Check In นอน กิน Check Out [ตีพิมพ์ตุลา 2019]

ตอนที่ 4 : เที่ยวบินที่ PT004: นำท่านเดินทางสู่ ✈ ที่ที่เหตุผลใช้การไม่ได้ [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    29 ส.ค. 62



***ตอนนี้ยาวนิดนึง ขออนุญาตแบ่งครึ่งนะคะ ^ ^

ไม่แน่ใจว่ามีคนอ่านอยู่มั้ย 

พอดีเห็นว่าฟีดแบ็กกริบมากเลยค่ะ ฮาาา

ถ้าชอบไม่ชอบยังไงบอกได้เลยนะคะ จะพยายามเต็มที่เลยค่า***



20 touching photos that prove hugs are all we need


เที่ยวบินที่ PT004

นำท่านเดินทางสู่ ที่ที่เหตุผลใช้การไม่ได้

 

ไงหนุ่มลุงแก่ๆ เข้ามาทักผมผ่านกระจกรถที่ลดลงครึ่งนึง

มีห้องว่างมั้ยครับ

ว่างเยอะ เอาเป็นชั่วคราวหรือค้างคืนดี ชั่วคราวสามชั่วโมง 290 ค้างคืน 580”

ขอคืนนึงครับ” 

ลุงเอียงคอมองพิจารณาผมละเอียดขึ้นมาคนเดียวเหรอ

เอ้า ลุงไม่เห็นผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ผมเหรอครับ

“...” ลุงถึงกับนิ่งไป

หยอกครับลุง มาคนเดียวครับ พอดีเหนื่อยๆ เลยหาที่นอนครับ” 

อ้อ ตลกนะเนี่ยคุณ ทางนี้เลยๆ

PaJoy Inn คือโรงแรมม่านรูดแบบยุคเก่า เป็นอาคารหลังเล็กๆ เก่าๆ และชั้นล่างม่านรูดปิดอยู่ทุกห้อง ลุงเดินนำผมเข้าไปถึงห้องสุดท้ายและรูดม่านเปิดให้ผมขับเข้าไปจอด

ตอนทักทายกันลุงดูเป็นเองมาก แต่ตอนจ่ายเงินก่อนเข้าพักลุงพูดจาเป็นทางการขึ้นนิดนึง 

ป้าจอยอินน์ยินดีให้บริการครับ

อ้อ ชื่อโรงแรมออกเสียงว่าอย่างนี้นี่เอง

ผมยกกระเป๋าเข้าไปในห้อง เป็นห้องพักแคบๆ ที่เกือบจะเรียกว่าโทรม ผนังสีถลอก ฟูกปูเตียงแข็งไปนิด ความสะอาดห้องน้ำพอรับได้ สายฉีดชำระพุ่งแรงจนน่ากลัว ทีวีรุ่นก้นบวม และแอร์มีเสียงเล็กน้อย แต่ภาพรวมคือโอเค เพราะผมเคยเจออะไรที่โหดร้ายกว่านี้มาแล้ว

อันดับแรก ผมจัดการอัพคลิปทริปลอนดอนตามตารางที่วางไว้ เสร็จแล้วออกไปหาอะไรกินแถวนี้ กลับเข้ามาอีกทีตอนสามทุ่มกว่าๆ

อาบน้ำเสร็จแล้ว ผมก็มาคุยวีดีโอคอลกับหมูแพต

เยส หมูแพตมาแล้ว

[ไงคะคุณสลอธ]

กล้องสั่นเล็กน้อยขณะเธอจัดให้มันนิ่ง เห็นได้ชัดเลยว่าเธอนอนคว่ำอยู่บนเตียง อาจจะพิงมือถือไว้กับหมอน ผมอดที่จะมองสิ่งต่างๆ เบื้องหลังเธอไม่ได้ แม้ว่าจะเห็นแค่ผนังเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม...แต่นั่นก็ให้ความรู้สึกถึงความเป็นบ้านชัดเจน

[อยู่ไหนเนี่ย] เสียงเธอดึงสติผมกลับมา

อะให้ดู…ผมแพนกล้องรอบตัวช้าๆ

[ที่ไหนเนี่ย ทั้งแคบทั้งโทรม]

ผมปรับกล้องให้เธอเห็นหน้าเต็มๆ และฉีกยิ้มป้าจอยม่านรูด

[ฮะ?]

ผมหัวเราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านหมูแพตด้วยนะ คงเปิดมานานมากแล้ว

[แล้วเลือกที่นี่ทำไมล่ะคุณ]

เปิดโลกไง ก็นี่แหละ ที่อยากคอลหาเพราะจะได้เปิดโลกพร้อมกัน

หมูแพตโน้มเข้ามาใกล้กล้องจนศีรษะบังสิ่งต่างๆ ภายในบ้านไว้เกือบหมด

[แล้วจะนอนได้มั้ยนี่]

สบายมาก แพทเคยเจอที่โหดร้ายกว่านี้มาเยอะ…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

มีคนเคาะประตู เรามองหน้ากันผ่านกล้องสงสัยพนักงาน แป๊บนะ ยังไม่ต้องวางผมพิงมือถือไว้กับหมอนโดยหันกล้องไปที่ประตูให้เธอเห็นผมด้วย จากนั้นก็ไปเปิดประตู

คนที่มาเคาะเป็นผู้หญิงรูปร่างผอม หน้าตาเหมือนอดนอนเรื้อรัง

มิสเตอร์

ครับ?”

สปีกไทยได้มั้ย

ได้ครับ มีอะไรรึเปล่า

โห พูดไทยชัดนะเนี่ยเธอมองหน้าผม แล้วก็ชะเง้อมองเข้ามาในห้องอย่างไม่แน่ใจลุงนวยบอกว่ามิสเตอร์มาคนเดียว เหงามั้ย ต้องการเพื่อนเปล่า

ผมคิดอยู่แวบนึง แล้วขำพรืด

ไม่ครับ ไม่เป็นไร

อยากแฮปปี้ๆ มั้ย

ผมเอานิ้วชี้ไขว้กันเป็นรูปกากบาทขอโทษจริงๆ ครับ ขอผ่าน...โอ๊ะๆ อย่าเข้ามาครับเธอจะก้าวเข้ามาในห้องผมเลยดันไหล่เธอไว้อย่างลืมตัว แล้วก็รีบปล่อยมือเหมือนแตะถูกของร้อน

แฮปปี้ๆ

ไม่เป็นไร ผมโอเคอยู่แล้ว

โอเค

ไม่ๆๆ ไม่ใช่โอเคแบบนั้นผมดันไหล่เบรกเธอ และรีบปล่อยมืออีก

คราวนี้เธอมองผมตั้งแต่หัวจดเท้า รอยยิ้มคลี่ออกบางๆเอางี้ละกันมิสเตอร์ หล่อๆ แบบนี้ไม่คิดเงิน แฮปปี้ๆ ฟรีๆ แก้เหงา

ไม่เหงา!ผมรีบไปคว้ามือถือมาให้ดูว่ามีสายกำลังวีดีโอคอลกันอยู่ ทั้งแพตตี้และเด็กสาวแปลกหน้าคนนี้ก็ได้เห็นกันเต็มๆ ตอนนี้ไม่เหงาเลยครับ นี่ผมมีคนคุยด้วยอยู่แล้ว

ชัวร์เหรอมิสเตอร์

ครับ

อีกฝ่ายทำหน้าง่วงนอนเหมือนตอนแรก บ่นอุบอิบเหมือนคุยกับตัวเองเสียเที่ยวและเธอก็เกาคอโดยจงใจรั้งคอเสื้อลงต่ำอย่างชัดเจน

