● ณ Touch ● (Yaoi)

ตอนที่ 3 : แตะต้องครั้งที่ 3: จับบบ...พุดตะพัด เฮ้ย! เปิดเผยรูปนมดมยากันยุงมุ่งแฉความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 485 ครั้ง
    14 พ.ค. 62



แตะต้องครั้งที่ 3

จับบบ...พุดตะพัด เฮ้ย! 

เปิดเผยรูปนม

ดมยากันยุงมุ่งแฉความลับ

 

              พักเที่ยง เวลานี้ที่รอคอย

              ลำพังวิชาปีสองก็โหดแสบไส้พออยู่แล้ว ไหนจะปริศนาที่ยังค้างคาในตับอ่อนอีก ผมเลยไม่เป็นอันเรียนเลย ตลอดช่วงเช้าได้แต่นั่งคันง่ามตีนยิบๆ อยากจะก้าวออกจากห้องเรียนไวๆ จนถึงเวลาพักเที่ยงนั่นแหละผมเลยพุ่งตัวทันทีอย่างกับจะกางปีกบินทันที

              เจษฎากับโอเปิ้ลตกลงกันไปตั้งหลักที่โรงอาหาร ส่วนผมขอชิ่งไปอีกทางโดยยกปัญหาลำไส้ใหญ่มาอ้าง

              “ไปกินขี้ในห้องน้ำเหรอ” เปิ้ลถาม

              “เออ ลองกินตั้งแต่เมื่อวานแล้วติดใจ ถุย!”

              “นายไหวรึเปล่า เรามียานะ” เจษฎาถามบ้าง

              “นี่มึงมาเรียนหรือเข้าค่ายวะ”

              “ท้องเสียหรือท้องผูก”

              “มึงมีทั้งสองอย่างเลยเหรอ”

              “ใช่ครับ”

              “ถ้าท้องผูกไม่ต้องใช้ยาหรอก กินข้าวร้านเจ๊น้อยเดี๋ยวก็ขี้” เปิ้ลออกความเห็น

              “พวกมึงกินเผื่อกูด้วยละกัน ไปละ แล้วก็ไม่ต้องรอนะ กินไปเลย”

              ผมรีบเดินจากมาโดยไม่เหลือเยื่อใยหรือจังหวะให้โต้แย้งใดๆ

              พอคล้อยหลังพวกมันก็แวะซื้อแซนด์วิชกับน้ำส้มคั้นที่ซุ้มขายอาหาร จากนั้นก็เตร่ไปแถวคณะจิตวิทยาพลางเคี้ยวแซนด์วิชไปด้วย เมื่อวานหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ ผมย้อนกลับมาที่ป่าดงดิบหลังตึกอีกครั้ง แต่คุณชายขายพลาสเตอร์ไม่อยู่ซะแล้ว

              หวังว่าวันนี้จะเจอตัวนะ

              ว่าแต่คณะจิตวิทยาไปทางไหนใกล้สุดวะ

              อ้อ เลี้ยวซ้าย...

              ขวา

              แล้วก็ขวาอีกที

              ห่า มาโผล่ตึกอธิการ

              สงสัยว่างๆ ต้องเดินลาดตระเวนให้ทั่วมหา’ลัยละ ตอนนี้ไปตั้งต้นใหม่จากเสาธงเลยละกัน ใช้เวลาอยู่ประมาณห้านาทีกว่าจะพาตัวเองกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องจนได้

              แซนด์วิชวาร์ปไปอยู่ในกระเพาะเรียบร้อย ผมยกขวดน้ำส้มคั้นกระดกแดกตามจนหมด ปาขวดทิ้งลงถังขยะแถวนั้น

              จากนั้นก็ลุย

              ลุยกับยุงดิ ชิบหาย นี่มันมอสกีโตโอซอรัสเหรอ ตัวอย่างควาย รู้ละว่าทำไมไม่ค่อยมีคนมานั่งแถวนี้ เพราะมันเป็นแหล่งส้องสุมกองกำลังโคตรยุงลายนี่เอง

              แต่ก็มีนั่งอยู่นี่คนนึง

              ผมแถเข้าไปนั่งตรงข้ามทันที

              “พี่ณวัฒน์...เอ๊ะ ไม่ใช่”

              “...”

              “พี่พุดตะพัด...แฮ่!”

              “...”

              “พี่พัดตะพิด...แฮ่!”

              “...”

