขอทานน้อยผู้นี้เป็นเพื่อนเล่นไปเสียแล้ว

 

"ดี ดีที่สุดเลยรอรับ!!" ขอทานน้อยเมื่อเข้าใจสิ่งที่หลิ่งเฟยอวี่จะสื่อก็ดีใจจนออกนอกหน้า ตัวมันเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยมีใครตั้งชื่อให้มันจริงๆ สักครั้งเลย ผู้มีพระคุณ...ไม่สิต้องเรียกว่านายน้อยแล้ว

 

นายน้อยอุตส่าห์ช่วยคนไร้ค่าอย่างมันจนตนเองต้องเจ็บตัว ทั้งที่ไม่รู้จักกันเลยทั้งที่จะปล่อยให้มันตายไปก็ได้แท้ๆ แต่ก็ยังวิ่งเข้าไปรับมือเท้าสวะพวกนั้นปกป้องมันด้วยความกล้าหาญ และความจริงใจทั้งยังจะรับมันไว้ดูแล ในขณะที่คนอื่นกลับเอาแต่ผลักใสไล่ส่งให้มันไปตาย

 

ไม่เคยมีใครส่งรอยยิ้มจริงใจเช่นนี้ให้กับมันมาก่อนเลย ช่างเป็นรอยยิ้มที่สามารถสั่นไหวหัวใจที่แสนเย็นชา และปลอบประโลมรอยแผลลึกในจิตใจของมันได้อย่างง่ายดาย เพื่อเป็นการตอบแทนและเพื่อที่จะได้เห็นรอยยิ้มนี้ในทุกๆ วันมันขอสัญญาว่ามันจะดูแลและปกป้องนายน้อยของมันด้วยชีวิต และลมหายใจทั้งหมดที่มี ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดแตะต้อง

 

พอมองเห็นตามเนื้อตัวขาวสะอาดของนายน้อยต้องมีรอยฟกช้ำ มันก็โกรธมาก มากมายเสียจนต้องกำหมัดแน่นหลุบตาลงเพื่อซ่อนแววตาอาฆาตแค้นไว้ เพื่อไม่ให้นายน้อยผู้เป็นดั่งผ้าขาวบริสุทธิ์ได้เห็น เจ้าพวกเศษสวะน่าตายพวกนั้นคอยดูเถอะ ข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้ทุกรอยแผลที่นายน้อยของข้าได้รับ!!!

 

!!!!

 

ขอทานน้อยสะดุ้งจนตัวโหยง เมื่อมีมือเล็กมาเขย่าที่หัวไหล่อย่างแรง พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นนายน้อยหลิ่งที่เขย่าตัวมัน และมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน

 

"เจ้ายังเจ็บตรงไหนอีกหรือ...ลุกขึ้นเถอะ" หลิ่งเฟยอวี่ประคองคนที่เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวให้ลุกขึ้นยืน ทั้งที่เขาตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายเสียอีก เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเหม่อลอยจึงนึกไปว่าอาจจะกำลังเจ็บแผล

 

"ขอบคุณนายน้อยที่ห่วงใย" ขอทานน้อยกล่าวอย่างนุ่มนวล

 

"ตกลงว่าชอบไหม?"

 

"หะ" เพราะมัวแต่โมโหสวะพวกนั้น จนเขาไม่ทันได้ฟังนายน้อยพูดพอคิดได้ดังนั้น ขอทานน้อยก็ยกมือประสานกันแล้วกล่าว "ขออภัยขอรับนายน้อยเมื่อสักครู่บ่าวเพียง..เอ่อ"

 

"หึ...ไม่เป็นไร" หลิ่งเฟยอวี่รู้สึกว่าหน้าตาอีกฝ่ายตลกยิ่งนัก เรื่องแค่นี้ทำไมจึงต้องทำหน้าเหมือนเขาจะสั่งให้ไปตายด้วยเล่า "แล้วก็นะ อย่าได้แทนตัวเองว่าบ่าวอีก ใช้ข้ากับเจ้าก็พอ"

 

"จะทำได้ยังไงละขอรับ" สีหน้าเด็กที่ตัวโตกว่าเผยแววลำบากใจอย่างไม่ปิดบัง

 

