จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 69 : ห้องลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    17 ส.ค. 60

                    ถิงเฟยเหยาอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง เมื่อเห็นอิงเป่ยเดินจากไปทันที โดยไม่สนใจตัวเองเลยซักนิดทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่เดินตามหลังของทั้ง3คนไป โดยไม่พูดอะไรเลยซักคำ 
หยางซุยหลิงหันหลังกับไปมองก็เห็นว่าถิงเฟยเหยานั้นเดินตามหลังมาจึงได้กล่าวถามอิงเป่ยว่าจะเอายังไงกับถิงเฟยเหยาดี
                    "คุณชายนางยังเดินตามพวกเรามาอยู่เลยนะ จะทำยังไงกันดีล่ะ"
                    "ไม่ต้องไปสนใจ เดี๋ยวนางก็ไปเองล่ะ"
                    "มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆหรอเจ้าค่ะ ข้าว่านางต้องมีอะไรแน่ๆถึงได้ตามมาแบบนี้"
                    "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวนางก็เบื่อเองล่ะ"
                    การสนทนาของอิงเป่ยกับหยางซุยหลิงมีรึถิงเฟยเหยาจะไม่ได้ยิน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ได้แต่ครุ่นคิดในใจ "นี่เขาตั้งใจจะเมินเฉยกับข้าอย่างนั้นรึ ให้มันรู้ไปว่าเจ้าจะทนได้ซักเท่าไหร่กัน" หึหึ!
                    ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ถิงเฟยเหยาก็ยังเดินตามกลุ่มของอิงเป่ยอยู่ไม่ได้ไปไหน จนอิงเป่ยถอนหายใจออกมา แล้วก็หยุดเดินก่อนจะหันหลังกับไปเอ่ยถามทันที
                    "เฮ้อ..นี่เจ้าจะตามพวกข้าไปถึงไหนกัน เจ้าต้องการอะไรกันแน่"
                    "ก็...แค่เดินทางคนเดียวมันไม่สนุกเลยเดินตามพวกเจ้ามาก็เท่านั้นเอง ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าหรอก"
                    "เอ่อ..นี่เจ้าไม่คิดจะกลับไปหากลุ่มของเจ้าเลยรึไง ป่านนี้คงตามหากันให้วุ่นแล้วล่ะมั้ง"
                    "เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะส่งสารไปบอกพวกเขาเองสบายใจได้"
              อิงเป่ยครุ่นคิดเล็กน้อย "นี่นางคิดจะตามตั้งแต่แรกแล้วสินะ เฮ้อ...ช่างมันละกัน"
                    "อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ข้าไม่อยากถามให้มากความ แต่อย่าปัญหาให้ข้าละกัน"อิงเป่ยบอกกล่าวออกไป
                    ถิงเฟยเหยายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาหา แล้วกล่าวทักทายตนเองกับอิงเป่ย
                 "ข้าชื่อ ถิงเฟยเหยา ยินดีที่ได้รู้จัก"
                 "ข้าหยางซุยหลิง และนี่ก็ผู้ติดตามของข้า อี้หลิว ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
               อิงเป่ยเดินนำออกไปก่อนหลังจากที่กล่าวจบ โดยที่ไม่ได้แนะนำตนเอง ทำให้ถิงเฟยเหยาจึงต้องกล่าวถามจากหยางซุยหลิงแทน
                    "นี่แล้วคุณชายท่านนั้นล่ะ รู้สึกเหมือนจะไม่อยากคุยกับข้าเลยนะ"
                    "เอ่อ..เจ้าอย่าไปสนใจเลย เขายังไม่เชื่อใจเจ้าน่ะ"
                    "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วเขาชื่ออะไรอย่างนั้นรึ ข้าจะได้เรียกถูก"
                    "คุณชายอิงเป่ยน่ะ เขาเป็นคนใจดี ถึงจะเห็นเป็นแบบนั้นก็เถอะ"
                    หยางซุยหลิงบอกกล่าวแก่ถิงเฟยเหยาก่อนจะเดินตามอิงเป่ยไป ระหว่างทางก็คุยกันไปตามประสาผู้หญิงด้วยกัน จนมาถึงทุ่งหญ้ากว้างโล่งแห่งหนึ่งมีป้ายฝังอยู่ตรงกลางทุ่งหญ้า ทำจากหินสีดำแบบพิเศษแบนราบสีเหลี่ยมคล้ายป้ายสุสานของคนตายมีตัวหนังสือสลักไว้