เอางี้ละกันผมกลับไปหยิบกระเป๋าสตางค์ ปกติผมไม่ค่อยพกเงินสดมากมายอยู่แล้ว มันเลยมีอยู่แค่ห้าร้อยกว่าบาท ผมเลยหยิบแบงก์ออกมาทั้งหมดและกลับมาที่หน้าประตูจะได้ไม่เสียเที่ยวครับ

เธอมองผมสลับกับแบงก์ในมือด้วยสีหน้าที่เหมือนไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนโอเคเธอว่าพร้อมกับจะก้าวเข้ามา

ไม่ๆ ผมหมายถึง คุณรับเงินไปแล้วก็…ผมกระดิกนิ้วย้อนไปที่โถงทางเดินไม่ต้องอะไรแล้ว จบ ถือว่าช่วยๆ กันครับ

เธอถอนหายใจ แต่ก็ยอมรับเงินไปทั้งหมดแทงกิ้วมิสเตอร์ ขอให้แฮปปี้ๆ นะ ป้าจอยอินน์ยินดีให้บริการ ไปละ

ในที่สุดแขกที่ไม่ได้รับเชิญของผมก็ก้าวยาวๆ จากไป ถ้าเข้าใจไม่ผิด เรื่องทำนองนี้ไม่น่าจะถูกกฎหมายนะ ผมไม่ชอบที่เธอทำแบบนี้เลย แต่ผมก็รู้สึกเจ็บปวดและเศร้าเกินไปถ้าไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเธอบ้างเลย 

อย่างไรก็ตาม เธอไปแล้ว

ผมปิดประตู ลงกลอน แล้วกลับมาอยู่หน้ากล้องพร้อมกับถอนหายใจยาวๆรอด

หมูแพตจ้องผมเขม็ง

ผมมองจ้องตาเธอกลับ

[ชื่อโรงแรมว่าอะไรนะ]

ป้าจอยอินน์

เรายังมองหน้ากันต่อด้วยสีหน้านิ่งๆ พยายามฝืนให้นิ่งที่สุดแล้ว แต่ไม่ทันไรเราก็หัวเราะออกมาแทบจะพร้อมกัน

[พลาดแล้วมิสเตอร์สลอธ] หมูแพตพูดหลังจากเริ่มควบคุมเสียงหัวเราะได้

พลาดจริงๆ แพทไม่น่าเลี้ยวเข้ามาเลย

[พลาดแล้วที่ให้น้องกลับไปอะ จะได้แฮปปี้ๆ ไง]

แพตตี้!

[ไหนดูซิ ปลาการ์ตูนตื่นรึเปล่า]

หมูแพต! หยุดเลย

เราพยายามฝืนให้ใบหน้านิ่งๆ ก่อนจะหัวเราะกันหนักกว่าเดิม ความสัมพันธ์ของเราแข็งแรงมั่นคงเกินกว่าที่จะต้องกังวลเรื่องนอกลู่นอกทางพวกนี้อยู่แล้ว เราเชื่อใจกันจนเหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องตลกระดับหัวเราะกลิ้ง หลังจากเสียงหัวเราะเริ่มจางลงอีกครั้ง คราวนี้ผมจัดกล้องพิงหมอนและพลิกนอนคว่ำแบบเดียวกับเธอ ตอนนี้ผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องความรู้สึกเกี่ยวกับบ้านอะไรเลย ผมโฟกัสแค่ใบหน้าเธอเท่านั้น

[ไงคะ มิสเตอร์สลอธ มีอะไรจะพูด]

คิดถึงๆๆๆ

เธอย่นจมูกแล้วยิ้มให้ผม

เหนื่อยมั้ย ตั้งแต่กลับจากลอนดอน ยังไม่ได้นอนพักเต็มๆ เลย

[เหนื่อยเพราะหัวเราะนี่แหละ]

งั้นนอนกัน

[อะเคคค เดี๋ยวเค้าอาบน้ำแล้วนอนเลย]