"ก็ข้าอยากมีเพื่อนเล่นนี่น่า ไม่ได้อยากมีบ่าวรับใช้เสียหน่อย" ดวงหน้างามที่ถึงแม้ว่ายังเด็ก ก็ยังน่าทะนุถนอมหมองเศร้าลง

 

มันรีบกล่าวอย่างร้อนรน "ขอรับ บ่าว เอ๊ย ข้าจะทำตามที่นายน้อยต้องการ จะตามใจท่านทุกอย่างเลยขอรับ"

 

หลิ่งเฟยอวี่ที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ ถึงมีรอยยิ้มและหัวเราะออกมาได้ พอเห็นนายน้อยของมันหัวเราะออก มันก็เบาใจว่านายน้อยคงไม่ถือสา ส่วนเรื่องที่มองหน้ากันแล้วขำน่ะช่างมันเถอะแค่นายน้อยยิ้มได้ก็พอแล้ว

 

"ส่วนที่พูดไปก่อนหน้านี้ ข้าบอกว่าชื่อของเจ้าต่อจากนี้ไปคือ 'มี่ถง' เจ้าพอใจหรือไม่"

 

"มี่ถง" ขอทานน้อยตาวาวมันมีชื่อแล้ว ชื่อที่นายน้อยตั้งให้นามที่แสนสำคัญ มี่ถงดี ชื่อดี ชื่อนี้ดีจริงๆ

 

"ชอบขอรับ!! มี่ถงชอบชื่อนี้ขอรับนายน้อย" มี่ถงยิ้มกว้าง จนหลิ่งเฟยอวี่หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ สีหน้าเจ้าตอนนี้ก็ตลกยิ่งนัก!!

 

"นายน้อย นายน้อยขอรับ" เสียงทุ้มต่ำอย่างชายชาตรีเอ่ยเรียกหลิ่งเฟยอวี่ หรือ ก็คือเฟยเมี่ยวในตอนนี้อย่างนุ่มนวล

 

"หะ..." เฟยเมี่ยวที่นั่งทบทวนความหลังของคนงามหลุดออกจากภวังค์ เพราะเสียงเรียกของข้ารับใช้ส่วนตัวอยู่ข้างหู เมื่อหันไปมองตามเสียงก็ถึงกลับทำหน้าไม่ถูก มี่ถงเจ้าเด็กคนนี้ หน้าน่ะเอาเข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไม!!!

 

มี่ถงนึกแปลกใจที่อยู่ดีๆ นายน้อยของตนก็ลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียง ทั้งยังรีบหลบตาเดินไปทางหลังฉากกั้นอาบน้ำไม่พูดไม่จา ทั้งที่ปกติหากเขาเข้าหาด้วยวิธีเช่นนี้ นายน้อยจะทำเพียงยิ้มบางๆ แล้วถอยห่างออกไปอย่างนุ่มนวล

 

นายน้อยเป็นอะไรไป...

 

เฟยเมี่ยวหลังจากที่หนีจากคนด้านนอกเข้ามาหลังฉากกั้นได้ก็ลูบอกตัวเองปอยๆ ดีแล้วที่ความไม่แตก เฟยเมี่ยวครุ่นคิดถึงท่าทางใกล้ชิตอย่างไม่ระมัดระวังกิริยาของมี่ถง คิดจนคิดว่าพอแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นมานวดขมับอย่างคนมีทุกหนัก ใจอยากออกไปถามให้รู้แล้วรู้รอดว่า ไอ้ท่าทางเหมือนหยอกล้อคนรักนั่นมันอะไรพ่อคุณเอ๊ย คิดอะไรกับเขาเปล่าตัวเอง ถุย ไม่ใช่แล้วต่อให้คิดก็ไม่ใช่กับเขาแล้ว ทำตัวเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวที่อาจเอื้อมมีรักปักใจต่อเจ้านายหรือไงกัน

 

แล้วถ้านายรู้ว่าฉันไม่ใช่นายน้อยของนายละ…..