                    อิงเป่ยที่มาถึงก่อนก็เริ่มสำรวจรอบๆบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร จึงได้เดินกลับมายืนที่ป้ายหินแล้วมองตัวอักษรที่สลักไว้ อิงเป่ยนั้นอ่านไม่ออกว่ามันสลักข้อความอะไรเอาไว้
                    "นี่มันตัวอักษรอะไรกันเนี้ย ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน นี่มันเกินความสามารถของข้าไปแล้ว จะทำยังไงดีเนี้ย" อิงเป่ยบ่นพึมพำเบาๆ
                    หยางซุยหลิงเดินเข้ามาหาอิงเป่ยเมื่อเห็นอิงเป่ยยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่
                    "คุณชายมีอะไรอย่างนั้นรึเจ้าค่ะ"
                    "อ๋อ พอดีข้าเจอป้ายหินเก่าๆอันนึงมีตัวอักษรสลักเอาไว้ แต่ข้าอ่านไม่ออกน่ะ"
                    "เจ้าพอจะรู้หรือเปล่าว่ามันอ่านว่ายังไง"
                    หยางซุยหลิงจ้องมองไปยังป้ายหินสีดำที่สลักตัวอักษร แต่ก็ไม่สามารถอ่านได้ จึงได้ส่ายหัวไปมา 
                    แม้แต่ถิงเฟยเหยาก็ยังขมวดคิ้วแน่นจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า 
                    "นี่มันไม่ใช่ภาษาของที่นี่นิ ไม่แปลกใจซักนิดที่จะอ่านไม่ออก"
                         "หืม..เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ใช่ภาษาของที่นี่น่ะ"
                         "แน่นอน ข้ายืนยันได้" 
อิงเป่ยทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
                         "อ่ะ ข้าลืมไปได้ยังไงเนี้ย อาจจะมีทางรู้ก็ได้" หึหึ!!
                    ถิงเฟยเหยาแปลกใจเล็กน้อยเมื่ออิงเป่ยบอกว่ามีทางเป็นไปได้ที่จะอ่านข้อความที่สลักบนป้ายหินตรงหน้า แต่ก็ยังไม่เชื่อเท่าไหร่ ว่าจะทำได้
                    อิงเป่ยเรียกเมอา เพื่อจะถามว่า รู้จักข้อความนี้รึเปล่า
               "เมอา ข้ามีเรื่องจะถามเจ้านิดหน่อยน่ะ ช่วยออกมาแปบนึงได้รึเปล่า"
               เมอาปรากฎตัวออกมาจากหนังสือเวทย์ นอกจากอิงเป่ยแล้วไม่มีใครมองเห็นได้ จึงไม่ต้องกังวลอะไรมากมายนัก
               "หืม..มีอะไรอย่างนั้นหรอ"
               "เจ้าพอจะอ่านตัวหนังสือที่สลักอยู่ที่ป้ายหินสีดำนั้นได้รึเปล่า"
               เมอาหันไปมองป้ายหินสีดำที่ตั้งอยู่บนพื้นหญ้าก่อนแสดงอาการออกมาด้วยความตื่นเต้น
               "นี่มัน..ฮ่า ฮ่า!!ไม่นึกว่าข้าจะได้มาพบกับมันอีกครั้งเลยจริงๆ ข้านึกว่ามันจะหายถูกดินกลบทับหายไปซะอีก" 
               "เจ้ารู้จักอย่างนั้นรึ" 
               "ทำไมจะไม่รู้จักเล่า ก็ข้าเป็นคนทำป้ายหินนี่เองกับมือ น่าจะประมาณหมื่นปีมาแล้ว "
               "หาาา!! หมื่นปีมาแล้ว อิงเป่ยตกตะลึงจนเผลอตะโกนออกมา" 
              "หมื่นปีอะไรหรือคุณชาย ท่านอ่านออกแล้วอย่างนั้นรึเจ้าค่ะ"
               "เอ่อ..ไม่มีอะไร ข้าแต่ตกใจนิดหน่อยน่ะ แหะๆ"
               "คุณชายอิงเป่ยท่านคงจะทราบข้อความนี้แล้วสินะ ช่วยอธิบายให้ฟังที่ได้ไหม" ถิงเฟยเหยากล่าวขอร้องทันที
                    เมอาได้อธิบายให้อิงเป่ยฟังว่าป้ายหินสีดำนี้ถูกสร้างจากหินภูเขาไฟมีความแข็งทนทานเป็นพิเศษยากต่อการทำลาย แต่ที่มันยังอยู่สภาพดีแบบนี้ก็เพราะ เมอาได้ลงเวทย์เอาไว้และได้สลักตัวอักษรลงไป ซึ่งมีใจความว่า 
                    !!แด่สหายผู้ล่วงลับ สุสานตระกูลอิน!!