              “พี่นงณภัส...เฮ้ย! นั่นชื่อผู้หญิง”

              “...”

              “พี่มาวัด...ผ่าม! จะมาไหว้พระเหรอ”

              “...”

              “พี่ณทัช...เฮ้ย!”

              “...”

              ผมพยักหน้าและวนนิ้วเป็นการกระตุ้นเขา

              “อะไร” อีกฝ่ายถามเรียบๆ

              “พี่ต้องพูดดิว่า ถูกแล้ว! ไรว้า ไม่รับมุกเลย”

              “เลอะเทอะ”

    ผมฉีกยิ้ม ยิงคำถามง่ายๆ เพื่อหักเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางสายมิตรภาพ “เรียกทัชเฉยๆ ได้มั้ย”

                “ตามใจ”

    “ต้องงี้ดิ เรียกเต็มๆ มันยาวไป ขี้เกียจพูดเยอะ...แล้วทำไรอะ”

              “อยู่กับตัวเอง”

              อยู่กับตัวเองในที่นี้คืออ่านหนังสือ เล่มเดียวกับเมื่อวานเลย ปกซีดๆ หม่นๆ และมีคำว่า ‘รวมไฮกุ’ แปะอยู่ ทุกอย่างแทบจะเหมือนเมื่อวาน ทั้งพลาสเตอร์ที่พันรอบปลายนิ้วทุกนิ้ว เนกไทคลายปม กางเกงสีดำเข้ารูป กับสีหน้าเรียบนิ่งมาดคุณชาย ต่างแค่ว่าข้างตัวเขามีหนังสือวิชาการของคณะจิตวิทยากองอยู่สามเล่ม และไม่มีพี่เห็ดออรินจิเข้ามาเกี่ยวข้อง

              ราวกับว่านี่คือเหตุการณ์ในโลกคู่ขนาน ที่พี่เห็ดเป็นฝ่ายปวดขี้ซะเองและกำลังบรรเลงเพลงร็อกอยู่ในส้วม

              อ้อ แล้วก็มีแซนด์วิชกับน้ำองุ่นวางอยู่ข้างกองหนังสือด้วย นี่คงจะเป็นมื้อกลางวันที่เขายังไม่ลงมือกินแน่ๆ

              “ช้าอะ หนังสือเล่มแค่นี้ทำไมอ่านไม่จบสักที” ผมแซะไปเบาๆ

              “หนังสือบางเล่มต้องค่อยๆ อ่าน”

              “ผมค่อยๆ อ่านทุกเล่มอยู่แล้ว หนังสือเรียนงี้ สองเดือนละ อ่านได้สองหน้า”

              เขาพับหนังสือลงพร้อมกับเงยขึ้นมองหน้าผม “เมื่อกี้กูคงพูดไม่ชัด ฟังนะ กูอยากอยู่กับตัวเอง” แล้วก็กางหนังสือออกอ่านต่อ

              “จะอยู่กับตัวเองทำไม ผมอยู่นี่แล้ว”

              “...” เหลือบมองนิดนึง

              “ผมเหงา”

              “...” เหลือบมองอีกหน่อย

              “คอนโดที่บอกจะซื้อให้ ลืมแล้วใช่มั้ย”

              “...” คราวนี้หันมาเต็มๆ เหมือนทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก

              ไงล่ะ เจอมุกเด็กเสี่ยเข้าไปถึงกับไปไม่เป็น

              “ค่าผ่อนรถด้วยนะป๋า ค้างมางวดนึงแล้ว”

              “เงียบๆ ได้มั้ย”

              ผมยกมือยอมแพ้ “โอเค้ เงียบ” ตะแคงศีรษะเพื่อจะจ้องหน้าเขา ระหว่างนี้ก็แลบลิ้นยิงฟันไปด้วย เขาเบี่ยงตัวไปอีกทางผมก็ตามไปทำหน้าทุเรศๆ ใส่อีก

              เอาดิ อยู่กับตัวเองไปเล้ย

              ผมก็อยู่กับตัวเองเหมือนกัน นี่หน้าไก่ หน้าแมว แล้วก็หน้าลิง ยาวไป ยาวปายยย...