 

เฟยเมี่ยวปัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ก่อนจะเริ่มปลดสายรัดเอวออกจากตัว เสื้อผ้าแบบนี้เขาก็เคยใส่ตอนทำงานบ่อยอยู่ ก็เลยรู้วิธีใส่วิธีถอดเป็นอย่างดี เสื้อตัวในสีขาวถูกถอดออกไปกองที่เอวเผยให้เห็นแผ่นหลังบอบบางผุดผ่อง ที่คลอเคลียกับเส้นผมสีน้ำหมึกที่ยาวจรดเอวคอด ทำให้ตอนนี้เฟยเมี่ยวในร่างของหลิ่งเฟยอวี่งดงามราวภาพวาด บรรยากาศรอบกายที่แตกต่างจากเจ้าของร่างเดิมช่างดึงดูดให้คนไม่อาจละสายตาไปจากแผ่นหลังนั้นได้ เป็นความยั่วยวนทั้งที่ยืนอยู่เฉยๆ น่าหลงใหลทั้งที่เพียงขยับกายเล็กน้อยเท่านั้น

 

มี่ถงที่เดินตามเข้ามาตัวแข็งทื่อ ดวงตาคมจ้องมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยแต่วันนี้มันกับแตกต่างจากวันวานยิ่งนัก นายน้อยของเขา ปกติจะเป็นคนที่มีบรรยากาศรอบกายที่ให้ความรู้สึกสูงส่งบริสุทธิ์เวลาอยู่ไกล้ๆ แลัวให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

 

แต่วันนี้ท่วงท่าและบรรยากาศรอบกายที่แผ่ออกมาจากนายน้อยกลับแปลกไป  มันเป็นความรู้สึกที่สูงส่งในแบบที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจให้ความรู้สึกเหมือนว่าคนๆ นี้กำลังนั่งมองเราจากบนบัลลังก์หงส์ที่แสนยิ่งใหญ่ จนมนุษย์ทั่วหล้าไม่อาจเทียบเคียงต้องหมอบกราบอยู่ใต้แทบเท้าด้วยความภัคดี

 

 แต่ในขณะเดียวกัน มันก็แฝงไปด้วยความเย้ายวนท้าทายให้ความรู้สึกกระตุ้นให้เกิดความอยาก อยากจะลองปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาสูงที่เน็บหนาวนั้น หากว่าบนนั้นมีบุปผาเหมันต์ล้ำค่าอยู่ ได้ลองเสี่ยงดูสักครั้งในชีวิตจะเป็นไรไป……..

 

มี่ถงส่ายศีรษะเบาๆ เพื่อปัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวก่อนจะเดินเข้าไปช่วยหลิ่งเฟยอวี่ถอดเสื้อออก

 

เชี่ย….”  เฟยเมี่ยวสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีมือมาดึงเสื้อด้านหลังที่อยู่ตรงเอวของเขาอย่างแผ่วเบา เขาปัดนิ้วมือสากที่ลากผ่านผิวเนื้อบริเวณสีข้างออกอย่างแรง แล้วหันไปจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉย

 

“...?”

 

เจ้า   เจ้าจะทำอะไร”  เฟยเมี่ยวถามเสียงเรียบ แต่เท้ากลับถอยหลังไปจนชิดขอบอ่าง

 

ไม่นะ นี่เขากำลังโดนลวนลามเหรอ!

 

“...นายน้อย?”  มี่ถงที่เห็นนายน้อยของตนขยับออกห่างจากตนไปจนติดขอบอ่างแถมยังถลึงดวงตาเรียวงามนั่นมองตนอย่างดุร้าย ก็ทั้งรู้สึกแปลกใจและหนักอึ้งในใจไปพร้อมๆ กัน

 

ในยามปกติดวงตาคู่นั้น มักจะมีเพียงแววของความโศกเศร้าออกมาให้เห็น นับครั้งได้ที่จะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะสนุกสนานอย่างจริงใจ เวลาที่เขาคอยปรนนิบัติอาบน้ำแต่งตัว ก็จะเงียบเชียบทำเพียงส่งยิ้มบางมาให้เขา แล้วเหม่อลอยไปในที่แสนไกลปล่อยให้เขาดูแลให้เสร็จๆ ไปก็เท่านั้น ถึงจะไม่เคยปฏิเสษแต่ก็ใช่ว่าจะพอใจ

 

 แต่วันนี้กลับถอยห่าง ทั้งยังแสดงออกชัดเจนถึงความระแวดระวัง  หรือนายน้อยรังเกียจตนแล้ว คิดได้ดังนั้นมี่ถงก็ทำเพียงมองผู้ที่เป็นเจ้าชีวิตอย่างเจ็บปวด

 

เฟยเมี่ยวรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยู่ดีๆ มี่ถงก็ใช้สายตาที่น่าสงสารจ้องมองตน แต่ว่านะอย่ามาทำสายตาตัดพ้อทั้งที่หน้ายังนิ่งสนิทแบบนั้นสิ

 

บรรยากาศรอบกายคล้ายว่าหยุดนิ่งลง ทั้งสองต่างสบตากันไม่มีใครหลบหนี เฟยเมี่ยวกำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เรื่องราวมาถึงตรงนี้ม่านใหญ่ของโรงละครเรื่องนี้ควรเปิดได้แล้ว หน้ากากของหลิ่งเฟยอวี่ถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่อย่างชำนาญ “....”