เมอาอ่านให้อิงเป่ยฟัง แต่ก็มีบางส่วนที่เมอาไม่ได้กล่าวออกไป แน่นอนว่า มันเป็นชื่อของตน แล้วทำเป็นพูดปัดออกไปทันที
                    "ข้าก็จำไม่ค่อยได้หรอกเกี่ยวกับตระกูลนี้ คงต้องรอให้ข้าได้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณมาซะก่อน"
                    "อืม..แล้วสุสานนี่มันมีอะไรพิเศษรึเปล่า ถ้าไม่มีข้าจะได้เดินทางต่อ"
เมอาจ้องมองที่ป้ายหินสีดำก่อนจะพึมพำเบาๆ
                   ครืนนน! วิ้งงง!! ป้ายหินสีดำสั่นเล็กน้อยก่อนจะเกิดเป็นวงเวทย์ปรากฎให้เห็น จากนั้นก็เกิดเป็นประตูวาปขึ้นเป็นทางเข้าเชื่อมต่อกับสุสานตระกูลอิน
หยางซุยหลิง ถิงเฟยเหยา อี้หลิว ทั้ง3ต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ 
                    "คุณชาย!! เกิดอะไรขึ้นกัน เจ้าค่ะ"
                    "แล้วนั่นมันอะไรกัน ทำไมข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ จะว่าคล้ายวิชาอักขระก็ตามที" ถิงเฟยเหยากล่าวถามด้วยความสงสัย
                    อิงเป่ยไม่ได้สนใจกับคำถาม เดินไปทางประตูวาปที่เมอาเป็นผู้ร่ายเวทย์ให้ปรากฎ จากนั้นก็หยุดยืนแล้วหันมาหา
                    "เรื่องนั้นไม่ต้องรู้หรอก และข้าไม่อธิบายให้ฟังด้วย ถ้าจะไปกับข้าก็ตามมาเลย"
                    ทั้ง3ได้ยินก็รีบเดินตามอิงเป่ยไป เมื่อเข้ามาด้านในก็จะเจอกับประตูขนาดใหญ่สีดำสนิทไม่มีลวดลายอะไรเลย กำแพงด้านนอกนั้นทำจากวัสดุเดียวกัน เมื่อกวาดสายตามอง ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นห้องธรรมดาเรียบง่าย
อิงเป่ยจึงเดินเข้าไปใกล้ แล้วนำมือไปเคาะประตู  กึกๆ กึกๆ เสียงดังทึบ บอกได้คำเดียวว่า มันหนามาก ดูแข็งแกร่งสุดๆ 
               "เอ่อ..ผิดจากที่ข้าคิดไปเลยนะเนี้ย" 
               "แน่นอน นี่เป็นสุสานตระกูลอิน..เพียงแต่ห้องนี้ไม่ใช่ สุสานมีเพียงรอบนอกเท่านั้น"
               "คุณชายท่านอย่าบอกนะว่าตรงหน้านั่นเป็นสุสานน่ะ"
               "หืม..ไม่ใช่หรอก สุสานคือรอบๆห้องนี้ต่างหากล่ะ ถ้าข้าเดาไม่ผิดนี่อาจจะเป็นที่เก็บของมีค่าก็ได้"
               "เห..!!เจ้ารู้ได้ยังไงว่ามันมีของมีค่าอยู่"ถิงเฟยเหยาสงสัยจึงกล่าวเช่นนั้นออกไป
               "เจ้าไม่เชื่อก็ตามใจเจ้าสิ ข้าไม่อยากอธิบาย"อิงเป่ยบอกปัดทันที
               "ชิ! ทำตัวเป็นคนลึกลับไปได้" ถิงเฟยเหยาไม่พอใจเล็กน้อยที่อิงเป่ยไม่ตอบตนเอง
                    "เมอาเปิดประตูนี่ให้ทีสิ ข้าอยากรู้ว่ามีของล้ำค่าอะไรอยู่ถึงได้สร้างห้องแบบนี้ขึ้น"
                    "ได้สิ ข้าก็อยากรู้ว่ามันจะมีเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของข้าอยู่หรือเปล่า ข้าจำได้เพียงแค่ชื่อตระกูลกับข้าที่เป็นคนสร้างขึ้นมาเท่านั้นล่ะ"
               "อย่างนั้นเองหรอ ข้าหวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนตอนนั้นหรอกนะ"