              “ทำไร” เห็นมะ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว

              “อยู่กับตัวเอง”

              “ไปเล่นตรงโน้นไป” นิ้วพลาสเตอร์ชี้เข้าไปในป่าดงดิบ น่าจะเลยป่าดงดิบไปไกลเป็นกิโลมากกว่า

              “ไม่ จะเล่นตรงนี้”

              คุณชายถอนหายใจพร้อมกับพับปิดหนังสือ “มึงมีอะไรก็รีบว่ามา”

              ผมยืดตัวตรง ถอนหายใจหนักหน่วงกว่าเขาหลายเท่า “โอเค เข้าเรื่องนะ ผมมาทวงความจริงและความยุติธรรม...เมื่อวานพี่ทำผมหวิว”

              “ฮะ?”

              “พี่จับมือผม”

              “แล้วไง”

              “แล้วก็หวิวไง ใจมันสั่นๆ แล้ว...แล้วผมก็พูดพรวดๆ หยุดไม่ได้”

              อะไรบางอย่างฉายวาบบนใบหน้าเขา อาจเป็นอาการขำ หรือไม่ก็เหนื่อยหน่าย “มึงก็พูดจาเลอะเทอะอยู่แล้ว”

              “มันไม่เหมือนกัน พอพี่จับผมห้ามตัวเองไม่ได้”

              “...” เขากลับไปอ่านหนังสืออีกแล้ว

              “ยาป้ายใช่ปะ สรุป”

              “...”

              “หรือว่าเล่นกล...โอ๊ย!” เผียะ! “ตายซะ มอสกีโตซอรัสใช่มั้ยมึง แม่ง กูนึกว่าค้างคาว”

              ผมดีดซากยุงทิ้ง ตามด้วยปาดหย่อมเลือดบนแขนมาเช็ดกับโต๊ะหินอ่อน คนตรงข้ามผมจับตามองเงียบๆ ก่อนจะหยิบขวดยาฉีดกันยุงจากกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะโดยไม่พูดไม่จา

              “มีของดีก็ไม่บอกซะตั้งแต่แรก ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับพี่” ผมประชด

              “กูเป็นห่วงยุง”

              “ทำไม จะพูดว่าไม่อยากให้มันกินเลือดชั่วๆ งี้เหรอ”

              “มึงพูดเองนะ”

              “สัด”

              “ด่ากู?”

              “เปล่าๆ ด่ายุงครับพี่ พี่นี่ใจบุญจริงๆ เห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยด้วย สาธุ” ผมยกขวดยากันยุงขึ้นประนมท่วมหัว แล้วระดมฉีดแบบจัดหนักไล่ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา “แค่กๆๆ...เข้าปาก แค่ก...ถุย!”

              ชิบ ไม่คิดว่าสเปรย์จะกระจายตัวดีขนาดนี้

              “ถ้าจะฉีดขนาดนี้ เปิดฝาเทกรอกปากไปเลยก็ได้มั้ง” พี่ทัชใช้หนังสือโบกไปมา

              “วาจาช่างเราะร้าย”

              คงจะทนเห็นท่าถุยน้ำลายแห้งๆ ของผมไม่ไหว เขาเลยหยิบขวดน้ำองุ่นที่ยังดูใหม่เอี่ยมมาตั้งตรงหน้าผม

              “ได้เหรอ”

              “ยังจะถามอีก”

              “งั้นไม่เกรงใจละนะ”

              “มึงก็ไม่เกรงใจกูตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

              งั้นก็จัดไป ยกซดแบบปากโดนขวดด้วย “โอเค ต่อ ผมรู้ละ พี่เป็นเอ็กซ์เมนใช่ปะ”

              “...”

              “มีพลังจิตอ่านใจอะไรงี้”

              “...”

              “พี่บังคับเหล็กได้ด้วยรึเปล่า เหมือนแม็กนีโตอะ หรือแปลงร่างได้”

              “มึงคงดูหนังมากไป”

              “ถ้างั้น...เล่นคุณไสยแน่ๆ แบบ พวกวิชาสาลิกาลิ้นทองขั้นแอดวานซ์บังคับให้คนพูดเป็นน้ำไหลไฟดับอะไรแบบนั้น ใช่มะ...แล้วก็ต้องเกี่ยวกับพลาสเตอร์พวกนี้ด้วย ติดไว้เพื่อเป็นเคล็ดป้องกันของย้อนเข้าตัวเหรอ” ผมลองยื่นไปแตะนิ้วเขา

   “อย่ายุ่งกับมือกู” พี่ทัชกระตุกมือหนีทันที

              “นั่นไง ชัดเจน สรุปว่าเมื่อวานพี่ทำอะไรผม และทำได้ยังไง บอกมาเดี๋ยวนี้เลย”

              “กูไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้น”

              “ผมเป็นเหยื่อนะ เป็นผู้ถูกกระทำย่ำยี มีสิทธิ์ที่จะรู้สิ่งที่ตัวเองโดน

              เขาส่ายหัว และถอนหายใจอีก

              “ถ้าพี่ไม่บอก ผมจะแฉพี่ให้ทั่วเลย”

              “ว่า?”