โอเคครับ

[เป็นสลอธต้องนอนเยอะๆ]

เป็นหมูก็ต้องนอนเยอะเหมือนกันนะ

[จ้ะ]

ก่อนวางสายต้องทำไง

หมูแพตย่นจมูกกึ่งทำปากแบบจุ๊บเร็วๆแฮปปี้ๆ นะมิสเตอร์แล้วเธอก็กดวางสายไป

ผมยิ้มค้างอยู่หลายวินาทีก่อนจะกลับมาแฝงตัวเข้าไปในโลกโซเชียล โดยไม่ได้อัพเดตโพสต์ในแอคเคาต์ไหน แค่เช็กเรตติ้งคลิปที่เพิ่งลง ตอบบางคอมเมนต์ รวมถึงติดตามข่าวสารทั่วไป ทั้งที่รู้สึกว่าไม่ได้เล่นอะไรเยอะแยะ รู้ตัวอีกทีมันก็ยังกินเวลาไปเกินครึ่งชั่วโมง

ได้เวลานอนแล้ว เป็นสลอธต้องนอนเยอะๆ

ผมลุกไปปรับแอร์ให้เย็นลงอีกสององศา ปิดไฟทุกดวง และกลับมาขึ้นเตียงดึงผ้าห่มคลุมตัว เพิ่งตระหนักตอนนี้เองว่าร่างกายผมเหนื่อยล้าแค่ไหน น่าจะไม่ถึงห้านาทีที่ผมรู้สึกว่ากำลังจะเคลิ้มหลับ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงนั้นคล้ายกับแว่วมาจากที่ไกลๆ แต่ผมก็รู้สึกตัวจนลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด

ก๊อก ก๊อก

มีคนเคาะประตูจริงๆ สงสัยน้องคนนั้นอาจมีปัญหาอะไรสักอย่าง หรือบางทีเธออาจจะถูกลุงหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังสั่งการอะไรเพิ่มเติมก็ได้

ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลุกไปเปิดไฟ แล้วเปิดประตู

ว่างเปล่า

ไม่มีใครเลย

ผมขำพรืดและรู้สึกหัวใจเต้นกระตุกนิดๆ แต่มันก็แค่นั้นเอง อย่างที่ผมเคยบอกว่าเจออะไรที่โหดหรือแปลกๆ กว่านี้เยอะ แค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ผมปิดประตูกลับสบายๆ ปิดไฟ กลับมานอนห่มผ้าอย่างเดิม

ผ่านไปสักพัก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมลืมตาท่ามกลางความมืด รู้สึกเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาในฉับพลัน ตั้งแต่ตอนแรกที่คุยกับลุง ผมหยอกลงไปว่ามีคนนั่งมากับผมด้วย ลุงคงหยอกผมกลับด้วยการเลือกห้องนี้ให้ น้องผู้หญิงที่มาเยี่ยมผมหน้าห้อง แววตาเธอตอนชะเง้อมองเข้ามาข้างในดูกล้าๆ กลัวๆ ใช่รึเปล่า และตอนหันหลังเดินไปทำไมถึงก้าวเร็วกว่าการเดินปกติ 

ผมเงี่ยหูฟังอยู่สักพัก แต่ไม่มีอะไร มีแค่เสียงแอร์ที่ครางหึ่งเบาๆ ด้วยความเก่า

ไม่มีอะไรหรอก คงหูแว่วไป หรือไม่ก็เสียงเคาะจากห้องอื่น นอนต่อดีกว่า

ก๊อก ก๊อก

อืม…

เสียงอยู่ตรงประตูนี่แหละ 

เสียงแอร์ที่ว่าครางหึ่งๆ ด้วยความเก่า ตอนนี้มันก็ดังคล้ายเสียงครางฮือๆ อยู่เหมือนกัน เป็นเสียงที่ทำให้ผมรู้สึกแบบว่า...อืม เหงา

สถาบันแพทริกไซโคโลจีเคยแบ่งความเหงาของผมไว้เป็นสามระดับนะ คือ

1. เหงานิดๆ

2. เฮ้อ เหงา

3. โอ๊ย เหงา!