                    เมอาไม่รอช้า เริ่มทำการเปิดประตูห้องที่อยู่ตรงหน้าอิงเป่ยทันที อิงเป่ยก็ไม่รู้ว่าเมอาทำยังไงถึงเปิดได้ อาจจะเป็นเพราะเมอาเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยตนเองก็ได้ 
                    แกร๊กก! ครืนน! เสียงประตูค่อยๆเลื่อนออกทีละเล็กทีละน้อย จนเปิดออกกว้างอัญมณีเวทย์ที่อยู่ตามผนังก็เกิดเป็นแสงสว่างจ้าทันที เมื่อประตูเปิดออก ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในทั้งหมด ด้านในห้องนั้นมีทั้ง หีบสมบัติ เครื่องประดับ อาวุธ และกล่องเล็กๆหลายใบ ตั้งอยู่มากมาย อิงเป่ยรีบเดินเข้าไปสำรวจดูสิ่งของทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แต่กับไม่พบสิ่งของอย่างว่าแม้แต่น้อย หรือว่าที่แห่งนี้จะไม่มีสิ่งที่เรากำลังตามหา
               "นี่เมอาเจ้ารู้สึกอะไรบ้างรึเปล่า" 
               "อืม..ที่นี่อาจจะไม่มีก็ได้ ข้าไม่รู้สึกถึงมันเลยซักนิด" 
               "อืม..ข้าอยากถามเจ้าจริงๆว่าเจ้าเหลือแค่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณตอนไหนกันแน่"
               "ข้าก็บอกไปแล้วไงว่าข้าก็จำไม่ได้ มันคลุมเครือไปหมด"
อิงเป่ยเห็นเมอาครุ่นคิดเคร่งเครียดจนต้องบอกปัดทันที
                 "ช่างมันเถอะ ข้าแค่สงสัยเท่านั้นเอง"
                    หลังจากที่ ทั้งหมดได้เข้ามายังห้องด้านในก็พบกับของต่างๆมากมาย เป็นดังที่คาดไว้ ทั้ง เงิน ทอง อาวุธ ตำรา สมุนไพร เครื่องประดับ ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ตระกูลอินรวบรวมสะสมเอาไว้ อิงเป่ยได้เดินสำรวจสิ่งของเหล่านั้นจนไปสะดุดตาเข้ากับตำราเก่าๆเล่มหนึ่ง เลยหยิบขึ้นมาเปิดดูก็พบว่า มันเป็นตำราสกัดเม็ดยาที่ลึกล้ำเอาไว้ เทียบกับความทรงจำของหยางซุนอี้ที่อิงเป่ยได้รับมา มันเทียบกันไม่ได้เลย
                    "หึหึ! นี่มันตำราสกัดเม็ดยาที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อน ในที่สุดข้าก็สามารถหาทางเลื่อนขั้นได้แล้ว เพราะยาที่ข้าสกัดนั้นมันไม่ช่วยข้าเลยตอนนี้ ทั้งๆที่ระดับมันขนาดนั้น แสดงว่าการจัดระดับเม็ดยาปัจจุบันนี้ไม่ถูกต้อง อาจจะเป็นเพราะวิธีสกัดและสูตรมันหายไปนั่นเอง"อิงเป่ยหัวเราะและยิ้มออกมาจนคนรอบข้างเริ่มสงสัย
                    "เจ้ามีอะไรอย่างนั้นรึ ถึงได้หัวเราะได้น่าขนลุกขนาดนั้น" ถิงเฟยเหยากล่าวออกมาทันทีเมื่อเห็นอิงเป่ยหัวเราะแปลกๆออกมา
                    "ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่เจอตำราดีๆเข้าน่ะ ที่นี่คงไม่มีอะไรแล้ว ข้าคงต้องเก็บของเหล่านี้ทั้งหมดออกไป แล้วรีบออกเดินทางต่อ"
                    อิงเป่ยใช้เวลาไม่นานก็เก็บทุกอย่างลงในแหวนมิติ แล้วออกสู่ข้างนอกห้องลับทันที
                    "เฮ้อ...น่าผิดหวังนิดๆนะเนี้ย"
เสียงบ่นพึมพำ ทำให้ 3 สาวหันหน้ามามองอิงเป่ยด้วยสายตาแปลกๆทันที
                    "ข้าตกใจสุดๆกับสิ่งที่เห็นแต่เจ้ากับผิดหวังนิดๆ ถ้าคนอื่นมาเจอห้องลับแบบนี้ คงไม่พ้นก่อสงครามแย่งชิงกันไปแล้ว" 