 

“....”

 

เจ้าเข้ามาทำไมเฟยเมี่ยวเป็นฝ่ายหลบตาก่อน เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงเบา

 

ข้าเข้ามาช่วยปรนนิบัตินายน้อยอาบน้ำขอรับ”  

 

ไม่ต้อง"  น้ำเสียงที่ใช้ปฏิเสธถูกลดทอนความแข็งกระด้างลงอีกหลายส่วน "ข้า ข้าอยากอาบเอง

 

แต่ว่า…”

 

บอกว่าไม่ต้องไงยังไม่รีบออกไปอีก...

 

นายน้อย...รังเกียจข้าแล้วหรือขอรับมี่ถงก้มหน้าลง ก้าวเท้าถอยหลังไปอีกสามก้าว  “หรือเป็นเพราะท่านตัดสินใจจะแต่งให้คุณชายหานผู้นั้นแล้ว  การจะใกล้ชิดกับบุรุษอื่นจึงเป็นเรื่องไม่สมควร

 

"..."

 

นายน้อยไม่ต้องการข้าแล้วหรือขอรับ

 

ขอเถอะ ถ้านายจะพูดอะไรที่มันดราม่า ก็ช่วยทำหน้าทำตาให้มันเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคำพูดหน่อยจะได้ไหม  ไม่ใช่หน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ร่วมแบบนั้น ฉันปรับอารมไม่ทัน….

 

เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์อันดีงามของหลิ่งเฟยอวี่คนงาม และคนตรงหน้า เฟยเมี่ยวจึงตัดสินใจที่จะกล่าวอะไรบางอย่างใครบอก…”

 

ขอรับ?”

 

ใครบอกเจ้าว่าข้ารังเกียจ”  เขาเอ่ยถามพลางก้าวขาลงไปในอ่าง  รอให้คุยเสร็จวันนี้ไม่ได้อาบพอดี อาบมันทั้งกางเกงเลยนี่แหละ

 

ข้า….”

 

ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้า  เราอยู่ด้วยกันมานานเจ้าเหมือนพี่ชายเหมือนญาติอีกคนของข้า นอกจากท่านแม่แล้วข้าก็มีเพียงเจ้าที่คอยอยู่ข้างกาย เช่นนั้นแล้วจะเกลียดชังเจ้าได้อย่างไรเขาลงทุนพูดเสียยืดยาวใช้น้ำเสียงที่คิดว่าจริงใจที่สุด เพื่อเข้าไปให้ถึงใจของผู้ฟัง

 

 ในความทรงจำของหลิ่งเฟยอวี่นอกจากแม่เล้าหลิ่งแล้ว ก็มีเพียงมี่ถงที่คนงามให้ความสำคัญ จะดีจะร้ายอย่างไร เฟยเมี่ยวในยามนี้ก็มีลมหายใจอยู่ในร่างของคนอื่น ก็ต้องรักษาน้ำใจคนที่หลิ่งเฟยอวี่ให้ความสำคัญเสียหน่อย นี้ถือว่าเป็นการใช้มโนธรรมที่มีอยู่น้อยนิดของเขาเพื่อคนงามแล้ว

 

เข้าใจแล้วขอรับมี่ถงพอเข้าใจแล้วว่านายน้อยไม่ได้รังเกียจตน ก็ยิ้มบางๆ มองแผ่นหลังของผู้เป็นนาย แล้วจึงเดินออกไปด้านนอกตามที่นายน้อยต้องการ

 

เฟยเมี่ยวที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เดินออกมาจากหลังฉากกั้นในสภาพชุดตัวในสีขาวตัวเดียว เส้นผมที่เปียกตรงปลายนิดหน่อย ช่วยเสริมให้ใบหน้างามน่ามองยิ่งขึ้น