ในความเหงาระดับหนึ่ง ผมมักจะแก้ด้วยการเลื่อนดูโซเชียลไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะดูรูปในอินสตราแกรม

ผมกับหมูแพตมีแอคเคาน์อินสตราแกรมคนละสองแอค คือแอคลับและแอคหลัก แอคลับมีไว้สื่อสารกันส่วนตัว ส่วนแอคหลักมีไว้ลงเรื่องงาน แอคหลักของหมูแพตก็คือพอร์ตโฟลิโอรวบรวมงานถ่ายภาพของเธอ ผมชอบเลื่อนดูรูปพวกนี้และถามตัวเองว่า ก่อนจะกดชัตเตอร์ถ่ายแต่ละรูปตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่ เป็นงานอดิเรกที่เพลินมาก ช่วยฆ่าเวลาได้ดีมาก

ในความเหงาระดับสอง ผมจะชอบดูอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา ทั้งรูปในแอคลับ รวมถึงรูปและคลิปในมือถือหรือกล้องของผม

ในความเหงาระดับที่สาม ไม่มีทางไหนจะแก้ได้ นอกจากโทรหาเธอ

ตอนนี้ผมเหงานิดๆ เลื่อนดูรูปในอินสตราแกรมเล่นดีกว่า

ก๊อกๆ

ไม่สิ เหงาระดับสองละ

ก๊อกๆๆๆ ฮือๆๆ

มาทั้งเสียงเคาะเสียงฮือขนาดนี้ โอ๊ย! เหงาจัง จะเที่ยงคืนแล้ว แต่ผมก็สไลด์หน้าจอและกดโทรออกอยู่ดี

[อือ…]

หมูแพต

[หืม?]

หลับยังครับ

[งือ…] เสียงเธองัวเงีย

ยังไม่หลับใช่มั้ย คุยกับแพทหน่อย...หมูแพต

[อือ สลอธ ว่าไง]

ก็…

[หือ?]

ห้องแพทมีผี

 

พอแล้วกับป้าจอยอินน์ 

เข้าใจแล้วว่าทำไมภาพยนต์ผีไทยถึงน่ากลัว

ผมเช็กเอาต์ตั้งแต่ยังไม่ทันสว่าง แล้วหาโรงแรมระดับกลางๆ เข้าไปเช็กอินหลับยาวไปจนถึงบ่ายเกือบเย็น สามวันผ่านมาผมเปลี่ยนโรงแรมอีกสองที่ แต่ก็ไม่เจอเสียงหรือภาพชวนหลอนอะไรอีก จะมีก็แต่เสียงหมูแพตที่ยังล้อผมอยู่ไม่เลิกสักที

จนกระทั่งตอนนี้ที่เรานั่งอยู่ในรถด้วยกัน กำลังเข้าสู่เขตรอบนอกกรุงเทพฯ

คืนนี้ไปนอนโรงแรมป้าจอยอีกมั้ย

ยังไม่จบอีกนะหมูแพต

ไหนบอกเจอมาเยอะไง ทำไมเช็กเอาต์เร็วอะ

เตียงแข็ง นอนไม่สบาย

เหรอออเธอลากเสียง แล้วก็หัวเราะ

ผมหัวเราะด้วยใกล้ถึงแล้ว

หมูแพตหันมองข้างทาง ท่าทีเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ผมรู้สึกจริงจังกว่าเธอหลายเท่าแต่พยายามเก็บอาการทำเป็นสบายๆ แถวนี้ไม่ค่อยเห็นตึกสูงเหมือนในเมืองแล้ว