              “ว่าพี่เป็นพวกโรคจิต แบบ...ชอบขโมยตะเกียบโรงอาหารกลับบ้าน”

              “อย่าบอกว่ามึงเคยทำ?”

              “เคยทำก็แย่ละ งั้นแฉตรงๆ เลย ผมจะบอกว่าพี่มีพลังจิตทำให้คนพูดน้ำไหลไฟดับได้เหมือนขี้แตก นี่ผมพูดจริงนะ พี่ถูกจับไปเป็นหนูทดลองในห้องขังจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวันอีกแน่”

              “เว่อร์ไป”

              “พูดจริง”

              “ไม่มีใครเชื่อมึงหรอก”

              “อย่างน้อยต้องมีคนมารุมถามนั่นถามนี่ชัวร์ แล้วพี่ก็จะไม่มีความสุขอีกเลยไปตลอดชีวิต ไม่เชื่อก็ลองดู”

              “มึงนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ กูไปละ” ว่าแล้วเขาก็รวบกองหนังสือลุกออกไปเลย

              “เอ้า เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน แล้วไม่เอายากันยุงเหรอ”

              “มึงเก็บไว้เถอะ”

              “เฮ้ย! ไอ้ทัช ไปไหนวะ” พี่เห็ดออรินจินั่นเอง ไม่รู้โผล่มาจากไหน ผมเลยลังเลระหว่างจะตามไปกดดันพี่ทัชหรืออยู่กวนตีนคนมาใหม่ดี ขณะที่พี่ทัชแค่ชูมือเร็วๆ ข้างศีรษะเป็นเชิงรับรู้ แต่ไม่หันกลับมา และสองเท้ายังเดินไม่หยุด

              สุดท้ายผมเลยกระโดดเข้าขวางทางพี่เห็ดและเอามือยันหน้าอกแกไว้ “ไปไหนพี่”

              พี่เห็ดทำหน้าเหมือนผมเพิ่งวาร์ปมาจากดาวอังคาร “มึงมาทำเหี้ยไรแถวนี้วะ”

              “ก็โตแล้ว จะไปไหนก็ได้” ผมก้าวถอยหลังยาวๆ ให้พ้นระยะอันตราย เผื่อแกจะเหวี่ยงหมัดหรือล็อกคอผมไปตบอีก

              “กวนตีน มึงจะเอาใช่ปะ”

              “ใจเย็นดิ พี่เห็ด”

              “กูไม่ได้ชื่อเห็ด”

              “น่า ใจเย็นๆ คุยกันก่อน นั่งๆๆ ทำหน้าเป็นตูดไปได้ เอ๊ะ หรือว่าหน้าพี่ก็เหมือนตูดตลอดอยู่แล้ว”

              “ไอ้เวร”

              “ได้คุยกับเจ๊แคลยัง” ชื่อแคลนี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ มือที่ทำท่าเงื้อจะตบนี่ถึงกับหยุดกึก ผมเลยรีบหยอดต่อไปอีก “น่ะ หน้าตึงงี้แสดงว่าไม่โอเค ให้ผมช่วยปะล่ะ”

              “ช่วยไร”

              ผมนั่งลง วางมาดสบายๆ “จีบเจ๊แคลไง ผมช่วยได้”

              พี่เห็ดนั่งตามโดยไม่รู้ตัว “มึงเนี่ยนะ ช่วยยังไง”

              “เอ้า นี่ใคร น้องรหัสนะครับ วงในสุดๆ แล้ว”

              “...” เงียบไปเลยดิคราวนี้ ยังไงก็ต้องสนใจอยู่แล้ว ไอเดียบรรเจิดขนาดนี้

              “แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ”

              “อะไร”

              “พี่เล่าเรื่องพี่ทัชมาให้หมด ว่าเมื่อวานเขาทำอะไรผม ทำไมจับมือผมแล้วผมมีอาการแปลกๆ แบบนั้น”