 

สีขาว?”  เขาเอ่ยเสียงเบาเมื่อเห็นชุดที่มี่ถงเตรียมไว้ให้  นี้คิดว่าเขาจะไปวัดเหรอ?  จำได้ว่าวันนี้เขากำลังจะไปหาผู้ชายนะ  

 

ทำไมหรือขอรับมี่ถงที่กำลังเลือกปิ่นปักผมอยู่หันกลับมาถาม เมื่อเห็นว่านายน้อยของตนไม่ยอมหยิบชุดขึ้นมา ทั้งยังเอาแต่ขมวดคิ้วบ่นพึมพำอะไรสักอย่าง

 

เฟยเมี่ยวหยิบชุดขึ้นมามองดูใกล้ๆ "เหตุใดจึงเป็นสีขาวเล่า

 

ก็...นายน้อยชอบสีขาวนี่ขอรับ

 

“....น่าเบื่ออีกหนึ่งสิ่งที่เขาได้ค้นพบคือ  หลิ่งเฟยอวี่น่าเบื่อ   โคตรน่าเบื่อเลย  ชอบสีขาว  ใจบุญ เล่นกู่ฉินเก่ง หน้าตางดงาม ทำขนมอร่อย พูดเสียงเบานุ่มนวล อยู่ในกรอบจารีตประเพณี ทุกอย่างที่เป็นหลิ่งเฟยอวี่ดี  ดีมาก แต่มันดีจนน่าเบื่อ คนคนหนึ่งไม่เห็นต้องดีขนาดนั้นเลย ความจริงเขาเองก็สงสัยว่าทำไมนะ  ทั้งที่โตมาในสถานที่โสมมแบบนี้แท้ๆ แต่คนงามกลับเป็นคนในแบบที่ทั้งชีวิตไม่ควรอยู่ที่นี่เลย  เป็นคนแบบเขาเองยังจะเหมาะเสียกว่า 

 

แต่ …”

 

มีชุดที่เป็นสีม่วงหรือไม่?” เขาหันไปถามมี่ถงอีกครั้ง เพื่อแผนการที่สมบูรณ์แบบ เขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความพร้อมให้กับตนเอง  เคยมีใครบางคนสอนเขาว่า คนที่เริ่มก่อนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอ

 

“...คิดว่ามีขอรับ”  มี่ถงครุ่นคิด ถึงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก แต่ถ้านายน้อยอยากใส่สีม่วงเขาก็จะไปหามาให้  

 

ผ่านไปหนึ่งเค่อมี่ถงก็กลับมาพร้อมกับชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนเนื้อดี ปักลายผีเสื้อด้วยเส้นไหมสีทองตรงปลายแขนและชายเสื้อ เวลาขยับตัวผีเสื้อพวกนี้ก็ราวกับมีชีวิตชีวา มี่ถงช่วยเขาแต่งตัว ทั้งยังใช้ผ้าสีม่วงอ่อนปักลายเดียวกับเสื้อมัดรวบผมของเขาอย่างเป็นระเบียบ  เฟยเมี่ยวส่องกระจกด้วยความพออกพอใจ คนงามแต่งอะไรก็งามจริงๆ

 

แต่ว่านะผ้าเนื้อดีขนาดนี้ต่อให้เขาจะยังไม่เข้าใจกับราคาอะไรต่อมิอะไรของที่นี่  เขาก็รู้ได้เลยว่ามันต้องแพงมากแน่ๆ มี่ถงไปเอามาจากไหน ในใจอยากจะถามถึงที่มาที่ไปของชุดนี้ เพียงแต่

 

ระบบ  [ ได้เวลาปฏิบัติภารกิจแล้ว ]

 

“....” เฟยเมี่ยวมองเงาสะท้อนในกระจก หลิ่งเฟยอวี่ผมจะเริ่มแล้วนะ

 

เฟยเมี่ยวลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก แต่มี่ถงกลับเรียกเขาเอาไว้ ทั้งยังพูดสิ่งที่ทำให้เขาต้องทำหน้าตาเหลอหลา ความมั่นใจหายไปในพริบตา

 

เป็นข้าที่หลงลืมแล้ว  นายหญิงให้มาบอกนายน้อยว่าคุณชายหานส่งคนมาแจ้งว่า อยากจะดื่มชาพลางทานขนมบัวหิมะฝีมือนายน้อยด้วยขอรับ”  มี่ถงยกมือประสานพลางก้มศีรษาขออภัย 

 

ในศีรษะน้อยๆ ของเฟยเมี่ยวยามนี้ปรากฏคำพูดเรียบง่ายสามคำ งานเข้าแล้ว

 

คนรับราชการใช้ชีวิตคนเดียวอยู่แบบผู้ชายโสดๆ (บ้านรกเหรอไว้เก็บตอนว่างก็ได้) กินแบบผู้ชายโสดๆ (อาหารแช่แข็ง) แล้วจะไปทำขนมเป็นได้ยังไง!!!