ผมผ่อนความเร็วลง เลี้ยวเข้าซอยและขับลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง พอถึงจุดนี้ผมรู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจของผม แต่เป็น Mr. TT Coupe ที่พาพวกเรามาที่นี่ด้วยตัวมันเอง

ถ้าผมมาคนเดียว ผมคงนั่งอยู่ในรถต่อไป แต่ในเมื่อมีหมูแพตมาด้วยความกล้าหาญเล็กๆ ในใจก็ผลักให้ผมเปิดประตูลงจากรถ ซึ่งเธอก็ลงมาด้วย จากนั้นผมก็หยิบมือถือออกมากดโทรออก

นี่ใช่เบอร์ผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลกรึเปล่าครับ

อีกฝ่ายหัวเราะ [งั้นก็โทรผิดแล้ว]

ผมหัวเราะตามมาถึงแล้วครับป้า

[เอ้าเหรอ ถึงเร็วจัง พอดีป้าออกมาตลาดแป๊บนึง รอหน่อยนะ]

รอได้ครับ…

แพทริก!แพตตี้กระตุกแขนผมอย่างแรง

ผมก้มมองพื้นอยู่ตลอดเวลาที่คุยกับป้า แต่อาการร้อนรนของคนข้างๆ ทำให้ผมหันไปมองบ้านหลังนี้โดยไม่รู้ตัว บ้านที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในนั้นช่วงเวลาหนึ่ง

ป้าครับผมกดมือถือแนบหู ได้ยินเสียงตัวเองสุขุมจนน่าประหลาดทั้งที่ภาพตรงหน้าดูน่ากังวลไม่น้อย

[อีกแป๊บป้ากลับนะ ซื้อของใกล้เสร็จแล้ว]

มีควันออกจากหน้าต่างชั้นสองครับผมบอกไปตามที่เห็น

[ฮะ?]

น่าจะมีอะไรสักอย่างไหม้

[โอ๊ย ตายแล้ว! ป้าจุดเทียนไหว้พระไว้ ลืมดับก่อนออกมา ต้องใช่แน่ๆ ทำไงดีๆๆ ไหม้มากมั้ย]

ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมเรียกคนแถวนี้ช่วย แล้วก็แจ้งรถดับเพลิง

[กุญแจบ้านอยู่ใต้กระถางต้นไม้หน้าประตูรั้วนะ เปิดเข้าไปได้เลย]

กุญแจอยู่ที่ใต้กระถางต้นไม้หน้าประตูรั้ว โอเคผมทวนคำ

[แต่แพทไม่ต้องเข้าไป] ป้ารีบพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ แต่น้ำเสียงก็ร้อนรน [ให้ใครก็ได้แถวนั้นนะ ป้ากำลังกลับเดี๋ยวนี้แหละ]

สายตัดไปแล้ว

ผมลดมือถือลงข้างตัวช้าๆ ทุกอย่างในตัวผมช้าไปหมดกระทั่งแม้แต่ความคิด

กุญแจอยู่ตรงใต้กระถางต้นไม้ใช่มั้ยกระถางต้นไม้ตรงข้างประตู แพตตี้ล้วงมือลอดซี่ประตูเหล็กดัดเข้าไปขยับกระถางและเธอก็ได้กุญแจมาเปิดประตูรั้วได้จริงๆได้ละ เดี๋ยวเค้าเข้าไปเอง แพทรออยู่นี่นะ

ไม่! ไม่ต้องไป!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #15 Giftntrk (@Giftntrk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:38
    แงง อยากอ่านเล่มเต็มแล้วว 👍😍
    #15
    0
  2. #9 seethetime2guys (@seethetime2guys) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 20:23

    ชอบค่า
    #9
    0
  3. #8 Popatato (@PoYaDoRa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:04

    รอติดตามนะคะ~
    #8
    0
  4. #7 wanid_db (@dao290737) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 23:41

    แพทริกน่ารักมากค่ะ โดนผีหลอกด้วย เอ็นดุ 5555

    #7
    0