                    "ใช่ๆ ข้าเห็นด้วยกับนางนะคุณชาย"
                    "หืม..นี่เจ้าไปสนิทสนมกับนางตั้งแต่ตอนไหนกันถึงสนับสนุนกันออกหน้าออกตาขนาดนี้"
                      "เอ่อ...ข้าก็แค่เห็นด้วยเท่านั้น ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย" หยางซุยหลิงรีบตอบออกมาทันที
                      ครืนนน!! วิ้งงง! บรรยากาศบิดเบี้ยวไปมาจนเกิดเป็นประตูมิติขึ้น พร้อมกับเหล่าทหาร แม่ทัพ ปรากฎตัวออกมาจากประตูมิติ ไม่ห่างจากกลุ่มของอิงเป่ยเท่าใดนัก พร้อมกับ ชายวัยกลางคนที่เดินออกมาจากป่า และคนคุ้มกัน4คน แต่งตัวดูมีภูมิฐาน น่าจะมาจากตระกูลใหญ่หรือไม่ก็ราชวงศ์แน่นอน
                              เสียงตะโกนดังมาจากป่าทำให้กลุ่มของอิงเป่ยหันไปมองทันที เมื่อได้ยิน 
                    "พวกเจ้าถ้าทิ้งของที่ได้มาทั้งหมดไว้ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป"

                                
                                             เดี๋ยวจะเริ่มแต่งแล้วมาอัพต่อให้ ช้าหน่อยนะ ครับ
 

  





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #879 siing2 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 19:00
    สุดยอดรอน่า
    #879
    0
  2. #878 สนุกมาก (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 18:52
    สนุกมาก
    #878
    0
  3. #876 kamol1122 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 15:41
    สนุกดีครับ
    #876
    0
  4. #875 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 15:39
    อยู่ดีๆก็มาให้เขากระทืบซะงั้น
    #875
    0
  5. #874 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 13:18
    ไรท์กลับมาแล้ว ขอบคุณค่ะไรท์
    #874
    0
  6. #873 supersupersuper (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 13:14
    ขอบคุณครับ
    #873
    0
  7. #872 094pop (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 12:32
    ขอบคุณคับ
    #872
    0
  8. #871 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 12:13
    มาได้ไง อีผู้หญิงคนที่เดินตามมาด้วยแน่เลย
    #871
    0
  9. #870 Tababuya (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 12:12
    เย้ กลับมาแล้ว ขอบคุณมากค่ะ
    #870
    0
  10. #869 Zanzar (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 12:12
    เดี่ยวสู้กันพรังมังกรหลุดมานิดหนอย แต่ก็พอทำให้รู้ เท่านีละ เมียเต็มตัวงานนี
    #869
    0
  11. #868 joelamtan (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 11:07
    รอคร้าบบบ ขอบคุณครับ
    #868
    0
  12. #867 Horioz (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 11:05
    เอาอีถิงเฟยเหยาไปฆ่าทิ้งซะ น่ารำคาญมากมาย
    #867
    0