 

เฟยเมี่ยวก้มมองฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเอง แล้วมองหน้ามี่ถงไปด้วย ทำสลับไปมาอย่างนี้ จากนั้นถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งถ้วน  

 

เขาเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายนำทางข้าไปที่ห้องครัว

 

มี่ถงเห็นนายน้อยทำสีหน้าลำบากใจ  ในใจก็เกิดความรู้สึกอยากฟาดคนให้ตาย  คนที่สร้างความลำบากให้นายน้อยสมควรตายนัก  เอ่อ...ถึงเขาจะจงใจบอกช้าเพื่อไม่ให้คุณชายหานอะไรนั่นได้ทานฝีมือนายน้อยก็เถอะ   แต่  แต่นั่นก็เพื่อช่วยให้นายน้อยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยโดยใช่เหตุต่างหากเล่า

 

ระบบในกรณีฉุกเฉินคุณมีตัวช่วยให้ผมไหม''

 

ระบบ [ เราได้รวมเอาความสามารถในด้านต่างๆ ของหลิ่งเฟยอวี่ส่งให้ผู้เล่นพร้อมความทรงจำทั้งหมดเรียบร้อย ]

 

ก็บอกว่าเรื่องสำคัญให้พูดก่อนไง!'

 

เฟยเมี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขามีรอยยิ้มจางแต่งแต้มบนริมฝีปากสีสวย ได้แต่กล่าวพึงพำในใจว่า 'ระบบผมขอโทษที่เคยว่าคุณในใจ ว่าหน้าเลือดขายแต่สินค้าของตัวเองไม่สนใจผู้บริโภค  ผมขอโทษจริงๆ ผมรักคุณ'

 

ระบบ  [ ไม่เป็นไร ความสามรถทั้งหมดบวกเพิ่มหนี้ที่ต้องชำระอีก  15 แต้มเรียบร้อยแล้ว ]

 

เฟยเมี่ยวหุบยิ้มฉับ ร้องตะโกนในใจสุดชีวิต คุณจะมาทำให้ผมเป็นหนี้เพิ่มทั้งที่ไม่บอกไม่กล่าวไม่ได้นะ  ระบบ  ระบบ!? ผมจะฟ้องร้องคุณแน่  ถ้ากลับไปโลกเดิมได้ผมฟ้องคุณแน่!!  

 

ระบบ [....…]

 

อีระบบเฮงซวย!!

 

ห้องครัว

 

หลังจากที่ทั้งด่าก็แล้ว สาปแช่งก็แล้ว ข่มขู่ก็แล้ว ระบบเวรนั่นก็ไม่สนใจเขาอีก เฟยเมี่ยวเลยรีบตรงมาที่ครัวเพราะคิดวิธีระบายอารมณ์แบบคนมีหนี้ออกมาได้หนึ่งอย่าง เป็นความโชคดีที่ได้ทั้งความทรงจำและความสามารถของคนงามมาแล้ว การทำขนมหนึ่งจานเลยผ่านไปได้อย่างง่ายดาย  รับประกันความอร่อยฉบับท่านเฟยเมี่ยวได้เลย หึ คุณชายหานท่านต้องชอบจนต้องร้องไห้หามารดาเป็นแน่

 

ทีนี้ก็ขาดแค่ผู้รับกรรม …. แค่กๆ  ผู้ที่ทำขนมจานนี้ขึ้นมา

 

เจ้ากำลังทำอะไร”  เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เฟยเมี่ยวต้องหันกลับไปมอง  และพยายามค้นหาความทรงจำของคนงามว่าคนตรงหน้าเป็นใคร เพียงไม่นานก็พบเลย  ‘เพ่ยลี่หลาน  นายโลมนำเบอร์ทรูของที่นี้ อันดับหนึ่งแน่นอนว่าเป็นของคนงาม  ถ้าหลิ่งเฟยอวี่ไม่ใช่ที่หนึ่งยังจะมีใครกล้าเป็นอีก 