              “...” หน้าเครียดเลยแฮะ แสดงว่านี่เป็นเรื่องซีเรียสสุดๆ

              “ว่าไงพี่”

              “มึงไม่ถามไอ้ทัชเองล่ะ”

              “กำลังคุยกันอยู่เลยเมื่อกี้ แต่พี่ก็โผล่มาพอดีไง สงสัยเขาเหม็นหน้าพี่อะเลยเดินหนีไปเลย ฉะนั้นพี่ต้องรับผิดชอบ ตอบคำถามนี้แทน”

              หน้าเครียดกว่าเดิมอีก เหมือนกับว่าสมองกำลังทำงานอย่างหนัก สุดท้ายแกก็บอกว่า...

              “ไม่”

              “โห่ ไรว้า”

              “แคลกูจีบเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนอย่างมึงช่วย”

              “แน่ใจเหรอ ตอนนี้เดือนคณะเศรษฐศาสตร์คะแนนนำโด่งเลยนะ”

              “แม่ง”

              “จริงๆ ผมจะถามพี่ทัชเองก็ได้ ตามตื๊อหนักๆ หน่อยเดี๋ยวแกก็บอก แค่ต้องใช้เวลาหน่อย”

              “ตามสบาย กูไปละ”

              “เดี๋ยวดิ เจ๊แคลชอบกินอะไรรู้ปะ”

              “ไรวะ” พี่เห็ดนั่งลงอีก

              “เห็ดออรินจิ”

              “แม่ง กวนตีนซ้ำซาก”

              “ไม่ๆๆ อันนี้พูดจริง เวลากินชาบูกันนะ แกโกยเห็ดนี่ลงไปเต็มหม้อเลย แต่ถ้าเป็นอาหารเป็นจานๆ ก็นี่เลย ปูผัดผงกะหรี่ ถ้าไปกินข้าวด้วยกันแล้วพี่สั่งเมนูนี้นะ รับรอง คะแนนมาเต็ม”

              “จริงดิ แล้วอะไรอีก”

              “ถ้าของหวานก็ต้องทับทิมกรอบ”

              “อืม”

              “นี่แค่บางส่วนนะ ถ้าพี่เล่าเรื่องพี่ทัช อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเจ๊แคลอีก ถามได้”

              “...”

                “นะฑีเอ๊ยยย...เอ๊ย! แคลชอบดอกไม้อะไรรู้มั้ย...รู้!”

                “...”

                “นะฑีเอ๊ยยย...เอ๊ย! แคลชอบของขวัญสไตล์ไหนรู้มั้ย...รู้!”

                “ผีลูกกรอกสิงมึงเหรอ แม่งดัดเสียงซะเหมือน”

                ผมฉีกยิ้ม “หรือจะให้น้องรหัสช่วยพูดเชียร์ก็ยังได้น้า”

                ดอกนี้เล่นเอาพี่เห็ดถึงกับเม้มปาก เหงื่อตรงไรผมเริ่มมานิดๆ เส้นเลือดแถวขมับนูนขึ้นหน่อยๆ

              “หรือจะใส่ไฟคู่แข่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

              “แม่ง ไอ้ทัชฆ่ากูแน่” พี่เห็ดก้มหน้าถูขมับแรงๆ นี่แหละไคลแม็กซ์แล้ว พูดต่อสักทีดิวะพี่ กูลุ้นเยี่ยวเหนียวแล้ว “กูตัดสินใจละ”

   “ดีมากพี่ ต้องงี้ดิถึงจะเรียกว่าคนมีสมอง...”

   “กูไม่บอกเหี้ยไรมึงดีกว่า”

              หักมุมสัด!

              “...” เหวอเลยกู ไอ้พี่เห็ด ทำงี้ได้ไงวะ

              “กูไปละ”

              หมับ!

              “พี่” ผมคว้าแขนอีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติ พอแกหันมาด้วยหน้าดุๆ ผมก็รู้ทันทีว่าแกตัดสินใจอย่างแน่วแน่ไปแล้ว

              “ไรอีก”

              ถ้างั้นต้องเล่นทีเด็ดสุดๆ ไปเลย ผมฝืนคลี่ยิ้ม แล้วทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย “อยากดูรูปนมเจ๊แคลปะล่ะ ผมมี”

              ผัวะ!