 

 คนตรงหน้าเขาก็เป็นผู้ชายที่งดงามมากผู้หนึ่ง แต่อย่าได้เอามาเทียบกับคนงามเลยมันคนละชนชั้นกัน  แต่ความทรงจำที่ชัดที่สุดคือ  เพ่ยลี่หลานคนนี้รังแกคนงามของเขา ทั้งขี้อิจฉาต่อหน้าคนอื่นทำดีด้วยราวกับรักใคร่หลิ่งเฟยอวี่นักหนา แต่ลับหลังทั้งทุบตีด่าทอ แย่งของที่เป็นของๆ หลิ่งเฟยอวี่มาเป็นของๆ ตนสารพัด ดี  มาได้จังหวะพอดีเลย 

 

หลิ่งเฟยอวี่ในสายตาคนอื่นต้องอ่อนแอ ดูบอบบาง นุ่มนวล สงบปากสงบคำ  ซึ่งการแสร้งเป็นคนอ่อนแอไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับเขาคำนับท่านพี่ลี่หลาน

 

เหอะ……”  ฉันอุตส่าห์เป็นมิตรกับนาย  มาโฮงมาเหอะอะไรไอ้หนู….

 

ข้าถามไม่ได้ยินหรือไงเพ่ยลี่หลานชักสีหน้า เมื่อคนงามตรงหน้าเอาแต่นิ่งเงียบ ชอบทำตัวอ่อนแอให้แม่เล้าหลิ่งและเหล่าคุณชายเอ็นดูเสแสร้งนัก  

 

ข้า...ข้ากำลังทำขนมให้คุณชายหานขอรับ”  เฟยเมี่ยวหลุบเปลือกตาลง เม้มปากแน่นพลางตอบเสียงเบาหวิว  อีกนิดจะกระซิบละ...

 

ขนมหรือ”  เพ่ยลี่หลานอยู่ดีๆ ก็เกิดความริษยา  เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้วันดีคืนดีก็มีคนมาขอไถ่ตัว ทั้งยังจะตบแต่งมันไปเป็นฮูหยินรองออกหน้าออกตา  แถมยังเป็นถึงคุณชายหานผู้ร่ำรวย หึ มันคงจะให้ท่าคุณชายหาน ใช้ท่าทางน่าสงสารนี่ล่อลวงคุณชายหานละสิถึงคว้าจับวาสนานี้มาได้

 

 เพ่ยลี่หลานคิดในใจช่างดียิ่ง วันนี้เขาจะแย่งความดีความชอบมันมาเสียให้หมด ไม่แน่คุณชายหานอาจจะชอบพอในตัวเขา แล้วช่วยไถ่ตัวเขาไปเลี้ยงดูบ้างก็ได้ ว่าแล้วก็หันไปกล่าวกับเฟยเมี่ยวในร่างของคนงามที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

เจ้าออกไป...ขนมนี้ข้าจะยกออกไปเอง”  เฟยเมี่ยวกัดปากตัวเอง กลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แล้วกล่าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

แต่พี่ลี่หลาน  ขนมจานนี่….”  เขายังพูดไม่ทันจบเพ่ยลี่หลานก็ตวาดเขาเสียงดัง

 

ก็บอกว่าจะทำเอง  หูหนวกไปแล้วหรือไร!”  เฟยเมี่ยวลอบเบ้ปากด้วยความรำคาญ

 

ถ้าเช่นนั้นเฟยอวี่ก็ขอฝากพี่ลี่หลานแล้ว”  เขาเอ่ยแล้วคำนับอีกฝ่ายอย่างงดงาม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัว

 

พ้นธรณีประตูห้องครัวมาได้เฟยเมี่ยวก็ยิ้มหวานหยดอย่างไม่ปิดบัง  จนมี่ถงที่รออยู่ข้างนอกแล้วทันได้เห็นรอยยิ้มนั้นพอดีถึงกับผวา ขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว

 

หึ   กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนเสนอแล้ว

 

ระบบ [ เปิดใช้ค่าใหม่ได้สำเร็จ ]

 

[ ค่าความชั่วร้าย +10 แต้ม ]

 

[ ค่าความเสแสร้ง +20 แต้ม  ]

 

มี่ถงชอบรอยยิ้มของนายน้อยหลิ่งมาก ทุกครั้งที่นายน้อยยิ้ม ตัวมันเองก็จะมีความสุขแต่รอยยิ้มเมื่อครู่นี้   ทำไมให้ความรู้สึกเหมือนมีใครสักคนกำลังจะชะตาขาดเล่า?


พูดคุยกับนักเขียน
ทวิตเตอร์ @Hanfeng62416408
เพจนักเขียน เถียนซิน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.242K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,131 ความคิดเห็น

  1. #1119 knunkim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 03:16

    มี่ถงอยู่ๆไปเดี๋ยวนายก็ชินเอง

    #1,119
    0
  2. #1034 K.white wine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:00
    มี่ถงคิดถูกแล้ว มีคนกำลังจะชะตาขาด
    #1,034
    0
  3. #993 La ong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:21
    รำคาญระบบได้มั้ย
    #993
    0
  4. #970 chalillxx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 12:03
    มี่ถงชอบน้องหราาา
    #970
    0
  5. #914 DBJJKM97 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 09:46
    น้องระบบตลกที่สุดอ่ะ
    #914
    0
  6. #902 PPSnook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 12:34
    น้องเก็บแต้ม55555
    #902
    0
  7. #828 sayupung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:45
    คนที่จะเป็นจอมมารเราว่าไม่ใช่น้องหรอกค่ะ นังระบบนี่แหละจอมมารที่แท้จริง -_-
    #828
    0
  8. #791 Inn1427 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:41
    โหมดนี้น่าจะเก็บแต้มได้อีกเยอะเลย555555
    #791
    0
  9. #790 Inn1427 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:41
    โหมดนี้น่าจะเก็บแต้มได้อีกเยอะเลย555555
    #790
    0
  10. #773 มากิริจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 11:32
    ถึงอย่างดีหมดเสียตรงระบบนี่ละ
    หน้าเลือด....ไร้ยางอาย...เอะอ่ะก็เพิ่มหนี
    หนูเมี่ยวต้องสตรองนะสู้กับระบบ
    #773
    0
  11. #741 Notty Kero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 17:52
    ต่อยาวๆเก็บค่าความชั่วร้ายกันเถอะ
    #741
    0
  12. #52 Konrafah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 00:42
    มารอนะคะ
    #52
    0
  13. #48 trp1021 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 20:32
    ได้เลยค่ะพี่เยว่ ชอบมากเรื่องนี้ เอื้อยๆและเก็บละเอียดตามที่พี่ต้องการเลยค่ะ
    #48
    0
  14. #26 BlooqB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 02:28
    ทอล์กที่บอกว่าไม่รู้พระเอกคือใครนี่นักอ่านเหงื่อแตกพลั่กแล้วนะคะ5555555555555 คนที่ชั้นคิดจะได้รักกับเจ๊เมี่ยวมั้ยนะ
    #26
    7
    • #26-4 Hanfeng(จากตอนที่ 4)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 02:55
      แล้วคือเรียกเมี่ยวว่าเจ๊อะ 5555+
      #26-4
    • #26-6 Hanfeng(จากตอนที่ 4)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 03:19
      ไม่คะ ยืนยันเลยว่า นิยายเรื่องนี้ไม่มีฮาเร็มถึงจะเจอรีดเดอร์ร้องขอฮาเร็มมาบ้างก็เถอะ เพราะพระเอกเรื่องนี้มีตายตัวแล้ว (แน่นอนว่าลุ้นกันเอาเอง555+)
      #26-6
  15. #18 mon51 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 12:55

    อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆอ่าาาาา ได้โปรดดดลงเสียทีเถอะครัช แง้ๆๆๆๆๆ

    #18
    0
  16. #17 เงารัตติกาลมายา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 10:35

    เราไม่มีปัญหานะ ชิลๆอ่านเรื่อยๆ รอนิยายอัพมา2ปี ยังรอได้เลยคะ555555
    #17
    1
    • #17-1 Hanfeng(จากตอนที่ 4)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 11:18
      ขอบคุณที่รอน้องจอมมารของเยว่ซินนะคะ / กลิ่งกับไปปั่นตอนที่4
      #17-1