 





_________________________________


มาแล้วค่า :D

หวังว่าตอนนี้จะทำให้มีรอยยิ้มได้บ้างนะคะ

ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่เข้ามาอ่าน ดีใจมากจริงๆ ค่ะ

คิดเห็นยังไงแชร์มาบอกได้ตลอดเลยนะคะ

หรือไปคุยกันที่แท็ก #ณTouch ก็ได้ค่า

ทางนี้ได้อ่านทุกคอมเมนต์เลยนะคะ ตื้นตันมากๆ เลย T___T


ขอให้วันพรุ่งนี้มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นนะคะ


นางร้าย

14.06.2019


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 485 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

823 ความคิดเห็น

  1. #766 ponnyyyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 06:48
    พูดไม่หยุดเลยยย
    #766
    0
  2. #714 YFTD_pk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 12:17
    ควรค่าแก่การอ่านตอนเครียดมาก 55555555555
    #714
    0
  3. #701 myyirbb:) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 19:31
    ฮือคนน้องแบบสุดยอดมาก55555555555
    #701
    0
  4. #688 tang_thai°°° (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:22
    น้องพูดเยอะอะไรขนาดนั้น
    #688
    0
  5. #522 dkin96o (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:16
    นะฑีลูก หนูกินอะไรมาถึงได้พูดมากขนาดนี้ 55555 สงสารพี่ทัชที่ต้องมาเจอคนอย่างนะฑี!!!
    #522
    0
  6. #501 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:21
    น้องโคตรสุดอ่ะ
    #501
    0
  7. #415 sugarraeks (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 00:29
    น้อน!!!!เหนื่อยมั้ยพูดเป็นต่อยหอยเลยลู๊ก!!!!!
    #415
    0
  8. #382 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 17:21
    น้องไม่ได้ปะ55555555
    #382
    0
  9. #352 PaewPa-we (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:34
    สุดๆมากน้อง
    #352
    0
  10. #349 Bestfriend_angie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:54
    โอ้ยน้องง555555
    #349
    0
  11. #343 上官婉儿 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:08
    ตะไมไม่ใส่ถุงมืออะ
    #343
    0
  12. #327 moon_jaelim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 01:08
    ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคะ จากเครียดๆ ขำจนไหล่โยกเลย555
    #327
    0
  13. #326 mbth96 (จะออกไปแตะขอบฟ้า) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 00:56
    555555 ขายเจ๊แบบนี้เลยเหรอลูก
    #326
    0
  14. #202 11-12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:44
    อิน้องงงง5555
    #202
    0
  15. #177 Mistyblack (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:09
    ฮือออ อีน้องงง
    #177
    0
  16. #119 ptmsrn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 20:18
    พูดเก่งมากก กวนเก่งง แต่ทำไมพี่เอ็นดู5555555555
    #119
    0
  17. #36 ReBorNAgin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 14:46
    นะฑีคือแบบคนอะไรพูดได้แบบน้ำไหลไฟดับมากอะ5555555555
    #36
    0
  18. #33 winevis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    หลุดขำกับประโยคสุดท้ายของนะฑีเลยค่ะ555555
    #33
    0
  19. #31 Don't forget me (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:16

    น้องควรไปเปิดคาเฟ่555

    #31
    0
  20. #30 คุณตัวกลม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    มาแล้วๆ!!งื่อออคิดถึง
    #30
    0
  21. #28 PimchanokKhanun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:55

    น้องงงงงง~ อ๋องมากลู๊กกก~--ฮื้ออออ...หนูเป็นญาติอิพี่เรือใบเหรอลูก

    น่าเอ็นดูอ่ะงื้อออออ~
    #28
    0
  22. #27 อภิญพร แซ่โค้ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:42
    น้องฑีตลกอะ ขำไม่ไหวละ 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #27
    0
  23. #26 Mr. assassinate. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:37

    ฮื่ออ​อ​ ชอบ​ ชอบมากเลยอ่ะ ถ้าณะฑีแสดงความกวนใส่พี่ทัชเยอะๆจนวันนึงนางอาจจะเริ่มใจอ่อนและเอ็นดูณะฑีมากกว่านี้ก็ได้​นะ​ รักความกวนของนางงง
    #26
    0
  24. #25 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:36
    อิน้อง555555555555555 ตกลงพี่ทัชเป็นอะไรอ่ะ มีพลังพิเศษใช่ไหมๆๆๆ
    #25
    0